ถึง...คิม แทฮยอง | KOOKV

ตอนที่ 5 : ขอให้ไม่ลืม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 116
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    30 พ.ย. 63

จะพูดว่าขวัญหนีดีฝ่อ ก็คงไม่ผิด

วันนี้แทฮยองนอนจมปลักอยู่บนเตียงที่โรงแรม เขาหมดอาลัยตายอยากตั้งแต่เมื่อวาน ความคิดในหัวไม่พ้นเรื่องจดหมายของจองกุก เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ นี่เป็นรอบที่ร้อยของวันแล้วล่ะมั้ง ที่เขาถอนหายใจด้วยความเศร้าแบบนั้น

แผ่นกระดาษจดหมายยังคงวางอยู่บนโต๊ะ….และไม่ขยับไปไหนตั้งแต่เมื่อวาน

มันค่อนข้างที่จะรู้สึกแย่เมื่อนึกถึงจดหมายฉบับนั้น แทฮยองถ่ายมันลงทวิตเตอร์ตั้งแต่เมื่อวาน และผลตอบรับก็ดียิ่งกว่าเดิม พวกชาวทวิตเตอร์พยายามตีความหมายของข้อความในจดหมายราวกับว่ามันเป็นลายแทงขุมทรัพย์ยังไงยังงั้น

แทฮยองเปิดหน้าต่างระเบียงเอาไว้ เขาไม่สนด้วยซ้ำว่าลมเย็นที่พัดผ่านเข้ามา จะทำให้รู้สึกเหน็บหนาวแค่ไหน เมื่อหัวใจของเขาในตอนนี้ก็รู้สึกเย็นราวกับโดนแช่แข็งเอาไว้ มันทั้งเจ็บปวดและเปราะบาง แค่เพียงกะเทาะก็อาจแตกสลายได้

แทฮยองแค่รู้สึกว่า เขากำลังแย่ แย่จากข้างใน ทุกขณะมีแต่ความรู้สึกหดหู่

อย่างกับว่าโลกนี้จะไม่สดใสอีกแล้ว ถ้าผู้ชายที่ชื่อจองกุกตายไปจริงๆ แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่ข้อสันนิษฐาน แทฮยองไม่รู้ด้วยว่าอีกฝ่ายสบายดีหรือเปล่า ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง เขาจะยังคงยิ้มได้เหมือนเดิม กลับกัน ความเจ็บปวดในอดีตยังคงกัดกินอยู่มั้ย

แม้ว่าท้องฟ้าจะสลายหายไป แต่ในหัวของแทฮยองก็เอาแต่คิดเรื่องของเขา

จวบจนกระทั่งเสียงประตูเปิดออก แทฮยองเห็นจีมินกำลังเดินเข้ามาพร้อมกับแผ่นกระดาษอะไรสักอย่าง ท่าทางดูร้อนรนวิ่งขึ้นมาบนเตียงของเขาจนมันยวบ แทฮยองถอนหายใจก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดหน้า เพราะเขาไม่ต้องการพบหรือพูดคุยกับใครทั้งนั้น

“แทฮยองดูนี่สิ นายต้องไม่เชื่อแน่” จีมินเรียกให้แทฮยองดูอะไรบางอย่าง แต่แทฮยองก็ไม่ยอมเปิดผ้าห่มออกมาดู จนจีมินต้องกระชากผ้าห่มออกมา

“ทำบ้าอะไรน่ะจีมิน” แทฮยองโวยวายลุกขึ้นมา เขาหงุดหงิดมากจนสามารถฆ่าจีมินได้เลยล่ะ

“นายต้องมาดูนี่” เขาชี้ที่กระดาษ แต่แทฮยองเลือกที่จะไม่สนใจ เขากระชากกระดาษแผ่นนั้นออกมาจากมือของเพื่อน แล้วขยำมันเล็กน้อย ก่อนจะโยนมันทิ้งทันที

“จะไปไหนก็ไป” เขาบอกด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะก้มตัวลงนอนหันหลังให้จีมิน ทั้งที่อีกฝ่ายได้แต่นั่งอึ้งกับการกระทำนั้น…. “แทฮยอง…” เสียงเรียกชื่อแผ่วเบาดังเล็ดลอดออกจากปากทรงกระจับ เมื่อเขาได้ยินเสียงสะอื้นออกมา แผ่นหลังของแทฮยองกำลังสั่น

เมื่อความเจ็บปวดสุดจะกลั้น น้ำตาได้ไหลอาบสองแก้มของนักเขียนหนุ่ม เขาไม่เข้าใจว่านี่มันเรียกว่าความรู้สึกอะไร แต่แทฮยองไม่ชอบมันเอาเสียเลย มันทั้งเจ็บปวดและเหน็บหนาว เขาเกลียดความรู้สึกนี้เป็นบ้า แต่ทำไมถึงห้ามตัวเองไม่ให้รู้สึกไม่ได้ก็ไม่รู้

น้ำตาบ้านี่ ก็ไหลไม่หยุด…เขาจะทำยังไงดี

“นายโอเครึเปล่า” จีมินถามเสียงแผ่ว เอื้อมมือไปแตะไหล่เพื่อนรักที่สะอื้นไม่หยุด แทฮยองกดหน้าตัวเองลงกับหมอนยิ่งกว่าเดิม เหมือนพยายามกดความรู้สึกนี้เอาไว้

“อย่ามองฉันเลย ฉันมันน่าสมเพช” แทฮยองกล่าวเสียงสั่น “ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองร้องไห้ทำไม” เขาพูดต่อ จีมินเม้มปาก รู้สึกสงสารเพื่อนจับใจ เขาเก็บโทรศัพท์ที่กำลังเปิดไลฟ์สดอยู่ ไม่ลืมที่จะปิดมันโดยไม่มีคำกล่าวอำลาแฟนคลับใดๆ

เขาเงียบไปอึดใจ และเมื่อเห็นว่าแทฮยองเริ่มรู้สึกสงบลง เขาจึงพูดขึ้นเบาๆ

“นายไหวรึเปล่า?”

“……”

“ฉันเข้าใจนะ ความรู้สึกของนาย นายไม่จำเป็นต้องอธิบายทุกอย่าง” เขาปลอบ นั่งกอดเข่า มืออีกข้างยกไปลูบหัวของแทฮยองแผ่วเบา “ฉันก็เคยไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน…แต่ฉันผ่านจุดนั้นมาได้ นายก็ต้องผ่านไปได้เหมือนกัน”

“จีมิน..”

“ว่าไง?” จีมินขานรับ และเริ่มรู้สึกดีขึ้นมาเล็กน้อยที่แทฮยองหยุดร้องไห้แล้ว เขาฟังจากน้ำเสียงเอา เจ้าตัวตั้งใจฟังสิ่งที่แทฮยองจะพูดอย่างใจจดใจจ่อ

“คนเราน่ะ…สามารถคิดถึงใครสักคน โดยที่ไม่รู้จริงๆ ว่าเขาคือใคร…ได้รึเปล่า”

“……”

“เราจะยิ้ม จะหัวเราะ จะมีความสุข จะร้องไห้ เพราะคนแปลกหน้าได้ด้วยเหรอ” คำถามของแทฮยองมันยิ่งทำให้จีมินแน่ใจยิ่งกว่าเดิม เพื่อนของเขาตกหลุมรักชายเจ้าของจดหมายสารภาพรัก และมันก็โคตรแย่ที่ตอนนี้ทุกอย่าง กลับไม่ได้โรแมนติกเหมือนในหนังหรือซีรีส์ จองกุกคนนั้น มาทำให้เพื่อนของเขารัก แต่ตัวเองดันชิงหนีฆ่าตัวตายไปก่อนเนี่ยนะ นี่มันไม่เมคเซ้นส์เลยสักนิด

จีมินเชื่อว่าเขายังไม่ตาย ใช่ จองกุกต้องมีชีวิตอยู่สิ….

“ทำไมจะไม่ได้”

“….”

“ก็นายเป็นอยู่ รู้ตัวรึเปล่า” จีมินย้อนถาม แทฮยองหันหน้ามาหาจีมินเล็กน้อย คนที่นั่งอยู่เห็นคราบน้ำตาบนใบหน้านั้น เขาลุกขึ้นยืนแล้วเดินลงไปเก็บกระดาษที่แทฮยองขยำโยนทิ้ง “ฉันไม่เชื่อหรอกว่าหมอนั่นจะฆ่าตัวตายน่ะ…ก็เลยไปสืบอะไรมานิดหน่อย”

ประโยคหลังทำให้แทฮยองขมวดคิ้วด้วยความสงสัย เจ้าตัวลุกขึ้นมานั่งเอียงคอมองจีมินที่พูดจาแปลกๆ แต่ก็น่าสนใจมากเช่นกัน

“โชคดีที่บก. รู้จักกับแม่ฉัน ฉันก็เลยขอสืบค้นหนังสือรุ่นนิดหน่อย”

แทฮยองตาโต และเริ่มรู้สึกบีบรัดภายใน ขณะที่มองจีมินกำลังคลี่กระดาษที่เขาขยำออกมาทีละน้อยๆ จนคลี่ออกหมด จีมินชูให้ดู มันเป็นรายชื่อของคนชื่อ จองกุก ทุกคนที่จบรุ่นเดียวกับเขา เขาตกใจ จีมินยื่นมันให้เขา คราวนี้แทฮยองไม่ได้ปามันทิ้งแต่กลับดึงมันมาดูด้วยความสนใจ

“ประมาณ 10 กว่าคน พร้อมที่อยู่บ้านพร้อม” จีมินว่า ยืดอกภูมิใจในความเก่งกาจของตนเอง ก่อนจะมองสบตากับแทฮยองตรงๆ เขาประหลาดใจ เมื่อตอนนี้แทฮยองกำลังยิ้มกว้างทั้งน้ำตา ก่อนจะวิ่งเข้ามาพยายามจะกอดเขา จีมินรีบวิ่งหลบขึ้นไปยืนบนที่นอน

“อย่าเชียว…แค่ขอบคุณก็พอ” เขาชี้หน้า แทฮยองหัวเราะ “ขอบคุณนะจีมิน”

ดูเหมือนแทฮยองคนนี้ จะคนละคนกับคนเมื่อกี้ไปเลยแฮะ!

จีมินมองดูเพื่อนตัวเอง ที่กระโดดชูกระดาษแผ่นนั้นไปมาด้วยความดีใจ แต่แล้วแทฮยองก็ห่อเหี่ยวลงอีกครั้ง ก่อนที่เจ้าตัวจะล้มตัวลงนอนที่เตียง แล้วชูกระดาษนั้นขึ้นมอง

“เป็นอะไรอีก” จีมินถาม งงอารมณ์สวิงของเพื่อน

“แค่กลัวน่ะ…ถ้าเขาตายแล้วล่ะ” แทฮยองพูดความกังวลใจ จีมินนั่งลงข้างๆ “แบบนั้นยิ่งต้องรู้ ดีกว่าไม่รู้อะไรเลย” แทฮยองมองหน้าจีมิน ในแววตาฉายแววกังวลอย่างเห็นได้ชัด กลับกันในแววตาของจีมินมีแต่ความมุ่งมั่น

ยังไง ก็ต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น?

 

 

เริ่มจากบ้านแรก แทฮยองกับจีมินไล่ตามหาที่อยู่ในรายชื่อ เขาเทียวไปเทียวมารอบเมืองปูซาน บ้างบ้านก็มีคนออกมาต้อนรับ และปฏิเสธเขาเกี่ยวกับจดหมายฉบับนั้น บางบ้านก็ย้ายไปนานแล้ว บางบ้านก็ถูกทุบทิ้ง หาตัวเจ้าของบ้านไม่เจอ

มันใช้เวลาเป็นวัน จวบจนเวลาค่ำแล้ว เมื่อแสงอาทิตย์ดับอัสดง เส้นขอบฟ้าสีส้มเปลี่ยนเป็นสีดำที่มีแสงไฟจากโคมไฟส่องสว่างเท่านั้น แม้แต่ดวงดาว แทฮยองยังไม่เห็น และคิดว่านี่มันอาจจะเป็นลางร้ายก็ได้

“เหลืออีกหลังเดียวแล้วนะ แทฮยอง” จีมินพูดขึ้นหลังขีดรายชื่อบ้านหลังก่อนที่ไปมา เขาพบว่าตอนนี้มันกลายเป็นบ้านร้างไปแล้ว เมื่อเห็นว่าแทฮยองไม่ตอบอะไรจึงเงยหน้าขึ้นมามอง ก็พบว่าแทฮยองกำลังยืนจ้องหน้าบ้านของใครบางคนอยู่

“แทฮยอง…”

“เข้าไปกันเถอะ” เขาไม่พูดเปล่า ถือวิสาสะ ยื่นนิ้วไปกดกริ่งหน้าบ้านทันที แล้วรอ

ใจจดใจจ่อ แทฮยองไม่รู้ตัวเลยว่า เขาจดจ้องประตูไม้นี่อย่างใจจดใจจ่อแค่ไหน มือไม้สั่นไปหมด เพราะนี่เป็นบ้านสุดท้ายแล้ว สุดท้ายจริงๆ

กึก

ไม่ต้องเดาก็รู้ว่านั่นคือเสียงปลดล๊อคกลอนประตูบ้าน ช่วงเวลาระทึกค่อยๆ เปิดออก แต่เปิดได้เพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น แทฮยองเห็นดวงตาของใครบางคนโผล่ออกมาจากขอบประตู ที่ยังไม่เปิดกว้างด้วยซ้ำ

เส้นผมสีดำ ดวงตาเรียว และเป็นผู้ชาย

จองกุกรึเปล่านะ?

“มาหาใครครับ?” เจ้าของบ้านส่งเสียงถาม แต่ยังไม่โผล่หน้าเต็มๆ ออกมา จีมินหรี่ตามองอย่างจับผิด ก่อนจะตอบแทนแทฮยองที่ยืนอึ้ง “จอน จองกุก อยู่รึเปล่าครับ?” เขาก้มหน้าอ่านชื่อแล้วจึงเงยหน้าถาม ชายคนนั้นขมวดคิ้ว ก่อนจะโผล่หน้าให้เห็นเต็มๆ

“น้องชายผม ไปทำอะไรให้คุณรึเปล่าครับ?”

“น้องชาย!” จีมินเหวอ ไม่คิดว่าจองกุกจะมีพี่ชาย แต่คนที่เหวอกว่าคงเป็นแทฮยอง เพราะตอนนี้เขานิ่งค้างไปเลย จนจีมินต้องสะกิดแขนเบาๆ

โชคดีหน่อย ที่เจ้าของบ้านที่พวกเขารู้ในเวลาต่อมาว่าชื่อซอกจินเชิญเข้าบ้าน แทฮยองมองไปรอบๆ ห้องรับแขก เฟอร์นิเจอร์ค่อนข้างเรียบและเน้นไปที่ไม้เป็นส่วนใหญ่ แสงไฟสีส้มอ่อนๆ ตรงกลางช่วยขับให้เฟอร์นิเจอร์ไม้ดูอบอุ่นและมีเสน่ห์มากขึ้น

จากตรงนี้แทฮยอง มองเห็นกระถางต้นไม้ที่วางอยู่ในตะกร้าสาน ใบสีเข้มๆ ตัดกับสีผนังสีขาวได้เป็นอย่างดี ที่กำแพงมีตู้โชว์วางไว้อยู่ เมื่อมองดูดีๆ แทฮยองเห็นเซ็ทถ้วยน้ำชาลวดลายสวยงามวางโชว์อยู่มากมาย เขาได้กลิ่นวานิลลาอ่อนๆ ลอยอบอวลอยู่ในห้อง

หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความตื่นเต้น ราวกับว่านี่เป็นเพียงก้าวที่น่ายินดี วันนี้เขาเข้าใกล้จองกุกมากขึ้นเรื่อยๆแล้ว อย่างน้อยพระเจ้าก็ไม่ได้ใจร้ายกับเขามากไปนัก ถ้าวิเคราะห์จากประโยคของซอกจินที่ถามออกมาเมื่อกี้ มันแปลได้อยู่สองอย่าง หนึ่งก็คือ จองกุกยังไม่ตาย สอง จองกุกอาจจะเสียไปนานแล้ว และทิ้งหนี้ก้อนโตไว้ให้ซอกจิน เจ้าตัวเลยกลัวคนทวงหนี้ ถ้าดูจากพฤติกรรมน่ะนะ ซึ่งนี่มันออกจะละครมากไปหน่อย ฉะนั้นเขาจะขอเชื่อข้อแรกก่อนละกัน

“น้ำชาครับ” ซอกจินยกถาดน้ำชามาวางแล้วจัดการรินให้เสร็จสรรพ “เดี๋ยวคุณแม่ ก็กลับแล้วล่ะครับ กรุณารอสักครู่” เขาพูดอย่างสุภาพก่อนจะนั่งลงที่โซฟา

“เอ่อ ช่วยดูนี่หน่อยได้มั้ยครับ เราคิดว่ามันเป็นของน้องชายคุณ” แทฮยองหยิบจดหมายออกมาจากกระเป๋าแล้วส่งให้ซอกจิน เขารับไปแล้วเปิดอ่านมันทีละแผ่น เมื่ออ่านจบ เขาก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ นอกจากนั่งเท้าคางมองแทฮยองกับจีมินด้วยสีหน้าราวกับเบื่อหน่ายอะไรสักอย่าง

พลอยทำให้บรรยากาศมันอึดอัดขึ้นมาเสียอย่างนั้น

“คุณคือแทฮยองสินะครับ” แล้วจู่ๆ ซอกจินก็ถามขึ้นมาเบาๆ แทฮยองกับจีมินมองหน้ากันงงๆ ก่อนที่แทฮยองจะพยักหน้าตอบรับ “เขาบอกว่าคุณร้องเพลงเพราะ” ซอกจินบอก แทฮยองเหวอ ก่อนจะชี้ตัวเอง

“ผมน่ะเหรอครับ”

“นอกจากเรื่องวาดรูปกับคุณ ผมก็ไม่คิดว่าเขาจะชอบอะไรแล้วนะ”

ตึก ตึก ตึก

อะไรกัน จอน จองกุก นี่เขาคลั่งรักผมงั้นเหรอ?

“เขา…เอ่อ ตายรึยังครับ” จีมินตัดสินใจถามไปเลยทีเดียว เพื่อให้หายสงสัย เพราะเขารู้สึกอึดอัดกับสายตาของซอกจินเป็นบ้าเลย “ถ้าคุณหมายถึงจดหมายฆ่าตัวตาย…ผมก็ตอบได้ตรงนี้เลย ว่าเขาไม่ตาย”

โล่งอก!

“เจ้าบ้านั่น ดีแต่สร้างปัญหา!” ซอกจินยกมือขึ้นกำหมัดแน่น แล้วทำหน้าโมโห เมื่อนึกถึงอดีต จองกุกเป็นตัวปัญหาจริงๆ นั่นแหละ ตอนที่อีกฝ่ายกินยาเกินขนาดเข้าไป เป็นเขาที่ต้องรีบขี่มอเตอร์ไซค์ไปส่งที่โรงพยาบาล หรือจะตอนปิดเทอม ที่จองกุกพยายามจะกระโดดน้ำที่สะพานใกล้ๆ กับโรงเรียน ก็เป็นเขาอีกนั่นแหละที่ต้องไปเกลี้ยกล่อมให้ลงมา

หมอนั่น ทำให้แม่ร้องไห้ตั้งกี่รอบ แต่ก็ยังยิ้มได้อยู่ดี….เป็นเพียงรอยยิ้มเสแสร้งว่าตัวเองไม่เป็นไร แต่ทั้งๆ ที่ภายในแทบยืนไม่ไหวแล้วทั้งนั้นแหละ

คิดแล้วก็โมโห..!

“ทางนี้ครับ ผมมีอะไรจะให้ดู” ซอกจินจึงตัดสินใจลุกขึ้นและเรียกสองคนให้เดินตามขึ้นชั้นสองไป อันที่จริงน่าจะเป็นชั้นสามมากกว่า เมื่อมันเป็นห้องใต้หลังคาที่ถูกทำเป็นห้องของใครบางคน เมื่อเขาเดินขึ้นบันไดไป สิ่งแรกที่แทฮยองเห็นก็คือ ขาตั้งวาดรูปกับงานศิลปะสวยๆ ที่วางพิงพักอยู่ที่พื้น ข้างผนังมีเตียงเล็กวางอยู่ อีกมุมเป็นโต๊ะอ่านหนังสือ บนโต๊ะนั้นมีอุปกรณ์การวาดรูปมากมาย และกระถางต้นไม้เล็กที่ภายในมีดินแห้งเหี่ยวบ่งบอกว่าไม่ได้รับการดูแลมานาน

“ดูนั่นสิ” จีมินชี้ที่สมุดสเกตสีดำที่วางอยู่ หน้าปกมีปากกาสีขาวเขียนเอาไว้ นี่เป็นครั้งแรกที่แทฮยองอ่านรายชื่อของคนอื่นด้วยใจที่เต้นรัว ตัวหนังสือลายมือน่ารัก ถูกเขียนอย่างบรรจง

จอน จองกุก

เขารู้ตัวว่าตัวเองกำลังยิ้มออกมา นี่เป็นเครื่องยืนยันว่าเขาอยู่ในห้องของผู้ชายที่เฝ้าตามหาอยู่ เขามองไปรอบๆ ไม่เคยสังเกตเลยว่า ห้องนี้มันอบอุ่นมากแค่ไหน ภาพถ่ายโพลาลอยด์สวยๆ ถูกแปะบนผนังเต็มไปหมด สถานที่ส่วนมากเป็นทุ่งหญ้า และลูกหมาตัวหนึ่ง

ในทุกๆอิริยาบถ แทฮยองสัมผัสได้ถึงความน่ารักและอ่อนโยนของเจ้าของรูปถ่าย ตู้โชว์ที่มีหนังสือการ์ตูนอยู่เต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฮิตอย่างโคนัน หรือโดราเอมอน ไม่พอ มันยังมีหนังสือจิตวิทยาหรือว่าวรรณกรรมเพื่อเยาวชนดีๆ ที่แทฮยองเคยอ่านอีกมากมาย

“ดูนี่สิ แทฮยอง” จีมินยื่นรูปหนึ่งให้แทฮยอง

 

เพื่อไม่ให้ลืมเลือนไป อุณหภูมิตอนนี้ที่ไม่มีนาย ความทรงจำที่เหมือนไม่เคยแห้งเหือด เพื่อรักษาเอาไว้ โปรดอย่าลืมฉันเลยนะ แทฮยอง

 

ด้านหลังของรูปถูกเขียนด้วยลายมือน่ารักแบบเดียวกันกับที่เขียนที่สมุดสเกต แทฮยองขมวดคิ้วก่อนจะรีบพลิกมาดูรูป มันไม่ค่อยชัดเท่าไหร่เพราะภาพค่อนข้างเก่าแล้ว แต่น่าแปลกที่มันมีผลกับปฏิกิริยาหัวใจของแทฮยองได้มากขนาดนี้

“เป็นยังไง” จีมินถามความเห็น

“หน้าเขา ก็ดูเป็นหน้าเขา” แทฮยองตอบรับ หัวใจของเขาพองโตอย่างบอกไม่ถูก เขาพยายามจดจำทุกรายละเอียดใบหน้าในรูปนี้ใส่เข้าไปในสมอง ไม่ว่าจะเป็นดวงตา สันจมูก ริมฝีปาก หรือแม้แต่เส้นผม….แทฮยองหน่วงอยู่ในใจเล็กๆ เพราะขนาดเห็นรูปแล้ว เขาก็จำไม่ได้เลยว่าเคยเห็นจองกุกหรือเปล่า อย่างน้อยถ้าจองกุกชอบเขา เจ้าตัวก็น่าจะมาป้วนเปี้ยนให้เขาเห็นบ่อยบ้างสิ

แต่นี่ไม่เลย…

เขาจ้องมอง และใช้ความคิดกับมัน…ในเมื่อเขานึกไม่ออก งั้นเขาก็จะพยายามจำมันแทนแล้วกัน

และขอให้ไม่ลืม จอน จองกุกเลยนะ

 

 

และขอให้ทุกคน กินอิ่มนอนหลับน้า อย่าลืมมีว่า #ถึงคิมแทฮยอง

@_amagadon

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

70 ความคิดเห็น

  1. #39 Ver_a (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2563 / 20:31
    ต้องเคยเห็นบ้างสิ
    #39
    0
  2. #9 MarisaSomaem (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2563 / 21:34
    อ่านเเล้วใจชื้นขึ้นมาหน่อยเลยใช่ไหม

    เเทฮยอง 🥺

    💗รักไรท์
    #9
    0
  3. #8 Nabee-0- (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 / 22:38
    อย่างน้อยก็ไม่ตาย
    #8
    0
  4. #7 อันยอง นี่แฟนอปป้า (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 / 21:55

    โง้ยยยยย โรแมนติกม๊วกกกก!😍

    #7
    0