The Dark Mirror(1Dfanfic)

ตอนที่ 13 : Crumble

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    8 ก.ค. 59

"ลูกของแม่สวยที่สุดเลยจ๊ะ" เสียงเอ่ยชมจากผู้เป็นแม่ทำเอาดวงหน้าหวานสวยยิ้มกว้างข้นไปอีก ร่างบางในชุดสีขาวสว่างจากห้องเสื้อชื่อดังยืนอยู่หน้ากระจกบานคร่งตัว ใบหน้าสวยถูกแต่งแต้มจากเครื่องสำอางชั้นดีจนแสดงความงดงามออกมาเต็มที่ ราวกับว่ามีศิลปะการปั้นรูปเหมือนนางฟ้าประดับอยู่ตรงหน้า คุณนายพาลวินยิ้มแย้มอย่างภูมิใจกับลูกสาวคนสวยอีกครั้ง ก่อนเสียงเตือนจากแม่บ้านจะกล่าวขึ้นเตือนถึงรถคันหรูที่มารอคุณหนูของบ้านเป็นเวลานานแล้ว
"รีบไปเถอะจ๊ะ นางฟ้าของแม่ แล้วเจอกันที่งาน"ใบหน้าสวยพยักหน้าให้ผู้เป็นแม่แล้วเดินออกจากประตูห้องนอนของตนผ่านบันไดวนประดับรูปปั้นสวยงามลงไปยังชั้นล่าง แผ่นหลังแกร่งที่คุ้นตาในชุดสูทสีดำสนิทอยู่ไม่ไกลมาก ผมสีน้ำตาลเข้มถูกเซตอย่างดีมาเพื่องานใหญ่ประจำตระกูล ดวงตาสีน้ำเงินคมกริบหันหน้ากลับมาเมื่อได้ยินเสียงเท้ากระทบพื้นของใครบางคน รอยยิ้มกว้างกระตุกขึ้นเมื่อพบเจอกับงานศิลปะชั้นดีของโลก ใบหน้าหวานสวยกับชุดสีขาวสว่าง ปานกับว่าเขาฝันถึงนางฟ้าอยู่ยังไงหยั่งงั้น
"ขอโทษที่ให้รอนะ  ฉันไม่เคยแต่งตัวออกงาน เลยช้าไปหน่อย" เจ้าของตาสีฟ้าประกายเอ่ยอย่างขัดเขินเมื่อเห็นว่าร่างสูงจ้องมาอย่างชื่นชม ดวงตาสีฟ้าเทาไม่ได้ฉายแววเจ้าเล่ห์แต่กลับมีเพียงความหมายบางอย่างที่ทำให้ต้องหลบสายตาไปเท่านั้นเอง มือหนาเอื้อมมาจับมือเรียวเล็กไว้อย่างทุกที แต่คราวนี้สัมผัสกลับต่างออกไป ไม่รุ้ว่าเป็นเพราะความรู้สึกตื่นเต้นของคนผมยาวรึเปล่าถงทำให้ใจเต้นแรงขนาดนี้
"คุณหนูพาลวิน สวยสมที่ได้ยินคำเล่าลือมาจริงๆเลยจ๊ะ" คำชมอีกหนจากปากสตรีที่มีอายุแต่ยังคงความสวยสะกดตาไว้ได้อย่าง คุณนายทอมลินสัน ทำเอาคนถูกชมทำตัวไม่ถูกอีกครั้ง มือเล็กชุ่มไปด้วยเหงื่อแม้ว่าอากาศในฮอลจะหนาวเย็นเพียงใด  ใบหน้าสลักอันสมบูรณ์แบบของคนข้างๆยกยิ้มส่งให้กับแม่เลี้ยง สายตาคมกริบมองมาทางคนข้างๆอีกเป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้ รู้เพียงแต่ว่าเขาชอบที่จะได้เห็นใบหน้าสวยนี้อยู่เคียงข้างเขาอย่างนี้เหลือเกิน
"นั่นสิครับแม่ กลายเป็นว่าปีนี้คู่ควงของลูอีสวยกว่าคู่ผมไปซะงั้น" เสียงทุ้มต่ำอันเป็นสัญลักษณ์พร้อมกับการปรากฏตัวของทายาททอมลินสันอีกคนหน่ง ร่างสูงโปร่งในชุดสีดำคอลเลคชันใหม่ของแบรนด์ดังเดินเข้ามาร่วมวงสนทนาโดยทิ้งคู่ควงที่เป็นนางแบบสาวสุดฮอตไว้ข้างหลังอย่างไม่สนใจ ดวงตาสีมรกตมองร่างเล็กบอบบางที่มีใบหน้าสวยหวานราวกับนางฟ้าสลับกับพี่ชายต่างสายเลือดด้วยสายตากรุ้มกริ่ม
Harry Styles:

"ผมแฮรี่ สไตล์ส น้องชายพี่ลูอีครับ คุณหนูพาลวิน" เจ้าของผมหยักลอนสวยยื่นมามาทำความรู้จักกับสาวสวยที่ยืนเคียงข้างพี่ชายอย่างเป็นมิตร เจ้าของดวงหน้าหวานค่อยๆเอื้อมมือออกไปแตะกับมือใหญ่ที่รออยู่ แม้เพียงเสี้ยววิ แต่ร่างบางก็รู้สึกถึงความผิดปกติ เหมือนสติจะไหววูบ แต่ไม่ มันไม่ได้เกิดนานนัก ผลพวงจากการนอนไม่หลับเมื่อตอนกลางคืนอาจจะเป็นต้นตอก็ได้
"ปล่อยมือได้แล้วแฮรี่" เจ้าของดวงตาสีฟ้าเทาจ้องตาสีมรกตของน้องชายที่ดูจะฉายแววความสดใสมากเกินไป เสียงบ่นนิดหน่อยจากร่างสูงไม่ได้ทำให้เขาสนใจมากนัก มือแกร่งสอดประสานมือเข้ากับมือเล็กอีกทีเพื่อแสดงให้คนตรงหน้าเห็น ใช่ว่าเขาจะไม่รู้จักน้องชายตัวดี สายตาที่มองใบหน้าหวานข้างๆเขาไม่ใช่สายตาเจ้าชู้ทั่วไปที่มักทำกับนางแบบทั้งหลาย แต่เขาก็บอกไม่ได้ ว่ามันสื่อถึงอะไรในความคิดของคนนัยย์ตาสีมรกต
"แตะนิดแตะหน่อยทำเป็นหวงไปได้" แฮรี่พูดติดตลก รอยยิ้มเล็กๆเกิดข้นบนใบหน้าหวานเช่นเดียวกับเจ้าของร่างสวยในชุดเดรสสีขาว หางตาสีฟ้าประกายหันไปเห็นร่างสูงของเซนอยู่ไกลๆ ดวงตาสีเฮเซลมองมาทางนี้ แต่ทำไมแววตาดูแปลกไป แปลกเกินไป

สายลมอ่อนๆพัดมากระทบผิวกายเนียนละเอียดของเคียร่าเบาๆ เจ้าตัวยกมือขึ้นลูบผิวกายเนียนนุ่ม แต่สัมผัสหนักๆที่หลังกลับทำให้ต้องยิ้มขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เสื้อคลุมตัวโตถูกวางทับลงบนผิวปล่าวเปลือยที่กระทบลมหนาวที่พัดเข้ามาจากระเบียงฮอลใหญ่ เสียงลมหายใจของคนข้างๆทำให้คนตัวเล็กสบายใจกว่าเสียงคุยกันของเหล่านักธุรกิจชื่อดังในงาน ซึ่งนั่นก็เหมารวมถึงคุณชายและคุณนายพาลวินด้วย 
"เหนื่อยมั้ย" เสียงแหบนุ่มๆถามขึ้นมาอย่างเป็นห่วงร่างเล็กข้างๆ ใบหน้าหวานแสดงความอิดโรยแม้เจ้าตัวจะฝืนยิ้ม ร่างสูงนึกโกรธตัวเองขึ้นมาเมื่อคิดว่าเจ้าตัวไม่เคยพบเจอคนมากมายขนาดนี้ แต่ที่ต้องมาก็เพราะความเอาแต่ใจของเขา มือแกร่งเกลี่ยไรผมของคนตัวเล็กให้เข้าที่ รอยยิ้มเขินๆของคนตัวเล็กพร้อมกับคำปฎิเสธตอบกลับมาเบาๆ 
"ปากแข็ง เหนื่อยก็บอกว่าเหนื่อยสิ ขอโทษนะที่ทำให้เหนื่อย" คำขอโทษจากปากคนตัวโตกว่ากับดวงตาสีซึ้งที่แฝงไปด้วยอะไรมากมายทำให้คนตัวเล็กต้องรีบเบือนหน้าหนี เธอกลัวจะหลงใหลในความสวยงามของมันไปมากกว่านี้ ดวงตาสีน้ำเงินเทาที่แสนทรงอำนาจและควบคุมไปได้ซะทุกอย่าง แต่ราวกับว่าอีกคนรู้ มือแกร่งจับคางสวยให้หันมาสบตาแล้วจ้องมันเข้ามาในตาสีฟ้าใส ริมฝีปากบางเฉียบประกบลงมาช้าๆ อย่างนุ่มนวล กลิ่นเหล้าราคาแพงที่ถูกจิบไปยังคงคละคลุ้งในปากคนตัวโต และกำลังถูกถ่ายทอดความหอมหวานไปยังปลายลิ้นของคนตัวเล็กกว่าที่เงยหน้าข้นรับรสหวานอย่างไม่ขัดขืน มือแกรงเชยคางให้คนตัวเล้กรับความดื่มด่ำในอารมณ์ที่มีให้ แขนอีกข้างดอบร่างสวยให้เข้าใกล้กันมากกว่าเดิม กลิ่นหอมอ่อนๆที่คนตัวสูงมักแอบสูดดมเวลาได้ยืนเคียงข้างชัดขึ้นอีกครา เชิญชวนให้จมูกสันสวยฝังลงไปที่แก้มเนียนอย่างควบคุมไม่อยู่ ใบหน้าขาวใสที่ถูกแต่งแต้มเริ่มขึ้นสีอีกคราเมื่อสันจมูกสวยๆฝังลงบนใบหน้า ริมฝีปากสีแดงระเรื่อช่างสวยงามเกินกว่าจะหยุดยั้งให้หยุดการดูดด่ำความหวานจากมันอีกครา ความสุขล่องลอยอยู่รอบๆตัวทายาทตระกูลดังอย่างไม่เคยพบเจอ ร่างบางตรงหน้าช่างหอมหวานน่าหลงใหลจนเขาอยากอยู่กับคนตรงหน้าอย่างนี้ตลอดไป อยู่ตักตวงความหวานจากริมฝีปากสีกุหลาบต่อไปเรื่อยๆ 

ปัง!!

ปังงง!!!!!

เสียงดังลั่นทั่วฮอลล์สร้างความแตกตื่นให้กับแขกจำนวนมากได้เป็นอย่างดี ร่างสูงของทายาททอมลินสันรีบกอบกุมมือเล็กให้วิ่งไปหลังจากได้ยินเสียงอาวุธที่คุ้นเคยดี แต่ขายาวกลับก้าวไปไหนไม่ได้อีกเมื่อตาสีน้ำเงินเทาสบเข้ากับร่างที่คุ้นเคย หากเพียงแต่ว่าร่างนั้นนอนราบไปกับพื้นหินอ่อน ธารโลหิตสีแดงไหลออกมาจากร่างช้าๆ ราวกับจะแสดงถึงเหตุการณ์ให้เขาเห็น มือแกร่งชาหนบไปทั่วร่างเมื่อสมองประมวลผลถงสิ่งที่เห้น เสี้ยววิแห่งความสุขที่ได้รับ กลับถูกแทนที่ด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสที่ไม่มีทางจะนำพาให้ความสุขเข้ากอบกุมหัวใจได้อีกครั้ง แสบแหบทุ้มที่มักเต็มไปด้วยอำนาจกลับแผดออกมาอย่างไม่เหลือเค้า ดังไปทั่วฮอลอย่างไม่อายใคร
"พ่อ!!!!!!"


ความมืดจากหัวใจช่างน่ากลัวกว่าความมืดจากการปราศจากแสงยิ่งนัก หัวใจของใครมืดมน มักจจะทำให้ชีวิตของคนๆนั้นมืดมนตามไป ดั่งเช่นร่างสูงบนเก้าอี้หนึ่งตัวในห้องพัก ดวงตาสีฟ้าเทาที่ฉายแสงความมืดมิดออกมา สายตาคมกริบแสดงออกมาเพียงความเกลียด โกรธ ความแค้นที่ถูกจุดประกายจากร่างสูงของผู้เป็นบิดาที่ล้มลงนอนท่ามกลางของเหลวสีแดงสดยังคงติดตา มือแกร่งยกข้นมากุมกันไว้เบาๆ  ปล่อยให้ความเงียบเข้าครอบงำจิตใจ หัวใจที่เคยพองโต กลับแหลกสลายไปไม่มีชิ้นดีอีกต่อไปแล้ว ภาพร่างสูงที่เคารพรักปานชีวิตถูกลอบสังหารบีบคั้นหัวใจ แต่ภาพบางอย่างกลับทำให้หัวใจที่กำลังถูกบีบเหมือนโดยควักออกมาทำลาย ภาพใบหน้าหวานสวยที่คุ้นเคยยืนอยู่ไกลๆ เดินหนีออกไปพร้อมกับบอร์ดี้การ์ดหนุ่มที่เขาเคยเห็นมาก่อนด้วยใบหน้าร้อนรน 
     มือแกร่งเอื้อมรูปถ่ายที่วางเรี่ยราดอยู่บนพื้นห้องขึ้นมาราวกับคนไม่มีชีวิต ดวงตาสีน้ำเงินเทาฉายแววอำนาจข้นมาอีกที อำนาจอันเร้นลับที่เขาได้ครอบครอง ไฟสีแดงเพลิงลุกข้นเผารูปใบแล้วใบเล่าด้วยสายตาว่างเปล่าของคนๆหนึ่ง ลูอีอยากจะเผาทุกอย่างทิ้งไปเหลือเกิน เผาทุกอย่างที่น้องชายหยิบยื่นมา หัวใจที่ชาด้านกระตุกเจ็บอย่างหนักเมื่อยิ่งได้รู้ความจริงบางอย่างที่ไม่อาจปฎิเสธหรือหนีจากมันไป
"นายโดนหลอกลูอี"
"คนที่ยิงคุณพ่อเป็นคนของพาลวิน"
"ฉันไม่รู้ว่านายจะรับไหวรึเปล่า แต่ถ้านายพร้อม เปิดดูซะ มันอาจจะทำให้นายเข้าใจอะไรดีขึ้น"
น้ำใสๆหยดแล้วหยดเล่าไหลลงบนเสื้อเนื้อดีที่สวใใส่ แม้เจ้าตัวจะพยายามเพียงใดไม่ให้น้ำตาเจ้ากรรมไหลริน แต่เพียงแค่ภาพถ่ายความจริงที่ได้รับรู้ คนเฉยชาก็ต้องทิ้งมาดที่รักษาไว้ เคียร่า พาลวิน กำลังเล่นตลกร้ายกับหัวใจของเขา โดยมีคุณชายพาลวินเป็นผู้บงการ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่กับการประมูลที่กำลังจะเกิดขึ้นตกไปเป็นของตระกูลพาลวินโดยไร้คู่แข่งอย่างทอมลินสัน บริษัทเครือลูกหลายรายมีส่วนเกี่ยวข้อง เพียงแค่ปลิดชีพประมุขของทอมลินสันลง ธุรกิจของใครหลายคนก็จะก้าวขึ้นมาเป็นที่หนึ่งได้
ภาพการเจรจาระหว่างหลายบริษัทโดยมีประธานเป็นคุณชายพาลวินผ่านตาสีน้ำเงินไปช้าๆ มือแกร่งหยิบมันทิ้งไปพลางแค่นหัวเราะในลำคอ กับความโง่เขลาของตัวเอง แรงโกรธในใจยิ่งโหมกระพือเมื่อตาสีเข้มกราดไปยังภาพร่างบางที่คุ้นตายืนคู่กับร่างสูงที่เป็นผู้ติดตามของคุณชายพาลวิน ภาพแล้วภาพเล่าที่ยืนยันความสัมพันธ์ที่ถูกสานต่อกันมานาน ไม่ใช่ความสัมพันธ์อันจอมปลอมแบบที่เขากำลังหลงเชื่อ มือแกร่งปล่อยรูปที่เหลือลงอย่างหมดแรง ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาจนเหือดแห้ง ไม่เหลืออีกแล้วกับทอมลินสันคนเดิม ตำแหน่งประมุขทอมลินสันคนใหม่ที่ถูกยัดเยียดให้ขึ้นไปจะเป็นเพียงก้าวแรกของสงคราม ที่ไม่ว่าใครหน้าไหน ก็ต้องถูกเผาเป็นจุญไม่ต่างกับเศษเถ้าธุลี โดยเฉพาะเคียร่า พาลวิน ที่บังอาจเอาตัวเองเข้ามาในสงคราม อย่าได้หวังว่าจะรอดไปจากสงครามถ้าเขาไม่อนุญาต หรือตายไปซะก่อน

louis tomlinson, one direction, and black and white image:



"คุณพ่อ คุณพ่อจะทำอย่างนี้ไม่ได้นะค่ะ จะทิ้งเคียไปอย่างนี้ไม่ได้" น้ำตาสีใสไหลลงหยดแล้วหยดเล่าบนมือหนาของผู้เป็นพ่อ มีเพียงแรงตอบสนองเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่เป็นสิ่งตอบกลับให้เจ้าของน้ำตารู้ว่าผู้เป็นบิดายังคงหายใจและฟังคำร้องขอจากเธอ ร่างสูงของบอดี้การ์ดหน้าคมคอยปลอบประโลมร่างบางอยู่ไม่ห่าง สายตาสีอ่อนของเพื่อนอีกคนมองไปยังร่างของผุ้เป็นนายที่มีสายระโยงระยางต่อเข้ากับร่างกายเต็มไปหมด ดวงตาสีอ่อนของเลียมหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อนเมื่อเห้นภาพตรงหน้า อยากรู้เหลือเกินว่าทำไมเหตุการ์เหล่านี้จึงเกิดขึ้นกับครอบครัวตรงหน้า เมื่อคุณชายพาลวินที่ไม่เคยคิดจะโกงใครเกิดหักหลังทอมลินสันอย่างไม่ปรึกษาใคร จนประมุขแห่งธุรกิจมืดจากไปไม่มีวันกลับ พาลวินได้รับอำนาจที่แย่งชิงมาตามที่ผู้เป็นประมุขต้องการ หากมันกลับตามมาด้วยอาการป่วยกระทันหันของเจ้าของอำนาจ อาการป่วยที่ทวีคูณอย่างไม่มีวิธีรักษา แลกมากับอำนาจในมือที่อาจไม่มีวันได้ใช้มันอีก
"เซน พาเคียร่าออกไปข้างนอกเถอะ เลียมด้วยนะ" คุณนายพาลวินสั่งการลูกน้องทั้งสองคนเมื่อเห็นว่าไม่อาจจะยื้ออาการของผู้เป็นสามีได้นานกว่านี้อีกแล้ว ร่างบางถูกอุ้มเพราะเจ้าของร่างไม่มีเรี่ยวแรงที่จะยืนอีกต่อไปแล้ว ภาพทีมแพทย์เดินเข้ามาสวนไปทางเตียงที่ผู้เป็นบิดานอนอยู่สร้างความเจ็บปวดให้กับร่างเล็กที่เปราะบางอีกครั้ง อาการที่ทรุดลงอย่างรักษาไม่หาย กำลังจะจบสิ้นลงเมื่อคุณนายพาลวินตัดสินใจจจะปล่อยสามีให้จบความเจ็บปวดไป แม้ว่าจะต้องจากกันชั่วนิรันดร์
"พี่เซน เคียเจ็บเหลือเกิน" ร่างบางราวกับคริสตัลร้องไห้ตัวโยนเมื่อรู้ดีว่ากำลังจะต้องเสียบิดาไป มือหนาเอื้อมมือมาปาดน้ำตาหยดแล้วหยดเล่าออกจากใบหน้าขาวซีดที่เป็นเพราะเจ้าตัวไม่ยอมกินอาหารมาหลายวัน มือเล็กยิ่งไม่มีแรงเมื่อขาดอาหารไปหล่อเลี้ยง 
คำสัญญาบางอย่างที่คุณชายพาลวินเคยถามเขาดังกังวานขึ้นในหัวอีกครั้ง คำสัญญาว่าเขาจะดูแลเคียร่าแม้ท่านไม่อยู่ เซนไม่เคยเข้าใจ จนเห็นว่าประมุขของทอมลินสันล้มลงเพราะกระสุนจากปลายกระบอกปืนของคนในตระกูล เขาไม่รู้ว่าคุณชายพาลวินทำมันด้วยจุดประสงค์อะไร เพียงแต่เข้าใจว่าเจ้าของอำนาจนั้นรู้ตัวเองดีอยู่ตลอดเวลาที่ทำลงไป รู้ว่าจะถูกทำให้จบชีวิตลง แต่ไม่ ความลับนี้จะไม่มีทางเผยออกไปให้คนในอ้อมกอดรู้เด็ดขาด เซนจะไม่ปล่อยให้แก้วใบนี้แตกร้าวไปมากกว่านี้อีกแล้ว
Barbara Palvin ♥:


#Talk 
เรียกได้ว่าเป็นตอนมหาโหดของเรื่องนี้ ไม่มีอีกแล้วความมุ้งมิ้ง ไม่มีแล้วค่ะ อย่าหวัง 5555 ตอนนี้หลากอารมณ์จริงๆ รักกันอยู่ดีๆโดนลากลงเหวซะงั้น อย่าด่ากันนะ 5555 สำหรับคนที่คิดถึงคู่ niam มาแน่ค่ะ แต่ไม่มั่นใจนะว่าจะมาแบบทุกที เพราคนแต่งจิตไปหน่อย ชอบเห็นคนแตกแยก อุ๊บ เผลอสปอยไปซะละ ใครอยากให้กำลังใจเชิญที่ช่องคอมเมนต์เลย 1 เมนต์ ล้านกำลังใจนะคะ หรือใครอยากคุยกัน @kamon_aong ในทวิตเลยค่ะะะะ


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

32 ความคิดเห็น

  1. #23 ป่าสีน้ำเงิน (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2559 / 00:14
    โอ๊ยยยยยย หน่วงจิตเหลือเกินค่ะ T______T เข้าใจผิดแล้วลูอิส ฮือออ ไม่นะ เคียร่า สงสารนาง ไม่รู้อะไรเลยจะโดนแก้แค้นซะละ T_______T
    #23
    1
    • #23-1 1Dcommon(จากตอนที่ 13)
      10 กรกฎาคม 2559 / 10:25
      คนเขียนใจร้ายมาก เอ๊ะ เหมือนด่าตัวเองยังไงไม่รู้ จริงๆคืออิจฉา เอ๊ย อิจฉา ไม่ใช่อีก พอแล้วคะ ไม่เล่นก็ได้ 5555
      #23-1
  2. #22 CRANWMEELVASD (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 / 21:06

                           หวัดดีค่ะไรท์ขา^o^หนูหลงเข้ามาค่ะ55555//ไม่ใช่ไรหรอกคือว่าเมนเซน(กรี๊ด><)ไงเลยลองหาฟิคอ่านแล้วก็บลาๆๆมาเจอเรื่องนี้ เอออ่านแล้วก็สนุกดีแต่แอบเฟลนิดหน่อยตรงที่นางเอกไม่ได้แบบว่า...กับเซนคนเดียวอ่ะฮืออToT(แบบว่า....อะไรก็ไม่รู้แหละ555)อ่านมาถึงตอนนี้สงสารนางเอกอ่ะT^Tชีวิตมันสุดแสนจะรันทด(เวอร์ไปป)
    ป.ล. ไรท์แต่งต่อไปนะคะ สู้ๆ!>V<

    #22
    1
    • #22-1 1Dcommon(จากตอนที่ 13)
      9 กรกฎาคม 2559 / 08:55
      ยินดีต้อนรับสู่ฟิคที่สับสนงงงวยเพราะไรต์ไม่ค่อยเต็มค่ะ 5555 ดีใจมากเลยมีคนมาคุยด้วยแล้ววว กอดกันๆ 5555 รออ่านตอนต่อไปด้วยนะะ อย่าทิ้งกันนน
      #22-1