ถึง...คิม แทฮยอง | KOOKV

ตอนที่ 3 : สีสันของโลกใบนี้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 140
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    28 พ.ย. 63

 โทรศัพท์ราคาแพงของแทฮยองกำลังสั่นไม่หยุด

แจ้งเตือนการรีทวิตรัว จนเขาต้องปิดแจ้งเตือนเอาไว้

แต่กระนั้นมันก็เด้งขึ้นมาไม่หยุดหย่อนอยู่ดี ชายหนุ่มได้แต่ถอนหายใจ นี่เป็นผลพวงมาจากการโพสต์จดหมายลงในทวิตของเขา ไม่ลืมที่จะติดแท็ก #ถึงคิมแทฮยอง ตอนนี้ยอดฟอลของเขาเพิ่มขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อแล้ว และยอดสั่งซื้อหนังสือผลงานของเขาก็พุ่งพรวดเช่นเดียวกัน นั่นเป็นเพราะว่า ชาวทวิตเตอร์ขุดประวัติของเขา เจอผลงานเขียน

แห่กันไปซื้อเป็นไวรัล…

ถือเป็นเรื่องดี แต่ไม่ได้ทำให้แทฮยองยิ้มกว้างเท่ารู้ว่า ร้านน้ำชาของคุณยายชาวญี่ปุ่น มีลูกค้าและนักท่องเที่ยวแห่กันไปใช้บริการ

เขาคิดถูกที่ทวิตพิกัดไว้ด้วย…ไม่ว่าจะยังไง แทฮยองก็ดีใจที่ได้เห็นรอยยิ้มของคุณยายอีกครั้ง

#ถึงคิมแทฮยอง ตอนนี้ขึ้นเทรนด์อันดับหนึ่ง

ชาวเน็ตกำลังพูดถึงเรื่องนี้กันเป็นวงกว้าง แม้ว่าแทฮยองจะรักสงบมากแค่ไหน แต่มันก็ยิ้มไม่ได้ เวลาที่เข้าไปอ่านแท็ก พวกเขากำลังสืบหาเบาะแสเจ้าขอจดหมายกันอย่างตั้งใจ

ชายหนุ่มกำลังนั่งอยู่ที่ระเบียงของโรงแรม เขาทอดมองท้องฟ้าสว่างสีฟ้าที่มีเมฆสีขาวลอยอยู่ บางก้อนมีรูปร่างเหมือนโดนัท บางก้อนก็เหมือนกระดาษที่ถูกขยำทิ้ง จมูกสูดเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าปอด จดหมายถูกเปิดผนึกออก แทฮยองไม่ลืมที่จะชื่นชมรูปใบไม้ด้านหน้าซอง

 

นายรู้จักร้านต้นไม้ของคุณจูนี่รึเปล่าแทฮยอง เป็นคำถามที่ฉันไม่เคยถาม แต่ก็แอบคาดหวังว่านายจะรู้จัก นั่นเพราะว่าที่นั่นน่ะ เจ๋งมากๆ เลยไงล่ะ เธอจะแจกต้นไม้ทุกวันอาทิตย์ ฉันจะไปต่อแถวเพื่อรอรับต้นไม้ของเธอไปปลูกที่บ้าน พายสับปะรดเป็นเมนูลับของเธอ นายจะสั่งมันได้ในวันอาทิตย์เหมือนกัน คุณจูนี่รักต้นไม้มาก นั่นเพราะเธอเติบโตมากับมัน ต้นไม้และสวน ความสวยงาม และสีสันของโลกใบนี้

สำหรับฉัน รอยยิ้มของนายต่างหากที่เป็นสีสันของโลกหม่นๆใบนี้ ถ้านายได้มีโอกาสแวะไป นายจะต้องยิ้มกว้างแน่นอน ฉันเชื่อแบบนั้นแหละ

ปล.อย่าถามเกี่ยวกับต้นแอปเปิลของเธอล่ะ เธอค่อนข้างเซ้นซีทีฟ

 

แทฮยองพับจดหมายเก็บ เขาเงยหน้าขึ้นมามองท้องฟ้าอีกครั้ง รอยยิ้มแรกของวันนี้ปรากฏขึ้นมา ก่อนที่ชายหนุ่มจะคว้ากระเป๋า แล้วเรียกแท็กซี่ทันที

Junie ‘Plant ป้ายชื่อร้านเก่า ที่มีลวดลายการออกแบบที่พิเศษดูแปลกตา แทฮยองยืนจ้องมันอยู่นาน ก่อนจะมองเข้าไปในร้านที่มีขนาดกลาง ด้านนอกมีกำแพงล้อมรั้วเอาไว้ เขาเห็นหลังคาเรือนกระจกที่โผล่พ้นกำแพงขึ้นมาเล็กน้อย รั้วที่สร้างจากอิฐมีไม้เลื้อยดูรก แต่มองแบบอาร์ต มันก็เป็นอะไรที่สวยงามแปลกตาเช่นเดียวกัน แทฮยองรู้จักที่นี่ เขาเดินผ่านร้านนี้ทุกวันสมัยเรียน แต่ไม่เคยมีสักครั้งที่เขาจะแวะเวียนเข้าไป

ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่เขาเข้าร้านต้นไม้

นั่นเพราะเขาเกลียดต้นไม้และดอกไม้ที่สุด พวกมันทั้งหยาบและรกหูรกตา แถมเขายังแพ้เกสรดอกไม้บางชนิดอีก

โชคดีหน่อยที่โตมา อาการแพ้เกสรดอกไม้ก็ค่อยๆลดลง จนหายสนิท..

ขายาวของเขาก้าวเข้ามา เขาได้กลิ่นกุหลาบโชยมาอันดับแรก โผล่พ้นประตู เป็นทางเท้าที่รอบข้างประดับด้วยต้นไม้ที่เขาไม่รู้จัก มีกิ่งของมันบางต้นที่งอกเป็นสะพานโค้งพาดผ่านทางเดิน จนทำให้เขาต้องก้มหัวหลบ มีโมบายรูปร่างต่างๆ ประดับไว้ตลอดทาง

และเมื่อถึงตัวร้านจริงๆ ที่สร้างมาจากไม้ แทฮยองเลิกคิ้วเล็กน้อยที่มันค่อนข้างที่จะดูรกมากกว่าที่คิด มีเก้าอี้โยกตั้งอยู่หน้าร้าน จากตรงนี้แทฮยองมองเห็นกาน้ำที่เก่าสนิมขึ้นถูกใช้มาเป็นกระถางใส่ดอกกุหลาบสีแดง แก้วน้ำถูกปลูกด้วยคุณนายตื่นสาย สีสันสดใส….เขาเห็นดอกลิลลี่สีเหลืองอร่ามถูกปลูกอยู่ข้างบ้าน ที่พื้นดินสีน้ำตาลถูกแทรกแซงด้วยต้นเฟินส์สีเขียวชอุ่มแทรกอยู่ระหว่าง ก้อนหินสีขาวกับน้ำตาลสลับกัน

เป็นสีสันที่เขาไม่เคยใส่ใจเลยว่ามันจะสวยมากขนาดนี้มาก่อน

เขาแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้า เพราะพื้นที่เปิดโล่งขนาดนี้ ต้นไม้และดอกไม้จึงเจริญงอกงามสวยขนาดนี้ เขาตัดสินใจก้าวไปเปิดประตู ข้างในมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของวานิลลา การตกแต่งสไตล์วินเทจผนวกกับลอฟ์ทสร้างความประหลาดใจให้กับแทฮยอง

เขาเห็นช่อดอกไม้ห้อยลงมาจากเพดานเยอะแยะเต็มไปหมด ด้านในมีโต๊ะเล็กๆ ไม่กี่โต๊ะ ที่กำแพงมีชั้นขายเมล็ดพันธุ์พืชมากมาย อีกฝั่งมีชั้นวางตั้งอยู่ บนชั้นประดับไปด้วยแคนตัส กระบองเพชร ไม่ก็พืชอวบน้ำตั้งอยู่มากมาย

แม้จะดูรก แต่ทำให้แทฮยองสบายใจซะงั้น เขาเดินมองต้นไม้สีเขียวเข้ม อ่อน สลับกันไปอย่างสนใจ นี่เป็นร้านต้นไม้ที่เจ้าของจดหมายนั้นชอบมางั้นเหรอ?

“นั่นดอกแพนซี่” เสียงของใครบางคนดังขึ้น แทฮยองหันไปมอง เธอคนนั้นพยักหน้าไปทางดอกไม้หน้าตาประหลาดดอกหนึ่ง มีสีน้ำเงินเข้มช่วงกลางดอกมีสีดำไล่ออกมา หากมองดูดีๆ ดูคล้ายกับสีหน้าคนกำลังครุ่นคิดอะไรสักอย่าง

“ภาษาฝรั่งเศสเรียกว่า Pensee ออกเสียงว่า ป็อง-เซ่ แปลว่าการคิดคำนึงหรือสันนิษฐาน” เธอพูดต่อ ก่อนจะขยับหมวกของเธอ ซึ่งมันเป็นหมวกปีกกว้าง ที่ขอบมีผ้าลูกไม้ คลุมใบหน้าไว้ เธอสวมชุดเดรสที่มีชายระบายสวยงาม ดูคล้ายในหนังผู้ดีของอังกฤษ

“ฉันขายให้ถูกๆ เลย ถ้าเธอสนใจ” เธอกล่าวต่อ แทฮยองชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะทำตัวไม่ถูก ก็เขาไม่ได้สนใจอยากจะปลูกต้นไม้หรือดอกไม้เสียหน่อย เขามาที่นี่ก็เพื่อ…

เพื่ออะไรกันนะ?

“เอ่อ คือ ผมไม่…คือผมไม่ได้อยากจะปลูกมันหรอกครับ” แทฮยองบอก เธอหน้าเหวอไปเล็กน้อย “แล้วมีอะไรให้ฉันช่วยรึเปล่า” เธอถาม

“ผมมาหาคุณจูนี่น่ะ คุณรู้จักเขารึเปล่าครับ?”

“ก็ฉันนี่แหละจูนี่..” เธอว่า ก่อนจะจับที่ผ้าลูกไม้รอบหมวกแล้วเปิดมันขึ้นไป ใบหน้าของเธอปรากฏแก่แทฮยองครั้งแรก จูนี่เป็นคนสวยมาก แทฮยองไม่คิดว่าเธอจะสวยขนาดนี้ แม้ร่องรอยตีนกาของเธอจะเห็นชัด แต่มันก็ปกปิดความสวยของเธอไว้ไม่มิด

“อ้อ เอ่อ ใช่ คือผมมีเรื่องอยากจะถามคุณหน่อยน่ะครับ”

“งั้นเชิญนั่งก่อน” เธอผายมือไปที่เก้าอี้ริมหน้าต่าง แทฮยองรีบนั่งลงทันที จูนี่หายตัวไปหลังบ้านสักครู่หนึ่ง ก่อนจะโผล่มาพร้อมกับชุดถ้วยน้ำชาราคาแพงกับน้ำชากลิ่นหอมที่เสิร์ฟในกาน้ำชาเธอวางมันลงบนโต๊ะและรินน้ำชาให้แทฮยอง

“อันที่จริง ฉันคงไม่ว่างคุยกับคุณหรอกนะ..แต่ก็อย่างที่เห็น ไม่มีลูกค้าเลย ฉะนั้นถามมาได้เลย” เธอพูดขำๆ ก่อนจะยกชาขึ้นจิบ

“คุณเปิดร้านต้นไม้นี้มานานแค่ไหนแล้วครับ?” แทฮยองเริ่มต้นถาม ในขณะที่จูนี่เธอเลิกคิ้ว “นี่สัมภาษณ์เข้ามหาลัยรึไง เอาเถอะ มันเป็นร้านของสามีฉันน่ะ…” จูนี่บอก

“แล้วเขาไปไหนครับ?”

“เขาเสียแล้วค่ะ…เมื่อ 20 ปีก่อน” จูนี่ตอบ แม้ว่าความขมขื่นจากความตายที่พรากชีวิตคนรักของเธอไป แต่เธอก็ยังยิ้มออกมาให้แทฮยองและทำเหมือนว่า มันไม่ได้กระทบกับจิตใจของเธอเลยสักนิด ต่างกับชายหนุ่มอายุน้อยกว่าที่เริ่มรู้สึกละอายแก่ใจ เมื่อถามคำถามโง่ๆ นั้นออกไป แทฮยองทำหน้าเศร้า และอยากจะขอโทษ แต่ยังไม่ทันที่จะเอ่ยปากอะไร จูนี่ก็เอ่ยขึ้นมาก่อน

“ฉันรู้ว่าคุณจะขอโทษ แต่มันไม่จำเป็นหรอกค่ะ ฉันโอเค และฉันก็มีความสุข”

“……”

“ว่าแต่ ทำไมคุณถึงมาถามฉันล่ะค่ะ นี่รายการอะไรรึเปล่า?”

“เปล่าหรอกครับ ผมแค่ตามหาผู้ชายคนหนึ่งอยู่….เขาชอบมาร้านของคุณทุกวันอาทิตย์เพื่อต่อคิวรับต้นไม้ที่คุณแจกฟรี แล้วเขาก็ชอบวาดรูปมาก บางทีเขาอาจจะเคยมานั่งวาดรูปในร้านของคุณ…” แทฮยองบอกเหตุผลไป จูนี่ขมวดคิ้วหนัก “มีคนมาต่อคิวรอต้นไม้ของฉันเยอะแยะเลยล่ะค่ะ เมื่อก่อน แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้วล่ะ ไม่มีคนรักต้นไม้เหมือนเมื่อก่อนแล้ว”

เธอพูดพร้อมกับหันหน้าออกไปนอกหน้าต่าง สวย สีเขียวชอุ่มที่มีสีสันดอกไม้ของเธอที่เห็น ก็อาจจะมีแค่เธอและไม่กี่คนที่เห็นก็ได้ เป็นเรื่องปฏิเสธไม่ได้ว่าสมัยนี้ คนรุ่นใหม่เมินเฉยต้นไม้ และไม่ให้ความสำคัญกับมันเท่าเมื่อก่อน

“ผมหมายถึง เมื่อ 15 ปีก่อน”

“…….”

“เขาบอกว่าจะสั่งพายสับปะรดของคุณได้ในวันอาทิตย์ ซึ่งมันเป็นเมนูลับของร้านคุณ” จูนี่ถอนหายใจ ก่อนจะเหลือบตามองเขา

“มันเป็นซิกเนเจอร์ของร้านฉันค่ะ แน่นอนว่าไม่ได้มีคนเดียวที่รู้” เธอบอก ก่อนจะยกนิ้วเล็บขึ้นมาดูความสวยของมันโดยไม่สนว่าแทฮยองจะเอ๋อกินไปแล้วในตอนนี้ เป็นจังหวะเดียวกับที่มีลูกค้าสองคนเดินเข้ามาในร้านเช่นเดียวกัน จูนี่ลุกขึ้นและเตรียมที่จะไปต้อนรับ

“ต้นแอปเปิลเป็นยังไงบ้างครับ?”

พูดออกไปแล้ว!!!

ได้ผลดังคาด จูนี่หยุดชะงัก ก่อนจะหันมามองเขา แทฮยองยิ้มดีใจแต่แล้วเขาก็ต้องหน้าเสียเมื่อ หยดน้ำตาของเจ้าของร้านดอกไม้แห่งนี้ ไหลออกมาไม่ขาดสาย

“ฮือออ”

อ้าว…ฉิบหายละ!

“เอ่อ คุณจูนี่” แทฮยองเรียกชื่อเธอเบาๆ และหันไปมองลูกค้าที่กำลังเลือกดูต้นไม้อยู่มุมหนึ่ง พวกเขาหันมามองจูนี่ด้วยสายตาสงสัย เพราะเธอเล่นแหกปากร้องไห้จนเสียงดัง แถมเอามือปาดน้ำตาไม่หยุด จนมาสคาร่าสีดำนั้นเลอะรอบดวงตาสวยของเธอ

“คะ คือว่า เธอพึ่งเจอเรื่องเศร้าๆ มาน่ะครับ คุณจูนี่เงียบก่อนสิครับ” แทฮยองบอกลูกค้าสองคนนั้นก่อนจะหันมาบอกจูนี่ให้เงียบอีกทีหนึ่ง เขาพยุงตัวเธอ ที่จะล้มไปกองกับพื้นขึ้นมานั่งบนเก้าอี้

“ไม่น่าเลยฉัน” เขาพึมพำถึงสิ่งที่ทำไป มันคงเป็นความผิดพลาดอย่างมหันต์เลย ใครจะไปรู้ว่าเธอจะเซ้นซีทีฟมากขนาดนี้กันวะ

ใช้เวลาประมาณห้านาทีเธอถึงจะสงบสติตัวเองได้ ลูกค้าสองคนนั้นก็รีบกลับไปเพราะทนเสียงร้องไห้ของเธอไม่ไหว…แทฮยองนั่งถอนหายใจ ก่อนจะหันไปมองสาวใหญ่ที่นั่งซึมเป็นส้วมอยู่ คราบสีดำของมาสคาร่ายังคงเปรอะเปื้อนอยู่ และเธอก็ไม่ใส่ใจที่จะเช็ดมันออกสักนิด

“ผมขอโทษ คุณเลยเสียลูกค้าเลย” เขาบอก จูนี่ส่ายหน้า

“สามีฉันเป็นคนชอบกินแอปเปิลมาก ถึงขนาดปลูกมันไว้กินเอง” เธอเริ่มพูดครั้งแรกหลังจากผ่านไป 5 นาที

“…….”

“ฉันจำได้แม่นเลยว่าวันนั้นมีพายุเข้า ฟ้าร้องเสียงดังมาก และฉันไม่กล้าที่จะออกจากบ้านด้วยซ้ำ ฉันกับสามีนั่งอยู่ในบ้าน จนเมื่อเราได้ยินเสียงคล้ายกับระเบิดพร้อมกับแสงสีขาวแวบขึ้นในสวนของฉัน….” จูนี่เล่าไปด้วยหัวใจที่เจ็บปวด

“มันคือแสงอะไรเหรอครับ” แทฮยองตัดสินใจถาม

“ฉันกับสามีเราเดินออกไปดู เขาแทบเข่าทรุด ตอนเห็นต้นแอปเปิลถูกสายฟ้าผ่าลงมา ยอดใบไม้สีเขียวสดของมันไหม้หมดและส่งกลิ่นเหม็น มันคงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่สำหรับคนรักต้นไม้ รู้มั้ยว่าทำให้เรารู้สึกยังไง?” เธอหันมาถามแทฮยอง เขาเงียบไปพักนึง ก่อนจะตัดสินใจตอบ

“เจ็บปวดมั้งครับ”

“คนทำสวนตัวจริง สร้างความสุขได้จากการเพาะเมล็ดพันธุ์หนึ่งเมล็ดแล้วเฝ้าดูมันเจริญเติบโตเบ่งบานงอกงาม มากกว่าคนรวยมากกว่าความสุข จากสนามหญ้าแสนสวยของเขา” เธอพูด

แทฮยองคิดตาม ความสุขของคนเรา เกิดจากสิ่งที่เราชอบ ของจูนี่และสามีเกิดจากต้นไม้และดอกไม้ ในช่วงเวลานี้ แทฮยองสงสัยว่าความสุขของเขาเกิดจากอะไร?

“การปลูกต้นไม้ก็คือชีวิตของฉันกับสามี มันคือความสุขที่แท้จริง ที่คุณจะไม่มีวันได้สัมผัส ถ้าไม่ใช้ใจมอง..”

“ผมไม่ค่อยสันทัดเท่าไหร่ คือผมไม่ชอบต้นไม้น่ะ…มันทั้งหยาบและรก ถ้าเลี้ยงไม่ดีมันก็ตาย น่าเศร้า..”

“คนที่น่าเศร้าน่ะ คือคุณเสียมากกว่า” จูนี่บอก แทฮยองชะงักมองเธอ “ที่คุณบอกว่ามันหยาบและรก นั่นเพราะคุณไม่ได้ใช้ใจมองมันต่างหาก หากเราใส่ใจที่จะมองแค่ภายนอก คุณก็จะเห็นแค่ภายนอก แต่ถ้ามองเข้าไปลึกๆ คุณจะเห็นสิ่งที่น่าทึ่งในต้นไม้หรือดอกไม้ มันเหมือนกับเวทมนตร์และสีสันขอ-”

“สีสันของโลกใบนี้ ผมรู้ๆ” แทฮยองพูดแทรกจูนี่ เขาจำมันได้จากข้อความในจดหมายของคนคนนั้นและเขามั่นใจว่าเขาก็จำมาจากจูนี่เหมือนกัน ซึ่งสาวใหญ่มองเขาพร้อมกับส่งยิ้มเบาๆ

“มานี่สิ ฉันจะให้ดูอะไร” เธอบอก ก่อนจะลุกขึ้น แทฮยองลุกขึ้นตามและเดินตามเธอไปหลังบ้าน เมื่อเปิดประตูออกไป มันเป็นสิ่งที่สวยงามที่สุดที่เขาเคยเห็น

สีเขียวสด และหลากสี ราวกับสีของสายรุ้งหลังฝนตก…

“จริงๆ มันไม่เคยสวยแบบนี้หรอกนะ…มันก็เหมือนผ้าใบสีขาวที่รอให้เราแต่งแต้มสีลงไป” จูนี่กล่าวก่อนจะหันมาหาแทฮยอง

“เราจะสร้างสวนได้ยังไง เราจะสร้างสีสันได้ยังไง จะสร้างริ้วรอยและลวดลายได้ยังไง จะให้เมษาถึงตุลาดูน่าสนใจได้ยังไง มานี่สิ” เธอบอกก่อนจะเดินเข้าไปตามทางแทฮยองเดินตาม ที่พื้นมีก้อนหินสีเทาเข้มวางเรียงรายให้เขาได้เดินสะดวก ระหว่างทางมีเสาไม้ที่ถูกไม้เลื้อยพันขึ้นมาจนเต็มเสา ห่างจากศีรษะเขาไปพอสมควร มันถูกดัดให้โค้งเข้าหากันคล้ายหลังคา เป็นซุ้มที่สวยงามเหมือนในเทพนิยาย หากแต่ที่พื้นรอบด้านก็ยังมีดอกไม้ต่างๆ ถูกปลูกเอาไว้ด้วย สลับกันไปไม่มีแพทเทิร์น

“เราจะเริ่มจากถุงมือจิ้งจอกต้นนี้ และอัลเลียม พวกนี้” เธอชี้ไปที่ดอกไม้ ที่มีทรงสามเหลี่ยมแหลมขึ้นตัวก้านมีดอกเล็กๆอีกทีหนึ่ง มีลักษณะคล้ายกับหลอดสั้นที่มีปลายเปิดกว้างสอดนิ้วเข้าไปได้ มันมีหลายสี สลับกับอีกดอกที่มีลักษณะเป็นวงกลมๆ มีสีม่วง เป็นพุ่มสีสันจัดจ้าน

“แล้วตามด้วยดอกรักเร่ สีสันแสบตา หรือว่ากุหลาบยอดฮิตที่จะออกดอกจนกว่าน้ำค้างแข็งมาเกาะ….แล้วก็อีฟนิ่งพริมโรส” เธอชี้ไปที่ดอกไม้ต่างๆ ที่ปลูก มันมีสีสันที่สวยงามจนแทฮยองนึกว่าความฝัน

กลิ่นของหญ้า ผืนดิน และดอกไม้ตีกัน เขาสูดมันเข้าไปทั้งหมดเท่าที่ปอดจะยัดได้

ความสบายอกสบายใจเริ่มชัดขึ้นในความรู้สึก

จูนี่ยังคงชี้ดอกไม้ หรือต้นไม้ที่เธอปลูก เธอดูมีความสุขมากเวลาที่ได้เห็นพวกมัน มันเห็นได้ชัดจากรอยยิ้มของเธอและน้ำเสียงนั้น

“ดูนี่สิ ลิลลี่ออฟวิลเลย์ มันน่ารักจริงๆ” เธอชี้ที่ดอกไม้ดอกเล็ก รูปทรงระฆังจิ๋วดูน่ารัก สีขาวเหมือนสีบริสุทธิ์ “นั่นโหราเดือยไก่ กับดอกพวงแก้ว มีกลิ่นหอมเฉพาะ”

ตลอดเส้นทางช่างสวยงาม จนแทฮยองเดินได้ไม่รู้สึกเบื่อ พันธุ์ไม้ที่ปลูกณ. ที่แห่งนี้ หากจะให้เขานับจริงๆ แทฮยองคิดว่ามันน่าจะมีเกินกว่า 50 ชนิดเลยก็ว่าได้ จนเมื่อพวกเขาเดินมาถึงเรือนกระจกที่แทฮยองเห็นตั้งแต่ยืนอยู่นอกร้าน

ในนั้นมีพืชอวบน้ำวางเรียงราย และดอกโบตั๋นสีแดงมีดอกไฮยาซินส์หรือฟอร์เก็ตมีน๊อต ที่มีสีม่วงสลับกับสีฟ้าดูน่ารัก

“เป็นโลกที่วุ่นวายที่สวยงาม ไม่ใช่วอดวาย…ต้นไม้หรือดอกไม้สร้างความสบายใจให้แก่คนที่เห็น และฉันก็ชอบเวลาที่ได้ความสบายใจบนหน้าของคุณ” เธอเอานิ้วจิ้มปลายจมูกโด่งของแทฮยองเบาๆ แล้วยิ้มกว้าง อีกครั้งที่แทฮยองไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังยิ้ม

“คุณคงอยากมาดูนี่” เธอบอกพร้อมกับเอาตัวพิงขอบประตูเรือนกระจก แทฮยองขมวดคิ้วก่อนจะเดินตามออกไป เขาเห็นมันชัดเจนจากที่ตรงนั้น หัวมุมของสวนที่มีกำแพงโอบล้อม แทฮยองเห็นตอไม้ซึ่งแห้งตายซากอยู่ เขาเดาว่ามันคือต้นแอปเปิล

รู้สึกบีบหัวใจขึ้นมาทันทีที่เห็นมัน เพราะเมื่อเขาเดินทางผ่านเส้นทางสวยงามของบรรดาดอกไม้สายนี้ แล้วมาเห็นความตายที่ยังคงไว้อยู่ ทำให้แทฮยองเริ่มรู้สึกว่าบางทีความสวยงามในสวนแห่งความฝันนี้ อาจจะถูกสร้างมาเพื่อกลบความเจ็บปวดในใจของจูนี่และสามีก็ได้

“มันคือ…”

“ใช่ ต้นแอปเปิลของสามีฉัน…” เธอตอบเขา ท่าทางของเธอดูสงบเสงี่ยมยามเมื่อมองตอไม้ไร้ชีวิตตรงหน้า

“มันเคยสูงใหญ่กว่านี้” เธอพูดต่อ แทฮยองเงียบไม่ได้พูดอะไรออกไป เพราะเขาไม่กล้าแม้แต่จะหายใจด้วยซ้ำ ที่แห่งนี้มีความทรงจำมากมายของคุณจูนี่ และเขาก็ไม่อยากที่จะขัด หากว่าเธอกำลังคิดถึงสามียามเมื่อมองตอไม้นี้ล่ะ?

“มันต้องสวยงามมากแน่ๆ ครับ”

“เคยมีคนบอกฉันว่า เราสามารถสร้างความทรงจำดีๆ เพื่อปิดรอยแผลในใจได้….สวนนี้เลยเกิดขึ้นมา แม้ว่ามันจะสวยงามแค่ไหน แต่ภายในมันซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้อยู่ เป็นความจริงของโลกใบนี้ บางคนใช้รอยยิ้มเพื่อต่อสู้กับทุกอย่าง แต่จริงแล้ว เราแค่ต้องยอมรับมันให้ได้”

“……”

“คนที่ช่วยฉันสร้างสวนนี้เคยบอกเอาไว้ว่า เราทนอยู่กับความเจ็บปวดได้ ฉันว่ามันคือความจริงหนึ่งเดียวของโลกนี้แหละนะ” เธอยักไหล่พูดอย่างชิวๆ แต่นั่นจุดประกายบางอย่างในใจของแทฮยอง และเห็นด้วยกับเธอ

มนุษย์มีรอยยิ้มที่แข็งแกร่ง แต่แท้จริงแล้ว ความเจ็บปวดนี่แหละที่สอนให้มนุษย์ก้าวเดินต่อ

เป็นความจริงจีรังของโลกใบนี้

“คุณคิดอะไรอยู่?” จูนี่ถามเขา แทฮยองหันไปยิ้มบางๆ “แค่รู้สึกขอบคุณใครบางคนน่ะครับ ที่ทำให้ผมได้เห็นความเจ็บปวดที่สวยงามขนาดนี้”

ใช่แล้ว เขาหมายถึงคนเขียนจดหมายนั่นแหละ!

“เขาคงอยากให้คุณเห็นสิ่งที่เขามองเห็นล่ะมั้ง”

“ผมก็คิดว่าอย่างนั้น” จูนี่เหล่มองเขา เมื่อเธอเห็นรอยยิ้มนั้นอีกครั้งบนใบหน้าของอีกฝ่าย จึงก้มลงไปมองบางอย่างที่โคนตอไม้ ก้อนหินทรงกลมสีเข้มถูกเรียงไว้ล้อมรอบต้นไม้ เธอก้มลงไปหยิบมันขึ้นมาก้อนหนึ่ง ก่อนจะนึกถึงใครบางคนในอดีต

“มีเด็กผู้ชายคนหนึ่ง….เขาตัวสูง ผิวขาว แล้วก็ชอบพกสมุดสเกตทุกครั้งที่มาที่นี่” เธอเล่า แทบจำหน้าไม่ได้แล้ว นั่นทำให้แทฮยองตื่นเต้น “แต่เขาไม่เคยมาวาดรูปที่นี่หรอกนะ” เธอย้ำ แทฮยองไหล่ตกไปเล็กน้อย

“เขาเป็นใครเหรอครับ?”

“เป็นคนที่ช่วยฉันสร้างผลงานชิ้นเอกนี้ขึ้นมาไงล่ะ” เธอผายมือทั้งสองข้าง แทฮยองมองไปรอบๆ คิดว่าจูนี่คงหมายถึงสวนสวรรค์ของเธอที่เขาพึ่งเดินผ่านมาและอยู่ท่ามกลางมัน

“ฉันจำได้ว่า เขาชอบมาที่ร้านตอนเย็นและช่วยปลูกต้นไม้ที่สวนนี้ เขาเป็นคนเดียวที่รู้เรื่องต้นแอปเปิลของสามีฉัน และก้อนหินที่คุณเห็นพวกนี้ ก็คือก้อนหินที่เขานำมาวางไว้” เธอชี้ แทฮยองมองตาม “เพื่อไว้อาลัยเหรอครับ” แทฮยองถาม จูนี่หัวเราะเบาๆ ก่อนจะส่ายหน้า

“เพื่อแสดงความเคารพต่างหาก” เธอว่า เขาก้มลงมองก้อนหินพวกนั้นอีกครั้ง แม้เวลาผ่านไปนานแค่ไหน แต่ก้อนหินพวกนี้ก็ยังอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน การจัดวางก้อนหินแทฮยองสัมผัสได้ว่ามันเต็มไปด้วยความใส่ใจ และเคารพ แม้ว่านี่จะเป็นตอไม้ธรรมดาของสามีจูนี่ที่เสียไปนานแล้วก็เถอะ

การกระทำนั้นมันอ่อนน้อมถ่อมตัว จนเขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่า คนที่ทำแบบนั้น ต้องเป็นคนที่มองโลกในแง่ดีแค่ไหนกัน ใส่ใจกับสิ่งรอบตัว จนเขาเผลอนึกสมเพชตัวเองขึ้นมา ที่ไม่เคยเห็นค่าของต้นไม้สักนิด

“เขาเป็นคนที่น่ารักมากเลยนะครับ” แทฮยองพูดเบาๆ

“ใช่ เขาน่ารัก…ฉันมั่นใจว่าถ้าเธอเจอเขา เธอจะชอบเขา”

ตึก ตึก ตึก ตึก

หัวใจของเขาเต้นรัวอีกครั้ง

“ผมเองก็อยากพบเขาเหมือนกัน” เขาพูดเสียงเบาๆ อย่างเศร้าสร้อย เวลา 15 ปีมันอาจจะสายมากไปก็ได้ จูนี่เห็นดังนั้นเธอถอนหายใจเบาๆ แล้วทำหน้านึกคิด

“ฉันว่าฉันจำชื่อเขาได้นะ…”

“ว่าไงนะครับ?” แทฮยองเบิกตากว้าง มองเธออย่างตกใจ จูนี่ทำหน้าคิดหนัก เอานิ้วเคาะปากตัวเองเบาๆ

“เอ ชื่ออะไรนะ มันติดอยู่ที่ริมฝีปากของฉัน” เธอกล่าว แต่แทฮยองลุ้นจนจะฉี่ราดอยู่แล้ว

“ว่ายังไงล่ะครับ เขาชื่ออะไร?” เขาเร่ง

“อืม…จุง เอ๊ย ไม่ใช่สิ จง เอ ชื่อว่าอะไรหว่า”

“นึกให้ออกสิครับ!”

“จงจอน จงกุก หรือจอนกุกนะ หรือ..”

“ว่ายังไงล่ะครับ คุณจูนี่!” แทฮยองเริ่มรู้สึกว่าขาของเขาไม่หยุดอยู่กับที่ มันขยับวิ่งอยู่กับที่และกระโดดด้วยความตื่นเต้น หัวใจของเขาเต้นรัวอย่างกับไปวิ่งแข่งมาราธอนมายังไงยังงั้น เมื่อเหงื่อผุดขึ้นมาอย่างห้ามได้ และมือของเขาเปียกชื้น

ตึก ตึก ตึก ตึก

เอาอีกแล้ว มันเต้นรัวจนเขารู้สึกสูบฉีดไปทั่วร่าง

“โอ๊ะ นึกออกแล้ว”

 

“เด็กคนนั้นชื่อ…จองกุก”

 

 

จองกุก งั้นเหรอ?

แทฮยองนั่งอยู่ริมระเบียง เขามองต้นไลน์ท็อปส์ที่เป็นพืชอวบน้ำสีเขียว ลักษณะอวบโปร่งแสงจนดูเหมือนมันอุ้มน้ำไว้ข้างในซึ่งซื้อมาจากร้านของคุณจูนี่ ข้างๆกันมีเมล็ดทานตะวันยักษ์ที่คุณจูนี่ให้เป็นของขวัญวางด้วยกัน 

ชายหนุ่มเท้าแขนกับโต๊ะเล็กริมระเบียง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาตั้งใจจะปลูกต้นไม้...ไม่รู้ว่าจะรอดไหม แต่ยังไงก็ต้องลองดูก่อนแหละนะ! ชายหนุ่มได้แต่ครุ่นคิดถึงเรื่องวันนี้ เขาจ้องมองต้นไม้นี่มานานหลายนาทีแล้ว ก่อนที่เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์จะดังขึ้น เขาตัดสินใจกดเข้าไปดู 

เป็นทวิตของวันนี้ ที่เขาถ่ายจดหมายลงไป รวมถึงภาพสวนของคุณจูนี่ด้วย แน่นอนว่ารีกันไปเป็นหมื่น

Vante_bear @kimvantae

สีสันของโลกใบนี้ //แนบรูป

มีเมนชั่นมาหาเขามากมาย ทั้งอวยข้อความในจดหมาย ว่าคนเขียนน่ารักมาก บางอันก็เป็นฮาวทูปลูกไลน์ท็อปส์ให้รอด ซึ่งแทฮยองไม่ลืมที่จะแคปไว้อ่าน เขาเลื่อนอ่านเมนชั่นไปเรื่อยๆ จนถึงเมนชั่นหนึ่ง 

khunnysx @nysxkhun

อยากรู้จังว่าใครเป็นคนเขียน วิธีการมองโลก โคตรเท่เลยว่ะ

 

อืม....ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน 

เขาได้แต่คิด แล้วหันไปมองท้องฟ้ายามค่ำคืน คืนนี้มีเมฆค่อนข้างมาก เลยทำให้ไม่เห็นดาวเท่าที่ควร อากาศเย็นทำให้แทฮยองต้องใส่เสื้อหนาวอีกชั้น เขาไม่รู้ว่าทำไม ตัวเองถึงอยากเจอจองกุกมากขนาดนี้ อาจจะเป็นวิธีการมองโลกของเขา ที่เปลี่ยนความคิดหลายอย่างของแทฮยอง 

แค่สามวัน ดูไม่ได้มีความหมายสักเท่าไหร่นัก แต่แทฮยองไม่ชอบให้สมองของเขาคิดอย่างอื่นมากกว่าเรื่องงาน ตอนนี้เขาปฏิเสธไม่ได้ ว่าเขาหยุดจินตนาการถึงชายที่ชื่อจองกุกไม่ได้เลย

เขาตัวสูง ผิวขาว แล้วก็ชอบพกสมุดสเกตทุกครั้งที่มาที่นี่

คำพูดของจูนี่ยังติดอยู่ในหัวของเขา 

อาจจะมองว่าบ้า แต่เขาจินตนาการถึงรูปลักษณะของคนที่เปลี่ยนความคิดเขาเรื่องต้นไม้ไป ถ้าได้เจอกันก็คงจะดี แทฮยองอยากรู้ว่า อีกฝ่ายชอบต้นไม้อะไรและคิดยังไงกับรสชาติของพายสับปะรดของคุณจูนี่ เขาอยากนั่งฟังคนคนนี้พูดออกมาจากปาก มากกว่าการอ่านผ่านจดหมายเสียอีก

คิดได้แบบนั้นก็ยิ่งอยากเจอเข้าไปใหญ่

แทฮยองครุ่นคิดอยู่นานก่อนจะตัดสินใจ ทวิตบางอย่างลงไป 

Vante_bear @kimvantae

มันแปลกที่ผมเอาแต่คิดเรื่องนี้ตั้งแต่กลับถึงโรงแรม แต่ผมก็อยากจะมีสักครั้งจริงๆ ที่ได้ฟังเรื่องราวจดหมายนี้จากปากของเขาเอง...จองกุก คุณเป็นใครกันนะ?

เขาพิมพ์ลงไปแบบนั้น ด้วยหวังว่าการทำแบบนี้จะช่วยให้ทุกคนตามตัวจองกุกเจอเร็วขึ้น แทฮยองถอนหายใจและเก็บโทรศัพท์ เขาหันมาสนใจต้นไม้ต่อ 

รู้ตัวเองดีว่ากำลังถูกจองกุก เพาะพันธุ์เมล็ดบางอย่างลงไปในหัวใจของเขา

 

 

พระเอกยังไม่ออก ค่าตัวแพงเหรอ?

@_amagadon

 

 

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย

 

sds

ถุงมือจิ้งจอก หรือ ดิจิทาลลิส (อังกฤษ : Digitalis, Foxglove) เป็นสกุลของไม้ 20 ชนิดของสมุนไพรที่เป็นพืชสองปี (Perennial plant) ที่เรียกเป็นภาษาพื้นบ้านว่า “foxgloves” หรือ “ถุงมือจิ้งจอก” ขนาดของดอกพอดีกับการที่เอาปลายนิ้วสอดเข้าไปได้พอดี ดอกออกบนกิ่งเรียวยาวชลูดขึ้นไปจากกอที่ติดดิน ตัวดอกมีลักษณะเป็นหลอดสั้น ๆ สีก็มีต่าง ๆ ที่รวมทั้งม่วง ชมพู ขาวและเหลือง ชนิดที่พบบ่อยเรียกว่า Digitalis purpurea

ความสูงของก้านประมาณระหว่าง 0.5 ถึง 2.5 เมตร ต้นถุงมือจิ้งจอก เป็นต้นไม้ที่ในความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ของยุโรปยุคกลางเชื่อว่า เป็นส่วนผสมที่ผสมกับสารเคมีอย่างอื่น เช่น ฝิ่น ทำให้ผู้ที่ทากลายร่างเป็นสัตว์ป่าที่ดุร้ายหรือมนุษย์หมาป่า

เครดิต : วิกิพีเดีย

 

 

sds

ดอกอัลเลี่ยมเป็นไม้มีหัวสกุลใกล้เคียงกับ กระเทียม หัวหอม มีทั้งสายพันธุ์เตี้ยและสูง พืชวงศ์นี้มีอยู่ 57 สกุล และมีจำนวนมากถึง 500 ชนิด ใบและลำต้นมีกลิ่นคล้ายหอม จะไม่ส่งกลิ่นจนกว่าใบหรือลำต้นจะฉีกขาด ควรปลูกในดินร่วนปนทรายหรือกรวดระบายน้ำได้ดี อัลเลี่ยมไม่ชอบแช่อยู่ในที่อับชื้น ให้ปลูกลึกลงไปในดินสำหรับพันธุ์เล็กควรอยู่ที่ 2 - 3 นิ้ว ส่วนพันธุ์ใหญ่ควรอยู่ที่ 5 - 6 นิ้ว

อัลเลี่ยมสามารถปลูกลงดินโดยตรงได้ ควรปลูกหลังฤดูมรสุมผ่านไปแล้ว นิยมตัดดอกรวมทั้งก้านที่ยาวเพื่อใช้จัดแจกันประดับห้องโถงตามโรงแรมใหญ่ๆ ถิ่นกำเนิดอยู่ที่อัฟกานิสถาน ปากีสถาน ตุรกี

เครดิต : https://www.facebook.com/193939970814239/posts/394734410734793/

sds

รักเร่ เป็นพันธุ์ไม้ดอกในสกุล Dahlia ที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศเม็กซิโก, ทวีปอเมริกากลาง และประเทศโคลอมเบีย ดอกมีรูปทรงและสีสันสวยงามสะดุดตา ก้านดอกแข็งแรง นิยมปลูกเป็นไม้ตัดดอก เช่นเดียวกับกุหลาบ แต่ในประเทศไทยไม่นิยมปลูก เนื่องมาจากมีชื่อที่ไม่เป็นมงคล เป็นดอกไม้ประจำชาติประเทศเม็กซิโก

เครดิต : วิกิพีเดีย

sds

พริมโรส เป็นพืชในเขตหนาว มีถิ่นกำเนิดในลาตินอเมริกา และยุโรป ลำต้นสูง ดอกสีเหลือง กลีบบาง มีลักษณะแผ่กว้าง ภายในฝักของดอกพริมโรส มีเมล็ดสีน้ำตาล และมีน้ำมันชนิดหนึ่งที่เรียกว่า น้ำมันอีฟนิ่ง พริมโรส ออยล์ (Evening Primrose Oil) ซึ่งมีสารประกอบสำคัญคือ กรดไขมันไม่อิ่มตัว (Essential Fatty Acid) ที่ร่างกายไม่สามารถสร้างได้เอง ชนิดโอเมก้า 6 ได้แก่ กรดไลโนเลอิค (Linoleic) และกรดแกมมาไลโนเลนิก (Gamma Linolenic) ซึ่งทำหน้าที่เป็นองค์ประกอบหลักของเยื่อหุ้มเซลล์ มัคุณสมบัติป้องกันการสูญเสียน้ำของเซลล์ผิวหนัง ทำให้ผิวชุ่มชื้น และยังช่วยแก้ปัญหาโรคผิวหหนังได้หลายชนิดอีกด้วย

เครดิต : http://www.premiumseedshop.com

sds

โหราเดือยไก่ ชื่อวิทยาศาสตร์ Aconitum carmichaelii Debeaux จัดอยู่ในวงศ์พวงแก้วกุดั่น (RANUNCULACEAE เป็นพรรณไม้ล้มลุก มีอายุหลายปี ลำต้นมีความสูงประมาณ 60-120 เซนติเมตร มีลักษณะต้นตั้งหรือเอียงเล็กน้อย ลำต้นและกิ่งก้านกลม เปลือกต้นเรียบเป็นมัน มีขนเล็กน้อยบริเวณยอดต้น มีหัวอยู่ใต้ดิน ออกเป็นคู่มีรูปร่างคล้ายรูปไข่กลับหรือเป็นรูปกระสวย เปลือกเป็นสีน้ำตาลดำ หัวใต้ดินมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1-5 เซนติเมตร และยาวประมาณ 3-6 เซนติเมตร มีรากแก้วเกาะติดอยู่

เครดิต : Medthai.com

 

sds

วงศ์พวงแก้วกุดั่น (ชื่อวิทยาศาสตร์: Ranunculaceae) เป็นวงศ์ของพืชมีดอกที่มีสมาชิกราว 1,700 สปีชีส์ ชื่อของวงศ์นี้มาจากภาษาละติน rānunculus หมายความว่า "กบน้อย" พวงแก้วกุดั่น เป็นไม้เถาขนาดเล็ก ใบเดี่ยว ปลายใบแหลม โคนเว้ารูปหัวใจ ขอบใบเรียบ กลีบเลี้ยงติดที่โคนก้านดอกมี 4 กลีบ เมื่อบานจะม้วนออกด้านนอก สีม่วงคล้ำ ไม่มีกลีบดอก

มีเกสรตัวผู้จำนวนมากสีขาวกระจุกอยู่กลางดอก เรียงเป็น 2 วง วงนอกมีก้านยาว วงในมีก้านสั้น ส่งกลิ่นหอมตลอดวัน เพราะเป็นไม้เถาเลื้อย เวลาออกดอกออกเต็มต้นดูเป็นพวง ๆ

เครดิต : //www.pantown.com/board.php?

 

sds

Lily of the Valley. ดอกลิลลี่ ออฟ เดอะ วัลเลย์ นั้น ถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของความสุขที่หวนคืนมา เพราะ ด้วยดอกกระจิดลิดสีขาวสะอ้านตา รูปทรงเหมือนระฆังเล็กๆ เรียงบนกิ่งก้านบอบบาง มีกลิ่นหอมหวนหวานสนิท หรือให้ความหมายลึกซึ้งกินใจว่า ความอ่อนหวานของคุณช่วยเติมชีวิตฉันให้สมบูรณ์

เครดิต : วิกิพีเดีย

 

sds

แพนซี่เป็นไม้ดอกโบราณของอังกฤษ เป็นดอกไม้ที่มีสีสันสวยงาม เริ่มปลูกกันมาตั้งแต่ยุค 1830s ลักษณะเด่นของดอกไม้ชนิดนี้คือ เป็นดอกไม้ที่มี "หน้า" ว่ากันว่า รูปดอกหรือ "หน้า" ของดอกแพนซี่ พิศดูดีๆ ละม้ายกับใบหน้าคนกำลังใช้ความคิดอยู่ ชื่อของดอกแพนซี่ มีที่มาจากคำในภาษาฝรั่งเศสว่า pensée แปลว่า การคิดคำนึง หรือ ความคิด

เครดิต : https://www.facebook.com/motherthings/posts/242000749344607/

 

sds

ดอก Forget Me Not ถือกำเนิดขึ้นในประเทศแคนาดา โดยเป็นดอกไม้เมืองหนาว มักปลูกบนที่สูงอุณหภูมิต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส จะทำให้ออกดอกสวยงาม ลักษณะทั่วไปมีลำต้นที่แข็ง มีลำต้นสูงแข็ง มีความสูงประมาณ 0.5-1 เมตร กิ่งก้านจะแตกแขนงอยู่รอบลำต้น ส่วนใบมีลักษณะเรียวเล็ก ปลายใบโค้งมน พร้อมกับมีขนอ่อนปกคลุมอยู่ด้วยทั้งสองด้าน เวลาออกดอก จะออกเป็นช่อ ช่อหนึ่งยาวประมาณ 20-30 เซนติเมตร เป็นดอกไม้สีฟ้ากลีบ 5 แฉก สีสันสวยงาม

ดอกไม้ชนิดนี้มีความหมายถึงรักแท้ ความทรงจำแห่งความรัก และเป็นสัญลักษณ์ของความรักที่ซื่อสัตย์ โดยที่ เกาะนิวฟันด์แลนด์ ประเทศแคนาดา ผู้คนจะใช้ดอกไม้นี้เพื่อรำลึกถึงทหารที่สละชีพในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ในวันที่ 1 กรกฎาคม ของทุกปี ซึ่งในปัจจุบันคนส่วนมากมักซื้อ และมอบให้เป็นของขวัญเพื่อเป็นสัญญาณบอกผู้รับว่า "อย่าลืมฉันนะ" ตามชื่อของดอกไม้ อีกทั้งยังนิยมนำมาตกแต่งบนการ์ดที่ขายในวันวาเลนไทน์เพื่อสื่อถึงความหมายสุดโรแมนติกอีกด้วย

เครดิต : https://hilight.kapook.com/view/99928

 

sds

ไฮยาซินธ์ เป็นไม้หัว ที่มีถิ่นกำเนิด มาจากประเทศแถบอาหรับ ชอบอากาศเย็น ออกดอกเป็นช่อมีกลิ่นหอม สามารถปลูกได้ในน้ำหรือในดิน มีสีให้เลือกตั้งแต่สีขาวไปจนถึงสีม่วงเข้ม ช่อดอกสูง 25 ถึง 30 เซนติเมตร

ต้นกำเนิดของดอกไฮยาซินธ์จากเทพนิยายกรีก เป็นเรื่องเกี่ยวกับเด็กหนุ่มหน้าตาดี ชื่อ Hyakinthos วันหนึ่งเทพอพอลโลได้ท้าแข่ง ขว้างจักร กับ Hyakinthos แต่เมื่อเทพอพอลโล ขว้างจักรออกไป เด็กหนุ่ม Hyakinthos พยายามวิ่งไปรับจักรของอพอลโลเพื่อแสดงความสามารถ แต่ปรากฎว่าถูกจักรของอพอลโลพุ่งเข้าใส่อย่างรุนแรงจนตาย

เมื่อ Hyakinthos ตายลง เทพอพอลโลจึงสร้างดอกไม้พันธุ์ใหม่ขึ้นมาเพื่อเป็นการระลึกถึง Hyakinthos จึงเป็นการกำเนิดของดอกไฮยาซินธ์ ที่นิยมกันต่อๆ มานั่นเอง 

เครดิต : https://www.wanthai.com/howto/howto-hyacinth

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

70 ความคิดเห็น

  1. #37 Ver_a (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2563 / 20:03
    ชอบที่คุณไรท์ใส่เครดิตด้วยเป็นอะไรที่ดูเล็กน้อยแต่ก็สำคัญมากก
    #37
    0
  2. #13 Fd2Kp (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2563 / 15:14

    พล็อตน่ารักมากเลยอุแงง
    #13
    0
  3. #11 00:00 PM (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2563 / 15:28
    แอแง หาจองกุกให้เจอนะยัยเเท
    #11
    0