The Dark Mirror(1Dfanfic)

ตอนที่ 16 : Crux

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    31 ก.ค. 59

"อะไรทำให้ท่านประธานหนักอกหนักใจจนมานั่งดื่มจริงจังขนาดนี้กันครับ" เสียงล้อเลียนจากคนๆเดียวที่กล้าหือกับประมุขทอมลินสันคนใหม่ดังพร้อมกับร่างสูงในชุดสีแปลกตาเหมือนทุกที ไม่รู้ว่าพระเจ้าแอบแถมพรมาให้ตอนเขาเกิดรึเปล่า ไม่ว่าเจ้าของนัยต์ตาสีมรกตจะหยิบอะไรมาสวมใส่ คนที่มองมากลับชื่นชมมากกว่าจะแปลกใจกับมันด้วยซ้ำ
"ฉันจะดื่มบ้างไม่ได้รึไง ทีนายออกไปดื่มทุกวันไม่เห็นมีใครว่า ท่านรองประธาน" ลูอีสวนกลับอย่างติดตลก เมื่ออีกฝ่ายเอาตำแหน่งในบริษัทมาล้อ ก็ต้องเจอสวนกลับไปแบบเดียวกัน ลูอีเลื่อนแก้วใสที่บรรจุแอลกฮอล์ชั้นดีไว้ไปตรงหน้าผู้เป็นน้องชาย  รอยยิ้มฝืนๆ
ผุดขึ้นที่มุมปาก แตกต่างกับอีกคนที่แจกรอยยิ้มกว้างไปทั่ว 

"ช่วงนี้นายทำให้แม่บ่นคิดถึงอีกแล้วนะลูอี" แฮรี่กระดกแก้วแล้วปล่อยให้น้ำในแก้วไหลลงคอไป ก่อนจะเปิดประเด็นกับผู้เป็นดั่งพี่ชายที่หายหน้าไปจากคฤหาสน์ทอมลินสันหลายอาทิตย์แล้ว จนคุณนายแอนบ่นกรอกหูเขาเช้าเย็น 

"ฉันยุ่งนิดหน่อย เอาไว้มีเวลาจะกลับไปเยี่ยม นายดูแลคุณนายดีๆหล่ะ" 

"นายจะไม่บอกฉันหน่อยหรอลู ว่านายซ่อนคุณหนูเคียร่าไว้ที่ไหน" เจ้าของผมหยักศกสีเข้มเบี่ยงมายังประเด็นที่ตัวเองสนใจ อีกฝั่งยิ้มเหยียดๆ ตาสีฟ้าเทาฉายแววความเจ็บปวดบางอย่างออกมาแต่ก็ไม่พูดอะไร 

"นายจะรู้ไปทำไม สามีเค้ามาตามที่นายรึไง"

"เปล่าหรอก แต่นายก็รู้ ตอนนี้ทุกคนคิดว่าคุณหนูเคียร่ากับมาลิคแต่งงานกันแล้วสิ่งที่นายกำลังทำ ยังไงก็มีแต่เสียกับเสีย" ดวงตาสีมรกตจ้องกลับไปอย่างไม่ลดละ ร่างสูงข้างๆหมุนแก้วเหล้าไปมาราวกับไม่ได้สนใจอะไร แต่กับน้องชายอย่างเขา มีหรือจะไม่รู้ว่าลูอีกำลังปกปิดความเจ็บปวดของเขาไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยนั่น
"คนอย่างฉันมันไม่มีอะไรจะเสียแล้วแฮรี่ ฉันเสียพ่อไปแล้ว ก็ไม่มีอะไรต้องห่วงอีก" ร่างสูงกล่าวทิ้งท้ายแล้วเดินออกจากบาร์มา แฮรี่ยังนั่งนิ่งอยู่บนโต๊ะ ดวงตาสีมรกตมองตรงไปข้างหน้านิ่งๆ ราวกับว่ากำลังใช้ความคิดอย่างหนัก ปล่อยให้แผ่นหลังกว้างของผู้เป็นพี่ชายเดินห่างออกไปตามที่เขาต้องการ


ร่างสูงของทายาททอมลินสันเดินออกมาจากผับหรูของกรุงลอนดอนช้าๆ ใบหน้าเรียบเฉยมองคนที่เดินผ่านไปมาสายตาเชิญชวนและผูกมิตรจากหญิงสาวมากหน้าหลายตาไม่ได้มีผลอะไรกับเขามากนัก ทั้งๆที่ปกติแอลกฮอลล์เข้ากระแสเลือดที่ไรเขาสนุกกว่านี้แท้ๆ  ช่วงขายาวก้าวออกมาจนถึงลานจอดรถมืดๆ เสียงคนร้องขอความช่วยเหลือดังมาจากซอกตึก หากแต่ว่าเจ้าของตาสีฟ้าเทาพยายามจะไม่สนใจมากนัก เสี่ยงเกินไปที่เขาจะเข้าไปช่วยคนเดียว ทั้งๆที่มีตำแหน่งประธานทอมลินสันค้ำคออยู่ 

"อยู่เงียบๆแล้วตายไปก็จบ มึงจะออกมาเดินหาเรื่องให้คุณสไตล์สทำไมไอ้โง่" ไม่รู้ว่าประสาทสัมผัสส่วนการฟังของเขาดีเกินไปหรือที่นี่มันเงียบจนฟังได้ชัดขนาดนี้ ขายาวๆของคนที่กำลังจะเดินไปที่รถกลับเปลี่ยนเส้นทางไปยังต้นเสียงขอความช่วยเหลือ ซอกเล็กๆที่ลับตาคนในที่จอดรถ ร่างสูงใหญ่ของชายในชุดพรางตัวกับความมืดสามคนยืนรุมร่างของใครคนนึงที่นอนลงไปกับพื้น เสียงรองเท้าหนังอย่างดีกระทบพื้นเบาๆอย่างที่เจ้าตัวต้องการพาร่างสูงเข้าใกล้จุดนั้นเรื่อยๆ จนมองเห็นว่าคนที่ถูกล้อมอยู่เป็นใคร ลูอียังจำได้ดี คนๆนั้นคือผู้ชายที่ขับรถชนแฮรี่

"เฮ้ย ใครอยู่ตรงนั้นว่ะ" เสียงจากหนึ่งในสามเรียกให้เจ้าของตาสีฟ้าเทารู้สึกตัว แขนแกร่งยกขึ้นตั้งรับหมัดที่ลอยมาตรงหน้าอย่างทันการ แล้วสวนกลับไปด้วยแรงฟาดจากช่วงขา ทำให้ร่างในชุดพรางตัวล้มลงไป ดวงตาสีฟ้าทรงอำนาจฉายแววทรงอำนาจขึ้นมา แล้วค่อยๆมองไปยังร่างที่นอนอยู่ แม้ว่าจะดิ้นหรือหลีกหนี ก็คงไม่พ้นอำนาจที่ถูกสรรค์สร้างมาโดยสิ่งเร้นลับ ของเหลวสีแดงเข้มไหลออกมาจากรูจมูกโดยไม่มีการแตะตัวแม้แต่น้อย  อีกสองคนมองหน้ากันเลิ่กลักแล้วรีบวิ่งหนีไป 

"เพื่อนทิ้งแล้ว รอตำรวจมารับไปส่งโรงพยาบาลละกันนะ"คิ้วเรียวเข้มขมวดเข้าหากันช้าๆ แล้วเพ่งตาไปยังร่างใหญ่นั่นอีกครั้งจน
ดวงตาหวาดกลัวที่มองมาถูกปิดไปด้วยเปลือกตาบน 
"คุณลูอี เอ่อ ขอบคุณคุณมากจริงๆ" ร่างสะบักสะบอมของอีกคนที่เหลืออยู่ลนลานออกมาจากซอกตึก ใบหน้าบูดบวมจากการถูกซ้อมอย่างหนัก มือสองข้างเกาะอยู่ที่ขาของทายาทหนุ่ม 

"ผมว่าคุณคงมีอะไรอยากบอกผมมากกว่าคำขอบคุณ เพราะเมื่อกี๊ผมคงฟังไม่ผิด ผมได้ยินคำว่า "คุณสไตล์ส"

ลมจากชายทะเลตอนดึกพัดเข้าหาตัวของคนที่ยืนอยู่หน้าอาคารหลังใหญ่ แรงลมทำให้ชายเสื้อเชิ้ตที่หลุดลุ่ยจากการชกต่อยปลิวไปเล็กน้อย ใบหน้าที่มักแสดงความงามภายใต้ความนิ่งเฉยและเย็นชาพิงเสาหน้าบ้านไว้ หัวใจของเขายังไม่พร้อมจะเข้าไปเจอใครคนนั้นที่นอนอยู่บนเตียงเหมือนทุกวัน บทสนทนาระหว่างเขากับผู้ชายคนนั้นยังแล่นอยู่ในหัว
"ผมขับรถชนคุณสไตล์สจริงๆ แต่มันก็เป็นคำสั่งของคุณสไตล์สที่สั่งลงมา"
"ผมหนีมาได้จากการโดนเก็บ แต่ไม่คิดว่าจะมีคนตามมาเก็บอีกรอบ"
ทายาททอมลินสันส่ายหัวอักที เขาอาจกำลังถูกปั่นหัวจากคนที่อยากเห็นเขากับแฮรี่มีปัญหากัน แม้ใจอยากจะเชื่อใจในตัวน้องชายขนาดไหน แต่คำพูดจากปากคนที่ถูกซ้อมปางตายและอาจจะตายไปแล้วถ้าเขาไม่เข้าไปก็รบกวนจิตใจเขาเหลือเกิน 

"คุณหนูจะออกไปไหนคะ คุณนายสั่งไม่ให้คุณหนูออกจากบ้านวันนี้นะคะ" เสียงเตือนจากเหล่าแม้บ้านที่หวังจะหยุดร่างสูงโปร่งเจ้าของเรือนผมสีทองให้หยุดก้าวออกจากคฤหาสน์ตระกูลฮอแรนเพราะวันนี้เป็นวันดูตัวของว่าที่คู่หมั้นระหว่างตระกูลดัง แต่มีหรือทายาทตัวแสบจะฟัง คำห้ามยิ่งเร่งให้ฝีเท้าก้าวเร็วขึ้นอีกเป็นเท่าตัว 

"ไนออล จะออกไปไหน วันนี้ต้องอยู่บ้านนะ" เสียงของคุณนายฮอแรนรีบเปล่งออกมาเมื่อได้ยินเสียงคนในบ้านดังเซ็งแซ่ ร่างสูงโปร่งของลูกชายตัวดีเดินอยู่ไกลๆ และดูเหมือนจะไม่หยุดเดินแม้ได้ยินเสียงเธอก็ตาม

"ไนออล หยุดเลยนะ กุญแจรถลูกแม่ยึดมาแล้ว ลูกออกไปไม่ได้หรอก" ได้ผล คราวนี้เจ้าของตาสีฟ้าประกายสวยหัน
มามองหน้าผู้เป็นแม่ คิ้วขมวดราวกับใช้ความคิดอย่างหนัก

"ไม่เป็นไรครับแม่ ผมนั่งแท็กซี่ได้ ถึงจะไม่เคยนั่งก็เถอะ เจอกันนะครับ" รอยยิ้มร่าของลูกชายสุดที่รักทำให้ริ้วรอยบนหน้าของคุณนายฮอแรนเพิ่มขึ้นมาจนคนงานกลัวกันเป็นแถบๆจนหลบมุมกันไปเพราะกลัวแรงเหวี่ยง  ร่างสูงของหนุ่มฮอตประจำเมืองนั่งอยู่บนรถแท็กซี่แล้วบอกจุดหมายปลายทาง แม้ว่าจะไม่เคยขึ้นรถแบบนี้มาก่อน แต่ก็ใช่ว่าเขาจะทำอะไรไม่เป็นเลยซักอย่างนะ มือเรียวสไลด์หน้าจอแผ่นโลหะสีดำในมือที่ข้นแจ้งเตือนว่ามีข้อความใหม่ ดวงตาสีฟ้าประกายสวยจ้องมองตัวอักษรบนหน้าจอแล้วพยายามฝืนยิ้มออกมานิดๆ
                    วันนี้ยกเลิกนัดได้มั้ย งานยุ่งมาก ขอโทษนะ แล้วจะโทรหาอีกที
                                                                                                         เลียม

อีกแล้ว เจ้าของเรือนผมสีสว่างสะบัดหัวนิดๆ อีกแล้วที่อีกฝ่ายยกเลิกนัดแบบกระทันหัน แม้จะรู้ดีเพียงใดว่าภาระที่คนส่งข้อความมาหาต้องแบกรับหนักหนาเพียงใด แต่เขาก็อดคิดที่จะน้อยใจไม่ได้อยู่ดี การตามหาคุณหนูของพาลวินเป็นเรื่องสำคัญเขารู้ดี สำคัญมากจนอีกฝ่ายกับเขาไม่ได้เจอกันมาเกือบสามอาทิตย์ติด บวกกับการยกเลิกนัดสามครั้งรวดแล้ว มือบางกดปิดหน้าจอข้อความแล้วเปิดแอพโซเชี่ยลขึ้นแทน ตัวเลขแจ้งเตือนมหาสารจากการที่เขาไม่ได้เล่นมานานตั้งแต่มีอีกคนเข้ามา มือเรียวบางตัดสินใจพิมพ์อะไรบางอย่างลงในช่องอัพเดตสถานะ ไหนๆวันนี้เขาก็ว่างแล้ว บางที นี่อาจจะเป็นการคัมแบคอีกครั้งของไนออลคนเดิม ใครจะไปรู้

Are you ready to see me again 


หน้าจอที่ถูกปิดไปได้ไม่ถงนาทีหลังอัพโหลดภาพเริ่มสว่างขึ้นอีกครั้ง แน่นอนว่าเป็นแจ้งเตือนจากการกดถูกใจภาพและความคิดเห็นจากเหล่าผู้ติดตาม เจ้าของตำแหน่งหนุ่มสุดฮอตเลื่อนดูมันช้าๆ แต่ก็สะดุดตากับหนึ่งความคิดเห็นจากใครบางคน  หน้าจอข้อความส่วนตัวเด้งขึ้น ราวกับรู้ว่าเจ้าตัวกำลังมองความเห็นนั่นอยู่ ชื่อเดียวกับเจ้าของความคิดเห็น ใบหน้าหวานของทายาทฮอแรนยกยิ้มขึ้นอย่างไม่รู้ตัว เขาคงไม่เหงา ถ้ามีคนที่สนุกสนานตลอดเวลาแบบนี้อยู่ด้วย ข้อความที่ส่งมาชวนให้ออกไปเที่ยวด้วยกันจากคนๆนั้น 
รุ่นน้องในชมรมกีตาร์ของมหาวิทยาลัย ฌอน เมนเดส
I think my fangirl habits are getting a little out of hand. Still love Shawn tho! <3 :D:



ร่างเล็กขยับตัวหนีความเย็นที่อยู่ดีๆก็แผ่เข้ามาใกล้ ผ้าห่มผืนหนาถูกดึงขึ้นมาคลุมให้แน่นขึ้นอีก สัมผัสแผ่วเบาจากด้านหลังและกลิ่นที่คุ้นเคย หากแต่ว่าเจ้าตัวคิดว่ามันเป็นเพียงแค่ความฝันเท่านั้น เปลือกตาบางหลับตาลงต่อ ทิ้งให้ร่างสูงของอีกคนขยับเข้าใกล้ขึ้นอีกเพื่อรับความอบอุ่นจากร่างเล็ก มือแกร่งสอดเข้ากอดแล้วดึงร่างเล็กเข้ามาใกล้ๆ ดวงตาสีฟ้าน้ำเงินถูกปิดไปพร้อมกับประกายบางอย่างที่ถูกกักเก็บไว้เนิ่นนาน

"ลูอี ปล่อย" ร่างเล็กเริ่มดิ้นอย่างหนักในอ้อมกอดที่เกาะกุมไว้ไม่ให้หนีไปไหน เจ้าของเรือนผมยาวที่ตื่นมาพบว่าเสี้ยวความฝัน
ไม่ได้เป็นแค่ความคิด แต่กลับกลายเป็นว่าร่างของตัวเองนอนอยู่ใต้อกอุ่นๆของคนในฝันจริงๆ แรงดิ้นสุดแรงของคนที่พยายามจะออกจากอ้อมกอดเรียกให้ตาสีฟ้าเทาเปิดรับแสงที่ผ่านเข้ากระทบ ใบหน้าหวานของคนในอ้อมกอดนิ่งเฉยแต่ก็มองออกว่าไม่พอใจ ยิ่งทำให้คนขี้แกล้งได้ใจขึ้นไปใหญ่ แขนแกร่งดึงตัวร่างเล็กเข้ามาอีก เรือนผมสวยสยายไปตามหมอนใบเดียวกันตามแรงดึงเข้าหา

"ทำเป็นหวงตัวไปได้ มากกว่านี้ก็เคย จำไม่ได้รึไง" ถ้อยคำเดิมๆยังคงออกมาจากปากได้รูป เจ้าของตาสีฟ้าประกายคู่สวยตวัดขึ้นมองร่างสูงกว่าอย่างไม่พอใจ แต่กลับยิ่งทำให้เกิดรอยยิ้มอย่างพอใจบนหน้าคมนั่น

"ปล่อย แล้วอย่ามานอนบนเตียงเดียวกับฉันอีก" แรงเล็กๆจากมือบางบิดแขนแกร่ง เจ้าของร่างสูงจงใจปล่อยให้
ร่างเล็กหลุดออกไป แล้วหยิบหมอนอีกใบมารองหลัง พิงมองร่างเล็กที่รีบลุกหนีไป  เขามาที่นี่ทุกวันเพื่อเฝ้า นักโทษ คนนี้ แต่คงจะเป็นเพราะหัวใจดวงนี้ยังมืดดำไม่พอ นักโทษของเขามีอิสระทุกอย่าง เขาแค่ขังเธอไว้ ไม่ให้ไปไหน ขังไว้ให้มีเพียงท้องทะเล และชายหาด มีเพียงเขาที่เธอเกลียดหนักหนา 
"คุณว่างมากขนาดนั่งมองฉันได้ทั้งวันเลยรึไง เลิกมองฉันแล้วกลับไปดูแลตระกูลของคุณเถอะลูอี" ในที่สุดความอดทนของคนตัวเล็กก็หมดลง เมื่อไม่เป็นไปดั่งทุกวันที่ร่างสูงมักจะโผล่มามองอยู่ห่างๆ หรือไม่ก็ทำงานอยู่ในห้องทำงาน ปล่อยให้เธออ่านหนังสือเงียบๆ หรือเหม่อมองออกไปที่ทะเล แต่วันนี้ เจ้าของตาสีฟ้าเทาสวยนั่นกลับนั่งอยู่ตรงข้ามมาเป็นเวลาหลายชั่วโมง ไม่มีท่าทีจะลุกหนี 
ไม่มีคำพูดเหยียดหยามหรือกล่าวหาอะไรออกมา 

"ตระกูลผมหรอ ไม่ดูซักวันก็ไม่ล่มสลายหรอก. แต่ผมก็ไม่ได้มีตัวแทนดูแลตระกูลแบบคุณนี่ พักนานไม่ได้หรอก" 
"ถ้าคุณคิดแบบนั้นแล้วโอเค ก็เชิญ" ร่างเล็กวางหนังสือเล่มโปรดลงบนโต๊ะไม้บนระเบียงอาคารที่เธอมักจะมานั่งอยู่ทุกวัน ดวงหน้าหวานสวยหลบสายตาเฉียบจากอีกคนเรียวขายาวเหยียดลุกขึ้น แต่แรงดึงจากแขนแกร่งที่ต้นแขนเล็กก็ทำร่างเล็กเซจนเกือบล้ม

"สำนึกไว้ซะบ้างเคียร่าว่าคุณเป็นแค่นักโทษของผม สิทธิอะไรที่คุณจะเดินหนี" แรงบีบที่ต้นแขนไม่ได้มาก แต่ผิวสีสว่างก็แสดงรอยออกมาเห็นได้ชัด ความเจ็บแล่นไปที่ขั้วประสาท แต่เจ้าตัวก็พยายามคงสีหน้าเรียบเฉยไว้ ถึงจะบอกว่าเจ็บ ก็ไม่มีประโยชน์ถ้าพูดกับคนไม่มีหัวใจแบบนี้

"ใช่ ฉันไม่มีสิทธิ ทุกวันนี้ฉันก็รู้ตัวดีด้วยว่าเป็นแค่นักโทษเพราะฉันไม่เคยอยากอยู่ อยากนอน หรือมีความสุขกับทุกๆอย่างพวกนี้ ไม่ต้องบอกหรอก" มือเล็กสะบัดข้อมือให้หลุดจากแรงบีบ แล้วเดินจากร่างสูงที่แค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ 
"แต่เสียใจด้วยที่คุณต้องรับตำแหน่งนี่ไปอีกนาน นานจนกว่าผมจะพอใจเคียร่า ผมจะไม่ปล่อยคุณให้กลับไปมีความสุข ในเมื่อเจ็บ เราก็ควรเจ็บด้วยกัน ในเมื่อสูญเสีย เราก็ควรสูญเสียเท่าๆกัน" ดวงหน้าหวานหันกลับมามองด้วยความรู้สึกเจ็บปวด ดวงตาสีฟ้าสบกันอย่างไม่ลดละ ความอ่อนแอบางอย่างทำให้น้ำตาสีใสแทบจะร่วงหล่นอีกครั้ง แต่เจ้าตัวจะไม่ยอมร้องไห้ต่อหน้าคนใจดำแบบนี้ เฝ้าบอกตัวเองให้อดทน น้ำตาไม่ได้มีผลอะไรกับคนที่หัวใจด้านชาอีกต่อไปแล้ว

"มันยังไม่พออีกหรอลูอี คุณเสียพ่อไปแล้วฉันไม่เสียรึไง คุณต้องการอะไรอีก ในเมื่อชีวิตพ่อฉันคุณก็เอาไปแล้ว" 

"อย่ามากล่าวหาผมด้วยคำๆนี้อีก ผมไม่เคยคิดจะแก้แค้นด้วยวิธีพรรค์นั้นเคียร่า" ปากบางสั่นระริก จ้องคนตัวสูงกว่าที่ลุกขึ้นยืนประจันหน้ากัน ดวงตาสีฟ้าเทาที่จ้องมามีแววความโกรธแต่ก็ไม่ได้มีแววตาที่จะปกปิด

"คุณคิดว่าฉันโง่มากรึไงที่จะมองไม่ออก ถ้าไม่ใช่คุณแล้วมันจะเป็นใครลูอี ใครที่จะมีอำนาจขนาดนั้น" ร่างเล็กเริ่มสั่นเบาๆ น้ำตาที่เคยคิดว่ากลั้นไว้ได้เริ่มไหลออกมาเป็นทางยาว กระตุกหัวใจคนตัวสูงกว่าเบาๆ มือแกร่งกำเข้าหากันแน่น คำพูดของคนตรงหน้าเชื่อได้ว่าไม่ใช่คำโกหก และเขาก็มั่นใจว่าตัวเองไม่เคยสั่งให้ใครไปยุ่งเกี่ยวกับพาลวิน หากอำนาจของทอมลินสันยิ่งใหญ่ที่สุด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นอำนาจหนึ่งเดียว

"ผมไม่ได้ทำ" ลูอีเอ่ยออกมาอีกครั้ง แล้วเดินออกมาจากตรงนั้น ก่อนที่ใจจะอ่อนไหวไปมากกว่าเดิมเพราะดวงหน้าหวานที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา ร่างสูงเดินลงบันไดช้าๆอย่างใช้ความคิด เรื่องราวบางอย่างอาจไม่ใช่แบบเดิม หากมีบางอย่างที่ถูกมองข้ามไปเพราะความโง่ของเขา บางอย่างนั้นอาจสำคัญมากจนเปลี่ยนแปลงเรื่องราวทั้งหมด หรืออาจเป็นแค่เศษเสี้ยวของความเข้าใจผิดและไม่ได้เปลี่ยนอะไร หากแต่ว่ามันก็รบกวนจิตใจของเขาเหลือเกิน และทางเดียวที่จะหยุดมันได้ คือการที่เขาต้องรู้ความจริง 

#Talk 

มาวางปมไว้อีกแล้ว อย่าโยนเกิบมาทางนี้ ความจริงตอนนี้ตั้งใจอัพเป็นของขวัญวันครบรอบหกปีแต่อัพไม่ทัน เพราะวันจันทร์นี้ไรต์เตอร์จะสอบกลางภาคแล้วว 5555 และยังมีน้ำหน้าไม่อ่านหนังสือเพื่อปั่นฟิคแทน ตอนนี้ไม่มีอะไรมากเลย แค่มาปล่อยปมทิ้งไว้ พร้อมกับนักแสดงรับเชิญผู้อาจเปลี่ยนแปลงบางสิ่งอย่างนุ้งฌอนสุดที่รัก 5555 สำหรับใครที่อยากถามว่าเซนหายไปไหนในตอนนี้ ไรต์จะตอบว่าเซนอยู่ในใจไรต์เอง ไม่ใช่ละ 555 เซนจะมาตอนหน้านะคะ อาจเป็นตอนเดี่ยวของนางด้วย ฉะนั้นรออ่านให้ดี 
ป.ล.2 เค้ายังอยากอ่านคอมเมนต์อยู่นะคะ ถึงจะอัพช้าแต่ก็ยังหวัง 555 ส่งฟีดแบคกันหน่อย หรือทาง @Kamon_aong ในทวิตก็ได้ 
               All The Love จ้าาาาาาทุกคน


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

32 ความคิดเห็น

  1. #31 mild (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2559 / 05:51
    ค้างงงตลอดเลย รีบๆมาต่อด่วนๆนะค่ะ
    #31
    1
    • #31-1 1Dcommon(จากตอนที่ 16)
      30 กรกฎาคม 2559 / 09:16
      เปล่าค่ะ เรื่องจบแล้ว 555 อะล้อเล่นขำๆสะเก็ดดาววววว 5555
      #31-1