ใครฆ่าองค์ชายใหญ่ Yaoi,BL (สำนักพิมพ์ Lavender) : END

ตอนที่ 41 : ตอนพิเศษปีหม่ : วันเวลาแห่งความสุข (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,463
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 647 ครั้ง
    5 ม.ค. 64

ตอนพิเศษ...ปีใหม่

วันเวลาแห่งความสุข

.

.

 

หิมะสีขาวโปรยปรายลงมาจากผืนฟ้าอย่างแช่มช้า สัญลักษณ์แห่งเหมันต์ฤดูก่อให้เกิดความหนาวเหน็บทว่าบางครั้งก็ไม่ได้หนาวเสมอไป...

ยามนี้บรรยากาศทั่วแคว้นต้าเซี่ยต่างเฉลิมฉลองกันอย่างครื้นเครง วันส่งท้ายปีและต้อนรับปีใหม่เช่นนี้แต่ละคน แต่ละบ้านต่างก็เตรียมการกันอย่างเต็มที่ ฮ่องเต้ได้ประกาศให้งดเว้นราชการเป็นเวลาห้าวัน นอกจากนี้ยังทรงพระราชทานของขวัญปีใหม่ให้เหล่าชาวประชา อีกทั้งยังงดเว้นภาษีอีกปี จนประชาชนชาวต้าเซี่ยเริ่มสงสัยแล้วว่าพวกเขายังเสียภาษีอยู่อีกหรือไม่

เมื่อประเทศเจริญก้าวหน้าภาษีของประชาชนจะเกิดประโยชน์สูงสุดและบางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องเก็บกับประชาชน

ต้าเซี่ยจึงนับเป็นแว่นแคว้นที่ประชาชนทั่วทั้งแคว้นฉลองปีใหม่กันด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ หน้าตาชื่นบานและมีแต่ความรื่นเริง

หิมะสีขาวยังคงโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย มิได้ตกหนักทว่าแช่มช้าอ้อยอิ่ง บางเบาให้เกิดความรู้สึกอ่อนโยนและนุ่มนวล ความหนาวเย็นที่ไม่ได้หนาวเกินไปแต่ชวนให้ซุกอยู่กับอกอุ่นกว้างๆ เพื่อซึมซับไออุ่นของกันและกัน เย่ซืออวิ๋นที่กลิ้งไปมากับอกของสามีช้อนตาแป๋วขึ้นมองอีกฝ่าย “ถิงอวี่...”

“หิวแล้วหรือ?” ลู่ถิงอวี่ลูบผมของภรรยาคนงามในอ้อมแขน เอ่ยถามเมื่อเห็นอีกฝ่ายเอ่ยเสียงนุ่มราวลูกแมวอ้อนขอของกินจากข้าวของ

“เปล่า...แต่พวกเรานอนเล่นกันมานานแล้วนะ มิใช่วันนี้พวกเราจะต้องไปตำหนักจิ้งหยางกันหรอกหรือ” พวกเขาไปฉลองกันที่ตำหนักจิ้งหยางทุกปี ดูดาวกันบนหลังคาตำหนักจิ้งหยาง เฝ้ารอดวงตะวันของปีใหม่ฉายแสงไปทั่วขอบฟ้า อวยพรให้เป็นปีที่ดียิ่งๆ ขึ้นไป

แม้บัดนี้แต่ละคนจะเติบใหญ่ ทำตามหน้าที่และความรับผิดชอบของตน มีครอบครัวมีคนเคียงข้าง...แต่ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด ทุกครั้งในวันนี้แต่ละปี...พวกเขาจะกลับมารวมตัวกันพร้อมหน้าพร้อมตาเสมอ

 

ไม่มีกฎเกณฑ์ใดมาบังคับ ทว่าทุกคนต่างยินดี

พบเจอกัน กินหม้อไฟด้วยกัน ดูดาวด้วยกัน อธิษฐานข้ามปีไปพร้อมกัน...

 

“วังหลวงมิได้ห่างไกล ทุกอย่างก็เตรียมไว้พร้อมหมดแล้ว ไปเมื่อไหร่ก็ได้...เจ้ามาให้ข้านอนกอดต่อสักหน่อยดีกว่า” ลู่ถิงอวี่กอดเย่ซืออวิ๋นไปด้วย เกลี่ยเส้นผมนุ่มๆ ไปด้วย สองสามีภรรยาตระกองกอดกันภายใต้ผ้าห่มผืนหนาอุ่นๆ

 

ความหนาวเย็นของหิมะด้านนอกไม่สามารถมากล้ำกลายพวกเขาได้เลย...

 

“เจ้านี่นะ จะหาเรื่องกลั่นแกล้งน้องฉิงก็บอกมาเถิด” เย่ซืออวิ๋นหัวเราะ งับคางได้รูปของสามีเบาๆ คล้ายหยอกเย้า พอเห็นมือใหญ่ที่กำลังไล้ไปตามกระดูกสันหลังผ่านอาภรณ์ของเขาชะงัก ดวงตาดอกท้อคู่นั้นวาววับไปด้วยปรารถนาที่อีกฝ่ายพยายามกดไว้ เย่ซืออวิ๋นหัวเราะเย้า ยักคิ้วจึกๆ

ผ่านมาหลายปีแล้วเขาไม่ได้ไร้เดียงสาปล่อยให้สามีรังแกอยู่คนเดียวแล้ว อย่างไรเสียก็มีอายุมาตั้งสองชาติไหนเลยจะปล่อยให้ถูกเย้าอยู่ฝ่ายเดียวได้ตลอดกันเล่า ท่านพ่อลู่จิงก็บอกว่าบุรุษพวกนี้น่ะปล่อยให้เอาแต่ใจแล้วจะนิสัยเสีย ต้องกำราบบ้างไม่เช่นนั้นเขานี่แหละที่จะลำบาก

“อวิ๋น...เจ้าไม่อยากไปตำหนักจิ้งหยางแล้วหรือ?” ลู่ถิงอวี่กระซิบเสียงพร่าข้างหู สอดมือไปใต้ร่มผ้าเกลี่ยผิวขาวเนียนนุ่มที่เมื่อคืนอิงแอบแนบชิดกันเป็นหนึ่งเดียว ลำคอขาวผ่องนั้นยังทิ้งรอยแดงจางๆ และรอยฟันคมๆ เอาไว้ 

“ข้ายังอยากไปอยู่นะสามี” เย่ซืออวิ๋นหยุดมือข้างนั้นไว้ ก่อนจะป่ายปีนขึ้นไปบนร่างของลู่ถิงอวี่ ทำราวอีกฝ่ายเป็นเบาะอุ่นๆ องค์ชายใหญ่ที่บัดนี้เป็นชินอ๋องผู้ได้รับการชื่นชมและนับถือชื่นชมจากปวงประชาวางมือลงบนอกของสามี นั่งทับอยู่บนตัวอีกฝ่าย เส้นผมสีดำยาวสยายที่ไม่มัดรวบนั้นแผ่กระจายเต็มอก...

 

งดงามราวภาพวาด...

แม้จะผ่านไปหลายปีแล้วอีกฝ่ายก็ยังคงกล่าวได้ว่า...เป็นคนงามล่มแคว้น

ภรรยาตัวน้อยของเขา...

 

“เจ้าจะใจร้ายรังแกข้าบนเตียงไม่ให้ไปไหนเลยหรืออย่างไรกัน ไม่เอาน่า...เจ้าสัญญาว่าจะไม่ดื้อกับข้านี่นา จริงไหม?” รอยยิ้มงดงามแย้มให้ รอยยิ้มและดวงตาที่ลู่ถิงอวี่ไม่เคยขัดลง เขาได้แต่ถอนหายใจอย่างยอมแพ้ ปล่อยให้ลูกแมวตัวน้อยที่บัดนี้เติบโตเป็นนางพญาแมวแล้วนั้นระรานตามใจ

 

เอาเถิด...กลับมาค่อยรังแกภรรยาคนงามให้สมกับที่ยั่วกัน!

ไหนๆ ก็ไม่ต้องประชุมเช้าอยู่แล้ว ใช้เวลาเหล่านั้นคลายหนาวกับคนงามบนเตียงย่อมเป็นเรื่องสมควรที่สุด! 

 

“เอาล่ะ ข้าเชื่อฟังเจ้าอวิ๋น” ลู่ถิงอวี่เอ่ย เย่ซืออวิ๋นที่เห็นสามีเชื่อฟังก็จัดการฟุบลงกับร่างอีกฝ่าย ออดอ้อนออเซาะอย่างน่ารักน่าเอ็นดู 

“สามีคนดี”

“แต่ถ้าเจ้ายังคงชมข้าอยู่และยั่วข้าอยู่เช่นนี้อีก...ข้าจะไม่เป็นเด็กดีและจะเป็นสามีที่รังแกภรรยาคนงามอยู่บนเตียงข้ามปี ไม่สิ...ข้ามปีแล้วข้าก็จะรังแกเจ้าไปสามวันสามคืนเลย”

“อาถิง!” เย่ซืออวิ๋นกัดคออีกฝ่าย ถลึงตาใส่อีกฝ่าย พวงแก้มขาวร้อนวาบ “ข้ามิได้ยั่วเจ้าเลยแม้แต่น้อยนะ”

 

เหตุใดถิงอวี่ต้องปรักปรำกันด้วย เขาไม่เคยยั่วเลยจริงๆ!

 

“ข้าแค่อ้อนเจ้าเอง”

ลู่ถิงอวี่ถอนหายใจยิ้มๆ อยากจะบอกภรรยาตัวน้อยว่าบางครั้งคำว่า ‘อ้อน’ กับ ‘ยั่ว’ นั้นไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอก ยิ่งเป็นอวิ๋นด้วยแล้ว...ก็ยิ่งไปทางคำว่ายั่วมากกว่าอ้อน

 

ยิ่งโตลูกแมวของเขายิ่งร้ายกาจไปตามกาลเวลา

รับมือยากขึ้นทุกวัน...ไม่สิแต่ไหนแต่ไรมาเขาก็สู้อวิ๋นไม่ได้อยู่แล้ว

 

“อ้อนก็อ้อน” ลู่ถิงอวี่กอดร่างนุ่มๆ ไว้แน่น เก็บดอกเบี้ยเอาไว้จัดการทีเดียว “ตกลงเจ้าหิวหรือยัง จะได้บอกให้คนเตรียมของว่างไว้ให้เจ้า”

“ยังไม่หิว พวกเราเพิ่งกินกันไปสองเค่อก่อนเองนะถิงอวี่” เย่ซืออวิ๋นลูบมือของลู่ถิงอวี่ เห็นกำไลหยกอุ่นอรุณที่ข้อมือนั้นเขาก็ยิ้มจาง

 

ถิงอวี่สวมมันติดกายเสมอ ไม่เคยถอดออกดูแลมันอย่างดี...ผ่านไปหลายสิบปีก็ยังเปล่งประกายแวววาวงดงาม

 

“เจ้าคงมิใช่ยังคงคิดเหมือนน้องสามกับน้องสี่ที่ว่าข้าเป็นตัวตะกละน้อยหรอกนะ”

“อวิ๋นของข้ามิได้ตะกละ เจ้าแค่ลองชิมว่าอันใดอร่อยมิอร่อย จะได้เอามาแบ่งข้า เย่เซียวกับเย่หานใส่ร้ายเจ้า พวกเขานิสัยไม่ดีเลย ไว้คราวนี้ที่เจอกันข้าจะช่วยตีเขาให้เอง” ลู่ถิงอวี่สามารถใช้วาจาทำให้ตนเองได้ประโยชน์สูงสุดและรังแกผู้อื่นได้ไปในคราเดียว

เย่ซืออวิ๋นหัวเราะ “จริงด้วย เจ้าว่าเด็กๆ จะกลับมาทันปีใหม่กันหรือไม่? คราวนี้พวกเขาไปเที่ยวที่ใดกันนะ จดหมายฉบับล่าสุดเหมือนจะอยู่ที่แคว้นเว่ยนี่นา”

“เว่ยฉือแทบอยากจะจับพวกเขาออกไปทิ้งนอกแคว้น ปีนี้คงต้องกลับมา ถ้าพวกเขาไม่กลับมาพวกข้าก็มีวิธี...อาจกลับมาไม่ทันงานปีใหม่แต่ต้องทันเทศกาลหยวนเซียว”

“ข้าเป็นห่วงว่าพวกเขาจะไปซุกซนจนทำให้ตนเองต้องบาดเจ็บ” แม้เจ้าพวกนั้นจะเป็นเด็กๆ ที่เก่งกาจเกินไป มีศาสตราล้ำค่าติดตัวกันทั้งนั้น 

“อวิ๋น เจ้าต้องห่วงมิให้เจ้าพวกเด็กซนนั่นไปรังแกใครเอามากกว่า” ลู่ถิงอวี่ส่ายหน้าขำๆ ไม่เป็นห่วงเจ้าพวกตัวแสบที่ว่านั่นเลย แม้ในหมู่เด็กๆ จะมีสตรีอยู่ด้วยก็เถอะ แต่ถ้าใครเผลอเห็นว่านางเป็นสตรีอ่อนแอ...ก็ทำใจไว้แล้วกัน

“พวกเจ้าสอนพวกเขามากับมือยังจะพูดเช่นนี้อีก”

ลู่ถิงอวี่หัวเราะ ไม่พูดต่อเพราะขืนพูดไปก็จะกลายเป็นการว่าตัวเอง แต่ละคนล้วนถอดแบบพวกเขามาทั้งสิ้น...โดยเฉพาะเรื่องความร้ายกาจ

“แล้วเสด็จพ่อกับท่านพ่อเล่า ถิงอวี่ว่าทั้งสองคนจะกลับมาฉลองปีใหม่กับพวกเราหรือไม่?”

“เรื่องนี้...” ลู่ถิงอวี่ครุ่นคิดอยู่เล็กน้อยแต่มิได้ตอบออกไปทันที เหมือนว่าอาจารย์และบิดาของเขาจะไปที่ห่างไกล ไม่สิ...อดีตฝ่าบาทเย่เทียนหลงคงเป็นฝ่ายจงใจลากท่านพ่อไปมากกว่า ครั้งล่าสุดที่ส่งจดหมายมาคล้ายจะบอกว่า...ไม่กลับมาและไม่อยากให้พวกเขากลายเป็นก้างขวาง

 

แต่ก็ยังส่งของขวัญชิ้นใหญ่มาให้พวกเขาทุกคนด้วย

“เจ้าก็ส่งจดหมายไปให้ทั้งคู่บอกว่าคิดถึงอยากเจอ ประเดี๋ยวทั้งสองคงกลับมาทันเทศกาลหยวนเซียวเองแหละ”

 

ให้อวิ๋นอ้อนบิดาหลงลูกทั้งสองล้วนใจอ่อนอยู่แล้ว

 

“อืม...เสด็จแม่ทั้งสองก็คิดถึงทั้งคู่ ถ้าทั้งสองคนยังไม่กลับมาเดี๋ยวพระนางทั้งสองจะได้ออกนอกวังไปลากทั้งคู่กลับมาน่ะสิ แล้วน้องฉิงก็จะลำบาก”

 

ความจริงแล้วให้นางลำบากเสียบ้าง...ชอบเอาของอร่อยมาหลอกล่อภรรยาของเขาเสมอ

เย่เฟิงก็ตามใจและสนับสนุนภรรยาเสียจนน่าหมั่นไส้!

 

“อย่ารังแกน้องฉิงนะอาถิง” เห็นสายตาของภรรยาแล้วลู่ถิงอวี่ก็พยักหน้าว่าง่ายเชื่อฟัง จะกี่ปีๆ ผันผ่านเขาก็ยังเป็นสามีทีดีของอวิ๋น ว่าง่ายเชื่อฟังยิ่งนัก

“ได้สิคนดี” ลู่ถิงอวี่กอดร่างเย่ซืออวิ๋นแน่นขึ้น พลางคิดว่า...เขาไม่ทำแต่วางแผนให้เย่เฟิงจัดการภรรยาตนเองได้

“ดีมาก พวกเราเข้าวังหลวงกันดีกว่า เร็วเข้า...ไปอาบน้ำแต่งตัว เจ้าเพิ่งตัดอาภรณ์ตัวใหม่ให้ข้าด้วยใช่หรือไม่?”

“ใช่แล้ว ผ้าไหมปักษาเงิน เป็นลายเมฆมงคลบุขนแกะด้านในด้วย และแน่นอนว่ามันเป็นชุดที่ข้าให้คนปักเป็นคู่”

 

แต่ไหนแต่ไรมาเจ้าก็มักทำอาภรณ์ทุกอย่างของข้าเป็นคู่กันแล้วนี่นา

 

เย่ซืออวิ๋นบ่นในใจอย่างไม่เห็นเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเสื้อผ้าทุกอย่างของพวกเขาสองคนล้วนเป็นของคู่กัน...ใครๆ ก็รู้ ใครๆ ก็เห็น

“อาบน้ำในสระดีหรือไม่?” ดวงตาดอกท้อวาววับเต็มไปด้วยเสน่ห์น่ามอง ราวยั่วเย้าให้คนต้องมนต์สะกด...ไหนจะรอยยิ้มหวานปานน้ำผึ้งนั่นอีกเล่า

เย่ซืออวิ๋นหน้าแดงวาบ สามีของเขามีเสน่ห์ร้ายกาจจริงๆ ชอบใช้กลยุทธ์ชายงามมาหลอกล่อเขาเสมอ...และเย่ซืออวิ๋นก็ไม่เคยต้านทานได้สักที

“ก็ได้...”

“เหมันต์ฤดูเช่นนี้ อาบอย่างเดียวคงไม่อาจช่วยคลายหนาวได้...” ลู่ถิงอวี่ยิ้มยั่วเย้า “พวกเราคงต้องกิจกรรมฉันท์สามีภรรยา ข้าจะปรนนิบัติเจ้าอย่างดีเลย...” เขาลุกขึ้นก่อนจากนั้นก็อุ้มเย่ซืออวิ๋นขึ้นในอ้อมแขน ก้าวตรงไปยังส่วนของห้องอาบน้ำ

เย่ซืออวิ๋นช่วยปลดเปลื้องอาภรณ์ให้สามีอย่างคล่องแคล่ว เช่นเดียวกับอีกฝ่ายที่ช่วยเขาเช่นกัน ก่อนทั้งคู่จะจับมือกันลงในสระน้ำอุ่น ลู่ถิงอวี่รีบโอบร่างภรรยาคนงามเข้ามากอดไว้บนตัก มือวักน้ำอุ่นมาไล้ไปตามผิวกายขาวผ่อง ที่ยามนี้ดูจะเปล่งประกายงดงามยิ่งกว่าไข่มุก

 

ภรรยาของเขางดงามจริงๆ

งามล้ำขึ้นทุกๆ ปี...

 

“อวิ๋น...” เสียงพร่ากระซิบข้างหู ขบกัดใบหูนุ่มเบาๆ ได้ยินเสียงครางพร่าเขาก็ยิ่งควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ มือที่ไล้ไปตามกระดูกสันหลังเปลี่ยนมาเคล้นคลึงสะโพกนุ่มๆ ของเย่ซืออวิ๋น ขณะที่ริมฝีปากก็บดคลึงริมฝีปากแดงเมื่ออีกฝ่ายเผยอริมฝีปากออกก็สอดแทรกปลายลิ้นเข้าไป ยามมือเรียวตวัดโอบรอบลำคอไว้สัมผัสของพวกเขาก็ทวีความเร่าร้อนขึ้นมากกว่าเดิม...

 

ความอบอุ่นของผิวกายที่แนบสัมผัส ลมหายใจอุ่นๆ ที่สอดผสานระหว่างกัน...ทำให้เหมันต์ฤดูไม่เคยเหน็บหนาวเลยแม้แต่น้อย...

 

..........

 

เหล่าอาณาประชาราษฎร์ต่างเตรียมงานฉลองวันส่งท้ายปีกันอย่างรื่นเริง ภายในวังหลวงของต้าเซี่ยเองก็เช่นกัน แม้ยาวนี้จะเงียบเหงากว่าทุกวัน เพราะไม่ได้มีการจัดเลี้ยงใหญ่เหมือนทุกปี...ฮ่องเต้ก็อยากฉลองปีใหม่กับครอบครัวไม่อยากเจอหน้าเหม็นๆ ของบรรดาขุนนางเหมือนกัน

ร่างสูงใหญ่ของฮ่องเต้เดินเข้าไปยังตำหนักคุนหนิงของฮองเฮา เขาโบกมือห้ามมิให้ขันทีข้างนอกแจ้งรายละเอียดกับคนข้างใน ก้าวไปข้างในด้วยตนเอง เห็นฮองเฮาของตนเองกำลังวุ่นวายกับข้าวของมากมายไหนจะออกคำสั่งกับบรรดานางกำนัลยาวเหยียดจนพวกนางได้แต่กะพริบตาเพราะฟังไม่ทัน

“กล่องนี้ส่งไปที่ตำหนักเหมย อันนี้ไปตำหนักลั่วสุ่ยนอกวัง อันนี้ไปตำหนักเจี้ยนคังนอกวัง ส่วนอันนี้ส่งไปตำหนักหย่งอวี้นอกวัง สองกล่องนี้ไปยังจวนอัครเสนาบดี กองนี้ไปจวนสกุลหยาง กองนี้ไปจวนสกุลฉิน ส่งกล่องนี้ไปจวนสกุลเจิ้ง ฟังไม่ทันหรือ...เช่นนั้นข้าจะบอกใหม่อีกครั้ง”

เสียงหัวเราะเบาๆ ที่ทำให้ฮองเฮาซึ่งกำลังยุ่งอยู่หันไปมอง เห็นวรกายสูงใหญ่ที่ยืนพิงเสาต้นใหญ่และกำลังกลั้นยิ้มมองนางขำๆ เหล่าข้ารับใช้ทั้งหลายรีบก้มหน้าทำถวายบังคมกันทันที พระหัตถ์ใหญ่โบกหนึ่งครั้งพวกนางก็พากันออกไปด้านนอก นางกำนัลใหญ่ประจำตำหนักคุนหนิงรีบไปเตรียมน้ำชาและของว่างมาให้นายเหนือหัวทันที

“กำลังยุ่งอยู่หรือ?”

ฮองเฮาคนงามย่นจมูก นางเชิดหน้าขึ้นก่อนจะพยักหน้าหงึก “ยุ่งมากเลยเพคะ ปีใหม่เช่นนี้ต้องส่งของขวัญไปยังจวนต่างๆ ยังต้องเตรียมงานเลี้ยงที่ตำหนักจิ้งหยางด้วย”

“งานเลี้ยงครอบครัวมิต้องวุ่นวายถึงเพียงนั้นหรอก” ร่างสูงเดินไปนั่งใกล้นาง เอ่ยปลอบอย่างอ่อนใจ “เจ้าทำตัวให้เหนื่อยแล้ว...น้องฉิง”

“ก็ข้าเต็มใจเหนื่อยนี่เจ้าคะ” เมื่ออยู่กันสองคนพวกเขาไม่เคยใช้คำราชาศัพท์กัน หยางฉิงเอนศีรษะพิงไหล่กว้างของสามีที่บัดนี้...

 

เป็นฮ่องเต้แห่งแผ่นดินไปเสียแล้ว

 

“เอาล่ะๆ ข้ารู้ว่าน้องฉิงของข้าเต็มใจเหนื่อย เต็มใจเตรียมงานสำหรับครอบครัวเรา ในฐานะสามีแล้วข้าย่อมไม่มีทางใจแข็งปล่อยให้เจ้าเหนื่อยได้...มีอันใดให้ข้าช่วยเหลือหรือไม่?” เย่เฟิงลูบเส้นผมยาวสลายของหยางฉิงเบาๆ ฮองเฮาผู้ทรงอำนาจแห่งวังหลังยามนี้กลายเป็นเด็กน้อยขี้อ้อนไปแล้ว

“น้องจัดการเสร็จเรียบร้อยแล้วเจ้าคะ เหลือแค่ส่งของขวัญเหล่านี้ออกนอกวัง ส่วนงานคืนนี้ก็ไม่มีอะไรต้องกังวลเจ้าค่ะ”

“อืม”

 

จะไม่เรียบร้อยได้อย่างไร น้องฉิงเล่นเตรียมไว้ตั้งแต่เดือนก่อนโน้นแล้ว นางไปเดินเล่นคลังสมบัติของเขาอยู่รอบใหญ่ เอาของล้ำค่าหลายอย่างออกมาให้ห้องเครื่องเตรียมทำอาหาร

 

“มื้อหลักของวันนี้คืออะไรหรือ?”

“แน่นอนว่าต้องเป็นหม้อไฟสิเจ้าคะ” หยางฉิงเอ่ย “น้องเตรียมทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว ล้วนมีแต่ของที่พี่ใหญ่และคนอื่นๆ ชอบทั้งนั้นเลยเจ้าค่ะ”

แค่ได้ยินว่าหม้อไฟเย่เฟิงก็หัวเราะแล้ว

 

พี่ใหญ่ของตนชมชอบกินหม้อไฟมากที่สุด และฮองเฮาของเขาก็ยังเป็นสาวกพี่ใหญ่ไม่เปลี่ยนแปลงเลย 

 

“หืม?” เย่เฟิงส่งเสียงดุๆ แสร้งทำตาดุใส่หยางฉิง ส่วนนางก็เชิดหน้า เชิดจมูกขึ้นคล้ายจะถามว่าฮ่องเต้เช่นเขาจะทำอย่างไร “นี่ฮองเฮาของข้าไม่เตรียมของที่ข้าชอบไว้ให้แต่กลับเตรียมของที่พี่ใหญ่ข้าชอบหรือ?” เขาเอ่ยอย่างดุๆ ไม่จริงจังนัก

“พี่เฟิงหูไม่ดีหรือเจ้าคะ น้องบอกแล้วนี่นาว่าเตรียมไว้ให้ทุกคนแล้วน่ะ”

“อืม...ข้าหูไม่ดีจริงๆ นั่นแหละ คงต้อง...”

 

ฟอด!

 

แก้มของหยางฉิงถูกเย่เฟิงกดจมูกลงแรงๆ พอเห็นนางแก้มแดงตาโตเย่เฟิงก็หัวเราะหึๆ “คงต้องรังแกฮองเฮามากกว่านี้เสียแล้ว”

“พี่เฟิง!” หยางฉิงฟาดไหล่กว้างแรงๆ ส่วนเย่เฟิงก็ยอมให้นางฟาด เขากอดเอวบางไว้หลวมๆ มองปิ่นโบตั๋นขาวพราวน้ำค้างที่เคยให้นางใช้ในพิธีปักปิ่น บัดนี้แม้จะเป็นฮองเฮาของแผ่นดินแล้วนางก็มิได้เลือกปิ่นอันอื่นมาใช้แทน ใช้ปิ่นอันนี้ติดตัวอยู่เสมอ

“หึๆ เอาล่ะๆ ไม่โมโห เจ้ามีอะไรจะให้ข้าช่วยหรือไม่น้องฉิง?”

“ช่วยน้องสู้กับพี่ลู่แทนน้องเจ้าค่ะ!” หยางฉิงเอ่ยอย่างหนักแน่น นางเป็นฮองเฮาแห่งแผ่นดินทว่าไม่สามารถรู้คุณชายหยกขาวบางคนได้ เขามักใช้วาจาทำให้นางไร้ทางทางสู้ไร้ทางโต้เถียง และมักออดอ้อนพี่ชายใหญ่ต่อหน้าให้นางโมโหอยู่ร่ำไป!

เย่เฟิงหัวเราะ ฮองเฮาของเขากับสหาย...ที่บัดนี้กลายมาเป็นพี่เขย ทั้งคู่มักโต้เถียงกันประจำและจบลงที่ฮองเฮาของเขาเป็นฝ่ายพ่ายแพ้  “เรื่องนี้เห็นทีจะยากแล้วล่ะ”

 

วาจาของลู่ถิงอวี่ผู้ใดก็ไม่มีทางสู้ได้หรอก

ยิ่งอายุมากเจ้านั่นก็ยิ่งร้ายกาจขึ้นทุกวัน

 

“ฮึ!” หยางฉิงแค่นเสียง ก่อนจะยิ้มหวานให้คนที่กำลังลูบเส้นผมนาง จับจูงมือใหญ่ดึงมาดูของขวัญที่นางเตรียมไว้แล้วคุยกันอย่างรื่นเริง 

“เด็กๆ จะกลับมาทันร่วมฉลองปีใหม่กับพวกเราหรือไม่เจ้าคะพี่เฟิง”

“ข้าส่งจดหมายไปให้พวกเขารีบกลับบ้านมาแล้ว ป่านนี้กำลังสนุกกันที่แคว้นเว่ย ถ้ากลับมาไม่ทันปีใหม่คงกลับมาทันเทศกาลหยวนเซียว ขืนพวกเขายังเอาแต่เที่ยวเล่นไม่กลับบ้าน...คราวนี้ข้ากับคนอื่นย่อมมีวิธีให้พวกเขาสำนึกที่หนีเที่ยว”

หยางฉิงหัวเราะทันที แม้เจ้าพวกเด็กๆ จะเป็นตัวแสบทว่าสู้พวกพี่เฟิงมิได้หรอก 

นางจูงกับฮองเต้ช่วยกันเลือกข้าวของมากมาย พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน เฝ้ารอราตรีนี้ที่ตำหนักจิ้งหยางเหมือนเช่นทุกปี...

 

ทุกปีที่พวกเขาได้อยู่ด้วยกัน...

 

.........

 

“กำลังทำอะไรอยู่น่ะ?” เสียงทุ้มเอ่ยถามคนที่กำลังเตรียมยาและบรรดาสมุนไพรไว้เป็นถุงๆ ตรวจดูมันอยู่หลายรอบ ก่อนจะบอกให้ข้ารับใช้นำไปแจกจ่ายกับบรรดาชาวบ้านทั่วแคว้น “ยาสมุนไพรหรือ?”

“เพคะ” สตรีโฉมสะคราญยกยิ้มน้อยๆ ก่อนจะลุกขึ้นมาใกล้ร่างสูงกว่า เมียงมองเขาเล็กน้อยพลันร่างกายก็รู้สึกอุ่นวาบ ยามอีกฝ่ายนำผ้าคลุมขนจิ้งจอกหิมะมาวางพาดไว้บนไหล่และผูกเชือกไว้ให้นาง

“ไม่หนาวหรืออย่างไร ส่วนสมุนไพรเหล่านั้นเจ้าดูมาหลายวันแล้วนะ ประเดี๋ยวไม่สบายไปมางอแงแล้วข้าไม่ปลอบหรอกจะบอกให้...”

“หม่อมฉันไม่เคยงอแงยามไม่สบายนะเพคะ! อีกอย่างหม่อมฉันก็เป็นหมอ...พระองค์อย่ามากล่าวหาหม่อมฉันนะเพคะ อ้ะ...”

 

ฟอด!

 

โฉมสะคราญที่กำลังบ่นชะงักยามแก้มของนางถูกอีกฝ่ายกดจมูกลงมาหอมฟอด ไม่พอนักเลงโตบางคนยังหอมแก้มนางอีกข้าง ยักคิ้วยียวนแล้วเอ่ยเสียงเย้า

“ภรรยาที่ไหนใช้คำราชาศัพท์กับสามี ฮึ...อ้อแล้วก็นะฮวาซิง คราวก่อนที่ป่วยน่ะ เจ้ายังกอดข้าไว้แน่นอ้อนข้าเรียกเซียวเอ๋อร์ด้วย ข้าจำได้ดีนะ”

ฉินฮวาซิงหน้าร้อนวาบ นางอยากฟาดสามีที่มีศักดิ์เป็นถึงองค์ชายและบัดนี้ก็กลายเป็นชินอ๋องไปแล้ว ทว่าเขาชอบกวนประสาทนางเหมือนเดิมเลย!

“ข้า...”

“เจ้าจำไม่ได้แต่ดูเหมือนน้องฉิงกับพี่ใหญ่ของข้าก็จะอยู่ในเหตุการณ์ ให้ทั้งสองคนมายืนยัน...” เย่เซียวพูดไม่ทันจบ มือเรียวก็ยื่นมาปิดปากเขาไว้ เย่เซียวเลิกคิ้วตวัดปลายลิ้นไล้เลียมือขาวผ่องเบาๆ จนฉินฮวาซิงร้อนวาบ นางถลึงตาใส่อีกฝ่ายปรามๆ เห็นดวงตาคมพราวระยับของสามีก็ได้แต่จำยอม

“ต้องการอะไรเซียว?”

เย่เซียวไม่ตอบทว่าเอียงแก้มให้ฉินฮวาซิงเป็นเชิงสื่อความหมาย สตรีงามรั้งคอสามีมาจากนั้นก็แนบจุมพิตลงบนริมฝีปากอีกฝ่ายเบาๆ แล้วทำท่าจะผละออก ทว่านางไม่ทันได้ถอยเอวก็ถูกมือแกร่งรั้งไว้ มืออีกข้างสอดไว้ที่ท้ายทอยจากนั้นก็บดเบียนจุมพิตเข้ามาแนบแน่นกว่าเดิม ร้อนแรงกว่าเดิม โอบกอดร่างอีกฝ่ายไว้แนบชิด ยามผละออกมาเห็นริมฝีปากแดงของนางฉ่ำวาว และหอบหายใจเย่เซียวก็อดไม่ไหวก้มลงจุมพิตย้ำอีกครั้ง ขบกัดกลีบปากของนางเบาๆ

“เซียว...พอแล้ว”

เย่เซียวควบคุมลมหายใจของตนเองอย่างยากลำบาก ก่อนจะถอนหายใจอย่างจำยอม “พอก็ได้”

ฉินฮวาซิงขมวดคิ้วเมื่อท่านอ๋องของนางปากบอกว่าพอแต่มือของอีกฝ่ายยังคงไม่เลิกบีบเคล้นไปตามร่างกายของนาง...สัมผัสที่ทำให้ร่างกายสั่นเทาขึ้นมา นางเลยฟาดไหล่กว้างไปแรงๆ แล้วตบหน้าเขาเบาๆ ด้วย

“ถ้ายังเล่นอีกข้าจะไม่สนใจท่านแล้วนะ!”

เย่เซียวยักไหล่ ก่อนจะชูสองมือขึ้นคล้ายจะบอกว่ายอมแพ้ หัวเราะหึๆ กับสีหน้าขึงขังดุๆ ของชายาตนเอง...นางมิใช่สตรีหน้านิ่งที่ชอบทำตัวราวคนอายุแปดสิบที่ปลงตกในชีวิตแล้ว แต่กลายเป็นบุปผางามที่มีชีวิตชีวายิ่งนัก

 

ในฐานะสามีแล้วเย่เซียวคิดว่าตนเองประสบความสำเร็จจริงๆ

 

“ได้ๆ ข้าเชื่อฟังเจ้า” พี่เขยหน้าเหม็นของเขาอย่างลู่ถิงอวี่เคยบอกว่าสามีที่ดีย่อมต้องเชื่อฟังภรรยา ภรรยาว่าซ้ายก็ห้ามไปขวาเป็นอันขาด คตินี้เย่เซียวคิดว่าเชื่อถือได้ยิ่ง 

“วันนี้พวกเราทั้งสองคนยังต้องเข้าวังนะเจ้าคะ อย่าซนให้มาก” ฉินฮวาซิงใช้คำได้น่ารักยิ่ง สามีของนางน่ะราวนักเลงโตมากกว่าเด็กซน ต่อให้ตอนนี้เขากลายเป็นท่านอ๋องและแม่ทัพใหญ่ที่ใครๆ ต่างหวั่นเกรงเขาก็ยังเป็นนักเลงโตไม่เปลี่ยน

“หึๆ ข้ารู้แล้วน่า เจ้ากินอะไรหรือยัง เห็นนั่งตรวจพวกสมุนไพรมานานแล้ว ข้านวดให้เจ้าดีกว่า” เย่เซียวถามไปอย่างนั้นเขาสรุปเอาเองไปเรียบร้อย จัดการอุ้มฉินฮวาซิงมาไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย “เจ้าผอมลง คราวก่อนที่อุ้มเจ้าดูเหมือนจะหนักกว่านี้”

“คิดมากไปแล้วหรือเปล่า ข้าว่าตนก็หนักเท่าเดิม”

“อืม ข้าคิดมากว่าเจ้าผอม เช่นนั้นคงต้องขุนเจ้าเยอะๆ เจ้าเจอน้องฉิงกับพี่ใหญ่ข้าก็บ่อย เหตุใดไม่ติดนิสัยตัวตะกละชอบกินเหมือนทั้งคู่มาบ้างนะ” เย่เซียวงึมงำก้าวอย่างมั่นคงขณะที่อุ้มชายาของตนไปด้วย เหล่าบ่าวไพร่ในตำหนักพากันก้มหน้าทำความเคารพ มองท่านอ๋องกับพระชายาที่รักใคร่กลมเกลียวแล้วก็ยิ้มตามไปด้วย

“ระวังเถิดข้าจะฟ้ององค์ชายใหญ่ คราวนี้ต่อให้ท่านถูกฟาดข้าก็จะไม่ช่วยแล้ว” ฉินฮวาซิงซุกหน้ากับแผ่นอกกว้างของสามีอย่างมีความสุข ปล่อยให้เขาโอบอุ้มพานางก้าวเดิน...

“หึๆ เช่นนั้นข้าถูกพี่ใหญ่ฟาดกี่ครั้งก็จะมาเอาความกับเจ้าทีหลังดีหรือไม่?”

ฉินฮวาซิงหยิกแขนอีกฝ่ายเบาๆ หน้าแดงจัดเพราะเข้าใจดีว่า ‘การเอาความ’ ของอีกฝ่ายนั้นหมายถึงอะไร เขาชอบรังแกนางจนลุกไปไหนไม่ได้เสมอ!

เย่ซียวไม่สะทกสะท้านกับการหยิกของนาง เขาพาอีกฝ่ายไปยังห้องนอนของทั้งคู่ วางฉินฮวาซิงไว้บนเตียง จากนั้นก็รวบนางมาไว้บนตักถือตัวว่าแรงมากกว่าตัวใหญ่กว่ากักนางไว้ไม่ให้ดิ้นหนีไปไหน หัวเราะหึๆ ข้างหูราวนักเลงโตที่รังแกสาวงาม

“ป่านนี้ในวังคงวุ่นกับการเตรียมงานฉลองอยู่กระมัง”

“น้องฉิงยุ่งมากจริงๆ เซียว...ท่านว่าเหล่าเด็กๆ จะกลับมาทันงานปีใหม่หรือไม่?”

“ไม่ทันกระมัง เจ้าคิดถึงพวกเขาหรือยัง จะได้ไปบอกให้ถิงอวี่ พี่รองและไห่ฟงคิดหาวิธี” เย่เซียวขี้เกียจใช้สมองมาแต่ไหนแต่ไร ยกเว้นเรื่องวางแผนยกทัพจับศึก ส่วนแผนการมากมายนั้นยกให้คนชมชอบใช้สมองทั้งสามคนไปจัดการดีกว่า

ฉินฮวาซิงยิ้มขำ “ข้าว่าพวกเขาคงกลับมาทันเทศกาลหยวนเซียวล่ะ ไม่เช่นนั้นคงลำบากแน่” ผู้ใหญ่ฝั่งนี้มิวิธีจัดการเด็กดื้อที่แต่ละคนพากันขยาดทั้งนั้น

 

เด็กๆ ก็ได้ความแสบสันต์มาจากเหล่าคนเลี้ยงนั่นล่ะ

 

“มือ” ฉินฮวาซิงที่เหม่ออยู่ชะงักจากนั้นก็เอ่ยเสียงเรียบ เมื่อมือใหญ่นั้นกำลังไล้ผ่านลำคอนางเบาๆ ให้ขนในกายลุกชัน พอส่งสายตาขวางๆ ใส่อีกฝ่ายก็ยักคิ้วจึก ก้มลงดูดดึงริมฝีปากของนางแรงๆ แล้ววางนางลงบนเตียงก่อนเขาจะลุกขึ้นยิ้มร้าย

“จะไปเอาของกินมาให้เจ้า จริงด้วยฮวาซิง...ก่อนจะเข้าวังพวกเราไปดูหิมะด้วยกันดีกว่า เจ้าบอกข้าว่าดอกเหมยในตำหนักกำลังเบ่งบานอย่างงามมิใช่หรือ?”

“เช่นนั้นพวกเราไปด้วยกันดีกว่า มานี่ก่อน อากาศหนาวท่านจะไม่คลุมผ้าหรืออย่างไรกัน”

เย่เซียวยักไหล่ “ข้าหนังหนาและภรรยาข้าเป็นหมอ ไม่เห็นต้องกังวล...เอาล่ะๆ เลิกทำตาขวางใส่ข้าได้แล้ว ข้าฟังเจ้าน่า” เย่เซียวย่อตัวลงให้ฉินฮวาซิงเอาผ้าคลุมผืนหนามาคลุมร่าง เขาจำได้ว่านี่เป็นผ้าคลุมที่นางปักด้วยตนเอง “ของขวัญปีใหม่จากเจ้าหรือ?” 

“ผ้าทอมือจากสู่ชวนเจ้าค่ะ ข้าไปเรียนรู้วิธีมาจากพวกเขา อบด้วยกลิ่นสมุนไพรช่วยให้ผ่อนคลาย ลายปักปีกพยัคฆ์นี่ข้าใช้ด้ายดิ้นเงินปัก ใช้เวลานานอยู่สักหน่อยแต่เสร็จทันก่อนปีใหม่พอดี”

“ข้าชอบมาก” เย่เซียวเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ทำให้ฉินฮวาซิงแย้มรอยยิ้มหวานงดงามออกมา ยามโฉมสะคราญอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวงแย้มยิ้มรอบข้างก็ราวอบอุ่นขึ้น จนท่านอ๋องนักเลงโตอดใจไม่ไหวก้มลงไปลิ้มรสความหวานจากริมฝีปากแดงของนางอีกรอบ คราวนี้ชายาคนงามให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โอบรอบลำคอแกร่งไว้ให้รางวัลที่สามีเชื่อฟังและชอบของขวัญนาง

“ดีใจที่ท่านชอบ ไปชมหิมะแล้วค่อยเข้าวังหลวงกัน...”

“อืม”

 

มือใหญ่กอบกุมมือที่เรียวเล็กกว่าไว้ช่วยให้ความอบอุ่น ละอองหิมะสีขาวนั้นดูจะไม่เหน็บหนาวแม้แต่น้อย...

 

..........

 

ละอองหิมะสีขาวโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้าทั้งวันทั้งคืน บรรยากาศเช่นนี้ชวนให้หนีหนาวอยู่ในห้องอุ่นๆ ผิงความร้อนจากเตาไฟ หรือไม่ก็ดื่มสุราฤทธิ์ร้อนเพื่อคลายความหนาว

ภายในห้องบรรทมในตำหนักเจี้ยนคังนอกวัง บนเตียงกว้างร่างสูงหนึ่งกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง มือหนึ่งถือไหนสุราแล้วเงยหน้าขึ้นดื่ม อีกมือลูบเส้นผมของคนในอ้อมแขนที่กำลังหลับปุ๋ยราวเด็กตัวเล็กๆ ทั้งๆ ที่อีกฝ่ายก็อายุมากกว่าเขาแท้ๆ 

 

คงเพราะเมื่อคืน...เขาที่เป็นฝ่ายทำให้ท่านองครักษ์เจิ้งหมดแรง

 

มือแกร่งไล้ไปตามผิวกายขาวที่โผล่พ้นผ้าห่มผืนหนาออกมา ผิวของเจิ้งปินขาวผ่องราวหิมะเลยทำให้เห็นรอยแดงๆ ที่เขาทิ้งไว้บนผิวนั้นชัดเจน...

 

เช่นเดียวกับกายแกร่งเปลือยเปล่าท่อนบนที่มีรอยเล็บจางๆ ทิ้งไว้เช่นเดียวกัน

 

ช่วยไม่ได้...ใครให้เจิ้งปินดื้อเล่า บอกให้พักผ่อนดีๆ ก็ไม่ยอม ดังนั้นวิธีที่เย่หานเลือกใช้คือการรังแกให้เจิ้งปินหมดแรงจะได้พักผ่อนดีๆ

“อือ...” เสียงคนหลับสะลึมสะลือ กะพริบดวงตาขึ้นมามองเขา อีกฝ่ายดูราวจะยังไม่ตื่นดีนั่นทำให้เย่หานหัวเราะหึ ก้มลงไปป้อนสุราฤทธิ์ร้อนให้คนหลับดื่ม เจิ้งปินกะพริบตาถี่รัวจากนั้นก็กลืนสุราลงคอ องครักษ์เจิ้งตื่นเต็มตาเรียบร้อย ไม่ทันจะได้พูดอะไรจุมพิตรสสุราก็บดเบียดลงมาอย่างเอาแต่ใจและเร่าร้อน

“แฮ่ก...อือ...พอ...อื้ม!” เมื่อห้ามไม่ฟังเจิ้งปินเลยกัดปากอีกคนเบาๆ ทำให้เย่หานหัวเราะ จากนั้นก็ผละจูบร้อนๆ ออกมา ใช้ปลายลิ้นไล้เลียคราบสุราที่ขอบปากของเจิ้งปิน

“กัดข้าเลยหรือหืม? เสี่ยวปิน”

องครักษ์ประจำตัวเย่หานถลึงตาใส่คนที่อายุน้อยกว่าแต่ชอบเรียกเขาว่าเสี่ยวปินเสมอเลย! ตอนเด็กว่ารับมือยากแล้ว โตขึ้นมายิ่งรับมือยากกว่าเดิมเสียอีก!

“ดีๆ หน่อยขอรับ!” เขาเอ่ยเสียงเรียบ จะขยับตัวลุกขึ้นก็เพิ่งรู้สึกว่าตนเองนั้นเปล่าเปลือยมิได้สวมอะไรเลยทั้งตัว!

 

เหตุใดถึงไม่สวมเสื้อผ้าให้เขา!

 

“ท่าน...”

“เห็นเจ้าไม่ได้หลับมาหลายวันแล้วข้าไม่อยากรบกวนเจ้าน่ะ”

“ข้าว่าไม่ใช่...ท่านแค่อยากแกล้งข้าเฉยๆ”

เย่หานหัวเราะยอมรับวาจา เขาชอบให้เจิ้งปินเถียงตนเช่นนี้ องครักษ์เจิ้งเขาเองก็มีพัฒนามิเย็นชาเหมือนเมื่อก่อนแล้ว 

 

เพราะถ้าเย็นชา...ท่านอ๋องเช่นเขาก็ย่อมมีวิธีจัดการ

เป็นวิธีที่มีไว้สำหรับเจิ้งปินโดยเฉพาะ

 

“อาบน้ำเถอะ ข้ามิได้ปล่อยข้างในตัวเจ้า แม้จะเช็ดตัวให้แล้วแต่ก็ควรอาบน้ำนะ” เย่หานกล่าววาจาน่าอายออกมาได้หน้าตาเฉย เจิ้งปินที่ได้ยินแทบทุกวันก็ยังอดแก้มร้อนไม่ได้ ไม่ทันได้บ่นร่างกายก็ถูกโอบอุ้มไว้พร้อมผ้าห่มทั้งผืน 

ร่างสูงอุ้มอีกฝ่ายไว้แล้วพาไปยังส่วนของห้องอาบน้ำ อางน้ำอุ่นกำลังส่งกลิ่นหอมของสมุนไพรจางๆ เย่หานยักคิ้วโยนผ้าห่มผืนหนาไว้ข้างๆ จากนั้นก็อุ้มพาเจิ้งปินไปลงในถังน้ำอุ่น มือแกร่งบีบนวดไหล่อีกฝ่ายให้อย่างพอเหมาะพอดี จากนั้นก็นำผ้าสะอาดมาชุบน้ำแล้วช่วยเช็ดตามผิวของเจิ้งปิน

 

ผิวขาวๆ นั่นขึ้นสีแดงอย่างน่ามอง รอยจางๆ บนผิวขางนั่นทำให้เย่หานพอใจยิ่งนัก

เพราะคนเดียวที่ทิ้งรอยไว้บนตัวเจิ้งปินได้...มีเพียงเขาคนเดียว แม้จะเป็นศัตรูเย่หานก็ไม่ยอมให้มีสิทธิ์เหนือตัวเอง!

 

“วันนี้พวกเราจะต้องเข้าวังกัน เจ้าจะต้องไปกับข้าด้วยเล่า”

 

ก็ไม่เคยขัดได้อยู่แล้วนี่นา

 

เจิ้งปินว่าในใจ แต่มีหรือที่อันธพาลน้อยอย่างองค์ชายสี่จะไม่รู้ใจองครักษ์ตนเอง เขาจับคางเจิ้งปินให้เงยมาทางตน จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงไปกดจูบลงบนริมฝีปากของเจิ้งปินอีกหนึ่งที

“นินทาข้าในใจนะ” เย่หานยักคิ้ว 

“ท่านไม่อาบน้ำหรือขอรับ?” เจิ้งปินเปลี่ยนเรื่อง เพราะขืนเขาไม่เปลี่ยนเรื่องเกรงว่าจะถูกทำมากกว่าจูบกระมัง

“หืม?” เย่หานเลิกคิ้ว “เจ้าจะชวนข้าอาบน้ำ เสี่ยวปิน บอกไว้ก่อนนะว่าข้าน่ะไม่จบแค่อาบน้ำหรอก ดังนั้นให้ข้าอาบน้ำให้เจ้า นวดให้เจ้าปรนนิบัติเจ้าในฐานะสามีดีๆ ดีกว่า”

คำว่าสามีของอีกฝ่ายให้เจิ้งปินหน้าร้อนกว่าเดิม อีกคนชมชอบเอาคำนี้มาหยอกเย้าให้เขาเขินอยู่เสมอ...และทุกครั้งที่ได้ยินเจิ้งปินก็ไม่ปฏิเสธว่าเขาเขินจริงๆ นั่นล่ะ

“ดีๆ หน่อยขอรับมิเช่นนั้นวันนี้ข้าจะบอกองค์ชายใหญ่ว่าท่านเกเรใส่ข้า” เจิ้งปินเอาชื่อคนที่มีอำนาจมาขู่ แม้บรรดาองค์ชายทั้งหลายจะได้รับยศชินอ๋องกันหมดแล้ว ทว่าพวกเขาก็ยังคุ้นชินที่จะเรียกว่าองค์ชายกันเช่นนี้ไม่เปลี่ยน

“ขู่เก่งจริงๆ” เย่หานยักไหล่ เอื้อมไปหยิบเสื้อคลุมออกมาวางไว้ หยิบผ้าสะอาดมาเช็ดตัวให้เจิ้งปินท่อนหนึ่ง อุ้มอีกฝ่ายมาจากอ่างน้ำแล้วก็นำผ้ามาห่ออีกฝ่าย จากนั้นก็อุ้มกลับไปยังเตียงกว้างเหมือนเดิม

“ข้าเดินเองได้นะขอรับ”

“ข้าก็อุ้มเจ้าได้เหมือนกัน...เอาล่ะมาใส่เสื้อผ้าเร็ว”

เจิ้งปินขมวดคิ้วเล็กน้อยมองคนที่ทำราวกับเขาเป็นเด็กๆ ทั้งๆ ที่อายุน้อยกว่าแท้ๆ แต่คิดไปแล้วก็อดส่ายหน้าไม่ได้ เมื่อก่อนเขาเป็นคนที่คอยดูแลอีกฝ่าย องค์ชายน้อยที่ชอบแสร้งอ่อนแอ่ขี้โรค ตัวเล็กกว่าและชอบอ้อนเกาะติดเขาแจ

 

บัดนี้กลับเติบโตมายิ่งใหญ่ ตัวโตกว่าเขาซ้ำยังแข็งแรงกว่าไปเสียแล้ว...

การเติบโตนี่ช่างน่ามหัศจรรย์จริงๆ

 

“คิดอะไรอยู่น่ะ ข้าอนุญาตให้เจ้าคิดแค่เรื่องของข้าเท่านั้นนะ”

เจิ้งปินหัวเราะเสียงเบา รอยยิ้มที่นานๆ ทีจะแย้มยิ้มทำให้เย่หานชะงักเล็กน้อย อดคิดไม่ได้ว่าเสี่ยวปินของเขายิ้มได้สวยจริงๆ

“วาจาของท่านราวอันธพาลจริงๆ”

“ข้าก็เป็นอันธพาลน้อยอยู่แล้วนี่” เย่หานพูดพลางสวมเสื้อผ้าให้เจิ้งปินไปพลาง พอเสร็จเรียบร้อยเขาก็พยักหน้าพอใจ อาภรณ์สีน้ำเงินเข้มสลับเงินชุดนี้เข้ากับผิวขาวๆ ของเจิ้งปินมาก 

“เหมือนยิ่ง” เจิ้งปินว่า “ท่านมานั่งเถิด ข้าจะเป็นช่วยท่านแต่งตัวเอง”

“ขอบใจ” เย่หานกดจูบลงบนริมฝีปากอีกคนแทนการขอบคุณ นั่งนิ่งๆ ให้เจิ้งปินช่วยแต่งตัว “เราเข้าวังหลวงกันเลยหรือไม่? เจ้าอยากพักผ่อนอีกสักหน่อยหรือไม่?”

“ไม่เป็นไรขอรับ” เจิ้งปินส่ายหน้ายิ้มๆ เขาชอบที่จะได้ไปอยู่ท่ามกลางบรรยากาศของครอบครัวสกุลเย่ เพราะทั้งมีความสุขและอบอุ่นชวนให้ยิ้ม

 

แม้จะผ่านไปกี่ปีความสัมพันธ์นี้ก็มิได้เปลี่ยนไปเลย...

 

“หืม? อย่าบอกนะว่าไปแต่เนิ่นๆ จะได้ฟ้องเรื่องของข้ากับพี่ใหญ่ข้าเยอะๆ นะ” เย่หานเอ่ยวาจาเย้าชวนตี และเจิ้งปินก็ตีอีกฝ่ายจริงๆ นั่นล่ะ สมัยก่อนเมื่อเย่หานดื้อเจิ้งปินก็ตีอีกฝ่ายเสมอ “เจ้าตีข้ากี่ทีข้าจะจำไว้แล้วมาจัดการกับเจ้าแทน”

เจิ้งปินส่ายหน้าระอา ช่วยติดหยกประจำตัวให้อีกฝ่าย ก้มลงไปหอมแก้มสากแรงๆ หนึ่งที “ถ้าท่านไม่ดื้อข้าจะให้ความร่วมมือ...ว่าแต่เหล่าเด็กๆ จะกลับมาทันหรือไม่?”

เย่หานที่คล้ายจะยังอึ้งอยู่ราวฟังวาจาเมื่อครู่ไม่ชัดจน เขากะพริบตาปริบยามเจิ้งปินถามอีกรอบ “อ้อ...คงไม่ทันกระมัง เจ้าพวกตัวแสบนั่นน่าจะกลับมาทันเทศกาลหยวนเซียวแทนกระมัง ไม่กลับมานั่นล่ะดีแล้ว...เจ้าพวกนั้นชอบแย่งกันอ้อนเจ้าเสมอ”

เพราะเจิ้งปินใจดีและดูแลเด็กๆ เก่ง เจ้าพวกเด็กตัวแสบร้ายกาจนั่นเลยชอบออดอ้อนจนน่าฟาดเสียให้เข็ด บางครั้งที่เขากำลังรังแกเจิ้งปินก็สรรหาวิธีเข้ามาทั้งๆ ที่ใส่กุญแจไว้แล้วแท้ๆ 

“เหมือนที่ท่านเคยทำตอนยังเป็นเด็กนั่นล่ะ” เจิ้งปินว่า น้ำเสียงที่ปกติเย็นชานั้นอบอุ่นนุ่มนวลลง อย่างที่พูดกับคนคนนี้โดยเฉพาะ “เรียบร้อยแล้ว” 

“ไปหาอะไรกินกันก่อนเข้าวังเถอะ เจ้าเพิ่งตื่นมิใช่หรือ ไม่หิวหรืออย่างไร?”

“หิวขอรับ เช่นนั้นไปกินอะไรกันก่อนดีกว่า ท่านเองก็คงหิวกระมัง...หืม?” เจิ้งปินชะงักยามมือใหญ่รั้งเอวเขากลับไป จากนั้นก็กดจูบลงมาอีกครั้งแรงๆ บนริมฝีปาก เสียงทุ้มต่ำสั่นพร่ากระซิบข้างหูเจิ้งปินอย่างหยอกเย้า

“ตอนเด็กๆ ข้าชอบอ้อนเจ้า ตอนนี้ก็ยังชอบอ้อนเจ้า อ้อ...แต่ข้าอ้อนเจ้าบนเตียงนะหึๆ”

องครักษ์เจิ้งไม่ตอบนอกจากฟาดลงไปบนแผ่นหลังกว้างแรงๆ ก่อนจะเดินไปหาของกินพร้อมกันแล้วเตรียมตัวเข้าวังหลวง...เสียงเย้าแหย่ของทั้งคู่ทำให้สีขาวของเหมันต์ฤดูมิได้ไร้สีสันและเหน็บหนาวเหมือนดังเดิม

 

........

 

“ตื่น! เจ้าหน้านิ่ง เจ้าก้อนน้ำแข็ง...ตื่นมาเร็วๆ ของขวัญปีใหม่ของเจ้าเล่า! ตื่นมาเอาของขวัญปีใหม่ให้ข้าก่อน” น้ำเสียงสดใสร่าเริงของร่างที่อยู่ในชุดสีแดงเพลิงสดใสราวกับสีของดวงตะวัน มือเรียวนั้นทุบคนที่นอนหลับอยู่บนเตียงอาศัยใช้ตักเขาต่างหมอนปึกๆ 

“เสี่ยวรุ่ย” เสียงทุ้มเอ่ยปราม แต่คนถูกเรียกลับยื่นหน้ามายักคิ้วตาใสใส่

“ทำไม? เรียกข้าเจ้ามีปัญหาหรืออย่างไร?”

“ไม่กล้ามีปัญหากับเจ้าหรอก” ฉินไห่ฟงกระตุกยิ้มก่อนจะดึงร่างของเนี่ยรุ่ยเอินลงมา ให้เป็นฝ่ายที่ทับเขาแทน ใช้แรงที่มากกว่าพลิกและกักขังเจ้าตัวแสบไว้ในอ้อมแขนของตนเอง “ของขวัญปีใหม่ของเจ้ากลับมาข้าค่อยให้...แล้วของข้าล่ะ?”

เนี่ยรุ่ยเอินที่ใช้เท้าถีบอีกฝ่ายแต่ไม่ได้ผลเจ้าตัวส่งเสียงฮึดฮัดขัดใจอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ขยับยิ้มยั่วเย้ายื่นมือไปโอบรอบลำคอแกร่งไว้แล้วหัวเราะแผ่วหนึ่งเสียง “ข้าร่ำรวยไม่สู้เจ้า...เลยว่าจะมอบตัวเองให้เจ้าเป็นของขวัญปีใหม่...อื้อ!” 

ริมฝีปากคนช่างเย้าถูกบดขยี้ลงมาแรงๆ ฟันคมขบกัดริมฝีปากของเนี่ยรุ่นเอินแรงๆ กลิ่นเลือดจางๆ ยิ่งทวีความร้อนแรงของจุมพิตนี้ให้หนักขึ้น มือเรียวที่โอบรอบลำคอแกร่งไว้กรีดปลายเล็บลงบนลำคอทิ้งรอยแผลและรอยเลือดจางๆ เพราะเนี่ยรุ่ยเอินมิได้ออมแรงแม้แต่น้อย...

 

เขามิใช่เสี่ยวรุ่ยที่ยอมให้เจ้าหน้านิ่งรังแกคนเดิมเสียเมื่อไหร่

คนเราย่อมต้องมีพัฒนาสิ!

เจ้ากัดข้าก็ข่วน เท่าเทียมกันจะตายไป!

 

“ตัวแสบ” ฉินไห่ฟงผละจูบออกมา ตวัดปลายลิ้นไล้เลียกลีบปากแดงรสเลือดจางๆ ทำให้อดจูบลงเบาๆ อีกครั้งราวกับปลอบไม่ได้ 

“ของขวัญของข้าเป็นอะไรเงินสักหมื่นตำลึงได้หรือไม่?” เนี่ยรุ่ยเอินพลิกอีกฝ่ายให้อยู่ด้านล่าง กดเอาไว้ด้วยน้ำหนักตัวทั้งหมดของเขาแม้จะรู้ว่าทำอะไรไม่ได้เพราะอีกฝ่ายแรงเยอะกว่าทว่าเจ้าหน้านิ่งก็ต้องตามใจเขาอยู่แล้ว

“คลังสมบัติของข้าเป็นของเจ้า อยากได้เท่าไหร่เจ้าก็หยิบเอาเถิด” ฉินไห่ฟงหัวเราะเบาๆ ลูบหัวคนที่กำลังออดอ้อนคลอเคลียเขาราวเด็กๆ 

“จริงหรือ?” เนี่ยรุ่ยเอินทำตาพราวระยับ เขาชอบเรื่องสะสมเงินทองเป็นที่สุด แม้เจ้าหน้านิ่งที่ขึ้นชื่อว่าสามีจะรวยแต่เขาก็ยังชอบเงินทองอยู่ดี!

“อืม...ข้าตามใจเจ้าเสมอ”

“ก็จริง ลองเจ้ากล้าไม่ตามใจข้าสิ!” เนี่ยรุ่ยเอินถลึงตาขู่หนึ่งแวบ “วันนี้พวกเราจะไปที่วังหลวงต้าเซี่ยกันหรือไม่ คนงามน้อยชวนข้าตั้งแต่หลายวันก่อนแล้ว”

ฉินไห่ฟงส่ายหน้าเบาๆ “ไม่ไปหรอก” นั่นเป็นช่วงเวลาของคนสกุลเย่ เขาไม่อยากเข้าไปแทรกแซง แม้ว่าองค์ชายใหญ่เย่ซืออวิ๋นจะเป็นน้องชายโดยสายเลือดของเขาก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้นน้องชายของเขาก็จะมาหากันเสมอ บางครั้งก็กึ่งลากกึ่งบังคับให้ฉินไห่ฟงเข้าวังไปร่วมงานปีใหม่ด้วยกันบ่อยๆ ส่งของขวัญชิ้นใหญ่มาให้ทุกปี

 

เป็นน้องชายที่น่าเอ็นดูยิ่งนัก

 

“เช่นนั้นก็ดี เจ้าไปแคว้นเว่ยกับข้าดีกว่า เราเร่งเดินทางกันด้วยวิชาตัวเบา คงถึงเมืองอี้ตอนค่ำๆ พอดี ที่นั่นคงคึกคักมาก”

 

พวกเขาสองคนก็เจอกันครั้งแรกหลังจากที่ไม่ได้เจอกันมาหลายปี...ก็ที่เมืองอี้ ที่เทศกาลไซซี

 

“เสี่ยวเยว่กับเว่ยฉือคงคิดถึงพวกเรามากกระมัง”

“น้องชายเจ้าคงใช่แต่เว่ยฉือคงไม่”

 

เว่ยฉือคงอยากฉลองปีใหม่กับเนี่ยไป๋เยว่แค่สองคนมากกว่าให้พวกเขาไปหา เพราะยามพี่น้องสกุลเนี่ยอยู่ด้วยกันแล้วก็ป่วนยิ่งนัก

 

เนี่ยรุ่ยเอินยักไหล่อย่างไม่เห็นเป็นปัญหา “ถ้าเขากล้ามีปัญหาข้าจะให้เสี่ยวเยว่ตีเขา”

ฉินไห่ฟงหัวเราะ ปล่อยให้เนี่ยรุ่ยเอินระรานร่างกายเขาตามใจชอบ มือใหญ่บีบเคล้นเอวของเสี่ยวรุ่ยอย่างสนุกมือ “เจ้าพวกตัวแสบก็อยู่แคว้นเว่ย”

“ใช่ๆ ข้าจำได้แล้ว จดหมายฉบับล่าสุดเหมือนเจ้าพวกนั้นจะลงไปว่ายน้ำในทะเลสาบกระจกเงาในหน้าหนาวกันด้วย ร้ายกาจกันจริงๆ” เนี่ยรุ่ยเอินหัวเราะลั่นชอบใจกับความแสบสันต์ของเจ้าพวกเด็กๆ ที่เขาเป็นหนึ่งในคนช่วยสอน

“คงกลับมาไม่ทันปีใหม่กันแน่”

“เอาไว้ถ้าทางนี้อยากเจอพวกชอบใช้สมองอย่างเจ้า เจ้ามารร้ายกับเย่เฟิงย่อมสรรหาวิธีมากมายสารพัดอยู่แล้วล่ะ จริงด้วย...รีบลุกสักที ตกลงไปแคว้นเว่ยกับข้านะ”

“ได้”

 

อย่างไรเสียเขาก็เคยขัดใจเสี่ยวรุ่ยได้อยู่แล้ว

 

“อยากเอาอะไรไปด้วยก็ไปหยิบเอา”

“ไม่เอาดีกว่า พวกเราต้องเร่งเดินทางเอาไปก็หนักเปล่า ประเดี๋ยวค่อยแวะซื้อเอากลางทาง เสี่ยวเยว่กับเว่ยฉือไม่ถือหรอกถ้าจะเป็นของฝากจากแคว้นเว่ยเองน่ะ” เนี่ยรุ่ยเอินยักไหล่อย่างไม่สนใจ “อ้อ..แต่ว่าเจ้าต้องเป็นคนจ่ายเองนะ”

“ข้าเคยปล่อยให้เจ้าจ่ายหรืออย่างไรกัน?” ฉินไห่ฟงส่ายหน้ายิ้มๆ เอ็นดูคนในอ้อมแขน จากนั้นก็พลิกเนี่ยรุ่ยเอินให้มานอนอยู่ใต้ร่างตนเองอีกรอบ แรงเหวี่ยงนั่นทำให้เนี่ยรุ่ยเอินถีบกลับแรงๆ

“เจ้า! ได้! อยากหาเรื่องออกแรงกับข้าใช่หรือไม่!” คนชุดแดงโมโหจัดการฟาดและทุบอีกฝ่ายแรงๆ พวกเขาสองคนตีกันไปมาแรงๆ อย่างที่เคยทำสมัยก่อน ตีกันจนชินไปมาหลายรอบสุดท้ายเนี่ยรุ่ยเอินที่สู้ไม่ได้ก็แพ้แรงอีกฝ่ายซบลงบนร่างแกร่งกำยำโดยที่มือของฉินไห่ฟงรัดไว้แน่นไม่ให้เขาขยับหนี

“เจ้าจะเอาอย่างไร!”

“ทวงของขวัญปีใหม่” ฉินไห่ฟงหน้านิ่งตอบเรียบๆ มือใหญ่ดึงเอาสายคาดเอวของเนี่ยรุ่ยเอินออก จากนั้นก็โยนทิ้งไปไกลๆ อย่างไม่ใส่ใจ “ตอนนี้”

“เพ้ย! ของขวัญอันใด...เรายังต้องรีบ...อื้อ...เจ้าหน้านิ่ง...” เนี่ยรุ่ยเอินห้ามด้วยเสียงที่เริ่มพร่าลงเรื่อยๆ เพราะคนร้ายกาจบางคนไม่ยอมอยู่นิ่ง มือที่สอดไปใต้อาภรณ์ของเขานั้นร้ายกาจมากพอๆ กับริมฝีปากร้อนๆ ที่ไล้ไปตามผิวกายขาว ขบกัดลำคอเรียวเบาๆ อย่างที่เคยทำเสมอ

 

กัด ดูดเม้มและทิ้งรอยเอาไว้รอบๆ ลำคอขาวเรียวจนมันขึ้นรอยเต็มคอไปหมด

แสดงความเป็นเจ้าและตีตราบอกว่า...เนี่ยรุ่ยเอินมีสามีแล้ว

 

พวกเขากราบไหว้ฟ้าดินกันแล้ว ใต้หล้าล้วนเป็นพยาน

 

อาภรณ์สีแดงสดที่ตัดกับผิวขาวผ่องของเนี่ยรุ่ยเอินค่อยๆ เลื่อนหลุดออกจากตัวเขาไป สัมผัสร้อนผ่าวจากริมฝีปากตีตราไปทั่วร่างกาย เสียงสั่นพร่าครวญครางเรียกชื่อฉินไห่ฟงเบาๆ บางครั้งที่ถูกกระตุ้นหนักๆ เข้าก็เอ่ยเรียกพี่ชายหรือไม่ก็พี่ไห่ฟงออกมาด้วยน้ำเสียงน่าฟัง

ทุกครั้งยามที่ได้ยินคำเรียกขานเช่นนั้นสัมผัสของฉินไห่ฟงก็จะยิ่งรุนแรงและเร่าร้อนมากขึ้น ร่างสูงยกยิ้มร้ายกาจค่อยๆ เชยชมของขวัญปีใหม่ของตนอย่างร้อนแรง มือใหญ่บีบเฟ้นเคล้นคลึงไปตามผิวกายของเนี่ยรุ่ยเอิน รอยจูบและรอยกัดจางๆ จากกิจกรรมที่พวกเขาเพิ่งทำร่วมกันเมื่อคืนนั้นทำให้ดวงตาคมพราวระยับ

 

ชอบใจที่จะได้ทิ้งรอยของตนไว้บนผิวกายขาวๆ นี่...

รุ่ยเอินเป็นของเขา...ของเขาได้คนเดียวเท่านั้น

ภรรยาที่แสนซุกซนของฉินไห่ฟง

 

“อือ...พวกเรายังต้อง...ไป...อา...แคว้นเว่ย...” เนี่ยรุ่ยเอินปรามเสียงอ่อนแรง ร่างกายอ่อนยวบยาบอยู่ใต้ร่างสูงกำยำที่ยามนี้ดูมีเสน่ห์เร่าร้อนเหลือเกิน ดวงตาคมกริบสะท้อนภาพของตนอยู่ภายในกระตุ้นอารมณ์ปรารถนาของเนี่ยรุ่ยเอินด้วยเช่นกัน

“ไม่ต้องห่วง...” เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยขึ้น ค่อยๆ ถอดอาภรณ์ของตนเองออกจากร่าง แนบกายเปลือยเปล่าทั้งสองให้แนบชิดสนิทกัน แลกเปลี่ยนไออุ่นระหว่างกัน “อย่างไรก็ไปทัน...”

“อือ...ถ้าไปไม่ทัน อะ...เจ้าต้องรับผิดชอบ” 

ฉินไห่ฟงขยับยิ้มอ่อนโยน ก้มลงกระซิบด้วยน้ำเสียงเปี่ยมเสน่ห์ข้างหูของเนี่ยรุ่ยเอิน “ข้าจะรับผิดชอบ เสี่ยวรุ่ยเด็กดี...แยกขาออกอีกหน่อย พี่ชายจะเอ็นดูเจ้าเอง...”

เนี่ยรุ่ยเอินข่วนเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างแรงๆ ทำตามคำพูดอีกฝ่ายค่อยๆ ขยับขาเรียวออกจากกัน มือเรียวรั้งลำคอแกร่งลงมาแล้วกดจูบขยี้ริมฝีปากนั้นทันที เมื่อพอใจแล้วก็กรีดรอยยิ้มยั่วเย้านัยน์ตา

 

สำหรับฉินไห่ฟง...นี่คือรอยยิ้มของปีศาจจิ้งจอกจอมยั่วยวน

ที่ทำให้เขา...ควบคุมตัวเองไม่อยู่เสมอ

 

“ปรนนิบัติข้าดีๆ หน่อยเล่า...สามี”

 

 

ตัวแสบช่างยั่ว!

 

ฉินไห่ฟงคำรามในลำคอ ขยี้จูบร้อนแรงและทวีความสัมผัสร้อนๆ ระหว่างกันให้มากกว่าเดิม เสียงครางแผ่วของทั้งคู่ประสานไปกับเสียงลมหายใจที่สอดประสานแทบเป็นหนึ่ง ไหนจะเสียงการเคลื่อนไหวของเตียงที่สั่นไหวเพราะสัมผัสร้อนแรงของทั้งคู่นั่นอีกเล่า...

 

พวกเขาทั้งคู่...เร่าร้อนจนหิมะยังต้องละลาย

ความหนาวเหน็บถูกแทนที่ด้วยความรุ่มร้อนที่แสนวาบหวาม

 

…………

 

พาตอนพิเศษที่น่าจะยาวมากๆ อีกหนึ่งตอนมาเป็นของขวัญปีใหม่ให้ทุกคนค่ะ ^^ ตอนนี้จะเป็นเรื่องราวในอนาคตอีกหลายปีเลยทีเดียวค่ะ 555 แต่ไม่ว่าจะปัจุบันหรืออนาคตก็ยังเป็นเวลาแห่งความสุขสำหรับพวกเขาเสมอค่ะ ^^

ตั้งใจจะลงให้ทันวันที่ 31 แต่สุดท้ายก็ไม่ทันอยู่ดีเพราะเป็นตอนที่ค่อนข้างยาวเลย…วันนี้เลยมาดึกดื่นเลยค่ะ 555 

ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันมาตั้งนานนะคะ ดีใจที่ได้รู้จักกันผ่านตัวอักษร ขอบคุณที่ช่วยตรวจดูคำผิด ช่วยเช็คเนื้อเรื่อง ให้กำลังใจกัน สนับสนุนกันมาตลอดปี ดีใจและขอบคุณมากๆ ปีหน้าและปีต่อๆ ไปก็ยังคงต้องฝากตัวด้วยนะคะ ^_^

ขอให้ปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้เป็นปีที่ดีสำหรับทุกคน ดียิ่งกว่าปีก่อน ดียิ่งๆ ขึ้นไปนะคะ ^^ ขอให้ทุกคนมีความสุข มีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะในทุกๆ วัน สุขภาพร่างกายแข็งแรงไม่เจ็บไม่ป่วยไม่ไข้ ร่ำรวยเงินทอง สมหวังในสิ่งที่คาดหวัง พักผ่อนเยอะๆ ได้ทำตามใจที่ปรารถนานะคะ ปีที่ผ่านมาหนักหน่วงจริงๆ แต่ทุกคนเก่งมากๆ ที่ผ่านมาได้ ปีหน้าต้องดีกว่าเดิมแน่นอนค่ะ ^^

ขอบคุณทุกคนมากๆ เลยนะคะ ไม่รู้จะพูดอะไรนอกจากขอบคุณ 555 

 

อย่าลืมดูแลตัวเองและรักษาสุขภาพกันด้วยน้าาาา

สำหรับวันนี้…ฝันดีและราตรีสวัสดิ์นะคะ ^_^

 

สวัสดีปีใหม่ 2021 นะคะ Happy New Year ค่าาาา

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 647 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,284 ความคิดเห็น

  1. #4193 phusanisa_ky (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 22 เมษายน 2564 / 10:39
    จิร้อง น้องๆ ได้ออกเรือนกันหมดแล้ว ฮรุก
    #4,193
    0
  2. #4140 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 เมษายน 2564 / 14:25
    น่ารักกกทุกคนเลยยยย
    #4,140
    0
  3. #3721 HYUNPARK (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 3 มีนาคม 2564 / 02:48
    เหมือนเพิ่งจะได้คอยเฝ้าดูทุกคนมาตั้งแต่เล็กๆเอง จนตอนนี้เป็นฝั่งเป็นฝากันหมดแล้ว ได้เห็นพัฒนาการแต่ละช่วงของพวกเด็กๆเรียกได้ว่าเหมือนเลี้ยงมากับมือเลยก็ว่าได้
    #3,721
    0
  4. #2768 natsume0000 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 6 มกราคม 2564 / 01:24

    สวัสดีปีใหม่ค่ะไรท์..ย้อนหลังล่ะ555+มีความสุขมากๆนะคะ
    #2,768
    0
  5. #2766 zezeuiaz (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 6 มกราคม 2564 / 00:17
    แซ่บมาก
    #2,766
    0
  6. #2757 _Daonuea_ (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 4 มกราคม 2564 / 09:08
    สวัสดีปีใหม่ค่ะไรท์
    #2,757
    0
  7. #2756 Hanami8686 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 3 มกราคม 2564 / 19:32
    สวัสดีปีใหม่เช่นกันค่ะไรท์
    #2,756
    0
  8. #2755 tuesun (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 2 มกราคม 2564 / 19:44

    สวัสดีปีใหม่ค่ะ

    #2,755
    0
  9. #2754 borntoread (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 2 มกราคม 2564 / 18:13
    เด็กๆคงแสบน่ากันน่าดู
    สวัสดีปีใหม่ค่ะคุณคุณไรท์🎆🎆🎆🎆
    #2,754
    0
  10. #2753 Pugkard Piyamaporn (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 2 มกราคม 2564 / 11:55
    รอค่าาาา
    #2,753
    0
  11. #2752 Reader☕ (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 2 มกราคม 2564 / 08:33
    เด็กๆคงซนน่าดู
    #2,752
    0
  12. #2751 Lalaland332221 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 2 มกราคม 2564 / 07:46
    รออออออออ
    #2,751
    0
  13. #2750 MonoPoly89 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 มกราคม 2564 / 23:37
    สาธุ สวัสดีปีใหม่ค่ะ สุข สวย รวยเรื่องดีดีค่ะ😊
    #2,750
    0
  14. #2749 babypig112 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 มกราคม 2564 / 21:03
    สวัสดีปีใหม่ค่ะ
    #2,749
    0
  15. #2748 Ingchuree (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 มกราคม 2564 / 20:09

    หหุบยิ้มไม่ได้~~

    #2,748
    0
  16. #2747 56523a (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 มกราคม 2564 / 15:38
    สุขสันต์วันปีใหม่ค่า
    #2,747
    0
  17. #2746 Ppp (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 มกราคม 2564 / 12:57

    อยากเจอพวกเด็กๆจังง55555

    สวัสดีปีใหม่นะคะ ขอให้ไรท์มีแต่ความสุขตลอดทั้งปีเลยน้าาา❤

    #2,746
    0
  18. #2745 primmi10 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 มกราคม 2564 / 12:24
    สวัสดีปีใหม่ค่ะ
    #2,745
    0
  19. #2743 pcard (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 มกราคม 2564 / 11:08
    ขอบคุณสำหรับตอนพิเศษนะคะ แต่ละคู่คือดีมากกกก 😆😆
    //สวัสดีปีใหม่ค่ะ 😊
    #2,743
    0
  20. #2742 poxzxx (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 มกราคม 2564 / 10:42
    happy new year ค้าบบบ
    #2,742
    0
  21. #2741 MelodyLoveNoon (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 มกราคม 2564 / 10:37

    สวัสดีปีใหม่นะคะะ อย่าลืมดูแลสุขภาพนะคะ ขอให้เป็นปีที่ดีค่าาาา
    #2,741
    0
  22. #2740 Tima Kan (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 มกราคม 2564 / 09:47
    สวัสดีปีใหม่ค่ะ
    #2,740
    0
  23. #2739 ZVKIKI (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 มกราคม 2564 / 09:45
    สวัสดีปีใหม่ค่ะคุณไรท์!! ขอให้ปีที่เริ่มใหม่แล้วนี้ เป็นปีที่เปล่งประกายเหมือนเช้าวันใหม่นะคะ มีความสุขมากๆ อย่าลืมรักษาสุขภาพด้วยนะคะ💛💛
    #2,739
    0
  24. #2738 Whatever it is (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 มกราคม 2564 / 09:37
    Happy new year ค่ะ

    ขอบคุณสำหรับตอนพิเศษนะคะ
    #2,738
    0
  25. #2737 tongmeelee (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 1 มกราคม 2564 / 09:33
    สวัสดีปีใหม่ค่ะ
    #2,737
    0