The Dark Mirror(1Dfanfic)

ตอนที่ 12 : The Begin Of ......

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    5 ก.ค. 59

(นอนรึยัง)
  กำลังจะนอน 
(แปลว่าคุยได้)
  ไม่ได้ ฉันง่วงแล้ว
(แย่จัง ทำไมคนเราถึงใจร้ายขนาดนี้กันนะ แค่คุยด้วยนิดหน่อยก็ไม่ได้)
เสียงหัวเราะร่าดังมาจากเจ้าของใบหน้าหวานสวยราวกับถูกแกะสลักจากศิลปินเมื่อดวงตาสีฟ้าสวยกวาดอ่านข้อความบนหน้าจอแผ่นโลหะสีดำจนจบ แค่ข้อความที่ดูออดอ้อนผิดกับนิสัยเฉยชาที่เจ้าตัวแสดงออกมาอยู่ตลอดเวลายังไม่ใช่จุดที่เจ้าของเรือนผมยาวหัวเราะออกมา แต่คงจะเป็นเพราะรูปตุ๊กตาหมีตัวเล็กร้องไห้ที่เจ้าตัวส่งมันมาประกอบอารมณ์ของตัวเองมากกว่า มือเรียวบางหยิบหมอนใบใหญ่มาวางบนตักแล้วเท้าแขนเล็กๆลงไป นิ้วเรียวจรดปลายลงบนหน้าจอเพื่อตอบกลับปลายทางไปพลางฉายยิ้มสวยบนใบหน้าออกมาโดยที่เจ้าตัวไม่อาจรู้ว่ามันถูกจับจ้องโดยสายตานิ่งงันของใครคนหนึ่งอยู่ ร่างสูงยืนอยู่ห่างออกไปจากประตูห้องนอนที่เขาคุ้นเคยดีอยู่ไม่กี่เก้า มือหนาบีบแก้วนมที่ตระเตรียมมาเพื่อคนตัวเล็กอย่างเช่นทุกวัน แต่ดวงตาสีเฮเซลกลับต้องฉายแวววูบไหวเมื่อเห็นจากที่ไกลๆว่าเจ้าของตาสีฟ้าประกายสวยกำลังยิ้มให้กับบางอย่างในโทรศัพท์มือถือเครื่องบาง ที่เจ้าตัวไม่เคยใช้ หากไม่ใช่การติดต่อกับครอบครัว หรือกับเขาและเลียม แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่ในครั้งนี้  คนในนั้นไม่ใช่เขา และไม่ใช่คนในครอบครัว 
"มายืนอยู่ทำไมตรงนี้เซน นายท่านเรียกพบไม่ใช่หรอ"
เสียงทุ้มต่ำของเลียมดังขึ้นขัดจังหวะความคิดของคนหน้าคมที่กำลังจิตใจหลุดลอย เขาเพียงแต่พยักหน้ากลับไปแสดงถึงการรับรู้ แต่ขายาวๆกลับก้าวไปช้าๆอย่างไม่รีบร้อน ทำไมเวลานี้ใจของเขาถึงเจ็บไปหมดแบบนี้กัน เพียงแค่เห็นว่าร่างบางตรงหน้ากำลังหัวเราะออกมาให้กับบางอย่างที่เขาไม่รู้ บางอย่างที่เซนพยายามบอกตัวเองว่าไม่ใช่แบบที่เขาคิด  บางอย่างที่กำลังจะพรากคนที่เขารักไปจากมือคู่นี้ของเขา
"มาแล้วหรอ นั่งสิ" ร่างสูงทรุดลงบนเก้าอี้หนังอย่างง่ายดายตามคำสั่งของผู้เป็นประมุขของพาลวิน ดวงตาสีเฮเซลกระพริบหลายทีจนมั่นใจว่าแววตาที่เขาเผลอฉายมันออกมาจะไม่ปรากฏไปต่อหน้าเจ้านาย เขาไม่อยากให้ใครเห็นตอนอ่อนแอทั้งนั้น
"นายเรียนรู้งานมาเยอะแล้ว อยากลองลงสนามจริงบ้างมั้ย" คำถามเชิงหยั่งใจของผู้เป็นนายคงไม่ผิดปกติถ้าหากไปพูดกับทายาทห่างๆของพาลวินซักคน คนที่เหมาะสมจะได้รับโอกาส ไม่ใช่แบบคนอย่างเขา เซน  มาลิค บอดี้การ์ดธรรมดาๆ ที่ตอนนี้กำลังหลงรักลูกสาวของคนตรงหน้าออย่างหัวปักหัวปำ
"ผมไม่เข้าใจ ทำไมท่านถึงให้โอกาสผม ไม่ใช่ว่าผมรังเกียจ แต่ผมแค่อยากรู้" เสียงทุ้มต่ำแย้งขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว หากจะหาคนบริหารเก่งๆคนๆนั้นควรเป็นเพื่อนสนิทของเขาอย่างเลียมที่หัวดีกว่าเยอะมากกว่า ราวกับว่าเจ้าของตำแหน่งประมุขพาลวินรู้ว่าจะมีคำถามนี้ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทหันกลับมาสบตาดวงตาสีเฮเซลอย่างจริงจัง สิ่งที่เขาจะทำเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเด็กหนุ่มตรงหน้า ธุรกิจที่เขาสั่งสมมาด้วยน้ำมือของตัวเอง และมันจะดีที่สุดสำหรับแก้วตาดวงใจของเขาเอง
"เพราะฉันรู้ว่านายจะไม่มีวันทิ้งเคียร่า" เสียงตอบกลับจากเจ้าของอำนาจกุมตระกูลไม่ได้คลายปริศนาในใจบอร์ดี้การ์ดหนุ่มเท่าใด แต่สายตาขึงขังนั้นกลับกลายเป็นสายตาราวกับกำลังอ่อนแอ จะมีอะไรทำให้ประมุขแห่งพาลวินฉายแววตาแบบนั้นออกมา ทั้งๆที่มีอำนาจเงินทองล้นมือขนาดนั้น เจ้าของใบหน้าคมหล่อเหลานั่งเงียบเพื่อใช้ความคิดอีกครั้ง หากสิ่งที่เจ้านายจะให้เขาทำเกี่ยวกับการปกป้องร่างบางที่เขาให้หัวใจไปแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลที่เขาจะต้องปฎิเสธ 
"จะให้ผมเริ่มทำงานเมื่อไหร่ครับ" รอยยิ้มกว้างที่ร้อยวันพันปีจะได้เห็นจากนักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่เผยออกมาอย่างโล่งอก ดวงตาเจ้าอำนาจเพ่งมองใบหน้าคมตรงหน้าอีกครั้ง หากเป็นผู้ชายคนนี้ เขาเชื่อว่าจะไม่มีใครมาทำร้ายแก้วตาดวงใจของเขาได้ เสียงกระซิบในใจที่ไม่มีใครรับรู้ของหัวใจนักธุรกิจใหญ่อ้อนวอนต่อพระเจ้าอย่างหนักให้เรื่องราวเป็นดั่งที่เขาภาวนา ขออย่าให้มีเรื่องอะไรที่รุนแรงกว่านี้อีกเลย

"ลูอี คุณหลอกฉันอีกแล้ว" ร่างสูงหันมามองใบหน้าหวานที่แสดงสีหน้าไม่พอใจออกมาเมื่อเห็นว่ารถคันหรูจอดลงที่หน้าห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ของตระกูลทอมลินสันที่ถูกดูแลโดยตระกูลย่อยอย่างตระกูล สไตล์ส ของผู้เป็นแม่เลี้ยง อาคารขนาดใหญ่พื้นที่กว้างกว่า40ไร่ถูกเนรมิตรให้กลายเป็นศูนย์กลางความบรรเทิงที่ผู้คนต่างให้ความสนใจ แต่เหมือนว่าจะไม่ได้รับความสนใจกับคุณหนูที่ติดบ้านอย่างคนข้างๆซักเท่าไหร่ เมื่อพบว่าเพียงแค่อยู่หน้าประตูทางเข้า ก็มีแต่สายตาหลายคู่มองมาอย่างสนใจ  ความมั่นใจที่ไม่ค่อยจะมีอยู่แล้วเลยยิ่งถดถอยไปอีก
"ไม่อยากลองบ้างรึไง " ใบหน้าหล่อเหลาหันมาหาร่างเล็กอีกครั้ง ดวงตาคมกริบสีสวยจ้องมาอย่างมีความหวัง เจ้าของผมยาวสีเข้มถอนหายใจแรงๆทีหนึ่งแล้วตัดสินขยับตัวลงจากรถคันหรู มือแกร่งของคนตัวสูงเอื้อมมาจับมือเรียวบางไว้ แม้จะรู้ว่าเจ้าตัวจะดิ้นไปมาเหมือนอย่างทุกที แต่เขาก็ไม่ปล่อยอยู่ดี 
"คนมองเยอะอีกแล้ว ไม่เห็นน่าสนุกเลย" ตาสีฟ้าเทาคู่สวยกวาดตามองไปรอบๆตามที่คนตัวเล็กบอก ซึ่งมันก็ไม่ผิดกับความจริงที่ว่านัก สายตาบางส่วนมองมาด้วยความสงสัยว่าทำไมทายาททอมลินสันถึงได้มาห้างในคราบธรรมดาไม่ใช่สูทดำสนิทเช่นทุกวัน แต่ก็มีไม่น้อยที่ฝากสายตาชื่นชมถงใบหน้าหล่อสมบูรณ์แบบที่เมื่อฉายรอยยิ้มออกมาแล้วดูดีไม่แพ้เวลาเคร่งขรึม 
"คุณเตรียมชุดไปงานรึยัง" คำถามจากเจ้าของมือที่กุมกันไว้ทำเอาคนตัวเล็กกว่าประหลาดใจ คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจถึงสิ่งที่คนข้างๆพูดถึง ตาสีฟ้าเทามองหน้าหวานๆของคนข้างๆอย่างแปลกใจ นี่เขาคงคิดไม่ผิดจริงๆว่าคนตัวเล็กไม่ได้สนใจการ์ดเชิญนั่นเลยด้วยซ้ำ  รู้ถึงไหนคงอายไปถึงนั่นว่าทายาททอมลินสันคนนี้โดนหญิงเมินแบบเนียนๆมาอีกทีแล้ว
"งานฉลองครบรอบทอมลินสันนะหรอ" ใบหน้าบึ้งตึงของคนข้างๆทำเอาคนตัวเล็กกว่าต้องใช้ความคิดอย่างหนักถึงสิ่งที่เผลอหลงลืมไป จนกระดาษสีดำปักลิ่มทองฉายขึ้นมาในความคิด ใบหน้าหล่อเหลาหันมามองหน้าเจ้าตัวอย่างดีใจผิดกลับเมื่อนาทีก่อนอย่างชัดเจนเมื่อกล่าวออกไป ราวกับว่าเจ้าตัวดีใจซะเหลือเกินที่คนข้างๆยังสนใจกันอยู่บ้าง

Hi im louis and im 19 and single. My bestfriend is Eleanor so if you hurt her i hurt you..and who is this justin..oh and im in one direction! introduce?:
"ฉันไม่ได้จะไปซะหน่อย ทำไมต้องเตรียมชุดด้วย" ใบหน้าสลักหันควับกลับมาอีกที เมื่อประโยคถัดไปจากใบหน้าหวานข้างๆเอ่ยออกมา ดวงตาสีฟ้าประกายแอบฉายแววสนุกสนานเมื่อคนข้างๆปรับโหมดใบหน้าหล่อเหลาเป็นเคร่งเครียดอีกครั้ง ใบหน้าสวยสดหันไปมองบรรยากาศรอบๆอย่างไม่สนใจตาสีฟ้าเทาที่มองมาอย่างไม่พอใจนิดๆ ผู้คนมากมายเดินสวนไปมาในห้างขนาดใหญ่ นานแค่ไหนกันที่เธอไม่ได้เห็นอะไรพวกนี้ เพียงเพราะกลัวว่าแสงกระทบจากดวงตาตัวเองจากกระจกตามร้านค้าจะทำให้เกิดอาการแปลกที่ไม่มีใครเคยเข้าใจและเป็นมาก่อน
"คงไม่มีใครบอกสินะ ว่าคำเชิญของทอมลินสันไม่มีทางเลือกให้ปฏิเสธ ว้า แย่จังเนอะ" รอยยิ้มเจ้าเล่ห์แต่แพรวพราวไปด้วยเสน่หืนั้นฉายมาบนใบหน้าของคนตัวสูงอีกที ราวกับว่าต้องการต่อกรกับเจ้าของใบหน้าหวานที่ดูพอใจที่กวนประสาทเขาได้ แต่ไม่มีทางหรอก เมื่อร่างสูงเปลี่ยนทิศทางจากร้านขนมหวานชื่อดังที่จองไว้แล้วไปทางแผนกเสื้อผ้าแทน โดยมีเจ้าของผมสีสวยเดินตามมาด้วยแรงดงที่มืออย่างไม่เต็มใจนัก แต่ลุอีกลับชอบใจซะเหลือเกิน เพราะไม่ว่าจะมีเสียงถกเถียงจากคนข้างหลังมากแค่ไหน เจ้าตัวก็ยังเดินตามเขามา
"คุณลูอี สวัสดีค่ะ" เสียงรีบร้อนลนลานของพนักงานหญิงในชุดยูนิฟอร์มของแบรนด์ดังพร้อมกับร่างสมส่วนที่รีบมายืนอยู่ตรงหน้าของร่างสูงผู้คุมตำแหน่งทายาททอมลินสัน เพียงแต่วันนี้ไม่ได้อยู่ในชุดสูทสีดำที่คุ้นตา แต่กลับเป็นแจ๊คเก็ตทรงดีที่ขับความสูงโปร่งกับใบหน้าหล่อเหลานั่นให้น่ามองขึ้นอีกเท่าตัว  แต่สิ่งที่ทำให้พนักงานสาวมองอย่างสนใจไม่ต่างกับใบหน้าสมบูรณ์แบบของทายาทหนุ่มก็คงเป็นใบหน้าสวยหวานราวกับเจ้าหญิงที่ถูกล้อมกรอบด้วยผมยาวสีเข้มเป็นลอนอ่อนๆ ที่แม้ว่าเจ้าตัวจะแสดงสีหน้าเหมือนไม่ได้ยินดีที่จะเข้ามาเท่าไหร่ แต่มันกลับดูเหมือนงานศิลปะชั้นดีสองชิ้นวางคู่กันอย่างน่าตกใจ
"สวัสดีครับ คุณช่วยหาชุดออกงานให้ผมหน่อยได้มั้ย" เสียงทรงอำนาจเอ่ยขอมาอย่างอารมณ์ดี แม้ว่าใบหน้าหวานของคนข้างๆจะพยายามส่งสายตาคัดค้าน แต่มันก็ได้กลับไปเพียงสายตาเจ้าเล่ห์ของคนตัวสูงกว่าเท่านั้น รอยยิ้มมุมปากของใบหน้าหล่อเหลาทำเอาพนักงานอีกหลายคนในร้านเริ่มหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะกันใหญ่แต่ก้จำเป็นต้องแยกย้ายกันไปตามคำบัญชาที่ถูกสั่งออกมาจากร่างสูงทรงอำนาจนั้น  ไม่นานนัก ราวแขวนเดรสหลากหลายสีก็ถูกเลื่อนมาตรงหน้าร่างสูงตามคำสั่ง 
"ฉันไม่ใส่ลูอี บอกแล้วไงว่าไม่ไป" เสียงหวานใสประท้วงขึ้นมาอีกหนเมื่อคนตัวสูงเดินเข้าไปใกล้ๆราวเสื้อผ้าที่ถูกเลื่อนมาให้เลือกตรงหน้า แต่ดูร่างสูงจะไม่ได้สนใจคำทักท้วงนั้น มือแกร่งไล่ไปตามราวอย่างใช้ความคิด จนไปหยุดที่เดรสสีขาวสะอาดตาตัวหนึ่ง
เจ้าของมือหันมามองใบหน้าหวานที่ยังส่งสายตาต่อต้านมาอยู่ไม่ขาด แต่ตัวเขากลับมองว่ามันน่ารักเหลือเกินมากกว่า 
"ลองให้ดูหน่อย" เดรสสีขาวสะดาดถูกยื่นไปยังร่างแบบบางของคุณหนูพาลวิน แต่มีหรือเจ้าตัวจะยอมรับมันมาง่ายๆ เจ้าของตาสีฟ้าสวยต่อต้านมันอีกครั้งโดยการเอามือเรียวสวยมากอดอกไว้ แต่ก็ต้องขมวดคิ้วหนักเมื่อคนตรงหน้ากลับยิ้มมุมปากให้มา เคียร่าเกลียดดวงตาสีฟ้าเทาทรงอำนาจนั่นเหลือเกิน มันเคยเกรงกลัวอะไรบ้างรึเปล่าถึงเอาแต่ฉายแววเจ้าอำนาจแบบนั้นออกมา
"งั้นวันนี้คงไม่ได้เข้าไปที่นั่นซะแล้วละมั้ง" ดวงตาสีฟ้าสวยจ้องใบหน้าหล่อเหลาของทายาททอมลินสันอย่างไม่พอใจ เขาเป็นอย่างนี้ทุกที แม้ว่าจะหาเหตุผลอะไรมาต้่อต้าน แต่เจ้าของใบหน้าสวยก็ต้องแพ้ทางคนเจ้าเล่ห์ตรงหน้าอยู่ทุกครั้งไป รวมถึงตอนนี้ด้วย ที่ร่างบางกำลังหันหน้าเข้ากระจกบานใหญ่ที่ปกติถูกจัดอันดับให้เป็นสิ่งต้องห้ามของชีวิต แต่ไม่ใช่สำหรับเวลาที่อยู่กับเจ้าของอำนาจพิเศษบางอย่างอย่างเขา ชุดเดรสสีขาวสวยถูกสวมใส่โดยร่างแบบบาง  เจ้าของเรือนร่างสวยพยายามเอื้อมมือไปรูดซิบด้านหลังโดยมือเรียวสวยข้างหนึ่งแต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อพบว่าคงต้องให้ใครซักคนข้างนอกเข้ามาจัดการให้
"ผมเลือกชุดไม่ผิดจริงด้วย" ดวงตาสีฟ้าประกายหันไปสบตากับดวงตาคมกริบสีน้ำเงินเทาที่โผล่มาพร้อมร่างสูงในห้องลองเสื้อผ้า สัมผัสเย็นๆที่แผ่นหลังขาวเนียน พร้อมกับเสียงซิปที่ถูกจัดเข้าที่โดยมือแกร่งทำเอาร่างบางนิ่งไปอย่างทำตัวไม่ถูก หัวใจเต้นแรงกว่าตอนที่ถูกบังคับให้ว่ายน้ำติดกันจากครูฝึก ใบหน้าหวานที่มักจะขาวใสจากผิวสีสว่างกลับกลายเป็นแดงปลั่งจากเลือดที่ฝาดขึ้นมาตามความรู้สก อาการนิ่งไปพร้อมกับใบหน้าขึ้นสีของคนตรงหน้าทำเอาคนตัวสูงเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์มาอีกหน เจ้าหญิงในชุดสีขาวกำลังทำตัวไม่ถูกกับการกระทำของเขาอยู่เป็นแน่ 
all the pretty things: Photo:
"คุณมันโรคจิตที่สุดเลย เข้ามาทำไมเนี่ย" อารมณ์โกรธไปเขินไปคงเกิดกับใครไม่ได้ง่ายๆ แต่มันกำลังเกิดกับเจ้าของใบหน้าหวานในชุดเดรสสีสว่าง มือเรียวบางเอื้อมไปปิดตาสีฟ้าเทาที่มองมายังผิวเนียนสวย ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าจะช่วยอะไรได้ แต่การที่สายตาของเขามองมามันทำให้คนตัวเล็กเขินจนทำตัวไม่ถูก ร่างสูงโวยวายใหญ่ที่ถูกปิดตาไว้ด้วยมือเล็กๆ มือหนาพยายามจะแงะออกพร้อมกับเสียงหัวเราะอย่างชอบใจกับการกระทำของคนตรงหน้า 
"ไม่ต้องเลยนะ หันหลังออกไปก่อนเลย ฉันไม่น่ามากับคนเจ้าเล่ห์แบบนี้เลยจริงๆ เชื่อพี่เลียมแต่แรกก็ดี" มีเพียงเสียงหัวเราะอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวของคนตัวสูงไปคำตอบของคำที่เขาคิดว่าคนตัวเ้ล็กกำลังตั้งใจด่าเขาอยู่ละมั้ง ร่างสูงยอมออกมาจากห้องลองเสื้อผ้าท่ามกลางสายตาของพนักงานหลายคนที่ต่างสนใจกับพฤติกรรมของทายาททอมลินสัน มันช่างแตกต่างเหลือเกินเมื่ออยู่กับเจ้าของร่างสวยในห้องลองเสื้อผ้า ราวกับว่าทายาทผุ้เคร่งขรึมและแผ่ออร่าความมีอำนาจแต่ก่อนได้หายไปเมื่ออยู่ข้างๆหญิงสาวคนนั้น สายตาของใครบางคนจ้องมองการกระทำนั้นของทายาททอมลินสันอยู่เช่นกัน แต่ไม่ใช่จ้องมองผ่านตัวจริง เขากำลังจ้องผ่านกล้องวงจรปิดที่แฝงไว้ตามจุดปลอดสายตาคน ปากหยักได้รูปกระตุกยิ้มอย่างอารมณ์ดีเมื่อเห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างสองคนในกล้องเริ่มพัฒนาอย่างไม่มีใครจะหยุดได้ ความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความรู้สึกดีอย่างนั้นหรอ ไม่มีวันที่เขาจะปล่อยให้ทายาททอมลันสันได้รับความรู้สึกนั้น คนอย่างมัน สมควรได้รับเพียงความขมขื่นใจ และความทรมานเพียงเท่านั้น


"วันนี้กลับช้าจัง" เสียงทุ้มต่ำอันเป็นเอกลักษณ์ของใครบางคนดังขึ้นเมื่อเห็นว่าร่างบางของคนที่เฝ้ารอเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นที่มักจะมีร่างของเขากับคนตัวเล็กนั่งดูหนังด้วยกันเป็นประจำ แรงบีบจากอะไรซักอย่างกำลังก่อขึ้นรัดหัวใจของคนถามอย่างช้าๆ แววตาตัดพ้อฉายออกมาจากแววตาสีเฮเซลอย่างปิดไม่มิด เป็นเพราะความห่างเหิน บางอย่างกำลังเปลี่ยนไประหว่างเขากับคนตรงหน้า เขารู้ดี
"พี่เซน" เจ้าของดวงหน้าหวานหันมามองร่างสูงที่นั่งอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ แล้วเบือนหน้าหนีไปจากสายตาของเธอ ร่างบางค่อยเดินเข้าไปทรุดตัวนั่งลงบนโซฟาข้างๆ  อาการที่แสดงออกมาจากคนข้างกายแสดงให้เธอเห็นว่า บางที สิ่งที่เธอตั้งใจจะปิดเขา คงไม่สามารถปิดได้อีกต่อไปแล้ว 
"มีอะไรที่พี่ยังไม่รู้อีกรึเปล่าเคีย" คำถามง่ายๆ ที่ปกติร่างเล็กคงจะตอบเขามาจนหมด แต่วันนี้ กลับใช้เวลามากกว่าทุกที เซนหลับตาลงคิดถึงภาพบางอย่างที่ถูกส่งเข้ามาในโทรศัพท์มือถือของเขาในวันนี้ ภาพร่างบางที่คุ้นตากับร่างสูงที่เขาเคยเห็นมาก่อน  ท่ามกลางคนมากมายในภาพนั้น ดวงตาของเขากลับเห็นเพียงร่างสูงที่เกาะกุมมือเล็กนั่นไว้ แต่แปลกที่เขากลับยิ่งหมดเรี่ยวแรงมากกว่า เมื่อเห็นว่าใบหน้าหวานสวยที่เขาเฝ้ามองมันมาหลายปีกำลังยิ้มออกมา ยิ้ม ที่เกิดจากคนข้างๆเธอ ยิ้มที่เกิดจากผู้ชายคนนั้น ผู้ชายที่เขาจัดอันดับให้เป็นคนอันตราย ในวันนี้ เขารู้แล้วว่ามันเป็นความจริง ลูอี ทอมลินสัน อันตรายต่อหัวใจเขาเหลือเกิน
"เคียขอโทษพี่เซน" น้ำใสๆไหลออกมาจากตาคนเข้มแข็งอย่างเขาได้ยังไงก็ไม่อาจรู้ได้ เพียงคำขอโทษจากคนข้างๆ ก็ราวกับว่าคำถามทุกอย่างในใจเขาถูกตอบจนกระจ่างหมดแล้ว ไม่จำเป็นต้องถามอะไรอีกต่อไป เขารู้ รู้แล้ว ว่าเขากำลังจะเสียคนข้างๆไปจริงๆ
"ไม่ต้องขอโทษ เคียไม่ได้ผิด" มือหนาเอื้อมไปประคองใบหน้าสวยที่เริ่มมีน้ำใสๆคลออยู่ล่างดวงตาคู่สวย ร่างเล็กรู้สึกผิดเหลือเกิน กับการกระทำที่ดูหักหลังคนที่ไว้ใจตัวเธอที่สุด เธอกำลังเหยียบย่ำความรักของคนๆหนึ่งที่เธอได้รับเพียงคนเดียวจากเขา  มันให้เธอมาตลอด ทำไมหัวใจเจ้ากรรมยังคงไปหวั่นไหวกับคนอีกคนได้ ทำไมเธอถึงไปหวั่นไหวกับคนอื่นที่ไม่ใช่คนที่ดีกับเธอที่สุดอย่างคนๆนี้
"พี่ผิดเอง ผิดที่ไม่กอดเคียไว้ให้แน่นพอ" คำปลอบประโลมคนตรงหน้าที่เหมือนยิ่งไปสะกิดแผลของคนพูดเองยิ่งทำให้หัวใจบีบตัวแรงจนเจ็บไปหมด มือแกร่งคว้าตัวร่างเล็กมากอดอย่างที่เคยทำ กอดด้วยความรักที่เขามีให้ แม้หัวใจของคนตรงหน้าอาจแปรเปลี่ยนไป แต่ไม่ เขาจะไม่ยอม เมื่อเขาสามารถกอดร่างนี้ไว้ เขาจะไม่ปล่อยเธอไป ไม่ว่าจะเป็นใครที่มาแย่งไป เขาจะทวงมันคืนมา หัวใจของเคียร่าต้องเป็นของเขา แม้จะต้องแลกมาด้วยอะไร เซน มาลิค ก็จะยอมแลกมาอย่างไม่มีข้อแม้
"ตราบใดที่เคียยังไม่บอกว่าเคียรักมัน พี่จะไม่ยอมแพ้"
In my mind's eye:

#Talk 
สำหรับคนที่รอเซนนกอยู่ จุดพลุกันเลย เพราะเซนนกแล้ว แต่เหมือนโชคชะตากลั่นแกล้ง คนเขียนนิสัยไม่ดียังคงไม่ปล่อยให้คนที่หวังงาบเซนได้นางไป เพราะใจบังนั้นรักน้องเคียของเราเหลือเกิน แต่ต้องบอกก่อนนะจ๊ะ ว่าเรื่องนี้ไม่มีใครนกตลอดไปหรอก บางทีคนที่คุณคิดว่าจะใช่ มันอาจไม่ใช่ก็ได้ ใครจะไปรู้ใจคนเขียน เพราะที่พิมพ์ๆเองนี่ก็ไม่รู้ 55555 ทักทายกันได้ที่ @Kamon_aong ในวิตเตอร์นะค่ะ หรือใครอยากให้กำลังใจโดยเมนต์คนละจึกสองจึ๊กก็จัดมาค่ะ รอคอยลอยคอมากกก เจอกันอีพีหน้าจ้าาาา


 



นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

32 ความคิดเห็น

  1. #21 ป่าสีน้ำเงิน (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 21:47
    ฟินกับ Niam ตอนที่แล้วอยู่แป๊บๆ มาหน่วงจิตหน่วงใจกับตอนนี้อีก โอ๊ยยย ฮือออ สงสารเซนอ่ะ นี่ถ้ารู้ว่าเลียมกันไนออบคบกันจะเกิดอะไรขึ้นนนน โถ่เอ๊ย เซนนี่ที่รัก(?) ถ้าไรต์ไม่ว่าอะไรปล่อยให้เซนนกแล้วไปคู่กับแฮซแทนก็ได้ค่ะ 👻👻👻 งาน Zarry ก็มา(?) คือดี รอตอนต่อไปงับ👍
    #21
    1
    • #21-1 1Dcommon(จากตอนที่ 12)
      5 กรกฎาคม 2559 / 22:08
      คนเขียนมันร้ายค่ะเรื่องนี้อะ เอ๊ะ ทำไมว่าตัวเอง 5555 ไม่เป็นไรนะะ ไม่ต้องสงสารเซน เพราะเคราะห์กรรมของแต่ละคนนี่เหมือนทำอะไรให้ไรท์แค้นมานมนาน ไม่มีใครได้เป็นสุขแน่คะ 5555
      #21-1