ถึง...คิม แทฮยอง | KOOKV

ตอนที่ 4 : อีกด้านของความรู้สึก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 128
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    29 พ.ย. 63

เช้านี้ อากาศหนาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หนาวถึงขั้นที่แทฮยองจะต้องสวมเสื้อสองชั้นแล้ว เมื่อลมหายใจมีควันออกมาจางๆ แทฮยองเอามือถูกันเพื่อให้เกิดความอบอุ่นขึ้นมาบ้าง เขาบรรจงเทน้ำจากขวดน้ำในตู้เย็นเพื่อรดน้ำเจ้าไลน์ท็อปส์ในกระถาง

เมื่อเช้าบก.โทรหาเขาให้เตรียมส่งต้นฉบับได้แล้ว แต่แทฮยองยังไม่ได้แตะงานเขียนด้วยซ้ำ ชายหนุ่มแค่รู้สึกว่าในหัวของเขามันว่างเปล่าเรื่องงานมานานมากแล้ว แต่ยังไงก็ต้องรีบปั่นส่งให้บก.พิจารณาก่อน เขายกกาแฟดำขึ้นดื่ม อีกไม่นานหิมะก็คงจะร่วงหล่น ปกคลุมเส้นทางสีเขียวด้วยสีขาว

น้ำค้างคงจับเกาะตัวเป็นก้อนน้ำแข็งแทนบนยอดใบไม้ในสวนของคุณจูนี่ หิมะสีขาวจะปกคลุมหลังคาร้านน้ำชาของคุณยาย ในตอนนั้น แทฮยองคาดหวัง

จองกุก จะกลับมาปูซานรึเปล่านะ?

แต่มันก็เป็นแค่ความคาดหวังลมๆ แล้งๆ เพราะเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายเป็นใคร อยู่ที่ไหน ตอนนี้มีชีวิตอยู่รึเปล่า เพราะแบบนั้นหัวใจของเขาถึงรู้สึกหน่วงขึ้นมาแบบนี้ยังไงล่ะ เป็นความจริงที่ว่า ช่วงเวลาแค่เพียงสองสามวันที่แทฮยองก้าวเดินเข้าไปในชีวิตของจองกุก มีหลายครั้งที่เขาเปลี่ยนแปลงความคิดไป

และสงสัยว่า จองกุกมองโลกที่แสนเจ็บปวดนั้นให้เป็นความสวยงามได้ยังไง หรือนั่นเป็นเพียงแค่คำพูดสวยหรูที่เขาบรรจงเขียนใส่ในจดหมายที่ไม่คิดแม้แต่จะเอาให้เขาอ่าน

อายเกินไป?

หรือกลัวความเจ็บปวด?

แทฮยองไม่อาจเข้าใจเจตจำนงของจริงในการเขียนจดหมายพวกนี้ขึ้นมาเลย

เขาถอนหายใจ ก่อนจะหยิบจดหมายที่เหลือขึ้นมาอ่าน หน้าซองมีรูปชามอาหารที่ดูคล้ายกับก๋วยเตี๋ยวอยู่ แต่บางทีมันอาจจะเป็นรามยอนก็ได้ เอ๊ะ หรือจะเป็นราเมงล่ะ?

เขาใช้ความคิดอยู่สักครู่ เมื่อรู้สึกว่าไม่ได้อะไรจากการนั่งคิดอยู่แบบนี้ เขาจึงเปิดจดหมายอ่าน

 

คิม แทฮยอง

ฉันน่ะ รู้ว่านายกินเผ็ดไม่ได้ แต่ถ้าฉันไม่ได้บอกนายเรื่องนี้ ฉันคงอกแตกตายแน่ๆ นี่เป็นหนึ่งในความอร่อยล้ำของโลกเชียวนะ และฉันก็เชื่อว่า นายจะต้องชอบมันแน่ๆ ถึงนายจะไม่กินเผ็ดก็เถอะ ร้านก๋วยเตี๋ยวของคุณนาอึน โอ๊ะๆ นายไม่เคยกินก๋วยเตี๋ยวต้มยำสินะ ตอนแรกฉันนึกว่ามันคือรามยอนน่ะ แต่รับรองว่าจะติดใจ กลิ่นหอมลอยขึ้นแตะจมูก สัมผัสความเผ็ดของพริกที่เป็นเครื่องปรุงหลัก ความเผ็ดนี้ ทำให้เริ่มวันด้วยความซู่ซ่า แต่น้ำซุปรสกลมกล่อมจะช่วยบรรเทาความเผ็ดลง รสชาติที่ผสมผสานกัน กระตุ้นต่อมรับรสและละลายใจของฉัน

ฉันแค่จินตนาการ ถ้าฉันได้กลิ่นน้ำซุป และได้ยินเสียงเคี้ยวของนาย คงไม่มีคำใดบรรยายว่าช่วงเวลานี้มันดีแค่ไหน

 

เหมือนอย่างเคย ที่แทฮยองต้องการมองโลกของจองกุกผ่านสายตาของเขา ตอนนี้เขานัดนัมจุนออกมา เมื่อยุนกิกลับไปโซลแล้ว ส่วนจีมินเขาปฏิเสธที่จะมาเพราะติดธุระ การดีลงานอะไรสักอย่าง แทฮยองไม่ได้ใส่ใจมากนัก

“ฉันไม่เคยกินก๋วยเตี๋ยวเลยแฮะ” นัมจุนเปรยเบาๆ เมื่อชามก๋วยเตี๋ยวถูกยกมาวางตรงหน้า “ได้ยินว่าเป็นอาหารยอดฮิตที่ประเทศไทยกับจีน”

“ไม่ใช่ ต้มยำกุ้งเหรอ?” แทฮยองย้อนถาม นัมจุนทำสีหน้าครุ่นคิด “ฉันเคยไปประเทศไทยครั้งหนึ่ง ฉันว่าผัดไทยกับหอยทอดนี่แหละตัวชูโรง” เขาพูดขำๆ แทฮยองหัวเราะเบาๆ

ไม่ทันไรเขาได้กลิ่นหอมๆ ของก๋วยเตี๋ยวทรงเครื่องต้มยำ ที่เขาเป็นคนสั่งตามจองกุก ถูกยกใส่ถาดอย่างดีมาเสิร์ฟเขา กลิ่นความหอมมันเตะจมูกอย่างที่จองกุกบอกจริงๆ นั่นแหละ เส้นก๋วยเตี๋ยวสีใส ขดตัวอยู่ในน้ำซุปสีเข้ม ด้านบนมีพริกเผาสูตรเฉพาะของทางร้านโปะอยู่

“นายไม่กินเผ็ดไม่ใช่เหรอ?” นัมจุนถาม

“ก็แค่อยากลองน่ะ…” แทฮยองตอบ และเริ่มคีบเส้นก๋วยเตี๋ยวขึ้นมา ไอร้อนลอยละล่องขึ้นมาด้วย เส้นก๋วยเตี๋ยวสีใส ดูเหมือนกำลังดิ้นไปมาที่ตะเกียบของเขา เจ้าของร้านบอกว่า เขาทำเส้นเอง รสสัมผัสจึงไม่เหมือนใครที่ไหน แทฮยองเข้าใจมันแล้ว

คำแรก มันร้อน…

แต่เมื่อเริ่มเคี้ยว แทฮยองสัมผัสถึงรสชาติเผ็ดร้อนทันที ทั้งความร้อนและความเผ็ดผสมปนเป แต่ในขณะเดียวกัน รสชาติกลมกล่อมนั้นก็ทำให้เขาหยุดเคี้ยวไม่ได้เช่นกัน

มันเผ็ด…แต่ก็อร่อยแบบที่จองกุกบอกเขา

เขารู้ตัวว่าน้ำตากำลังไหล ขี้มูกก็อาจจะไหลในไม่ช้า ถ้าเขาไม่สูดมันกลับเข้าไปก่อน ปากอิ่มบวมเจ่อด้วยความร้อนและความเผ็ดที่กัดริมฝีปากเบาๆ

“อร่อยขนาดนั้นเลยเหรอ” นัมจุนถามงงๆ เขาจำได้ว่าแทฮยองไม่ชอบกินเผ็ด แต่แทฮยองตรงหน้านั้น ยัดเส้นก๋วยเตี๋ยวเข้าปากเอาๆ จนเขาอดสงสัยไม่ได้ว่า มันอร่อยขนาดนั้นเลยหรือ

“อื้อ อร่อยมาก” เขาตอบทั้งน้ำตาที่ไหล นัมจุนหลุดขำอีกครั้ง นับถือความอดทนของแทฮยอง

เสียงซดน้ำซุปนั้นดังสนั่นจนลูกค้าโต๊ะอื่นหันมามองเล็กน้อย แทฮยองยกซดมันทั้งชาม เขาเช็ดปากตัวเอง และคิดว่าน้ำซุปรสกลมกล่อมนี้มันช่วยบรรเทาความเผ็ดได้จริงๆ เขากระดกน้ำเข้าปากรัวๆ ที่บอกว่าช่วยบรรเทา แต่ไม่ได้หมายความว่า ความเผ็ดนี้จะหายไปหรอกนะ

“ที่กินเผ็ดนี่ เป็นเพราะจองกุกรึเปล่า”

“……”

“ใช่สินะ…ฉันคิดอยู่แล้ว เห็นนายทวิตเรื่องจดหมาย นี่นายคงไม่ได้กำลังตามหาเขาจริงจังหรอกใช่มั้ย?” นัมจุนถามตรงๆ แทฮยองหน้าเจื่อนไปเล็กน้อย เขาเงียบไม่ได้ตอบอะไร แต่แค่นั้นนัมจุนก็รู้คำตอบในใจแล้ว ชายหนุ่มถอนหายใจก่อนจะเท้าคางมองเพื่อนของตน

“ยังไงก็เถอะ ฉันก็แค่อยากจะเตือน ก่อนจะถลำลึกเข้าไปมากกว่านี้”

“……”

“ถ้าเขาไม่ใช่คนในแบบที่นายคิด ฉันคิดไม่ออกว่าการตามหาเขามันจะช่วยอะไรได้”

มันเป็นความคิดเห็นที่ทำให้แทฮยองรู้สึกแย่แปลกๆ เอาจริงๆ ตอนนี้แทฮยองก็ยังไม่รู้ว่าการตามหาจองกุก มันจะช่วยอะไรได้ หากว่าอีกฝ่ายไม่ได้เป็นคนในแบบที่เขาคิดจริงๆ และทุกอย่างที่เขียนในจดหมาย เขาก็แค่พยายามสร้างสตอรี่สวยหรูขึ้นมา แต่เขาจะทำแบบนั้นไปเพื่ออะไรกัน

ถ้าแค่เดินมาบอกเขาตรงๆ บางทีตอนนี้พวกเขาอาจจะเป็นเพื่อนกัน ดีกว่านั้นก็อาจจะเป็นแฟนกันไปแล้วก็ได้

“ฉันก็แค่ คิดว่าคงจะดีถ้าได้เจอกัน” เขาตอบเบาๆ “ฉันสลัดเรื่องเขาออกจากหัวไม่ได้….นั่นมันทำให้ฉันนอนไม่หลับเลย” เขาหันหน้าไปทางหน้าต่าง มองวิวบ้านเรือนด้านนอก มีผู้คนบางตา เดินผ่านไปผ่านมา แต่มันคงจะดีไม่น้อย ถ้าจองกุกยืนอยู่อีกฝั่งของถนน และกำลังมองมาที่เขาอยู่

เขาจินตนาการถึงความรู้สึกนั้นไม่ออกเลย

ตอนนั้น เขาจะรู้สึกยังไงกันนะ ถ้าได้เจออีกฝ่าย

“การรักคนที่ไม่เคยเห็นหน้าน่ะ มันเจ็บปวดนะแทฮยอง” ประโยคถัดมาของนัมจุน ทำให้แทฮยองเหวอไป เขาหน้าแดง รีบยกมือขึ้นปัดปฏิเสธ “มะ ไม่ใช่นะ ฉันไม่ได้รักเขาสักหน่อย”

“หือ?” นัมจุนขมวดคิ้วจับผิด แทฮยองก็ยิ่งหน้าแดง เขาส่ายหัวส่ายมือไปมา เป็นพัลวิง

“ฉันไม่ได้รักเขา กะ ก็แค่อยากจะเจอตัวจริงเท่านั้น” เขายังคงปฏิเสธ แม้ในหัวใจจะเต้นแรงจนไม่อาจควบคุมอุณหภูมิบนใบหน้า แทฮยองไม่เคยเป็นแบบนี้ ตั้งแต่คบกับแฟนเก่า เขาเคยมีแฟน เลิกกัน มีแฟนใหม่ เลิกกัน มีแฟนใหม่ เลิกกัน วนลูปไปแบบนี้ จนกระทั่งอายุ 28 ที่เขาเป็นโสดมาโดยตลอด

ถ้ามีความรักแล้วมีแต่ความรู้สึกทางลบเขาก็ไม่รู้ว่าจะมีมันไปทำไม

ดังนั้น ไอความรู้สึกใจเต้นแรงเนี่ย เขาเองก็ห่างหายจากมันมานานมากแล้ว แต่เขาก็มั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ชอบจองกุกหรอก…มั้งนะ

ใครจะไปชอบคนที่ไม่เคยเห็นหน้าได้ล่ะ แบบนั้นมันบ้าชัดๆ

“นี่นายไม่รู้ตัวเลยเหรอ ว่ากำลังก้าวเข้าไปในโลกของเขาเรื่อยๆ น่ะ” นัมจุนถามขำๆ แทฮยองจ้องเขา ครุ่นคิดถึงทุกอย่างที่ผ่านมา เขาก็แค่อยากมองโลกของจองกุกผ่านสายตาของเขาก็เท่านั้นเอง ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะเดินเข้าไปในโลกของจองกุกขนาดนี้

“มีด้านดีๆ ก็ต้องมีด้านไม่ดีบ้างแหละนะ และการเขียนจดหมายนี้ มันก็เหมือนจดหมายสั่งลาเลยไม่ใช่เหรอ?”

“จดหมายสั่งลางั้นเหรอ?”

“ก็สู้เขามาบอกนายเองไม่ดีกว่า ไม่ใช่รึไง? ....เขียนจดหมายแบบนี้น่ะ มันเหมือนเขาจะบอกลาเลย” นัมจุนว่าตามทฤษฎีสมคบคิดของเขา แทฮยองหัวใจกระตุกวูบ ทำไมคำว่าบอกลา มันถึงได้ทำให้เขารู้สึกแย่ขนาดนี้นะ

แต่ถ้า..มันเป็นจดหมายบอกลาจริง ก็น่าจะมีอะไรเขียนไว้บ้างสิ

“ฉันไม่ได้เอาจดหมายมา”

“ว่าไงนะ?” นัมจุนถาม

“ฉันบอกว่าไม่ได้เอาจดหมายมา” แทฮยองตอบ เมื่อเขานึกขึ้นได้ว่าตัวเองไม่ได้เอาจดหมายจองกุกออกมาจากโรงแรมด้วย ในใจของเขาพะวงและอยากจะอ่านที่เหลือทั้งหมด

ระหว่างทางกลับบ้าน…เขาคิดไม่ตกเลย ถึงเรื่องที่นัมจุนบอก จดหมายบอกลาเหรอ ไม่จริงน่า จองกุกเป็นคนคิดบวกเสียขนาดนั้น เขาคงไม่ทำแบบนั้นหรอก ฝ่ายนัมจุนเองเขาเหลือบมองแทฮยองเล็กน้อย ตลอดทางพวกเขาไม่ได้พูดคุยอะไรกันมากนัก เพราะอีกฝ่ายเอาแต่เงียบ

รู้สึกผิด ที่พูดอะไรแบบนั้นออกไป

แค่เพราะเขาไม่อยากให้แทฮยองต้องหวังลมๆ แล้งๆ ที่จะได้เจอจองกุก แต่ก็นั่นแหละ เขาปากพล่อยเอง นัมจุน นายมันงี่เง่า!

“จะขึ้นไปข้างบนมั้ย” แทฮยองถาม นัมจุนพยักหน้าเพราะเขายังไม่อยากกลับบ้าน ทั้งคู่กลับมาถึงห้องที่โรงแรมของแทฮยอง นัมจุนชะงักไปเล็กน้อย เมื่อเข้ามาในห้อง เขามองเห็นรูปวาดของแทฮยองที่จองกุกเป็นคนวาด แปะอยู่ที่ตู้เย็น และอีกส่วนหนึ่งก็วางกระจัดกระจายอยู่บนโต๊ะ

มีต้นไลน์ท็อปส์ในกระถางเล็กๆ ตั้งอยู่ เขาจ้องมองมันเล็กน้อย ก่อนจะหันไปหาแทฮยองที่กำลังค้นบางอย่างในกระเป๋าสะพายข้างสีขาวที่วางอยู่บนโซฟา

“ต้นไม้นี่จากร้านคุณจูนี่เหรอ” นัมจุนชี้ ก่อนจะหันมาหาแทฮยองอีกครั้ง

“นายหาอะไรน่ะ..แทฮยอง”

ไม่มีเสียงตอบกลับใดๆ มีเพียงเสียงหายใจถี่ที่เขาได้ยิน นัมจุนสงสัยจึงค่อยๆ ก้าวไปใกล้แทฮยอง เขาเอื้อมไปแตะบ่าเบาๆ ก่อนจะดึงให้หันมา

!!!!

แทฮยองกำลังน้ำตาไหล…เขาแน่ใจว่า แทฮยองไม่ได้กินเผ็ดแน่ๆ

“นายเป็นอะไรน่ะ” เขาถามอย่างตกใจ ก่อนจะเห็นกระดาษในมือของแทฮยอง เขาจึงหยิบมาดูจึงรู้ว่ามันเป็นจดหมายของจองกุก ด้านหน้าไม่มีรูปวาดอะไรเลย มันว่างเปล่าและแตกต่างจากจดหมายฉบับก่อนๆ เขาคลี่มันอ่านด้วยใจที่เต้นระทึก

 

ยามค่ำคืนช่างแสนว่างเปล่า

ฉันเฝ้าภาวนา ไม่ให้แม่พูดว่า ‘อย่าพูดว่าอยากตายเลยนะ อย่ายอมแพ้ และมีชีวิตต่อไปซะ’ ความจริง หัวใจของฉันกำลังแตกสลาย ไม่ว่าพวกเขาจะเกลียดฉันมากแค่ไหน ไม่ว่าข้าวกลางวันของแม่ที่ฉันพกไปกินทุกวัน จะโดนโยนทิ้งอีกสักกี่กล่อง ไม่ว่าความเจ็บปวดที่พวกเขาต่อยหน้าของฉัน มันจะสร้างบาดแผลให้ฉันมากแค่ไหน แต่มันเทียบไม่ได้กับตอนนี้เลย ฉันลิ้มรสชาติน้ำตาเค็มๆ ที่อาบแก้มของฉันทุกวัน และฉันพยายามแล้ว ฉันพยายามแล้วจริงๆ

ฉันกลัวไม่ได้เห็นรอยยิ้มของนายอีก ฉันภาวนาขอให้ฉันจำทุกอย่างเกี่ยวกับนายได้

และขอให้ไม่ลืม คิม แทฮยอง

 

หัวใจของแทฮยองกำลังถูกบีบรัดอย่างแรงจนมันเจ็บปวดไปหมด ในขณะที่นัมจุนเองเมื่ออ่านจดหมายจบ เขารู้สึกตกใจมาก จนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ มีบางอย่างจากจดหมายนี้ที่สะกิดหัวใจของเขา แทฮยองคงโดนเหมือนกัน เขาหันไปมองแทฮยองที่ตอนนี้นิ่งไปเลย

มือของอีกฝ่ายสั่นจนเห็นได้ชัด นัมจุนต้องนั่งลงตรงหน้า แล้วแตะไหล่เบาๆ

“นั่นไม่ใช่จดหมายลาตายใช่มั้ยนัมจุน”

“…..”

“เขา…ไม่ได้ฆ่าตัวตายใช่มั้ย?”

 

และมันเจ็บปวด เจ็บปวดจนเขากลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ช่วงพระอาทิตย์ตก ที่ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีม่วงอมชมพู สลับกับสีส้มแจ๊ด ทอประกายจากเส้นขอบฟ้า จนมืดดับลงและหายลับไป….

 

ช่วงนี้ทุกคนเป็นยังไงบ้างคะ? สบายดีไหม? กินข้าวอิ่มรึเปล่า?

ใกล้ปีใหม่แล้ว ขอให้มีแต่สิ่งดีๆ เกิดขึ้นกับทุกคนนะคะ

#ถึงคิมแทฮยอง

@_amagadon

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

70 ความคิดเห็น

  1. #38 Ver_a (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2563 / 20:10
    ขอให้เจอกันเร็วๆนะ
    #38
    0
  2. #6 Nabee-0- (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 / 21:21

    ป่วยอะไรรึป่าว แล้วแบบต้องเข้ารักษางี้ ผ่าตัดสมองกลัวลืมแท ไม่เอามาม่า
    #6
    0
  3. #5 MarisaSomaem (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 / 19:47
    อย่าเป็นเเบบนั้นนะ

    เเง้

    อยู่เล่าเรื่องราวเเละคอยเฝ้ามองรอยยิ้มของเเทฮยองไปเรื่อยๆเถอะนะ

    จองกุก
    ภาวนาในใจ......

    รักไรท์นะคะ💗✨
    พอเเอปเเจ้งเตือนก็กดเข้ามาอ่านเลย

    ดีใจมากๆเลยค่ะ🥺
    #5
    0