SF (Seventeen x you)

ตอนที่ 5 : Lee Jihoon Uji

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 139
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    24 ส.ค. 63

Related image

 

“อี จีซู~” เสียงของหญิงวัยกลางคนดังมาจากในครัว

เช้าวันนี้เป็นวันแรกที่ฉัน ‘สีฝุ่น’ กำลังจะได้ใช้ชีวิตในเกาหลี เพราะฉันมาแลกเปลี่ยนที่นี่ยังไงละ ><

“ค่า ออมม่า!” จีซู เพื่อนร่วมชั้นที่เป็นโฮสต์ดังขึ้นมาจากด้านบน มาแค่วันแรกเราก็ค่อนข้างที่จะสนิทกัน เพราะก่อนมาที่เกาหลี ฉันได้คุยกับจีซูผ่านโซเชียลบ้าง เรียกว่าเกือบทุกวันเลยแหละ

จะเหลือก็แต่...

“ไปแล้วนะครับ” พี่ชายหน้านิ่งของเธอนั่นแหละ ที่ค่อนข้างจะเก็บตัวไปนิด

“ไม่รอไปพร้อมน้องล่ะจีฮุน” ยังไม่ทันที่จะพูดจบประโยค อีจีฮุนก็เดินออกนอกประตูไปแล้ว

“ปกติอปป้าก็ไม่รอหนูอยู่แล้วนี่คะ -3-” คนผมสั้นประบ่าบ่นอุบ พร้อมกับนั่งลงตรงหน้าจานอาหารเช้า

“เราก็รีบกินข้าวได้แล้ว เดี๋ยวก็พาฝุ่นไปสายหรอก” 

 

ไม่อยากจะเชื่อว่าอี จีฮุนจะอยู่ในกลุ่มหนุ่มฮอตของโรงเรียน ชายหนุ่มประมาณ 5 คนเดินเข้ามาในโรงอาหาร ก็เรียกเสียงกรีดร้องของหญิงสาวไปได้ครึ่งค่อนโรงเรียน 

“เก๊กเก่งซะจริงพี่ฉัน -_-” คนนั่งข้างๆ บ่นเบาๆ พลางส่ายหน้า เมื่อเห็นพี่ชายของตัวเองเดินเชิดๆเข้ามา

อี จีฮุน ค่อนข้างจะต่างจากเพื่อนๆ ในกลุ่ม เพราะพวกเขาต่างยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เมื่อเรตติ้งกำลังพุ่ง แล้วกลุ่มคนทั้ง 5 ก็ตรงดิ่งเข้ามายังพวกเธอทั้งสองคน

“อันยองเด็กน้อยย~” ผู้ชายตัวสูงยิ้มแฉ่งพร้อมกับเอ่ยทักทายเหมือนรู้จักกัน

“ได้ยินว่าเธอเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนจากประเทศไทยเหรอ?” รุ่นพี่คนเดิมพูดขึ้น ก่อนจะถือวิสาสะนั่งลงข้างๆสาวไทย ที่ตอนนี้กำลังงงจนตาเกือบแตก

“เอ่อ...ค่ะ” 

“อ้อ...พวกเรามาจากสภานักเรียนนะ...ตลอดภาคเรียนนี้...เธอจะได้รับการดูแลจากพวกเรา ^^” รอยยิ้มนั้นทำให้เคลิ้มได้เหมือนกันนะเนี่ย 

“...” สีฝุ่นกำลังประมวลผลทั้งภาพและเสียงที่แล่นเข้ามาในหัว

“พวกอปป้าเอาจริงดิ?” จีซูถามอย่างสงสัย

“มันก็เป็นหน้าที่ของพวกเราอยู่แล้วนี่” อีกคนพูดเสริมขึ้น พลางนั่งลงข้างชายคนเมื่อกี้อีกที เบียดได้เบียดอะตอนนี้ -*-

“แถมพวกเรายังเป็นหัวหน้าในแต่ละชมรมอีก...ยังไงเด็กแลกเปลี่ยนก็ต้องได้รับประสบการณ์จากพวกเราอยู่แล้ว :)” ผู้ชายคนที่สามพูดขึ้นอีก เอาล่ะ...ตอนนี้สีฝุ่นเริ่มงงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วแฮะ

“อ่า...ดูเหมือนเด็กใหม่จะงงแล้วนะ...ค่อยเป็นค่อยไปดีกว่าไหม?” และคนที่สี่ก็พูดขึ้นมา 

“นั่นสิ...งั้น...พวกเราขอแนะนำตัวเลยละกัน”

“เริ่มจากฉัน...โดคยอม หรือ ซอกมิน หัวหน้าชมรมประสานเสียงครับ” ชายคนแรกที่มีรอยยิ้มสดใสเอ่ยแนะนำตัวขึ้น

“คิม มินกยู หัวหน้าชมรมทำอาหาร :)” ผู้ชายคนที่สองรายงานตัว ด้วยใบหน้าที่หล่อกระชากจิต

“ฉันชื่อจุน หัวหน้าชมรมศิลปะป้องกันตัว ยินดีที่ได้รู้จักนะ” ชายหนุ่มคนที่สามเอ่ยขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเล็กๆ มุมปาก

“โฮชิ หัวหน้าชมรมศิลปะการเต้น ยินดีที่ได้รู้จัก ^^” เขายิ้มตาหยี พร้อมกับระบายยิ้มออกมา หน้าเหมือนแฮมสเตอร์ไม่มีผิด 

ส่วนคนสุดท้าย ไม่ต้องรอให้เขาแนะนำตัว สีฝุ่นก็พอจะรู้จักอยู่แล้วล่ะนะ

“อ้อ...คนนี้เธอน่าจะรู้จักอยู่แล้ว...อี จีฮุน หัวหน้าชมรม music producer” เสร็จสิ้นการแนะนำตัว ก็เป็นฝ่ายเธอบ้างที่จะต้องตอบโต้บทสนทนาจากรุ่นพี่ทั้ง 5

“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อสีฝุ่น นักเรียนแลกเปลี่ยนจากไทย ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ :)” 

“โอเคสีฝุ่น วันนี้พวกเรามาแนะนำตัวให้เธอได้รู้จัก ในวันต่อๆ ไป พวกเราจะพาเธอไปรู้จักกิจกรรมต่างๆ ในโรงเรียนเอง” รุ่นพี่ซอกมินพูดขึ้นอย่างเป็นกันเอง

“ขอบคุณค่ะ ^^”

 

และแล้วก็เป็นอย่างที่เธอคิด บรรยากาศของห้องอัดเสียงค่อนข้างที่จะอึดอัด ด้วยความที่จีฮุนเป็นคนที่ค่อนข้างเงียบอยู่แล้ว ยิ่งทำให้บรรยากาศหม่นลงไปอีก

“เอ่อ...” ทันทีที่เสียงของสีฝุ่นเปล่งออกมา รุ่นพี่ที่นั่งไม่ไกลจากเธอก็สวนกลับขึ้นมาทันควัน

“ห้องนี้ต้องการสมาธิ...เงียบก่อน” เขาเอ่ยเสียงเรียบ ทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อย แต่ก็ยอมสงบปากสงบคำแต่โดยดี ได้แต่มองเขาทำงาน พร้อมกับฟังเสียงของนักร้องหนุ่มอีกคนในห้องอัดเสียง

ตอนนี้ทางโรงเรียนได้มีการจัดประกวดแข่งขันเพลงร่วมกับโรงเรียนอื่นๆ ดังนั้น ห้องอัดเสียงจึงค่อนข้างที่จะยุ่งอยู่ไม่เบา

 

“ไม่เคยเห็นเธอมาก่อนเลย มาช่วยฮยองเหรอ?” ชายหนุ่มคนที่ร้องเพลงในห้องอัด ถามขึ้นขณะที่เดินออกมาจากห้องอัด โดยมีจีฮุนเดินนำหน้าออกไปก่อน

“ฉันมาแลกเปลี่ยนน่ะ วันนี้ได้มาดูรุ่นพี่ทำงาน ^^; ” เธอยิ้มแห้งๆ ส่งไปให้

“อ้อ...ฉันชื่อ จาง ยองเค เรียกว่า เจเค ก็ได้”

“อ่า...ฉันชื่อสีฝุ่น”

“ยินดีที่ได้รู้จักนะ...ว่าแต่...เธออยู่ห้องไหนอะ มาที่นี่นานเท่าไหร่แล้ว” เจเคช่างจ้อเหลือเกิน

“ฉันอยู่ห้อง 2 น่ะ มานี่ได้เกือบอาทิตย์นึงแล้ว”

“ห้อง 2 ห้องเดียวกับน้องของฮยองสินะ”

“อื้อ”

“งั้นก็ต้องสนิทกะฮยองอะสิ”

“...ไม่ได้สนิทอะไรหรอก ^^; ” 

“อ่า...แล้ว...เมื่อกี้เป็นไงมั่ง”

“หืม? อะไรเหรอ”

“ก็...เพลงที่ฉันร้องอะ” เจเคถามต่อพลางเกาต้นคอแก้เขิน

“อ๋อ...เพราะดีนะ ฉันฟังไม่กี่รอบก็ร้องตามได้ละ ^^”

“ใช่มั้ยละ ฉันโคตรจะตื่นเต้นเลยที่ได้ร้องเพลงที่ฮยองแต่ง” เขายิ้มหน้าบานอย่างภูมิใจ บทสนทนาของหนุ่มสาวคู่นี้ ทำให้บุคคลที่เดินนำหน้าอยู่ลอบถอนหายใจเล็กน้อย

“อีกสองอาทิตย์จะมีงานแข่งขันร้องเพลงประจำปี เธอยังอยู่ใช่ปะ”

“อื้ม ฉันอยู่จนจบเทอมนี้เลยน่ะ” 

“ดีเลย! งั้นวันนั้นก็ไปเชียร์ฉันสิ” 

“อ่า...” ยังไม่ทันที่สีฝุ่นจะได้ให้คำตอบเพื่อนร่วมชั้น จีฮุนก็หยุดกึก เขาหันกลับมาที่คนทั้งสอง

“กลับห้อง” เสียงเรียบๆ ที่เฉียบขาดของรุ่นพี่ตัวเล็กเอ่ยขึ้น

“ครับ?” เจเคฉงน มีแต่เครื่องหมายคำถามเกิดขึ้นในหัว

ไม่ว่าเปล่า มือหนาก็คว้าเข้าที่ข้อมือเล็กของสีฝุ่น พร้อมกับกึ่งลากกึ่งจูงไปยังห้องสภานักเรียน

“มีอะไรรึเปล่าคะพี่จีฮุน??” เสียงเล็กถามขึ้น พร้อมกับพาขาทั้งสองข้างก้าวตามคนด้านหน้าไปเรื่อยๆ จนมาถึงห้องสภา

“สนิทกับหมอนั่น?” 

“คะ?” เธอเอียงคอสงสัยกับสิ่งที่เขาถาม

“ฉันถามว่า...เธอสนิทกับหมอนั่นรึไง?” คนหน้านิ่งเค้นเสียงเข้ม พร้อมกับดึงข้อมือเล็ก จนทำให้ตัวเธอขยับเข้ามาใกล้เขามากขึ้น

“มะ...ไม่ได้สนิทค่ะ...แค่ทักทายกันธรรมดา” เด็กน้อยพูดตะกุกตะกัก เพราะรู้สึกว่ารุ่นพี่คนนี้ช่างน่ากลัวเหลือเกิน

“...” เขาย่นคิ้วเหมือนไม่เชื่อ

“จริงๆ นะคะ...เจเค เขาแค่ถามเรื่องทั่วไป แล้วก็ชวนไปดู...เขาประกวดร้องเพลง...เฉยๆ” สีฝุ่นกลืนน้ำลายลงอย่างยากลำบากที่สุดในชีวิต เพราะมือหนาดึงข้อมือเธอให้เข้าใกล้เขามากเกินพอดี

“...” เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงแต่จ้องมองเข้าไปในดวงตาของหญิงสาว เหมือนต้องการจับผิด

“พะ...พี่จีฮุน...” เธอเรียกชื่อของเขา เพราะกลัวสายตาของคนที่สูงกว่าเล็กน้อย

“แล้วไป...ไม่สนิทก็ดี” เขาหันหน้ากลับไปอีกทาง พร้อมกับปล่อยข้อมือเล็กให้เป็นอิสระ แล้วที่ว่าไม่สนิทก็ดีนี่คือยังไงกัน

“...”

“กลับได้แล้ว” เสียงเข้มเอ่ยขึ้น ในขณะที่มือกำลังเก็บของบนโต๊ะ

“คะ?”

“กลับบ้านได้แล้ว” เหมือนเสียงของเขาจะอ่อนลงกว่าเมื่อกี้นะ

“แต่...” แต่ว่าวันนี้ เขายังไม่ได้อธิบายอะไรเกี่ยวกับชมรมของเขาเหมือนกับที่รุ่นพี่คนอื่นทำเลยนะ

“อะไร?” ดวงตาเรียวตวัดมามอง จนคนโดนจ้องสะดุ้ง

“ก็...รุ่นพี่ยัง...ไม่ได้...เออ...มะ...ไม่มีอะไรหรอกค่ะ” สีฝุ่นก้มหน้าหลบสายตาคมคู่นั้น

“ยังไม่ได้อะไร?” อะไรกันละเนี่ย!! นิสัยต้องการคาดคั้นของเขาน่ะ!!

“มะ...ไม่มีอะไรค่ะ...เฮือก!” เป็นอีกครั้งที่ข้อมือข้างเดิมของเธอ ถูกเขาเข้าครอบงำ

“บอกมา”

“...”

“...” ต่างคนต่างเงียบ นี่เขากำลังเล่นสงครามประสาทเหรอเนี่ย??

“...ระ...รุ่นพี่ยังไม่ได้สอน...หมายถึง...ยังไม่ได้อธิบายเรื่องชมรม...”

“กลับบ้านค่อยพูดก็ได้” เขาพูดหน้าตาย...ทำอย่างกับกลับบ้านแล้วจะคุยกันงั้นแหละ

“...แล้วรุ่นพี่ไม่กลับบ้าน...” ทันทีที่เผลอมองตา คำถามที่กำลังออกจากปากก็ถูกกลืนลงคอทันที

“ต้องทำงานที่เหลือก่อน”

“งาน?”

“...” เป็นอีกครั้งที่เขาเงียบและเดินกลับไปยังโต๊ะประจำตำแหน่ง

“...”

“แก้เนื้อเพลงที่จะส่งเข้าประกวดน่ะ”

“อะ...ค่ะ” และทันทีที่เสียงแข็งเปลี่ยนเป็นเสียงที่อ่อนโยนขึ้น หัวใจของหญิงสาวก็สั่นเหมือนเกิดแผ่นดินไหวขึ้นใกล้ๆ

“กลับได้แล้ว” เขาไล่ นั่นยิ่งทำให้เธอไม่สามารถยืนอยู่ในนี้ได้นาน จึงยอมเดินออกมาแต่โดยดี

 

“ย่าห์!! ฝุ่น ฉันรอเธอตั้งนาน หายไปไหนมา??”

“วันนี้พี่จีฮุนอัดเสียงประกวดน่ะ เลยนานหน่อย”

“เออจริงด้วย...แต่ก็ช่างเหอะ...แล้วไอ้คุณพี่ฉันหายไปไหนอะ”

“พี่เขานั่งทำงานต่อในห้องสภาน่ะ” ฝุ่นเก็บของใส่กระเป๋านักเรียน

“ทุกทีสิน่า”

“ทุกที?”

“ก็ทุกทีที่มีแข่งประกวด เขาจะทุ่มสุดตัวเลยล่ะ”

“...”

“บางวันก็ไม่ได้กลับบ้าน ทำงานเป็นบ้าเป็นหลัง -_-” 

“...ขนาดนั้นเลย?” 

“อือ...แต่ก็น่าเป็นห่วงนะ ตาพี่บ้านั่น”

“...”

 “เคยมีครั้งนึงที่พี่จีฮุนป่วยเพราะโหมงานหนัก”

“แล้ว...ปล่อยพี่เขาไว้แบบนี้จะดีหรอ?”

“พี่เขาไม่ชอบให้ใครไปกวนตอนทำงานน่ะ ปล่อยไว้แบบนั้นล่ะดีแล้ว ขืนเข้าไปยุ่ง เดี๋ยวโดนดุซะเปล่า”

“แต่ฉันรู้สึกไม่ค่อยดีเลยอะ TT” 

“ยัยฝุ่น!! เฮ้อ...เธอนี่นะ...ขี้สงสารคนอื่นไปหมด”

“แต่นี่เป็นพี่ของเธอเลยนะ...”

“แล้วจะทำยังไงละ”

“หาอะไรให้พี่จุฮุนกินระหว่างทำงานดีมั้ย”

“ไอเดียไม่เลว”

 

แอด~

สองสาวเปิดประตูห้องสภาให้เงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่โชคร้ายที่พวกเขาไม่น่าจะได้หยอดน้ำมันประตูเท่าไหร่ เลยทำให้เกิดเสียงดังขึ้นอย่างที่ได้ยิน

“นี่ยังไม่กลับกันอีก?” เป็นไปอย่างที่คาด จีฮุนพูดเสียงดุ

“ก็ยัยฝุ่นน่ะสิเป็นห่วงพี่ คะยั้นคะยอให้ฉันต้องตามใจ” กะว่าจะเก็บไว้ไม่บอกเรื่องนี้กับเจ้าตัว แต่จีซูก็ได้บอกพี่ชายไปซะแล้ว

“...” ชายหนุ่มเงียบ ก่อนจะหันกลับไปง่วนกับเนื้อเพลงบนโต๊ะเหมือนเดิม

“จาจังมยอนกะรามยอนค่ะคุณพี่” จีซูถือถุงของกินไปวางไว้บนโต๊ะข้างๆ กัน

“...” และไม่มีแม้แต่เสียงตอบรับจากเขา

“พวกฉันกลับแล้วนะ” 

“อย่าลืมทานข้าวด้วยนะคะพี่จีฮุน” ฝุ่นพูดเสียงเบา แต่นั่นกลับทำให้คนที่กำลังยุ่งกับเนื้อเพลง หันกลับมา

“รอกลับพร้อมกันสิ”

“ห้ะ??” จีซูขมวดคิ้วยุ่งด้วยความงง เขาเนี่ยนะเป็นฝ่ายชวนกลับ

“มืดขนาดนี้แล้ว อีกอย่างวันนี้ฉันกะว่าจะไม่อยู่นาน” น้องสาวคนนี้แทบจะไม่อยากเชื่อหูตัวเอง เพราะจีฮุนพูดเยอะกว่าปกติ

“...”

 

คำว่าไม่นานของเขาก็ได้ทำให้จีซูปวดฉี่ขึ้นมา

“ฝุ่น...ฉันไปห้องน้ำก่อนนะ”

“เดี๋ยวฉันไปเป็นเพื่อน”

“ไม่เป็นไร ใกล้ๆแค่นี้เอง” 

“แต่มันมืดแล้วนะ ให้ฉันไปด้วยดีกว่า” ชายหนุ่มที่นั่งฟังบทสนทนาอยู่ ก็ลุกขึ้นเก็บของ และเอ่ยประโยคหนึ่งขึ้นมา

“ออกไปด้วยกันหมดนี่แหละ”

 

ระหว่างที่รอจีซูเข้าห้องน้ำ จีฮุนก็ยื่นโทรศัพท์ให้สีฝุ่น

“คะ?”

“ช่วยฟังหน่อยสิ”

หญิงสาวหยิบหูฟังไปอย่างว่าง่าย ก่อนที่มือหนาของจีฮุนจะกดเล่นเพลงในโทรศัพท์ของตัวเอง

เขามองใบหน้าของคนตัวเล็กกว่าอย่างใจจดใจจ่อกับทำนองเพลงที่เขาเพิ่งปรับแต่งขึ้นมาใหม่

“ฟังยากจังเลยค่ะ...พอไม่มีเนื้อร้อง...” เธอชะงักคำพูดเอาไว้ ก่อนจะเหลือบมองคนที่มองอยู่ก่อนแล้วด้วยความหวั่นๆ ว่าเขาจะดุเธออีก

แต่ผิดคาด อี จีฮุนถือวิสาสะเอาหูฟังอีกข้างไปใส่บ้าง พร้อมกับเปิดเพลงขึ้นอีกรอบ และเขาก็ร้องเพลงไปตามทำนอง ทำเอาใบหน้าของหญิงสาวขึ้นสีระเรื่อ...อบอุ่นใจแบบแปลกๆ

จะว่าไป จีซูเข้าห้องน้ำนานไปรึเปล่านะ...

แต่เปล่าหรอก เธอเสร็จกิจตั้งนานแล้ว แต่พอได้เห็นภาพพี่ชายกับเพื่อนนักเรียนแลกเปลี่ยนตรงนั้น ก็ทำให้เธอหยุดอมยิ้มไม่ได้ ดูเหมือนพี่ชายคนนั้นกำลังเปลี่ยนไปนะ

“สุดยอดไปเลยค่ะ ^^” ทันทีที่จบเพลงแค่บางส่วน ฝุ่นก็เอ่ยทักขึ้นมา เพราะทึ่งในความสามารถของชายคนนี้

“...จริงเหรอ” เขาพูดเหมือนไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

“ฝุ่นจะโกหกไปทำไมละคะ” เธอเอ่ยยิ้มๆ ก่อนจะตั้งใจฟังทำนองที่ไม่มีเนื้อร้องต่อ โดยที่มีจีฮุนจับตาดูเธอทุกการกระทำ นอกจากแม่ และจีซูแล้ว เขาก็แทบไมได้สนิทกับผู้หญิงคนไหนพอที่จะพูดคุยได้นานขนาดนี้

“อะแฮ่ม! รีบกลับกันเถอะค่ะ เดี๋ยวรถหมด” 

 

ยังดีนะ ที่วันนี้เป็นวันศุกร์ เลยไม่มีอะไรน่าห่วง ถึงรถจะหมด ก็ยังพอมีทางกลับบ้านได้

“อัปป้าโทรมาบอกว่าวันนี้ออกไปงานเลี้ยงรุ่นอะ” จีซูย่นจมูกเล็กน้อยหลังจากรับโทรศัพท์เมื่อกี้เสร็จ 

“งั้นเราหาอะไรกินนอกบ้านกันดีมั้ย?” เธอเสนอไอเดียขึ้นมา สีฝุ่นน่ะยังไงก็ได้ แต่คุณพี่ชายหน้านิ่งคนนี้สิ จะเห็นด้วยหรือเปล่า...

“อ่า...งั้นพี่กลับไปทำงานต่อที่บ้าน ส่วนพวกฉันจะหาอะไรกินก่อนกลับนะ” น้องสาวจัดการเสร็จสรรพตามอำเภอใจ พร้อมกับคว้าข้อมือของเพื่อนทำท่าจะเดินออกไป

“บอกแล้วไงว่าจะกลับพร้อมกัน” เสียงเข้มเอ่ยตามหลัง จีฮุนเดินนำหน้าไปโดยไม่สนใจว่าหญิงสาวทั้งสองจะทำหน้ายังไง

“แต่ในมืออปป้ายังมีจาจังกะราม...” ยังไม่ทันที่น้องสาวตัวจุ้นจะพูดจบ เขาก็ชิงพูดขึ้นก่อน

“เก็บไว้พรุ่งนี้ก็ได้นี่” เขายักไหล่ไหวๆ 

 

หลังจากที่ได้กินข้าวเย็นจากข้างนอก พวกเขาทั้งสามคนก็กลับสู่บ้านเรียบร้อย ต่างคนก็ต่างเข้าห้องเพื่อไปทำธุระของตัวเอง 

สีฝุ่นก็เช่นกัน วันนี้ว่างๆ เลยถือโอกาสโทรหาแม่ที่ไทยเสียหน่อย เธอเดินออกมาจากห้องนอน และยืนคุยโทรศัพท์ตรงระเบียงบันไดภายใต้แสงไฟด้านนอกที่ลอดเข้ามาในตัวบ้าน เลยปรากฏเพียงแสงสลัวเท่านั้น แต่นั่นก็ไม่ทำให้เธอลอดสายตาไปจากชายอีกคนได้

“ค่า~ แม่ก็อย่าลืมดูแลสุขภาพตัวเองด้วยนะคะ ค่า...สวัสดีค่ะ”

ปึก!

“ว้าย!” คนตัวเล็กกำลังจะหันกลับไป แต่ดันชนเข้ากับอะไรบางอย่างเข้า

หมับ!

วงแขนแกร่งของบุคคลปริศนาโอบรอบเอวสีฝุ่นเอาไว้ ถ้าเกิดคว้าเธอไว้ไม่ทัน คงได้กลิ้งลงไปตามบันไดจนหัวร้างคางแตกไปแล้ว

“คุยกับใคร?” เสียงเข้มอันคุ้นเคยของอี จีฮุน ทำให้แขนเล็กที่เผลอกอดคอรุ่นพี่หน้านิ่งรีบผละออก แต่เอวเล็กก็ยังคงไม่เป็นอิสระ

“คะ...คุยกับคุณแม่ค่ะ” สีฝุ่นสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด พลางเลี่ยงสายตาของจีฮุน ที่ตอนนี้สายตาของเธอเริ่มชินกับความมืด ชินมากพอที่จะมองเห็นใบหน้าคมของเขาได้ชัดเจน

“แน่ใจ?” 

“แน่ใจสิ...คะ” เรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย!!? ทำไมความรู้สึกแปลกๆ มันก่อตัวขึ้นอีกแล้ว

“...” จีฮุนเงียบ แต่ยังคงไม่ละสายตาไปไหน แถมแขนของเขายังโอบรอบเอวของสีฝุ่นอยู่แบบนั้น...ไม่ยอมปล่อย

“พี่จีฮุน...มีอะไรรึเปล่าคะ?” เมื่อความเงียบก่อตัวขึ้น เธอจึงรีบถามขึ้นทันที เพราะไม่อยากปล่อยให้บรรยากาศเย็นยะเยือกไปมากกว่า

“เปล่า”

“ถ้า...ไม่มี...ก็ปล่อยฝุ่นได้แล้วค่ะ...จะนอนแล้ว .///. ” เธอก้มหน้างุดด้วยความเขิน การที่เขาทำแบบนี้มันก็ไม่ต่างจากการถูกกอดสักเท่าไหร่

“อะ...อืม” อ้อมแขนที่แกร่งเกินกว่าร่างของเจ้าตัว ค่อยๆ คลายออก พร้อมกับสีฝุ่นที่วิ่งเข้าห้องไปเรียบร้อย

จีฮุนยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ในหัวกำลังประมวลผลการกระทำของตัวเองซ้ำไปซ้ำมา...อะไรที่ทำให้เขาทำแบบนั้น ทั้งเรื่องที่ดูหวงยัยเด็กแลกเปลี่ยนนั่นจนเกินเหตุเมื่อตอนเย็น ทั้งยังเมื่อกี้นี้อีก ทั้งๆ ที่รู้ว่าเธอกำลังคุยกับคนที่บ้าน แต่เขาก็ทำทีถามกลบเกลื่อนเหมือนไม่รู้ว่าเธอกำลังคุยกับใคร

นอกจากนี้ยังซ้ำกับการที่เขาพูดมากกว่าปกติ ทุกๆ อย่างที่เขาทำ มันกำลังบ่งบอกถึงความผิดปกติบางอย่าง จีฮุนสลัดความคิดทุกอย่างในหัวออกไป เหลือเพียงเสียง ตุบ ตุบ ที่ดังสวนออกมาจากอกด้านซ้าย 

“บ้าไปแล้วหรือไง...”

 

จนป่านนี้แล้ว พ่อแม่ของจีซูก็ยังไม่กลับมา แถมวันนี้เพื่อนสาวต้องออกไปทำงานกับกลุ่มกรรมการนักเรียนอีก ที่บ้านเลยเหลือสีฝุ่น กับจีฮุนแค่สองคน...

“ถ้ามีอะไรก็โทรหาฉันได้นะฝุ่น” จีซูกระซิบเบาๆ ก่อนออกไปทำงาน ทำเอาเธอคิดเตลิดไปไกล แต่ก็คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง เพราะยังไงทั้งเธอและจีฮุนก็ไม่ได้คุยอะไรกันมากเป็นพิเศษอยู่แล้ว

แล้วเธอจะทำอะไรดีล่ะ วันว่างๆ แบบนี้ แถมการบ้านก็ทำเสร็จแล้วด้วย

“โอ๊ะ...ลืมไปเลย!” สีฝุ่นอุทานออกมาเบาๆ ขณะที่กำลังนั่งดูทีวีอยู่ในห้องนั่งเล่น

เธอเดินเข้าไปในครัว เปิดตู้เย็นออกมาก็พบว่ามีถุงใส่จาจังมยอนกับรามยอนเมื่อวานที่เธอออกไปซื้อมาให้จีฮุน

“อุ่นให้ซะหน่อยดีกว่า”

เพราะตั้งแต่เธอตื่นมาจนสายป่านนี้ คุณพี่ชายก็ยังไม่ออกมาจากห้อง ถ้าเขาลงมาคงดีที่มีจานอาหารวางอยู่ อยู่บ้านท่านอย่านิ่งดูดาย อุ่นอาหารไว้ให้ลูกท่านกิน น่าจะดูดีเหมือนกันนะ

แต่ยังไม่ทันที่เธอจะแกะอาหารใส่จานเพื่ออุ่น ก็มีเสียงปริศนาที่ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าใครดังขึ้น

“ทำอะไร?” 

“อ้าว...พี่จีฮุน...อ้อ...พอดีกำลังอุ่นจาจังกับรามยอนให้น่ะค่ะ ตอนนี้น่าจะหิว...” สีฝุ่นง่วนกับการจัดแจงอาหารให้กับรุ่นพี่หน้านิ่ง

“...” เขาเงียบเป็นคำตอบ แต่ก็ยังมองดูคนตัวเล็กทำนู่นทำนี่ แต่เพราะความเงียบนี้ สีฝุ่นเลยหยุดแล้วหันมาถามจีฮุนเพื่อความแน่ใจ

“พี่จีฮุนหิวรึยังคะ กินอะไรรึยัง?” 

“เพิ่งกินแค่กาแฟไปน่ะ”

“แสดงว่าตื่นนานแล้วเหรอคะ?”

“อือ...ทำงานค้างจากเมื่อวานต่อ” ขยันจริงๆ พ่อคุณ...

“ขยันจังเลยนะคะ...งั้นพักทานข้าวก่อนมั้ยคะ” เพื่อนของน้องสาวถามอย่างเป็นกันเอง เพราะตอนนี้เธอรู้สึกว่าเขาไม่ใช่อี จีฮุนคนเดิมที่เอาแต่ทำหน้าซังกะตายอีกต่อไป

“อืม” 

 

“มาแล้วค่ะ” สีฝุ่นเอ่ยด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมกับถือจานอาหารมาวางไว้ที่โต๊ะทานข้าวที่เขานั่งรออยู่

“ขอบใจ” ว่าแล้วเขาก็ยกจานไปดื้อๆ ทำเอาคงที่เพิ่งมาเสิร์ฟงงเป็นไก่ตาแตก

“พะ...พี่จีฮุนไม่นั่งกินตรงนี้ก่อนละคะ จะได้กินได้เต็มที่” สีฝุ่นทำท่าจะเดินตามไป แต่เขาก็ชะงักฝีเท้าเอาไว้ก่อน

“เดี๋ยวเสร็จไม่ทัน” ที่ว่าเสร็จไม่ทันคงเป็นงานมากกว่ากินข้าวมั้ง

“นั่งกินดีๆ ก่อนเถอะค่ะ...เอ่อ...แล้วแต่พี่จีฮุนเลยละกัน ^^; ” เมื่อเริ่มรู้สึกว่าเขาจะเริ่มหงุดหงิดเพราะความเซ้าซี้นี้ สีฝุ่นเลยเลือกที่จะเป็นฝ่ายถอยออกมาหลายก้าว

“กลัวฉันกินไม่อิ่มหรือไง?”

“อ่า...จะว่างั้นก็ได้มั้งคะ” คนตัวเล็กยังคงเกาหัวแก้เก้อ

“งั้นก็มานั่งเฝ้าเลยสิ”

ห้ะ!!!!!

 

ไม่นานจีฮุนก็เดินนำสีฝุ่นมาที่ห้องห้องหนึ่งที่ไม่ไกลจากห้องนั่งเล่นมากนัก เป็นห้องที่เธอไม่รู้มาก่อนว่ามีอยู่ในบ้านหลังนี้ด้วย

“ห้องนี้...ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย...” เธอเอ่ยขึ้นมาเบาๆ พลางมองจีฮุนที่ค่อยๆ แง้มประตูสีทึบออก โดยมีเธอถือจานจาจังมยอนตามมาด้วย

“ห้องอัดเสียงน่ะ”

“O_O”

“ทำไมต้องทำหน้าตกใจขนาดนั้น” เมื่อเห็นตาโตๆ ของเธอ ก็ทำเอาจีฮุนเกือบหลุดขำ

“ห้องนี้ทำขึ้นมาโดยเฉพาะให้พี่จีฮุนเลยรึเปล่าคะ??” เธอยังตื่นเต้นไม่เลิกเมื่อมองห้องอัดเสียงกว้างๆ นี่

“อือ” 

“สุดยอดไปเลยค่ะ!” ถึงแม้จะมัวแต่ตื่นเต้นกับความแปลกใหม่ของห้องนี้ ด้วยความเป็นเด็กดี เธอจึงไม่วายปิดประตูห้องให้ด้วย

“อ้อ...ประตูแค่แง้มไว้ก็พอนะ...ตัวล็อคมันเสีย...!!”

กึก!!

“คะ???” 

ทันทีที่เสียงประตูปิดดังขึ้น จีฮุนถึงกับต้องย่นคิ้วเข้าหากัน

“ยัยบ้า!! ก็บอกว่าประตูมันพังไงเล่า แล้วทีนี้จะออกไปยังไง?” 

“อะ...เอออ...ขะ...ขอโทษค่ะ...ฝุ่นไม่รู้ ^^; ” 

“-_-”

“เอ่อ...แต่ฝุ่นเอาโทรศัพท์เข้ามาด้วยนะคะ...เดี๋ยวโทรบอกให้จีซูมาเปิดจากด้านนอกให้”

“แล้วยัยนั่นจะกลับมาเมื่อไหร่ละ ไม่ดึกเลยรึไง?”

“อ่า...แหะๆ ขอโทษค่ะพี่จีฮุน...มีเบอร์ช่างซ่อมมั้ยคะ เผื่อจะโทรให้เขามาดูให้เลย” เธอขอโทษขอโพยแล้วพยายามหาทางช่วยเหลือสุดฤทธิ์

“ไม่ต้อง...รอให้ยัยนั่นมาค่อยว่ากัน”

“อ่า...ค่ะ”

 

ไม่นานจีฮุนก็กินข้าวเสร็จแล้วก็พร้อมจะลุยงานต่อ โดยที่มีน้องสาวตัวยุ่งอีกคนโผล่เข้ามา

“งานเหลือเยอะมั้ยคะ” ทันทีที่เขาหันกลับไปวุ่นกับกองกระดาษพวกนั้น สีฝุ่นก็ถามขึ้น เพราะเธอไม่มีอะไรจะทำ

“อือ...เหมือนเพลงนี้มันยังขาดอะไรสักอย่าง” เขาครุ่นคิดสมองแทบแตก เพราะไม่แม้แต่หันมามองคนที่ถามเมื่อครู่

“อืมมม...ดูยากจังเลยนะคะ” เธอชะโงกหน้าเข้าไปดูใกล้ๆ ก็มีแต่ตัวอักษรอะไรไม่รู้ที่เธอไม่ค่อยจะเข้าใจ

“ลองฟังดูสิ” เขายื่นหูฟังให้ พร้อมกับค่อยๆ เลื่อนปุ่มเสียงขึ้น

เสียงเพลงดังไปเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงของเจเคที่อัดไว้เมื่อวานดังไปพร้อมๆ กัน

“ประกวดร้องเพลงนี่ต้องมีคนร้องแค่คนเดียวเหรอคะ?” จู่ๆ เธอก็ถามขึ้นมาเมื่อฟังเพลงจนจบ

“ก็ไม่หรอก...บางโรงเรียนก็ส่งมาสอง”

“ฝุ่นว่าถ้ามีผู้หญิงมาร้องเพิ่มในท่อนนี้ก็น่าจะโอเคนะคะ...เพลงมันยังดูทื่อๆ ไป ถ้ามีแค่เสียงของเจเคคนเดียว” สีฝุ่นวิจารณ์ยับ และเธอก็รู้ตัวว่ามันคงมากเกินไป จนอาจทำให้คนที่นั่งตรงข้ามโมโหได้ แต่ก็ผิดคาด...

“ก็อาจจะจริง”

“แล้วโรงเรียนเราพอมีนักร้องผู้หญิงในชมรมบ้างมั้ยคะ?”

“จะว่ามีก็มีแหละ...แต่โดยรวมไม่มีคนที่โทนเสียงคล้ายกับเจเค...ถ้าเกิดร้องคู่กันคงแปล่งๆ” จีฮุนเอนตัวลงกับเก้าอี้ด้วยอาการมึนๆ

“ทำไงดีละคะ...นี่ก็ใกล้วันเข้ามาทุกที” พอเห็นท่าทีของเขา สีฝุ่นก็กังวลร่วมด้วยทันที

“...เธอ...ร้องเพลงได้รึเปล่า?”

สิ้นคำถาม สีฝุ่นก็ตกมาเป็นนักร้องหญิงจำเป็นในเพลงบทนี้ทันที และแล้วเธอก็ได้เข้าไปยืนในห้องอัดเสียง ...ตื่นเต้นเป็นบ้า

“ร้องเหมือนที่เธอร้องประจำนั่นแหละ...ไม่ต้องเกร็ง”

จีฮุนพูดผ่านไมค์ให้สีฝุ่นได้ยินผ่าน sound head เธอพยักหน้าเบาๆ พร้อมกับเป่าลมหายใจออกช้าๆ 

แต่ทว่า...เสียงที่เปล่งขึ้นมาครั้งแรกนั้นสั่นเครือจนทั้งคนฟังและคนร้องหลับตาปรือ

“เอ่อ...ฝุ่นขอโทษค่ะ”

“..เอาใหม่” 

ทั้งคู่ซักซ้อมกันอยู่นาน จนหญิงสาวเริ่มที่จะหายเกร็ง และเธอก็ได้แสดงเสียงร้องออกมาจนเป็นที่น่าพอใจ ทำให้อีจีฮุนอมยิ้มน้อยๆ ที่มุมปาก

“เป็นไงบ้างคะ?” สาวน้อยเดินออกมาจากห้องอัดเสียง ก่อนจะถามรุ่นพี่อย่างเอาเป็นเอาตาย

“ก็ไม่เลว...” 

“แล้ว...”

“ถ้าฉันจะบอกว่า...จะให้เธอมาร้องคู่ให้กับเจเค...”

“คะ...คะ??” สีฝุ่นเอ่ยเสียงหลงเพราะไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง คนอย่างเธอเนี่ยนะ จะได้ร้องคู่กับนักร้องประจำโรงเรียนกับเขาคนนั้น

 

และเป็นอย่างที่คิด ทั้งเจเคและสีฝุ่นต้องมาซ้อมร้องเพลงเพื่อให้ร้องไปในทางเดียวกันทั้งน้ำเสียงและอารมณ์ กว่าจะจูนเข้ากันได้ ก็เล่นเอาหลายวัน

“ไม่อยากจะเชื่อ ว่าเธอจะร้องเพลงได้สุดยอดขนาดนี้” หลังจากซ้อมเสร็จ เจเคก็ชมสีฝุ่นซะเกือบลอย

“ไม่ขนาดนั้นหรอกน่า ยอกันเกินไปแล้ว” เธอยิ้มแห้งๆ กลับไป

“ไปกินข้าวกันปะ :)” เพื่อนหนุ่มเอ่ยชักชวน เพราะเขาเริ่มที่จะหิว เพราะนี่ก็เย็นมากแล้ว

“เอ่อ...” สีฝุ่นอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ก่อนที่จะหันไปมองจีฮุนที่เดินตามมาติดๆ เหมือนจะขอความช่วยเหลือ

“รุ่นพี่เขาไม่ว่าหรอกน่า” เจเคพูดหยอกๆ ก่อนจะถือวิสาสะวางแขนไว้รอบคอของสีฝุ่น

“-*-” จีฮุนทำสีหน้าไม่พอใจ แต่ดูเหมือนทั้งสองคนจะไม่ทันสังเกต

“ป่ะ ไปกินข้าวกัน!!” จาง ยองเค ทำเสียงสดใส พร้อมกับฉีกยิ้มแป้น แต่ไม่ทันที่เขาจะลากเธอไป ชายอีกคนก็คว้าข้อมือเล็กไว้ได้ทัน

“ไม่ได้”

“???”

เสียงเย็นของจีฮุนดังขึ้น แล้วดึงเธอเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว

“ทำไมละครับ?” รุ่นน้องขมวดคิ้วกับการกระทำของเขา

“สีฝุ่นยังต้องอยู่คุยเรื่องเพลงกับฉัน -_-” เขาพูดเสียงเรียบ ก่อนจะลากเธอไป โดยมีรุ่นน้องร้องตามหลัง

“ก็โอเคแล้วนี่ครับ!! ยังจะต้องคุยอะไรอีก!!!” แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้จีฮุนหันกลับมาแต่อย่างใด ไม่ใช่แค่เจเคที่สงสัย แต่สีฝุ่นเองก็สงสัยกับคำพูดของรุ่นพี่คนนี้

“ยังมีอะไรที่ต้องเปลี่ยนอีกงั้นเหรอคะพี่จีฮุน?” หญิงสาวถามขึ้นทั้งๆ ที่ข้อมือยังโดนพันธนาการ

“บอกกี่ครั้งแล้ว”

“คะ?” บอกกี่ครั้ง?...คืออะไร เขาหมายถึงอะไร??

“ก็บอกว่าไม่ให้ยุ่งกับไอ้หมอนั่นไง -*-” เขาพูดด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง แต่ยังพอที่จะควบคุมน้ำเสียงไม่ให้แสดงออกมากไปกว่านี้

“ฝุ่นไม่ได้...” คนตัวเล็กกำลังจะเถียง แต่ก็สู้เขาไม่ได้

“ไม่ต้องเถียง”

“...”

“นอกจากทำงานด้วยกันแล้ว อย่างอื่นก็ไม่ต้องยุ่ง ไม่ต้องเกี่ยวข้องกัน...เข้าใจไหม?” เขาหยุดเดิน พร้อมกับกำชับเสียงหนักแน่น

“ทะ...ทำไมละคะ...เจเคก็...เพื่อน...อ๊ะ!” ก่อนที่สีฝุ่นจะพูดจบประโยค ข้อมือเล็กก็ถูกบีบด้วยมือหนา นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอร้องเสียงหลง

“บอกว่าไม่ก็คือไม่!” จีฮุนตวาดเสียงดังแบบที่สีฝุ่นไม่เคยเจอมาก่อน เขาดูน่ากลัวกว่าปกติเอามากๆ 

“...พี่จีฮุน” มือเล็กอีกข้างพยายามที่จะแกะมือหนาที่จับข้อมืออีกข้างออก แต่ก็ไม่อาจสู้แรงเขาได้

“ทำไมไม่เชื่อกันบ้าง?”

“...”

“ทำไม...ทำไมต้องทำให้ฉันกลายเป็นแบบนี้??”

“พะ...พี่...”

“ยัยเด็กโง่...” เขาพูดเสียงอ่อน ก่อนจะหันหน้าไปทางอื่น เพราะเริ่มดึงสติกลับมาได้ และรู้ตัวว่ากำลังทำให้คนข้างหน้ากลัว

“พี่...จีฮุน...ฝุ่นก็แค่...”

“ฉันรู้จักเจเคดี...ฉันแค่...ไม่อยากให้เธอเสียใจเพราะหมอนั่น...” จีฮุนหันกลับมาด้วยสีหน้าจริงจัง พร้อมกับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ

“...”

“เพราะงั้น...รู้จักกันแค่ฐานะเพื่อนก็พอ”

“...”

“...แล้วก็เลิกทำให้ฉัน...เป็นบ้าแบบนี้ได้แล้ว...” ยิ่งเขาพูดก็ยิ่งทำให้เธองงหนักกว่าเดิม

“ฝุ่นขอโทษค่ะ...ถ้าเกิดฝุ่น...ทำให้พี่โกรธ...”

“...”

“แต่...ฝุ่นกับเจเคเป็นแค่เพื่อนกันจริงๆนะ...ไม่ได้เป็นมากกว่านั้น...พี่ไม่ต้องห่วงหรอก”

“...”

“พี่จีฮุนไม่เชื่อฝุ่นเหรอคะ?” มือเล็กที่พยายามแกะมือเขาออก เปลี่ยนมากุมมือใหญ่นั่นเอาไว้แทน

“...”

“จ้องตาฝุ่นสิคะ...แบบที่พี่ชอบทำ...จะได้รู้ว่าฝุ่นพูดจริง” หญิงสาวยืนยันหนักแน่น และเป็นฝ่ายจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา

“...” แต่ไม่รู้ทำไม ใบหน้าของจีฮุนถึงได้ร้อนผ่าวขึ้นมาเสียดื้อๆ

“...” ยัยบ้า!! เลิกจ้องสักที...

“อืม...เชื่อแล้ว...เลิกจ้องสักที -_-/// ” เขาปล่อยให้เธอเป็นอิสระ ก่อนจะเดินไปที่ห้องสภานักเรียน

“รอด้วยค่ะ!!” คนตัวเล็กวิ่งตามเขาต้อยๆ เหมือนลูกไก่

 

 



-วันงานเทศกาลประกวดร้องเพลง-


“ตื่นเต้นรึเปล่า?” จีฮุนถามสีฝุ่นที่กำลังเดินทั่วห้องเตรียมตัวหลังเวที

“ก็...นิดหน่อยค่ะ” สองมือเล็กกุมกันไว้ไม่ปล่อย จนเหงื่อเริ่มผุดขึ้นเต็มฝ่ามือ

“มานี่” หญิงสาวเดินเข้าไปหาเขาตามคำสั่ง

“มองตาฉัน” คำสั่งนี้ไม่ว่าจะกี่ครั้ง เธอก็ปฏิเสธไม่ได้ที่จะละเลยไม่ทำตาม

“...”

“เชื่อในตัวเอง...ทุกคนรอฟังเพลงจากเธอ...ไม่ว่าจะอยู่ในห้องอัดเสียง หรืออยู่บนเวที...นั่นก็คือเธอ...สีฝุ่น”

“...”

“มีแค่เธอคนเดียวที่รู้วิธีควบคุมตัวเอง...มีความสุขในการร้องเพลง...แสดงมันออกมาให้เต็มที่นะ...ฉันจะคอยเป็นกำลังใจให้เธอ...ยืนมองเธออยู่ด้านล่าง”

“...”

“เธอต้องทำได้นะ...ยัยเด็กน้อย ^^” นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นรอยยิ้มที่มาจากใจจริงของจีฮุน

“ขอบคุณนะคะพี่จีฮุน ^^” หญิงสาวยิ้มกลับไปด้วยความรู้สึกที่อบอุ่นใจแปลกๆ 

“ไปได้แล้ว” ก่อนเดินจากไป มือหนาลูบผมของเธอเบาๆ อย่างเอ็นดู

 

 

“เอาละค่ะ...มาถึงช่วงเวลาระทึกของวันนี้กันแล้ว” พิธีกรบนเวทีพูดขึ้น พร้อมกับเดินผ่านผู้เข้าแข่งขันหลายคนที่ยืนอยู่บนเวที 

“ทุกโรงเรียนทำออกมาได้ดีจนกรรมการของเราค่อนข้างที่จะหนักใจเลยนะครับเนี่ย” พิธีกรหนุ่มพูดต่อ ในมือของเขาทั้งสองคน มีกระดาษสีขาวคนละแผ่น ในนั้นมีรายชื่อผู้เข้าแข่งขันที่ได้รับรางวัล

“เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา เรามาประกาศทีมที่ได้รางวัลชมเชยกันดีกว่าค่ะ”

รายการแข่งขันดำเนินไปเรื่อยๆ จนมาถึงการประกาศรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 

“จาง ยองเค และ สีฝุ่น ค่า~” สิ้นเสียงประกาศ สีฝุ่นเบิกตาโพลงด้วยความไม่เชื่อหูตัวเอง ไม่ต่างกับยองเคที่ตอนนี้เอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่ยอมหุบ 

 

 

“ยัยฝุ่นนนนนน!!!” เสียงจีซูดังมาไกล เพื่อนสาววิ่งเข้ามาสวมกอดคนตัวเล็กแน่น

“เธอเก่งมากเลยยยย สุดยอดอะ ><” อี จีซู ชมอย่างไม่หยุดหย่อน ส่วนรุ่นพี่จีฮุนก็แอบมองสถานการณ์อยู่ไม่ไกล เขาก็ดีใจไม่ต่างจากใครอื่นเลย 

“เก่งมาก ^^” นักร้องดูโอ้เดินตามมาสมทบ ก่อนจะใช้มือยีผมหญิงสาวเบาๆ

“นายก็เหมือนกัน ^^” 

“งั้นไปฉลองที่ไหนกันดี?” ยองเคพูดอย่างร่าเริง พลางเหลือบมองจีฮุน ที่ตอนนี้เขาได้หุบยิ้มไปเรียบร้อย เพราะกิริยาที่ดูรุ่มร่ามกับน้องสาวอีกคนของเขามากเกินไปจนขัดใจ

“อ่า...พี่จีฮุน...ไปฉลองที่ไหนกันดีคะ?” คนตัวเล็กเดินเข้าไปหารุ่นพี่หน้าตึง เพราะเธอรับรู้ได้ถึงอารมณ์ขุ่นเคืองของเขา

“พวกเธอเลือกเลยสิ” 

 

 

“ไปต่อคาราโอเกะกันมะ??” ยองเค ยังคงเป็นยองเคอีกครั้งที่ชวนทุกคนเที่ยวต่อ หลังจากที่ฉลองมื้ออาหารกันเสร็จ ทั้งจีฮุน จีซู และสีฝุ่นก็ไม่ได้มีใครปฏิเสธคำชวนของเขา

“ไปนะฝุ่น ฉันยังอยากร้องเพลงคู่กะเธออีกตั้งเยอะแหนะ”

“เอ่อ...ฉันจะร้องได้รึเปล่านี่สิ...ไม่รู้จักเพลงเกาหลีเยอะขนาดนั้น ^^; ”  

 

 

 

ถึงจะบอกว่าไม่รู้จักเพลงเกาหลีเยอะ แต่พอเพลงไหนขึ้น เธอก็ดำน้ำไปกับเขาตลอด ให้ตายสิ!!

“ไม่ฉลองต่อกันหน่อยเหรอครับรุ่นพี่!! พรุ่งนี้ก็วันหยุดนะ!!” เจเคตะโกนแข่งกับเพลง เขาอยากดื่มต่อ เพราะตอนนี้อารมณ์กำลังมันส์

“กลับไปกินบ้านแกนู่น!!”

“ฮ่าๆๆๆ ทำไมละครับ?? หวงเหรอ?” เหมือนเจ้ารุ่นน้องจะจี้โดนจุด เพราะจีฮุนขมวดคิ้วจนเป็นปม

“หวงอะไร??” ยังมาทำเป็นไขสืออีกนะ...

“ก็หวงน้องสาวคนที่น่ารักนั่นไงครับ ออกนอกหน้าแบบนี้ หลงรักเธอเข้าอะสิ ^^” เจเคเปลี่ยนมาเป็นกระซิบแทน

“แกเอาตาไหนดูฮะ???” จีฮุนรู้สึกร้อนผ่าวที่หน้า แต่พยายามเก็บอารมณ์เอาไว้

“ถ้าไม่หวงก็ให้ผมดิ” ไอ้!!!

“ไม่!! ฝุ่น!! จีซู!! กลับบ้าน!!” เขาตะโกนเรียกสองสาวที่กำลังร้องเพลงอย่างสนุกสนานให้เดินออกไปพร้อมกับเขา โดยไม่สนใจรุ่นน้องที่กำลังทำหน้ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เพราะเพิ่งจับใต๋รุ่นพี่หน้านิ่งคนนี้ได้

 

 

 

“ทำไมรีบกลับนักละคะ” จีซูถามขึ้น ทั้งที่วิ่งตามพี่ตัวเองออกมาจากห้องคาราโอเกะ

“ง่วง!” เขาตอบกลับอย่างหัวเสีย แต่จริงๆแล้วเหตุก็เพราะไอ้บ้าเจเคนั่นที่พยายามยุให้เขาโมโห ซึ่งมันก็ได้ผล

 

 

 

จีฮุนนั่งมองหน้าจอคอมภายในห้องอัดเสียงที่เงียบงันอย่างปกติ แต่คราวนี้ในใจของเขามันกลับวุ่นวายขัดกับบรรยากาศสิ้นดี เพราะในหัวนึกถึงแต่ไอ้รุ่นน้องยองเคคนนั้นพูดแหย่เขา ฉันเนี่ยนะตกหลุมรักสีฝุ่น?

ชายหนุ่มสะบัดหัวไปมาเพื่อเหวี่ยงความคิดที่ไม่เข้าท่านี่ออกไป ตอนนี้คงไม่มีกะจิตกะใจจะทำงานอะไรต่อทั้งนั้น เขาเลยเดินออกมาจากห้องอัดเสียง

“อ่า...พรุ่งนี้เหรอ...ก็...น่าจะว่างนะ” พลันที่เขาเดินออกมาก็ได้ยินเสียงนุ่มๆ ที่คุ้นเคย สีฝุ่นยืนคุยโทรศัพท์กับใครบางคนอยู่ที่โซฟากลางห้องโถง

“จะ...ดีเหรอ? ไปกันสองคนเนี่ย?” เธอพูดกรอกกลับไปที่ปลายสาย พลางเกาหัวแกรกๆ

“อ่า...อะ..โอเค..งั้นสิบโมงเจอกันจ้ะ” ทันทีที่สีฝุ่นวางสาย หญิงสาวก็ลุกขึ้นจากโซฟาตัวเขื่อง แล้วก็พบกับรุ่นพี่หน้าตึงยืนจ้องเธออยู่ก่อนแล้ว

“พี่...จีฮุน...ยังไม่นอนอีกเหรอคะ?” คนตัวเล็กถาม เมื่อเห็นเขายังยืนอยู่ในความมืดที่มีเพียงแสงสลัวจากไฟนอกบ้านส่องกระทบ

“คุยกับใคร” ไม่ตอบแถมยังถามคำถามเธอเพิ่ม

“กะ...กับเจเคค่ะ ._.” ทั้งๆ ที่รู้ว่าเขาบอกนักบอกหนาว่าไม่ให้ยุ่งกับยองเค แต่เธอก็หลุดปากรับคำไปดูหนังสองคนกับเขาซะแล้ว การที่เธอปฏิเสธคนไม่เก่งแบบนี้ ก็ลำบากเหมือนกันนะ

“จะไปไหนกัน...สองคน” คนตาเล็กกดหัวตาลงอย่างดุๆ และเน้นคำท้ายประโยคด้วยเสียงเย็น

“...ไป...ดูหนัง...ค่ะ ._.” สีฝุ่นไม่กล้าสบตาเขาเลยแม้แต่น้อย เอาแต่ก้มหน้างุดมองปลายเท้าตัวเอง ทันทีที่เธอพูดจบจากที่มองเห็นแต่เท้าตัวเอง ก็ปรากฏเท้าของอีกคนขึ้นใกล้ๆ

อีจีฮุนเดินเข้ามาอยู่ในระยะประชิด จนเธอรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขาที่รดลงมา

“ทำไมไม่มองหน้า...เวลาพูดกับผู้ใหญ่ หื้ม?” เขาเค้นเสียงในลำคอต่ำๆ จนเธอต้องรีบช้อนสายตาขึ้นมามองคนที่อยู่ระดับใกล้ๆ กันอย่างกล้าๆ กลัวๆ

“...” หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเพราะสายตาของเขามันดุซะจนอยากจะวิ่งหนีให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็ทำไม่ได้

“ฉันบอกว่าไง” 

“ค..คะ?” 

“...” เขาเงียบโดยไม่พูดย้ำกับประโยคเดิมๆ ที่พูดไปแล้ว ทำให้สีฝุ่นต้องไตร่ตรองอยู่ในหัวเอาเอง

“...พี่จีฮุนบอกว่า...ไม่ให้ไปไหนกับเจเคตามลำพัง...ไม่ให้ยุ่ง...”

“รู้แล้วทำไมยังทำอีก?” เขากดเสียงต่ำลงเพื่อเพิ่มเลเวลความน่ากลัว จนผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าตัวหดเหลือไม่ถึงสองนิ้ว

“ฉะ...”

“โทรไปบอกมันว่าเธอไม่ว่างแล้ว”

“ฮะ..คะ??” ยังไม่ทันที่เธอจะได้แก้ตัว เขาก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน

“พรุ่งนี้เราจะไปดูหนังกัน”

“o_O??” 

“เธอมีนัดกับฉัน เพราะงั้นไม่ว่างไปกับมันแล้ว -*-”

“พะ...พี่...”

“หรือต้องให้โทรไปบอกมันเอง?” เขายังไม่เลิกทำเสียงดุใส่ พลางมองไปที่โทรศัพท์ที่เธอถืออยู่ในมือ

“...ทะ..โทรบอกเดี๋ยวนี้แหละค่ะ ._.” จีฮุนยืนกอดอกมองรุ่นน้องที่กำลังลนลานโทรหาไอ้จอมก่อกวนอีกคน แล้วรอยยิ้มมุมปากก็ปรากฏขึ้นอย่างผู้มีชัย

สีฝุ่นโทรบอกยองเคเรื่องที่เธอไม่สามารถไปดูหนังกับเขาได้ ทำให้รุ่นพี่หน้านิ่งมีความสุขลึกๆ และเริ่มจะแน่ใจกับสิ่งที่มันกำลังเกิดขึ้นข้างในแล้ว

 

 

 

“มองหาใคร?” เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กข้างกายกำลังมองซ้ายขวาเหมือนหาใครสักคน จีฮุนที่ถือแก้วเครื่องดื่มอยู่ก็ถามขึ้น

“จีซูไม่มาเหรอคะ?” ก็นึกว่าจะมาดูหนังกันสามคนซะอีก

“ฉันบอกเหรอว่ายัยนั่นจะมา -_-” เขาตีหน้าตายใส่อย่างที่ชอบทำ ก่อนจะลากข้อมือเธอเข้าโรงหนังเมื่อใกล้เวลาฉาย

หนังฉายไปได้เกือบครึ่งเรื่อง สีฝุ่นก็ไม่มีทีท่าว่าจะแตะป๊อบคอร์นที่เขาซื้อเข้ามา แถมยังนั่งเกร็งไม่ขยับไปไหนอีก

“นั่งเกร็งอะไรขนาดนั้น...หนังไม่สนุกเหรอ?...ป๊อบคอร์นนี่ก็กินได้นะ” จีฮุนรัวทั้งคำถามและคำชวนกินป๊อบคอร์น จนเธอหันมามองเขาแทบจะทันที

“ปละ...เปล่าค่ะ...หนังสนุกดี...ฝุ่นแค่กำลังตั้งใจดู ^^; ” เธอเถียงข้างๆ คูๆ เพราะเอาเข้าจริงโคตรจะเกร็งเวลาอยู่กับเขาสองคนในเวลานี้

“กลัวฉันรึไง?” ในที่สุดเขาก็รู้ตัวเลยถามออกมาตรงๆ

“...แค่...เกรงใจมากกว่าค่ะ ._.” 

“เกรงใจทำไม...อยู่ด้วยกันมาเกือบสองเดือนแล้วนะยัยบ๊อง!” เขาวางมือลงบนผมนุ่มแล้วผลักเบาๆ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาทำอะไรแบบนี้กับเธอ ทำเอาสีฝุ่นใจเต้นไม่เป็นจังหวะ

“กินป๊อบคอร์นสิ เผื่อจะหายเกร็ง” เขาพูดขำๆ ก่อนจะหันไปจ้องจอภาพต่อ

มือของคนตัวเล็ก ค่อยๆ เลื่อนมาหยิบป๊อบคอร์น แต่ไม่ทันได้มอง มือทั้งสองก็ชนกันเหมือนฉากในละคร

“อ๊ะ...ขอโทษค่ะรุ่นพี่ .///.”

“เลิกเรียกแบบนั้นซักที...เรียกอปป้าง่ายกว่ามั้ย?” เขายื่นข้อเสนอชวนเขินมาให้สีฝุ่น เพราะเหมือนคำว่าอปป้าจะทำให้เขาไม่ชอบในตอนแรก แต่ตอนนี้ดันอยากให้เรียกแบบนี้ซะงั้น

“.///.”

การที่เขาเริ่มคุยเป็นกันเองกับเธอ ทำให้อาการเกร็งค่อยๆ หายไป สีฝุ่นกล้าที่จะยิ้มกล้าที่จะขำกับฉากในหนัง จังหวะนั้นเองที่เธอหยิบป๊อบคอร์นค้างไว้ในมือ จีฮุนเลยถือจังหวะก้มลงมากินป๊อบคอร์นอย่างหน้าตาเฉย

“โทษที นึกว่ามันอยู่ในถัง” เขาพูดยิ้มๆ ก่อนจะมองจอต่อแบบไม่สะทกสะท้าน ซึ่งต่างจากอีกคนที่ตอนนี้วิญญาณได้ออกจากร่างไปแล้ว

 

 

 

“มีร้านคาเฟ่แถวนี้ ไปลองดูมั้ย?” หลังจากดูหนังจบก็เที่ยงกว่าๆ จีฮุนเลยเสนอลายแทงร้านคาเฟ่ให้กับสีฝุ่น

“ก็ได้ค่ะ ^^” 

พวกเขาทั้งสองคนเดินไปที่ร้านคาเฟ่ที่ว่า ภายในร้านตกแต่งด้วยดอกไม้สีชมพูสลับฟ้า ดูแล้วสบายตา กลืนไปกับผนังสีขาว ราวกับเดินอยู่ในดินแดนแห่งเทพนิยายยังไงยังงั้น

“สวัสดีค่ะคุณลูกค้า วันนี้ทางร้านมีโปรพิเศษสำหรับคู่รักด้วยนะคะ ทั้งน้ำดื่มและอาหาร 1 แถม 1 ถ้าถ่ายรูปคู่แล้วโพสต์ลงโซเชียลพร้อมกับติดแฮชแท็กแบบนี้ค่ะ...คุณลูกค้าสนใจมั้ยคะ?” พนักงานสวมเสื้อสีชมพูสดใสมัดผมแกละ ยื่นเมนูมาให้พร้อมรอคำตอบจากทั้งสองคน

“สนใจครับ ...อยากกินอะไร สั่งเลยนะ” จีฮุนตอบกลับอย่างรวดเร็ว แล้วยื่นเมนูให้กับสีฝุ่นเลือก เธอรับมันมาอย่างงงๆ แต่ก็สั่งอาหารกับเครื่องดื่มไปเรียบร้อย

รอไม่นานของที่สั่งก็มา จีฮุนเลยย้ายมานั่งข้างๆ เธอ ก่อนจะควักเอาโทรศัพท์ของตัวเองออกมา

“ถ่ายรูปแลกโปรกัน” 

“อ่า...ค่ะ” สีฝุ่นยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นมา ก่อนจะฉีกยิ้มสดใสจนทำให้คนข้างๆ เผลอยิ้มตาม

“ถ่ายแบบตลกๆ ด้วยดีมั้ยคะ?” เธอเริ่มด้วยการยู่ปากพร้อมกับทำตาเข ทำให้เขากลั้นขำไม่ไหว เลยกลายเป็นว่ารูปที่โพสต์เป็นรูปตลกโปกฮาซะงั้น ต๊องซะไม่มี

 

 

 

“วันนี้ขอบคุณอปป้ามากเลยนะคะ ^^” 

“อือ -///-” ทั้งที่บอกให้เขาเรียกตัวเองแบบนั้นแท้ๆ แต่กลับใจบางซะเอง

“วันนี้ฝุ่นสนุกมากเลยค่ะ แถมยังได้เห็นมุมใหม่ๆ ของอปป้าอีก ><” คนตัวเล็กพูดยิ้มดีใจขณะที่นั่งอยู่บนรถเมล์ขากลับบ้าน นี่ก็จวนจะค่ำแล้ว เด็กๆ ไม่ควรกลับบ้านมืด แต่เขาก็กดกริ่งรถลงป้ายถัดไปซะก่อน

“กลางคืนที่นี่สวยมากเลยนะ เธอควรจะได้เห็นก่อนกลับไทย” เขาพูดขึ้นแล้วเดินนำหน้าไป

“ที่นี่ซอนยูโดใช่มั้ยคะ?”

“อือ...”

“ก่อนที่จะมาเกาหลี ฝุ่นพอได้อ่านมาอยู่บ้าง ไม่นึกว่าจะได้มาจริงๆ แต่ถ้าจะรอดูไฟที่สะพานซอนยูคงต้องกลับดึกมากแน่ๆ”

“ก็ไม่เห็นจะเป็นไรเลย ฉันอยู่นี่ทั้งคน กลัวรึไงฮึ?” เขาหันกลับมาพลางยีหัวสีฝุ่นไปมาอย่างหมั่นเขี้ยว

“อปป้า...ดูใจดีผิดปกตินะคะ ._.” 

“...” เขาชะงักเล็กน้อย ก่อนที่จะระบายยิ้มอ่อนๆ ออกมา

“ก็เวลาที่ฉันดุทีไร เธอก็จะเอาแต่ก้มหน้า ไม่ยอมคุย ไม่ยอมยิ้ม เราเลยไม่ได้คุยกันดีๆ สักที” 

“...”

“แต่ก็ต้องขอโทษด้วยนะ ที่เมื่อก่อนชอบดุเธอ”

“ถ้ามันเป็นเรื่องที่น่าดุ อปป้าก็ดุได้เลยค่ะ”

“อย่างเช่นเรื่องของเจเค?” จู่ๆ เขาก็วกกลับมาเข้าเรื่องของบุคคลที่สามที่เขาไม่ค่อยจะชบอขี้หน้าสักเท่าไหร่

“...อันนี้...น่าดุยังไงเหรอคะ? ‘_’ ” จีฮุนหยุดเดินกลางทาง ทำให้สีฝุ่นที่ก้มหน้ามองพื้นเหลือบขึ้นมามองเขา

“ไม่รู้สิ...หวงมั้ง...” อีกครั้งที่เขาพูดหน้าตาย แต่ก็ไม่วายทำให้คนที่ได้ยินเกือบช็อค

“หะ...หวง...หวงทำไมคะ .///.” แล้วสาวน้อยก็ก้มหน้างุดแบบเดิม พอดีกับที่ดวงตะวันลับขอบฟ้า แสงของดาวกับดวงจันทร์ส่องกระทบกับแม่น้ำรอบๆ 

“ไฟเปิดแล้ว” จีฮุนคว้ามือของคนตัวเล็กกว่า แล้วรีบเดินเข้าไปใกล้สะพานซอนยู ทำให้คำถามซึ่งไร้คนตอบของสีฝุ่นยังคงเป็นเรื่องน่าสงสัย

“สวยจังเลยค่ะ” แสงไฟหลากสีจากสะพานที่อยู่ตรงหน้าเบี่ยงความสนใจจากเธอได้เป็นอย่างดี รอยยิ้มไร้เดียงสานั้นทำให้จีฮุนอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก

“นั่งดูสักพักแล้วค่อยกลับละกัน” ถึงแม้จะนั่งลงกับม้านั่งไม้ตัวยาวแล้ว เขาก็ยังไม่ยอมปล่อยมือเล็กไปไหน

“ฉันไม่รู้ว่ามันจะดีไหมถ้าฉันจะบอกอะไรบางอย่างกับเธอ”

“อะไรเหรอคะ?” สีฝุ่นรอฟังอย่างใจจดใจจ่อ

“ถ้าเกิดบอกไป เราสองคน..จะห่างกันไหม?” เมื่อเขาเริ่มกลับเข้าสู่โหมดจริงจัง สีฝุ่นก็เริ่มที่จะเกร็งกับสิ่งที่เขาอยากจะบอก

“...”

“...ฉันไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้ มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่...”

“...” จนถึงตอนนี้ใบหน้าของหญิงสาวเริ่มร้อนขึ้นมาทีละนิด

“แต่ตอนนี้ฉันมั่นใจแล้วว่า...ความรู้สึกนี้มันคือของจริง...”

“....”

“มันอาจจะเป็นเรื่องที่กะทันหันไป...”

“...”

“มันเป็นความรู้สึกที่...อยากมีเธออยู่ข้างๆ แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ”

“...”

“ไม่อยากให้เธอหายไปไหน...”

“...”

“ไม่อยากให้เธออยู่ห่างจากฉัน...ซักวินาทีเดียว”

“...” จีฮุนพูดออกมาตรงๆ แบบไม่อ้อมค้อมแบบที่เขาชอบทำ

“เธอว่ามันเร็วไปมั้ย...ที่เราจะตกหลุมรักใครสักคน...ภายในเวลาไม่ถึงสองเดือน...”

“.///.”

“ฉันเอาแต่ตั้งคำถามนี้กับตัวเอง...จนมาถึงวันนี้ถึงได้รู้ว่า...”

“...”

“ในระยะเวลาแค่นี้...เธอทำให้ฉันรู้สึกแบบนั้น...”

“ ’///’ ”

“จ้องกันแบบนี้ ไม่กลัวฉันบ้าตายก่อนหรือไง?”

“.///.” จากที่มองหน้าเขาอยู่ ก็กลับไปมุดสายตาหนีต่อไป

“ชอบนะครับ”

“O_O///” แม้จะเป็นคำสั้นๆ แต่นั่นก็เรียกอัตราการเต้นของหัวใจของสีฝุ่นให้เพิ่มขึ้นได้

“ชอบมากๆ ด้วย”

“อะ...อปป้า...”

“แค่อยากบอกน่ะ มันเอาแต่หลบอยู่ในนี้ อึดอัดเป็นบ้า!” เขาดึงมือข้างที่จับมือเธอมาวางที่หน้าอกข้างซ้ายของตัวเอง

“.///.”

“จะไม่พูดอะไรหน่อยเหรอ?”

“อ..คะ??” เพิ่งฟื้นขึ้นมาจากโลกแห่งความฝัน

“รังเกียจฉันเหรอ?” อีจีฮุนพูดเสียงน้อยใจ

“มะ...ไม่ได้รังเกียจค่ะ แค่...”

“แค่อะไร หืม?” เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้

“แค่...เขินน่ะค่ะ...ไม่รู้จะพูดอะไร .///.” 

“บอกกี่ครั้งแล้ว เวลาคุยกับผู้ใหญ่ ให้มองหน้า...” เขาเชยคางมนนั่นให้สายตาเธอและเขาสบกัน เหมือนถูกสะกดด้วยเวทย์มนตร์

“เธอ...เป็นแม่มดรึเปล่า?”

“ฮะ?? คะ???” งงไปกันใหญ่ เพราะอยู่ๆ เขาก็ถามคำถามแปลกๆ

“เวลาที่มองตาเธอ...เหมือนถูกสะกดจิต...” เขาพูดยิ้มๆ

“บะ...บ้าเหรอคะอปป้า...” สีฝุ่นกลอกตาล่อกแล่กไปมา เพราะไม่อยากสบตากับเขาเหมือนกัน

“หึหึ”

“ละ...แล้วอปป้าละคะ...เป็นกลองรึเปล่า?”

“หื้ม??” เขาขมวดคิ้วเพราะมุกของเธอมันยากที่จะเก็ท

“ก็...ทุกครั้งที่มองตาอปป้า...ใจฝุ่นมันเต้นตามจังหวะเบสหนักๆ...จนแทบจะบ้าอยู่แล้ว >///<” งื้อออ!!! ยัยฝุ่นบ้า เธอพูดอะไรน่าไม่อายออกไปเนี่ย???

“...อ่ะ...ไปไม่เป็นเลยแฮะ...”

“.///.”

“แล้ว...เบสที่ว่า...ยังหนักอยู่รึเปล่า?” เมื่อเห็นอีกฝ่ายเอาแต่ก้มหน้า เขาเลยถือวิสาสะนอนหนุนลงบนตักของเธอทันที

“O///O”

“สงสัยกลองตัวนี้...กำลังถูกสะกดอีกแล้วแฮะ...” จีฮุนเอาแต่จ้องลึกเข้าไปในแววตาของสีฝุ่น

“งั้น...ฝุ่นขอสะกดกลองตัวนี้...รัวเบสหนักๆ ให้ใจฝุ่นมันยังเต้นอยู่แบบนี้...ได้มั้ยคะ? .///.” 

“...เล่นอะไร อันตรายจริงๆ ยัยโง่!” 

“o///O!!!” อีจีฮุนลุกขึ้นจากตักเธอ ก่อนจะจุ๊บเบาๆ ที่หน้าผากมน จนทำให้เจ้าตัวตาแทบเหลือก

“มุกเสี่ยวๆ แบบนี้ อย่าได้เอาไปเล่นกับใครที่ไหนล่ะ รู้ไหม?? -///-” 

“.///.”

“ถ้าไม่ใช่ฉัน...เธอคงไม่โดนแค่จุ๊บเหม่งแน่ -///-”   

“มะ...ไม่เล่นแล้วก็ได้ค่ะ .///.”

“เล่นกับฉันแค่คนเดียวพอ”

“...”

“ไม่เล่นได้มั้ย? ขอแบบจริงจัง”

“คะ???”

“มาลอง...คบกันดูมั้ย?” จีฮุนกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง

“ฮ...ฮะ?”

“จะมาหูตึงอะไรตอนนี้เล่า?...ก็บอกว่า...มาลองคบกันดูไหม?” เขาก้มลงกระซิบเบาๆ ที่ข้างหูของเธอ จนสีฝุ่นหน้าแดงแปร๊ดซะเป็นมะเขือเทศสุก

“คะ...คบ...ก็ได้ค่ะ” เธอตอบกลับด้วยเสียงตะกุกตะกัก พร้อมกับดันอกเขาออกห่างจากตัว

“ดูไม่เต็มใจเลย...ฉันไม่ได้บังคับเธอสักหน่อย...”

“...ฝุ่นบอกว่า...คบค่ะ” เธอเป็นฝ่ายเอาคืนบ้าง เมื่อคนตัวเล็กเลื่อนหน้าเข้าไปข้างหูพร้อมกับคำตอบตกลง ไม่รู้อะไรดลใจให้จีฮุนหันมาจนจมูกของเขาชนแก้มนุ่มนั่นเข้าอย่างจัง ...บังเอิญหรือตั้งใจดีละ กรณีนี้?

“อปป้า!!”

“อะ...อะไรเล่า!!! มันก็แค่อุบัติเหตุ -.-/// ” ตั้งใจดิ อุบัติเหตุอะไรจะเหมาะเจาะขนาดนี้ -3-

“ฝุ่นกลับดีกว่าค่ะ!!” สีฝุ่นรีบลุกขึ้นแล้วเดินย้อนกลับไปทางเดิม

“กลับถูกมั้ยละนั่น??” ว่าแล้วก็วิ่งตามมาพร้อมกับคว้ามือเล็กมาจับไว้กลัวหาย

“ขอจับมือไว้แบบนี้จนกว่าจะถึงบ้านนะ ^^” ชายหนุ่มยิ้มตาหยี แล้วกระชับมือให้แน่นขึ้น จนคนตัวเล็กข้างๆ หน้าแดง

 

คุณพอจะเจอใครที่สะกดคุณได้บ้าง แล้วเจอเสียงเบสของตัวเองบ้างรึยัง? :)

ไรท์เชื่อนะว่าทุกคนต้องเคยเป็นเสียงเบสให้ใคร...ไม่คนใดก็คนหนึ่ง

เดินตามเสียงเบสนั้นไป ถึงแม้มันจะเบาบ้างในบางครั้ง แต่ถ้ามันยังดังก้องอยู่ มันก็ยังอยู่กับเรานะ

แต่ถ้าเกิดเสียงนั้นมันหายไป ก็ไม่ต้องไปเสียใจหรอก กลองก็ไม่ได้มีตัวเดียวสักหน่อย :)

(ทำไมตอนท้ายมันแปลกๆ วะไรท์??? -*-)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น