ใครฆ่าองค์ชายใหญ่ Yaoi,BL (สำนักพิมพ์ Lavender) : END

ตอนที่ 40 : 三十六 ภาคสอง เติบใหญ่และสิ้นสุด : 九 งานเลี้ยงสกุลฉิน (一)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,883
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 947 ครั้ง
    8 ม.ค. 64

九 

งานเลี้ยงสกุลฉิน

 

รถลากคันงามประดับตราจวนอัครเสนาบดีลู่มาจอดอยู่หน้าจวนสกุลฉิน คนขับนั้นเป็นองครักษ์เมฆดำอย่างหรงหวัน เขาหยุดรถหน้าจวนประตู ก่อนร่างชุดขาวที่สง่างามดุจหยกจะก้าวลงมาก่อนจากนั้นก็ยื่นมือมาเป็นหลักยึดให้ใครอีกคนก้าวลงมา

องค์ชายใหญ่เย่ซืออวิ๋นที่บัดนี้แม้จะแต่งเข้าจวนสกุลลู่แล้วก็ยังมีสูงศักดิ์ไม่แพ้ใครยกยิ้มจาง กระซิบถามอะไรบางอย่างกับสามีของตัวเองโดยที่ลู่ถิงอวี่ก็ยิ้มอย่างน่ามอง กุมมือไปส่งองค์ชายใหญ่ที่หน้าประตูจวน

“เรามาพบท่านตา” องค์ชายเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลไม่ถือตัวเช่นเคย ก่อนจะทำน้ำเสียงลำบากใจเล็กน้อย “ระ...เรารู้ว่าท่านตากำลังโกรธและไม่อยากเจอหน้าเรา แต่ว่า...เรามาคาราวะท่านตาด้วยความจริงใจ”

ลู่ถิงอวี่มองคนที่จงใจเอ่ยเสียงดังเพื่อให้คนที่เดินไปมาผ่านหน้าจวนสกุลฉินได้ยิน คนเฝ้าประตูจวนสกุลฉินได้แต่ทำสีหน้าไม่ถูกจากนั้นก็รีบเปิดประตูให้องค์ชายใหญ่เดินเข้าไป ลู่ถิงอวี่มองการป่วนของภรรยาตัวเองอย่างเอ็นดู จากนั้นก็หมุนกายกลับไปรอบนรถลาก เพราะถ้าหากตนไปด้วย

 

เกรงว่าฉินเมิ่งคงได้โมโหตายมากกว่า

 

“สายในจวนสกุลฉินไม่ได้ส่งข่าวอะไรเพิ่มเติมมาใช่หรือไม่หรงหวัน?”

“ขอรับคุณชาย...ช่วงนี้องครักษ์ในจวนเคลื่อนไหวลำบาก เพราะดูเหมือนฉินเซ่าเจ๋อผู้นั้นจะลงมือกำจัดสายลับในจวนไปมากเช่นกัน”

“อืม...ถ้าเขายังไม่ระแวงอีกก็แปลกแล้ว คนของเราต้องระวังตัวให้ดี”

 

ฉินเซ่าเจ๋อมีฝีมือซ้ำยังลงมือได้โหดเหี้ยมนักด้วย

 

หรงหวันพยักหน้า ก่อนจะหรี่ตาลงเล็กน้อย ทว่าก็ไม่กล้าถามออกไป เป็นคุณชายลู่ที่เอนพิงพนังรถลาก ในมือคือแก้วน้ำชาชั้นเลิศถามออกมาแทน “เจ้ากำลังสงสัยว่าเหตุใดข้าจึงไม่เข้าไปในจวนสกุลฉินกับซืออวิ๋นใช่หรือไม่?”

“ขออภัยขอรับคุณชาย” หรงหวันประสานมือขออภัยเพราะดูเหมือนตนจะละลาบละล้วงเกินไป ทว่าเขาเป็นห่วงองค์ชายใหญ่...จวนสกุลฉินนั้นมิใช่สถานที่ที่ดีเลยจริงๆ

“ไม่เป็นไร ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นห่วงเขา...แต่ว่านะหรงหวัน” มุมปากของลู่ถิงอวี่ปรากฏรอยยิ้มจางล้ำลึก “ซืออวิ๋นของข้ามิได้อ่อนแอและบอบบางถึงเพียงนั้น สกุลฉิน...ไม่ใช่คู่มือของเขาหรอก”

 

ฉินเมิ่งคนนั้นสู้อวิ๋นของเขาไม่ได้แม้แต่น้อย

ลูกแมวน่ะ...เก็บเล็บเก็บเขี้ยวไว้เก่ง ถ้าไม่เอาออกมาใช้ก็เป็นแมวน้อยน่ารักน่าเอ็นดู ถ้าเอาออกมาใช้ก็ข่วนและกัดคนจนเลือดซิบได้เช่นกัน

 

........

 

เย่ซืออวิ๋นเดินอย่างสง่างามไปตามเส้นทางในจวนสกุลฉิน ที่ห้องโถงใหญ่สำหรับต้อนรับแขกนั้นเขาเห็นฉินเมิ่งนั่งรออยู่ก่อนแล้ว อีกฝ่ายมองมาที่เขาอย่างอาฆาตมาดร้ายไม่ทันได้เก็บดวงตากลับไปเย่ซืออวิ๋นก็เห็นเสียก่อน แต่องค์ชายใหญ่กลับยิ้มกว้างทำเป็นไม่เห็นสายตานั้น รีบก้าวยาวๆ ไปหาฉินเมิ่งแล้วเอ่ยเรียกเสียงใส

“ท่านตา...”

เมื่อถูกเรียกฉินเมิ่งก็ได้แต่ลุกขึ้นมาทำความเคารพองค์ชายใหญ่ เย่ซืออวิ๋นรับเข้าไปประคองทันที “ท่านตาอย่ามากพิธีเลย เรานึกว่าท่านตาจะโกรธจนไม่อยากต้อนรับเราเสียแล้ว” ดวงตาคู่สวยกะพริบอย่างใสซื่อ ทั้งยังเม้มปากแน่นอีกด้วย ฉินเมิ่งหรี่ตาลงอย่างครุ่นคิด...

“เหตุใดองค์ชายทรงคิดเช่นนั้นเล่าพ่ะย่ะค่ะ”

“ก็...เรา...เราน่ะแต่งเข้าจวนสกุลลู่นี่นา เรากลัวท่านตาจะโกรธ” องค์ชายใหญ่หลุบตาลงราวเด็กที่ทำผิดและกลัวญาติผู้ใหญ่ดุ ท่าทางเช่นนี้น่าเอ็นดูและชวนให้ใจอ่อนยิ่งนัก

 

แสดงว่าองค์ชายใหญ่ไม่ใช่คนที่ทูลขอสมรสพระราชทานอย่างนั้นหรือ?...

คนที่ขัดขวางแผนของเขาเป็นลู่ถิงอวี่! เจ้านั่นชิงตัดหน้าทูลขอสมรสพระราชทานทำให้แผนการของเขาต้องพังพินาศ!!

 

“กระหม่อมไม่มีทางโกรธองค์ชายพ่ะย่ะค่ะ” ฉินเมิ่งได้แต่ยิ้ม รีบดึงหน้ากากท่านตาที่แสนดีออกมาทันที “พระองค์เป็นหลานชายคนหนึ่งของกระหม่อม”

“ดีเหลือเกินนึกว่าจะทำให้ท่านตาโกรธเสียแล้ว เราไม่กล้ามาที่จวนสกุลฉินเพราะกลัวจะทำให้ท่านตาโกรธนี่ล่ะ”

 

เปล่าหรอก...ความจริงแล้วเย่ซืออวิ๋นยุ่งอยู่กับการดูแลสามีรวมถึงน้องชายที่เขาจะแต่งงานก็ยังคงแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนหรือส่งจดหมายมาเสมิ แต่ข้ออ้างเช่นนั้นก็สร้างประโยชน์ให้เขาไม่มากก็น้อยทีเดียว 

 

“ถ้ามิเป็นการละลาบละล้วงเกินไปองค์ชายพอจะบอกกระหม่อมได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะว่าเหตุใดลู่ถิงอวี่ถึงได้ทูลขอสมรสพระราชทาน”

“ถิงอวี่บอกว่าเขารักข้ามากๆ มากจนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดีก็เลยใช้สิทธิ์ในฐานะบุตรชายอัครเสนาบดี รวมถึงเขาก็เป็นว่ารักษาการณ์แทนตำแหน่งนี้ด้วย เขาเป็นลูกศิษย์คนเดียวของเสด็จพ่อ...ลู่ถิงอวี่เคยบอกข้าว่าตั้งแต่เด็กๆ แล้วที่เสด็จพ่อติดค้างคำขอเขาไว้ข้อหนึ่งดังนั้นเลยใช้ในการทูลขอสมรสพระราชทานให้ข้าแต่งเข้าสกุลลู่น่ะ” องค์ชายใหญ่เอียงหน้าเล่ายิ้มๆ สีหน้าดูเปี่ยมสุขและไม่เขินอายที่จะบอกว่าสามีตนรักตนมากๆ จนฉินเมิ่งได้แต่คิ้วกระตุก

ที่จริงเรื่องนี้เขาซักซ้อมกับถิงอวี่มาเรียบร้อยแล้วว่าการทูลขอสมรสพระราชทานครั้งนี้ให้สกุลฉินเข้าใจว่าเป็นฝีมือของลู่ถิงอวี่คนเดียวเพราะเขายังต้องเข้าออกจวนสกุลฉินเพื่อประโยชน์ทางข่าวสารและเพื่อป่วนคนด้วย ที่จริงเย่ซืออวิ๋นก็อยากบอกคนสกุลฉินหรอกว่าคนขอสมรสพระราชทานน่ะคือตัวเอง

ในเมื่อชาติก่อนพวกท่านปรารถนาให้ข้าทูลขอสมรสพระราชทานมาก แต่ข้าไม่กล้าที่จะแต่งเข้าจวนสกุลลู่และอยากเหนี่ยวรั้งอะไรสักอย่างให้เป็นของตัวเองบ้าง ชาตินี้ที่ข้าทำได้ข้าก็อยากประกาศให้พวกท่านรู้ว่า...

 

อยากแต่งสามีน่ะข้าเย่ซืออวิ๋นมีปัญญาจัดการ!!

 

“ฝ่าบาทช่าง...ดีกับลู่ถิงอวี่เหลือเกิน”

ฉินเมิ่งพยายามที่จะไม่แค่นเสียง เพราะลู่ถิงอวี่เป็นลูกชายของลู่จิงคนที่เย่เทียนหลงรักก็เลยได้รับสิทธิพิเศษถึงเพียงนี้สินะ!

เย่ซืออวิ๋นมีหรือจะไม่รู้ว่าฉินเมิ่งคิดอะไร องค์ชายใหญ่ยิ้มตาหยีไม่ลังเลที่จะใส่ไฟลงไปอีก เรื่องทำให้สกุลฉินเสียดายในแผนการที่วางไว้ของตัวเองนี่เขาถนัดนักล่ะ!

“อืม...ถิงอวี่เคยเล่าให้ข้าฟังว่าในอดีต ตอนที่เขาเอาชีวิตแทบไม่รอด สภาพในตอนนั้นของเขาทำให้เสด็จพ่อรู้สึกสงสารยิ่งนัก ก็เลยให้ความใส่ใจเขาราวกับบุตรชายคนหนึ่ง”

 

ฉินเมิ่งสะอึกเพราะการที่ลู่ถิงอวี่ได้รับความสำคัญขนาดนี้ครึ่งหนึ่งเป็นเพราะแผนการของพวกเขา...เป็นแผนการของฉินเซ่าเจ๋อ!

แผนการในอดีตเป็นศรย้อนมาทำลายความสำเร็จของพวกเขาเสียเอง!

 

“ที่จริงวันนี้ถิงอวี่จะมาคาราวะท่านตาด้วย แต่เรากลัวท่านตาจะไม่อยากพบก็เลยไม่ได้ให้เขามา” ถิงอวี่ของเขาน่ะเขาปกป้องมาเสมอ ฮึ! เรื่องอะไรที่เย่ซืออวิ๋นจะปล่อยให้สามีตนมาคาราวะคนสกุลฉินเล่า!

“ในเมื่อเขาเป็นสามีขององค์ชายย่อมถือเป็นหลานคนหนึ่งของกระหม่อม มีหรือที่กระหม่อมจะรังเกียจพ่ะย่ะค่ะ” แม้จะไม่อยากเห็นหน้าลู่ถิงอวี่เพียงไร ทว่าฉินเมิ่งไม่อาจปล่อยให้ชาวบ้านลือกันไปได้ว่าเขาใจแคบยอมรับไม่ได้ที่หลานชายสมรสกับบุรุษด้วยกัน อีกทั้งลู่ถิงอวี่ผู้นั้นยังเป็นคนรุ่นเยาว์ที่มีชื่อเสียงเลื่องลือในหมู่มวลประชาอีกด้วย

 

รอให้กำจัดอีกฝ่ายออกไปได้ก่อนเถิด!

 

“ท่านตาใจดียิ่งนัก” เย่ซืออวิ๋นยิ้มหวาน แม้ในใจจะพยายามเถียงไปว่าถิงอวี่ไม่นับเป็นหลานท่านหรอก!

ฉินเมิ่งกระแอมไอ กับคนอย่างองค์ชายใหญ่เย่ซืออวิ๋นนั้นบางครั้งฉินเมิ่งก็รู้สึกรับมือยาก ทั้งๆ ที่อีกฝ่ายดูไม่มีอะไรเลยแท้ๆ ดูใสซื่ออ่านง่ายและบางครั้งก็รู้สึกว่าไร้เดียงสาจนเกินไป “แฮ่ม...ที่จวนกำลังจะจัดงานเลี้ยงใหญ่ ถ้าองค์ชายมีเวลากระหม่อมอยากจะ...”

“ข้าย่อมมาแน่นอนอยู่แล้วล่ะ”

“ดียิ่งพ่ะย่ะค่ะ เรียนเชิญองค์ชายและลู่ถิงอวี่ให้มางานเลี้ยงครั้งนี้ พวกเราสกุลฉินจะเลี้ยงฉลองให้พระองค์และลู่ถิงอวี่ด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

 

จะเชิญถิงอวี่มาด้วย

แสดงว่า...มีแผนการที่พุ่งเป้าไปที่ถิงอวี่สินะ

 

เย่ซืออวิ๋นที่หน้ายิ้มทว่าในใจกำลังครุ่นคิด พยักหน้ารับหงึกๆ “ได้สิ ข้าจะพาถิงอวี่มาด้วยแน่นอน ว่าแต่ท่านตาเชิญใครมาบ้างหรือ?”

“เนื่องจากเป็นงานเลี้ยงครั้งใหญ่และครั้งสำคัญของสกุล ได้มีการร่างเทียบเชิญไปยังสกุลใหญ่ต่างๆ ในเมืองหลวงจนครบแล้วพ่ะย่ะค่ะ ทูลองค์ชายตามตรงงานเลี้ยงครั้งนี้กระหม่อมตั้งใจจะดูผู้ที่คู่ควรให้บรรดาหลานชาย หลานสาวพ่ะย่ะค่ะ”

“จริงด้วย พี่ชายพี่สาวล้วนถึงเวลามีคู่ครองได้แล้วนี่นา” เย่ซืออวิ๋นเอียงหน้ายิ้มๆ ในใจก็คิดว่ายกเว้นพี่ฮวาซิง พี่ไห่ฟงแล้วก็...อืม พี่ฟางหนี่ว์ไว้สามคนที่ดูเหมือนจะมีคู่หมายอยู่แล้ว “ถ้าหากท่านตามีอะไรให้ข้าช่วยก็ย่อมบอกได้นะ จริงด้วย...ข้าทราบมาว่าท่านตาสุขภาพไม่ดีประเดี๋ยวจะให้คนส่งยาสมุนไพรมาให้นะ”

“เกรงใจองค์ชายแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

“ต้องเกรงใจกันที่ไหนเล่า เรามารบกวนความสงบของท่านตานานแล้ว คงต้องขอตัวกลับก่อน...ถ้าหากท่านตามีอะไรให้เราช่วยเกี่ยวกับงานเลี้ยงก็ให้คนไปบอกเราได้เรายินดีช่วยเหลือเต็มที่”

“แค่องค์ชายมาร่วมงานก็เป็นเกียรติแก่สกุลฉินแล้วพ่ะย่ะค่ะ...จริงด้วยสิพ่ะย่ะค่ะ ช่วงนี้เซ่าเจ๋อเองก็บ่นว่าคิดถึงองค์ชายอยู่เช่นกัน ถ้าหากไม่เป็นการรบกวนเขาคงอยากขออนุญาตไม่เยี่ยมองค์ชายที่จวนอัครเสนาบดี”

 

ไปเยี่ยมข้าหรือหาเรื่องอยากจะไปเจอท่านพ่อลู่จิงกันแน่

แต่ช่วงนี้ท่านพ่อก็มิได้อยู่ที่จวนเท่าไหร่นักหรอก เพราะถูกเสด็จพ่อลากออกไป อืม...ตรวจราชการและความเป็นอยู่ของอาณาประชาราษฎร์อยู่บ่อยๆ

 

แม้จะคิดอย่างนั้นเย่ซืออวิ๋นก็ยังคงมีรอยยิ้มว่าใสซื่อเต็มใบหน้า พยักหน้าหงึก “ได้สิ...ถ้าหากท่านลุงมีเวลาก็มาเยี่ยมเราได้ จวนอัครเสนาบดียินดีต้อนรับ”

 

เดิมทีเย่ซืออวิ๋นก็หลีกเลี่ยงการเจอหน้าฉินเซ่าเจ๋ออยู่บ่อยครั้ง ไม่ใช่เพราะกลัวหรืออะไร แต่เพราะเขาทำตัวไม่ถูกจริงๆ คนที่ชาติก่อนเป็นญาติที่เขาสนิทด้วยที่สุดและชาตินี้ก็เป็น...พ่อของเขาเอง

 

กลัวตนเองจะตีหน้ายิ้มต่อหน้าอีกฝ่ายไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาหรอกเพราะมีลู่ถิงอวี่และมีทุกคนอยู่ ดังนั้นเย่ซืออวิ๋นก็ไม่ได้กลัวการเผชิญหน้ากับฉินเซ่าเจ๋อขนาดนั้น แต่ถ้าหากหลีกเลี่ยงได้ก็ควรหลีกจะดีกว่า...

อีกทั้งงานเลี้ยงของสกุลฉินคราวนี้ดูก็รู้ว่าไม่ใช่งานที่ดีอะไร คนพวกนี้ต้องวางแผนบางอย่างเป็นแน่

 

ถ้าหากกล้าแตะต้องสามีข้า...ก็อย่าหาว่าข้าเย่ซืออวิ๋นร้ายไม่เป็น!

 

เย่ซืออวิ๋นเดินออกมาหน้าประตูจวนโดยปฏิเสธไม่ให้ฉินเมิ่งมาส่ง เขาเห็นบรรดาญาติทางสกุลฉินบางคนมาแอบมองที่เขาแต่ไม่มีใครมาเอ่ยทัก คนพวกนี้คงคิดว่าเขาไม่เห็น และอาจจะคิดว่าเขากำลังหมดประโยชน์ในไม่ช้านี้ก็ได้

 

เห็นทีคงทำให้คนพวกนี้ผิดหวังอีกแล้วกระมัง

 

เย่ซืออวิ๋นเดินออกมาหน้าประตูจวนเห็นรถลากคันงามของจวนอัครเสนาบดีจอดอยู่ หรงหวันรับเปิดประตูให้เขาเข้าไปทันที ภายในรถลากบุรุษรูปงามล้ำกำลังเอนตัวอย่างผ่อนคลายดื่มชาที่กำลังส่งกลิ่นหอมออกมา ชายอาภรณ์สีขาวของเขานั้นแผ่คลุมเบาะนุ่มๆ ดูงดงามราวกับหยกขาวที่เปล่งประกาย และยิ่งดวงตาดอกท้อคู่สวยนั้นจับจ้องเย่ซืออวิ๋นก็พลันคลี่รอยยิ้มหวานล้ำออกมา

ทำให้บรรยากาศรอบตัวที่แต่เดิมสง่างามสูงส่งกลายเป็นอ่อนหวานขึ้นมาทันที มือเรียวเอื้อมมาจับมือเย่ซืออวิ๋นไว้ก่อนจะดึงมานั่งบนตักกว้างของตัวเองแล้วโอบกอดไว้แน่น

“อวิ๋น...เจ้ากลับมาแล้ว”

“ข้าไปไม่นานเลยนะ”

“ก็ข้าคิดถึง”

เย่ซืออวิ๋นไม่รู้จะทำอย่างไรกับสามีตนเองดี เลยได้แต่หัวเราะเบาๆ ก่อนจะยื่นหน้าออกไปนอกหน้าต่างแล้วบอกคนเฝ้าประตูจวนเสียงดัง เจตนาให้ชาวบ้านที่ผ่านไปผ่านมาได้ยิน “เรารู้ว่าท่านตายังโกรธเรามากและไม่เต็มใจเรื่องที่เราแต่งงานเข้าจวนอัครเสนาบดี แต่เราอยากให้ท่านตาถนอมสุขภาพและดูแลตัวเองให้ดี ไว้เราจะให้คนส่งยาบำรุงมาให้” พูดจบเย่ซืออวิ๋นก็ปิดหน้าต่างลงแล้วก็หันไปยักคิ้วพร้อมฉีกยิ้มกว้างให้ลู่ถิงอวี่ จากนั้นก็บอกให้หรงหวันบังคับรถลากกลับจวน

“ซนจริงๆ” คุณชายลู่เขาชมภรรยาด้วยแววตาเอ็นดูยิ่ง กระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น เมื่ออวิ๋นของเขาจงใจสาดโคลนใส่ฉินเมิ่ง

“สกุลฉินกำลังจะมีงานเลี้ยงใหญ่เขาให้ข้าชวนถิงอวี่มาด้วย เห็นทีว่างานเลี้ยงคราวนี้ไม่ใช่งานดีอะไร พวกเขาต้องวางแผนบางอย่างเป็นแน่”

“อืม...เดาได้ไม่ยากหรอก” ลู่ถิงอวี่บีบนวดไหล่ให้คนในอ้อมแขนเบาๆ “พวกเขาวางแผนพลาดเรื่องของซืออวิ๋นตอนนี้คงกำลังพุ่งเป้าไปที่ตำแหน่งว่าที่ชายาขององค์ชายรัชทายาท...”

เย่ซืออวิ๋นทำหน้าตาจริงจัง “นี่พวกเขาคิดจะระรานน้องชายข้าหรือ!...ไม่สิเขาคิดจะระรานสามีของข้าด้วย!”

ได้ยินคำว่าสามีจากปากภรรยาคนงามลู่ถิงอวี่ก็รู้สึกปลาบปลื้มยิ่งนัก บีบนวดให้อย่างเอาใจเสร็จแล้วก็กอดเย่ซืออวิ๋นไว้ในอ้อมแขนต่อ “ไม่โมโหนะอวิ๋น โมโหแล้วไม่ดีต่อสุขภาพ...ข้าจะจัดการพวกเขาให้เจ้าเอง”

“ถ้าคราวนี้คนสกุลฉินกล้าแตะต้องถิงอวี่และน้องชายข้าอีกครั้งจริงๆ ล่ะก็...คราวนี้ข้าจะให้พวกเขาชดใช้!” หนี้เก่ายังเก็บดอกเบี้ยไม่หมดเลยถ้ายังก่อหนี้ใหม่อีกล่ะก็...หึ!

“ดีใจเหลือเกิน มีภรรยาคอยใส่ใจและปกป้องเช่นนี้”

“อื้ม! ข้าจะปกป้องถิงอวี่เอง!” เย่ซืออว่นเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นกอดสามีของตนเองไว้มั่น ซุกหน้ากับไหล่ของลู่ถิงอวี่ราวลูกแมวน้อย “ถิงอวี่จะกลับไปทำงานอีกหรือไม่?”

“ตอนแรกก็ว่าจะเที่ยวเล่นเป็นเพื่อนเจ้าก่อน แต่เห็นทีคงจะไม่ได้เสียแล้วล่ะ...ป่านนี้เย่เฟิงกับไห่ฟงคงบ่นข้าไปไม่น้อยแล้ว อีกทั้งดูเหมือนฝ่าบาทจะโยนฎีกามาทางนี้ด้วย คงโดดงานไม่ได้เสียแล้ว”

“ไม่เป็นไร...เช่นนั้นเดี๋ยวข้าจะไปส่งถิงอวี่ที่วังหลวง แล้วไปตำหนักคุนหนิงพูคุยกับเสด็จแม่ทั้งสอง ค่อยรอเจ้าเลิกงานแล้วกลับจวนพร้อมกันดีหรือไม่?” 

 

ดวงตากลมโตคู่นั้นมองมา นอกจากนำพาความอ่อนหวานละมุนที่ซึมซาบไปในหัวใจแล้วยังนำพาความรู้สึกอบอุ่นของการที่ได้รับความใส่ใจมาด้วย

อวิ๋นของเขา...ช่างทำให้คนหลงรักจนไปไหนไม่รอดจริงๆ

 

“หรงหวัน พวกเราแวะหอวารีกันสักครู่นะ เตรียมของกินให้ถิงอวี่เอาเข้าไปกินระหว่างทำงานด้วยจะได้ไม่ต้องทนหิว ส่วนพวกของว่างเดี๋ยวข้าค่อยให้คนที่ตำหนักคุนหนิงส่งมา...ถิงอวี่ทำอันใดน่ะ!” เย่ซืออวิ๋นโวยเมื่อคนที่นั่งเป็นตักให้ตนอยู่อุ้มเขาพลิกนอนลงบนเบาะนุ่มจากนั้นก็กดจูบลงมาอย่างนุ่มนวล เสียงไพเราะนั้นกระซิบที่ข้างหูเบาๆ

“อย่าน่ารักไปมากกว่านี้ได้หรือไม่ ข้าน่ะทั้งรักและหลงเจ้าโดยไม่รู้จะทำอย่างไรแล้วนะ หืม?”

องค์ชายใหญ่ย่นจมูก “เช่นนั้นก็รักข้าให้มากๆ มากกว่าเดิมสิ”

ลู่ถิงอวี่หัวเราะเบา เอาปลายจมูกของตนชนกับปลายจมูกของเย่ซืออวิ๋น เล่นกันเหมือนเด็กๆ “นั่นเป็นเรื่องที่สามีต้องทำอยู่แล้ว”

สามีภรรยาคู่นี้ยังคงเล่นกันบนรถลากไปอย่างนั้น ส่วนหรงหวันที่เป็นคนบังคับรถลากก็ได้แต่ปิดประสาทหูและประสาทสัมผัสทั้งหมด เพราะไม่เช่นนั้นเขาคงได้สำลักความหวานจนขาดอากาศหายใจ ยิ่งเดี๋ยวนี้ไปรายงานฝ่าบาทไม่ได้เพราะอย่างไรเสียองค์ชายใหญ่กับคุณชายลู่ก็แต่งงานกันแล้วด้วย!

 

หรือว่า...รายงานได้ได้นะ

เพราะที่คุณชายลู่ถูกเรียกตัวกลับวังและเพิ่มงานกระทันหันนี่ก็เป็นเพราะ...อวดความรักมากเกินไป

........

 

งานเลี้ยงของสกุลฉินนั้นเป็นงานเลี้ยงที่จัดอย่างยิ่งใหญ่และอลังการยิ่งนัก กระทั่งเทียบเชิญยังใช้กระดาษอย่างดีและหมึกที่ผสมทองคำทำเลย และส่งไปยังบรรดาตระกูลใหญ่รวมถึงตระกูลที่มีชื่อเสียงต่างก็ได้รับเทียบเชิญนี้กันทั้งสิ้น และทุกบ้านก็ไม่มีใครปฏิเสธคำเชิญนี้เพราะสกุลฉินเป็นหนึ่งในบรรดาตระกูลใหญ่ในเมืองหลวง อีกทั้งดูเหมือนว่างานนี้จะเป็นการเลือกคู่ครองให้บรรดาหนุ่มสาวสกุลฉินที่ได้เวลามีคู่ครองกันหมดแล้ว

หนุ่มสาวเหล่านั้นล้วนมีรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลางดงามและมากความสามารถ ทำให้แต่ละคนต่างหวังอยากจะเกี่ยวดองกับคนสกุลฉินกันทั้งสิ้น

จวนสกุลฉินเองคราวนี้ก็คึกคักและรื่นเริงยิ่งนัก รถม้า รถลากจากจวนสกุลต่างๆ เทียบจอดอยู่หน้าสกุลฉินกันเต็มไปหมด แต่ละคนพกพาของขวัญติดไม้ติดมือมาด้วยไม่มากก็น้อย เหล่าคุณหนูคุณชายทั้งหลายล้วนแต่งตัวกันอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้น้อยหน้าใครและหวังจะเกี่ยวดองกับสกุลฉิน

เหล่าบ่าวไพร่ในจวนก็วิ่งกันวุ่นวาย บรรดาเจ้านายในจวนล้วนมาเป็นตัวแทนต้อนรับแขกกันอยู่หน้าประตูจวนเพื่อไม่ให้ใครเอาไปพูดได้ว่าสกุลฉินไม่ได้ดูแลแขกให้ดี แต่ละคนล้วนแต่งตัวอย่างงดงาม

เย่ซืออวิ๋นที่สวมชุดผ้าไหมอย่างดีสีน้ำเงินเข้มปักดิ้นเงินเป็นลวดลายไผ่ขาวอันงดงาม นี่เป็นชุดที่ลู่ถิงอวี่ให้คนเตรียมตัดไว้ให้เย่ซืออวิ๋นมาตั้งแต่ก่อนที่อีกฝ่ายจะแต่งเข้าจวนเสียอีก ใช้ผ้าไหมไพลินมรกตซึ่งเป็นผ้าไหมล้ำค่าจากสู่ชวนที่ปีหนึ่งจะทอออกมาได้แต่สองพับเท่านั้น และสองพับที่ว่าก็กลายมาเป็นอาภรณ์ที่เย่ซืออวิ๋นและลู่ถิงอวี่สวมอยู่

อาภรณ์คู่ที่ลู่ถิงอวี่ให้คนตัดไว้ไม่รู้เท่าไหร่และมีอยู่เต็มจวน คุณชายลู่จับจูงมือภรรยาของตนเข้าจวนสกุลฉินมาโดยไม่สนใจสายตาคนอื่น นับจากวันแต่งงานคู่แต่งงานใหม่คู่นี้ไม่เคยร่วมงานเลี้ยงที่จวนสกุลไหนมาก่อน

 

นี่นับเป็นครั้งแรกเลยที่ทั้งคู่มาออกงานพร้อมกันเช่นนี้

 

ดังนั้นพวกเขาเลยกลายเป็นเป้าสายตาของทุกคน บุรุษที่เหมาะสมกันราวสวรรค์บรรจงสรรค์สร้างให้พวกเขาเกิดมาคู่กัน คนหนึ่งดูหล่อเหลาสง่างามดุจสลักมาจากหยกขาว อีกคนงดงามเปล่งประกายราวหงสามีชีวิต

 

และดูเป็นคู่ที่รายล้อมด้วยความรักจนพาให้หลายคนอิจฉา

 

ดูเหมือนลู่ถิงอวี่จะไม่ลำบากใจแม้แต่น้อยที่จะประกาศให้ใต้หล้ารู้ว่าเขานั้นรักใคร่ภรรยามากขนาดไหน ของมีค่าควรเมืองมากมายล้วนประดับอยู่บนร่างขององค์ชายใหญ่เย่ซืออวิ๋น

“องค์ชายใหญ่ คุณชายลู่ เชิญทั้งสองท่านทั้งนี้เลย” ฉินเจาที่เป็นตัวแทนมารับแขกได้พยายามฉีกยิ้มอย่างเต็มที่ ทว่าแววตาไม่ได้ยิ้มด้วย เขาเกลียดลู่ถิงอวี่พอๆ กับที่เกลียดฉินไห่ฟง แค่ชื่อเสียงและความสามารถที่กลบประกายคนอื่นของอีกฝ่ายก็พาให้ไม่ชอบหน้าจนไม่อยากมองเสียแล้ว

“ข้านำของขวัญมาให้” เย่ซืออวิ๋นยื่นกล่องของขวัญที่ไปซื้อและเลือกส่งๆ มาให้ฉินเจา เพราะไม่อยากเอาของล้ำค่าในคลังมาให้ก็เลยไปซื้อและเลือกส่งๆ มาสักชิ้นสองชิ้น 

“แค่องค์ชายมาก็เป็นเกียรติแล้วพ่ะย่ะค่ะ เชิญทางนี้เลยพ่ะย่ะค่ะ” ฉินเจานำทั้งคู่ไปยังที่นั่งประจำที่ซึ่งจัดไว้เรียบร้อยแล้ว แน่นอนว่าต้องให้องค์ชายใหญ่นั่งเป็นประธานเพราะอีกฝ่ายมีศักดิ์ฐานะสูงที่สุด แต่เย่ซืออวิ๋นได้ปฏิเสธไปแล้วและให้ฉินเมิ่งที่เป็นผู้อาวุโสนั่งเป็นประธานแทน 

“ไห่ฟงไปไหนหรือ?” ลู่ถิงอวี่เอ่ยถามขึ้นมาเบาๆ และนั่นก็ทำให้ฉินตวัดตามองเก็บสายตากลับไปไม่ทัน แน่นอนว่าลู่ถิงอวี่เห็นแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร...เพราะเขาจงใจ

“น้องสามไปรับแขกทางอื่น”

“งั้นหรือ...ดูจากฐานะขององค์ชายใหญ่และข้าแล้ว นึกว่าจะให้ไห่ฟงมาเป็นคนต้อนรับพวกเราเสียอีก”

 

ลู่ถิงอวี่กำลังดูถูกข้างั้นหรือ!!

 

ฉินเจากำหมัดแน่นพยายามเก็บความแค้นครั้งนี้ไว้รอเอาคืนทีเดียว คอยดูเถิดวันนี้ข้าจะทำให้เจ้าสำนึก! รักกันดีให้คนภายนอกเห็นไปกันเถิด ประเดี๋ยวเจ้าก็จะมีข่าวฉาวจนไม่อาจเชิดหน้าชูตาได้อีก ตำแหน่งว่าที่อัครเสนาบดีที่นั่งอยู่ก็ต้องถูกปลด!

ฉินเจาพยายามฝืนรอยยิ้มพาทั้งคู่ไปถึงที่นั่งจากนั้นก็ขอตัวออกไปต้อนรับแขกคนอื่นก่อน เมื่อไม่มีใครก็ได้แต่กวาดแก้วชามากมากมายลงพื้นเสียงดังจนเหล่าบ่าวไพร่สะดุ้ง ทว่าก็ไม่กล้าไปพูดอะไรวิ่งวุ่นกันดูแลเหล่าแขกเหรื่อมากมายในจวน

บ่าวไพร่หลายคนไปรายงานคุณชายสามที่แม้จะไม่ได้เป็นผู้จัดการงานหลักทว่าทุกคนก็เชื่อฟังอย่างยิ่ง ฉินไห่ฟงเพียงแต่กำชับบ่าวไพร่ว่าไม่ต้องไปวุ่นวายให้เก็บเศษแก้วและเศษกระเบื้องให้เรียบด้วย

ดวงตาคมมองสบกับดวงตาอีกคู่ที่ซุกซ่อนอยู่ในเงามืด ถ้าจำไม่ผิดเหมือนเมื่อครู่เขาจะเห็นไหเหล้าหายไปสองสามไห...เสี่ยวรุ่ยคงมือซนอีกแล้ว ถ้าไม่ดื่มจนเมาก็ไม่เป็นไรหรอก แต่ถ้ากเมาคงต้องสั่งสอนเด็กดื้อเสียบ้าง

การจัดงานเลี้ยงครั้งนี้ดูเหมือนว่าท่านตาจะให้ฉินเจาเป็นตัวหลัก ดังนั้นเขาก็เลยไม่ได้ยุ่งเกี่ยวอะไรมาก เพราะอีกฝ่ายก็ค่อนข้างชังน้ำหน้าเขาอยู่แล้วด้วย ทั้งการจัดตกแต่งสถานที่ อาหาร สุรา หรือการแสดงฉินไห่ฟงมีส่วนร่วมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

 

แต่งานเลี้ยงครั้งนี้อย่างไรก็ไม่น่าไว้วางใจจริงๆ...

ดังนั้นพวกเขาเลยจำเป็นต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างเคร่งครัด

 

“องค์ชายใหญ่และคุณชายลู่มาหรือยัง”

“มาแล้วขอรับ คุณชายใหญ่เชิญไปนั่งประจำที่เรียบร้อยแล้ว”

“อืม...” ฉินไห่ฟงละสายตาจากเนี่ยรุ่ยเอินจากนั้นก็เดินไปที่นั่งของเย่ซืออวิ๋นและลู่ถิงอวี่ เขาวางท่าทีสุภาพเยือกเย็นจนดูไม่ออกมาว่าเป็นเพื่อนร่วมงานของลู่ถิงอวี่ 

“พี่ไห่ฟง” เย่ซืออวิ๋นยิ้ม กระซิบถามเสียงเบา “รุ่ยเอินเล่า”

“ป่านนี้คงเร้นกาย ขโมยสุรา ขโมยของกินรอดูอะไรสนุกๆ อยู่กระมัง” ลู่ถิงอวี่เป็นฝ่ายตอบแทน คำตอบที่ราวกับรู้นิสัยใครบางคนดีทำให้ฉินไห่ฟงส่งสายตาเย็นชาใส่คุณชายลู่ทันที ลู่ถิงอวี่ที่กำลังรินชาใส่แก้วให้ภรรยาหัวเราะในลำคอ ไม่นำพาสายตาเยือกเย็นของสหาย “หวงได้แค่นี้ล่ะ เจ้าก็แค่คนกันเองนะ”

“เอาล่ะถิงอวี่อย่าแกล้งพี่ไห่ฟงอีกเลย”

“ข้าแค่พูดความจริงให้เขาฟังเองนะ” ลู่ถิงอวี่กะพริบตาใสซื่อ ส่วนฉินไห่ฟงนั้นคร้านจะสนทนากับลู่ถิงอวี่แล้วเขาเพียงเอ่ยกำชับให้ทั้งคู่ระวังตัว

“ระวังสุราด้วย”

“ขอบใจนะพี่ไห่ฟง” เย่ซืออวิ๋นเอียงหน้ายิ้มหวานก่อนจะปล่อยให้ฉินไห่ฟงไปคอยรับรองแขกเหรื่อทั้งหลายต่อ

“เชื่อข้าหรือไม่ว่าหลังงานเลี้ยงคืนนี้ไห่ฟงได้ถูกข่วนหนักเป็นแน่” ลู่ถิงอวี่ที่เห็นสายตาหลายคนที่จับจ้องคุณชายสามสกุลฉินอย่างหมายมั่นอยากครอบครองนั้นแล้วก็ยกยิ้มมุมปาก “แม้จะยังไม่รู้ตัวแต่รุ่ยเอินก็...ขี้หวงใช่ย่อยเลย”

“ข้าว่าพี่ไห่ฟงคงอยากให้รุ่ยเอินหวงตัวเองอยู่แล้ว”

“ก็จริง...ข้าเองก็ชอบให้อวิ๋นหวงข้า แต่ถ้าเจ้าหวงแล้วเหนื่อยก็ไม่ต้องหวง เพราะข้าน่ะ...” ดวงตาดอกท้อหวานฉ่ำ มองปากแดงที่เปื้อนคราบชาจนต้องยื่นปลายนิ้วมาปาดขอบปากให้อย่างอ่อนโยน “หวงตนเองไว้ให้อวิ๋นอยู่แล้วล่ะ”

“เมื่อครู่เรายังคุยเรื่องพี่ไห่ฟงกับรุ่ยเอินกันอยู่เลยไม่ใช่หรือ” เย่ซืออวิ๋นแก้มร้อนพยายามเปลี่ยนเรื่อง สามีรูปงามของตนมักทำให้เขาเขินเสมอเลย 

 

ขนาดอยู่ท่ามกลางผู้คนก็ไม่เว้น

เหมือนที่เสด็จพ่อทรงตรัสบอกไว้จริงๆ!

 

“ข้าเห็นน้องฉิงด้วย” ลู่ถิงอวี่เองก็รู้ว่าภรรยาคนดีกำลังเขินก็เลยช่วยเปลี่ยนเรื่อง อย่างที่เขาบอกว่าเขาเป็นสามีที่ดีและเชื่อฟังภรรยาอย่างยิ่ง

“น้องฉิงย่อมต้องได้รับเชิญมาอยู่แล้ว ถิงอวี่...เจ้าอย่ากินอะไรมั่วซั่วนะ กระเพาะเจ้าไม่ค่อยดี” เย่ซืออวิ๋นรีบห้ามมือของลู่ถิงอวี่ไว้ไม่ให้คีบอะไรมั่วซั่ว เพราะวันก่อนตอนที่ให้หมอหลวงมาตรวจร่างกายลู่ถิงอวี่เป็นประจำทุกเดือนนั้นหมอบอกว่าต้องใส่ใจเรื่องอาหารการกินของลู่ถิงอวี่ให้มาก ดังนั้นเย่ซืออวิ๋นเลยเข้มงวดกับห้องครัวในจวนมากกว่าเดิม อาศัยที่ตนชอบกินและรู้ว่ากินอะไรมีประโยชน์จะบอกให้พ่อครัวในจวนทำอาหารสำหรับสุขภาพให้ลู่ถิงอวี่อยู่เสมอ

 

ไม่ได้หรอก แม้ถิงอวี่จะแข็งแรงขึ้นมามากแล้วก็ไม่อาจละเลยได้!

ในฐานะภรรยายิ่งต้องใส่ใจขึ้นเป็นเท่าตัว!

 

“ได้...เชื่อฟังเจ้า” ลู่ถิงอวี่ว่าง่ายยิ่ง ภรรยาบอกไม่เขาก็ย่อมไม่มีทางบอกว่าใช่ นั่งเอนตัวพิงเบาะนุ่มๆ ปล่อยให้ภรรยาคนงามคีบอาหารป้อนให้ถึงปากด้วยท่าทีเอาใจใส่ ไม่นำพาสายตารอบๆ

 

จะสนผู้อื่นทำไม ในเมื่อคนเหล่านั้นไม่เคยอยู่ในสายตาเขา อีกทั้งพวกเขาทั้งคู่ก็มิได้ทำอันใดผิด แค่ใส่ใจกันในฐานะสามีภรรยาเฉยๆ 

 

“ขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติมาในงานเลี้ยงครั้งนี้ของสกุลฉินเรา” ฉินเมิ่งหยิบจอกสุราขึ้นมา “ข้าดื่มขอบคุณทุกท่าน” 

“เป็นเกียรติๆ” แต่ละคนต่างรีบดื่มสุราตามกันทันที เมื่อดื่มสุราต้อนรับแก้วแรกเสร็จเรียบร้อย การแสดงก็เริ่มขึ้น...คนที่แสดงเปิดงานแน่นอนว่าย่อมต้องเป็น...

 

ฉินฮวาซิง

 

วันนี้คุณหนูใหญ่จวนสกุลฉินสวมอาภรณ์สีส้มสดงดงามดุจแสงของตะวัน เรือนผมยาวสยายนั้นถูกยกมวยเป็นทรงเทพธิดาเหินประดับด้วยเครื่องประดับทองคำงดงาม...หนึ่งในนั้นคือปิ่นสีทองที่มีระย้าเป็นรูปใบไม้เล็กๆ สีเขียวมรกตห้อยลงมา ยามนางขยับตัวปิ่นจะเคลื่อนไหวจนเกิดเสียงกรุ๊งกริ๊งไพเราะน่าฟัง ฮวาซิงนั่งหลังตรงอย่างสง่างาม ในมือนางคือพิณงามที่บัดนี้กำลังสั่นไหวเพราะแรงดีดจากปลายนิ้วขาวผ่อง

 

ภูเขาสูงธารน้ำไหล...

 

บทเพลงที่ว่ากันว่าบรรเลงได้ยากยิ่งถ้าหากผู้บรรเลงมีฝีมือไม่เพียงพอ แต่เมื่ออยู่ในมือของฮวาซิงแล้วกลับบรรเลงได้ง่ายดายและสื่อความหมายที่ต่างออกไปจากเดิม...

“ฝีมือพิณของพี่ฮวาซิงยอดเยี่ยมจริงๆ” เย่ซืออวิ๋นเอ่ยชมเบาๆ จนสามีที่นั่งอยู่ข้างๆ ขมวดคิ้ว หลุบตามองภรรยาเหมือนคนไม่ได้รับความเป็นธรรม

“ยอดเยี่ยมกว่าข้าหรือ?” ลู่ถิงอวี่กอบกุมมือบางของเย่ซืออวิ๋นไว้ เกาหลังมือขาวเบาๆ จากนั้นก็กระชับแน่นขึ้น “หืม?”

“ถิงอวี่...กับเรื่องนี้เจ้าก็จะถือสาหรือ?”

ลู่ถิงอวี่พยักหน้าลง “ย่อมถือสา...ข้าอยากให้อวิ๋นชมข้าคนเดียว และอยากเก่งที่สุดในสายตาเจ้าด้วย ข้าไม่ได้ชมตนเองหรอกนะ...แต่ข้าคิดว่าว่าบรรเลงพิณได้ไพเราะกว่าฉินฮวาซิง”

เย่ซืออวิ๋นหัวเราะ รู้สึกว่าสามีของตนนั้นจะหลงตัวเองมากเหมือนที่บรรดาน้องชายเคยบอกไว้ แต่ถิงอวี่ก็มีดีให้หลงตัวเองนั่นล่ะนะ “ได้ๆ เจ้าเก่งที่สุดแล้วสามีคนเก่งของข้า...ดังนั้นเจ้าห้ามน้อยใจเป็นอันขาดนะ”

“ถ้าราตรีนี้ภรรยาจะปลอบข้าบนเตียงก็ย่อมได้”

เย่ซืออวิ๋นแก้มร้อนวาบอีกครา ยกมือขึ้นตีลู่ถิงอวี่เบาๆ...สามีของตนนี่ชอบเกี้ยวเขาเสมอ ขนาดแต่งงานกันแล้วก็เกี้ยวไม่เว้นวัน! 

“ถิงอวี่!”

“เจ้ารับปากแล้ว...น่ารักเหลือเกิน”

 

ข้าไปรับปากเจ้าตรงไหนกัน เจ้าไม่ฟังข้าและโมเมเข้าข้างตนเองต่างหาก!

คนขี้โกง!

แต่ข้าก็ไม่เคยโกรธคนขี้โกงอย่างเจ้าได้สักคราเลย ซ้ำยังอ่อนใจจนไม่รู้จะทำอย่างไร...นอกจากตามใจและรักใครถนอมสามีตนอย่างดี

คงจริงอย่างที่เสด็จพ่อเคยตรัสไว้ที่ลู่ถิงอวี่ร้ายกาจขึ้นทุกวันก็เพราะเขาน่ะตามใจอีกฝ่ายเกินไป แต่ให้เลิกตามใจอีกฝ่ายเย่ซืออวิ๋นก็ทำไม่ได้อีก...

 

“ปิ่นที่พี่ฮวาซิงใช้ปักผมนั่น...ถ้าหากข้าจำไม่ผิดดูเหมือนจะเป็นหนึ่งในสมบัติของสกุลหยาง” เย่ซืออวิ๋นเคยช่วยเสด็จแม่ว่านกุ้ยเฟยตรวจดูคลังสมบัติและจำได้ดีว่าพระนางเคยบอกไว้ว่ายกปิ่นนี้ให้น้องสามไปแล้ว ไว้ให้น้องสามมอบให้ลูกสะใภ้

 

อืม...และบัดนี้กลับมาอยู่กับพี่ฮวาซิงนี่มันหมายความว่าอย่างไรกันนะ หึๆ

เห็นดีคงได้เขียนจดหมายไปเย้าน้องสามแล้วล่ะ อ้อ...คงต้องวาดภาพพี่ฮวาซิงในวันนี้ส่งไปให้ด้วย

เผื่อเจ้านักเลงโตจะได้กลับมาเร็วกว่ากำหนดการเดิม

 

“คนพวกนี้นี่ไม่ไหว” ลู่ถิงอวี่เอ่ยบ่น “สู้ข้าก็ไม่ได้” 

 

เพราะเขามีภรรยาเป็นของตนเองแล้ว แต่คนพวกนั้นน่ะยัง ‘โสด’ กันอยู่น่ะสิ!

เย่ซืออวิ๋นเงยหน้ามองสามีตาแป๋วแต่ไม่ถามว่าสู้ไม่ได้เรื่องอะไร เพราะรู้ดีว่าถิงอวี่คงสรรหาอะไรมาพูดให้เขาเขินอีกเป็นแน่ ดวงตาคู่สวยเลยพยายามเพ่งมองกลางลานที่มีเปลี่ยนคนแสดงเป็นคนอื่นแล้วแทน ทว่ามือก็ยังกอบกุมมือของลู่ถิงอวี่ไว้แล้วลูบเบาๆ ปล่อยให้ดวงตาดอกท้อคู่นั้นจับจ้องเพียงตนไม่ละไปไหน 

 

ลู่ถิงอวี่ไม่สนแม้การแสดงต่างๆ ดวงตาจับจ้องเพียงคนคนเดียว...

 

จากการบรรเลงเพลงพิณเปลี่ยนเป็นการร่ายรำที่งดงามตื่นตาตื่นใจ ผู้ที่นำขบวนร่ายรำเป็นสาวงามอีกคนของสกุลฉิน ความสามารถด้านการร่ายรำของนางนั้นงดงามตรึงสายตายิ่งรัก

 

 ฉินฟางหนี่ว์

 

นางร่ายรำได้อ่อนช้อยงดงามจนราวกับไม่มีกระดูก ผ้าไหมสีแดงในมือพลิ้วไสวราวสายลม การทิ้งสายตา การแย้มยิ้มล้วนมีเสน่ห์ตรึงสายตาผู้คน

 

ฉินฮวาซิงงดงามสูงส่ง ส่วนฉินฟางหนี่ว์เปี่ยมเสน่ห์เย้ายวน

 

“ฉินฟางหนี่ว์...นางจะแต่งออกไปกับเว่ยเฉาจริงๆ น่ะหรือ?” ลู่ถิงอวี่เอ่ยถามขึ้น แม้เขาจะไม่สนใจสตรี แต่บางทีก็รู้สึกไม่เป็นธรรมกับสตรีดีๆ ถ้าหากนางแต่งกับบุรุษที่ไม่คู่ควร และในสายตาเขา...องค์ชายรัชทายาทแคว้นเว่ยผู้นั้นก็มิได้คู่ควรกับฉินฟางหนี่ว์แม้แต่น้อย

“น้องฉิงบอกข้าว่าพี่ฟางหนี่ว์ดูเหมือนจะรักใครชอบพอกับเว่ยเฉาจริงๆ เพราะเอ่อ...เขา...เขาโง่ แฮ่ม...ซื่อบื้อดี” เย่ซืออวิ๋นพยายามเรียบเรียงคำพูดให้ดูเบาลง “เห็นอย่างนั้นพี่ฟางหนี่ว์เขาก็มองคนออก เว่ยเฉาไม่ได้เลวร้ายโดยสันดาน แต่เพราะสภาพแวดล้อมบีบบังคับเขา อีกทั้งตอนนี้เขาก็พยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองไปมาก พี่ฟางหนี่ว์ก็บอกว่าชอบเขาด้วย จากตอนแรกที่ทำตามคำสั่งท่านตา ได้เจอกันบ่อยๆ ได้พูดคุยกันบ่อยๆ ก็พบว่าแท้จริงแล้วเว่ยเฉาก็น่าสงสารและไม่ต่างอันใดกับนางเท่าไหร่นัก ก็เลยเข้าใจเขาดียิ่ง”

ลู่ถิงอวี่เลิกคิ้วมิได้ถามต่อ ถ้าหากเว่ยเฉาผู้นั้นปรับปรุงตัวเองขึ้นมาจริงๆ เกรงว่าเขาคงเป็น...คนที่เกรงกลัวภรรยาจนไม่กล้าหือกล้าอือเป็นแน่ เพราะดูจากนิสัยของฉินฟางหนี่ว์แล้ว...นางยอมใครเสียที่ไหนกัน

“นางรำเหล่านี้ล้วนเป็นนางรำที่มีชื่อเสียง สกุลฉินทุ่มเงินไปไม่น้อยจริงๆ”

“เหล้าและอาหารเหล่านี้ก็ล้วนเลิศรส”

“บรรดาคุณชายและคุณหนูของจวนสกุลฉินก็ล้วนรูปงามกันทุกคนเลย”

“นั่นสิ”

บรรดาแขกเหรื่อต่างกระซิบกระซาบชมเชยกันไม่หยุดกับการต้อนรับขับสู้ที่แสนพรั่งพร้อมนี้ เสียงดนตรีไพเราะดังขับกล่อมยามค่ำคืนจนกลายเป็นความคึกคักรื่นเริง ฟังดนตรีเคล้าสุรา มีเครื่องเครื่องเป็นอาหารเลิศรสและการแสดงดีๆ ที่นอกจากจะส่งบรรดาหลานชาย หลานสาวของสกุลฉินขึ้นมาแสดงความสามารถแล้วก็ยังเป็นนักร่ายรำที่มีชื่อเสียงในเมืองหลวงทั้งสิ้น

ฉินเจาที่เป็นผู้รับผิดชอบหลักกวาดตามองไปรอบๆ เมื่อเห็นบ่าวไพร่มาแจ้งว่าทุกอย่างเตรียมการไว้พร้อมแล้วเขาก็พยักหน้าก่อนจะยิ้มมุมปาก ดวงตาเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ร้ายกาจ

คุณชายใหญ่สกุลฉินมองตามแผ่นหลังของหญิงสาวคนหนึ่งที่มีบรรดาสาวใช้พาออกไปด้วยแววตาวาววับ แน่นอนว่านางคือหยางฉิง...

เขาได้ติดสินบนให้คุณหนูจากตระกูลที่นั่งข้างๆ ให้ทำน้ำชาหกใส่หยางฉิงเพื่อให้นางออกไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เพราะสำหรับสตรีชั้นสูงแล้วนั้นการปล่อยให้อาภรณ์เปรอะเปื้อนย่อมไม่ใช่เรื่องดีและจะทำให้เกิดเสียงครหาตามมา ต่อให้หยางฉิงไม่อยากลุกนางก็จำเป็นต้องลุกไปอยู่ดี...

 

ในเมื่อทางนี้เรียบร้อยแล้ว ก็เหลือเพียง...

 

ฉินเจาเบนสายตาไปที่ลู่ถิงอวี่กับเย่ซืออวิ๋น เห็นบรรยากาศที่ราวกับทั้งโลกมีกันสองคนแล้วเขาก็แค่นยิ้มออกมา...ข้าจะดูสิว่าประเดี๋ยวพวกเจ้าจะรักใคร่กันเช่นนี้อีกหรือไม่!

ฉินเจาออกคำสั่งให้บ่าวไพร่ไปเติมสุราให้บรรดาแขกเหรื่อ และสำหรับขององค์ชายใหญ่กับลู่ถิงอวี่เขาให้คนสับเปลี่ยนเป็นสุราอีกชนิดหนึ่งแล้ว...

 

ดวงตาดุร้ายจับจ้องทั้งคู่วาววับ ยิ่งมองรอยยิ้มที่แย้มให้กันในหัวใจเขาก็เต็มไปด้วยความริษยา!

 

..........

 

“วันนี้เป็นเกียรติเหลือเกินที่องค์ชายทรงเสด็จมาร่วมงานเลี้ยง แก้วนี้กระหม่อมขอดื่มให้พระองค์พ่ะย่ะค่ะ” ฉินเมิ่งที่เดินมาทักทายบรรดาแขกนั้นดื่มเหล้าให้เย่ซืออวิ๋นที่ดื่มกลับไปเช่นกัน

“ท่านตาเกรงใจไปแล้ว”

“ขอบใจคุณชายลู่ด้วย”

“ท่านผู้เฒ่าเกรงใจแล้วขอรับ” ลู่ถิงอวี่มิได้เรียกฉินเมิ่งว่าท่านตาตามเย่ซืออวิ๋นนั่นทำให้ฉินเมิ่งขมวดคิ้วเล็กน้อย ความไม่ชอบใจวาบผ่านนัยน์ตาแต่เขาก็ไม่ถือเป็นอารมณ์ เพราะวันนี้มีงานสำคัญให้จัดการก่อน

 

เจ้าจะอวดดีก็แค่ตอนนี้เท่านั้นนั่นล่ะ!

 

“คนกันเองๆ อย่าได้มากพิธีเลย ดื่มๆ”

“ถิงอวี่ร่างกายมิค่อนแข็งแรง ถ้าหากท่านตาไม่ว่าอันใด เราจะดื่มแทนเขาเอง” เย่ซืออวิ๋นดึงแก้วในมือของลู่ถิงอวี่มาถือไว้และดื่มเองหน้าตาเฉย จากนั้นก็คว่ำแก้วลงให้เห็นว่าดื่มหมดจอกแล้ว 

“ขอบใจนะซืออวิ๋น ข้าทำให้เจ้าลำบากอีกแล้ว” ลู่ถิงอวี่ยกชายแขนเสื้อขึ้นมาปิดครึ่งหน้าไว้ สีหน้าดูลำบากใจทว่าดวงตาที่จับจ้องเย่ซืออวิ๋นนั้นหวานล้ำและฉายแววหยอกเย้าจนองค์ชายใหญ่ต้องขึงตาวาวๆ ปรามสามี

 

จะเสแสร้งก็ทำไปสิเหตุใดต้องวกมาเกี้ยวเขาให้เขินอายด้วยเล่า!

 

“แค่ก...ต้องขออภัยท่านผู้เฒ่าด้วย ระยะนี้หมอหลวงเพิ่งบอกว่ากระเพาะข้าไม่ดี ดื่มสุราไม่ได้เลยต้องลำบากซืออวิ๋นให้ดื่มแทนข้า แต่เขาเป็นภรรยาที่รักและห่วงใยข้ายิ่งนักหวังว่าท่านผู้เฒ่าจะไม่ถือสา” ลู่ถิงอวี่ประสานมือคำนับอย่างสง่างาม ส่วนฉินเมิ่งนั้นรู้สึกว่าคิ้วกำลังกระตุกในใจก็บ่นด้วยความเดือดดาล

 

เรื่องของพวกเจ้าสิ!

แล้วเหตุใดต้องมาแสดงความรักต่อหน้าข้าด้วย มันขัดูขัดตาเสียจริง!

ไปรักกันตรงอื่นมิได้หรืออย่างไร!

 

ฉินเมิ่งแทบจะเก็บรอยยิ้มไว้บนหน้าไม่อยู่แล้ว เขาแสร้งหัวเราะด้วยน้ำเสียงฝืดๆ “กระหม่อมอยากจะทูลเชิญองค์ชายเสด็จไปสนทนากันเรื่องสำคัญได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

เย่ซืออวิ๋นสบตากับลู่ถิงอวี่ที่มองมายิ้มๆ พวกเขารู้ชัดว่านี่กำลังเป็นแผนการที่แยกพวกเขาออกจากกัน 

“ได้สิ ตอนนี้เลยหรือ?”

“พ่ะย่ะค่ะ”

“เช่นนั้นข้าพาถิงอวี่ไปด้วยได้หรือไม่?”

“อา...เกรงว่า...”

“เข้าใจแล้ว เช่นนั้นท่านตารอสักครู่นะ ข้าขอกำชับถิงอวี่อีกเล็กน้อย”

“เชิญพระองค์พ่ะย่ะค่ะ” ฉินเมิ่งถอยหลังไปยืนอยู่ด้านข้างอย่างมีมารยาท เขามองเย่ซืออวิ๋นกับลู่ถิงอวี่ที่พูดอะไรสักอย่างกันแผ่วเบา แม้จะไม่ได้ยินแต่ก็คิดว่าคงเป็นการล่ำลากันของคู่รักที่ต้องน่าคลื่นไส้จนอยากอาเจียนเป็นแน่

 

เหอะ! รักกันมาก รักกันเสียเหลือเกิน!

ถ้าหากผิดหวังขึ้นมาคงเสียใจน่าดู!

พวกที่เชิดชูความรักพอรักมิได้งดงามเหมือนที่ฝันก็ร่ำไห้คร่ำครวญ...แล้วตอนนั้นล่ะที่สามารถชักจูงได้ง่ายดายเสียยิ่งกว่าอะไร!!

 

“เรียบร้อยแล้ว...เราไปกันเถิดท่านตา”

“เชิญเสด็จองค์ชายพ่ะย่ะค่ะ” ฉินเมิ่งผายมือเชิญให้เย่ซืออวิ๋นเดินไปก่อน ส่วนตนก็เดินตามไปทีหลัง เขาไม่เห็นดวงตาสองคู่ที่สบกันยิ้มๆ ของคนสองคน...

 

สามีภรรยาที่รักใคร่กลมเกลียวสื่อใจกันได้โดยไม่ต้องเอ่ยวาจา

 

........

 

เมื่อไม่มีภรรยาคนงามอยู่ข้างๆ งานเลี้ยงวันนี้สำหรับลู่ถิงอวี่ล้วนกลายเป็นเรื่องน่าเบื่อไปทันที ไม่ว่าใครก็ไม่อาจทำให้เขาสนใจได้ แม้เขาจะรู้ว่ามีสายตามากมายจับจ้องมาทางตน ทั้งหลงใหล ชื่นชม ทั้งสายตาริษยา ทว่าลู่ถิงอวี่ไม่นำพามาสนใจ

 

พวกเจ้าไม่ใช่อวิ๋นของข้า...ข้าไม่สน

 

นั่งเอนตัวพิงหมอนอิงด้วยความเบื่อหน่ายก็เห็นข้ารับใช้สกุลฉินวิ่งลุกลี้ลุกลนมาทางตน อีกฝ่ายคำนับด้วยความเร่งรีบก่อนจะบอกว่า...องค์ชายใหญ่ให้คนมาตามตน

ลู่ถิงอวี่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย พยักหน้ารับแล้วลุกขึ้นตามข้ารับใช้คนนั้นไปทันที

ทางเดินบริเวณที่เขาถูกนำมานั้นค่อนข้างมืดและมีเพียงแสงสลัวๆ ที่แทบจะมองไม่เห็น ทว่าบ่าวไพร่คนนั้นก็เดินนำได้อย่างคล่องแคล่วยิ่งนัก ลู่ถิงอวี่เดินอย่างเอื่อยเฉื่อยไม่รีบเร่งร้อนนัก จนอีกฝ่ายต้องหันมามองอยู่หลายครั้ง

“คะ...คุณชาย...อะ...องค์ชายใหญ่ต้องการพบท่านด่วน ดะ...ดังนั้น...

“จะให้ข้ารีบหรือ? เฮ้อ...แผนการของพวกเจ้าล้วนมีแต่ช่องโหว่นะ” ลู่ถิงอวี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงไพเราะ ทว่าทำให้บ่าวไพร่ที่เดินนำมาสะดุ้ง มิทันได้คิดอันใดพริบตาต่อมาก็รู้สึกว่าลำคอของตนถูกมือข้างหนึ่งบีบไว้แน่น เมื่อไล้สายตาไปก็เห็นใบหน้าหล่อเหลางดงามที่กำลังส่งรอยยิ้มมาให้

 

รอยยิ้มที่ยามนี้...เยือกเย็นเหลือเกิน!

นี่คือ...คุณชายหยกขาวที่ลือกันว่าอ่อนแอ และขี้โรคแน่หรือ?

 

ปึก!

 

แต่พริบตาต่อมาร่างของอีกฝ่ายก็ค่อยๆ ล้มลงบนพื้นจนเกิดเสียงดัง บ่าวไพร่ที่ถูกบีบคอถูกปล่อยเป็นอิสระรีบสูดลมหายใจเข้าลึกๆ มองคนที่มาช่วยชีวิตตนไว้อย่างรวดเร็ว

“คะ...คุณชายใหญ่”

“พาตัวมันไป!” ฉินเจาทิ้งไม้ที่เขาใช้ตีลู่ถิงอวี่ลงบนพื้น จากนั้นรีบให้บ่าวไพร่มาพาตัวลู่ถิงอวี่ไปยังสถานที่ที่เตรียมไว้ทันที เขาตามมาหลังจากเห็นลู่ถิงอวี่ออกมาจากงานและเป็นคนลงมือเองเพื่อที่จะสามารถเอาความดีความชอบเข้าตัวได้ชัด

“ขอรับคุณชาย!”

ฉินเจาเดินตามไปด้วยอีกคน ในใจเต็มไปด้วยความยินดีที่แผนการสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี และเตรียมรอสะใจลู่ถิงอวี่ผู้นั้นอยู่เต็มอก!

 

ตุ้บ!

 

เสียงฝีเท้าบางคนกระโดดลงมาจากหลังคาที่ใช้เป็นที่ซ่อนตัว อาภรณ์แดงสดนั้นถูกแสงจันทร์สาดส่องจนดูมีมนต์ขลังราวภูตพราย มือข้างที่ถือไหเหล้าโยนไหเหล้าไปมาจากนั้นก็แหงนหน้ามองจันทร์แรม พลางบ่นเบาๆ

“เจ้ามารร้ายเล่นอะไรของเขากัน เห็นชัดๆ ว่าหลบได้...แถมล้มลงไปแบบนั้นได้เหมือนจริงยิ่งนัก เสแสร้งแสดงเก่งสมกับเป็นเจ้ามารร้าย!”

 

ถึงไม่รู้ว่าเจ้าลูกเต่าฉินเจาหน้าเหม็นนั่นวางแผนร้ายอันใด แต่ก็อย่างที่เจ้ามารร้ายบอก

แผนการนี้ล้วนมีแต่ช่องโหว่

และพวกเขาก็มิได้โง่เง่าที่มองช่องโหว่เหล่านั้นไม่ออก

เหอะ...

 

นึกถึงรอยยิ้มสมใจก่อนเดินไปของฉินเจาแล้วเนี่ยรุ่ยเอินก็กลอกตาไปมาสามรอบถ้วนเป็นการไว้อาลัยให้อีกฝ่าย ดื่มสุราจนหมดไหแล้วโยนทิ้งไว้แถวนั้น ก่อนจะกระโดดเร้นกายไปอีกคน

 

ราตรีนี้มีเรื่องสนุกจริงๆ!

 

..…….

 

สนุกไม่สนุกไม่รู้…รู้แต่ว่างานนี้มีคนโกรธมากๆ คนหนึ่งแน่ๆ ค่ะ ^_^

เรื่องอวดความรักน่ะที่จริงแล้วไม่ใช่แค่พี่ลู่ที่ถนัด น้องซืออวิ๋นก็ถนัดไม่แพ้สามีเลยแหละค่ะ แต่คนหนึ่งจงใจ อีกคนอวดไม่รู้ตัวเฉยๆ 555 แต่อวดก็คืออวดอยู่ดีนั่นแหละเนอะ ^_^

เราเพิ่งเดินทางกลับบ้าน และเนื่องจากสัญญาตอินเตอร์เน็ตที่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ทำให้ไม่ค่อยได้เข้าทวิตน้าาา ถ้าไม่ได้ตอบเมนชั่นหรือ DM ใครต้องขอโทษไว้ล่วงหน้าด้วยนะคะ งืออออ 

อีกครึ่งอาจจะมาหลังปีใหม่ แต่แน่นอนว่าปีใหม่เรามีตอนพิเศษมาให้ทุกคนอยู่แล้วค่าาา ดังนั้นไม่วันที่ 31 หรือวันที่ 1 เจอกันน้าาา หรือไม่ก็เจอกันทั้งสองวันเลยยย อาจจะมาวันละครึ่งค่าาา

ช่วงนี้อย่าลืมดูแลตัวเองและรักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ ใครเดินทางก็ขอให้เดินทางปลอดภัยถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพนะคะ ^_^ พักผ่อนกันเยอะๆ ด้วยน้าาา

 

สำหรับวันนี้…ฝันดีและราตรีสวัสดิ์นะคะ ^_^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 947 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,280 ความคิดเห็น

  1. #3716 HYUNPARK (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 2 มีนาคม 2564 / 13:59
    หรงหวันต้องฟ้องเสด็จพ่อนะ ต้องฟ้องเลย! เหม็นความรักคนแถวนั้นมากๆจนจะสำลักความหวานแล้ว อีกหน่อยคิดว่าเราเองจะเบาหวานขึ้นแน่ๆ หรงหวันต้องให้เสด็จพ่อจัดการคนแถวนั้นซะบ้างแล้ว
    #3,716
    0
  2. #3025 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 23:06
    ความบรรลัยอิสคัมมิ่ง555555
    #3,025
    0
  3. #2744 MarkBam2324 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 1 มกราคม 2564 / 11:46
    แฮ่กกกก ดุเดือดดด…เลือพล่านนนน!!!!]
    #2,744
    2
    • #2744-1 MarkBam2324(จากตอนที่ 40)
      1 มกราคม 2564 / 11:46
      *เลือด สิ
      #2744-1
    • #2744-2 chichichichichichichic(จากตอนที่ 40)
      6 มกราคม 2564 / 00:36
      เสียงพี่เอกลอยมาเลยอ่ะ555555
      #2744-2
  4. #2718 Tsukki_T-rex (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2563 / 18:35
    กรี๊ดดดดดด ตอนต่อดุเดือดแน่นอน!!
    #2,718
    0
  5. #2717 kiss k. (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2563 / 18:00
    อ่านไปอ่านมา ตอนนี้เรารู้สึกเหมือนฮ่องเต้แล้ว เหม็นความรักของสามีภรรยาคู่นี้จริงๆ

    เกี้ยวพากันพร่ำเพรื่อมากเกิ๊น เนื้อเรื่องเลยเดินช้าลง ชริ // ปล.เราโสด!!
    #2,717
    1
    • #2717-1 อดีตรีดเงา(จากตอนที่ 40)
      4 มกราคม 2564 / 06:14
      +1 กะเมนต์นี้อ่ะ 5555
      #2717-1
  6. #2714 SRHWP (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2563 / 00:31
    เอาหล่ะ รอดูยัยน้องกางเล็บเลย
    #2,714
    0
  7. #2712 Notty Kero (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2563 / 23:36
    โดนดีแน่เจ้าตระกูลปรสิต!!
    #2,712
    0
  8. #2711 Wolf25701 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2563 / 21:59
    องค์ชายใหญ่ต้องโกรธมากแน่ๆ เอ่อ..คุณชายใหญ่ของตระกูลฉินชื่ออะไรนะ ช่างมันเถอะ ที่แน่ๆคือ อีกฝ่ายได้รู้ซึ้งถึงกรงเล็บและเขี้ยวอันแหลมคมขององค์ชายใหญ่แน่ๆ และทางนี้ก็รอสมน้ำหน้าอยู่อย่างใจจดใจจ่อเลยน้อ(ʘᴗʘ✿)
    #2,711
    0
  9. #2710 KKSama (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2563 / 20:56

    พี่ลู่นี่คือร้ายจริงๆ ตระกูลฉินเดียวเจอน้องทุบสักที
    #2,710
    0
  10. #2708 BBeBee (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2563 / 19:06
    คนสกุลฉินตอนนี้ก็คือเหมือนโดนบีบคางบังคับป้อนอาหารหมาอ่ะ555555 แต่ว่ามาบังอาจแตะสามีสุดที่รักของอวิ๋นลูกชุ้นนี่ไม่น่ารอดแล้วล่ะ นับถอยหลังรอวันล่มจมได้เลย อาเมน
    #2,708
    0
  11. #2707 กอลลิล่าแพนแพน (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2563 / 13:42
    โห ตีพี่ลู่อ่อ เดี๋ยสเจอฉินเจา เดี๋ยวแกเจอ แมวตอนมันโมโหมันข่วนเลือดซิบเลยนะบอกก่อน
    #2,707
    0
  12. #2706 Maymay2004 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2563 / 12:08

    รออย่างเฝ้ารอคอย อยากอ่านต่อ

    รอดูคนโกรธ ละการเอาคืนของคนโกรธ


    #2,706
    0
  13. #2705 ดาวนอกโคจร (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2563 / 10:31
    ใจหนึ่งสงสารตระกูลฉินนะที่ต้องทนกินอาหารหมาของน้องกับอิพี่5555555
    #2,705
    0
  14. #2704 jeabmaneerat9 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2563 / 10:08
    สวัสดีปีใหม่ค่ะ มีความสุขมากๆค่ะ จะรอและติดตามเสมอค่ะ🥰🥰
    #2,704
    0
  15. #2703 _Daonuea_ (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2563 / 08:50
    🎅🏻🎅🏻🤲🏻🥺🥺 ขอบคุณมากนะคะ
    #2,703
    0
  16. #2702 Whatever it is (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2563 / 07:48
    ขอบคุณค่ะ
    #2,702
    0
  17. #2701 NuuYaoi (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2563 / 07:08
    อร๊ายยยยย/ไม่พูดมาก.....รักเลย!! 🥰
    #2,701
    0
  18. #2700 for you (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2563 / 05:39
    สวัสดีปีใหม่ค่ะไรท์ พักผ่อนเยอะๆด้วยนะคะ

    ปีใหม่ขอให้ไรท์สุขภาพดี เน็ตดีค่า นิยายไรท์เป็น1ในความสุขของเราในปีที่หนักหน่วงนี้มากเลย ขอบคุณนะคะ 💕
    #2,700
    0
  19. #2699 stoxxzng (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2563 / 00:35
    ไรท์ก็รักษาสุขภาพด้วยนะคะะะ😊
    #2,699
    0
  20. #2698 MelodyLoveNoon (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2563 / 00:04

    สุขสันต์ปีใหม่ค่าาา รอติดตามนะคะ ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ
    #2,698
    0
  21. #2697 mothergod (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 23:31
    คนเขียนก็เช่นกันนะคะ ดูแลสุขภาพดีๆ พักผ่อนเยอะๆนะคะ นิยายสนุกมาก คุณคนเขียนเก่งที่สุดเลยยยย❤️
    #2,697
    0
  22. #2696 อสูรไร้ลักษณ์ (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 23:19
    พี่ลู่ยอมโดนตี เพราะอยากเห็นเจ้าก้อนลงมือเองรึเปล่านะ~
    #2,696
    0
  23. #2695 POJJANEE_PANWINK (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 23:19
    ไปทำสามีขององค์ชายใหญ่เขาแบบนั้น งานนี้ตระกูลฉินเจอหายนะเข้าแล้วเจ้าค่ะ หึหึ
    #2,695
    0
  24. #2694 VKK42 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 22:22

    ปาความอวดรักมาอีกคร้าาา เลารับไหวววว
    #2,694
    0
  25. #2693 smiLe (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 21:59
    รอเลยค่าาา อยากรับความสนุกหรรษาที่กำลังจะเกิดขึ้นแล้ว
    #2,693
    0