SF (Seventeen x you)

ตอนที่ 6 : Lee Soek Min

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 138
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    25 ส.ค. 63

Image result for lee seokmin

 

“อะ...เอ่อ...ซอนเบนิม...ฉันเอามาให้ค่ะ .///.” ฮันยูจอง หญิงสาวตัวเล็กสวมแว่นหนาเตอะ เดินถือเอากล่องช็อกโกแลตที่เธอตั้งใจทำจากการเรียนวิชาคหกรรมมาให้รุ่นพี่ที่เธอแอบชอบ

“ทีหลังไม่ต้อง” โดคยอมถอนหายใจอย่างเคืองๆ อย่างที่เขาชอบทำ ในบรรดาแฟนคลับของเขาก็มียัยรุ่นน้องคนนี้นี่แหละที่ตื้อที่สุด -_-

“รับไว้เถอะนะคะ ฉันอยากให้จริงๆ ^///^” หญิงสาวขยับแว่นขึ้นเพื่อแก้เขิน

“ตื้อจริง -_-” ถึงเขาจะปฏิเสธเธอไปหลายต่อหลายครั้ง แต่เด็กน้อยคนนั้นก็ไม่ยอมลดละความพยายาม

หลังจากที่อึนบีคบกับซึงกวาน เขาก็อกหักขั้นสุด แต่ก็พยายามดึงตัวเองกลับมาให้เร็วที่สุด แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ยอมเปิดใจให้ใคร แถมยิ่งเป็นรุ่นน้องแบบนี้ ยิ่งไม่ใช่สเปคของเขาอย่างแรง

โดคยอมเป็นหัวหน้าชมรมทำอาหารของโรงเรียน ส่วนยูจองเป็นรุ่นน้องที่สมัครเข้าชมรมเพราะอยากอยู่ใกล้คนที่เธอชอบ แต่ฝีมือการทำอาหารของเธอก็ไม่ธรรมดา เพราะทุกปีที่มีงานโรงเรียน เธอก็มักจะเป็นคนที่ต้องอยู่ก้นครัวตลอด แต่เหมือนปีนี้จะยุ่งวุ่นวายเป็นพิเศษ เพราะคนตัวเล็กถูกทาบทามให้มารับบทละครของชมรมซะได้ ไม่ใช่ตัวเอกซะด้วยสิ

“เด็กๆ มารวมตัวกันตรงนี้หน่อยสิจ้ะ วันนี้เป็นวันซ้อมวันแรกของชมรมเรา บทที่ครูให้ไปอ่าน เตรียมกันมาแล้วใช่มั้ย?” 

“ค่า/คร้าบบบ!!” เสียงกลุ่มเด็กน้อยตอบรับเจื้อยแจ้ว แล้วเดินเข้าไปหาคุณครูผู้ดูแลชมรม

เนื้อเรื่องก็ต้องมีตัวเอก ในชมรมนี้จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกเหนือจากโดคยอม หนุ่มฮอตที่สุดในพีเรียดนี้ พ่วงมากับสาวสวยที่สุดในชมรม นอกนั้นก็แสดงสมทบกันไป

 

 

 

เกือบซวยกันทั้งชมรมเพราะตัวเอกที่ต้องขึ้นเวทีดันเกิดอุบัติเหตุกะทันหัน ทำให้ยูจองต้องเข้ามาซ้อมแทนจนกว่าเธอคนนั้นจะกลับมาทำหน้าที่ได้ ส่วนบทบาทของเธอก็มีคนอาสามาช่วยอีกแรง ส่วนวันนี้ก็เป็นวันซ้อมใหญ่ของชมรม ทุกคนเลยได้แต่งองค์ทรงเครื่องแบบหรูหราเต็มที่ ส่วนชุดของยูจองก็ยาวเฟื้อยซะจนเจ้าตัวเผลอเหยียบชายกระโปรงของตัวเองเข้า ทำให้รุ่นพี่อีกคนที่ยืนแสดงอยู่บนเวที รีบคว้าตัวเธอไว้ทัน

“ระวังหน่อย” โดคยอมใช้แขนแกร่งโอบเอวเล็กไว้ เขากระซิบเบาๆ ทำเอายูจองแทบลมจับ

“ขะ...ขอบคุณค่ะ .///.” 

จากตัวประกอบกลายมาเป็นตัวเอกแบบนี้ ทำให้เธอเก้กังอยู่ไม่น้อย แถมยังต้องมาแสดงกับรุ่นพี่ที่ตัวเองแอบชอบแบบนี้แล้วด้วย ยิ่งเขินไปกันใหญ่

“ไม่ต้องดีใจ...มันก็แค่การแสดง” รุ่นพี่ตัวใหญ่กระซิบอีกครั้ง เมื่อต้องเข้าฉากเลิฟซีนเล็กๆ น้อยๆ ด้วยกัน

“อา..ค่ะ” เด็กน้อยก้มหน้างุด เพราะการได้ใกล้ชิดกับคนที่ชอบ ทำให้เธอมีความสุข แต่ความสุขที่กำลังดำเนินไปด้วยดีกลับพังทลายลงเพราะโดคยอมชอบทำร้ายจิตใจเธอด้วยคำพูดของเขาอยู่บ่อยๆ ไม่เคยคิดที่จะสงสารรุ่นน้องคนนี้เลยแม้แต่นิด เพราะคนที่เขาแคร์ที่สุดก็คืออึนบีคนนั้น

“ฉากนี้โดคยอมก้มหน้าลงไปใกล้อีกนิดนึงนะ” ผู้กำกับเดินเข้ามาบอกแต่ละฉาก เขาต้องทำตามอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทำให้คนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมแขนทำอะไรไม่ถูก

“เปลี่ยนตัวเถอะครับ” โดคยอมเอ่ยขึ้น เมื่อยูจองเอาแต่เขินและแสดงแบบไม่เป็นมืออาชีพ ทำให้เขาหงุดหงิดอยู่หลายครั้ง

“ทำไมละโดคยอม? หมดนี่ก็มีแต่ยูจองแล้วนะที่แทนได้” ผู้กำกับคนเดิมเดินเข้ามาคุยกับเขา คำพูดของเขาเมื่อครู่ทำให้หญิงสาวเจ็บในใจลึกๆ

“ยัยนี่ไม่ได้เรื่อง ขืนเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ งานคงพังไม่เป็นท่าแน่ -_-” เขายืนเท้าเอวอย่างหัวเสีย

“นายจะบ้าเหรอ จะให้ฉันไปหาใครมาอีกละ?” 

“เอาคนที่มาแทนบทเธอไง แล้วก็ให้เธอกลับไปบทเดิม” เขาเดินไปนั่งพักที่เก้าอี้ใกล้ๆ แล้วกอดอก

“อะ...เอ่อ...งั้นเหรอ?” ผู้กำกับอึกอักเล็กน้อย พลางมองหน้าที่เหมือนจะร้องไห้ของยูจอง

“เอาแบบนั้นแหละค่ะ เดี๋ยว...ยูจองกลับไปรับบทเดิมดีกว่า ^^;” หญิงสาวยิ้มแห้งๆ พร้อมสละตำแหน่งที่เพิ่งได้รับมา 

“งั้นมาซ้อมต่อ!” ผู้กำกับคนเดิมม้วนกระดาษบทละครแล้วตีใส่มือตัวเองดังป้าบเพื่อเป็นสัญญาณว่าให้ทุกคนกลับมาทำหน้าที่

การซ้อมละครดำเนินไปเรื่อยๆ จนสิ้นสุดการซ้อม ทุกคนก็แยกย้ายกันกลับ โดคยอมก็ดูเหมือนจะรีบกลับ ทำให้เขาลืมเอาเสื้อแขนยาวกลับไปด้วย จะมีเหรอที่แฟนคลับตัวยงอย่างฮันยูจองจะไม่รีบเอาไปคืนเขา

 

 

 

ร่างสูงยืนรอรถประจำทางอย่างทุกวัน แต่วันนี้เขาต้องอยู่ซ้อมละครจนค่ำ ทำให้เกือบไม่ทันรถเที่ยวสุดท้าย

“รุ่นพี่คะ...” ทันทีที่ประสาทสัมผัสการรับรู้ของเขาได้ยินเสียงที่น่ารำคาญอันคุ้นเคย คิ้วทั้งสองข้างก็ขมวดเข้าหากันทันที

“อะไร? -*-” 

“เอ่อ...รุ่นพี่ลืมเสื้อน่ะค่ะ” ยูจองยื่นเสื้อแขนยาวสีเข้มให้กับคนตัวสูงที่ดูจะอารมณ์เสียอยู่ไม่น้อย ซึ่งก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงอคติกับเธอนัก

“-_-” เขาตีหน้านิ่งใส่ ก่อนจะดึงเสื้อมาจากมือเธออย่างรวดเร็ว พร้อมกันนั้นรถประจำทางคันสุดท้ายก็มาถึง

โดคยอมรีบเดินขึ้นรถเพราะไม่อยากยืนอยู่ตรงนี้นานๆ แต่เขาก็ไม่คิดว่ายัยตัวยุ่งจะขึ้นบนรถตามมาด้วย

“จะตามมาทำไม??” เสียงเข้มดังขึ้น จนคนขับต้องมองกระจกเพื่อสังเกตการณ์เผื่อมีเรื่องผิดปกติเกิดขึ้น

“อ่า...ฉันจะกลับบ้านน่ะค่ะ ._.” พูดเสร็จยูจองก็ก้มหน้างุด เพราะไม่อยากมองหน้าโกรธๆ ของเขา

“...” หนุ่มตัวสูงเดินไปนั่งที่เบาะเกือบหลังสุด ส่วนเธอก็เลือกที่จะนั่งด้านหน้า เพราะไม่อยากจะนั่งมองแผ่นหลังของเขา เดี๋ยวความรู้สึกแปลกๆ มันจะกำเริบขึ้นมาอีก

ยูจองเฝ้าถามความรู้สึกของตัวเองทุกวันว่าทำไมเธอถึงยังคงชอบรุ่นพี่คนนี้อยู่ แต่ก็ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้สักที ทั้งที่เขาแทบจะไม่สนใจเธอเลยด้วยซ้ำ แถมยังชอบพูดจาทำร้ายจิตใจเธออีก ถ้าจะเป็นเพราะความหล่อหรือความฮอตของเขาก็ไม่เชิงแฮะ ข้อนี้ของเขาเธอก็ยอมรับว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เธอชอบ แต่มันไม่ใช่ทั้งหมดที่มีน่ะสิ แล้วมันเป็นเพราะอะไรนะ เป็นเพราะอะไร เธอถึงเข้าไปสมัครเข้าชมรมทำอาหาร ต้องไปปรากฏตัวในทุกที่ที่มีโดคยอม 

...หรือเธอควรจะพอกับความรู้สึกที่ไม่น่าเป็นไปได้ในครั้งนี้ดีละ หรือควรเดินหน้าต่อไปดี ก็ในเมื่อเขาทำให้เธออยากทำอะไรใหม่ตั้งหลายอย่าง เช่น การทำอาหาร แล้วเขาก็ทำให้เธอพบว่าตัวเองนั้นทำอาหารเป็นแถมยังอร่อยอีกด้วย 

เธอแค่อยากให้เขาตอบรับเธอบ้าง แค่เล็กน้อยก็ยังดี

เธอเป็นบ้าอะไรยัยยูจอง!! ทำไมต้องคิดอะไรแบบนี้ด้วยละเนี่ย!!! น่าโมโหตัวเองชะมัด...

ฮันยูจองสะบัดความคิดเดิมที่วนไปวนมาในหัวออกไป ไม่นานก็มาถึง...

ยูจองเดินลงมาจากรถพร้อมกับโดคยอม ไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญหรือตั้งใจกันแน่ เพราะตอนนี้พวกเขาก็เดินอยู่ในซอยเดียวกัน

นี่เป็นเรื่องใหม่ที่เธอเพิ่งรู้เกี่ยวกับเขา บ้านของรุ่นพี่ที่แอบชอบอยู่ในซอยเดียวกับเธอ ตลอดทางไม่มีเสียงสนทนาอะไรเกิดขึ้น ทำให้ยูจองเอาหูฟังออกมาฟังเพลงเพื่อกลบบรรยากาศพิลึกๆ ที่เกิดขึ้น 

...ความจริงมันก็ดีเหมือนกันนี่นะ ที่ได้เดินกลับบ้านด้วยกันแบบนี้ แต่ด้วยความรู้สึกที่อึดอัดแบบนี้แล้ว ขอเดินคนเดียวซะยังจะดีกว่า

ไม่นานก็ถึงบ้านของโดคยอม เขาเดินเข้าบ้านไปโดยไม่สงสัยว่าคนตัวเล็กจะเดินไปถึงไหน แต่ก็นั่นแหละ ถ้าเราไม่ได้สนใจอะไรจริงๆ ไม่ว่าจะเรื่องเล็กเรื่องใหญ่แค่ไหน ก็ไม่ได้อยากรู้สักหน่อย

สองขาพาร่างที่อ่อนเปลี้ยเดินขึ้นบันไดชันๆ กว่าจะถึงบ้านชั้นดาดฟ้าก็เล่นเอาเหนื่อย เธอเดินเข้าบ้านไปด้วยความง่วง บ้านหลังนี้ไม่มีใครอยู่นอกจากเธอคนเดียว นานๆ ที จะมีคุณป้าแวะเวียนมาเยี่ยมเธอบ้าง เพราะพ่อกับแม่ของยูจองเสียไปตั้งแต่เธอยังเด็ก เหลือแต่เพียงบ้านหลังนี้ที่เป็นสมบัติชิ้นสุดท้าย มันไม่มีแม้แต่กลิ่นอายของความอบอุ่นอยู่เลย สิบกว่าปีที่เธอต้องอยู่ตัวคนเดียว เงินเลี้ยงดูส่วนใหญ่ก็ได้มาจากคุณป้า แต่ยูจองเองก็ไม่กล้าขออะไรมากนัก เลยต้องดิ้นรนด้วยตัวเอง ทุกเสาร์อาทิตย์เธอจะไปทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านกาแฟเล็กๆ ตรงหัวมุมถนนทางซอยเข้าบ้าน บางวันถ้าเลิกเรียนเร็วหน่อยก็เป็นพนักงานแคชเชียร์ที่ร้านสะดวกซื้อ ...ชีวิตนักเรียนม.ปลายคนนึงมันต้องขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย? แล้วเธอจะมีสิทธิ์เรียนมหาลัยรึเปล่าก็ไม่รู้... เพราะเหตุนี้ด้วยมั้งที่ทำให้เธอต้องทำงานเพื่อเก็บเงินบางส่วนไว้ด้วย

อา...แต่วันนี้เหนื่อยเหลือเกิน ขอนอนก่อนละกัน เรื่องน่าปวดหัวแบบนี้ค่อยคิดวันหลัง…

 

 

 

“...นมกล้วยหนึ่งกล่อง” พนักงานชายตัวสูงมองกล่องนมที่วางอยู่ตรงหน้า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองลูกค้าที่ยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ เป็นเธออีกแล้ว... ทุกเช้าจะดื่มนมกล้วย ส่วนตอนเย็นก็กินแค่ขนมปังก้อนเล็กๆ ที่ใกล้จะหมดอายุ

“อ่า..ค่ะ” ยูจองปิดปากที่กำลังหาวด้วยความง่วง ทำให้เขาอมยิ้มขำๆ 

“เมื่อวานตอนเย็นไม่เห็นมาเลย” ชายหนุ่มชวนคุยต่อทั้งๆ ที่เธอซื้อแค่นมกล้วยกล่องเดียว

“อ๋อ...เมื่อวานมีงานที่โรงเรียนนิดหน่อยน่ะค่ะ เลยกลับช้า...”

“เหรอ...พี่อุตส่าห์เก็บขนมปังไว้ให้เรา...ยังไม่หมดอายุด้วยนะ ^^” ประโยคสุดท้ายเขากระซิบเบาๆ พร้อมกับยิ้มให้ คนตัวเล็กแตะแว่นขึ้นช้าๆ

“ขอบคุณค่ะ ^^” นี่ต้องเข้ามาซื้อของประจำรึเปล่าเขาถึงจำเธอได้ขนาดนี้

“คิดตังค์ด้วยครับ” อยู่ๆ ก็มีลูกค้าอีกคนปรากฏตัวขึ้น ชายที่ตัวสูงกว่าและจมูกโด่งพุ่งๆ คนนั้นวางกาแฟกับขนมปังลงบนเคาน์เตอร์ พลางมองสองคนที่กำลังคุยกันออกนอกหน้านอกตา

“รอสักครู่นะครับ” พ่อหนุ่มแคชเชียร์รีบคิดตังค์ให้ยูจองก่อน แล้วค่อยคิดตังค์ให้โดคยอม

“เดี๋ยวเย็นนี้ฉันเก็บไว้ให้นะ!!” เมื่อเห็นว่ายัยตัวเล็กกำลังจะเดินออกไปจากร้าน เขาที่กำลังคิดตังค์ให้โดคยอมก็ร้องบอกเธอเสียงดัง ยูจองเลยหันมาโค้งให้แทนคำขอบคุณ

 

 

 

7.35 A.M.

เวลานี้ตรงเป๊ะ เพราะรถประจำทางเข้ามาจอดเทียบป้ายพอดี พร้อมกับนักเรียนหลายคนที่เดินขึ้นไปบนรถ บางคนก็จับจองที่นั่งเรียบร้อย ส่วนบางคนก็ได้ยืน บางคนที่ว่ามียูจองและโดคยอมอยู่ด้วย ทำไมนะ? ทั้งๆ ที่บ้านก็ซอยเดียวกัน แต่ทำไมเพิ่งจะเคยขึ้นรถพร้อมกัน ประหลาด...

มือเล็กข้างหนึ่งจับราวไว้ ส่วนอีกข้างก็ถือกล่องนม แต่ดูสิ...ตาเธอจะหลับแหล่ไม่หลับแหล่ คงเพราะเพลียจากการซ้อมละครเมื่อวาน ยูจองเลยตัดสินใจงีบบนรถโดยเอาหัวพิงไว้ที่แขนตัวเอง

ก็ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ทุกการกระทำของเธอถูกใครบางคนจับจ้องอยู่ โดคยอมที่สังเกตเธอตั้งแต่อยู่ในร้านสะดวกซื้อจนตอนนี้ เขาก็ยังมองเธอ ไม่รู้ด้วยสายตาจับผิดหรืออะไร แต่พอเห็นยัยนั่นท่าทางสติไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวแบบนี้ มันก็รู้สึกแปลกๆ ไอ้การยืนหลับบนรถเนี่ย มันควรหรือไงวะ??

หลายครั้งที่รถเบรก คนตัวเล็กจะเซจนไปเบียดกับพี่เบิ้มข้างๆ แต่เพราะเธอง่วง เธอเลยไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก แต่คนที่ใส่ใจก็คือรุ่นพี่ปากร้ายที่มองอยู่ห่างๆ เขาเริ่มหงุดหงิดที่เธอเอาแต่หลับ แถมยังเซไปซบคนนู้นคนนี้ เห็นแล้วมันโคตรจะรำคาญตา ชายหนุ่มตัวสูงอย่างเขาเลยเดินแหวกคนเข้าไปยืนใกล้ยูจองโดยที่เธอเองก็ไม่รู้

โดคยอมจับกระเป๋าเป้ของเธอเอาไว้เบาๆ ถ้าเธอเริ่มตัวเอนไปหาผู้ชายคนนั้นอีกเมื่อไหร่ เขาก็จะออกแรงดึงพอให้ตัวของเธอยืนอยู่ตรงๆ ปากบอกว่าไม่ให้เธอมายุ่งกับเขามากนัก แต่พอเห็นรุ่นน้องที่ไม่มีแรงแบบนี้มันก็อดห่วงไม่ได้ ไม่รู้จะไปสร้างความเดือดร้อนให้ใครอีก...

เอี๊ยด!!!

“เฮ้ย!” คนขับรถเบรกกะทันหันเนื่องจากมีรถมอเตอร์ไซค์ขับปาดหน้า จนคนตัวเล็กข้างโดคยอมหัวเกือบทิ่ม แต่แขนอีกข้างของเขาก็ไวเกินความคิด 

โดคยอมดึงยูจองเข้าชิดตัว จนเธอสะดุ้งลืมตาตื่นกับความรู้สึกหน่วงที่เอว 

“จะหลับไปถึงไหนฮะ?” ทันทีที่เธอหันขวับกลับมามองหน้าเขา โดคยอมก็ดุเธออีกครั้ง

“ระ...รุ่นพี่...” แทบจะไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง เพราะตอนนี้ทั้งเธอและเขาอยู่ใกล้กันกว่าบทละครที่ซ้อมเมื่อวานเสียอีก

“-*-” และอีกครั้งที่เขาขมวดคิ้วกลับไปให้เธอ จนต้องผลักตัวเองออกมาจากตัวโดคยอม

ตอนนี้ยูจองไม่กล้าหลับอีก กลับเป็นความรู้สึกที่เกร็งขึ้นมาแทน แต่ไม่นานนักรถก็มาถึงป้ายหน้าโรงเรียน เธอเลยรีบเดินลงจากรถ ไม่คิดแม้แต่จะหันกลับไปมองเขา

“ไม่คิดจะขอบคุณสักคำ -_-” ชายหนุ่มบ่นอุบ แต่ก็เดินไปห้องเรียนเช่นกัน

 

 

 

12.20 A.M.

“มองหาใครวะโดคยอม” บูซึงกวานทักถามขึ้น เมื่อเห็นเพื่อนตัวโคร่งยืดคอมองไปทางนู้นทีทางนั้นทีจนทั่วโรงอาหาร

“เปล่า” เออ ไอบ้านี่ก็แปลก ปากบอกไม่ได้มอง แต่สายตานี่คือส่องไปทั่วละ -_-

“...เออ ช่วงนี้ไม่ค่อยเห็นน้องแว่นเอาขนมมาให้เลยแฮะ” ซึงกวานเปรยขึ้นมาอีกครั้ง เพราะปกติน้องแว่นหรือแฟนคลับของเพื่อนจะถือกล่องขนมมาให้ตลอด

“ฉันว่าคงกำลังมองหาเธอคนนั้นอยู่ละม้างง~” อึนบีแซวขำๆ พร้อมกับส่งเสียงคิกคักกับซึงกวานอยู่สองคน

“บ้านพวกแกดิ -*-” ใครจะไปมองหายัยนั่นกัน คนน่ารำคาญแบบนั้น จะมองหาให้เมื่อยคอทำไม...

ว่าแล้วเขาก็เดินเอาจานไปเก็บ พร้อมกับเดินออกจากโรงอาหาร แต่ยังไม่ถึงเวลาเข้าเรียน เขาเลยเดินไปที่สวนหลังโรงเรียนแทน         

“เมี๊ยวว~” เสียงที่เขาคุ้นเคยดังขึ้น ยิ่งเพิ่มความสงสัยคูณสิบเข้าไปอีก โดคยอมเลยเดินเข้าไปในสวน ก็เจอกับแฟนคลับเบอร์หนึ่ง เธอกำลังเอาอาหารให้แมวน้อยตัวสีเทาอยู่

“มากินเร็วเข้า~” ยูจองตักข้าวในกล่องข้าวตัวเองวางลงบนถาดเล็กๆ ให้เจ้าแมว

ที่ไม่มีเวลาเอาขนมไปให้เขาก็คงเพราะเจ้าแมวเหมียวตัวนี้นี่เอง อิจฉาเป็นบ้า!

“นี่แว่น!!” เสียงหญิงสาวปริศนาดังขึ้น ทำให้โดคยอมต้องรีบซ่อนตัวหลังต้นไม้ใหญ่ 

นักเรียนหญิงสองคน น่าจะชั้นเดียวกับยูจองเดินเข้ามา คนนึงมัดหางม้าสูง อีกคนผมสั้นแบบเฟียซๆ 

“มะ..มีอะไรเหรอ?” คนสวมแว่นหนาเตอะลุกขึ้นพร้อมปัดเศษหญ้าออกจากกระโปรง

“ได้ข่าวว่าแกเกาะแกะกะรุ่นพี่โดคยอมมากเลยนี่”

“อะ...” ยูจองหน้าแดงเล็กน้อย เมื่อพวกเขาพูดถึงรุ่นพี่คนนั้น

“แถมเมื่อวานยังได้แสดงละครกับรุ่นพี่อีก เหอะ! แกคิดว่าแกเป็นใครห้ะ!!!” ผู้หญิงผมสั้นปรี่เข้าดึงคอเสื้อของคนตัวเล็กอย่างแรง ทำให้ชายเสื้อของเธอหลุดออกจากกระโปรง

“ฉะ...ฉัน..” เธอตะกุกตะกักเพราะไม่รู้ว่าถ้าเจอสถานการณ์ที่ถูกคุกคามแบบนี้จะทำยังไง

“เอ๋อๆ แบบแก รุ่นพี่เขาคงสนใจหรอก!!!!” เพื่อนสาวร่วมรุ่นสุดโหดผลักเธอลงกับพื้นจนแว่นหลุด มือเล็กทั้งสองข้างควานหาแว่นตา

แกรบบ!!!

คราวนี้ผู้หญิงหางม้าก็เอาบ้าง เธอใช้เท้าเหยียบแว่นของยูจองซะจนมันหักละเอียด

“คนอย่างแกตาบอดไปซะก็ดี!!!!” อีกครั้งที่เธอโดนกระชากคอเสื้อขึ้นมา สองคนนั้นกำลังเงื้อมือจะตบคนไร้แรงสู้อย่างยูจอง

หมับ!!

คนร่างสูงที่ดูสถานการณ์อยู่เข้าไปคว้าข้อมือของนักเลงสาวเอาไว้ ก่อนที่มันจะฟาดลงบนแก้มเล็กนั่น

“หยุด!” 

“ระ...รุ่นพี่!!!!” ทั้งสองตกใจกับคนที่เข้ามาห้าม เพราะไม่นึกว่าจะเป็นเขา เลยรีบผละมือออกแล้วเผ่นขึ้นอาคารเรียนทันที

“ยัยบื้อ!!”

“คะ...คะ??” เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคย ทำให้เธอหันไปหาต้นเสียงทันที

“เอาแต่ยืนนิ่งเป็นตอไม้อยู่ได้ อยากเป็นศพเฝ้าสวนรึไง??” โดคยอมขึ้นเสียง พลางมองคนตัวเล็กยืนเกาหัวแกรกๆ ไม่พูดไม่จา

“ขะ..ขอบคุณนะคะ...แล้วก็...ขอบคุณเรื่องเมื่อเช้าด้วย .///.” ถึงตาเธอจะเลือนรางแต่ก็ยังพอเห็นเงาของโดคยอม แค่เงาของเขาก็ทำให้เธอใจเต้นโครมครามจวนจะทะลุออกมาอยู่แล้ว

“แล้วนี่มีแผลตรงไหนรึเปล่า?” เขามองรอบๆ ตัวเธอ ก็ไม่เห็นมี มีแต่เศษหญ้ากับฝุ่นที่ติดตามเนื้อตัวเท่านั้น

“มะ...ไม่น่ามีค่ะ...เอ่อ...ฉันขอตัวขึ้นห้องเรียนก่อนนะคะ .///.” ยูจองกำลังจะก้าวขาออกไป เพราะเธอไม่อยากยืนอยู่ตรงนี้นานๆ กลัวใจตัวเองจะหยุดเต้นไปดื้อๆ

“เดี๋ยว!” ทันทีที่โดคยอมสั่ง ขาทั้งสองข้างก็หยุดกึกทันทีเหมือนโดนสตาร์ฟ

“ค...คะ?” ยูจองไม่หันกลับไปหาคนตัวสูง เธอเอามือกำกันไว้ด้านหน้าด้วยความประหม่า

“มองเห็นเหรอ?” เพราะว่าแว่นของเธอโดนเหยียบจะแหลก แถมเลนส์หนาขนาดนั้นคงมองอะไรไม่เห็นแน่ๆ

“แค่ลางๆ น่ะค่ะ ^^;” หญิงสาวทำท่าจะเดินต่อ แต่ก็มีเสียงเขาดังขึ้นอีก

“เอาชายเสื้อเข้าดีๆ มัดผมใหม่ด้วย...”

“คะ??”

“เดี๋ยวฉันไปส่งที่ห้องเรียน” ทันทีที่เขาพูดจบ คนตัวเล็กก็แทบทำตัวไม่ถูก เลยเลี่ยงโดยการตอบกลับเขาไป

“มะ...ไม่เป็นไรค่ะ...เดี๋ยวฉันไปเอง...ขอบคุณนะคะ” ยูจองหันกลับมาโค้งตัวให้โดคยอมหนึ่งรอบ แล้วรีบเดินหนี แต่ก็หนีไม่พ้นแขนยาวๆ นั่นอยู่ดี

โดคยอมดึงแขนของคนดื้อเอาไว้

“บอกว่าให้เอาชายเสื้อเข้า...หรือฉันต้องทำให้?” เขาขู่แต่บางทีก็เหมือนจะเอาจริง จนยูจองต้องรีบยัดชายเสื้อเข้ากระโปรงอย่างรวดเร็ว

“มะ..ไม่เป็นไรหรอกค่ะ...”

“ไม่เป็นไรได้ไง เกิดขึ้นบันไดแล้วหัวฟาดทำไง ฮึ?” 

“แต่ถ้ารุ่นพี่ไปส่งฉันที่ห้องเรียน เรื่องมันจะใหญ่ไปกว่านี้...นะคะ” อ่า...นี่เป็นครั้งแรกที่เขาคุยกับเธอนานกว่าปกติ แต่มันก็คงเป็นแค่ความสงสารหรือไม่ก็สมเพชละมั้ง

“งั้นก็ไม่ต้องขึ้นห้องเรียน”

“ฮะ...คะ?” 

“ถึงเธอเรียนไปก็ไม่รู้เรื่องหรอก สายตาสั้นหนิ...โดดเรียนเลยเป็นไง?” เขายื่นข้อเสนอเฟี้ยวๆ ให้ยูจอง แต่เธอก็ส่ายหน้าไปมา

“มะ...ไม่ค่ะ...ฉันขึ้นห้องเรียนก็ได้” ตัวเล็กก้มหน้างุด

“งั้นก็ตามมา” เขาเดินนำหน้าเธอไป จนยูจองต้องรีบจับชายเสื้อเขาไว้ เผื่อเดินไม่ทัน พอเธอรู้ตัวว่าการกระทำของตัวเองอาจจะทำให้รุ่นพี่คนนี้โกรธ เลยรีบปล่อยมือออกทันที

“จับไว้ดิ” โดคยอมบอก ตอนแรกเธอก็เก้ๆ กังๆ ที่จะต้องดึงชายเสื้อเขาไว้แบบนั้น แต่จะทำไงได้ละ มันเหตุสุดวิสัยนี่นะ 

เมื่อหนุ่มสุดฮอตเดินมากับเด็กเอ๋อ มีที่ไหนละว่าคนจะไม่มอง ทุกคนต่างหยุดกิจกรรมต่างๆ ที่ทำ แล้วหันมาสนใจทั้งสองที่กำลังเดินขึ้นตึกเรียน จนยูจองเริ่มรู้สึกถึงสายตาหลายคู่ที่กำลังมองมาที่เธอ ซวยแน่ยูจอง!!

“ห้องนี้ใช่มั้ย?” 

“เอ่อค่ะ...ขอบคุณนะคะ” เธอโค้งให้เขาอีกรอบ 

“เดี๋ยวตอนเย็นมารับ”

“!!!!”

 

 

 

ตกเย็น โดคยอมก็มารับยูจองที่ห้อง และยังใช้แผนเดิม ก็คือการจับชายเสื้อ มองเผินๆ แล้วก็เหมือนลูกแหง่กลัวหลงจากคุณแม่ซะมากกว่า

พวกเขาเดินมาถึงป้ายรถ ไม่นานก็มีรถประจำทางมาจอดเทียบ ดีที่วันนี้คนไม่ค่อยเยอะ ยังพอมีที่นั่งให้พวกเขาอยู่บ้าง

“ไปดูแว่นใหม่มั้ย?” โดคยอมที่นั่งข้างๆ ถามขึ้น ตอนนี้เหมือนเขากลายมาเป็นผู้ปกครองส่วนตัวให้เธอซะแล้ว

“ระ...เรื่องนั้น..เดี๋ยวฉันจัดการเองก็ได้ค่ะ” คนหัวรั้นพูดอย่างเกรงใจ

“ทำไมดื้อจังวะ...มองไม่เห็นแบบนี้จะจัดการเองยังไง?” สิ้นคำด่าของเขา ยูจองก็เงียบทันที

จนรถมาจอดที่ป้ายหน้าห้างสรรพสินค้า ผู้ปกครองจำเป็นเลยพาลูกสาวของเขามาทำธุระนิดหน่อย

หมับ!

โดคยอมดึงมือเล็กมาจับไว้หลวมๆ

“เอาแต่ดึงชายเสื้อไว้แบบนั้น เดี๋ยวก็หลงหรอก” 

“.///.” แบบนี้ยิ่งเขินหนักกว่าเดิมซะอีก

 

 

 

“สวัสดีค่ะคุณลูกค้า ^^” พนักงานร้านแว่นทักทาย เมื่อเห็นยูจองกับโดคยอมเดินเข้ามา

“วัดสายตา แล้วก็ตัดแว่นให้เธอหน่อยครับ” 

“งั้นเชิญทางนี้ค่ะ ^^”

 

 

 

“เอาเป็นคอนแทคเลนส์ด้วยมั้ยคะ ตอนนี้เป็นช่วงโปรโมชั่นพอดี” พนักงานเสนอขายคอนแทคเลนส์ให้ยูจอง

“เอ่อ...ไม่เป็นไรค่ะ” หญิงสาวที่กำลังนั่งรอพนักงานตัดเลนส์ให้ก็ตอบกลับไป เพราะเธอชินที่จะใส่แว่นมากกว่า ไม่ต้องดูแลอะไรมากด้วย

“เอาครับ” โดคยอมบอกพนักงานคนนั้น ก่อนจะเดินเข้ามา

“อะ...เอาแค่แว่นก็พอค่ะรุ่นพี่”

“เอาไปเถอะน่า” เขาบอกปัด ก่อนจะหันไปพยักหน้าเล็กน้อยให้กับพนักงาน เธอจึงเดินไปที่เคาน์เตอร์ที่มีพนักงานอีกคนยืนอยู่

“น่ารักดีเนอะ ผู้ชายก็สูง ส่วนผู้หญิงก็ตัวเล็กๆ สัดส่วนที่ลงตัว ฉันอยากมีแฟนแบบนี้มั่งงะ >///<” สองพนักงานกระซิบกระซาบกันถึงลูกค้าทั้งสอง

ส่วนอีกด้าน ยูจองก็กำลังเถียงกับโดคยอมเรื่องคอนแทคเลนส์อยู่

“ไม่เป็นไรจริงๆ นะคะ ฉันเอาแค่แว่นก็พอแล้ว”

“เอาไปเถอะน่า! ดื้อจริงๆ” เขาส่ายหน้าเพราะความดื้อของยูจอง

“แต่ว่า”

“ไม่มีแต่...บอกเขาไปแล้ว เปลี่ยนไม่ได้แล้ว เข้าใจมั้ย?” คนตัวสูงก้มหน้าลงมามองหน้าเธอชัดๆ นั่นทำให้เขารู้สึกแปลกๆ เพราะไม่เคยมองใบหน้าที่ไร้แว่นแบบใกล้ขนาดนี้มาก่อน แปลกจนถึงที่เขาต้องกระแอมไอในลำคอ อะไรวะ ความรู้สึกแบบนี้...ไม่จริงน่า

เขาคิดในใจ เพราะแทบไม่อยากจะเชื่อความรู้สึกตัวเอง ทั้งที่ตัวเองปฏิเสธมาทุกครั้ง ทั้งรำคาญแล้วก็หงุดหงิดเวลาที่เห็นคนตัวเล็กมาป้วนเปี้ยนวนเวียนอยู่ใกล้ๆ แต่ทำไมวันนี้ มันถึง...ได้รู้สึกแปลกๆ

“แว่นแล้วก็คอนแทคเลนส์ได้แล้วค่ะคุณลูกค้า” พนักงานคนเดิมเดินออกมาพร้อมกับถุงแว่นและคอนแทคเลนส์

“ขอบคุณครับ ทั้งหมดเท่าไหร่เหรอ?” โดคยอมเป็นคนเอ่ยถามกับพนักงาน จนยูจองต้องยื้อแขนเสื้อเขาไว้ แต่คนตัวโตก็ไม่ได้ใส่ใจ เขาเดินตามพนักงานไปพร้อมกับจ่ายตังค์จนเรียบร้อย

“รุ่นพี่คะ! เมื่อกี้เท่าไหร่เหรอคะ” หลังจากที่เธอได้แว่นมาสวมแล้ว ก็รีบถามถึงราคาของที่เขาจ่ายไป

“ไม่เป็นไร ฉันจ่ายให้” เขาตอบหน้าตาย

“ไม่ได้ค่ะ!! รุ่นพี่จะมาจ่ายให้ฉันได้ไง?” เธอเถียงเขากลับ ของทุกอย่างเป็นเงินเป็นทอง ทำแบบนี้เธอก็เกรงใจแย่

“ดื้อ!” เขายื่นหน้ามาตวาดใส่ ก่อนจะกลับไปเดินต่อ

“พรุ่งนี้ซ้อมละคร ใส่คอนแทคเลนส์มาด้วย...เข้าใจมั้ย?” 

 

 

 

แต่ก็ไม่รู้ทำไม เธอถึงเชื่อในคำสั่งของรุ่นพี่คนนี้นัก เพราะวันนี้ยูจองใส่คอนแทคเลนส์มา

“ยูจองจริงปะเนี่ยยย??” เพื่อนในห้องทักถามเธอตลอดคาบที่เรียนหนังสือ ทั้งผู้ชายผู้หญิงเพราะแทบจะจำเธอไม่ได้ในร่างที่ใส่คอนแทคเลนส์

จนตกเย็นที่นักเรียนชมรมทำอาหารต้องมาซ้อมบทละครกันต่อ เพราะอีกไม่กี่วันข้างหน้า ก็ถึงวันที่จะขึ้นเวทีจริงแล้ว แต่ตัวเอกตัวจริงยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับมาทัน

“อ่า...ตัวเอกผู้หญิง...เธอช่วยแสดงให้มันได้บทบาทกว่านี้ได้มั้ย?” ผู้กำกับเดินเข้ามาบอกตัวเอกที่เพิ่งสวมบทใหม่ เพราะเธอยังเล่นเข้าไม่ถึงบทบาท ที่ต้องแสดงเป็นคนที่แอบชอบพระเอกได้มากพอ

“เอ่อ...ให้ฉันกลับไปเล่นบทของยูจองได้ไหมคะ?” เธอขอให้เปลี่ยนตัวอีกครั้ง เพราะไม่สามารถที่จะเล่นบทนี้ได้จริงๆ ถึงแม้จะทำมันไปแล้วในวันซ้อมใหญ่ก็เถอะ เพราะวันนั้นมันเหตุสุดวิสัยจริงๆ เธอถึงได้มารับบทนี้อย่างกะทันหัน

“เดี๋ยวพอให้ยูจองมาเล่นด้วยก็ด่ากันอีกนั่นแหละ -*-” ผู้กำกับพูดเสียงเบาๆ 

“เปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีกจะเป็นอะไรไป” โดคยอมพูดขึ้น ทำให้ผู้กำกับแทบจะเอาหน้าทิ่มขอบเวทีตาย กับการเอาแต่ใจของหนุ่มฮอตคนนี้

“เออๆ แล้วยูจองว่าไง จะเปลี่ยนบทนี้รึเปล่า?” 

“...ปะ..เปลี่ยนก็ได้ค่ะ .///.” เมื่อหันไปมองรุ่นพี่เอาแต่ใจก็พบว่าเขาพยักหน้าพร้อมกับส่งสายตาดุๆ มาให้เธอ

“เออโว้ย!! งั้นเปลี่ยนอีกรอบ รอบนี้สุดท้ายแล้วนะ ไปๆๆๆ” เขาบ่นอย่างหัวเสีย แล้วไล่ให้ทุกคนกลับไปรับบทบาทตัวเองต่อ

“แต่จะว่าไป ยูจองตอนไม่ใส่แว่นนี่ก็ดูดีไม่เบาแฮะ -.-” ผู้กำกับพูดขึ้นอีก พลางมองการแสดงของยูจองที่เริ่มดีขึ้น การแสดงครั้งนี้คงไม่น่ามีอะไรต้องห่วงแล้วมั้ง

 

 

 

การซ้อมบทละครดำเนินมาเรื่อยๆ จนถึงวันจริง ทุกคนต่างแต่งตัวเต็มยศเพราะเต็มที่กับงานในครั้งนี้มาก ไม่ต่างจากยูจองที่ตอนนี้ตื่นเต้นจนยืนไม่ติดที่

“ตื่นเต้นเหรอ?” โดคยอมที่ยืนอยู่ใกล้ๆ เดินเข้ามาทัก ทำเอายูจองสะดุ้งเล็กน้อย

“เออ...ค่ะ .///.” ยิ่งเป็นเขาด้วยแล้ว ยิ่งทำให้เธอตื่นเต้นเข้าไปใหญ่

เวลาผ่านไป ทั้งการที่มาซ้อมบทละครด้วยกันเกือบทุกวัน แถมยังกลับ และมาโรงเรียนพร้อมกัน ทำให้กำแพงที่โดคยอมสร้างขึ้นกำลังลดระดับลงเรื่อยๆ และปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาก็เริ่มจะเปิดใจให้ยูจองคนนี้แล้ว ><!

ไม่นาน คนก็เริ่มทยอยเข้ามาภายในงาน ซุ้มชมรมต่างๆ ก็เริ่มเปิดให้คนเข้าไป ไม่ต่างจากชมรมทำอาหาร พวกเขาจัดโต๊ะเตรียมให้กับคนที่สนใจ มีทั้งบูธอาหารต่างๆ ขนม เครื่องดื่ม และละครเวที ที่คนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก

ต่างคนต่างเดินเข้ามาเพื่อมาชมละครเวที ไม่นานม่านการแสดงก็เปิดขึ้น ทุกคนต่างแสดงไปด้วยความตื่นเต้นและดีใจที่เห็นคนให้ความสนใจมากขนาดนี้  ไม่ว่าจะเป็นช่วงที่โดคยอมเดินออกมา หรือช่วงที่ยูจองกำลังแสดง ก็เรียกเสียงฮือฮาได้อย่างล้นหลาม ผลงานครั้งนี้ทำให้ผู้กำกับแทบจะกัดบทกิน เพราะนักแสดงทุกคนไม่ว่าจะเป็นตัวเอกหรือตัวสมทบต่างก็ทำให้งานครั้งนี้ผ่านไปได้ด้วยดี และได้เสียงตอบรับมามากอยู่เหมือนกัน

“ขอบคุณทุกคนมากนะที่ทำให้งานนี้ผ่านไปด้วยดี ^^” ผู้กำกับคนเดิมเดินยิ้มแป้นมาแต่ไกล เขากล่าวขอบคุณนักแสดงทุกคนที่เหนื่อยหนักทำงานกันมาจนป่านนี้ ถึงแม้จะมีเรื่องหรือปัญหาเกิดขึ้นระหว่างทางบ้าง แต่นั่นก็ทำให้ทุกคนในชมรมสนิทกันอย่างรวดเร็ว

“และดูเหมือนเราจะได้ขวัญใจช่างภาพคนใหม่ด้วยแฮะ”

ยูจองที่ตอนนี้กำลังถูกเก็บภาพจากบรรดาชมรมถ่ายภาพ เรียกได้ว่าเป็นอีกคนที่กำลังมาแรงสุดๆ ในช่วงนี้เลยก็ว่าได้ เพราะไม่เคยตกเป็นเป้าสายตาขนาดนี้มาก่อน

“เอ่อ...ตัวเอกผู้ชาย เชิญถ่ายรูปคู่ด้วยครับ” ช่างภาพคนหนึ่งพูดขึ้น ทำให้โดคยอมเดินเข้ามาสมทบด้วย

“ดังใหญ่แล้วนะ” เขาก้มลงกระซิบข้างหูยูจอง

“ก็แค่ช่วงนี้นั่นแหละค่ะ ^///^;” 

“เอ่อ...พี่ยูจองครับ” เด็กม.4 คนนึงเดินเข้ามา เขาสวมแว่นคล้ายๆ กับเธอแต่ก่อน

“คะ?” หญิงสาวเอียงคอถาม พลางยิ้มให้

“อะนี่ครับ!!” เด็กหนุ่มยื่นดอกกุหลาบสีแดงสดให้เธอหนึ่งดอก อ่า...ไม่เคยมีใครให้ดอกกุหลาบยูจองมาก่อนเลยนะเนี่ย

“ขอบคุณนะ ^^” หญิงสาวรับดอกกุหลาบเข้าร่วมเฟรมด้วย ทำให้คนตัวสูงที่ยืนอยู่ข้างๆ หงุดหงิดเล็กน้อย เขาเลยดึงเธอให้ขยับเข้ามาใกล้

“ตั้งใจถ่ายรูปหน่อย” เขายิ้มให้ตากล้องที่กำลังถ่ายภาพอยู่ จนยูจองต้องหันกลับมาโฟกัสที่เลนส์กล้องอีกครั้ง

พอพวกเขาได้รูปมากเท่าที่พอใจแล้ว ก็เริ่มสลายตัว พร้อมกับกล่าวขอบคุณนักแสดงทั้งสองคน 

“นมกล่อง!!” เสียงผู้ชายดังมาจากไหนไม่รู้ แต่ไม่ทันที่จะได้สงสัย ร่างของเขาก็ปรากฏขึ้น พ่อหนุ่มแคชเชียร์คนนั้นนี่เอง

“อะ...อปป้า??” ยูจองเรียกเขาด้วยความงง เพราะไม่ยักกะรู้ว่าเขามางานนี้ด้วย แต่การที่เธอเรียกเขาว่าอปป้ามันทำให้โดคยอมขมวดคิ้วเข้าหากัน

“อปป้าเอานมกล้วยมาให้ ^^”

“ขะ...ขอบคุณค่ะ ^^” เธอโค้งขอบคุณคนตัวสูง พร้อมกับรับนมกล้วยมาด้วย

“เก่งมากเลยนะวันนี้ สวยด้วย ^^” เขาออกหน้าออกตาชมเธอแบบไม่สนใจโดคยอมเลยแม้แต่นิด

“นึกว่าอปป้าจะทำงานซะอีกนะคะวันนี้” คำก็อปป้า สองคำก็อปป้า...

“ก็เธอบอกว่ามีงานที่โรงเรียน แถมยังได้แสดงละครอีก ฉันเลยมาให้กำลังใจอะสิ”

“อา...ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ” ยูจองเกาหัวแก้เขิน

“แล้วตอนเย็นอย่าลืมแวะไปละ ไปละนะ :)” ชายหนุ่มคนเดิมยีผมเธอเบาๆ ก่อนจะวิ่งกลับไปทางเดิม

“ชิ! มัวแต่ยืนบื้ออยู่นั่นแหละ กลับบ้านได้แล้ว -*-” โดคยอมทำท่าฟึดฟัด แล้วรีบเดินไปเปลี่ยนชุด และรอให้ยูจองเปลี่ยนชุดเสร็จ เพราะพวกเขาจะกลับบ้านพร้อมกันทุกวัน

แต่ระหว่างทางกลับบ้านวันนี้ มีหลายอย่างที่ยูจองอยากจะถามรุ่นพี่ที่เธอชอบ หลายอย่างที่กวนใจเธอ และอยากให้เขาเป็นคนพูดออกมา

“รุ่นพี่คะ...” เธอรวบรวมแรงหายใจเข้าครั้งสุดท้ายในการเรียกเขาก่อน

“...อืม?” 

“ฉันมีคำถามค่ะ .///.” หญิงสาวก้มหน้างุดอย่างที่เธอชอบทำ

“ว่ามาสิ” เขาหยุดเดิน ทำให้ยูจองต้องหยุดด้วย แล้วบรรยากาศรอบข้างก็เย็นยะเยือกขึ้นมาซะเฉยๆ

“...คือ...”

“...”

“รุ่นพี่ทำแบบนี้ทำไมคะ?”

“ทำ? ทำอะไร?” ทันทีที่ได้ยินคำถาม โดคยอมก็งงเล็กน้อย เลยถามกลับไป

“หมายถึง...มาทำดีกับฉันทำไม...น่ะค่ะ”

“...”

“ทั้งที่เมื่อก่อน...รุ่นพี่ไม่คิดแม้แต่จะคุยกับฉันด้วยซ้ำ แถมยังเกลียดฉันเข้าไส้...แต่ทำไมละคะ? ทำไมถึงมาทำแบบนี้...”

“คนเรามันก็เปลี่ยนกันได้นี่”

“มันเหมือนเป็นการให้ความหวังฉันเลยนะคะ” ยูจองพุ่งคำถามที่เธอต้องการจะถามออกไป

“...”

“ถ้ารุ่นพี่ไม่ได้รู้สึกอะไรกับฉัน หรือที่มาทำดีด้วยเพราะสงสาร หรืออะไรก็แล้วแต่...ช่วยบอกให้ฉันรู้ด้วยนะคะ...”

“...”

“ฉันจะได้ไม่ต้องรออย่างไม่มีความหวังแบบนี้...” ว่าแล้วน้ำตามันก็พาลจะไหล

“...” โดคยอมเองก็เงียบเพื่อรอฟังคำพูดของเธอต่อ

“ทั้งที่ฉันกำลังจะตัดใจ แต่รุ่นพี่ก็กลับเข้ามาอีก...จนถึงตอนนี้...ให้คำตอบฉันได้มั้ยคะว่าทำไม...” รุ่นน้องที่ดูเหมือนจะขี้กลัวได้แสดงความกล้าออกมาให้เขาเห็น

“...ไม่รู้สิ”

“มันไม่ตลกเลยนะคะ”

“...”

“รู้ว่าฉันชอบ แล้วจะทำอะไรก็ได้งั้นเหรอคะ?” ยูจองใช้นิ้วเกลี่ยน้ำตาที่ไหลออกอย่างลวกๆ

“ฮะ...เฮ้..” เมื่อเห็นคนตัวเล็กกำลังร้องไห้ เขาเลยจะก้าวเข้าไป แต่เธอก็ก้าวถอยออกไปด้วย

“ถ้ารุ่นพี่แค่คิดจะเล่นสนุก...ช่วยเลิกเล่นกับความรู้สึกของฉันได้มั้ยคะ...”

“เล่นสนุกเหรอ?” 

“ใช่ค่ะ มันไม่ต่างกับเด็กที่ได้ของเล่นมาพอเบื่อแล้วก็โยนทิ้งหรอกนะคะ”

“..เธออยากได้ความจริงมากใช่มั้ย”

“ใช่ค่ะ” ยูจองเงยหน้ามองโดคยอมด้วยตาแดงก่ำ เพราะเธอไม่อยากหลอกตัวเองไปวันๆ ว่าที่เขาทำไปเพราะห่วงเธอ และเหมือนจะเปิดใจให้เธอแล้ว

“ฉันจะต้องแสดงอะไรที่มันชัดเจนกว่านี้อีกใช่มั้ย...”

“...ค่ะ” ถึงจะไม่เข้าใจประโยคที่เขาพูดออกมาทั้งหมด แต่เธอก็พยักหน้าออกไปซะแล้ว

“ทั้งที่รอกลับบ้านด้วยกัน ไปโรงเรียนด้วยกัน หงุดหงิดเวลาเธออยู่กับผู้ชายคนอื่น...ช่วยตอบด้วยสิว่ามันคืออะไร?”

“ค...คะ?” 

“เธอจะอธิบายความรู้สึกแบบนี้ยังไง...”

“ระ...รุ่นพี่แค่ตอบคำถามฉันมาตรงๆ ก็พอแล้วค่ะ” จู่ๆ โดคยอมก็เลี่ยงคำตอบแต่ดันมาถามคำถามกับเธอแทน มันเลยทำให้ยูจองพูดตะกุกตะกัก

“แถมยังเรื่องที่เธอเรียกไอ้แคชเชียร์คนนั้นว่าอปป้า แต่เรียกฉันว่ารุ่นพี่...ช่วยตอบก่อนสิว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น” เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคนตัวเล็ก

“ระ..เรื่องนั้น...” อะไรกัน?? ทั้งที่เธอเป็นคนต้องการคำตอบ แต่ทำไมกลับกลายมาเป็นคนที่ต้องตอบคำถามเองด้วยล่ะ!!

“...ที่ฉันหงุดหงิดแบบนี้...มันยังตอบคำถามเธอไม่ได้ใช่มั้ย”

“ทำไมรุ่นพี่ไม่ตอบตรงๆ มาเลยละคะ ทำไมต้องให้ฉันคิดเอาเอง แล้วมันจะได้ความจริงอย่างที่รุ่นพี่ต้องการจะบอกได้ยังไง??”

“ชอบไง!!!”

“...”

“ก็เพราะชอบไง!! ถึงเป็นอยู่แบบนี้ ถึงทำอยู่แบบนี้ ไม่เข้าใจรึไงวะ??” เขาหายใจถี่ๆ เพื่อเอาออกซิเจนเข้าปอด ไม่คิดว่าการสารภาพอะไรแบบนี้กับเธอมันจะยากยิ่งกว่าตอนที่เขาสารภาพกับเพื่อนสนิทอย่างอึนบี

“...”

“ทีนี้จะบอกได้ยังว่าทำไมไม่เรียกฉันเหมือนที่เรียกไอ้หมอนั่น! -*-///” เขาเริ่มเปลี่ยนเรื่อง เพราะไม่อยากจะแสดงท่าทีเขินให้เธอดู

“กะ...ก็...” สมองของยูจองกำลังประมวลผลความจริงที่เขาพูดออกมาเมื่อกี้อย่างยากลำบาก

“...” ส่วนคนรอฟังก็จวนใจจะขาด

“ฉันกลัวรุ่นพี่จะโกรธน่ะค่ะ..”

“...โกรธ?” ก็แหงสิ โกรธมากด้วยที่ไม่เรียกเขาว่าอปป้าเหมือนผู้ชายคนนั้น มันมีอะไรดีวะ???

“ค่ะ...โกรธที่เรียกเหมือนสนิท ฉันเลยเรียกว่ารุ่นพี่ดีกว่าเรียกว่า...แบบนั้น .///.” 

“เหอะ! แบบนี้สิโกรธยิ่งกว่า!! ทำไม? เธอเปลี่ยนใจไปชอบไอ้หมอนั่นแล้วงั้นสิ?” โดคยอมโกรธจนเลือดขึ้นหน้า พลางชี้นิ้วมั่วไปทั่วด้วยความเดือดดาล

“มะ...ไม่ได้ชอบค่ะ...ฉัน...ยังชอบรุ่นพี่อยู่...รุ่นพี่ไม่ชอบให้ฉันเรียกแบบนี้เหรอคะ?” ตอนแรกก็ดีหรอกนะที่เธอเรียกแบบรักษาระยะระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้อง แต่พอเขาเริ่มชอบเธอกลับมันก็อยากให้รุ่นน้องคนนี้เรียกเขาว่าอปป้าบ้าง

“ไม่ชอบ! ทำไมเธอไม่เรียกคนที่ชอบว่าอปป้าละ? เรียกตอนนี้เลยสิ!” อยู่ๆ โดคยอมก็พูดเหมือนออกคำสั่งให้เธอเรียกเขาว่าอปป้าซะดื้อๆ

“ค...คะ??” 

“-*-” โมโหโว้ย!!! ทำไมต้องมาโมโหเรื่องอะไรแบบนี้ด้วยวะ?? น้อยใจเหรอ งอนเหรอวะไอ้โดคยอม!!!

“ระ...รุ่นพี่โกรธฉันเหรอคะ?” เมื่อเห็นเขาหันหลังให้ เธอเลยเดินอ้อมไปหาเขา

“-*-” แต่โดคยอมก็หันกลับมาอีก ทำให้ยูจองต้องตามเขาไปอีก ด้วยความซุ่มซ่ามที่ถือกำเนิดและติดตัวเธอมา ทำให้คนตัวเล็กสะดุดขาตัวเองจนเกือบล้ม

หมับ!!

แขนยาวคว้ายูจองเข้ามาในอ้อมกอด พลางกระซิบเบาๆ

“แถมยังซุ่มซ่ามแบบนี้ จะไม่ให้ฉันห่วงได้ไง...” 

“.///.” เด็กน้อยในอ้อมแขนไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบตากับคนตัวสูงที่กำลังถือไพ่เหนือกว่า

“ต่อไปก็เรียกฉันว่าอปป้าด้วยละ เข้าใจมั้ย -///-” พูดเองก็เขินเอง แต่ก็ไม่ยอมปล่อยให้เธอเป็นอิสระ

“...ค่ะ .///.” 

“งั้น...”

“??” ยูจองเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา แต่เป็นโดคยอมเองที่หลบสายของเธอ

“เรา...” เขาพูดออกไปเบาๆ โดยไม่มองคู่สนทนาที่ตัวเองกำลังกอดอยู่

“...”

“เรา...คบกัน...หมายถึง...เรา...” อยู่ๆ ก็เกิดอาการลิ้นพันกัน พูดอะไรก็ไม่เป็นภาษาไปหมดแล้ว

“ฮิๆ >///<” ยูจองขำ ทำให้โดคยอมหันมาถลึงตาใส่เธอ จนคนตัวเล็กต้องก้มหน้า แต่ก็ยังกลั้นขำอยู่

“ขำอะไร มีอะไรน่าขำ?”

“เปล่าค่ะ...แค่ไม่เคยเห็นรุ่นพี่...เอ่อ...อปป้าเป็นแบบนี้ .///.” พอได้เรียกคนที่ชอบว่าอปป้าแล้ว มันก็รู้สึกเขินแบบอินฟินิตี้

“-///-” ส่วนคนที่โดนเรียกก็ดูเหมือนจะพอใจอยู่ไม่ใช่น้อย มีเด็กมาพูดแบบนี้ด้วยแล้ว ก็เขินแปลกๆ แฮะ

“...อปป้าปล่อยฉันได้แล้วค่ะ...”

“...เอ่อ..อืม” เขาคลายกอดยูจอง แล้วเปลี่ยนมายืนเท้าเอวกับเกาหัวแก้เก้อแทน

“ส่วนเรื่องที่อปป้าบอก...ก็...” หมายถึงคบอะนะ?

“...” ทำไมเราต้องเขินจนพูดไม่ออกแบบนี้วะ ขี้ขลาดชะมัด!!!

“เออออ...” เหมือนเครื่องช็อตกันทั้งคู่

“ก็ตามนั้นแหละ...ถ้าเธอไม่ว่าอะไร...ก็คือคบกันไง!!” เขาอยากจะทึ้งหัวตัวเอง ทำไมคำว่าคบกันมันถึงพูดยากจังละโว้ยยยย!!

“อา...ค่ะ...” ยูจองกำมือทั้งสองข้างเข้าหากันแน่นจนเหงื่อชุ่มฝ่ามือ

“อืม...กลับบ้านได้แล้ว” ทั้งสองคนพยักหน้าให้กัน ก่อนจะเดินกลับบ้านอย่างทุกวัน ระหว่างทางโดคยอมก็เอื้อมไปจับมือของคนตัวเล็กไว้อย่างหลวมๆ 

“จะได้ไม่หลง -///-” เขาแถจนสีข้างเกือบลอก นั่นเรียกเสียงหัวเราะคิกคักจากยูจองเป็นอย่างดี

แต่เหมือนเธอจะนึกอะไรขึ้นมาได้ เพราะได้สัญญากับคนนึงเอาไว้แล้ว

“อปป้าคะ” 

“หือ?”

“เดี๋ยวแวะร้านมินิมาร์ทแป้บนึงค่ะ”

โดคยอมเลยเดินจูงมือยูจองเข้าไปร้านมินิมาร์ทร้านเดิมที่คุ้นเคย

“อ้าว มาแล้วเหรอ?” 

“อะนี่ วันนี้เป็นขนมปังไส้ลูกเกดที่เธอชอบ ^^” 

“ขอบคุณค่ะอปป้า เท่าไหร่คะ?”

“ไม่เป็นไรหรอก ถือซะว่าเลี้ยงนักแสดงกิตติมศักดิ์ละกัน” เมื่อเห็นท่าทีที่ทั้งสองคุยกัน ทำให้โดคยอมเกิดอาหารหึง เขาเลยยกมือข้างที่จับมือของคนตัวเล็กขึ้นมาทำท่ากระแอมไอเสียงดัง

พอชายคนนั้นเห็น ก็อมยิ้มขำๆ เพราะไม่คิดว่าโดคยอมเขาจะกล้าทำอะไรแบบนี้ แต่ขอบอกไว้ตรงนี้เลยแล้วกัน ว่าเขาน่ะ เอ็นดูยูจองเหมือนน้องสาวคนนึงก็แค่นั้น ไม่ต้องห่วงไปหรอกครับคุณแฟนขี้หึง ^^

“กลับบ้านได้ยัง? -*- ” เมื่อเห็นว่าบรรยากาศเริ่มไหลไปเรื่อยๆ โดคยอมเลยกระตุกมือยูจอง พร้อมกับเดินออกมาจากร้าน

“ไม่ได้คิดอะไรกะมันจริงปะเนี่ย?” ทันทีที่เดินพ้นประตู เขาก็ยิงคำถามออกมา

“ก็เป็นพี่ชายอีกคนไงคะ”

“แล้วไป...”

ไม่นานพวกเขาก็เดินมาถึงทางขึ้นบ้านของยูจอง โดคยอมเองก็รู้สึกเป็นห่วงสภาพความเป็นอยู่ของคนตัวเล็ก ไหนจะช่วงหน้าฝนที่ต้องคอยกันไม่ให้น้ำท่วมพื้น ไหนจะหน้าร้อนที่ต้องทนร้อนกว่าปกติ อยากจะชวนให้มาอยู่ด้วยกันให้รู้แล้วรู้รอด -.-

“พรุ่งนี้ว่างรึเปล่า?” พอพูดถึงวันพรุ่งนี้ ก็คือวันเสาร์ มันชนกับวันที่เธอมีทำงานพาร์ทไทม์พอดี

“ทำไมเหรอคะ?”

“...จะชวนไปเดทน่ะ -///-” เขาไม่พูดอ้อมค้อมเหมือนแต่ก่อน

“พอดีพรุ่งนี้ ฉันมีทำงานพิเศษน่ะค่ะ คงว่างช่วงเย็น”

“งั้นตอนเย็นเจอกันหน้า PL นะ” 

“อา...ค่ะ .///.” 

 

 

 

“กลับดึกได้ใช่มั้ย?” ระหว่างที่นั่งดูหนังกันอยู่ เขาก็ถามขึ้น

“ทำไมเหรอคะ?”

“ก็กว่าจะดูหนังเสร็จ กว่าจะไปกินข้าว คงดึกน่าดู พ่อกับแม่เธอจะว่ารึเปล่า?” 

“...ฉันอยู่คนเดียวน่ะค่ะ พ่อแม่ฉันท่านเสียตั้งแต่ยังเด็ก” 

“อ่า...โทษที” โดคยอมกุมมือยูจองไว้เบาๆ 

“ไม่เป็นไรค่ะ”

“งั้นเดี๋ยวไว้ให้อปป้าไปส่งนะ”

“ค่ะ ^///^” 

การเดทวันแรกของพวกเขา ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี โดคยอมได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างจากยูจอง และได้ลองเข้าไปอยู่ในโลกของเธอ เด็กคนนี้ยิ้มง่าย ใจดี แถมเรื่องหัวเราะนี่ขอให้แค่เขาเล่นมุกถึงจะแป้กแค่ไหน เธอก็ขำทุกรอบ

ไม่ว่าหลังเลิกเรียน หรือวันหยุดเสาร์อาทิตย์ แค่ได้มีเวลาว่างร่วมกัน ก็ถือว่ามีความสุขแล้วสำหรับคนทั้งสอง เกือบสองเดือน ที่โดคยอมและยูจองคบกัน ถือว่าเป็นคู่ที่ฮอตที่สุดในโรงเรียนเลยก็ว่าได้

พอถึงช่วงใกล้สอบทั้งสองก็ไปอ่านหนังสือด้วยกันที่ห้องสมุด ทำให้ซึงกวานและอึนบีที่ไปด้วยต้องขอย้ายที่นั่ง เพราะโดคยอมมักจะอ้อนยูจองอยู่บ่อยๆ ซึ่งผิดกับรูปลักษณ์ภายนอกของเขาอย่างสิ้นเชิง

“ขอพักสิบนาทีนะครับ~” คนตัวโตพูดเสียงอ้อนพร้อมกับเกยคางไว้ที่แขนของยูจองที่วางอยู่บนโต๊ะ

“พักก็พักไปสิคะ ทำไมต้องกวนยูจองด้วย -.-///” หญิงสาวทำหน้ามุ่ย แต่ก็เขินจนหน้าแดง

“อยากพักจากหนังสือมามองหน้ายูจองแทน ไม่ได้เหรอ?” เขามองตาแป๋ว แล้วเปลี่ยนมาวางหน้าแนบกับพื้นโต๊ะแทน แล้วจ้องหน้ายูจองจนเธอต้องหลบสายตา แล้วเอาหนังสือของโดคยอมมาปิดหน้าเขาไว้

เขาเลยเปลี่ยนมานั่งเท้าคางจ้องหน้าเธอแทน

“อปป้าคะ จ้องแบบนี้ใครจะไปอ่านหนังสือได้คะ -3-” 

“งั้นมาเล่นเกมจ้องตากัน ใครแพ้...” ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ เจ้าตัวเล็กก็มุ่ยหน้าทันที

“อปป้าก็รู้ว่ายูจองแพ้ตลอดอะ ยังจะมาเล่นอะไรแบบนี้ งีบไปเลยค่ะ 10 นาที เดี๋ยวยูจองจะปลุก -///-” 

“ก็ได้ครับบบบ” โดคยอมยอมนอนแนบหน้ากับโต๊ะแต่โดยดี แต่เล่นจ้องหน้าคนตัวเล็กซะจนเธอเขิน แล้วก็ปาสมุดใส่หน้าเขาไปหนึ่งครั้ง จนเขาต้องลูบจมูกตัวเองเพราะสันสมุดมันไปโดนพอดี

“เจ็บนะ...” คนตัวเขื่องพูดด้วยเสียงแง้วๆ ทำให้ยูจองต้องหันมาสนใจเขาแทน

“ยูจองขอโทษค่ะ เจ็บมากมั้ย” มือเล็กลูบจมูกโด่งๆ ของเขาไปมา จนเจ้าตัวอมยิ้มมุมปาก ระยะห่างแค่นี้ เขาไม่น่าพลาด...

ว่าแล้วปลายจมูกโด่งก็เลื่อนเข้าหาแก้มของยูจองนั่นอย่างรวดเร็ว เขากดจมูกลงพร้อมกับสูดเอาความหอมจากแก้มของเธอ

“!!!” เธอทำตาโต ก่อนจะหันมามองคนที่เพิ่งขโมยหอมแก้มเธอไป ตอนนี้เขากำลังยิ้มหน้ารื่น

“มีแรงอ่านต่อเลยอะ ^^” โดคยอมยิ้มแฉ่งจนเห็นฟันขาวๆ ที่เรียงกันจนเกือบครบทุกซี่

“คนบ้า...” 

“อยากเป็นคนบ้าบ่อยๆ จัง” อปป้าของเธอต่อปากต่อคำเก่งจนคนตัวเล็กเขินบิด เขามีความสุขที่ได้แกล้งแหย่เธอ แค่อยากเห็นเวลาเด็กน้อยของเขาเขิน มันน่ารักเป็นบ้า!!

คิดไปคิดมาก็แทบไม่อยากเชื่อว่า เขาจะชอบคนที่ตามตื้อตัวเอง แต่ตอนนี้มันก็เป็นไปแล้วนี่เนอะ แล้วก็อยากจะเป็นแบบนี้ไปตลอดด้วย ^^

รักนะตัวเล็กของอปป้า :)

 

 

จบแน้วววว ชอบกันมั้ยเอ่ยยย โมเมนต์ไม่ค่อยเยอะ แต่หวังว่ารีดเดอร์จะชอบเน้อออ 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น

  1. #4 MItApURi1324 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 07:50

    แต่งดีมากเลยค่ะ อ่านแล้วใจเต้นตามเลย555
    #4
    0