The Dark Mirror(1Dfanfic)

ตอนที่ 11 : Trust me

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    3 ก.ค. 59

"คุณหนูคะ มีของส่งมาให้คุณหนูค่ะ" ซองสีดำขนาดพอดีมือถูกส่งมาให้เจ้าของตาสีฟ้ากระกายที่นั่งอ่านหนังสือเล่มหนาอยู่ในห้องนั่งเล่น มือเรียวบางรับมันไปแล้วกล่าวขอบคุณแม่บ้านเหมือนทุกที แม้ว่าจะถูกเคารพให้อยู่ในจุดสูงสุดขนาดไหน แต่นิสัยอย่างหนึ่งของคุณหนูพาลวินที่ทุกคนรู้ดีก็คือความบริสุทธิ์และใจดีเกินกว่าที่จะเจอในคนทั่วๆไป
          
     To......... Keira  Palvin


ดวงตาสีฟ้าประกายจ้องมองมันอีกครั้งเพื่อความแน่ใจว่าตนไม่ได้อ่านผิดพลาดไป  ความแปลกใจถาโถมเข้ามาในหัวอย่างช่วยไม่ได้ หากใครรู้จักเธอ ก็เป็นแค่คนรู้จัก หรือบอกได้อีกอย่างว่า ใครกัน ที่ส่งการ์ดเชิญมาให้คนที่ไม่เคยออกงานสังคมอย่างเธอ มือเรียวบางไม่รอช้าที่จะหาคำตอบให้กับตัวเอง กระดาษสีดำสนิทเนื้อดีอยู่ในซองที่ถูกเปิดออก อักษรสีทองถูกพิมพ์ลงบนกระดาษอย่างประณีตงดงาม  ข้อความถูกไล่เรียงอ่านไปจนจบ ปากสีสวยเผยอขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง จะให้เชื่อได้อย่างไรว่าเธอกำลังได้รับบัตรเชิญให้ไปร่วมงานฉลองครบรอบบริษัทของ ทอมลินสัน ตระกูลใหญ่ที่มีอำนาจคับฟ้า  แต่ร่างบางก็ไม่ลืมว่าทายาทจอมเจ้าเล่ห์อย่างลูอี คงกำลังหาเรื่องแกล้งเธออีกครั้งแน่ๆ
    ครืดดดดด 
เสียงวัตถุกระทบตัวด้วยความถี่เรียกใบหน้าสวยให้หันกลับมาสนใจมัน ไฟกระพริบเล็กๆที่หน้าจอบ่งบอกว่ามีข้อความส่งเข้ามา นาฬิกาข้อมือเรือนสวยบอกเวลาบ่ายแก่ๆ เวลานี้คงไม่ใช่เจ้าของตาสีเฮเซลอย่างเซนที่พึ่งออกไปเรียนรู้งานที่บริษัทใหญ่แน่ๆ หรือจะเป็นเลียม
(พรุ่งนี้จะไปรับที่บ้าน)
คิ้วสวยขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ ไม่ใช่คนที่เธอคาดไว้ทั้งสองคน เบอร์ที่ไม่รู้จัก แถมยังส่งข้อความที่เธอไม่เข้าใจมาอีก มือบางตัดสินใจวางแผ่นโลหะลงกับโต๊ะเหมือนเดิม แล้วหยิบหนังสือเล่มหนาขึ้นมาเปิดหน้าที่คั่นไว้ก่อนวางลงไป
 ครืดดดดด
อีกครั้งที่เจ้าของผมสีน้ำตาลเข้มสวยต้องละสายตาจากตัวหนังสือเรียงตัวกันในกระดาษสีน้ำตาล เพราะแสงจากโทรศัพท์มือถือ นิ้วเรียวสัมผัสหน้าจอที่กระพริบขึ้นมาแล้วเลื่อนเปิด ข้อความจากคนเดิม คนที่เธอไม่รู้ว่าใคร
(ทำไมไม่ตอบผม)
   ฉันไม่รู้ว่าคุณเป็นใคร   
นิ้วเรียวสวยตัดสินใจตอบกลับข้อความประหลาดอย่างรวดเร็ว ปกติเจ้าตัวคงจะปล่อยไปถ้าเกิดมีคนติดต่อมาผิด แต่ดูเหมือนรายนี้จะไม่ปกติเหมือนคนอื่น 
(คุณรู้)
 ฉันไม่รู้
(คุณจะรู้ เพราะผมจะไปบ้านคุณตอนนี้)  





ร่างสูงที่นอนรัวนิ้วเรียวสวยลงไปบนหน้าจอยิ้มออกมาอย่างชอบใจ เมื่อกดส่งข้อความล่าสุดไปยังปลายทาง ผิวขาวสะท้อนแสงแดดจนเป็นประกาย กล้ามเนื้อในร่างกายสมส่วนถูกเผยออกมารับแดดตอนเช้าอย่างไม่เกรงกลัวสายตาของสาวๆที่มองมา เพราะแม้ว่าสาวสวยหลายคนจะพยายามส่งสายตาเป็นมิตรให้เจ้าของตาสีฟ้าทรงอำนาจแค่ไหน เขากลับสนใจอยู่กับโทรศัพทืในมือเท่านั้น
(ลูอี) 
ข้อความตอบกลับถูกเปิดขึ้นทันทีที่มันถูกส่งมายังโทรศัพท์ของทายาททอมลินสัน เรียวปากบางเแอบยกยิ้มกว้างกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าคนปลายทางเริ่มรู้ตัวแล้วว่ากำลังคุยอยู่กับใคร  
     พรุ่งนี้ผมจะไปรับ
(รับไปไหน เราไม่ได้นัดกันไว้ซะหน่อย)
     ก็นัดตอนนี้แล้วไง
(ฉันไม่ไป)
     ผมนึกว่าคุณอยากหายจริงๆซะอีก
กระสุนนัดแรกถูกปล่อยออกไปเพื่อให้คนปลายทางจนมุม ไม่นาน เจ้าของตาสีฟ้าอมเทาก็ไม่ผิดหวัง เมื่อเจ้าของเบอร์โทรที่เขาให้คนไปหามาอย่างยากลำบากตอบตกลงกลับมา คนอย่างลูอี ทอมลินสันต้องจนมุมขนาดเอาของมาล่อผู้หญิงตั้งแต่เมื่อไหร่เจ้าตัวก็ไม่รู้ รู้แต่เพียงว่าใจเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อรู้ว่าจะได้เจอเจ้าของใบหน้าสวยสดนั่นอีกครั้ง ก็พอแล้ว


"เราจำเป็นต้องนั่งมุมนี้และท่านี้เลยหรอเลียม"เสียงเอ่ยขึ้นเบาๆของหนุ่มฮอตประจำเมืองอย่างไนออล ฮอแรนดังขึ้นเบาๆจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบ ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลจ้องไปยังคนตัวสูงตรงหน้าที่กำลังใช้สายตาสองส่องเข้าไปในสวนสาธารณะกลางเมือง ที่แม้ว่าจะเป็นเวลากลางวัน แต่กลับมีลมพัดมาอ่อนๆ ผิวขาวของไนออลแทบจะสะท้อนแสงได้ ผมสีน้ำตาลเข้มของคนตรงหน้าปรกใบหน้าเล็กน้อย มือเล็กๆจงเอื้อมไปปัดให้
"ต้องท่านี้สิ มุมนี้โอเคเลย" เสียงทุ้มต่ำตอบกลับมาเบาๆเช่นกัน แต่ดูจะทำให้คนผมบลอนด์จั๊กจี้หูไปหน่อย จะให้อธิบายท่านั่งตอนนี้ที่เขานั่งอยู่บนมอเตอร์ไซค์โดยมีเลียมซ้อนอยู่ข้างหลังแต่เอาคางเกยมาจนชิดขนาดว่าได้ยินเสียงหายใจ เจ้าของตาสีฟ้าประกายปล่อยให้ร่างสูงทำงานของตัวเองไป กับการที่คอยส่องดูทายาทพาลวินที่ออกมาสวนสาธาณณะกับใครซักคนที่เขาจำชื่อไม่ได้ ช่างปะไร เขานั่งจ้องหน้าเลียมน่าทำกว่าจำชื่อพวกนั้นตั้งเยอะ
Niall  Between Us fragrance  Photoshoot 2015

"นายว่าถ้าเซนรู้จะเป็นยังไง" คำถามที่ค้างคาในใจของคนตัวโตกล่าทำเอาคนตัวเล็กเงียบไปนานาสองนาน คำถามนี้ค้างคาในใจของคนตัวสูงมานานหลายคืน บางที เขาอาจจะทำไม่ถูกที่ปิดบังเรื่องนี้กับเพื่อนสนิทอย่างมาลิค หากวันหนึ่งเจ้าของตาสีเฮเซลรู้เรื่อง เขาคงต้องยอมให้เพื่อนตัวดีชกหน้าแบบไม่มีข้อแม้
"รู้ว่านายกับฉันเป็นแฟนกันอะนะ" มือแกร่งวางกล้องส่องทางไกลลงบนต้นขาแล้วจ้องตาสีฟ้าประกายที่ฉายแววี้เล่นออกมาเต็มเปี่ยม นี่อารมณ์มาคุของเขาไม่ได้ทำให้คนตรงหน้าลดความสนุกสนานกับชีวิตเลยแม้แต่น้อยเลยสินะ มือแกร่งเอื้อมไปกอดเอวเล็กๆให้ชิดกับแผ่นอกกว้างขึ้นอีก แล้วฝังจมูกลงไปบนแก้มเนียนใสนั่นแรงๆ
"โอ้ย แก้มช้ำหมดแล้วว" เจ้าของผมบลอนด์โวยวายกับการกระทำของคนรัก แต่ก็มิวายยิ้มกว้างออกมาอย่างช่วยไม่ได้ มือเล็กเอื้อมไปวางทับมือของคนตัวสูงที่โอบเข้าไว้แล้วสอดประสานมือเข้าไป มันช่างอบอุ่นเหลือเกินเมื่อเขาได้ประสานมือกับคนตรงหน้าแบบนี้ ช่วงเวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปเร็วยังไงเขาก็ไม่กลัว เพราะแค่มีคนๆนี้อยู่เคียงข้างแบบนี้มันก็สร้างความสุขให้เขามากพอแล้ว


barbara palvin:

"จะก้มหน้าไปตลอดทางเลยรึไง เดี๋ยวก็หกล้มหรอก" เสียงแหบปนทุ้มอันเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของทายาททอมลินสันดังขึ้นร่วมกับเสียงเท้ากระทบพื้นของทั้งสองคนตามทางเดินที่ถูกแบ่งไว้ในสวนสาธารณะกลางเมือง แต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับจากคนข้างๆ มือแกร่งเอื้อมมือไปหยุดคนข้างๆโดยการกุมมือเรียวบางนั่นไว้ ดวงตาสีฟ้าประกายที่มองมาฉายแววกังวลเล็กน้อย หัวใจของคนตัวสูงกระตุกวูบ เขาลืมไปได้อย่างไรว่าคนตัวเล็กไม่ค่อยออกไปไหนเพราะกลัวกระจก
"บอกแล้วไง อยู่กับผมคุณไม่ต้องกลัว" กลิ่นหอมจางๆที่ติดจมูกคนผมยาวโชยมาอีกครั้งเมื่อร่างบางได้อยู่ใกล้กับคนตัวสูงอีกครั้ง กลิ่นหอมน่าหลงไหลที่มักจะเข้ากันได้ดีกับทุกสภาพแวดล้อม มือแกร่งกุมมือเธอไว้แล้วดึงให้เดินไปด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นด้วยเหตุผลอะไรร่างบางก็คงต้องยอมรับว่าคำพุดเพียงประโยคเดียวกับมือที่กุมไว้ของเขาทำให้เธอกล้าที่จะเงยหน้ามามองไปรอบๆ สวนดอกไม้จัดวางในตำแหน่งต่างๆ เด็กๆหลายคนวิ่งเล่นไปมา คู่รัก เพื่อนกลุ่มใหญ่  น้อยครั้งนักที่คุรหนูพาลวินจะได้พบกับสภาพแวดล้อมอย่างนี้ อย่างมากสำหรับเธอก็มีเพียงแค่ร้านกาแฟที่เข้าประจำก็เท่านั้น
"มาตรงนี้สิ" แรงดงเบาๆจากมือแกร่งของคนตัวสูงพาร่างบอบบางไปยังพื้นหญ้าสีเขียวข้างทะเลสาบ แล้วทุดตัวลงนั่ง ใบหน้าหวานมองคนตรงหน้าอย่างแปลกตา ใคระไปคิดว่าจะได้เห็นทายาทตระกูลดังผู้เต็มไปด้วยอำนาจนั่งลงบนพื้นหญ้ากลางสวนแบบนี้กัน
"ไม่ว่าคุณจะไปที่ไหน ให้คุณรู้ไว้ว่าผมไปกับคุณ คุณไม่ได้โดดเดี่ยว" เสียงทรงอำนาจดังข้นด้วยความหนักแน่น มือเรียวบางค่อยๆวางลงบนมือแกร่งที่แบบอยู่ตรงหน้าอย่างรอคอย ตาสีฟ้าสวยถูกปอกด้วยเปลือกตาอีกครั้ง แรงบีบเบาๆอย่างให้กำลังใจของคนตัวสูงทำให้ร่างบอบบางสร้างความมั่นใจให้ตัวเองอีกครั้ง ไม่นานนัก เธอก็ได้พบกับสถานที่ที่คุ้นเคย ไม่ใช่สวนสาธาณธที่ลมเย็นสบายเหมือนที่นั่งอยู่ มันยังคงเหมือนเดิม เหงา วังเวง และเดียวดาย  

ร่างโปร่งบางเดินไปตามทางเหมือนทุกที เสียงหวีดหวิวของบางอย่างยังคงดังรบกวนเหมือนทุกครั้ง เพียงแต่ครั้งนี้เจ้าของร่างยังคงเดินต่อไปไม่เหมือนทุกที ความมืดมิดอันเป้นเหมือนใจกลางที่เจ้าของจิตไม่เคยเข้าใกล้ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆเมื่อเข้าใกล้มัน แสงสีขาวปลาบแปลบวิ่งผ่านหลังเธอไปราวกับจงใจให้เห็น ตาสีฟ้าสวยเริ่มฉายแววหวาดกลัวอย่าวบอกไม่ถุก มันวิ่งไปมาอย่างรวดเร็วดั่งจะทำให้เจ้าของจิตสับสนกับความเร็วนั่น ร่างบางเริ่มเคว้งคว้างกับทิศทางของสิ่งที่โจมตีเข้ามา เหงื่อเม็ดเล้กผุดขึ้นตามไรผมแม้อากาศจะเย็น มือแกร่งเริ่มบีบมือเล็กๆแรงขึ้นเมื่อดงจิตที่กำลังต่อสู้เริ่มจะหวั่นไหวไปกับสิ่งที่โจมตีเข้ามา
"พอก่อนเคียร่า ลืมตาก่อน" ร่างบางเปิดเปลือกตาตามที่ร่างสูงบอกอย่างว่าง่าย เสียงหายใจหอบถี่ราวกับว่าไปวิ่งรอบสนามใหญ่ของคนตัวเล็กทำเอาคนตัวสูงรู้สึกสงสารขึ้นมาจับใจ พลังของเขาช่วยเปิดทางให้เจ้าของจิตได้ แต่หากเจ้าของจิตไม่แข็งแกร่งพอ มีหรือจะสามารถเปิดมันออกได้
"ฉันอ่อนแอเกินไปใช่มั้ยลูอี" เสียงหวานๆแสดงความเศร้าออกมาอีกที เจ้าของใบหน้าสลักสมบูรณ์แบบส่ายหน้าให้คนตรงหน้าเป็นคำตอบแทน มือเรียวสวยถูกกุมอีกครั้งด้วยมือคนข้างหน้า ดวงตาสีฟ้าคมกริบจ้องมาอย่างมีความหมายแต่ก็แปรเปลี่ยนไปเป็นสายตาแพรวพราวไปด้วยอำนาจเหมือนเดิม
"ไม่หรอก ผมแค่อยากไปทำอย่างอื่นแล้วแค่นั้นเอง" รอยยิ้มที่กระชากใจสาวๆมามากมายฉายอยู่บบนใบหน้าของทายาททอมลินสันที่ตั้งใจมอบให้กับคนตัวเล็ก มือเรียวสวยที่ดูท่าทีว่าจะไม่พ้นพันธนาการจากคนตัวสูงข้างหน้าถูกดึงให้เดินเคียงคู่กันไปตามถนนอีกครั้ง สายตาหลายคู่มองมาที่ร่างสูงข้างๆอย่างชื่นชม โดยเฉพาะกลุ่มสาวๆที่นั่งปิกนิกกันอยู่ ตาสีฟ้าประกายรีบหลบตาเมื่อเผลอไปจ้องเข้ากับตาของหนึ่งในกลุ่มสาวๆพวกนั้น คนตัวสูงหันมามองแล้วขมวดคิ้วให้กับท่าทางแปลกๆแต่ก็ยังน่ารักเหลือเกินของคนผมยาวสวย
"พวกเค้าคิดว่าคุณเป็นแฟนผมกันหน่ะ" ใบหน้าหวานกับผิวขาวใสๆแปรเปลี่ยนเป็นสีเลือดฝาดเมื่อคนตัวสูงหันมายิ้มอย่างได้ใจ 
"ก็คุณไม่ยอมปล่อยมือฉันนี่นา ใครๆเค้าก็เลยเข้าใจผิด" ลูอีหัวเราะให้กับท่าทีเป็นกังวลจริงจังของคนตัวเล็กข้างๆที่ดูจะกลัวกับสายตาอิจฉาของผุ้คนที่เดินผ่าน แต่ไม่ แรงที่กุมมือเล็กไว้ของเขายังคงเท่าเดิม อย่าหวังเลยว่าเขาจะปล่อยมือนุ่มนิ่มนี่ง่ายๆ 
"อ๋อ งั้นแปลว่าถ้าผมทำแบบนี้คนอื่นก็ยิ่งเข้าใจผิดใช่มั้ย" แขนยาวๆของร่างสูงเอื้อมไปโอบเอวเล็กๆให้เข้าหาตัวตามแรงดึง ไม่ผิดคาด ร่างบางๆปลิวตามแรงของเขาเข้ามาในอ้อมแขนอย่างง่ายๆ ใบหน้าหวานสวยอยู่ไม่ห่างกันมากจนลูอีมองเห็นเลือดฝาดตามใบหน้ากับดวงตาสีสวยนั่นชัดเจน แรงดิ้นไปมาไม่ได้ทำให้คนตัวสูงต้องออกแรงดึงเพิ่มซักนิด เพราะเขาแทบไม่รู้สึกด้วยซ้ำกับการดิ้นที่ดูเหมือนจะเต็มแรงของคนในอ้อมกอดนี้
"ลูอี!!!" เจ้าของตาคมกริบยิ้มกลับมาให้แทนคำตอบ เจ้าของคำถามจ้องตาสีน้ำเงินเทาอย่างดุๆแต่กลับยิ่งทำให้เจ้าตัวชอบๆไปอีก กลิ่นน้ำหอมที่โชยมาอ่อนๆชัดขึ้นเมื่อลำคอสีขาวๆของคนตัวสูงอยู่ห่างไม่ถึงคืบด้วยซ้ำ
"ดูสิ คนหันมามองอีกเยอะเลย สงสัยจะชอบกันนะเนี่ย" 
"เค้าไม่ได้มองเพราะชอบซักหน่อย อย่ามาทำให้ฉันโดนเกลียดสิ"
"ยังหรอก ถ้าจะโดนเกลียด ต้องทำแบบนี้ก่อน" ประโยคถัดมาของคุณหนูพาลวินถูกกลืนหายไปกับรสจูบแสนหวานที่ถูกบรรจงมอบให้กับร่างเล็ก ผมสีน้ำตาลเข้มถูกมือแกร่งดงไปคล้องหูไว้อย่างชำนาญแล้วเลื่อนมาเชยคางคนตรงหน้าให้รับรสจูบได้ดีข้น ริมฝีปากบางไล้ไปตามริมฝีปากสีชมพูพีชสวย ตักตวงความหวานราวกับได้กินขนมที่โหยหามานาน ยิ่งการตอบสนองเบาๆจากลิ้นคนตรงหน้าที่เข้ามาหยอกล้อ ยิ่งทำให้เขาแทบคลั่ง มือหนาดึงเอวบางเข้าแนบชิดอีกทีอย่างเอาแต่ใจ ริมฝีปากหยุ่นไม่ยอมหยุดทำหน้าที่ของมัน จนเจ้าตัวค่อยๆถอนมันออกมาอย่างช้าๆ
"ลูอี คุณนี่มันขี้แกล้งจริงๆเลย" พอได้สติร่างเล็กก็ผละออกแล้วรีบเดินหนีเพื่อกลบเกลื่อนแก้มชมพูปลั่งไปด้วยความอายจากการที่เผลอไปตอบสนองจูบที่ลุอีมอบให้ ขาเรียวสวยสับกันเท่าที่พอไปได้ให้เร็วที่สุด เธอจะมองตาสีเทาน้ำเงินนั้นต่อไปได้ยังไงอีกเนี่ย

ราวกับว่าห้องโถงใหญ่มีเพียงแค่อากาศหากไม่เห็นว่ามีร่างสูงโปร่งของใครบางคนนั่งอยู่คู่กับร่างใหญ่ในชุดสูทเนื้อดี คฤหาสน์ตระกูลใหญ่ได้เปิดประตูต้อนรับนักธุรกิจใหญ่อีกคนของวงการอีกครั้ง ใบหน้าเคร่งขรึมเหมือนจะไม่ได้เต็มใจกับการมาพบคนตรงหน้าซักเท่าไหร่ ดวงตาสีสวยของเขาจ้องมาที่ประมุขของพาลวินอย่างไม่เกรงกลัวทั้งๆที่ใบหน้าอ่อนเยาว์นั่นอายุต่างกับคู่กรณีเป็นหลายสิบปี 
"คุณจะรับข้อตกลงของเรารึเปล่า คุณพาลวิน" น้ำเสียงทุ้มหวานช่างแตกต่างกับดวงตาสีสวยที่ดูน่ากลัวมากกว่าในเวลาปกติ แสงประกายที่มักแสดงออกว่าอารมณ์ดีและเต็มไปด้วยเสน่ห์กลับถูกกกลบไปด้วยพลังแห่งความมืดที่น่ากลัว  ประมุขของพาลวินทำได้เพียงแค่เบือนหน้าไปทางอื่นขณะที่มือหนาสั่นเทิ้ม ข้อตกลงที่เขาไม่อยากทำ แต่อีกฝ่ายช่างมีอำนาจเหลือล้นเกินกว่าที่เขาจะปฎิเสธไปได้ หากปฎิเสธ ไม่เพียงแค่ชีวิตของตนจะจบสิ้น แต่มันหมายถงชีวิตของคนที่เขารักทั้งหมด เพราะเจ้าของตาสีสวยที่แสนน่ากลัวตรงหน้าเขาช่างโหดร้ายเกินกว่ามนุษย์ทั่วไปจะทำได้
"สัญญามาก่อน ถ้าผมทำงานนี้ให้คุณ ครอบครัวผมจะต้องปลอดภัย" รอยยิ้มเหยีดหยามเผยขึ้นบนใบหน้าสวยสลักราวกับรูปปั้นของคนบางคนที่นั่งอยู่ตรงข้าม มันเต็มไปด้วยความเหยียดหยามคนตรงหน้าอย่างเต็มประดา แต่มันก็ยังพยักหน้าตอบตกลงข้อเสนอนั้นอย่างไม่อิดออด ร่างสูงของประมุขทอมลินสันจึงจากไป ทิ้งไว้เพียงความพอใจในก้นบึ้งหัวใจของคนที่นั่งอยู่ ดวงตาสีสวยจ้องมองไปที่รูปครอบครัวขนาดใหญ่บนฝ้าสีแดงด้วยความรู้สึกอย่างไรก็ไม่มีใครรู้ มีเพียงเสียงเบาๆลอยผ่านลมมาอย่างเยือกเย็น
"ซัลเดอริกจะทวงทุกอย่างคืน ทอมลินสันจะกลายเป็นผุยผง อีกไม่นานหรอก"

#Talk 
ทักทายกันหน่อยเร็ววววว ตอนนี้แอบมีตัวละครปริศนาคนเดิมโผล่มาอีกแล้ว ไม่ได้ค่ะ อย่ามาทำอะไรผู้ของไรท์ ผลักไหล่นางเอกไปรับกรรมคนเดียวต้องดีกว่า เอ๊ะ ไม่ใช่แล้ว5555 ใครอยากพูดคุยกะไรท์คอมเมนต์ได้นะคะ รออ่านอยู่ 
@Kamon_aong  ใครอยากติดต่อไรท์โดยตรงมาทางนี้ได้นะ เมนชั่นมาได้ค่าาาา 


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

32 ความคิดเห็น

  1. #20 แฮซซ่าโซดาไนล์ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2559 / 16:09
    ไม่ มันต้องมีเรื่องแน่ๆเลยอะะ กำลังชูธงทีมลูอีอยู่แท้ๆ ไม่เอานะห้ามทำเฮีย ออกโรงปกป้องเต็มที่มาก 5555
    #20
    1
    • #20-1 1Dcommon(จากตอนที่ 11)
      3 กรกฎาคม 2559 / 16:13
      น่ารักกกก ใครว่าไรท์จะทำร้ายเฮีย ป๊าววว ทำเสียงสูง 55555
      #20-1