SF (Seventeen x you)

ตอนที่ 7 : Seo Myungho

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 151
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    25 ส.ค. 63

   

Related image

 

ซองอึน...คิม ซองอึน…

เสียงเพรียกแผ่วเบาลอยมาตามสายลม หวังจะให้หญิงสาวที่กำลังหลับใหลรู้สึกตัว

ในห้วงความคิดที่กำลังหลับฝัน เสียงเรียกชื่อลอยเข้ามาซ้ำๆ จนทำให้คนที่ไม่ได้สติ เริ่มขยับเปลือกตา

มองเห็นฉันไหม…

ความงัวเงียยังคงเข้าครอบงำสติ ทำให้เธอแทบจะปรับโฟกัสสายตาไม่ได้

ตรงนี้...อยู่ตรงนี้

มีเพียงสายลมเท่านั้น ที่พัดพาถ้อยคำอันแผ่วเบาเข้ามาสู่โสตประสาท

ฉันอยู่ตรงนี้…

เสียงนุ่มค่อยๆ ชัดขึ้นตามระดับสติของหญิงสาว เปลือกตาที่หนักอึ้งค่อยๆ ผ่อนเป็นเบาลง ทำให้เธอลืมตาได้เต็มที่ พร้อมกับร่างของใครบางคนในมุมมืดของห้องนอนแสงสลัว

มองเห็นรึเปล่า…

เสียงเดิมพยายามสื่อสารกับเธอ ร่างนั้นก้าวเข้ามาใกล้ ...ชายหนุ่มตัวผอมสูง เขายิ้มให้เธอ จนทำให้เธอพลิกตัวหันหน้าเข้าผนังฝั่งหัวเตียง

“อีกแล้วเหรอเนี่ย…” ซองอึนบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ เหมือนกลัวว่าเขาจะได้ยิน

“เธอมองเห็นฉันใช่ไหม”

คนตัวเล็กพยายามดึงผ้าห่มขึ้นมาเพื่อเพิ่มความอุ่นใจ แต่เสียงนั้นก็ยิ่งดังเข้ามาใกล้เรื่อยๆ

“ช่วยฉันทีเถอะนะ”

คำพูดไดอะล็อกเดิม ที่เคยได้ยินจนชิน แต่เธอก็ไม่สามารถทำใจได้สักที

“...” ซองอึนพยายามไม่ตอบ เพื่อเลี่ยงการปะทะกับอณูละเอียดที่ค่อยๆ ย่างกรายเข้ามา 

“ปฏิเสธฉันเหรอ”

ร่างที่เคยผอมค่อยๆ ขยายใหญ่ ดวงตาเปลี่ยนเป็นแดงก่ำ อากาศภายในห้องเริ่มมีแรงกดดันขึ้นเรื่อยๆ 

“เธอเลือกเองนะ...”

เสียงที่เคยอ่อนนุ่มกลายเป็นเสียงแข็งจนเธอรู้สึกได้ ร่างของชายคนนั้นขยายใหญ่ขึ้นกว่าเดิม มวลสารสีดำทะมึนกำลังจะกลืนกินร่างของหญิงสาวเข้าไปทุกขณะ

“ออกไปนะ!!!” ซองอึนตวาดกลับเสียงสั่น และหันกลับไปจ้องตาของวิญญาณร้ายที่กำลังแปลงสภาพ

“ฉันขอให้เธอช่วย...แต่เธอปฏิเสธ!!”

“...” เธอสะอึกจนพูดไม่ออก เพราะเรื่องที่เขาพูดมามันคือเรื่องจริง

วิญญาณตนนี้พยายามเข้าหาผู้ที่สามารถมองเห็นสิ่งลี้ลับได้ นั่นก็คือ ซองอึน เขาเข้าหาเธออยู่หลายครั้ง แต่ก็ถูกเธอปฏิเสธในการให้ความช่วยเหลือทุกครั้ง มันสุดจะทน

“รู้รึเปล่า...วิญญาณอย่างฉันทำอะไรได้บ้าง”

วิญญาณร้ายพูดเสียงเย็น เขาพาเงาดำเข้าใกล้เธอยิ่งขึ้น

“รู้รึเปล่าวันฉันไม่เหมือนวิญญาณตนอื่น

ในเมื่อฉันขอร้องเธอดีๆ...แต่เธอก็ไม่ช่วย...

ก็ไม่รู้จะทนไปทำไมนี่เนอะ...”

รอยยิ้มเย็นเผยให้เห็นในเงามืด คนตัวเล็กสั่นเทาอย่างคุมไม่ได้

“ก็คำขอของนาย...มันเกินเขตควบคุมระหว่างวิญญาณ...กับมนุษย์” เสียงสั่นเครือบ่งบอกถึงความกลัวอย่างหาที่สุดไม่ได้

“แล้วเธอไม่รู้หรือไงว่าการเร่ร่อนอยู่แบบนี้มันรู้สึกยังไง หา!!!!!!” 

เสียงตะคอกก่อให้เกิดแรงสั่นไปทั่วห้อง โคมไฟตรงหัวเตียงสั่นไหว ก่อนที่อณูสารสีดำจะพุ่งเข้าหาเธอด้วยความรวดเร็ว!

 

ปึงงงง!!!!!

แสงสีเขียวจางๆ ลอยคละคลุ้งรอบตัวหญิงสาว เธอหลับตาปี๋และหยุดหายใจ

ส่วนร่างของวิญญาณตนนั้นได้ลงไปหมอบอยู่ตรงมุมห้อง

“อั่ก!!...แก...เป็นใคร!!!”

สายตาอาฆาตของวิญญาณตนเดิมจ้องไปยังชายผู้มาใหม่ ...ร่างผอมสูงในชุดสูทสีดำ ดวงตาคมคล้ายเหยี่ยวจ้องไปยังเป้าหมายไม่วางตา แขนทั้งสองข้างโอบล้อมซองอึนไว้อย่างหวงแหน 

“กลับไปซะ...นายไม่ควรมายุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้” ชายในชุดสูทพูดเสียงเรียบ 

“แกต่างหากที่ควรกลับไป!!!!!”

สสารร้ายไม่ยอมลดละ มันพุ่งตัวเข้ามาใกล้ชายผู้มาใหม่ แต่พลังมันคนละชั้นกัน!

ร่างไร้ตัวตนกระเด็นไปกระแทกผนังมุมเดิมอย่างแรง ทำให้กลุ่มควันดำลอยหายไป เหลือเพียงมวลสารสีแดงก่ำลอยคว้างไปมาในอากาศ

“กลับไปยังที่ที่ควรอยู่ซะ…แล้วอย่ากลับมาอีก!!” สิ้นเสียงขู่คำรามของเขา ดวงไฟสีแดงก็หายไปโดยไม่มีคำบอกลา ชายหนุ่มหันกลับมาสนใจคนที่อยู่ในอ้อมแขน

“ปลอดภัยใช่ไหม?” เสียงอ่อนค่อยๆ ดึงสติของเธอให้กลับคืนมา ซองอึนเงยหน้ามองคนที่เพิ่งช่วยเธอไว้

“คุณ...เป็นใครคะ” คำพูดที่ตะกุกตะกักของเธอบ่งบอกถึงความกลัวที่ยังไม่หายไป จนเขาต้องละแขนออกจากคนตัวเล็ก แล้วเปลี่ยนมาวางมือบนผมนุ่มๆ นั่นแทน...ความอุ่นจากมือเรียวแผ่ไปทั่วร่างกายของเธอ ความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย ทำให้ซองอึนรู้สึกดีขึ้นอย่างประหลาด

“ฉันเป็นเทวดาผู้พิทักษ์ของเธอไงล่ะ” เขาพูดเรื่องที่ยากจะเชื่อออกมา เพราะเทวดาผู้พิทักษ์มีแต่ในนิยายปรัมปรามิใช่หรือ

“คะ?” 

“เทวดาผู้พิทักษ์จะลงมายังโลกมนุษย์ทุกๆ 8 ปี” เขาเล่าต่อ ด้วยรอยยิ้มอบอุ่นแบบที่เธอไม่เคยได้สัมผัส

“เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับดวงชะตาของตน

ครั้งแรกตอนเธออายุ 2 ขวบ...วิญญาณหลายตนพยายามแย่งร่างของเธอ...เพราะดวงชะตาของเธอคือดวงชะตาที่อยู่ระหว่างความเป็นกับความตาย

แต่ตอนนั้นเธอคงจำไม่ได้...” เขาเอ่ยไป ยิ้มไปเมื่อนึกถึงหญิงสาวตัวน้อยที่ตนเองเคยลงมาปกป้องในครั้งแรก เธอยังคงเหมือนเดิมในสายตาเขา

“ครั้งที่สอง...ตอนเธอ 10 ขวบ...ครั้งแรกที่เธอเริ่มสื่อสารกับวิญญาณที่เข้ามาขอความช่วยเหลือ...ครั้งนั้นเราไม่ได้เจอกัน...ฉันเพียงแค่คอยดูอยู่ห่างๆ” พูดแล้วก็นึกถึงการเติบโตของเธอที่เขาทำได้แค่เพียงมองดูอยู่ไกลๆ ในอีกมิติหนึ่ง

“แต่ครั้งนี้...ชีวิตเธอเฉียดใกล้กับความตาย...เราถึงได้เจอกัน”

“...” ซองอึนจ้องหน้าเขา และจดจ่อกับเรื่องที่ฟังอย่างตั้งใจ ทำให้เทวดาผู้พิทักษ์ลูบผมคนตัวเล็กไปมาอย่างเอ็นดู

“หายกลัวรึยัง หื้ม?” เสียงอ่อนโยนทักถามด้วยความอบอุ่น

“...ค่ะ” ถึงแม้เขาจะเป็นเทวดาผู้พิทักษ์ แต่ใบหน้าหล่อเหลานี้ก็ทำให้เธอใจกระตุกได้เหมือนกัน...เว้นไว้บ้าง...เป็นถึงเทวดาเชียวนะ

“เพราะฉะนั้น...ฉันจะดูแลเธออยู่ที่นี่จนครบ 1 เดือน”

“หรือจนกว่าจะแน่ใจ ว่าเธอรอดพ้นจากเรื่องอันตรายพวกนี้แล้ว” 

“ที่นี่?...”

“...ที่นี่...ในห้องนี้...บ้านหลังนี้...และทุกที่ที่เธอไป” อะไรกันเนี่ย...รู้สึกเหมือนโดนจีบ -.-///

“อะ...เอ่อ...”

“พักผ่อนก่อนเถอะ...อีก 3 ชั่วโมง กว่าจะเช้า...ไว้เราค่อยคุยกันเรื่องนี้นะ” เขายิ้มให้ซองอึน พร้อมกับมือหนาที่ลูบเรือนผมของเธออย่างอ่อนโยน เหมือนกลัวว่าคนตรงหน้าจะหายไป

 

เรื่องเมื่อคืน มันยิ่งกว่าความฝัน… แต่ก็ได้ความกระจ่างจากเทวดาผู้พิทักษ์ที่ตอนนี้อยู่ในชุดสูทตัวเดิม

ผู้ที่จะเห็นเทวดาผู้พิทักษ์ได้ ต้องเป็นบุคคลที่ดวงชะตาผูกกัน หรือจะปรากฏกายให้ผู้ที่ต้องการให้เห็น แต่กฎของเทวดาผู้พิทักษ์นั้น ห้ามไม่ให้มนุษย์ผู้อื่นที่นอกจากดวงชะตาเห็นร่างของตน ดังนั้น ข้อหลังจึงปัดตกไป และเป็นเรื่องพึงระวัง ไม่เช่นนั้น จะถือเป็นการละเมิดกฎของมิติ และเทวดาผู้นั้นต้องได้รับโทษ

ดังนั้น คนที่สามารถสัมผัสและมองเห็นเทวดาผู้พิทักษ์คนนี้ได้ ก็คือ ซองอึน เพียงคนเดียว

“เอ่อ...ฉันขอทราบชื่อคุณเทวดาได้ไหมคะ?” เธอกระซิบเพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นที่กำลังเดินผ่านไปมาเข้าใจผิด คิดว่าเธอเป็นพวกบ้าที่พูดคนเดียว อะไรทำนองนั้น…

“ขอโทษทีที่ลืมบอก ฉัน ชื่อ ซอ มยองโฮ” เขาเอ่ยอย่างยิ้มแย้ม

“อา...ค่ะ” ซองอึนกระชับกระเป๋านักเรียน แล้วเดินขึ้นรถเมล์ที่เพิ่งจอดพอดี

 

ชีวิตของซองอึน เธออยู่คนเดียวมาเกือบปีแล้ว เพราะพ่อกับแม่ที่ด่วนจากไปอย่างกะทันหัน ทำให้หญิงสาวที่เคยอยู่อย่างสุขสบายภายในบ้านหลังเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นพลันหายไปในพริบตา 

เพราะเธอต้องช่วยเหลือตัวเองทุกอย่าง ต้องหางานพาร์ทไทม์ทำ ตั้งแต่ยังไม่จบม.ปลาย นึกโทษชะตาชีวิตตัวเองที่ต้องมาเจออะไรแบบนี้ แต่ยังดีที่ยังมีเพื่อนรอบข้างอยู่บ้าง พอได้รับกำลังใจดีๆ ก็ทำให้เธอมีแรงพอจะสู้ต่อ

“ซองอึนนนน~ ไปกินข้าวกัน” ผู้ชายตัวโตเดินเข้ามาในห้องเรียนทันทีหลังออดพักเที่ยงดัง

“แล้วแยจีล่ะ?” เธอพูดถึงเพื่อนอีกคนที่ปกติทุกเที่ยงจะต้องไปด้วยกัน บางวันก็ไปต่อกันตอนเย็นอีกด้วย

“จะไปไหนได้อีกละ...นอกจากไปกับซองอู” ชายคนเดิมพูดด้วยสายตาอิจฉา พร้อมเบ้ปากมองบน

“ฮ่าๆๆ แหม...ก็คนมีแฟนเขาก็อยากอยู่กับแฟนไง~” ซองอึนพูดอย่างอารมณ์ดี ทำให้เทวดาผู้พิทักษ์อย่างมยองโฮอมยิ้มเบาๆ เพราะนานๆ ที เธอจะยิ้มมีความสุขแบบนี้

“ไปกันได้ยัง ฉันหิวแล้ว -3-” ชายตัวโตทำแก้มป่องขัดกับร่างกายของเขา จากนั้นก็เดินนำเธอไปที่โรงอาหาร

 “ย่าห์!! แฮซอง!! รอด้วย!!” หญิงสาวรีบวิ่งตามเพื่อนตัวใหญ่ไปทันที โดยลืมว่ามีมยองโฮยืนอยู่ข้างๆ แต่เหมือนเธอจะฉุกคิดขึ้นได้ เลยชะงักฝีเท้าไว้ ก่อนจะหันกลับมามองชายที่มีแต่เธอมองเห็น

“คุณมยองโฮคะ จะไปด้วยกันรึเปล่า?” 

“นึกว่าจะไม่ชวนแล้วซะอีก :)” เทวดายิ้มมีความสุข แล้วเดินตามเธอไปด้วย

 

มยองโฮ ใช้เวลาทั้งวันในโลกมนุษย์ เขาเรียนรู้การใช้ชีวิตธรรมดาๆ แต่มีเพียงแค่ซองอึนคนเดียวที่คุยสนทนากับเขาได้ 

แต่จะมีก็แค่ตอนเดินกลับบ้านนี่ละนะ ที่จะมีเวลาได้คุยกัน

“เธอดูมีความสุขดีนะ ยิ่งเวลาที่อยู่กับแฮซอง” ชายร่างผอมในชุดสูทเอ่ยขึ้น ขณะที่เดินข้างหญิงสาว ในซอยเข้าบ้าน

“เหรอคะ...” เธอตอบกลับเหมือนไม่เชื่อหูตัวเอง

“ฮ้า!! ช่างมันเถอะ...ฉันแค่ลงมาดูแลความเรียบร้อย ความปลอดภัยให้เธอเท่านั้นแหละ ส่วนเรื่องอย่างอื่น ฉันจะไม่ยุ่งละกัน” เขาพูดยาวเหยียดก่อนจะใช้แขนทั้งสองข้างประสานกันรองไว้ที่ต้นคอ

“...” คำพูดของเทวดามยองโฮทำให้คนฟังงง และเงียบมาตลอดทาง จนเธอเอ่ยขึ้นเบาๆ

“คุณมยองโฮคะ พอดี วันมะรืนนี้..ฉันจะไปต่างจังหวัดน่ะค่ะ”

“...” คนตัวสูงเดินฟังอยู่เงียบๆ เพื่อรอให้หญิงสาวพูดต่อ

“เหมือนเที่ยวเพื่อเลี้ยงส่งเด็กม.ปลายน่ะ...” เธอเหลือบมองเขาเล็กน้อย เพราะถึงแม้เขาจะเป็นเทวดาผู้พิทักษ์ แต่การที่มีผู้ชายเข้ามาอยู่ใกล้ชิดมากขนาดนี้ ก็ทำให้เธอเขินอยู่เหมือนกัน

“อือฮึ”

“จริงๆ คุณกลับไปทำงานของคุณต่อก็ได้นะคะ ฉันคิดว่า...มันไม่น่ามีอะไรให้กังวลแล้วล่ะค่ะ” ซองอึนเรียบเรียงถ้อยคำ และแรงเฮือกสุดท้ายในการพูดประโยคนี้ออกไป เพราะเธอไม่อยากจะเป็นภาระให้เขา ยิ่งเห็นว่าเขาต้องมายืนเฝ้าเธอทั้งวันแบบนี้ มันยิ่งรู้สึกไม่ดี

“อึดอัด?” เขาพูดตรงซะจนคนตัวเล็กข้างๆ หยุดนิ่งแล้วรีบหันมามองด้วยความรวดเร็ว

“ไม่ใช่นะคะ!! เอ่อ...ก็นิดนึง”

“...”

“ตะ...แต่ว่า...ฉัน...รู้สึกไม่ดีมากกว่า ที่ต้องมาเป็นภาระให้กับคุณ” 

“...” เขาแกล้งทำเป็นเมิน พร้อมกับก้าวขาไปด้านหน้าต่อ แต่ก็โดนคนตัวเล็กดึงชายเสื้อไว้เสียก่อน

“คุณ...มยองโฮ...”

“...”

“...โกรธฉันเหรอคะ” เสียงอ่อนของซองอึน ทำให้เขาเผลออมยิ้มออกมา

“...” แต่ยังคงทำเป็นเข้ม และทำหน้าตึงต่อไป

“ฉัน...รู้สึกไม่ดีจริงๆ นะคะ ยิ่งวันนี้...คุณต้องมายืนอยู่ตลอดเวลา ฉันยิ่งรู้สึก...”

“อะไรกัน เด็กคนนี้” มยองโฮหันมาประจันหน้ากับหญิงสาวที่ถูกผูกดวงชะตาเอาไว้กับเขา คนตัวสูงก้มลงมามองใบหน้าของเธอใกล้ๆ 

“อะ...อะไร...คะ” การกระทำของเขายิ่งทำให้เธอก้มหน้าลงต่ำกว่าเดิม

“ก็บอกว่าจะอยู่ที่นี่จนครบเดือนไง...ทุกที่ที่เธออยู่” เขายืนยันหนักแน่น

“...”

“เทวดาพูดแล้วไม่คืนคำหรอกนะ”

“...”

“แต่ถ้าเธออึดอัด...ฉันจะพยายามคอยดูอยู่ไกลๆละกัน” พอพูดจบ เขาก็หันกลับไปแล้วเดินต่อ

“มะ...ไม่ต้องไกลมากก็ได้ค่ะ...ฉัน...รู้สึกปลอดภัย...ที่มีคุณมยองโฮอยู่...ใกล้ๆ .///. ” ซองอึนกลืนน้ำลายลงไปพร้อมกับคำพูดสุดท้าย พูดอะไรออกไปก็ไม่รู้...เขินเป็นบ้า

“งั้นก็กลับบ้านกัน” ใบหน้าเรียวได้รูปของเขา ถูกแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มที่บ่งบอกถึงการมีความสุขอย่างที่ไม่เคยแสดงออกที่ไหนมาก่อน

 

 

 “เอาของไปไว้ที่ห้องพักแล้วออกมารวมกันที่นี่นะ!!!” เสียงของอาจารย์ประกาศเสียงดัง และตามด้วยเสียงของนักเรียนที่ขานรับว่าทราบแล้ว

“คุณมยองโฮคะ ฉันว่าคุณไปพักก่อนเถอะค่ะ เพราะว่าคืนนี้กิจกรรมค่อนข้างนาน เดี๋ยวคุณจะเมื่อย” ซองอึนเอ่ยเบาๆ ให้ได้ยินแค่สองคน ในระหว่างที่เดินไปลานกิจกรรม

“เดี๋ยวยืนเฝ้าตรงนี้แหละ”

“จะ...จะดีเหรอคะ?”

“อือ...อย่าดื้อสิ”

“อ่า...ก็ได้ค่ะ”

 

ระหว่างที่รอให้คนตัวเล็กทำกิจกรรม เขาก็กวาดสายตาไปรอบๆ เผื่อมีอะไรผิดสังเกต แต่ก็ยังดีที่ที่นี่ดูปลอดภัยกว่าที่คิดไว้

ไม่นานหญิงสาวก็เดินออกมาหาเขา หลังจากที่เพื่อนทุกคนแยกย้ายแล้ว

“รอนานมั้ยคะ?”

“ไม่นาน...แล้วนี่จะกลับห้องเลยรึเปล่า?” ทั้งสองเดินเลียบตามชายหาด มีก็แต่มยองโฮที่เดินห่างจากเกลียวคลื่นจนคนตัวเล็กทำหน้าสงสัย คงสงสัยมากพอจนทำให้เจ้าตัวต้องอธิบายเพิ่มเติม

“ผู้พิทักษ์อย่างฉันเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับมหาสมุทรไม่ได้น่ะ...เราอยู่คนละส่วนกัน”

“อ่า...”

“ถ้าเกิดลงไปในนั้นละก็...ฉันจะกลายเป็นมนุษย์ชั่วคราว แล้วคนอื่นก็จะมองเห็นฉัน...เรื่องใหญ่ใช่ไหมล่ะ?”

“งั้นรีบกลับกันดีกว่านะคะ ไม่งั้น กรี๊ด!!!” ยังไม่ทันที่ซองอึนจะพูดจบ ก็มีมือขาวซีดโผล่ขึ้นมาจากน้ำ แล้วกระชากร่างเธอลงไปแทบจะทันที

“ซองอึน!!” เขาเรียกเธอเสียงหลง แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง เพราะเพิ่งบอกไปว่าเทวดาอย่างตนนั้นใกล้น้ำไม่ได้ แต่ใครจะยอมให้ยัยนั่นเป็นอันตรายกันล่ะ!!!

มยองโฮกระโดดลงไปในน้ำ เขาเห็นเพียงมือของเธอกวาดไปมาในน้ำอย่างทุรนทุราย น่าจะเป็นเจ้าวิญญาณร้ายตัวนั้นแน่นอน กล้ามากที่ล่อเขาลงน้ำเพื่อหวังให้พลังเขาหมด

แต่ก็อาจจะจริงอย่างที่มันวางแผนเอาไว้ เพราะทุกครั้งที่มยองโฮดิ่งลงไปลึกเท่าไหร่ พลังงานของเขาก็ลดน้อยลงมากเท่านั้น

ใกล้แล้ว...ใกล้จะคว้าตัวเธอได้แล้ว ขอเถอะเทพเจ้าแห่งท้องทะเล ได้โปรดให้ข้าสามารถใช้พลังที่เหลือช่วยหญิงผู้นั้นให้รอดปลอดภัยจากวิญญาณร้ายตนนั้นด้วย...

เขารวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย พยายามสื่อสารกับเทพแห่งท้องทะเล และดูเหมือนมันจะเป็นผล เพราะมยองโฮใช้พลังที่เหลืออยู่ทำลายพันธะระหว่างวิญญาณตนนั้นกับร่างของซองอึน จนทั้งคู่แยกออกไปคนละทาง เห็นดังนั้น เขาเลยรีบเข้าไปคว้าร่างของคนตัวเล็กเอาไว้ และพาเธอขึ้นเหนือพื้นน้ำ

“แค่กๆๆ...แค่ก...” หญิงสาวสำลักน้ำหน้าแดง พร้อมกับกอดคอผู้พิทักษ์เอาไว้แน่น จากนั้นเขาก็ว่ายกลับเข้าฝั่ง

“ปะ...ปลอดภัยใช่มั้ย?” เสียงแหบพร่าของมยองโฮเรียกสติของซองอึนให้หลุดออกจากความเป็นความตายเมื่อครู่

“ปละ...ปลอดภัยดีค่ะ..ตะ...แต่...” เธอมองเขาอย่างเป็นห่วง เพราะตอนนี้เทวดาอย่างเขาได้กลายเป็นมนุษย์เรียบร้อยแล้ว

“...” คนตัวสูงที่นอนแผ่หลาบนผืนทรายนอนตัวงอพร้อมกับสูดเอาอากาศเหมือนคนจะขาดอากาศหายใจ

“คุ...คุณมยองโฮเป็นอะไรมากมั้ยคะ...แล้วเมื่อไหร่จะกลับไปเป็นเทวดาคะ...ฉัน...ฉันควรจะทำยังไงดี??” คนตัวเล็กลนลานเพราะทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนดี

“แค่อย่าให้ใคร...เห็นฉันก็พอ...” เขาเค้นเสียงในลำคออย่างยากลำบาก

“ตะ..แต่...จะทำได้ยังไงละคะ”

“...เถอะน่า...”

“แล้วนี่คุณมยองโฮจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมตอนไหนก็ไม่รู้...มันเสี่ยงขนาดนี้แล้วทำไมถึงยังลงไปช่วยฉันอีกละคะ?”

“ยัยเด็กโง่...บอกแล้วไง...ว่าฉันจะปกป้องเธอ...ลงไปในน้ำแค่นี้...แค่ก!...ไม่เป็นอะไรหรอกน่า...”

“จะไม่เป็นอะไรได้ยังไงคะ!! ก็เห็นๆ อยู่อะ ฮือออ!!” อยู่ๆ คนตัวเล็กก็ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อาย แถมยังโผเข้ากอดมยองโฮอย่างลืมตัว

“ละ...เลิกร้องไห้ได้แล้ว...ถ้าเธอ...ไม่พาฉันไปจากที่นี่...คงมีคนมาเห็นแน่” ไม่ว่าเปล่า มือเรียวลูบเส้นผมที่เปียกน้ำเบาๆ หวังจะปลอบคนขี้แย

“ฮึก...ฉันมืดแปดด้านไปหมดแล้วค่ะ...คุณจะไปอยู่ที่ไหน...ฉันยังไม่รู้เลย...เพราะที่นี่ก็มีแต่คนเต็มไปหมด...ฮึก...คุณมยองโฮไม่น่าตามลงไปช่วยฉันเลย...”

“นี่...ฉันไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย...ดูสิ” เขาแค่นหัวเราะในลำคอก่อนจะดึงสติคนตัวเล็กให้เหลือบขึ้นมามองตัวเอง

“ทำยังไงดีละคะ...หรือว่าจะกลับบ้านกันดี”

“เด็กบ้า...เธอจะกลับยังไง...ยังไงก็ต้องมีคนเห็นฉันอยู่แล้ว”

“ก็ฉันคิดไม่ออกนี่คะ T^T” เธอผละออกจากอกกว้าง ก่อนจะเช็ดน้ำตาไปมาเหมือนเด็ก

“ถ้าฉันพาคุณมยองโฮไปที่ห้องพัก เพื่อนฉันต้องเห็นแน่...มันไม่มีทางอื่นแล้วค่ะ”

“เสี่ยงทั้งหมดนั่นแหละ...ฉันก็มืดแปดด้าน...แถมยังเป็นมนุษย์แบบนี้...ทำอะไรได้ไม่มากหรอก...”

“แต่เมื่อกี้...เหมือนคุณจะตัวร้อนด้วยนะคะ”

“ฮึ?” คนตัวสูงขยับตัวลุกขึ้นนั่ง ตามด้วยมือเล็กที่เปลี่ยนเป็นปรอทวัดไข้ เธอทาบมือลงบนหน้าผากของผู้พิทักษ์อย่างถือวิสาสะ

“ร้อนจริงๆ ค่ะ อาจจะเป็นไข้ไปแล้ว...ยากไปใหญ่เลย...ทำไงดีๆๆ” ยัยตัวเล็กโวยวาย ทั้งคิดทั้งวุ่นวายใจ แต่ไม่นานนักเธอก็คิดแผนออก

 

 

ก๊อกๆๆๆ

“แยจี! ยูมี! ซอ!” ซองอึนเรียกเพื่อนที่น่าจะอยู่ในห้องให้ออกมาหาตามแผน

“ว่าไงซองอึน?” แยจีเปิดประตูออกมา

“เมื่อกี้อาจารย์เรียกหาพวกเธอ 3 คนน่ะ”

“ห้ะ? ทำไม...พวกเราไปทำอะไรไว้รึเปล่าอะ?” แยจีทำหน้าเลิ่กลั่ก ทำให้เพื่อนอีกสองคนเดินเข้ามาสมทบ

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่อาจจะเป็นแค่กิจกรรมเมื่อกี้ก็ได้มั้ง”

“เหรอ? ต้องไปหาอาจารย์ทั้ง 3 คน เลย?” 

“อื้อ”

“แล้วนี่แกหายไปไหนมา ดูหัวเปียกๆ นะยะ”

“กะ...ก็ลงเล่นน้ำนิดหน่อยอะ”

“บ๊องจริง -*-” เพื่อนทั้งสามคนเหลืออดกับความเปิ่นของซองอึน แต่ทุกคนก็เดินออกจากห้องอย่างว่าง่าย

“อาจารย์รอที่ห้องล็อบบี้นะ” ซองอึนยิ้มแห้งๆ ให้เพื่อนทั้งสามที่เธอสามารถหลอกล่อออกไปได้

ก่อนจะรีบเดินไปดึงตัวมยองโฮในมุมมืดออกมา แล้วพาเขาเข้าไปในห้อง

“เดี๋ยวคุณมยองโฮนอนบนเตียงฉันนะคะ

อ่า...แต่เดี๋ยวคุณเปลี่ยนเสื้อก่อน เร็วๆ เลยค่ะ เดี๋ยวพวกนั้นจะกลับเข้ามาก่อน” เธอยื่นเสื้อที่ไปยืมกับพนักงานที่พักให้ และเพยิดหน้าบอกมยองโฮเข้าไปเปลี่ยนชุดในห้องน้ำ

ยังดีที่ห้องพักเป็นเตียงสองชั้น กับเตียงใหญ่อีกหนึ่งเตียง และไม่ต้องเดาให้เสียเวลา เพราะเตียงของซองอึนคือเตียงชั้นที่สอง เลยทำให้เธอเบาใจไปได้ตั้งกว่าครึ่ง หลังจากที่เขาเปลี่ยนชุดเสร็จ คนตัวสูงก็ปีนขึ้นไปบนเตียงชั้นสอง จากนั้นซองอึนก็จัดแจงเอาหมอนข้างมาบังร่างของเขาไว้

“คุณมยองโฮนอนไปเลยนะคะ เดี๋ยวฉันจะเอาแผ่นแปะลดไข้มาให้” คนตัวเล็กปีนขึ้นปีนลงเพื่อดูแลมยองโฮอย่างใกล้ชิด จนลืมเพื่อนตัวเองไปซะสนิท

 

“ยัยซองอึน!!!!” ประมาณเกือบชั่วโมงเพื่อนๆ เธอถึงกลับมาถึงห้อง

“ขะ..ขอโทษ...พอดีฉันเข้าใจผิด ขอโทษจริงๆ นะ T^T” หญิงสาวกล่าวขอโทษขอโพยเพื่อนยกใหญ่

“หึ้ยยยย!!! เสียเวลาพักผ่อนฉันหมด ยัยตัวดี -*-”

“เอาน่า ยัยซองอึนก็เอ๋อๆ แบบนี้แหละ จะเอาอะไรกะมันมากนักเนี่ย แยกย้ายกันไปนอนเหอะ” แยจีเพื่อนสุดที่รักพูดขัดไว้ก่อนจะเกิดสงครามขึ้น 

“อ่า...แยจี...วันนี้ฉันขอนอนกะเธอได้ป่าว” ซองอึนกระซิบเบาๆ 

“อะไรเนี่ย...ห้องก็ตั้งใหญ่จะมาขอนอนอะไรกะฉัน”

“ก็ข้างบนมันติดเพดานอะ ฉันกลัว” เถียงไปแบบข้างๆ คูๆ เพราะอยากให้เขาได้นอนแบบสบายๆ

“ยัยบ้า! งั้นเธอนอนเตียงด้านล่างแทนฉันละกัน สลับกัน” ว่าแล้วเพื่อนรักก็ทำท่าจะปีนขึ้นไปนอนด้านบนแทน

“แยจีๆๆๆ เปลี่ยนใจละ เดี๋ยวฉันนอนด้านบนเหมือนเดิมก็ได้ ^^; ” เตียงสองชั้นก็ใช่ว่าจะกว้างซะเมื่อไหร่

“ทะเลาะกันเสร็จแล้วปิดไฟด้วยละ...ง่วงจะตายแล้วเนี่ย -*-” ซอพูดขึ้นเมื่อทนไม่ไหวกับการที่สองสาวเพื่อนรักทะเลาะกันมุมิอยู่ปลายเตียง

ไม่นานทุกคนก็ต่างพากันหลับใหล จะเหลือแต่เพียงมยองโฮกับซองอึนนี่แหละ ทั้งคู่นอนหันหลังให้กันภายใต้ผ้าห่มผืนใหญ่และหมอนข้างกั้นกลาง

“ขอโทษที่ทำให้ลำบากนะ” เขากระซิบเบาๆ 

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ...เรื่องของคุณใหญ่กว่าฉันเยอะเลย” ซองอึนกระซิบกลับ เพราะกลัวเพื่อนทั้งสามจะตื่น

“พักผ่อนได้แล้ว พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไม่ใช่เหรอ”

“อ่า...ค่ะ...ราตรีสวัสดิ์นะคะ” 

“อืม...ฝันดี” 

 

 

“เดี๋ยวตามไปนะ พวกเธอไปก่อนเลย” คนตัวเล็กพูดบอกเพื่อนก่อนจะกลับขึ้นไปบนเตียงเพื่อวัดอุณหภูมิของมยองโฮ

“ไข้ลดแล้ว ดีจัง”

หมับ!

ยังไม่ทันที่เธอจะได้ทำอะไร คนที่อยู่ใต้ผ้าห่มก็เลื่อนมือมาคว้าเข้าที่ข้อมือของเธอ

“ทำไมยังไม่ไปอีก” เขาขมวดคิ้วเป็นเชิงตำหนิคนตัวเล็กที่เอาแต่ดื้อด้านดูแลเขาอยู่ไม่ลดละ

“กะ...ก็...แค่เช็คเพื่อความแน่ใจน่ะค่ะ”

“เช็คเสร็จแล้วก็รีบไป...ฉันไม่เป็นไรหรอกน่า”

“เอ่อ...เดี๋ยวตอนพักเที่ยงฉันจะเข้ามาหานะคะ คุณมยองโฮอยากได้อะไรเพิ่มรึเปล่า?” 

“เด็กดื้อ...บอกให้รีบไปได้แล้ว ไม่ต้องห่วง พลังฉันคงใกล้กลับมาแล้วล่ะ ขอบใจ” เขาพูดปร๋อก่อนจะหันกลับไปนอนแบบเดิมใต้ผ้าห่ม

“หายไวๆ นะคะ”

 

ตลอดทั้งวัน ซองอึนเอาแต่เป็นห่วงคนในห้องที่ตอนนี้ไม่รู้ว่าเขาเป็นยังไงบ้าง พลังจะกลับมาหรือไข้จะลดรึยังก็ไม่รู้ ทั้งๆ ที่เขายืนกรานว่าไม่ต้องเป็นห่วง แต่คนตัวเล็กก็หยุดกระวนกระวายใจไม่ได้

พอตกเย็น เธอก็รีบแจ้นกลับห้องพักก่อนใคร แต่ยังดีที่เพื่อนไม่ได้สงสัยอะไรมากนัก คงเพราะความเปิ่น เอ๋อ เด๋อ ของเธอนั่นแหละ

“คุณมยองโฮคะ” ซองอึนเขย่าผ้าห่มบนเตียงทั้งๆ ที่ขาทั้งสองข้างยังเหยียบขั้นบันไดอยู่

“ฉันอยู่นี่” มยองโฮยืนกระแอมอยู่ด้านหลังหญิงสาว ทำให้เธอรีบหันไปโดยไม่ทันระวัง จนเสียหลักลื่นจากขั้นบันได

“กรี๊ด!!” ด้วยความไวเท่าแสงของชายหนุ่มผู้พิทักษ์ แขนทั้งสองข้างก็เข้ามาโอบรอบตัวของเธอเอาไว้ได้ทัน แต่ตอนนี้ทั้งคู่กลับลงไปกองอยู่ที่พื้นแทน

“ขะ...ขอโทษค่ะ .///. ” ซองอึนพยายามดันตัวลุกขึ้นจากตัวของมยองโฮ แต่เหมือนเอวเธอจะเคล็ดเลยทำให้ลุกยากกว่าปกติ

“ซุ่มซ่ามจริงๆ เลย” เขาพูดด้วยอมยิ้มไปด้วย 

“คุณ...พลังกลับมาแล้วเหรอคะ?” คนตัวเล็กเงยหน้ามองด้วยความฉงนกับการที่เขาเข้ามารับเธอไว้ได้ทัน

“อือ...ลุกไหวมั้ย?” เขาค่อยๆ ขยับตัวเองให้ลุกขึ้น ก่อนจะประคองยัยเด็กบื้อให้ลุกขึ้นนั่ง

“ดีจังเลยค่ะ โล่งอกไปที” ซองอึนยิ้มเหมือนเด็ก ทำเอาผู้พิทักษ์อย่างเขานึกย้อนไปที่ตอนสมัยเธอเป็นเด็ก

แอดด~

“ซองอึน?? แกลงไปนั่งกับพื้นทำไมอะ? ล้มหรอ?” ยูมีเปิดประตูเข้ามาก็พบเพียงซองอึนนั่งอยู่กับพื้น เลยนึกว่าเพื่อนซุ่มซ่ามหกล้ม

“กะ...กำลังหาของอะ...”

“ทำไมแกรีบกลับห้องนักล่ะ? ไม่สบายรึเปล่า?” แยจีเดินเข้ามาสมทบ ก่อนจะวางมือทาบบนหน้าผากมน

“อุ่นๆ แฮะ...ปวดหัวปะเนี่ย?” เพื่อนสาวทักถามอีกครั้ง ส่วนมยองโฮก็ได้เคลื่อนตัวไปที่มุมห้องเรียบร้อย

“อาจจะเพราะอากาศร้อนมั้ง ไม่เป็นไรหรอก”

“รีบเก็บของกันเถอะ พรุ่งนี้ก็กลับแล้ว” 

จากนั้นทั้งสี่สาวก็เก็บของที่พอจะเก็บได้ลงกระเป๋าเพื่อเตรียมตัวกลับในวันรุ่งขึ้น

 

 

“คุณมยองโฮคะ...วิญญาณตนนั้นยังตามฉันอยู่รึเปล่า?” พอกลับมาบ้าน ซองอึนก็โพล่งถามขึ้นทันที

“ไม่ได้กลิ่นอายของมันนะ คงไม่มาแล้วละ” 

“ดีจังเลยค่ะ คุณจะได้กลับไปพักแล้ว” เด็กน้อยเอ่ยด้วยสีหน้ายิ้มๆ ผิดกับคนตัวสูงที่หรี่ตาลงเล็กน้อย

“อยากให้ฉันกลับขนาดนั้นเลย?” เหมือนเทวดาหนุ่มกำลังงอนแฮะ

“มะ...ไม่ได้หมายความแบบนั้นค่ะ ฉันแค่อยากให้คุณได้พักบ้าง” เธอรีบเถียงยกใหญ่เพราะไม่อยากให้เขาเข้าใจผิด

“แล้วเธอยังตัวอุ่นๆ อยู่รึเปล่า?” เขาเดินเข้ามาใกล้ พร้อมกับเอามือวางทาบบนหน้าผากของคนตัวเล็ก

“...”

“ยังอุ่นอยู่เลย ติดไข้จากฉันงั้นสิ ฮึ?” เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้พร้อมกับเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม ทำเอาซองอึนหัวใจกระตุกวูบกับความไวของเขา

“มะ..ไม่รู้สิคะ...อาจจะ...เป็นแบบนั้น” เด็กน้อยพูดติดขัด ก่อนจะค่อยๆ เขยิบออกห่างจากเทวดาหนุ่ม

“แผ่นแปะอยู่ไหนละ เดี๋ยวฉันแปะให้” เขากลับไปยืนตรงเหมือนเดิม

“หมะ...หมดแล้วค่ะ ^^; ” 

“ไม่เป็นไร งั้นเช็ดตัว” เขาเดินเข้าไปในห้องน้ำ แต่ก็ไม่วายหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กเข้าไปด้วย

“มะ...ไม่เป็นไรค่ะคุณมยองโฮ เดี๋ยวฉันทำเอง!!” เธอตะโกนเพื่อบอกให้เขารู้

“ไปนอนรอในห้องเลยยัยดื้อ! นี่คือคำสั่ง!” 

“อะ...ค่ะ!!” T^T

 

 

“แล้ว...คุณมยองโฮจะกลับโลกนั้นเมื่อไหร่คะ” หลังจากที่เขาเช็ดตัวเสร็จ ก็พุ่งประเด็นถามคำถามเดิมๆ ทันที

“จนกว่าเธอจะหายนั่นแหละ”

“แล้ว...จะกลับมาที่นี่อีกมั้ยคะ .///.” ยัยตัวเล็กก้มหน้างุดเพราะแอบหวังอยู่เหมือนกันว่าเขาจะกลับมาเยี่ยมตัวเองบ้าง

“อันนี้ก็ไม่รู้แฮะ...ทำไมเหรอ?” หนุ่มเทวดาแอบอุ่นใจเล็กๆ เหมือนเธอไม่อยากให้เขาไป

“ถ้าคุณไป ฉันคงเหงามากเลยค่ะ แหะๆ” 

“หรือไม่ต้องกลับดี?” เขาพูดแกมหยอกเพื่อดูปฏิกิริยาคนที่นอนอยู่บนเตียง

“มะ...ไม่กลับไม่ได้นะคะ...”

“-_^??” เขาเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

“ก็ฉันอยากให้คุณได้พักนี่คะ อยู่กับฉันมาหลายวันแล้ว ฉันยังไม่เห็นคุณได้พักเลย T^T” 

“ลงมาโลกมนุษย์ก็เหมือนพักร้อนนั่นแหละ...ไม่ต้องห่วงคนอื่นให้มากหรอก...ห่วงตัวเองเถอะคนดื้อ!” มยองโฮดุเบาๆ ก่อนจะจิ้มเข้าที่หน้าผากมนดังจึก

“นอนพักเดี๋ยวก็ดีขึ้นแล้วค่ะ ไม่เห็นต้องลำบากเลย ._. ” 

“งั้นก็รีบพักได้แล้ว เดี๋ยวฉันเข้ามา” เขาพูดจบก็เดินออกไปพร้อมกับกะละมังและผ้าขนหนู

 

 

 

“เมื่อไหร่จะหลับ?”

“กะ...ก็นอนไม่หลับค่ะ..”

“ทำไมละ...หรืออยากฟังนิทานเหรอ?” เขาพูดหยอกๆ 

“มะ...ไม่ใช่ค่ะ...แค่รู้สึกแปลกๆ ที่มีคุณมยองโฮมานั่งเฝ้าแบบนี้ .///.” 

“ฉันก็เฝ้าของฉันมาแบบนี้ตั้งนานแล้ว ไม่เห็นจะแปลก”

“มะ..ไม่ได้หมายถึงเฝ้าอยู่ที่โลกคุณค่ะ...หมายถึงเฝ้าที่ห้องนอนฉัน...”

“แล้วทำไมละ...แปลกยังไง?”

“ก็...ไม่เคยมีใครมานั่งเฝ้าเวลาฉันป่วยนี่คะ” ซองอึนพูดเบาๆ ก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาชิดคอ

“รีบๆ นอนได้แล้ว เดี๋ยวก็อาการแย่กว่าเดิมหรอก” เขาพูดตัดบทก่อนจะใช้มือลูบผมนุ่มเบาๆ 

“...”

“ฝันดีนะ” มยองโฮบอกพร้อมกับยิ้ม

“ฝันดีค่ะ .///.” ซองอึนเองก็ตอบรับคำ จากนั้นก็หลับตาลงเพื่อซึมซับเอาความอบอุ่นจากฝ่ามือใหญ่นั้น 

 

 

 

อาการป่วยของซองอึนเริ่มดีขึ้น เพราะเทวดาของเธอคอยดูแลอย่างใกล้ชิด โดยพักหลังมานี้ สัมผัสพลังวิญญาณชั่วร้ายตนนั้นก็ไม่ปรากฏให้มยองโฮรู้สึก จนเขาเริ่มแน่ใจแล้วว่าซองอึนอยู่ในช่วงปลอดภัย

“คืนนี้ฉันออกไปติวกับเพื่อนนะคะ คุณมยองโฮพักผ่อนเถอะค่ะ ^^” คนตัวเล็กเอ่ยยิ้มๆ พร้อมกับกระชับเป้บนไหล่

“ไม่ได้” เขาพูดเสียงเรียบพร้อมกับกอดอกขวางทางเธอไว้

“ทำไมละคะ?”

“ก็บอกแล้วไง ว่าฉันจะคอยอยู่กับเธอ ไม่ว่าจะที่ไหนหรือเมื่อไหร่...เข้าใจไหม?” ว่าแล้วก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้เพื่อย้ำคำพูดของตัวเอง

“กะ...ก็ได้ค่ะ .///.” เล่นเอาเธอก้มหน้างุดด้วยความเขิน

 

 

 


หลังจากติวกับเพื่อนเสร็จ ทั้งคู่ก็กำลังนั่งรถเมล์กลับบ้าน

“นอนไปเถอะ ถึงแล้วจะปลุก” มยองโฮที่นั่งอยู่ข้างซองอึนบนรถเมล์พูดขึ้นเบาๆ เพราะเห็นคนข้างกายทำท่าสัปหงกอยู่หลายที หลังจากติวหนังสือเสร็จ

“ขอบคุณค่ะ ^^;” เธอยิ้มกลับแห้งๆ ก่อนจะงีบไปอย่างรวดเร็ว

“เหนื่อยขนาดนั้นเลยเหรอฮึ?” ชีวิตของมนุษย์หนึ่งคน ไม่ยักกะรู้ว่ามันจะยากลำบากมากมายขนาดนี้ 

ผมเอียงคอมองซองอึนอย่างเอ็นดูเหมือนทุกครั้งที่ทำ ยัยเด็กน้อยคนนี้ยังเป็นเด็กทุกครั้งในสายตาของผม คนตัวเล็กค่อยๆ เอียงศีรษะมาวางที่ไหล่ของผมตามแรงเหวี่ยงของรถเมล์ มือเจ้ากรรมของผมก็อดไม่ได้ที่จะลูบลงบนเรือนผมนุ่มที่แสนคุ้นเคย

พูดไปแล้วก็ใจหายเหมือนกัน เพราะอีกไม่นานผมก็ต้องกลับไปในที่ของตัวเอง และได้แต่เฝ้ามองคนที่ผมอยากดูแลมาตลอดอยู่ไกลๆ อยากจะแหกกฎสวรรค์มากที่สุดก็ตอนนี้แหละ ผมอยากอยู่ที่นี่กับเธอมากกว่ากลับไปที่ที่ผมจากมาเสียอีก ไม่อยากเชื่อเลยว่าเจ้าตัวเล็กจะมีอิทธิพลต่อผมมากขนาดนี้

“ถึงแล้ว” ผมกระซิบเบาๆ เจ้าตัวก็ตื่นอย่างง่ายดาย แต่ยังคงความงัวเงียเอาไว้ จนผมอดยิ้มไม่ได้ ซองอึนเดินตามผมลงมา ยังเหลือระยะทางอีกไกลที่ต้องเดินกลับบ้าน กลัวก็แต่เด็กน้อยคนนี้แหละที่จะผล็อยหลับไปกลางทาง ผมเลยเอื้อมไปจับมือเล็กไว้ให้ขยับเข้ามาใกล้กัน

“เดี๋ยวหลับกลางทาง” พอเห็นท่าว่าเธอดูงงๆ กับการกระทำของผม เลยต้องอธิบายเพิ่ม คนตัวเล็กก็พยักหน้าหงึกหงักพร้อมกับเดินตามมาอย่างว่าง่าย

“พรุ่งนี้ต้องไปอีกหรือเปล่า?” มยองโฮเอ่ยถามซองอึนที่ตาปรือเดินงมทางอยู่ข้างๆ

“งานพิเศษน่ะเหรอคะ” เพราะงานพิเศษที่เธอว่าจะมีแค่วันเสาร์อาทิตย์เท่านั้น

“อืม”

“ช่วงนี้คงไม่ได้ไปแล้วค่ะ ตารางติวสอบแน่นไปหมด” ซองอึนบ่น พลางหาวหวอดใหญ่

“ดีแล้ว อย่าทำให้ตัวเองเหนื่อยไปมากกว่านี้เลย เดี๋ยวก็ป่วยอีกหรอก” มยองโฮพูดอย่างห่วงใย

“ขอบคุณค่ะ ^^”

“...ฉันต้องกลับแล้วนะ” ทันทีที่เขาพูดจบ ซองอึนถึงกับชะงักฝีเท้าและตาสว่างขึ้นมาทันที

“กะ...กลับ...” เธอเอ่ยออกมาเหมือนไม่อยากเชื่อหูปนตกใจเล็กน้อย

“อืม...มะรืนนี้...” เขาหันมาเผชิญหน้ากับเด็กน้อยที่เขาเป็นห่วงอยู่ทุกขณะ

“...ไวกว่าที่คิดนะคะ ^^;” ซองอึนบีบมือมยองโฮอย่างลืมตัว พร้อมกับก้มหน้ามองพื้นถนน กลั้นน้ำตาที่รื้นจนเอ่อเต็มขอบตา เพียงเวลาไม่นาน เธอก็รู้สึกผูกพันกับเทวดาคนนี้ซะแล้ว

“ขี้แยไปดะ...” ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบประโยค ซองอึนก็โผเข้ากอดเขาซะแน่น จนคนตัวโตตั้งตัวไม่ทัน

“ก็มัน...ใจหายนี่คะ..ฮึก...จู่ๆ คุณมยองโฮก็จะไปแล้ว แถมยังเพิ่งมาบอกอีก...อีกแค่ 2 วันเองนะคะ...ใจร้ายมากๆ เลย ฮึก...” เพราะหญิงสาวงอแงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มยองโฮเลยต้องกอดปลอบกลับไป

“ซักวันฉันก็ต้องไปอยู่ดีนี่ จะให้ทำไงได้ละ หืม?” 

“อันนั้นฉันรู้ค่ะ แต่ก็น่าจะบอกกันล่วงหน้าซักอาทิตย์สองอาทิตย์ แบบนี้มันกะทันหันเกินไป” ซองอึนพูดแบบงอนๆ แต่ก็ไม่ยอมผละออกจากอกเขาไปไหน

“ถ้าขอโทษจะหายโกรธไหม?” ชายหนุ่มจับไหล่ทั้งสองข้างของเธอก่อนจะดึงเธอออกจากอ้อมกอดเบาๆ แล้วจ้องเข้าไปในดวงตาที่มีแต่น้ำตา

“ไม่ได้โกรธหรอกค่ะ แค่...”

“แค่อะไร?”

“แค่...น้อยใจ...มั้งคะ” 

“ทำยังไงถึงจะหายล่ะ” เขาย่อตัวลงในระดับสายตาซองอึน แถมยังจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอมากกว่าเดิม

“...”

“ว่าไง?” เมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบ เลยถามย้ำเพราะกลัวว่าเธอจะเงียบจนไม่คุยกับเขาอีก

“พรุ่งนี้ไปเที่ยวกันค่ะ”

 

 

 

ตั้งแต่เช้าของวันเสาร์ยันตอนบ่าย ซองอึนก็ยังคงขลุกตัวอยู่กับเทวดาข้างกาย ทั้งไปดูหนัง แล้วก็มาพิพิธภัณฑ์

“แล้วคุณมยองโฮจะกลับมาเยี่ยมฉันมั้ยคะ?” ซองอึนถามขึ้นขณะเดินดูภาพจิตรกรรมฝาผนัง

“อยากให้มามั้ย?” 

“เรื่องนั้นฉันต้องบอกด้วยเหรอคะ?”

“ต่อปากต่อคำเก่งเหลือเกินนะ”

“-3-”

“อะนี่” จู่ๆ เขาก็ยืนสร้อยคอที่มีจี้หินสีเขียวเป็นประกายให้เธอ

“อะไรเหรอคะ?”

“สร้อยไง...เหมือนกับอันนี้” เทวดาหนุ่มเลื่อนสร้อยที่มีจี้แบบเดียวกันให้เธอดู เพียงแต่ของเขาเป็นสร้อยข้อมือ

“...”

“สร้อย 2 เส้นนี้เชื่อมถึงกัน ถ้าอยากให้ฉันมา ก็แค่กุมมันเอาไว้แล้วอธิษฐาน” เขาอธิบายไปพลางใส่สร้อยให้เธออย่างเบามือ

“น่ารักจังเลยค่ะ ไม่ยักกะรู้ว่าคุณมยองโฮก็มีมุมแบบนี้เหมือนกัน” หญิงสาวอมยิ้มน้อยๆ แล้วลูบจี้หินไปมาอย่างหวงแหน

“ชอบมั้ย” หลังจากใส่เสร็จ มยองโฮก็ถามซองอึน โดยที่ใช้แววตาเป็นตัวสื่อสาร

“ชอบค่ะ” และเธอก็เหลือบขึ้นมาประสานดวงตาคู่ที่คุ้นเคย

“...ไม่นานก็ลืมฉันแน่ๆ เธอน่ะ” อดไม่ได้ที่จะยีผมคนตัวเล็กไปมาอย่างที่เคยทำ 

“ทำไมต้องลืมด้วยละคะ” มือเล็กเลื่อนมาสัมผัสมือที่กำลังยุ่งวุ่นวายกับผมของตัวเอง จนเขาหยุดมือ

“...”

“ใครจะไปลืมคุณเทวดาแสนใจดี แถมยังเป็นห่วงฉันขนาดนี้ได้ลงละคะ”

“...ให้มันจริงเถอะ” 

“แค่นี้ฉันก็คิดถึงคุณแล้วนะคะ...ถ้าเกิดคุณมยองโฮกลับไป ฉันต้องเอาแต่สวดภาวนากับเจ้าสร้อยนี่ทุกวันแหงๆ” ซองอึนพูดขำ 

“พูดแบบนี้คงไม่ต้องกลับแล้วล่ะ”

“ฮ่าๆ ฉันล้อเล่นค่ะ! ใครๆ ก็มีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ คุณก็มี ฉันก็มี...ไว้โอกาสเหมาะๆ ค่อยลงมาเที่ยวอีกนะคะ”

“ต้องมาแน่ล่ะ...เดี๋ยวคนแถวนี้คิดถึงจนไม่เป็นอันทำอะไรพอดี :)” 

“...ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมานะคะ”

“...”

“...ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นจริงๆ ช่วงที่ผ่านมาฉันมีความสุข และรู้สึกปลอดภัยมากๆ เลยค่ะ”

“...ขอบใจเธอเหมือนกันนะ...ที่ทำให้ความคิดถึงของฉันมันไม่สูญเปล่า”

“คะ?” 

“ก็เอาแต่คิดถึงเธออยู่ข้างบน แต่พอได้มาอยู่ด้วยกันแบบนี้...มันรู้สึก...ดีเป็นบ้า...”

“O///O” 

“แถมยังคิดถึงกว่าเดิมอีก...”

“ทำไมต้องทำให้เขินด้วยคะ -///-” 

“ฮ่าๆ น่ารักออก...” นี่คงเป็นครั้งแรกที่มยองโฮพูดแหย่จนทำให้ซองอึนหน้าแดงหูแดงไปหมด

“หยุดแกล้งฉันเลยค่ะ -///-”

“อ่ะๆ ไม่แกล้งก็ได้...” เขายอมอ่อนข้อให้ ตอนแรกกะว่าจะแกล้งให้นานกว่านี้ แต่ก็ยอมเธอซะง่ายๆ แบบนี้

“พรุ่งนี้ถ้าฉันตื่นมา จะยังเจอคุณมยองโฮอยู่มั้ยคะ”

“...หลังเธอตื่น ฉันก็ไปแล้วล่ะ”

“งั้นฉันขออะไรสักอย่างได้มั้ยคะ?”

“อะไรล่ะ”

“...ขอกอดครั้งสุดท้ายได้มั้ยคะ” ถึงมันจะเป็นเรื่องน่าอายที่ผู้หญิงขอกอดผู้ชาย แต่ในเมื่อมันอาจจะนานที่ทั้งคู่จะกลับมาพบกัน ก็อยากจะซึมซับเอาความรู้สึกอบอุ่นสุดท้ายเอาไว้ให้ได้นานที่สุด

“ทีเมื่อวานไม่เห็นจะขอ” ไม่พูดเปล่า มยองโฮดึงคนตัวเล็กเข้ามาในอ้อมกอด มือใหญ่ลูบไปบนกลุ่มผมอย่างนุ่มนวล

“กลับไปที่นู่นแล้วก็ดูแลตัวเองด้วยนะคะ”

“ประโยคนี้ฉันต้องเป็นคนพูดรึเปล่า?”

“ก็ฉันเป็นห่วงนี่คะ ._.” 

“อยู่ที่นี่ก็ดูแลตัวเองดีๆ ล่ะ อย่าให้ต้องไม่สบาย เข้าใจมั้ย?” เขาผละซองอึนออกจากอ้อมกอดช้าๆ

“เข้าใจค่ะ”

“ดีมาก ^^”

“คุณก็เหมือนกันนะคะ” 

“อือ ^^” 

เอื้อนเอ่ยรับคำเสร็จ มยองโฮก็เลื่อนริมฝีปากไปจุมพิตที่หน้าผากมนแบบหน่วงๆ ก่อนจะถอนจุมพิตนั้นออกมา ทำเอาคนตัวเล็กหน้าแดงอย่างเห็นได้ชัด

“นี่เป็นจุมพิตจากซอมยองโฮ เพราะงั้นห้ามให้ใครมาลบออกไปล่ะรู้มั้ย...เพราะเจ้าของหวงมาก” คำพูดทิ้งท้ายของเขาทำเอาเธอหน้าแดงปรี๊ดมากกว่าเดิมหลายเท่า

“.///.” เอาแต่ก้มหน้าเพราะความเขิน

“:)” เขายิ้มชอบใจเมื่อเห็นท่าทางเขินๆ ของซองอึน 

“ใครจะมาลบได้ละคะ .///.”

“ก็คงจะเป็นเจ้าของมันละมั้ง ^^”

 

 

 

 

……………………………………………………………………………………..

เอ้ะ?? จบแค่เนี้ยอะนะอิไรท์ ว้อท????? ว้อทดิทยูดูวะห้ะ!!!

ซีนกุ๊กกิ๊กมีไม่เยอะนะจ้ะ แต่หวังว่ารีดจะชอบ ครุกคริก – ยิ้มกริ่ม

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น