The Dark Mirror(1Dfanfic)

ตอนที่ 15 : Tear

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 38
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    15 ก.ค. 59

"ใจเย็นๆเซน นายต้องตั้งสติ ไม่งั้นทุกอย่างจะพังหมด" เจ้าของร่างสูงในชุดสูทเนื้อดีเอื้อมมือไปเขย่าตัวเพื่อนสนิทในชุดสูทเข้ารูป ดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ถูกติดไว้บนหน้าอกเพิ่มรายละเอียดให้ร่างสูงดูน่ามอง หากแต่ว่าใบหน้าคมสมบูรณ์แบบของคนสวมใส่กลับเต็มไปด้วยน้ำตาและความเกรี้ยวกราด
"มันมีอะไรให้เสียอีกว่ะเลียม เคียโดนมันลากไปอย่างนั้น แกจะให้ฉันรออะไรอีก" มือแกร่งปัดมือที่จับไหล่ทั้งสองออก โบสถ์สีทองที่ถูกจัดเตรียมให้เป็นสถานที่แต่งงานว่างเปล่า เศษดอกไม้บางส่วนกระจัดกระจายไปทั่วจากแรงโกรธของเจ้าบ่าวประจำงาน ร่างสูงก้าวยาวๆไปยังรถคันหรูของตัวเอง โดยมีเจ้าของตำแหน่งเพื่อนสนิทและทายาทฮอแรนรีบวิ่งตามไป นาทีนี้ ใจของเซนร้อนเป็นไฟจนไม่มีอะไรจะมายั้งได้แล้ว ไม่ว่ามันจะใหญ่มาจากไหน เขาก็จะไปลากตัวมันออกมายิงให้ตายให้ได้
"นายจะทำอะไรเซน นายก็รู้ว่าตระกูลทอมลินสันใหญ่แค่ไหน" คำปรามจากเพื่อนคนเดิม และก้ยังเหมือนเดิม หน้าคมๆไม่หันมาสนใจ หากเขาต้องหาทั่วโลก เขาก็จะหา  ดวงตาสีเฮเซลวาวโรจน์ขึ้นอีกครั้ง ร่างสูงๆของเลียมถูกแรงผลักเล็กน้อยจากคนตัวเล็กกว่า เลียมมองทายาทฮอแรนที่พุ่งไปหาเซนอย่างสงสัย คนตัวเล็กกว่าจะทำอะไรไฟอย่างเซนได้กัน
"นายช่วยฟังคนอื่นบ้างได้มั้ยว่ะ ก็เห็นอยู่ว่าเลียมเป็นห่วงแค่ไหน"
"แล้วมายุ่งอะไรด้วยละวะ ถอยออกไป"มือแกร่งผลักร่างเล็กๆที่พุ่งเข้ามาอย่างไม่พอใจ เลียมรีบเข้ามาประกบเจ้าของตาสีฟ้าที่กำลังุ่นมัว แต่ก็ไม่เป็นผล เจ้าของร่างยังไม่ยอมถอยออกมาจากเพื่อนสนิทที่พยายามจะปิดประตูรถ
niall horan black and white tumblr - Google Search:
"ถ้านายอยากได้ตัวเคียร่าคืน ฉันช่วยนายได้" ความเงียบเกาะกุมทั่วบริเวณไปชั่วขณะเมื่อประโยคบางอย่างหลุดออกมาจากปากของทายาทตระกูลดัง ไม่เพียงแต่ดวงตาสีเฮเซลเท่านั้นที่ฉายแววสงสัย แต่ดวงตาสีน้ำตาลประกายก็มองไปที่คนตัวเล็กกว่าอย่างไม่เข้าใจ มีเพียงแค่เจ้าตัวที่ถอนหายใจแรงๆแล้วหันหลังไปชวนอีกคนขึ้นรถ
"นายจะพาพวกเราไปไหนไนออล มีเรื่องอะไรที่นายยังไม่ได้บอกฉันอีกรึเปล่า" คำถามจากเลียมสร้างความปั่นป่วนในหัวให้กับทายาทฮอแรนไม่น้อย แต่เจ้าตัวก็ทำเพียงส่งสายตาขอความเห็นใจกลับไป ยัง ยังไม่พร้อมจะเล่าบางอย่างให้เลียมฟังตอนนี้ เขาต้องช่วยเคียร่าก่อน และบางทีอาจจะมีใครบางคนที่ต้องเล่าความจริงทั้งหมดร่วมกับเขาด้วย
"ไปคฤหาสน์ซัลเดอริก"

"ตื่นสายจัง" เสียงแหบทุ้มดังขึ้นท่ามกลางความเงียบและมืดมิดจากห้องที่เปิดม่านไว้เพียงหนึ่งหน้าต่าง แต่มันกลับทำให้ร่างบางที่พึ่งจะเดินออกมาจากห้องน้ำหยุดชะงัก ดวงตาสีฟ้าทะเลแลดูบอบช้ำจากพิษการร้องไห้ เนื้อตัวขาวใสกลับกลายเป็นร่องรอยจากเจ้าของร่างสูงที่นั่งอยู่ปลายเตียง แต่ก็ไม่มีประโยคตอบกลับใดๆหลุดออกมาจากปากสีแดงระเรื่อที่ยังคงสีสันไว้แม้ถูกบดขยี้มาหนักหน่วง
"อมอะไรไว้ ทำไมไม่พูด" ถ้อยคำเกรี้ยวกราดยังคงทำร้ายคนตัวเล็กกว่าอย่างไม่จบสิ้น มือเรียวสวยกำเข้าหากันเพื่อสร้างแรงในการพยุงตัวเองไว้ เจ้าของตาสีน้ำเงินเทาจะรู้หรือไม่ว่าตอนนี้ร่างบางแทบจะทรงตัวยืนไม่ไหวด้วยซ้ำความเจ็บปวดเป็นระรอกจากส่วนที่ฉีกขาด ยังไม่เท่าการโจมตีจากอาการปวดหนึบในหัว เลยด้วยซ้ำ
 :

"ดี ไม่พูดก็ดี จะได้เก็บปากสวยๆไว้ทำอย่างอื่น" ไม่เพียงแค่คำพูด คราวนี้ทายาททอมลินสันเอื้อมมือมาบีบคางสวยอย่างไม่ออมแรง มือแกร่งชะงักนิดหน่อยจากไอร้อนที่แผ่ออกมาจากใบหน้าซีดเซียวนั้น ยิ่งได้สบกับดวงตาสีฟ้าที่ฉายแววอิดโรยออกมาชัดเจนกว่า มือแกร่งก็บีบแขนเล็กแรงขึ้นอีก
"ปล่อยนะ ฉันเจ็บ" เสียงอ่อนหวานที่เบาจนแทบจะไม่ได้ยินดังขึ้น ไม่ใช่ว่าอยากเก็บเสียง แต่เจ้าของเสียงหวานๆไม่มีแรงจะเอ่ยปากออกมา มือแกร่งผละออกนิดหน่อยแต่ก็ไม่มีวี่แววความอ่อนโยน แม้ไอร้อนจากใบหน้าสวยจะแสดงถึงพิษไข้ที่คืบคลานร่างเล็กอยู่ก็ตาม
"เจ็บไม่เท่าที่ผมรู้สึกหรอก ไม่ได้ซักนิด" มือแกร่งลากร่างเล็กให้เดินตามออกมาจากห้องนอน ตาสีฟ้าประกายกวาดตามองรอบๆอย่างอิดโรย อาคารขนาดใหญ่ที่เห็นเมื่อวานมีเพียงแค่ห้องนอนห้องเดียวข้างใน ข้างนอกถูกแบ่งเป็นโซนห้องทานอาหาร ห้องครัว และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสำหรับการพักผ่อนทุกอย่างเท่านั้น ร่างแบบบางถูกผลักให้นั่งลงบนเก้าอี้ตัวใหญ่หน้าโซนครัว ถ้วยซุปขนาดใหญ่ถูกกระแทกลงตรงหน้าจนกระฉอกออกมาเปื้อนโต๊ะ
"กินซะ" เสียงแหบทุ้มนั้นสั่งการออกมาอีกครั้ง ร่างสูงหันหลังให้คนตัวเล็กที่มองมาอีกครั้งอย่างผิดหวัง  ดวงตาสีฟ้าสวยเบือนหนีแล้วก้าวออกมา คนๆนั้นไม่มีสิทธิจะมองเขาด้วยสายตาแบบนั้น หากเทียบถึงสิ่งที่เธอทำมา ครอบครัวของเธอทำมา ไม่มีสิทธิจะได้หายใจอย่างเป็นสุขด้วยซ้ำไป มือแกร่งหยิบบุหรี่มาจุดแล้วพ่นควันออกมาช้าๆอย่างใจเย็น แค่คิดว่าตอนนี้ตระกูลพาลวินกำลังเดือดกันแค่ไหน ก็สนุกพอแล้ว

เคร้ง!!1

เสียงโลหะกระทบพื้นเรียกความสนใจจากร่างสูงที่กำลังพ่นควันออกจากปากบางๆ มือเรียวเล็กหลุดลงจากโต๊ะ ดวงหน้าสวยซีดลงกว่าเดิมที่แทบจะไม่มีสี เพียงเท่านั้นร่างสูงก็พุ่งเข้ามารับตัวคนที่หมดสติไว้ในอ้อมแขนก่อนที่จะหล่นลงจากเก้าอี้ไป เสียงหายใจรวยรินสร้างความตกใจผ่านดวงตาสีน้ำเงินที่เบิกกว้างข้นอย่างไม่รู้ตัว อ้อมแขนนั้นกระชับตัวร่างบางแล้วเดินขึ้นไปชั้นบนของบ้าน ร่างแบบบางถูกวางบนเตียงช้าๆอย่างเบามือ เหงื่อเม็ดเล็กผุดขึ้นบนใบหน้าคมอย่างช่วยไม่ได้  

"คุณจะเรียกตัวฉันแบบนี้ไม่ได้แล้วนะลู รู้มั้ยว่ามีคนไข้รออยู่กี่คน" เสียงบ่นยาวเป็นชุดให้กับร่างสูงที่ยืนพิงกระจกอยู่ห่างๆจากปากเพื่อนสนิทอย่าง แดเนียล คาร์ล ไม่ได้ทำให้คนถูกบ่นรู้สึกผิดเลยซักนิด เขารู้ดีว่าแพทย์สาวตรงหน้าแค่บ่นไม่ถึงสิบนาที แลกกับความลับที่จะไม่ถูกเผยแพร่ออกไป คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้ม

"เธอเป็นยังไงบ้าง" สายตาสีน้ำเงินเทามองผ่านร่างสมส่วนของคุณหมอเลยไปยังร่างเล็กที่นอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม เปลือกตาปิดสนิท สีผิวที่ขาวใสกลายเป็นซีดไปโดยปริยาย ไรผมมีเหงื่อซึมออกมานิดๆ จนคนมองอยากจะเข้าไปซับออกจากใบหน้าหวานๆนั่น แต่บางอย่างบอกให้เขาหยุด แล้วฝังความรู้สึกนั่นลงไปอีกที ฝังให้ลึกพอให้ไม่มีใครเห็นอีก
"ไม่เป็นอะไรมากหรอก ไข้ทั่วไป แต่แค่สูงมากไปหน่อยเหมือนจะไม่ค่อยแข็งแรงอยู่แล้วด้วย" มือเรียวสวยยังคงจัดแจงยาในกระเป๋าอุปกรณ์ไปด้วย แต่ใช่ว่าปลายตาจะมองไม่เห็นแววตาแปลกประหลาดที่เพื่อนสนิทอย่างลูอีมองคนบนเตียง สายตา ที่ไม่เคยเห็นใครได้มันซักที แม้แต่กับเธอเอง ทั้งๆที่อยู่ข้างกันมาหลายปีแล้วแท้ๆ
"ส่วนรอยแดงตามตัวพวกนี้ เดี๋ยวก็หาย" 
"เรื่องนั้นผมรู้หน่าแดน" เสียงแหบทุ้มเอ่ยขัดประโยคล้อเลียนจากปากคนหมอคนสวย แล้วรับซองยาจากคนตัวเล็กในชุดกาวน์
"แดนก็รู้ค่ะ รู้ว่าคุณกำลังห่วงเธอเกินไป ไม่งั้นคงไม่ส่งเฮลิคอปเตอร์ไปรับแดนถึงโรงพยาบาลหรอกเนาะ" เสียงหยอกเย้าปนหัวเราะของคนในห้องไม่ได้ดังมาก แต่กลับปลุกคนป่วยที่นอนอยู่ให้ตื่นขึ้นมา แม้สติจะเลือนลางจากยาที่กำลังออกฤทธิ์บวกกับอาการปวดหนึบในหัวขนาดไหน แต่ทำไมภาพร่างสูงที่คุ้นจากับคุณหมอคนนั้นกำลังจูบกันอย่างดูดดื่มถึงชัดเจนเกินไป แม้น้ำตาใสๆจะร่วงหล่นลงมาจนภาพนั้นเริ่มเบลอไปบ้างแต่เหมือนอาการปวดจะเพิ่มมาจากไหนก็ไม่รู้ เสียงปิดประตูดังขึ้นเบาๆ ร่างที่กอดรัดกันหายไปจากห้องแล้ว เสียงสะอื้นเบาๆเริ่มดังขึ้นเป็นจังหวะ ทำไมหัวใจต้องไปสนใจคนที่ทำร้ายเธอขนาดนั้น ไม่เหลืออีกแล้วหัวใจที่ลูอีเคยมีให้
ลูอีคนเดิมไม่มีสำหรับเคียร่าอีกแล้ว 

"พอได้แล้วแดน คุณต้องกลับไปทำงานไม่ใช่หรอ" มือแกร่งหยุดมือเรียวบางที่กำลังปลดกางเกงของเขาออกมืออีกข้างเอื้อมไปขยับเสื้อเชิ้ตของคุณหมอตรงหน้าให้เข้าที่ แม้ใบหน้าสวยน่ารักนั้นจะแสดงความสงสัยปนไม่พอใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด
"อย่าเอาเรื่องงานแดนมาอ้างเลย ถ้าคุณห่วงเรื่องนั้นจริง คงไม่ส่งคนไปพาแดนโดดงานหรอก" คนตัวสูงไม่พูดอะไร แล้วก้มลงหอมแก้มนวลเบาๆเป็นการขอโทษ ตาสีน้ำเงินเทามองออกไปข้างนอก ปล่อยให้คุณหมอจัดแจงเสื้อผ้าให้เข้าที่ 
"ลูอี กระจกตรงนี้หายไปไหนกัน แดนำได้ว่ามีตรงนี้" แม้จะเป็นคำถามปกติ แต่ทำไมคนตัวสูงนิ่งไปเหมือนไปสะกิดต่อมอะไรซักอย่าง ใบหน้าสวยน่ารักแสดงสีหน้าเชิงสงสัยแต่ก็ได้แค่คำบอกปัดๆกลับมา อีกแล้ว อีกทีที่โดนปฏิเสธจากลูอี ร่างสวยเดินลงบันไดอย่างอ่อนใจ เพียงซักนิดก็ยังดี ขอเพียงซักนิดที่ลูอีจะไม่ทำตัวห่างเหินแบบนี้ เธอก็พอใจแล้ว ตำแหน่งเพื่อนที่นอนด้วยกันได้ ก็คงพอแล้ว
"แดน ผมอยากให้คุณเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ ได้มั้ย"มือสวยกระชับกระเป๋าอุปกรณ์แน่นขึ้นอีก ขนาดประโยคบอกลากก็ยังเกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้น หรือบางที เธอควรฉีดยาเกินไปซะเลย จะได้ไม่ต้องมีใครมากวนใจอีก แต่ทำได้ก็แค่คิด ใบหน้าได้สัดส่วนพยักหน้าให้แล้วเดินขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไป  เสียงถอนหายใจช้าๆของคนที่ยังอยู่ดังขึ้นพร้อมๆกับเสียงเปิดประตูห้องอีกที ช่วงขายาวพาลูอีมาหยุดอยู่ตรงหน้าร่างเล็กที่เป็นสาเหตุของการกระทำแปลกๆของเขาในวันนี้ แดเนียลกับเขาคบกันมาหลายปี เป็นเพื่อนสนิท เป็นคู่นอน แต่ทำไมวันนี้ใจเขาถึงปฏิเสธไป ไม่ใช่เสน่ห์ของคุณหมอคนสวยลดลง แต่เขากลับเอาใจไปคิดถึงแต่คนๆนี้ คิดถึง แม้จะคิดในทางไหนก็ไม่ต่างกัน มีแค่ความเจ็บ

It's almost 3am and I can't decide if I want to stay up all night and work on this drawing or go to sleep ugh:
"ร้องไห้ตลอดเวลาเลยรึไง หึ" เสียงแค่นหัวเราะเมื่อเห็นคราบน้ำตาบนหน้าเนียนใส  บ่งบอกได้ว่าเจ้าของใบหน้าสวยหวานร้องไห้อีกแล้ว คงเป็นตอนหลับด้วยซ้ำ ดีซะอีกเขาต้องการแบบนี้ไม่ใช่รึไง เอาตัวเธอมาขัง เธอจะได้เศร้าที่ไม่ได้อยู่กับคนที่รัก เซน เซนมาลิค ผู้ชายคนนั้น แน่นอน มันก็ต้องเจ็บ เจ็บเหมือนที่เขาโดน 
"ถ้าคุณรักผมได้ซักนิดก็คงดี คุณคงไม่ร้องไห้แบบนี้"


"ไม่อยากจะเชื่อว่าพวกคุณจะจนปัญญาขนาดถ่อมาหาผม" เสียงทุ้มต่ำแฝงแววเยาะเย้ยของใครบางคนส่งผ่านโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กที่วางอยู่ตรงหน้าผู้ชายสามคนในชุดสูท ดวงตาสีเฮเซลฉายแววไม่พอใจออกมาเป็นระยะ แต่สำหรับเพื่อนสนิทที่ตามมามีเพียงความนิ่ง เพราะประเมินสถานการณ์รอบตัวแล้วช่างแปลกเหลือเกิน หลังจากรถแล่นเข้าสู่คฤหาสน์ซัลเดอริก ตามคำบอกทางจากทายาทฮอแรนที่ยืนอยู่ไม่ห่าง แทนที่จะพบกับใครซักคนเพื่อเจรจา แต่กลับกลายเป็นต้องคุยผ่านโทรศัพท์มือถือแทน ราวกับว่าเจ้าของร่างสูงที่นั่งอยู่ชั้นบนไม่อยากเปิดเผยใบหน้า หรือจะเป็นคนเสียโฉมกัน
"นายบอกได้มั้ยว่าไอ้ลูอีเอาเคียไปซ่อนที่ไหน" เซนไม่รอที่จะต่อปากต่อคำ คำถามอย่างตรงจุดสร้างเสียงหัวเราะจากปลายสาย ดวงตาสีเฮเซลวาวโรจน์ขึ้นอีกที แต่ทางเลือกที่มีไม่มาก ก็ทำให้ตัดสินใจจะนิ่งเงียบต่อไป เลียมเอามือมาตบบ่าเพื่อนเบาๆเป็นเชิงปรามให้สงบสติ 
"ได้สิ แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เลยทีเดียวนะ คงต้องมีข้อแลกเปลี่ยน" 
"บอกมา แกต้องการอะไร" 
"มันไม่ยากมากไปกว่าครั้งที่แล้วหรอกคุณมาลิค" 

"หมายความว่ายังไงเซน นายรู้จักกับซัลเดอริกได้ยังไง!!!!"

#Talk

สวีดัสสวัสดีมิตรรักแฟนฟิค ไม่ใช่ 55555 มาต่อแล้วหลังจากวางระเบิดตอนที่แล้วไปเต็มๆ และเสียงด่าทอจิตใจอันโหดเหี้ยมที่ทำร้ายเคียร่าของเราได้ลงคอ หึๆ 55555 จริงๆไรท์แค่อยากแกล้งนิดแกล้งหน่อยเองง จริงๆนะ ไม่ใช่ละเนาะ 555 แต่ถามว่ายังมีคนรออ่านอยู่มั้ย ต้องมาอ่านให้จบนะ อย่าทิ้งกันไว้กลางเรื่อง  
ป.ล. ขอบคุณคอมเมนต์ตอนที่แล้วทุกคนเลยนะคะ มีกำลังใจแต่งขึ้นมาก หนึ่งเมนท์ล้านกำลังใจจริงๆเลยยยย กอดที


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

32 ความคิดเห็น

  1. #30 mild (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2559 / 18:18
    ไม่เอาจะเอาเซนกลับมาฮืออออ

    ต่อๆลุ้นอยากรู้ว่ามีเซอร์ไพอะไรรักไรท์จุ้บๆ5555
    #30
    1
    • #30-1 1Dcommon(จากตอนที่ 15)
      16 กรกฎาคม 2559 / 18:50
      โอ๊ยยย อย่ามาบอกรักทำให้เขว 55555 รออ่านนะว่าเซอไพรซ์อะไร บางทีอาจแบบ เซอไพรซ์คือไรต์ไม่ต่อแล้วนะคะ งี้
      #30-1
  2. #29 ป่าสีน้ำเงิน (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2559 / 06:07
    โอยยยย ค้างงงง ประโยคสุดท้ายใครพูดอ่ะ ไนออลใช่ไหมมม
    #29
    1
    • #29-1 1Dcommon(จากตอนที่ 15)
      16 กรกฎาคม 2559 / 09:20
      เอาไปหน่งแต้ม 5555 ไนออลพูดเนาะะ รออ่านตอนหน้านะ มีเซอไพรซ์กรุบกริบ
      #29-1