[Yaoi] ModifyLove แก้สมการค้นหารัก [End]

ตอนที่ 38 : ModifyLove37 : Do you trust me? [Sein Part]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 134
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    31 มี.ค. 60

ModifyLove
37
Do you trust me?
[Sein Part]

“ซิน ที่พี่ใส่อารมณ์ไปก่อนหน้านี้พี่ขอโทษนะ” เสียงอ่อนของคนที่อยู่ในสายเอ่ยออกมาอย่างรู้สึกผิดก่อนที่พี่เขาจะช้อนตาขึ้นมองผมราวกับว่ากำลังอ้อนผมอยู่

ผมละแพ้พี่เขาท่านี้จริงๆ

ผมปั้นหน้านิ่งใส่พี่เขาพลางเงียบใส่ไม่พูดอะไร ให้พี่พายได้ร้อนใจแล้วเอ่ยขึ้นมาอีก

“พี่ขอโทษจริงๆนะซิน พี่อยู่ไม่ได้หรอกถ้าพี่ทะเลาะกับนายอยู่แบบนี้ หายโกรธพี่นะซิน ต่อจากนี้ไปพี่จะไม่ทำอีกแล้วพี่สัญญา” คนปลายสายชูนิ้วก้อยขึ้นมาพลางยื่นเข้ามาใกล้ๆกล้องแล้วกระดิกนิ้วก้อยไปมา

“แน่ใจว่าจะไม่ทำอีก” ผมถามย้ำกลับไปเสียงห้วน

“แน่ใจสิต่อจากนี้พี่จะไม่พาลใส่นายอีกแล้ว นอกจากว่านายจะทำให้พี่หึงซะเอง” พี่พายว่าออกมาเสียงอ่อนในประโยคแรก ก่อนที่จะทำเสียงแข็งใส่ผมในประโยคหลัง ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกดีแล้วล่ะครับ

ผมไม่รู้หรอกนะว่าคู่อื่นง้อกันนานรึเปล่า แต่ผมก็ทนไม่ได้เหมือนกันกับพี่พายนั่นแหละถ้าต้องทะเลาะกันอ่ะ ไหนจะเพราะอยู่ห่างกันอีกมันยิ่งทำให้ผมรู้สึกเป็นห่วง รู้สึกหวงถ้ามีคนอื่นเข้าไปใกล้พี่เขา

“ครูพิภัช ห้องน้ำอยู่ไหน” แล้วเสียงทุ้มของใครบางคนก็ดังขึ้นมาให้ผมได้นิ่วหน้ามองด้วยความสงสัยทันที

“เดินไปอีกแล้วเลี้ยวซ้าย” พี่พายเงยหน้าขึ้นมองคนพูดที่อยู่นอกหน้าจอโน๊ตบุ๊ค หลังจากนั้นค่อยมามองที่ผมต่อ พี่พายคุยกับใครวะ อีกอย่างคือที่นู้นคงจะดึกมากแล้วทำไมยังมีคนอยู่ที่บ้านพี่พายอยู่ ดูท่าจะเป็นเด็กที่โรงเรียนด้วย เห็นเรียกพี่พายว่าครูนี่

“ภาคินน่ะ เด็กมันมาขอเรียนพิเศษกับพี่เพราะจำเป็นจริงๆ” พี่พายอธิบายให้ผมฟังทันทีโดยที่ไม่ต้องรอให้ผมขอ

“จำเป็นยังไง”

“พ่อติดคุก ไม่รู้ว่าจะได้ออกมาเมื่อไหร่เลยอยากจะตั้งใจเรียนให้สมกับที่แม่ส่งมาเรียน นายคงจะไม่ว่าอะไรใช่ไหม นายน่าจะเข้าใจความรู้สึกนะว่ามันเป็นยังไงเพราะนายก็เคยผ่านมันมาก่อน” คำพูดของพี่พายทำให้ผมนึกถึงสมัยก่อน ที่พี่เขารับสอนผมอย่างง่ายดายโดยที่ไม่มีข้อแม้อะไร ยังไงพี่เขาก็มีจรรยาบรรณของความเป็นครูอยู่นั่นแหละ ไม่ปฏิเสธเด็กหรอกพี่เขาน่ะ ขนาดผมที่เถียงกับพี่เขาตลอดพี่เขายังให้อภัยเลย

“อืม งั้นเหรอ” ผมไม่รู้ว่าจะตอบอะไรออกไปดีเลยตอบออกไปสั้นๆแค่นั้น พอพี่พายได้ยินคำตอบพี่พายถึงกับเงียบขึ้นมา

“Do you trust me? I trust you. (นายเชื่อใจพี่ไหม? พี่เชื่อใจนายนะ)” พี่พายว่าออกมาเป็นภาษาอังกฤษพลางมองหน้าผมตรงๆราวกับอยากให้ผมเชื่อว่าพี่เขาพูดจริง

“Yes, I trust you. (เชื่อสิ ผมเชื่อใจพี่)”

“Don’t worry, I don’t break up you. (ไม่ต้องห่วง พี่ไม่นอกใจนายหรอก)” พี่พายว่าออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพลางส่งยิ้มมาให้ ยอมใจกับวิธีนี้ของพี่เขาจริงๆ บอกตรงๆว่าโคตรเท่ ขนาดผมที่เป็นฝ่ายรุกพี่เขายังเห็นว่าเท่เลย

“Okay, I see.(โอเค ผมเข้าใจแล้ว)” ผมตอบออกไปพลางพยักหน้าให้เบาๆเชิงเข้าใจ ก่อนที่จะเหลือบมองเวลา

“พี่ เดี๋ยวผมต้องไปทำงานที่ร้านต่อแล้วล่ะ แค่นี้ก่อนนะแล้วพรุ่งนี้เจอกัน” ผมว่าออกไปให้พี่พายได้พยักหน้าตอบรับเบาๆหลังจากนั้นพี่เขาก็พูดออกมาบ้าง

“งั้นพี่คงต้องไปนอนแล้วล่ะ ดึกมากแล้วพรุ่งนี้พี่ต้องไปสอน พี่รักซินนะ” ประโยคสุดท้ายที่พี่พายพูดออกมาก็เล่นซะผมใจเต้นผิดจังหวะไปทีหนึ่ง ก็ไม่ใช่ว่าไม่เคยบอกรักกันหรอก แต่เพราะก่อนหน้านี้ทะเลาะกันมาด้วยล่ะมั้ง ผมเลยรู้สึกดีใจที่ได้ยิน

“ผมก็รักพี่เหมือนกัน พี่อย่าเพิ่งทิ้งผมไปมีคนอื่นนะ เราสองคนมาได้ไกลขนาดนี้แล้ว ผมจริงจังกับพี่พายนะรู้ไหม”

“รู้แล้วล่ะน่าไหนบอกว่าเชื่อใจพี่ไง เด็กเนอะเด็ก” พี่พายว่าออกมายิ้มๆพลางส่ายหัวให้ผมเบาๆ

“พี่พาย ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะ” ผมว่าออกไปหน้ามุ่ยให้คนที่อยู่ทางนู้นได้มองแล้วหัวเราะออกมาในลำคอ

“เด็กไม่เด็กก็อายุน้อยกว่าพี่ละกัน”

“..เจอกันเดี๋ยวก็รู้ว่าผมโตขึ้นมากขนาดไหน”

ผมว่าเสียงเย็นพลางส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้คนอายุมากกว่าที่เอาแต่พูดว่าผมเด็กไปด้วย ไอ้เด็กกว่าพี่พายไหมมันก็เด็ก แต่ถึงยังไงผมก็โตแล้ว ผมมีความรับผิดชอบมากขึ้น ผมสามารถเลี้ยงเด็กคนหนึ่งด้วยตัวเองโดยที่ไม่พึ่งพาพ่อแม่ของผมละกัน

“หืม? แล้วพี่จะคอยดูนะ ว่าโตขึ้นมากจริงอย่างที่นายพูดไว้รึเปล่า ไปทำงานได้แล้วไป พี่ก็จะนอนแล้งเหมือนกัน” พูดยังไม่ทันขาดคำพี่พายก็ยกมือขึ้นปิดปากตัวเองที่กำลังหาวหวอดๆอยู่หน้าโน๊ตบุ๊ค

“เดี๋ยวก่อนพี่ ถ้าผมโตขึ้นจริงพี่จะให้อะไรผม” ผมเอ่ยดักพี่เขาออกไปเพราะจู่ๆในหัวผมก็มีแผนขึ้นมา พี่พายถอดแว่นออกพลางขยี้ตาเบาๆแล้วมองผมไปด้วย

“ให้อะไรน่ะเหรอ นายอยากได้อะไรล่ะ” พี่พายถามย้อนกลับก่อนจะนั่งเท้าคางมองผมทั้งๆที่ตัวเองไม่ใส่แว่นแบบนั้น ผมเคยถามพี่พายนะว่านั่งตรงนั้นถอดแว่นแล้วเห็นหน้าจอไหม พี่เขาบอกว่าเห็นชัดนิดหน่อย แต่มันดูสบายตาดีเพราะมันไม่ต้องจ้องให้ปวดหัว พี่เขาเลยชอบถอดล่ะมั้ง

“I want to bareback with you (ผมต้องการที่จะมีอะไรกับพี่โดยที่ไม่ใส่ถุงยาง)” ผมว่าออกไปแค่นั้นทำเอาคนที่รอฟังอยู่ถึงกับหน้าแดงขึ้นมาทันที

“ทะ...ที่ผ่านมานายก็ไม่เคยใส่อยู่แล้วนี่!”

“อ่าวเหรอ งั้นผมขอ...”

“จะพูดก็รีบๆพูด คินอาบน้ำใกล้เสร็จแล้ว” พี่พายขยับเข้ามาพูดเร่งผมใกล้ๆจอพลางมองจ้องมายังผมที่ยังคงทำท่าคิดอยู่ รีบๆพูดงั้นเหรอ ไม่อ่ะ รีบพูดก็ไม่ได้คิดเยอะๆสิ ขอพี่เขาทั้งทีต้องเอาให้คุ้ม

“ซินรีบๆพูด”

“ครูพิภัช ผ้านี่ตากไว้ไห...”

“ผมอยากมีเซ็กส์นอกสถานที่กับพี่” ผมว่าออกไปทันทีที่ได้ยินเสียงของภาคินดังขึ้นมา พี่พายเงยหน้าขึ้นมองเด็กมาใหม่ด้วยใบหน้าแดงฉ่า ก่อนพี่พายจะก้มมองหน้าผมอีกรอบแล้วพูดออกมาเสียงดัง

“ไอ้ซิน!!” หันมาเรียกผมเสียงดังซะขนาดนี้ท่าทางไอ้เด็กนั่นลงจะเดินออกไปแล้ว

“ตกลงไหม” ผมว่าพลางเลิกคิ้วสูงก่อนจะส่งยิ้มกะลิ้มกะเหลี่ยไปให้ พี่พายหลบสายตาผมทันทีก่อนที่จะพยักหน้าตอบตกลงเบาๆทั้งๆที่ตัวเองก็ยังไม่หันมามองผม เวลาเขินนี่พี่พายเขาน่ารักชะมัด

“เตรียมตัวไว้เลยนะพี่ ผมไปทำงานก่อนนะครับ”

“I’m in love with you (พี่รักนายหมดใจ)” พี่พายพูดแทรกผมขึ้นมาทั้งๆที่ปกติแล้วผมจะเป็นคนพูดประโยคนี้ แต่คราวนี้พี่เขากลับเป็นคนพูดขึ้นมาซะเอง

“Me too, Bae (ผมก็เหมือนกัน ที่รัก)” ผมพูดออกไปยิ้มๆพลางเท้าคางมองคนทางนู้นที่กำลังนั่งมองผมอยู่บ้าง

“ไปได้แล้วไป”

“ฝันดีครับ” ผมว่าคำสุดท้ายออกมาก่อนที่คนอีกซีกโลกหนึ่งจะกดปิดไปให้ผมได้ปิดโน๊ตบุ๊คแล้วเตรียมตัวออกไปทำงานที่ร้าน

“พ่อ รีบไปรีบกลับนะ” เสียงมิเกลว่าออกมาเป็นภาษาไทยติดสำเนียงฝรั่งพลางเขย่าแขนผมเบาๆเมื่อผมเตรียมตัวจะก้าวขาขึ้นบิ๊กไบค์แล้วขับไปที่ร้านเพื่อทำงานหาเงิน

ก่อนที่ผมจะมาอยู่ที่อังกฤษ ผมก็ไม่อยากให้พี่พายไปทำงานหรอกเพราะเหลืออีกไม่กี่เดือนผมก็ไปมาที่อังกฤษเพื่อมาปรับตัวตามที่แม่บอก แล้วเวลากลับมาจากโรงเรียนทีไรพี่พายก็ชอบบ่นว่าเหนื่อยบ้างล่ะ ปวดหัวบ้างล่ะ เบื่อเด็กบ้างล่ะ ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจความรู้สึกนั้นหรอกว่าทำไมถึงเหนื่อย แต่พอได้ลองมาเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย ผมเข้าใจเลยว่ามันเหนื่อยแค่ไหนกับการทำงาน

งานของผมน่ะแค่ตีกลองไปเรื่อยๆจนร้านปิด แต่พี่พายน่ะทั้งเดินสอน ทั้งพูดเสียงดังเพื่อให้เด็กนักเรียนได้ยินทุกคน จริงๆไมค์ก็มีนะแต่พี่เขาไม่ชอบใช้ ไหนจะต้องใช้สมองในการแก้โจทย์คณิตอีก ถ้าพี่เขาไม่เหนื่อยผมก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว ไหนจะเด็กที่ไม่ยอมฟังพี่เขาอีก แค่คิดก็เหนื่อยแทนแล้วเนี่ย

แต่ว่านะ ผมวางแผลนไว้ว่าถ้าเรียนจบจากที่นี่แล้วก็ว่าจะไปเป็นครูเหมือนกับพี่พายนั่นแหละ จะได้อยู่ข้างๆคอยดูแลพี่เขาด้วย ถามว่าน้ำหน้าอย่างผมนี่จะเป็นครูสอนวิชาอะไรน่ะเหรอ ง่ายๆครับสอนภาษาอังกฤษ ไปขอน้าพิมน้าก็คงให้อยู่หรอก

หลายคนอาจจะคิดแหละนะ พ่อแม่ก็มีธุรกิจเป็นของตัวเองทำไมไม่ไปบริหาร ถ้าให้เลือกระหว่างเงินกับความสุขน่ะ ผมเลือกความสุขดีกว่า ผมไม่เอาหรอกเงินน่ะ

ผมจอดบิ๊กไบค์หลังร้านก่อนจะลงจากรถมอเตอร์ไซค์ ถอดหัวกันน็อคแล้วเดินเข้าร้าน

“เฮ้เซอิน วันนี้เลิกดึกหน่อยลูกค้าเหมาร้านน่ะ อยู่ได้ไหม หรือว่าต้องรีบกลับบ้าน” เจค นักร้องนำของวงเดินเข้ามากอดคอผมพลางเอ่ยถามขึ้นมาทันที

“ดึกที่ว่านี่มันกี่โมง” ผมถามกลับไปบ้างก่อนที่เจคจะพาเดินไปที่เวที แล้วผละออกเมื่อผมนั่งลงประจำที่ของผมเพื่อเช็คความเรียบร้อยก่อนเล่นทุกครั้ง

“ประมาณตีสอง” เจคว่าออกมาเสียงระรื่น ดึกหน่อยอะไรกัน มันเลทมาตั้งสองชั่วโมง ถ้าผมได้ค่าแรงเพิ่มนี่ผมจะไม่ว่าอะไรเลย

“มิเกลบอกให้ฉันรีบกลับ” ผมว่าออกไปเสียงเรียบพลางมองหน้าคนที่ยืนกอดอกมองผมไปด้วย

“เอาน่า กลับช้าสักหน่อยคงไม่เป็นไร”

“นายยังไม่มีลูก นายไม่เข้าใจหรอก” ผมว่าตัดบทออกไปแค่นั้นทำเอาเจคถึงกับเบ้หน้าใส่ทันที

“เหอะ! นายก็ชอบเอาเหตุผลนี้มาอ้างตลอดนั่นแหละ” เจคเบ้หน้าใส่ก่อนจะเดินออกไปให้ผมได้เช็คอุปกรณ์อยู่คนเดียว ก็นะ บอกไปแล้วว่าผมเลือกความสุขดีกว่าเลือกเงิน

“เซอิน นิคบอกว่าจะเพิ่มค่าแรงให้อีกสองเท่าถ้านายอยู่จนร้านปิด” เจคตะโกนออกมาจากหลังร้านทำเอาผมหูพึ่งทันที นิคที่ว่าก็เจ้าของร้านนั่นแหละ ถ้าผมอยู่จนร้านปิดผมจะได้ค่าแรงเพิ่มอีกสองเท่า?

เอาไงดีวะ ถึงแม้เมื่อกี้จะบอกว่าเลือกความสุขดีกว่าเงิน แต่ถ้าไม่มีเงินมันก็ไม่มีความสุขหรอกนะ ช่วงนี้ผมก็ไม่ค่อยได้ให้ค่าขนมกับมิเกลด้วยสิต้องพึ่งพ่อกับแม่ตลอด เพราะเงินที่หาได้ผมก็เอาไปจ่ายค่างานที่ต้องทำในมหา’ลัยบ้างล่ะ เอาไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆให้มิเกลบ้างล่ะ ไม่แปลกหรอกถ้ามันจะไม่เหลืออะไรเลย

“ว่าไงล่ะ จะอยู่ไหม” เจคโผล่หน้ามาพลางถามขึ้น ผมนิ่งคิดอยู่สักพักก่อนตอบออกไป

“อยู่ ถึงตีสองเลย” ผมว่าจบเจคถึงกับยิ้มระรื่นก่อนจะหายเข้าไปหลังร้านอีกครั้ง ร้านนี้จะจ่ายเป็นเงินเดือนให้น่ะ แต่ถ้ามีเพิ่มค่าแรงเมื่อไหร่ส่วนของค่าแรงก็จะจ่ายเป็นเงินสดเลย เผลอๆอาจจะได้ทิปจากลูกค้าอีก

ได้ช่องแล้วผมจะปฏิเสธทำไมล่ะ

“งั้นคงต้องโทรบอกมิเกลก่อน...” ผมพึมพำเบาๆ หลังจากนั้นค่อยเดินออกมาจากเวทีแล้วโทรหาแม่ตัวเอง ยืนรอสายอยู่ไม่นานแม่ก็รับโทรศัพท์พลางพูดออกมาเป็นภาษาไทย ซึ่งปกติเวลาแม่รับโทรศัพท์แม่จะพูดเป็นภาษาอังกฤษด้วยซ้ำ

“แม่ ทำไมพูดไทยอ่ะ” ผมถามกลับไปเป็นภาษาไทยบ้างพลางเลิกคิ้วสูง

“สอนมิเกลพูดไทยอยู่น่ะ แล้วนี่โทรมามีอะไรรึเปล่า” เสียงของคนเป็นแม่ว่าออกมาเชิงสงสัย

“ขอสายมิเกลหน่อยสิ ผมมีเรื่องจะคุยกับลูก”

“ครับพ่อ” ไม่นานเสียงมิเกลก็ดังขึ้นมาเป็นภาษาไทย จะบอกว่าเป็นภาษาบ้านเกิดผมก็ไม่ใช่เพราะว่าผมเกิดที่นี่ พักหลังๆมานี้มิเกลก็เริ่มพูดไทยเก่งขึ้นแล้วล่ะครับ พอจะพูดเป็นประโยคได้บ้างแล้วล่ะ พี่พายจะต้องรักเด็กคนนี้แน่ๆ

“วันนี้พ่อกลับดึกนะ ไม่ต้องรอพ่อหรอกมิเกลเข้านอนไปเลย” ผมว่าออกไปเสียงอ่อน เพราะกลัวว่าเด็กที่อยู่ในสายจะน้อยใจเอา ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ผมก็รับปากไว้แล้วว่าจะรีบกลับบ้าน แต่ดันมากลับคำพูดซะได้

“ทำไมครับ พ่องานเยอะเหรอ” มิเกลว่าเสียงขุ่นราวกับกำลังไม่พอใจ ขอเปลี่ยนจากน้อยใจเป็นไม่พอใจละกันนะครับ รู้จักว่าเด็กคนนี้ยิ่งโตยิ่งอารมณ์ร้ายแฮะ เห็นแล้วนึกถึงพี่พายเลย

“อ่าใช่ ถ้าอยู่จนร้านปิดจะได้เงินเอามาให้มิเกลเป็นค่าขนมไปโรงเรียนไง มิเกลไม่อยากกินขนมเหรอ” ผมถามกลับด้วยน้ำเสียงจืดเจื่อน

“อยากให้พ่อกลับบ้านมากกว่า” มิเกลตอบเสียงห้วน

“มิเกล ไม่เอาน่าพ่อเขาทำงานหาเงินให้มิเกลได้มีเงินใช้นะให้พ่อเขาทำไปเถอะ เดี๋ยวย่าพาดูการ์ตูนกับปู่ มิเกลดูไหม” แม่ผมก็ช่วยผมเกลี้ยกล่อม

“...ก็ได้ครับ งั้นพรุ่งนี้พ่อต้องลางานมาอยู่กับผมทั้งวันเลยนะ” เด็กคนนี้หนิ เอาแต่ใจตัวเองจริงๆเลย นี่ผมตามใจเขามากเกินไปรึเปล่าจนเจ้าตัวจะเข้ามาบงการชีวิตผมแล้วเนี่ย เป็นลูกแท้ๆ

“ไป เราไปดูการ์ตูนกันเถอะ พ่อเขาจะได้ทำงาน”

“ฝากดูแลมิเกลด้วยนะแม่” ผมว่าออกไปแล้วค่อยกดตัดสายก่อนจะขยี้หัวตัวเองแรงๆด้วยความหงุดหงิดที่มิเกลเอาแต่ใจตัวเอง

“เซอิน ลูกค้าจะมาแล้วประจำที่เร็ว” เพื่อนร่วมวงอีกคนชะโงกหน้ามาพูดกับผมก่อนจะเดินนำผมไปที่เวทีเมื่อถึงเวลาทำงาน เรื่องมิเกลเอาแต่ใจค่อยคิดทีหลัง ตอนนี้ผมขอทำงานก่อนละกัน


02:05 น.

“เอิ่ม ขอโทษนะคะ คุณชื่ออะไรเหรอ” ขณะที่ผมกำลังจะเดินลงจากเวทีเล็กๆที่อยู่ภายในร้าน จู่ๆก็มีผู้หญิงเอเชียคนหนึ่งมาดักหน้าผมให้เจคที่ยืนอยู่ข้างหลังรีบดันผมให้เดินลงไปคุยกับผู้หญิงคนนั้นดีๆ

“ผมเหรอ”

ผมว่าพลางเลิกคิ้วสูง สายตาก็มองไปที่ผู้หญิงคนนั้นไปด้วย ไม่แปลกหรอกครับที่จะเป็นผู้หญิงเอเชีย เพราะวันนี้พวกที่มาเหมาร้านก็เป็นคนเอเชียทั้งหมด

“คุณนั่นแหละ” เธอก็ยังคงยืนยันที่จะถามชื่อผมเหมือนเดิม 

“แหม่ ฉันถามชื่อแค่นี้ถึงกับลืมชื่อตัวเองเลยเหรอ” พอผมยืนนิ่งไม่ตอบเธออยู่นานเธอเลยกอดอกแล้วเอ่ยแซวออกมา จริงๆคือไม่อยากบอกครับ เพราะผมก็คบกับพี่พายอยู่ ไหนจะมีมิเกลแล้วด้วย ถ้าอยากเป็นเพื่อนน่ะก็จะบอกอยู่ แต่ในเมื่อเข้ามาทักมาถามกันแบบนี้ผมคิดว่ามันไม่น่าจะใช่เพื่อนน่ะสิ

“เฮ้ ยองฮีเธอกำลังทำอะไรอยู่น่ะ กลับได้แล้วน่าพรุ่งนี้เธอต้องขึ้นเครื่องตอนสิบโมงนะ” แล้วเสียงคุ้นหูของใครบางคนก็ดังขึ้นมาเป็นภาษาอังกฤษให้ผมได้รีบหันไปมองยังต้นตอทันที

“ก็กำลังถามชื่อหนุ่มคนนี้อยู่น่ะสิ เขายังไม่ตอบฉันเลยราเชล”

“คนนี้น่ะเหรอ...!?” พอคนมาใหม่เดินมาถึงตัวเพื่อนตัวเองแล้วมองมาที่ผม ผู้หญิงตัวเล็กคนนั้นถึงกับชะงักทันที

“ซิน!”

“โอเวอร์เกินไปป่าวพี่ราเชล” ผมขมวดคิ้วกอดอกมองพี่ตัวเองที่ชอบทำท่าทางโอเวอร์อยู่เสมอ พี่ราเชลมองหน้าผมตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนที่จะเดินเข้ามาจับต้นแขนผมทั้งสองข้างไว้แล้วเขย่าไปมา

“ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้อ่ะ นี่นายไม่ได้เรียนอยู่ที่ไทยหรอกเหรอ”

“นี่พี่เป็นพี่สาวประสาอะไรเนี่ย ผมเรียนจนจะขึ้นปีสามแล้วพี่เพิ่งจะรู้ว่าผมใช้ชีวิตอยู่ที่นี่” ผมเอาไม้ตีกลองเคาะกลางหน้าผากพี่สาวตัวเองพลางบ่นออกไป พี่ราเชลรีบปล่อยตัวผมแล้วกุมหน้าผากพลางมองค้อนใส่ผมทันที

“ก็ปกติตอนนายอยู่มัธยมนายเล่นไม่กลับบ้านกลับช่องเลยน่ะสิ มัวแต่ไปอยู่บ้านครูที่สอนพิเศษอยู่นั่นแหละ ให้ฉันกลับบ้านไปแล้วต้องไปอยู่คนเดียวแบบนั้นฉันก็ไม่เอาหรอก เหงาจะตายชัก” ตอนนี้ผู้หญิงที่ชื่อว่ายองฮีเริ่มกลายเป็นส่วนเกินไปแล้วครับ พอเห็นว่าตัวเองเริ่มเป็นหมาหัวเน่าเธอเลยเอ่ยขึ้นมาบ้าง

“นี่น้องชายของเธอเหรอ แนะนำให้ฉันรู้จักหน่อยสิ”

“นี่ซินมีแฟนยัง เพื่อนฉันอยากจีบ”

พี่ราเชลว่าออกมาตรงๆก่อนที่จะเปลี่ยนเรื่องจากที่ผมกับพี่ไม่ได้เจอกันตั้งนานมาเป็นแนะนำให้ผมรู้จักกับเพื่อนของพี่ พี่สาวคนนี้นี่มันยังไงวะเนี่ย คืดจะขายน้องชายตัวเองรึไงกัน

“ผมมีแฟนแล้วครับ มีลูกแล้วด้วย พวกพี่จะถามอะไรผมอีกไหม”

      






ThaRat Talk
          บางทีพี่สาวเซอินก็ดูจะขายน้องชายตัวเองให้เพื่อนมากเกินไป 555+
          จริงๆกำหนดวันอัพนิยายของรัตน์คือเมื่อวาน แต่ว่าคอมเปิดไม่ได้โดนไวรัสกิน วันนี้ช่างมาซ่อมให้แล้ว พันนึงหายไปในพริบตา ฮือออ T_T แต่ก็ยังโออ่ะได้คอมกลับมาแต่งนิายเหมือนเดิม ไม่งั้นนี่แย่เลย แต่งแต่ในโทรศัพท์ -0-

-ช่วยกันคอมเมนต์หน่อยน้าาา-




ADD FAV. <Click Pic>

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

93 ความคิดเห็น

  1. #35 Pokkyz (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 20:57
    แฟนหรือเมียยย
    #35
    0