มาเฟียร้ายพ่ายแผนรัก (อีบุ๊ค)

ตอนที่ 17 : บทที่ 9 เริ่มเกม (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 556
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    15 เม.ย. 63

จบตอนจ้า... สวัสดีปีใหม่ไทยค่า


 

          เดนิสโยนโทรศัพท์ลงไปบนโต๊ะทำงานอย่างเสียอารมณ์ พอได้ยินลูกน้องโทร.กลับมาบอกว่าแม่นางฟ้าตัวแสบไม่ยอมทำตามคำสั่ง เขาเป็นห่วงอยากให้ได้รับความสะดวกสบาย แต่ดูเหมือนแม่คุณจะชอบ ความลำบาก ดี จะได้รู้เสียบ้างว่าที่นี่ ไม่ใช่เมืองไทย จะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น ถึงจะมีระบบรักษาความปลอดภัยเป็นอย่างดี แต่เป็นคนต่างบ้านต่างเมือง ก็อาจจะมีอันตรายเกิดขึ้นก็ได้

            “ส่งคนไปเฝ้าด้วย” เดนิสสั่งลูกน้อง ถึงจะอารมณ์เสียขนาดไหน แต่ความเป็นห่วงคุณหมอคนสวยกลับมีมากกว่า

            “ได้ครับ” ลูกน้องคนสนิทขานรับคำสั่ง เมื่อครู่ยังอารมณ์ดีอยู่ ผ่านไปยังไม่ถึงห้านาทีอารมณ์บูดเสียแล้ว คุณหมอนี่ขยันสร้างเรื่องให้กับพวกเขาได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ดูเหมือนจะไม่รู้ตัวเสียด้วย

            “มองอะไร ไปทำตามที่สั่งได้แล้ว” เสียงห้วนไล่ลูกน้องคนสนิท ที่ยังไม่ยอมออกไปทำตามที่สั่ง

            “เปล่าครับ จะรีบไปเดี๋ยวนี้ละครับ” ริคแกนรีบบอก เอาแล้วไง เริ่มแล้ว ไม่นึกเลยว่านายใหญ่จะมีปฏิกิริยากับคุณหมอมากเพียงนี้ ขนาดเขาเตรียมพร้อมรับสถานการณ์เป็นอย่างดี ยังตั้งตัวไม่ทันกับอารมณ์ ขึ้นๆ ลงๆ ของเจ้านาย เมื่อได้อารมณ์เสียแล้วก็จะเป็นแบบนี้ทั้งวัน

            “เดี๋ยวก่อน!” เดนิสเรียกลูกน้องเอาไว้ก่อนที่อีกฝ่ายจะเดินออกไป

            “นายบอกคนที่ไปเฝ้าให้โทร.มารายงานฉันด้วย” เขาอยากจะรู้ว่านางฟ้าตัวแสบทำอะไร ที่ไหน อย่างไร

            “ครับ” ริคแกนขานรับแล้วก็รีบออกไปทำตามคำสั่งอย่างเร่งด่วน เขารู้ดีว่าอารมณ์แบบนี้ ถ้าชักช้าอาจจะเกิดการนองเลือดได้ ถึงเขาจะเป็นลูกน้องคนสนิท แต่ก็ไม่ขอเสี่ยง

            ใช้เวลาไม่นานลูกน้องคนสนิทก็เดินกลับเข้ามาในห้องทำงานของผู้เป็นนาย พร้อมกับถือโถแก้วขนาดพอดีมือที่ข้างในบรรจุไว้ด้วยกระดาษม้วนเล็กๆ อยู่สี่ถึงห้าอันได้

            “ว่าไงแพรไหมอยู่ไหนตอนนี้” เดนิสร้องถามทันทีที่ลูกน้องเดินมาหยุดอยู่หน้าโต๊ะทำงาน

            “อยู่ถนนเนฟสกี้ครับ”

            “เอาเอกสารที่จะต้องเซ็นมาสิ ทนายความตรวจดูเรียบร้อยแล้วใช่ไหม” เดนิสสั่งลูกน้องเมื่อได้รับคำตอบที่พึงพอใจ

            “เรียบร้อยแล้วครับ” ริคแกนส่งเอกสารให้ผู้เป็นนายเสร็จ

            “คืนนี้เวลาเดิม อย่าให้มีอะไรผิดพลาดได้ล่ะ” เดนิสเอ่ยกำชับพร้อมกับส่งแฟ้มที่เซ็นเสร็จแล้วคืนให้

            “ครับ”

            “แล้วเรื่องที่สั่งเรียบร้อยแล้วใช่ไหม”

            “เรียบร้อยครับ...จะตรวจดูก่อนไหมครับ” ริคแกนยื่นโถแก้วส่งให้นายใหญ่เพื่อที่จะได้ตรวจเช็กดูความเรียบร้อยอีกครั้งหนึ่ง

            เดนิสหยิบกระดาษที่ม้วนเล็กๆ ออกมาคลี่ดูทีละอันจนครบจำนวน ตรวจดูข้อความข้างในว่าถูกต้องตามที่ตัวเองต้องการ แล้วก็ม้วน กระดาษใส่กลับไปเหมือนเดิม ก่อนจะยื่นส่งคืนให้ลูกน้อง

            “ตอนเย็นพาทั้งสองคนมาพบฉันที่นี่ด้วยนะ” เดนิสสั่งลูกน้อง พลางยิ้มมุมปากเล็กน้อยเมื่อคิดถึงเรื่องสนุกที่จะเกิดขึ้นอีกในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

            “ได้ครับ” ริคแกนหรี่ตามองอย่างครุ่นคิด ‘นายใหญ่กำจะทำอะไรกันแน่’ 

            “ว่าแต่...ลูกน้องนายโทร.มารายงานอีกหรือยัง เงียบหายไปเลยนะ สองคนนั่นทำอะไรอยู่ที่ไหนแล้วก็ไม่รู้” เดนิสถามขึ้น

            “ผมจะโทร.ตามเองครับ” ริคแกนบอกพร้อมกับล้วงมือหยิบ โทรศัพท์ออกจากกระเป๋าเสื้อเพื่อโทร.หาบอดี้การ์ดที่เฝ้าหญิงสาวทั้งสอง ใช้เวลาไม่นานก็ได้ทราบว่าทั้งสองกำลังทำอะไรอยู่ที่ไหนกัน

            “ว่าไง” เดนิสเร่งเอาคำตอบทันทีที่เห็นลูกน้องวางสาย

            “ยังอยู่ที่เดิมครับ เดินดูเสื้อผ้ากันอยู่” นายใหญ่ของเขาเป็น เอามาก แค่ไม่กี่นาทีเอง ใครจะเปลี่ยนที่เร็วกันขนาดนั้น ยิ่งกับคุณหมอ ไม่ต้องพูดถึง ขนาดบอกว่าไม่ชอบช็อปปิ้ง แต่เห็นกลับมาทีไรมีข้าวของพะรุงพะรังเต็มมือไปหมด ดูได้จากคราวก่อนที่เจ้านายเขาพาออกไปซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ นั่นไม่เต็มใจนะ แต่กลับได้เสื้อผ้ามาแทบจะล้นตู้

            เสียงผลักประตูอย่างแรงโดยไม่มีการเคาะเรียก ทำให้เจ้านายกับลูกน้องที่คุยกันอยู่รีบหันไปมองผู้มาใหม่ด้วยความรวดเร็ว

            “ทำไมไม่เคาะประตูก่อนเข้ามา” เดนิสตำหนิเสียงห้วน ไม่สนใจหน้าตาบึ้งตึงของผู้มาใหม่

            “พี่ใหญ่หลอกผม” ผู้เป็นน้องเปิดฉากขึ้นก่อน ไม่สนใจตอบคำถามเช่นกัน

            “ฉันไปหลอกอะไรแก” ผู้เป็นพี่ถามหน้าตาย

            “ก็หลอกให้ผมมีอะไรกับแม่อุ้มบุญของพี่ไง”

            อลันกระแทกตัวลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามพี่ชายไม่เบานัก รู้ทั้งรู้ ว่ามันเป็นกับดัก แต่เขาก็ดันปล่อยให้ตัวเองตกลงไปเสียได้ ดีนะที่มันยังไม่มีอะไรเลยเถิดไปมากกว่านี้ ไม่อย่างนั้นคงจะยุ่งวุ่นวายน่าดู แค่ครั้งนี้ ครั้งเดียวหรอกที่เขาจะพลาดให้ ต่อไปนี้ เขาจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้นอีก

            “แกมีอะไรกับขวัญข้าวแล้วเหรอ...ทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย” เดนิสแกล้งทำหน้าตาเลิ่กลั่ก

            “พี่ใหญ่” อลันถอนหายใจยาวด้วยความเหนื่อยใจ สนุกมากเลยหรือไร ถึงได้มาล้อเล่นกับความรู้สึกเขาแบบนี้

            เดนิสหัวเราะเบาๆ กับท่าทางของน้องชาย ไม่น่าเชื่อว่าคนอย่าง อลันจะเครียดเรื่องผู้หญิงได้ ยามปกติที่เอ่ยถึงเหล่าหญิงสาวจะสนุกสนาน เฮฮา

            “เอาเถอะ...ถ้ามันฝืนใจก็ไม่ต้องทำต่อก็ได้ พี่จะจัดการเอง” ริมฝีปากหยักแอบยิ้มอย่างมีเลศนัย

            “แล้วพี่ใหญ่จะเอายังไงต่อไปครับ”

            “มีเกมให้เล่นนิดหน่อย...อยากเล่นด้วยไหมล่ะ”

            “ไม่ครับ...อยากทำอะไรก็เชิญ ขอแค่อย่าดึงผมเข้าไปเกี่ยวอีกก็พอ” อลันบอกเชิงขอร้อง แค่นี้มันก็ทำให้เขาอยากจะบ้าตายวันละ หลายๆ รอบแล้ว พี่ใหญ่ทำให้มันเป็นเรื่องสนุกได้อย่างไรกัน

            “แน่ใจ” เดนิสถามเสียงสูง ถึงจะพยายามหลีกหนีอย่างไร ก็ไม่มีทางที่จะหลุดพ้นได้หรอก หนีอะไรก็หนีได้ แต่หนีใจตัวเองคงยาก

            “ครับ ผมขอตัวก่อน” อลันเอ่ยตอบอย่างมั่นใจ แล้วก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนหันหลังทำท่าจะออกจากห้อง แต่คำพูดที่ดังขึ้นไล่หลัง ทำให้ชายหนุ่มชะงักค้างไปชั่วขณะ

            “ก็ดี...งั้นพี่ก็ยืนยันให้ขวัญข้าวเป็นแม่อุ้มบุญเหมือนเดิม”

            “นั่นมันก็เรื่องของพี่” พูดจบก็เดินออกจากห้องพี่ชายอย่างหงุดหงิดในหัวใจ ความรู้สึกสับสนก่อตัวมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว

            ผู้เป็นพี่มองตามหลังของน้องชาย ดวงตาคมกริบเป็นประกาย ลอบยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้นถามลูกน้องคนสนิท

            “นายว่าตอนเย็นเจ้าลูฟมันจะมาที่นี่หรือเปล่า”

            “ไม่รู้สิครับ เดายาก”

            “ฉันเชื่อว่ามันจะต้องมา” เดนิสเอ่ยออกมาด้วยความมั่นใจ เขามองอะไรไม่เคยพลาดหรอก “นายไปทำงานต่อเถอะ...งานใหญ่ที่แสนสนุกกำลังรออยู่”

            เดนิสสั่งอย่างอารมณ์ดี เมื่อได้ยินแบบนั้นลูกน้องคนสนิท ก็เดินออกจากห้อง ปล่อยให้เจ้านายนั่งคิดเรื่องสนุกของตัวเองต่อไป

            เดนิสนั่งยิ้มให้กับความคิดอันชาญฉลาดของตัวเอง อยากจะเร่งเวลาให้ถึงตอนเย็นโดยเร็ว

            พรไหมกับขวัญข้าวใช้เวลาช่วงบ่ายเดินเล่นที่ถนนเนฟสกี้ อย่างเพลิดเพลิน หลังจากได้เสื้อผ้ากับของใช้ต่างๆ ที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยจำเป็นเท่าไร

            “พี่ขอดูผ้าพันคอหน่อยนะคะ” แพรไหมเอ่ยขึ้น เมื่อพวกเธอเดินเข้ามาในโซนของใช้พื้นเมืองขึ้นชื่อของที่นี่

            “จะซื้ออีกแล้วเหรอคะ” ขวัญข้าวร้องถามด้วยความตกใจ ไม่ว่าคุณหมอจะซื้ออะไรก็ไม่ลืมที่จะซื้อให้เธอด้วย เธอรู้สึกเกรงใจคุณหมอ เป็นอย่างมาก เสื้อผ้าแต่ละตัวแพงๆ ทั้งนั้นเลย

            “ไม่ต้องเกรงใจหรอกค่ะ...พี่เต็มใจซื้อให้”

            แพรไหมยิ้มเอ็นดู เธอเอ็นดูขวัญข้าวเหมือนน้องสาวคนหนึ่ง เมื่อมีโอกาส เธอก็ควรตอบแทนความมีน้ำใจของอีกฝ่าย และของพวกนี้ก็จำเป็นต่อขวัญข้าวทั้งนั้น

            “ของตั้งเยอะแยะ แถมแพงๆ อีกด้วย” บ่นพึมพำด้วยความเกรงใจ

            “น้องขวัญต้องอยู่ที่นี่นานนะคะ มีของใช้เยอะๆ น่ะดีแล้ว”

            แพรไหมบอกให้ทราบ ถ้าเธอไม่อยู่ ขวัญข้าวก็คงจะไม่ยอม ออกมาซื้อของแน่ๆ 

            “แค่นี้ก็พอแล้วละค่ะ”

            “พี่ว่าพี่ก็น่าจะหมดตัวแล้วเหมือนกันนะ” แพรไหมเอ่ยอย่างล้อเล่น

            “งั้นเรากลับกันเถอะค่ะ” ขวัญข้าวรีบเอ่ยชวน

            “หลังจากที่ได้ผ้าพันคอแล้วนะคะ” แพรไหมไม่รอให้อีกฝ่ายโต้แย้งใดๆ ได้อีก เดินเข้าไปเลือกผ้าพันคอที่อยากได้ทันที พอเลือกได้ ถูกใจทั้งของตัวเองกับขวัญข้าวแล้ว จากนั้นทั้งสองสาวก็เดินไปหาร้านอาหารเพื่อที่จะรับประทานอาหารเย็นก่อนกลับคฤหาสน์อิซนอฟ

            “ร้านนี้ก็แล้วกัน” แพรไหมพูดขึ้นเมื่อเดินมาถึงร้านอาหารขึ้นชื่อของที่นี่

            “เราต้องกลับก่อนที่คุณเดนิสจะกลับบ้านนะคะ”

            ขวัญข้าวบอกพร้อมกับจ้องมองร้านอาหารสุดหรูที่อยู่ตรงหน้าตัวเองด้วยความทึ่ง เธอว่ามันคงจะแพงน่าดู

            “ยังไงก็คงจะกลับไปไม่ทันทานข้าวอยู่ดี”

            แพรไหมก้มมองนาฬิกาข้อมือก่อนจะเงยหน้าพูดต่อ

            “พี่ว่าเราทานที่นี่ให้เสร็จเรียบร้อยดีกว่า ร้านนี้ขึ้นชื่อมากเลยนะ ถ้าได้มาเที่ยวที่นี่ต้องแวะทานอาหารร้านนี้” ท้ายประโยคเอ่ยถึงสรรพคุณให้ฟัง

            “ขึ้นชื่อเรื่องความแพงใช่ไหมคะ”

            คนได้ฟังถึงกับส่ายหัวอย่างเอ็นดูปนขำ เธอเข้าใจขวัญข้าวว่ารู้สึกอย่างไร เงินทุกบาททุกสตางค์นั้นกว่าจะได้มามันต้องเหนื่อยยากขนาดไหน ปกติเธอก็ใช้เงินอย่างประหยัด แต่เมื่อมีโอกาสได้มาต่างประเทศแบบนี้ เธอก็ขอตามใจตัวเองบ้าง ให้รางวัลเล็กๆ น้อยๆ กับ ชีวิตตัวเองก็เป็นความสุขทางใจอีกแบบหนึ่ง

            แพรไหมจัดการจูงมือขวัญข้าวเดินเข้าไปในร้านอาหารชื่อดัง อย่างไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ปฏิเสธ ทั้งสองสาวไม่ผิดหวังเมื่อเข้ามาในร้าน บริกรก็พาเธอทั้งสองไปนั่งโต๊ะ เมื่อสั่งอาหารเสร็จก็นั่งรออาหาร มาเสิร์ฟ การรับประทานอาหารของทั้งคู่ก็ถูกขัด เมื่อมาเฟียวายร้ายมีคำสั่งให้เธอทั้งสองไปหาที่ท่าเรือ พร้อมกับกำชับมากับลูกน้องว่าห้ามทานข้าวก่อนชายหนุ่มเด็ดขาด คุณหมอคนสวยอยากขัดคำสั่งของมาเฟียวายร้าย แต่คำพูดปริศนาที่ฝากมากับนายมารัตคนขับรถที่ไม่ธรรมดาเจ้าเดิม ทำให้จำใจเดินตามลูกน้องมาเฟียวายร้ายออกจากร้านอาหารด้วยความหงุดหงิด ที่ไม่สามารถเอาชนะชายหนุ่มได้สักครั้งแถมครั้งนี้ยังทิ้งปริศนาให้เธอได้หวั่นวิตกเล่นอีกด้วย

            “ดอกมะลิสามดอก แก้วน้ำลายหมีพูห์ และสร้อยข้อมือสีเงิน”

            มันอาจจะเป็นของธรรมดาสำหรับบางคน แต่สำหรับเธอแล้ว มันกลับเป็นหายนะครั้งใหญ่สุดในชีวิต เมื่อของทั้งหมดที่มาเฟียวายร้ายบอกมานั้น มันอยู่ในสถานที่เกิดเหตุของวันนั้น วันที่เธอไม่เคยลืม สถานที่แห่งนั้นก็คือห้องทำงานของเธอเอง

            “คุณพระช่วยคุ้มครองลูกด้วยเถอะ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14 ความคิดเห็น