Heart Beat #ป๋อจ้าน #อี้จ้าน #หวังเซียว ( Yaoi )

ตอนที่ 9 : MHz...IX

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 543
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 50 ครั้ง
    21 ม.ค. 63

IX…

 .

.

ยิ่งเวลาผ่านไป

ก็ยิ่งมั่นใจว่าสายตาถูกคนคนหนึ่งสะกดไว้โดยสมบูรณ์

ให้มองแค่เพียงเขา

มีแค่เพียงเขา

หัวใจเต้นแรงได้เพราะคนคนนี้คนเดียว

 

เช้านี้เซียวจ้านลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย อาจเพราะเมื่อคืนเลิกกองดึกแล้ว แม้วันนี้ผู้กำกับบอกว่าไม่ต้องตื่นเช้ามากก็ได้ เพราะนัดเริ่มกองตอนสิบโมงกว่า ก่อนจะออกเดินทางไปถ่ายที่เมืองอื่นต่อ แต่เพราะความเคยชินที่เป็นคนตื่นเช้า ทำให้คนหน้าเด็กกระพริบตาปริบๆ ในห้องกว้าง

 

ทำไมวันนี้รู้สึกอุ่นกว่าทุกวัน...เป็นความอบอุ่นที่ชวนให้อยากนอนต่ออีกสักหน่อย

 

ดวงตากลมป๊อกของเซียวจ้านกระพริบปริบๆ ควานหามือถือข้างๆ พยายามทบทวนความทรงจำเมื่อคืน...เขาเลิกกอง กลับห้องกับอี้ป๋อ จากนั้น...ดูเหมือนจากนั้นน้องจะชวนเขาดื่มเบียร์?

 

แล้วอี้ป๋อล่ะ?

 

ไม่ต้องหาคำตอบอะไร พอเซียวจ้านหันไปอีกข้าง ดวงตาคู่สวยก็เบิกว้าง เพราะสบกับดวงตาคมอีกคู่ที่ราวกับมองเขาอยู่นานแล้ว...

อีกฝ่ายยิ้มกว้าง ตาเป็นประกาย เอ่ยเสียงทุ้มที่ฟังดูอ่อนโยนและกลั้นขำไปในที “อรุณสวัสดิ์ครับ...จ้านเกอ”

เซียวจ้านอ้าปากเหวอ เบิกตาโต ท่าทางที่ทำให้หวังอี้ป๋อยิ้มกว้าง จนแทบจะเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะด้วยความขบขันปนเอ็นดู ความจริงเขาตื่นนานแล้ว ตื่นก่อนคนพี่ด้วย แต่หวังอี้ป๋อแค่อยากยืดช่วงเวลาที่ได้นอนซึมซับไออุ่นกับกลิ่นหอมของคนข้างกายให้นานมากขึ้นอีกหน่อย

 

ยามเช้าที่ตื่นมาแล้วมีจ้านเกออยู่ข้างๆ มันเป็นอะไรที่พิเศษ

 

“อะ...อรุณ อรุณสวัสดิ์!” เซียวจ้านเหมือนเพิ่งหาเสียงของตัวเองเจอ เขาก้มมองก็พลันพบว่าตอนนี้เขากับหวังอี้ป๋อนอนชิดกันมาก

 

ห่มผ้าผืนเดียวกัน บนเตียงเดียวกัน!

 

ยิ่งคิดใบหน้าก็ยิ่งร้อนผ่าว ส่วนคนน้องก็เฝ้ามองอาการเขินของคนพี่ด้วยความบันเทิงใจ ยามใบหน้าขาวๆ ขึ้นสีแดงจัด ลามไปยังใบหูเล็กๆ นั้นน่ามองมาก เหมือนแมวหรือกระต่ายที่ถูกแหย่จนตัวแดงเลย...

 

ผู้ชายอายุยี่สิบกว่าจะสามสิบที่ไหน น่ารักได้ขนาดนี้กัน

 

“ฉะ...ฉัน...” คนใจดี คนสุขุม ใจเย็นที่มักควบคุมตัวเองได้ดีเสมอคราวนี้ดูเหมือนจะไปไม่ถูกเสียแล้ว ดวงตาคู่สวยนั้นหลุบไปมา มองไปทางไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ทิศทางที่หวังอี้ป๋อนั่งอยู่ เพราะเซียวจ้านไม่สามารถควบคุมเสียงหัวใจที่เต้นแรงเกินไป กับอุณหภูมิของใบหน้าได้ ยิ่งเห็นหวังอี้ป๋อเขายิ่งอยากมุดตัวเองลงไปในผ้าห่มให้รู้แล้วรู้รอด

“เมื่อคืน...พี่เมา” หวังอี้ป๋อเอ่ยนิ่งๆ ด้วยน้ำเสียงทุ้มๆ ตามแบบฉบับเขา แต่ดวงตานั้นกำลังทอแววขี้แกล้งออกมาชัดเจน สมชื่อตัวแสบประจำกองถ่าย

“ฉัน...เมา?” เซียวจ้านฝังหน้าตัวเองลงหมอนตัดปัญหาเอ่ยเสียงอู้อี้ออกมา คนที่ชอบแกล้งให้คนพี่เขินก็พยักหน้าด้วยความบันเทิงใจแต่เขากลัวคนพี่ไม่เห็นเลยส่งเสียงรับ

“ครับ เมามากด้วย”

“ฉัน ทำอะไรไปหรือเปล่า...ฉะ...” เซียวจ้านรู้ดีว่าตัวเองเป็นคนคออ่อน พวกน้องๆ ในวงไม่ให้เขาแตะแอลกอฮอล์แม้แต่น้อย แม้ปกติเขาจะดื่มได้บ้างก็เถอะ อาจเป็นเพราะร่างกายล้าจากการทำงานติดกันไม่หยุด พอดื่มเบียร์ไปกระป๋องเดียวก็จอดแล้ว อีกอย่างเขาก็ไว้ใจหวังอี้ป๋อด้วย แต่ลืมไปว่าเวลาตัวเองเมาอาจไปก่อเรื่องให้คนน้องก็ได้

 

ยิ่งคิดก็ยิ่งอับอาย!

 

คนพี่เอาใบหน้ามุดหมอนมากขึ้นกว่าเดิมจนหมอนนุ่มจมลงไปเยอะขึ้น หวังอี้ป๋อหัวเราะเบาๆ ในลำคอไม่ให้คนพี่ได้ยิน เห็นใบหูแดงก่ำนั่นแล้วก็ยกมือถือขึ้นมาเก็บภาพเอาไว้ทันที

 

จ้านเกอเวลาเขินทำอะไรไม่ถูกแบบนี้น่ารักมากจริงๆ

 

ดังนั้นหวังกงจื่อก็เลยตัดสินใจว่าแหย่เล่นเพิ่มอีกหน่อยดีกว่า เอาคืนที่เมื่อคืนทำให้เขาใจเต้นรัวกับคำว่าชอบที่ไม่รู้ที่มาที่ไปนั่นแล้วนอนคิดมากอยู่ทั้งคืน สุดท้ายก็ต้องกอดคนพี่หลับไป

ดวงตาคมกริบวาววับชนิดที่ถ้าเซียวจ้านเงยหน้าขึ้นมาเห็นละก็ เด็กขี้แกล้งบางคนได้ถูกฟาดจนน่วมแน่ๆ

“จ้านเกอไม่ได้ทำอะไรมากครับ...อืม แค่จูงมือผมมาที่เตียง”

แค่ได้ยินประโยคแรกเซียวจ้านก็สบถลั่นในใจแล้ว มือปัดป่ายไปทั่ว หมายจะหาผ้านวมผืนหนามาคลุมหัวตัวเองให้สิ้นเรื่องสิ้นราว

“พี่บอกขอบคุณผม...แล้วก็...

“แล้วก็อะไรเล่า!

ใบหน้าคนบางคนปรากฏรอยยิ้มร้ายกาจ “เข้ามากอดผม มานั่งตักผม หอมแก้มผมด้วย...วอแวจะให้ผมหอมแก้มกลับ ให้กอดแน่นๆ...”

“อ่ะ...งือออออ!” พอได้ยินคำพูดของหวังอี้ป๋อเซียวจ้านก็อ้าปากเหวอกับหมอน หมดคำพูดคำจาขึ้นมาทันที

 

เขากอดหวังอี้ป๋อ!

ไปนั่งตักคนน้อง!

หอมแก้มด้วย!

 

ให้ตายเถอะ! นี่เขาทำอะไรลงไป!

 

หวังอี้ป๋อมองคนที่ควานมือหาอะไรสักอย่าง พอเจอผ้านวมผืนหนาก็รีบเอามาคลุมโปงตัวเองแล้วม้วนกลมดิ๊กจนเขากลัวจ้านเกอจะหายใจไม่ออก เห็นดวงตากลมโตที่โผล่มานิดหน่อยแล้วก็กลั้นขำเต็มที่

 

เขาไม่ได้เล่าทั้งหมด และเติมสีใส่ไข่ไปเล็กน้อย

ก็อยากรู้เหมือนกันว่าจ้านเกอของเขาจะทำยังไง

 

ความเงียบโปรยตัวลงระหว่างคนทั้งคู่ ในห้องกว้าง หวังอี้ป๋อก็ไม่ได้แหย่อะไรเพิ่มเติม เขารอให้คนในก้อนผ้าห่มคิดอะไรไป ส่วนตัวเองก็ยกมือถือขึ้นเก็บรูปคนพี่ไว้แล้วมานั่งยิ้มน้อยๆ กระตุ้นไปอีกหนึ่งประโยค

“ผมรู้สึกว่าตัวเองเสียหาย...จ้านเกอจะไม่รับผิดชอบหน่อยเหรอครับ”

“หวังอี้ป๋อ!” เสียงตะโกนอู้อี้ออกมาจากกองผ้าห่มทำให้หวังอี้ป๋อหัวเราะเบาๆ จะแกล้งเซียวจ้านให้เขินขนาดนี้ได้ไม่มีบ่อยๆ หรอก เพราะอีกคนน่ะควบคุมตัวเองได้ดีเสมอ มีความเป็นผู้ใหญ่สูงมาก ดังนั้นหวังอี้ป๋อเลยไม่ปล่อยโอกาสนี้ไปง่ายๆ

“ต้องให้ผมเอาคืนนะครับ”

“นายจะเอายังไง ว่ามาเลย!” เซียวเหล่าซือคนจริงที่ยังมุดหน้ากับกองผ้าห่ม กำมือหลวมๆ อย่างไม่รู้จะทำยังไงดี แต่ปากก็สู้กลับอย่างไม่ยอมแพ้ ทั้งๆ ที่ครั้งนี้เซียวจ้านรู้สึกว่าเขาพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิงเลย

 

เหล่าหวังเจ้าคนขี้แกล้ง!

 

เมื่อคืนเขาเมาจริง จะแก้ตัวอะไรก็ไม่ได้ ทำอะไรไปบ้างก็ไม่รู้ แค่คิดว่าตัวเองไปหอมแก้มหวังอี้ป๋อ ไปนั่งตัก ไปอ้อน มันก็...

 

งืออออออ!!

 

“จ้านเกอหอม...ก็ให้ผมหอมคืน กอดผมก็ให้ผมกอดคืน อืม...แต่เรื่องนั่งตัก ไม่เป็นไรหรอก ไม่เอาคืนก็ได้” หวังอี้ป๋อเอ่ยด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี ต่างจากปกติ ส่วนคนฟังน่ะเหรออ้าปากค้างตาโต

“หวังอี้ป๋อ!” คนพี่สะบัดผ้าห่มออกมาจ้องเจ้าคนขี้แกล้งแทบจะทันทีที่ได้ยินข้อเสนอชวนให้แก้มระเบิด ยิ่งได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอแล้วเซียวจ้านยิ่งหน้ายุ่งกว่าเดิม “นายมันร้ายกาจที่สุดเลยเหล่าหวัง!

ส่วนคนที่เมื่อครู่หัวเราะเบาๆ ยามนี้กลับนิ่งงัน...ตาคมคู่นั้นเบิกขึ้นน้อยๆ เพราะภาพที่ปรากฏเบื้องหน้า

จ้านเกอที่เส้นผมยุ่งเหยิง เพราะมุดอยู่ในกองผ้าห่ม ใบหน้าแดงจัดไปนถึงใบหูและลำคอ เสื้อนอนตัวใหญ่ที่ยับย่น คอกว้างที่ร่นเอียงไปข้างหนึ่งทำให้เห็นลาดไหล่ขาวน่ามอง แม้คนพี่จะผิวคล้ำกว่าหวังอี้ป๋อเล็กน้อย แต่กลับเพิ่มเสน่ห์ให้มากยิ่งขึ้น ริมฝีปากแดงที่เม้มแน่น ปลายจมูกโด่งเชิดรั้น กับดวงตาคู่สวยที่ถลึงใส่บ้างหลุบตาต่ำบ้าง

 

นี่มัน...

 

อุบ!

 

หวังอี้ป๋อรีบยกมือมาปิดหน้าตัวเองทันที เขารู้สึกว่าตัวเองพลาดแล้ว...ไม่น่าไปแหย่จ้านเกอเล่นเลย ดูสภาพอีกคนตอนนี้สิ

 

ทั้งเซ็กซี่ ทั้งน่ารัก น่ารังแก!

บ้าเอ๊ย!

 

“เหล่าหวัง นายเป็นอะไรของนาย ปิดหน้าตัวเองทำไม” เซียวจ้านเอียงหน้าอย่างไม่เข้าใจ เห็นเจ้าตัวแสบที่เมื่อกี้ยังหาเรื่องแกล้งเขาปิดหน้าปิดตา ก่อนจะเลิกคิ้วเมื่อเห็นใบหูหวังอี้ป๋อแดงจัด

 

เซียวเหล่าซือหรี่ตาลงนิดๆ ดวงตาเป็นประกายเจ้าเล่ห์

ได้เวลาเอาคืนแล้วเหล่าหวัง!

 

“อี้ป๋อ...ฉันเป็นห่วงนะ” เซียวจ้านคลานเข้าไปใกล้คนน้อง ยื่นมือไปแตะใบหูของหวังอี้ป๋อเบาๆ อีกฝ่ายสะดุ้งน้อยๆ ทำให้คนพี่ฉีกยิ้มกว้างอย่างได้ใจ เซียวจ้านเลยยื่นหน้าเข้าไปใกล้ จนลมหายใจของตัวเองริดรดใบหน้าอีกคน ความจริงเขาไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้หรอก แค่อยากเอาคืนนิดหน่อย เพราะตอนเข้าใกล้หวังอี้ป๋อหัวใจเขาก็เต้นแรงมากเช่นกัน

“จ้านเกออย่าซน” เสียงทุ้มพร่าที่ฟังดูอันตรายเอ่ยห้ามเบาๆ แต่เซียวจ้านกลับขมวดคิ้วอย่างหมั่นไส้กับคำปรามเหมือนเขาเป็นเด็กๆ นั่นเลยยื่นหน้าเข้าไปใกล้อีกนิด

“จะซน!

 

ปึก!

 

เสียงแผ่นหลังใครบางคนกระทบเตียงดังปึก ตามมาด้วยร่างของหวังอี้ป๋อที่คร่อมทับเซียวจ้าน คนน้องรวบแขนของคนพี่ไว้เหนือศีรษะ แม้จะส่วนสูงน้อยกว่าแต่ขนาดมือของหวังอี้ป๋อกลับใหญ่กว่ามาก...ใหญ่จนสามารถรวบสองมือของเซียวจ้านไว้ได้ด้วยมือเดียว ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงจนปลายจมูกเฉียดชนกันไปมา ดวงคาคมกริบนั้นสะท้อนแววปรารถนาเด่นชัด

“ผมเตือนพี่แล้วนะจ้านเกอ” หวังอี้ป๋อที่หมดความอดทนแล้วกระซิบเสียงต่ำ มองคนที่อ้าปากค้างเหมือนนึกไม่ถึง ตอนแรกเขาเห็นภาพจ้านเกอที่โคตรเซ็กซี่ก็ทำให้ควบคุมตัวเองไม่อยู่แล้ว ยิ่งอีกคนคิดแกล้งเขาคืนหวังอี้ป๋อก็ยิ่งหมดความอดทน ไม่มีใครทนได้หรอกหากมีคนที่ตัวเองชอบมาทำตัวน่ารักปนยั่วยวนอยู่ข้างๆ น่ะ

 

หวังอี้ป๋อเชื่อว่าต่อให้หานกวงจวินผู้ถูกยกย่องก็ทนไม่ได้!

และเขาจะไม่ทนด้วย!

 

“คนขี้แกล้งต้องถูกลงโทษ” หวังอี้ป๋อพูดจบ ก็แนบริมฝีปากตัวเองลงกับซอกคอขาวของคนพี่ เขาเม้มปากแรงๆ อย่างหมั่นเขี้ยว

 

หนึ่งสัมผัสที่ทำหัวใจสองดวง...พากันเต้นกระหน่ำ

วาบหวามไปทั้งใจ

 

ยามที่ริมฝีปากของหวังอี้ป๋อแนบลงบนซอกคอเซียวจ้านรู้สึกสั่นสะท้านไปทั่วร่าง หวังอี้ป๋อขบเม้มอยู่ซ้ำๆ ย้ำๆ ที่ตำแหน่งเดียว ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาสบกับดวงตาของเซียวจ้าน

 

ภาพของกันและกันสะท้อนอยู่ในนัยน์ตาอีกคน

 

“อี้...อี้ป๋อ” เซียวจ้านเรียกเบาๆ เขารู้สึกร้อนวาบไปทั่วร่าง ทั้งเขิน ทั้งทำตัวไม่ถูก ไม่รู้เหมือนกันว่าสถานการณ์ตอนนี้มันคืออะไร ทำไมพวกเขาสองคนถึงมาลงเอยในสภาพแบบนี้กันได้

“จ้านเกอ...พี่ต้องรีบไปอาบน้ำแล้ว ตอนนี้เลยครับ...” หวังอี้ป๋อปล่อยมือเซียวจ้านออก ล้มตัวลงทับคนพี่ โดยเอามือดันไว้ไม่ให้โถมน้ำหนักลงไปทั้งหมด ใบหน้าก็ซุกกับไหล่หอมๆ “เร็วๆ เลย”

 

ก่อนที่ความอดทนของหวังอี้ป๋อที่เริ่มกลับมาจะหมดลงอีกครั้ง

 

เขาอยากสัมผัสจนแทบบ้า อยากขย้ำคนบนเตียงใจจะขาด แต่หวังอี้ป๋ออยากให้นั่นเกิดจากความยินยอมของเซียวจ้านด้วย

เพราะรักเลยอยากถนอม และใส่ใจความรู้สึกของอีกฝ่ายทุกอย่าง

 

“อี้ป๋อ...” เซียวจ้านเรียกชื่อคนน้องเบาๆ เห็นเจ้าเด็กกว่าที่เมื่อครู่ดูดุดันกว่าทุกทีกำลังซุกหน้ากับไหล่เขาเหมือนเด็กๆ ที่จริงคนโวยมันต้องเป็นเขาไม่ใช่หรือไงกัน คนอายุมากกว่าถอนหายใจเบาๆ ยื่นมือไปลูบกลุ่มผมสีดำสนิทนุ่มนั้นเบาๆ

 

จากสัมผัสเมื่อครู่...มันชวนให้คิดว่า

ไม่ใช่แค่เขา...ที่ชอบอี้ป๋ออยู่ฝ่ายเดียว

 

แววตาคนน้อง...ก็สะท้อนตัวตนของเขาอยู่ข้างในเช่นเดียวกัน

 

“งั้นนายต้องลุกแล้วหวังเหล่าซือ ตัวนานหนักมาก” เซียวจ้านได้ยินเสียงฮึในลำคอเบาๆ ก่อนหวังอี้ป๋อจะลุกขึ้นจากตัวเขา ยื่นมือมาฉุดเซียวจ้านขึ้นด้วย

“พี่ไปห้องน้ำเลยครับจ้านเกอ” หวังอี้ป๋อเอ่ยบอก ก้าวลงจากเตียงไปหยิบพวกผ้าขนหนูและชุดคลุมอาบน้ำ...เปิดตู้เสื้อผ้าแล้วหยิบชุดของเซียวจ้านมาให้ด้วย เป็นการเลือกให้ไปในตัวก่อนจะมาส่งให้เซียวจ้าน

“ห่ะ?” เซียวจ้านทำหน้างงๆ ก่อนจะถูกดันหลังให้เข้าห้องน้ำ พอเขาจะบอกว่าให้คนน้องไปอาบกอด หวังอี้ป๋อก็ส่งสายตาดุๆ มาให้ทันที จนเซียวจ้านหน้ายุ่งเดินเข้าห้องน้ำไปทันที

“เฮ้อ!” พอแผ่นหลังคนพี่พ้นระยะสายตาไป หวังอี้ป๋อก็ทรุดนั่งลงบนเตียงกว้าง ยกมือขึ้นเสยผมแล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก้มมองบางส่วนของตัวเองที่มันร้อนผ่าวและโป่งพองขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ “เกือบไปแล้วไหมละหวังอี้ป๋อ”

 

อีกนิดเดียว...อีกนิดเดียวหวังอี้ป๋อก็จะควบคุมตัวเองไม่ได้แล้ว

ร่างกายของเขามีปฏิกิริยากับร่างกายของเซียวจ้าน ทั้งลมหายใจ ทั้งกลิ่นกาย

 

จ้านเกอนี่เป็นสิ่งมีชีวิตที่อันตรายสำหรับเขาจริงๆ

 

ถ้าวันไหนผมอดทนไม่ได้ขึ้นมา...พี่ต้องรับผิดชอบผมด้วยนะจ้านเกอ

ต้องให้ผมฟัดให้เต็มที่เลย!

 

วันนี้คนในกองถ่ายเฉินฉิงลิ่งล้วนต่างมีสีหน้าแบบเดียวกันเมื่อเห็นนักแสดงหลักเดินมาด้วยกัน ความจริงพวกเขาก็สงสัยตั้งแต่ตอนทานมื้อเช้าแล้วล่ะ เพราะทั้งหวังอี้ป๋อและเซียวจ้านนั้นดูจะ...

 

ไม่ปกติ

ยังไงน่ะหรือ?

 

 

มองหน้ากันแล้วเลิ่กลั่ก จากนั้นก็หลบตากันทั้งคู่ โดยเฉพาะคนพี่น่ะ...มองหน้าคนน้องแล้วก็แก้มแดงอย่างน่ารัก เบิกตาโตหน่อยๆ แถมฝันกระต่ายน้อยๆ นั่นก็น่ารักมากจนทีมงานละลายแล้วละลายอีก ส่วนหวังอี้ป๋อน่ะนะบางทีก็ยกมือถือเก็บภาพคนพี่ไม่หยุด ถ้าขอใช้กล้องจากทีมงานได้คิดว่าหวังอีป๋อคงทำไปแล้ว

“ไปทำอะไรพี่เขาน่ะ?” หลิวไห่ควานหันมาถามเจ้าน้องชายหน้านิ่งที่วันนี้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ไม่นิ่งเหมือนปกติ แถมยังอารมณ์ดีจนเหมือนจะแผ่ออกร่าออกไปได้หลายกิโลเมตร ผิดกับหวังอี้ป๋อคนคูลคนเดิม “พี่เขาเขินขนาดนี้...อย่าบอกนะว่ารังแกจ้านเกอเขามาน่ะ”

 

หวังอี้ป๋อน่ะเห็นหน้านิ่งแบบนี้...ก็พยัคฆ์ซ่อนเล็บชัดๆ

 

“พี่เห็นผมเป็นคนยังไงกัน” หวังอีป๋อถามยิ้มๆ อย่างอารมณ์ดี มือเท้าคางมองคนที่กำลังหลบสายตาเขาพร้อมใบหูแดงๆ ไปด้วย

 

จ้านเกอน่ารัก

 

“นายช่วยหันหน้ามามองฉันเวลาคุยกับฉันหน่อยเถอะอี้ป๋อ ไม่ใช่มัวแต่มองหน้าจ้านเกอเขาแบบนั้น”

“พี่ไม่น่ามองเท่าจ้านเกอนี่ครับ”

หลิวไห่ควานถึงขั้นไร้คำพูดกับมนุษย์นามหวังอี้ป๋อ ใช่สิ...เขามันหน้าดุ ยิ้มก็ไม่สวยเหมือนพี่ชายสุดที่รักของหวังอี้ป๋อเขานี่

“ฉันละอยากจะแหมยาวๆ ตกลงไปทำอะไรพี่เขาไว้กันแน่ ถึงได้น่ารักละลายคนทั้งกองแบบนั้นน่ะ”

หวังอี้ป๋อละสายตามามองหน้าหลิวไห่ควาน ขมวดคิ้วเข้าหากันทันที...เขารู้ดีว่าวันนี้จ้านเกอของเขาน่ารักมาก เพราะคนพี่น่ะเป็นคนเก่ง สุขุม ใจดี ควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ดีอีก น้อยครั้งที่จะหลุดอาการออกมา ดังนั้นหวังอี้ป๋อเลยชอบมากที่จะแหย่ให้จ้านเกอเขินหรือมีปฎิกิริยาอย่างอื่น ชอบไปวอแวคนพี่ แต่ตอนนี้เขาเริ่มไม่ชอบแล้วที่คนอื่นได้เห็นจ้านเกอในมุมที่สงวนไว้ให้เขาเห็นคนเดียว

“เอ้า สายตาหวงไปอีก” หลิวไห่ควานส่ายหน้า เดินไปหาพี่น้องบ้านท่าเรืออย่างไม่อยากเถียงกับเจ้าน้องชายในจอแล้ว นายเป็นไบโพล่าหรือเปล่าเนี่ยหวังอี้ป๋อ

“อาจ้าน” หลิวไห่ควานทักทายพี่ชายที่อายุมากกว่าแต่หน้าเด็กกว่าเขามาก เห็นแก้มขาวๆ แดงๆ ดวงตาคู่สวยนั่นก็ฉ่ำๆ แต่ก็ยังมายิ้มให้เขา

“ต้าเกอ” เนี่ย...แล้วมาเรียกกันแบบนี้อีก ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนอย่างหวังอี้ป๋อถึงสู้จ้านเกอเขาไม่ได้ ใครก็สู้ไม่ได้หรอกกับคนนี้น่ะ “หิวไหม?”

“ไม่ดีกว่าครับอาจ้าน” หลิวไห่ควานว่าเขาไม่อยากแย่งขนมจ้านเกอกินหรอก ยิ่งเป็นขนมที่หวังอี้ป๋อซื้อให้เฉพาะคนพี่ด้วยแล้ว “แค่จะมาบอกว่าน้องชายผมน่ะไม่รู้เป็นอะไร ทำจมูกกับปากติดกันแล้ว ฝากอาจ้านไปดูให้หน่อยนะครับ”

“หืม? ไม่ใช่หมอนั่นแกล้งจ้านเกอหรือครับ” วังจั๋วเฉิงย่นจมูก เขาเห็นนะว่าตั้งแต่เข้ากองมาจ้านเกอหน้าแดงเวลาหวังอี้ป๋อจ้องน่ะ

“อ่า...ไม่มีอะไรสักหน่อยเฉิงเฉิงอ่า อี้ป๋อไม่ได้...ไม่ได้แกล้ง” เซียวจ้านบอกไปด้วยยิ้มไปด้วย พยายามทำสีหน้าให้เหมือนปกติ และไม่อยากให้คนอื่นมองน้องไม่ดี แต่ไม่รู้ตัวเลยว่ายิ่งแก้ตัวแบบนั้นยิ่งน่ารักขนาดไหน แล้วในใจทุกคนต่างก็ประณามพยัคฆ์ซ่อนเล็บอย่างหวังอี้ป๋อกันขนาดไหน

 

จ้านจ้านที่น่ารักขนาดนี้ถูกนายรังแก!

 

“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ ซื่อเจี่ย ดูอาเฉิงสิครับ” พอเห็นวังจั๋วเฉิงทำสีหน้ายิ้มๆ หลิวไห่ควานก็ยิ้ม เซียวจ้านเลยถลึงตาใส่แต่ละคนแล้วร้องเรียกพี่สาวคนงามที่ยืนยิ้มและหัวเราะอยู่

“ไม่มีคอมเม้นท์นะจ๊ะจ้านจ้านคนดี แต่ซื่อเจี่ยว่าไปดูหลานเออร์กงจื่อเขาสักหน่อยดีกว่านะ หน้านิ่งแบบนั้นเดี๋ยวพี่ๆ ทีมงานได้ทำงานกันไม่ได้พอดี”

“หืม?...อ้ะ” เซียวจ้านหันไปมองหวังอี้ป๋อที่นั่งเท้าคางมองเขานิ่งๆ แต่พอสบดวงตาคมคู่นั้นแล้วก็ต้องหลุบตาต่ำลงแทบจะทันที...ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาใหม่อีกครั้งเมื่อควบคุมตัวเองได้แล้ว

 

หัวใจ...แต้นแรงไม่เป็นตัวเองเข้าทุกทีแล้ว

 

“หน้าบึ้งอีกแล้วหวังเหล่าซือ” หวังอี้ป๋อเห็นร่างในชุดสีดำของเว่ยอู๋เซี่ยนเดินเข้ามาใกล้ในระยะสายตา มือขาวๆ นั่นจิ้มแก้มเขาคล้ายกำลังปลอบเด็ก “โกรธอะไรหืม?”

หวังอี้ป๋อจับมือคนพี่ไว้ ก่อนจะนำมาวางบนตักตัวเอง เซียวจ้านเองก็ไม่ได้ดึงมือออก เอียงหน้ามองคนน้องแล้วยิ้ม “โกรธฉันหรือไง”

“ไม่ได้โกรธจ้านเกอสักหน่อย แค่ไม่ชอบที่พี่หลบหน้าผม” หวังกงจื่อคนคูลก็ไม่มีอ้อมค้อม “เขินกันก็ไม่เห็นต้องหลบหน้าเลย โอย” ไม่ทันได้พูดจบไหล่ก็ถูกมืออีกข้างของเซียวจ้านฟาดลงมาทันที

“ใครเขิน!” เซียวจ้านถลึงตาใส่ ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อเห็นหวังอี้ป๋อยิ้มมุมปากแล้วหัวเราะหึๆ ในลำคอ มือที่กอบกุมมือเขาอยู่นั้นกระชับแน่นขึ้น สอดปลายนิ้วประสานระหว่างร่องนิ้ว...สร้างสัมผัสอุ่นวาบไปทั้งใจ

ไม่รู้ทำไมที่เซียวจ้านเองไม่อยากดึงมือออก ทั้งๆ ที่เขาระวังตัวเองเสมอ และไม่รู้ทำไมที่เขาคิดว่าการกอบกุมมือกับหวังอี้ป๋อแบบนี้มันเป็นเรื่องปกติ ทั้งๆ ที่อยู่ในกองถ่ายละคร มีผู้คนมากมาย และอาจมีใครถ่ายภาพไว้ได้จนเป็นเรื่องใหญ่โตก็ได้

 

ก็แค่อยากกุมมือกันไว้แบบนี้

 

“ใครไม่รู้เขินจนไม่ยอมสบตากัน...ถึงผมจะชอบมองที่พี่เขินเพราะผม แต่ผมก็ไม่อยากให้คนอื่นเห็น...”

“แล้วมันเพราะใครละ” เซียวจ้านบ่น

“เพราะพี่น่ารักเกินไปไงครับจ้านเกอ” หวังอี้ป๋อยกคิ้ว จับมือที่วางไว้บนไหล่เขามมากุมไว้เพื่อไม่ให้ตัวเองถูกฟาดอีกรอบ จ้านเกอเขามือเล็กมาเขากุมได้มิดเลย เดี๋ยวรอสูงกว่าก่อนเถอะ...

“ฉันไม่ได้น่ารัก!” คนอายุมากที่ไม่อยากน่ารักถลึงตาใส่คนน้อง แก้มขาวร้อนผ่าว ยิ่งเห็นรอยยิ้มกับดวงตาที่ทอดมองมาอย่างอ่อนโยนปนเอ็นดูแบบนั้นแล้วยิ่งทำตัวไม่ถูก

 

เขาเสียการควบคุมเพราะหวงอี้ป๋อคนเดียวเลย!

 

“นายน่ะสิน่ารักจะตาย”

“ได้ๆ น่ารักเป็นเพื่อนจ้านเกอก็ได้” ขืนไม่ยอมรับเดี๋ยวได้ถูกโกรธแน่ หวังอี้ป๋อรู้ลิมิตดี แม้เขาจะเป็นคนคูลๆ และไม่ชอบให้ใครชมว่าสวยหรือน่ารักแต่กับจ้านเกอหวังอี้ป๋อละให้เป็นข้อยกเว้นได้ทุกอย่าง “ถ้าอย่างนั้นไม่โกรธ ไม่หลบหน้ากันแล้วนะครับ โอเคไหม”

“อืม...ก็ทำตัวไม่ถูกนี่นา แล้วนายก็ยังแกล้งอีก...ซ้อมต่อบทกันดีกว่า วันนี้พวกเราต้องทำงานกันอย่างเต็มที่เหมือนทุกที”

 “โอเคครับ พัดลมพี่ไปไหนแล้ว เหงื่อหยดแล้วนะ” หวังอี๋ป๋อคลายมือเซียวจ้านออกอย่างเสียดาย เขาคว้าทิชชู่มาซับเหงื่อที่ข้างขมับคนพี่อย่างแผ่วเบา ก่อนจะหันไปขอพัดลมจากทีมงานที่รู้ใจเตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้ว หวังอี้ป๋อยักไหล่ มือหนึ่งถือพัดลมให้คนพี่อีกมือก็อ่านบทซ้อมของตัวเองไปด้วย ยังดีที่จ้านเกอของเขาความรู้สึกไม่ช้าเหมือนเว่ยอิง ยังเขินและรู้สึกในสิ่งที่เขาทำไป แต่ก็ยังเก็บอาการได้ดีตามประสาผู้ใหญ่ ลองถ้าหากจ้านเกอเป็นเหมือนเว่ยอิงสิ หวังอี้ป๋อได้บ้าตายแน่ๆ เห็นๆ กันอยู่ว่าหลานวั่งจีน่าสงสารขนาดไหนน่ะ

 

เฮ้อ...แต่เรื่องนี้พูดออกไปจะถูกตีอีก จ้านเกอเขาเข้าข้างเว่ยอิง

 

“อ่านบทไปเลยเหล่าหวัง ถ้านายซนอีกคราวนี้จะตีแล้วจริงๆ ด้วย” แมวผสมกระต่ายขนฟูขู่ฟอดๆ พยามยามทำตาให้ดูน่ากลัวจนหวังอี้ป๋อกลั้นขำ ส่งเสียงอือออเชื่อฟังอย่างว่าง่าย

บรรยากาศของสองพี่น้องที่กลับมาเป็นเหมือนเดิมนั้นไม่ได้ทำให้คนในกองถ่ายแปลกใจแม้แต่น้อย ก็เป็นเรื่องปกติด้วยซ้ำ เดี๋ยวก็ตีกัน เดี๋ยวก็หลบหน้ากัน แล้วเดี๋ยวก็กลับมาคุยกันเองนั่นแหละ เรื่องปกติชัดๆ

 

แต่ว่านะ...

พวกนายช่วยมองหน่อยได้ไหมว่ายังมีคนอื่นรอบๆ อยู่ด้วยน่ะ! จะต่อบทกันก็ไม่ควรยิ้มทั้งปากทั้งตากันแบบนั้น แล้วก็หวังอี้ป๋อน่ะ หันหน้าไปทางอื่นบางไม่ได้หรือไง...

 

 

การถ่ายทำซีรีย์เฉินฉิงลิ่งนั้นดำเนินไปเรื่อยๆ ความยากของฉากก็เพิ่มมากขึ้นตามลำดับ รวมถึงการเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ นักแสดงและทีมงานในกองสนิทสนมกันมาก วันไหนถ้าเลิกงานไม่ดึกเกินไปพวกเขาก็มักรวมกลุ่มกันไปหาอะไรกิน นั่งเล่นเกมหรือพูดคุยกันอย่างสนิทสนม บางวันก็แย่งท่อแอร์เพราะอากาศที่ร้อนจัดกัน

“ฉากนี้เป็นฉากสำคัญ นายต้องนึกถึงสิ่งสำคัญที่อยากรักษาไว้มากๆ ดู” ผู้กำกับอธิบายให้หวังอี้ป๋อฟังอย่างใจเย็น มันเป็นหนึ่งในฉากสำคัญของเรื่องดังนั้นเขาค่อนข้างจริงจังมาก...ฉากที่เว่ยอู๋เซี่ยนตกเหวที่ปู๋เย่เทียน

“อย่างเช่นมอเตอรไซค์หรือครับ?” หวังอี้ป๋อพยามยามทำอารมณ์ หน้านิ่งถามเสียจนผู้กำกับหมดคำพูด  เออ สำหรับหวังอี้ป๋อมอเตอร์ไซค์ก็อาจสำคัญจริงๆ นั่นแหละ แต่นายไม่มีตัวเปรียบเทียบที่ดีกว่านี้หรือไง คิดแล้วก็รู้สึกหมั่นไส้แฮะ

“จ้านจ้าน หวังอี้ป๋อจะมองว่านายเป็นมอเตอร์ไซค์ตอนตกเหวนะ” ผู้กำกับหันไปบอกเซียวจ้านที่กำลังซ้อมบทกับวังจั่วเฉิงอยู่ คนหลังทำหน้าเหลอหลามองคนโน้นทีมองคนนี้ที ก่อนจะหัวเราะหวังอี้ป๋อเลยส่งสายตาหงุดหงิดใส่พี่ชายที่อายุห่างกันไม่มากไปหนึ่งทีแล้วพาลไปยังท่านผู้กำกับที่ไม่รู้ทำไมถึงได้หาเรื่องแกล้งเขาขึ้นมาได้

“หา? นี่ฉันกลายเป็นมอเตอร์ไซค์ไปแล้วหรือเหล่าหวัง” เซียวจ้านควงขลุ่ยในมือเสร็จก็เอาขลุ่ยตีหวังอี้ป๋อเบาๆ ยักคิ้วจึกๆ คล้ายกำลังหาเรื่องคนน้อง

“คุยกันดีๆ บิวท์อารมณ์กันดีๆ ละ...อ้อ ฝากด้วยนะอาจ้าน” ผู้กำกับหัวเราะหึๆ เมื่อเห็นหวังอี้ป๋อเดินเข้าไปวอแวคนพี่คล้ายจะรีบร้อนอธิบาย เขาชวนวังจั่วเฉิงไปหานักแสดงคนอื่นๆ ปล่อยหน้าที่ให้เซียวจ้านรับผิดชอบ เชื่อเถอะว่าเดี๋ยวมันต้องออกมาดี

“จ้านเกอ ฟาดผมทำไมกันละ” หวังอี้ป๋อทอดเสียงอ่อน แต่มือก็ฟาดคนพี่กลับพอกัน

“นี่ฉันมีส่วนไหนเหมือนมอเตอร์ไซค์กัน ฮึ?” เซียวจ้านย่นจมูก ก่อนจะหัวเราะเบาๆ เข้าใจดีว่าหวังอี้ป๋อน่ะขี้หวงจะตาย กับอะไรที่ชอบยิ่งขี้หวงเป็นพิเศษ เจ้าตัวชอบมอเตอร์ไซค์ก็หวงมากนั่นแหละ แต่พอนึกภาพว่าถ้าหวังอี้ป๋อเห็นมอเตอร์ไซค์ตกเหลวไปแล้ว...มันก็อดขำไม่ได้

“เหมือนสิ...”

 

เหมือนตรงที่เขาชอบมากทั้งคู่

 

“แต่ถ้ามอเตอร์ไซค์กับจ้านเกอผมเลือกพี่นะ”

 

เพราะสิ่งไหนในโลกก็ไม่สำคัญเท่าพี่

 

ดวงตาคมที่ทอดมองตรงมานั้นทั้งอ่อนโยน ทั้งนุ่มนวล จนชวนให้แก้มร้อนผ่าวขึ้นมาอีกแล้ว ท่วงทำนองของหัวใจที่ไม่เหมือนทุกทีทำให้เซียวจ้านหลุบตาต่ำลง

 

แววตาแบบนั้น...มัน...

 

“ถ้าจินตนาการว่าพี่ตกเหวไปต่อหน้าต่อตาแบบที่หลานวั่งจีเจอ...ผมทรมานมากแน่ๆ ดังนั้นต้องให้เป็นมอเตอร์ไซค์นั่นแหละ”

“ตรรกะนายแปลกๆ อีกแล้วเหล่าหวัง” เซียวจ้านงึมงำ เขาเริ่มเก็บอาการตัวเองไม่อยู่ขึ้นทุกที หัวใจเต้นแรงขึ้นทุกครั้ง ยามที่สบสายตา ยามที่เห็นรอยยิ้ม

 

พอยิ่งคิดก็ยิ่งเขิน สุดท้ายเลยยกมือขึ้นฟาดคนน้องไปด้วยความหมั่นไส้ ฟาดกันไปกันมา สบตากันก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน

 

“ดีนะที่พี่ไม่เอาเฉินฉิงฟาดผมน่ะ” หวังอี้ป๋อกุมมือของเซียวจ้านไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองถูกทำร้ายอีก คนพี่ยักไหล่ อีกมือควงขลุ่ยอย่างคล่องแคล่ว แถมเซียวจ้านยังหันมายักคิ้วจึกๆ ให้หวังอี้ป๋ออีกด้วยเพราะคนน้องน่ะควงขลุ่ยได้ไม่เก่งเท่าเขาน่ะสิ

หวังอี้ป๋อทอดมองคนที่ยักคิ้วจึกๆ ใส่เขาแล้วหัวเราะในลำคอ ยิ้มออกมาทั้งปากทั้งตา จากนั้นก็หรี่ตาลงนิดหน่อยเมื่อรัศมีของปลายขลุ่ยเฉี่ยวโดน...

“อี้ป๋อ!” เซียวจ้านชะงักมือทันที เขาเพลินมือไปหน่อยเลยไม่เห็นว่าคนน้องขยับตัวเข้ามาใกล้ ทำให้ปลายขลุ่ยเฉียดหวังอี้ป๋อไป ดวงตาคู่สวยเบิกขึ้นแล้วรีบตรงดิ่งมาจับใบหน้าหวังอี้ป๋อให้แหงนขึ้นก่อนจะพลิกไปมาสำรวจร่องรอยความผิดปกติ

ประกายตาที่สะท้อนความห่วงใยวูบไหวอยู่ในดวงตาคู่สวยจนหวังอี้ป๋อที่ไม่ได้เจ็บอะไรแม้แต่น้อยพลันรู้สึกเจ็บขึ้นมาทันที

 

ก็ถ้าจทำสีหน้าเป็นห่วงได้น่ารักขนาดนี้

ยอมเจ็บก็ได้ครับ...จ้านเกอ

 

“เจ็บไหม ขอโทษนะ...โดนนายแรงหรือเปล่า” ปลายนิ้วเรียวไล้สำรวจไปตามกรอบหน้าหล่อเหลาอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าลงแรงหนักเพียงนิดหน่อยจะทำให้หวังอี้ป๋อเจ็บไปกว่านี้ “โดนปาก หรือโดนตรงไหนไหม บอกมาเร็วอี้ป๋อ”

“เฉี่ยวจมูกนิดหน่อยครับ...ปากด้วย” ความจริงก็คือไม่โดนแม้แต่น้อย แต่เอาเถอะ... “เจ็บนิดหน่อยครับ”

 

หวังอี้ป๋ออยากอ้อนคนพี่เขาเหมือนกัน

 

“ให้ฉันดูหน่อย ชัดๆ” เซียวจ้านเชยคางคนน้องขึ้น ยื่นใบหน้าไปใกล้จนแทบไม่มีระยะห่าง เหล่าทีมงานที่มองมาจากด้านนอกอ้าปากเหวอ รีบเก็บกล้องลงกันทุกราย เพราะกลัวจะมีภาพอะไรหลุดออกไป

 

นี่มันเหมือนมุมกล้องที่พวกนายกำลัง...เอ่อ...กำลังจูบกันเลยนะ!

 

แล้วปกติเซียวจ้านน่ะระวังตัวเองจะตายไป รับมือสถานการณ์ได้ดีด้วย สงสัยเป็นห่วงคนน้องเกินไปแน่ๆ

หวังอี้ป๋อไม่สนใจสายตาคนภายนอก เขารู้ดีว่าทุกคนในกองหวังดีและเอ็นดูเขากับจ้านเกอ ดังนั้นเขาเลยไม่กลัวว่าจะมีภาพหลุดออกไป อีกอย่าง...สายตาของเขาถูกคนตรงหน้าสะกดไว้...โดยสมบูรณ์

 

แพขนตาเรียงตัวสวย ผิวแก้มขาว จมูกโด่ง ดวงตาคู่สวย กลิ่นหอมอ่อนๆ

และดวงตา...ที่สะท้อนแค่ภาพของเขา...

 

“ไม่เป็นไรนะ ขอโทษนะอี้ป๋อ” เซียวจ้านเอ่ยอย่างคนสำนึกผิด เพราะเขาแท้ๆ เลย “เจ็บมากไหม...ไม่เจ็บนะ”

“ถ้าจ้านเกอจะเป่าให้ผมก็ไม่เจ็บ” หวังอี้ป๋อฉวยโอกาสอ้อน ทำให้หลิวไห่ควานกับอวี้ปินที่เดินผ่านมาพอดีถึงกับสะดุดล้มหน้าแทบคว่ำ เจ้าคนที่มีแผลแค่ไหนก็ไม่บ่น ฝึกซ้อมเต้นเป็นแผลแค่ไหนก็ไม่เจ็บ หรือกระทั่งมีแผลจากการถ่ายทำก็สีหน้าไม่เปลี่ยนสีนี่นะ

 

แล้วไม่รู้ว่าเจ็บจริงหรืออยากหาเรื่องอ้อนจ้านเกอเขา

ส่วนคนพี่...

 

เซียวจ้าน! พี่ช่วยรู้ตัวหน่อยได้ไหมว่ากำลังถูกเด็กมันหลอกเอาน่ะ! อ้อ...ลืมไปความจริงไม่ใช่แค่หวังอี้ป๋อหรอกที่สองมาตรฐาน ทุกคนในกองอาลิ่งรู้ดีว่าเซียวจ้านก็สองมาตรฐานเหมือนกัน

 

“แค่เป่าแล้วจะหายหรือ” เซียวจ้านไม่เชื่ออยู่แล้ว แต่พอเห็นดวงตาคมที่ทอดมองมาอย่างออดอ้อนนั่น ก็เม้มปากตัวเองเบาๆ ก่อนจะเป่าลมออกมาช้าๆ “เพี้ยง! ไม่เจ็บแล้วนะอี้ป๋อ” เขาปลอบเหมือนปลอบเด็ก และเด็กที่ว่าก็พลันทำดวงตาสดใสทำให้เซียวจ้านยิ้มกว้างออกมา

“หายแล้วครับ”

เซียวจ้านหัวเราะ ก่อนจะค่อยๆ ผละตัวเองออกมา และเหมือนคนอายุมากกว่าจะเริ่มรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป ดวงตาเรียวเหลือบไปมองรอบๆ เห็นทีมงาน นักแสดงแต่ละคนกำลังยิ้มกรุ่มกริ่ม โบกไม้โบกมือมาให้ก็อ้าปากเหวอ

 

นี่เขา...ทำอะไรลงไปเนี่ย!

 

ยิ่งพอได้ยินเสียงหัวเราะอย่างพออกพอใจในลำคอของหวังอี้ป๋อ เซียวจ้านก็หันควับไปมองทันที เจ้าคนที่เจ็บและอ้อนเขาเมื่อครู่ยักไหล่พร้อมดวงตาวิบวับเจ้าเล่ห์ จนเซียวจ้านยื่นมือไปตีเบาๆ ไม่ได้ ในเมื่อเรื่องนี้หวังอี้ป๋อเป็นต้นเหตุก็รับผิดชอบเสียดีๆ เลย

“หึๆ” คนน้องไม่ปัดป้อง ยอมให้คนที่เขินจัดตีเอาๆ เพราะแรงตีนั้นไม่หนักอะไรเลยด้วย เขามองเซียวจ้านอย่างอ่อนโยน

“สองคนนั้นถ้าสวีทกันเสร็จแล้วก็มาเข้าฉากต่อได้แล้ว!” วาจาสิทธิ์ของท่านผู้กำกับดังมา แต่ประโยคนั้นก็เรียกเสียงหัวเราะครื้นเครงจากคนในกองได้เป็นอย่างดี พร้อมๆ กับแก้มของคนบางคนที่ร้อนผ่าวขึ้นอีกรอบ

 

ขนาดผู้กำกับยังแซวเลย!

 

 

“ทุกคนทำได้ดีมาก! วันนี้เลิกกองได้” เมื่อเวลาผ่านมาดึกพอสมควร และได้ทุกอย่างเป็นพี่พอใจ เสียงสั่งคัทฉากสุดท้ายของวันและเสียงสั่งเลิกกองก็ดังขึ้น สร้างความดีใจให้กับเหล่านักแสดงที่โห่ร้องออกมากันเหมือนเด็กๆ เหล่าทีมงานหัวเราะเอ็นดู ยื่นน้ำยื่นขนมให้เจ้าตัวแสบแต่ละคน อาจเพราะกองอาลิ่งใช้นักแสดงที่อายุห่างกันไม่มากเท่าไหร่ แต่ละคนเลยสนิทสนมกันเร็ว ซ้ำยังป่วนกันมากด้วย

“ผมดื่มด้วย” หวังอี้ป๋อที่รอให้เซียวจ้านดื่มชาเขียวของตัวเองเสร็จก็ยื่นมือไปขอรับมาดื่มต่อทันที เขาดื่มชาของคนพี่จนชินแล้ว ไม่คิดจะถามหาด้วยว่าจ้านเกอเขาซื้อมาจากไหน ดื่มของอีกฝ่ายนั่นแหละดีที่สุด

“วันนี้พวกเราไปหาอะไรกินกันดีกว่า ไม่ดึกเท่าไหร่ เมื่อวานเหมือนฉันจะเห็นว่าแถวนี้มีร้านหม้อไฟอร่อยๆ ด้วย” เซียวจ้านเลิกคิ้วรอฟังคำตอบ แล้วหวังอี้ป๋อน่ะมีหรือจะขัดใจ ไม่รอให้คนพี่พูดจบเจ้าตัวก็พยักหน้าหงึก

“ผมเลี้ยงเองครับ...พี่จะชวนคนอื่นไปด้วยไหม?” ถึงความจริงหวังอี้ป๋อจะอยากไปกับเซียวจ้านสองคนแต่ว่าเห็นแก่ที่ทุกคนเข้าข้างเขา วันนี้จะไปด้วยกันก็ได้

“หืม? นายดูอารมณ์ดีแปลกๆ มีใครจะไปกินมื้อดึกกันไหมครับ หวังเหล่าซือเขาเป็นคนเลี้ยงแน่ะ” เซียวจ้านหันไปถามรอบๆ แต่ละคนพอได้ยินเรื่องของกินก็กางหู ยกมือกันพรึ่บพรั่บ ทำให้เซียวจ้านหัวเราะขำ หันไปยักคิ้วให้หวังอี้ป๋อ แต่เห็นคนน้องเหงื่อออกก็หันไปขอทิชชู่กับทีมงานมาแล้วเดินไปใกล้ๆ “นายได้ล้มละลายแน่อี้ป๋อ” ปากบ่นยิ้มๆ แต่มือก็ช่วยเช็ดเหงื่อให้คนน้องอย่างแผ่วเบา เช็ดเสร็จก็ยื่นพัดลมไปจ่อข้างๆ

“ทนหน่อย ไปรอในรถไหม?”

หวังอี้ป๋อส่ายหน้า เอาพัดผมในมือเซียวจ้านมาถือแล้วจ่อหน้าคนพี่แทน ดูสิ ตัวเองน่ะร้อนจนเหงื่อหยดแล้วยังจะมาเป็นห่วงเขาอีก พอเห็นพี่อ้าปากจะเถียงหวังอี้ป๋อก็ส่งสายตาดุๆ ใส่เลยได้รับสีหน้างอง้ำเหมือนเด็กงอแงกลับมาแทน

“วันนี้นายเลี้ยงมื้อดึกแล้วกัน พรุ่งนี้ฉันจะเลี้ยงน้ำทุกคน” หลิ่วไห่ควานบอกยิ้มๆ กอดอกมองทั้งสองคนแล้วก็รู้สึกว่ามันชวนยิ้มจริงๆ

 

ดูเหมือน...จะรู้ตัวแล้วทั้งคู่

 

“ให้ผมช่วยหารไหมพี่ไห่ควาน” วังจั่วเฉิงยกมือขึ้นถาม เขาเหมือนเป็นน้องในกอง ทุกคนไม่ค่อยยอมให้ออกอะไรเองเท่าไหร่

“ไม่สิ” หลิวไห่ควานเอื้อมือไปยีหัวอีกฝ่าย แล้วหันไปชวนคนอื่นๆ วันนี้หวังอี้ป๋ออารมณ์ดีขนาดนี้ ใครไปกินด้วยเจ้าตัวก็ไม่บ่น

 

แน่สิดัน แสดงความเป็นเจ้าของให้คนทั้งกองรับรู้แล้วนี่

 

เซียวจ้านยกยิ้มอย่างมีความสุข กองถ่ายอาลิ่งเป็นหนึ่งในความสุขของเขาเลย ทั้งผู้กำกับ ทีมงาน เหล่านักแสดงทุกคน และ...

 

หวังอี้ป๋อ...

 

ดวงตาของเซียวจ้านสบกับดวงตาคมที่มองมาอยู่ก่อน เขาหลุบตาลงมองมือใหญ่ที่ยื่นออกมา

 

ไม่ต้องถามหาเหตุผล ไม่ต้องมีเรื่องราวใดๆ...ไม่ต้องถามหาความหมาย

เซียวจ้านก็วางมือลงไปบนมือใหญ่นั้นทันที

 

จากนั้นเสียงมือถือของเขาก็ส่งเสียงเตือนว่ามีสายเข้า แต่มือถือของเขาอยู่ในมือหวังอี้ป๋อที่ขอยืมไปเล่นเกม คนน้องยกมืออีกข้างขึ้นมาดู จากนั้นก็ขมวดคิ้วเข้าหากันจนเซียวจ้านเลิกคิ้วสงสัย...

หวังอี้ป๋อหน้านิ่ง ดวงตาคมกริบนั้นฉายแววเย็นชาขึ้นมา เมื่อเห็นชื่อที่เซียวจ้านบันทึกเอาไว้ เขากดตัดสายทันทีโดยไม่จำเป็นต้องคิด จากนั้นก็ลบประวัติการโทรเข้าแล้วกดเกมขึ้นมาเล่นต่อ

“ใครโทรมาน่ะอี้ป๋อ?” พี่ผู้จัดการหรือน้องๆ ในวงฉันหรือเปล่า? ขอมือถือหน่อย”

หวังอี้ป๋อยื่นมือถือตัวเองให้เซียวจ้านแทน ทำเอาคนพี่อ้าปากเหวอทันที พอเห็นท่าทางนั้นบรรยากาศรอบตัวที่เริ่มเย็นจัดของหวังอี้ป๋อก็คลายลง

“คนที่พี่ไม่อยากรับสายเขา...ชื่อที่จ้านเกอแมมไว้คือ อวิ๋นหยาง” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยนิ่งๆ หวังอี้ป๋อไม่ใช่คนชอบพูดโกหก และถ้าการโกหกนั้นทำให้คนสำคัญของเขาไม่สบายใจเขาจะไม่ทำ

เซียวจ้านหลุบตาลงต่ำทันทีที่ได้ยินชื่อนั้น ความกังวลบางอย่างพุ่งวูบเข้าเกาะกุมจิตใจ แต่มันก็หายไปแทบจะทันทีที่มือใหญ่กระชับมือเขาไว้ สอดประสานปลายนิ้วเข้ามาเกาะเกี่ยวราวกับจะบอกว่า...ผมอยู่ตรงนี้

“ฉัน...ไม่รู้ว่าเขาโทรมาทำ ต้องการอะไร” แต่ไหนแต่ไรมาคนคนนั้นก็ไม่เคยคาดเดาอารมณ์ได้ บางครั้งก็ดีเกินไป บางครั้งก็เย็นชามาก แต่ว่า...เพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการหยางเกอไม่เคยเลือกวิธีการ ดูจากการบีบเซียวจ้านทุกทางก็น่าจะรู้

“เขาทำอะไรพี่ไม่ได้...ไม่มีทางทำได้” หวังอี้ป๋อเอ่ยเสียงทุ้ม แม้จะเรียบนิ่งแต่น้ำเสียงหนึ่งประโยคนั้นกลับคล้าย...คำกล่าวสาบาน “ผมอยู่กับพี่จ้านเกอ”

“ฉันรู้” เซียวจ้านกุมมือคนน้องไว้ ความอบอุ่นและความกล้าหาญที่ถ่ายทอดมาให้ทำให้เขาไม่กังวลอะไร “ฉันไม่กลัวเขา แต่กังวลว่าคนรอบตัวฉันจะลำบาก ทั้งพี่ผู้จัดการ ทั้งน้องๆ ในวง...และนายด้วยอี้ป๋อ”

หวังอี้ป๋อแทบอยากจะรวมร่างคนพี่มากอดไว้ ก็เป็นเสียแบบนี้ ก็เป็นคนที่ห่วงคนอื่นก่อนห่วงตัวเองเสมอ สิ่งที่หวังอี้ป๋อทำได้ก็มีเพียงเฝ้าดูอยู่ข้างๆ...เฝ้าดู แต่ไม่ได้ปกป้องเกินความจำเป็นทั้งๆ ที่อยากทำแบบนั้นแทบแย่

 

เพราะเขารู้ดีว่าจ้านเกอของเขาเข้มแข็งกว่าใคร...และไม่ยินดีหากต้องให้ใครมาลำบากเพราะตัวเอง

 

“ดีจังที่มีนาย” เซียวจ้านยิ้มกว้าง ดวงตาคู่สวยทอประกายระยับ ความอ่อนหวานที่สะท้อนความรักออกมาเต็มเปี่ยมนั้นทำให้หวังอี้ป๋อทบจะห้ามตัวเองไม่ได้...

 

จ้านเกอรักเขา...ดวงตาคู่นั้นไม่ได้โกหก

และ...

เขาเองก็รักอีกฝ่ายมากเหลือเกิน....

 

หวังอี้ป๋อยิ้มตอบคนพี่ คนทั้งคู่สบตากัน...ชั่วขณะเวลานั้น โลกทั้งโลกราวกับหยุดหมุน เหมือนช่วงเวลาในสนามแข่งรถนั้นที่เขาได้พบกัน...

 

ครั้งนั้นทำให้จังหวะหัวใจเปลี่ยนแปลงไป ทำให้หัวใจเริ่มเกิดท่วงทำนองที่ไม่ใช่แค่ของตัวเอง

และครั้งนี้...

 

ชั่วขณะที่สบตา...ก็ทำให้รับรู้ว่า...หัวใจของพวกเราเต้นตรงกัน

ท่วงทำนองนั้น...เป็นท่วงทำนองของเราสองคน

 

 

ปึก!

โทรศัพท์มือถือถูกมือใหญ่โยนไปกระแทกผนังอย่าแรง เจ้าตัวไม่สนใจว่ามันจะใช้งานได้อีกหรือไม่ได้ ดวงตาคมกริบฉายแวววาวโรจน์ ภาพถ่ายเพียงไม่กี่รูปที่ทุ่มเงินซื้อมาทำให้ไปสบอารมณ์มากยิ่งขึ้นไปอีก มันถูกขยำแล้วโยนทิ้งถังขยะอย่างแรง

“นายกล้า...ตัดสายฉัน” เสียงทุ้มนั้นเยียบเย็น ร่างกายสูงใหญ่กระแทกตัวลงนั่งบนเบาะนุ่ม อารมณ์เขาไม่ดีมาหลายวันแล้ว “เซียวจ้าน...นายจะหนีจากฉันไปไหนพ้น”

 

คนคนนี้มีนามว่าอวิ๋นหยาง

 

ร่างสูงนั้นคว้ามือถือตั้งโต๊ะมากดโทรออกอย่างรวดเร็ว “หาให้ฉันทีว่ากองถ่ายของเซียวจ้านจะไปถ่ายต่อที่เมืองไหน ด่วนที่สุด!

มือใหญ่กระแทกลงบนโต๊ะจนมันสั่นคลอน ภาพผู้ชายคนหนึ่งทำให้เขาแค่นเสียงหึ ดวงตาคู่นั้นสะท้อนความเกลียดชังออกมาเต็มเปี่ยม เพราะหมอนี่ได้รับรอยยิ้ม ได้รับเสียงหัวเราะ แม้จะเห็นแค่ภาพแต่ก็ทำให้เขาเกลียด!

“หวังอี้ป๋อ!

......


เพราะพี่น่ารักตลอด คนน้องก็เลยชอบแหย่ ชอบเย้า ถ้าไม่ถูกจ้านเกอตี ไม่ถูกจ้านเกอว่าเอาน้อนป๋อจะนอนไม่หลับฮับ! 5555 แต่ทั้งจ้านเกอทั้งป๋อตี้ เวลาพวกเขาอยู่ด้วยกันแล้วน่ารักมากๆ เลยค่ะ ทำให้ยิ้มได้ตลอด ความสัมพันธ์ของพวกเขาไมม่ว่าจะในรูปแบบไหนมันก็ดีมากๆ เลยค่ะ ^_^

มีคนหลังไมค์มาหาเราเรื่องแทคนิยายเรื่องนี้ ปกติเราติดแทค #ทำนองอี้จ้าน หรือ #ทำนองป๋อจ้าน ในทวิตนะคะ 

ป.ล. เรื่องนี้มีใน ReadAwrite ด้วยนะคะ จะมีตอนพิเศษสั้นๆ ด้วยค่า

ขอบคุณทุกคนมากเลยนะคะที่เข้ามาอ่าน แล้วก็ชมเราด้วย 555 ดีใจมากเลยค่ะ เห็นหลายคนบอกว่าเขียนดีมากแต่คนอ่านน้อย อาจเพราะเราลงในอีกแอพด้วย แต่ขอบคุณทุกคนมากๆ เลยค่ะ ดีใจมากกกกจริงๆๆๆ ^_^

ช่วงนี้อากาศไม่ดีเลย อย่าลืมรักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ

สำหรับวันนี้...ฝันดีและราตรีสวัสดิ์ค่ะ ^_^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 50 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

50 ความคิดเห็น

  1. #48 zezeuiaz (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 / 10:00
    น่ารักมาก พึ่งเห็น มัวแต่ตกหลุมน้องอวิ๋นอยู่ พึ่งปีนขึ้นมา แล้วตกอีกรอบ วนเวียนอยู่แต่กับไรท์เนี่ยแหละ ไม่ต้องไปไหนแล้ว
    #48
    0
  2. #37 SOUL (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 14:22
    อวิ๋นหยางจะทำอะไรอีกล่ะเนี่ยยยยยย
    #37
    0
  3. #31 ลพเก้า (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มกราคม 2563 / 00:48
    หวานมาก ชอบๆ คนพี่ก็น่ารักไม่หยุดเลย
    #31
    0
  4. #30 WinnyBambam (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มกราคม 2563 / 22:53
    เมื่อไหร่จะได้กัน โอ้ยยรอ~~
    #30
    0
  5. #29 Muaynan (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มกราคม 2563 / 21:37
    เอ็นดูพี่
    #29
    0