Heart Beat #ป๋อจ้าน #อี้จ้าน #หวังเซียว ( Yaoi )

ตอนที่ 11 : MHz...XI.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 533
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    30 ม.ค. 63

XI

.

.

 

เขาเป็นรอยยิ้ม เป็นคนที่ทำให้โลกของผมสว่างสดใส

เข้ามาเปลี่ยนโลกของผมให้แตกต่างไปจากเดิม

เป็นคนเดียว

ที่ทำให้จังหวะและท่วงทำนองของหัวใจผมเปลี่ยนไป

เป็นคนที่ทำให้ผมตกหลุมรักซ้ำๆ ไม่หยุด...

.

.

 

“นายเปลี่ยนไฟล์ที่จะไปกุ้ยโจวเหรอจ้านจ้าน?” ผู้จัดการของเซียวจ้านที่เดินเอาเอกสารมาให้พี่ใหญ่ของวงในห้องนั่งเล่นเอ่ยถามอย่างแปลกใจ  เซียวจ้านที่กำลังเป็นผู้ชนะในเกมจ้องตากับน้องๆ หันมากล่าวขอบคุณแล้วยิ้มบาง

“ครับ...รับปากอี้ป๋อเขาไว้น่ะครับ ว่าจะไปพร้อมกัน” ดวงตาของเซียวจ้านอ่อนโยนลงเมื่อพูดถึงชื่อใครบางคน

 

และ...มันก็อ่อนหวานเป็นพิเศษ

 

ทั้งน้ำเสียง ทั้งรอยยิ้ม ทั้งแววตาแบบนั้นทำเอาเหล่าน้องๆ ในวงและผู้จัดการต่างก็ชะงัก สบตากันพร้อมสัญญาณเตือนภัยระดับสิบ...

 

นี่พี่ใหญ่ของ X Nine กำลังจะถูกใครบางคนแย่งไปจริงๆ ใช่ไหม!

ออกกองไปด้วยกันไม่กี่เดือนก็มาตกพี่ชายของพวกเขาไปแล้ว...

คอยดูนะหวังอี้ป๋อ! ฮึ่ม!

 

“พี่...พี่ชอบหวังอี้ป๋อเหรอครับ?” น้องๆ ของเซียวจ้าโพล่งถามขึ้นมา คำถามที่ทำให้เกิดความเงียบขึ้นครู่นึง ก่อนคนพี่จะหน้าแดงจัด แก้มร้อนผ่าว หลุบตามองต่ำไม่สบสายตาใคร...

 

น่ารัก...

 

ทุกคนคิดพร้อมกัน ก่อนจะส่ายหน้ารัวๆ ประเด็นมันไม่ใช่ตรงนั้นสิ!

ประเด็นคือจ้านเกอเขามีคนที่ชอบแล้ว! ที่จริงก็ไม่ได้ว่าอะไร พวกเขาก็อยากให้มีใครมาดูแลพี่ใหญ่แสนดีของวง เพราะจ้านเกอเขาน่ะใส่ใจคนอื่นตลอดเลย ใจดีที่หนึ่งอีก

 

แต่ว่า...

หวังอี้ป๋อคนนั้นน่ะดูก็รู้ว่าขี้หวง!

ต้องไม่ให้จ้านเกอใส่ใจพวกเขามากกว่าตัวเองแน่ๆ ฟันธงได้เลย!

 

หน็อย! นี่ต้องหลอกล่อจ้านเกอของพวกเขาแน่ๆ จ้านเกอน่ะถึงจะอายุมากกว่าแต่บางทีก็ซื่อๆ บื้อๆ ความรู้สึกช้าในเรื่องพวกนี้ด้วย ต้องถูกเด็กบางคนหลอกล่อเอาแน่ๆ เลย

เหล่าน้องๆ ในวงพร้อมใจกันส่งกระแสจิตอาฆาตไปยังสุดหล่อแซ่หวังที่กำลังทำงานอยู่อย่างตั้งใจจนอีกฝ่ายรู้สึกสะดุ้งขึ้นมาเบาๆ ในสายตาของชาว X Nine ใครก็ตามที่มาแย่งพี่ใหญ่ของวงไปเป็นตัวร้ายทั้งนั้นแหละ!

 

ต่อให้เป็นสุดหล่อความสามารถเยอะอย่างหวังอี้ป๋อก็ตาม!

 

“พี่! พี่ชอบหวังอี้ป๋อตอนไหน ยังไง ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ!

“นั่นสิครับ ผมเคยถ่ายซีรีส์กับเขา หวังอี้ป๋อเป็นคนดีก็จริงๆ แต่เขาดูเข้าถึงยากนิดๆ แล้วก็ดูเพอเฟคเกินไปด้วย เดี๋ยวๆ มาตีผมกันทำไมครับ”

“ใครให้นายชมศัตรู คนที่จะมาแย่งจ้านเกอไปจากพวกเราเป็นศัตรูหมดนั่นแหละ!

“ก็เขาดีจริงนี่นา ไม่ดีก็ได้...จ้านเกอช่วยผมด้วย”

“พวกนายนี่นะ” เซียวจ้านถอนหายใจมองดูพวกน้องๆ ที่ทิ้งของกินแล้วมานั่งซักฟอกเขาไม่หยุดด้วยใบหน้าระอา แต่พวงแก้วขาวกลับเป็นสีแดงระเรื่อ

 

เพราะพอพูดถึงชื่อใครบางคน

จังหวะหัวใจก็ไม่เหมือนเดิม...พอกับอุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้นเลย

 

“นายไม่ต้องมาแกล้งดุกลบเกลื่อนเลยนะจ้านจ้าน เล่ามาเร็วๆ ว่าไปชอบหวังอี้ป๋อไอ้ยังไง เขาล่อลวงนายยังไง เจ้าคนหนุ่มนั่นจะมาแย่งจ้านจ้านของพวกเราไป...ฮือ!” ขนาดพี่ผู้จัดการยังตรงเข้ามาจับไหล่ของเซียวจ้าน แล้วถามเหมือนคุณแม่ที่รับไม่ได้ที่ลูกจะมีแฟน

“พี่ลองบอกมาสิครับว่าหวังอี้ป๋อมีข้อดีอะไรที่ทำให้พวกผมยอมรับเขาได้บ้าง ฮึ!” แต่ละคนกอดอกมองพี่ใหญ่ของวงอย่างดุๆ เหมือนคุณพ่อคุณแม่ที่ไม่เห็นด้วยเรื่องแฟนของลูกชัดๆ

 

แต่ประเด็นคือเซียวจ้านไม่ใช่ลูก...แล้วก็เป็นพี่ใหญ่ของวงด้วย

ดูทำกันสิ

 

“อี้ป๋อหน้าตาดีมาก ความสามารถเยอะ เต้นเก่งมาก แร็ปได้ด้วย ร้องเพลงก็ได้ ขับมอเตอร์ไซค์ เป็นนักแข่งรถที่เก่งมาก เล่นสเก็ตบอร์ดได้ เล่นบาสได้ เล่นโยโย่ได้ เป็นคนเรียนรู้เร็ว ตั้งใจและมุ่งมั่นกับทุกสิ่ง เป็นเด็กดีมีมารยาท อ่อนน้อมถ่อมตน แม้เจอกันแรกๆ จะดูนิ่งไปสักหน่อยแต่ความจริงแล้วก็แค่ไม่สนิทกับคนแปลกหน้า พอสนิทกันอี้ป๋อเป็นคนดีมาก ผิวพรรณก็ดี เสียงก็นุ่มๆ น่าฟัง อายุ 21 แต่เป็นผู้ใหญ่เกินวัย ถึงบางทีฉันจะอยากให้เขาทำตัวสมอายุบ้างก็เถอะ เป็นคนที่อยู่ใกล้แล้วอบอุ่น เป็นพลังบวก...”

ตอนแรกทุกคนก็ตั้งใจฟังข้อดีของมนุษย์แซ่หวังอยู่หรอก แต่ยิ่งเล่าพี่ใหญ่ของวงก็เล่ายาวไม่จบ ชื่นชมข้อดีจนสมาชิกวง X Nine แต่ละคนเริ่มหาข้อเสียไม่เจอ แล้วพร้อมใจกันคิดว่าคนแบบนี้ก็มีอยู่บนโลกด้วยหรือไง หรือว่าฟิลเตอร์ของจ้านเกอเขาหนาเกินไป พี่ใหญ่ของพวกเขาน่ะเล่าแล้วก็โมโหขึ้นมาบางครั้งที่หวังอี้ป๋อน่ะดื้อเกินไป กลายเป็นบ่นให้พวกเขาฟังแทน

 

นี่อวยกันขั้นสุดจริงๆ สินะ

 

แต่จากถ้อยคำเหล่านั้นก็ทำให้พวกเขาเข้าใจได้ไม่ยากว่าทั้งสองคนคงสนิทกันมาก...ใส่ใจกันมาก ไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถพูดเรื่องของอีกคนได้นานขนาดนี้หรอก ระยะเวลาไปออกกองแค่ไม่นานแต่กลับผูกพันกันขนาดนี้...

 

และนี่ก็เป็นคนแรกที่พอพูดชื่อ

แววตาของเซียวจ้านจะเต็มไปด้วยความรัก ความเอ็นดู ความอ่อนโยน

อ่อนหวาน

 

เป็นสายตาของคนที่กำลังมีความรัก

และ...รักอย่างที่สุด

 

“พี่ชอบเขามากเลยนะครับ...กับหวังอี้ป๋อน่ะ?”

“ไม่ได้เหรอ?” เซียวจ้านเอียงหน้า ก่อนจะช้อนตามองน้องๆ แต่ละคน หลุบตาต่ำลงพร้อมกับพวงแก้มแดงก่ำ ด้วยท่าทางน่ารักน่าเอ็นดู ที่น้องๆ แต่ละคน

 

ใจร้ายไม่ลง...

 

“กะ...ก็แค่ชอบเอง ชอบแล้วก็รู้สึกดีๆ กับอี้ป๋อมาก แต่ว่า...ก็รู้ดีว่าระหว่างพวกเรามันเป็นไปได้ยาก ไม่ใช่แค่เพราะเป็นผู้ชายด้วยกันและประเทศเรายังไม่ยอมรับเรื่องพวกนี้ แต่เพราะทั้งฉันและอี้ป๋อต่างก็มีความฝันของตัวเอง...”

 

รักแค่ไหน...ก็รู้ว่าเป็นไปได้ยาก

แต่ก็ให้ได้รัก

 

เจ้าของจังหวะหัวใจ...ที่ทำให้ท่วงทำนองนั้น

เป็นท่วงทำนองที่อ่อนหวานที่สุด

 

“เฮ้อ! จ้านจ้านหนอจ้านจ้าน นายไม่ต้องคิดไปเยอะขนาดนั้น ถ้าพวกนายชอบกันจริงๆ เรื่องพวกนั้นมันก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่หรอก แต่ปัญหาหลักอยู่ที่...” ผู้จัดการของเซียวจ้านถอนหายใจ ชี้นิ้วขึ้นข้างบนเป็นเชิงบอกว่าปัญหาใหญ่ที่ว่าคือ

 

อวิ๋นหยาง

ถ้าคนคนนั้นรู้ว่าเซียวจ้านชอบใครที่ไม่ใช่ตัวเอง ต้องสรรหาสารพัดวิธีมาขัดขวางแน่ๆ

 

“การที่นายเลือกหวังอี้ป๋ออาจเป็นเรื่องดีก็ได้...”

ค่ายของหวังอี้ป๋อเป็นค่ายใหญ่ ประธานค่ายเป็นคนใหญ่คนโตมีเส้นสายเยอะ และที่สำคัญ...หานเกิง หนึ่งในคนที่มีอิทธิพลลำดับต้นๆ ของประเทศ อีกอย่างสกุลหวังของหวังอี้ป๋อเองก็ไม่ได้ธรรมดา

“นายเป็นคนดีจ้านจ้าน พวกเราแค่ปรารถนาให้นายมีความสุขและมีคนที่สามารถดูแลนายได้ ถึงจะเป็นผู้ชายก็แล้วทำไม ไม่ใช่เจ้าคุณชายอวิ๋นหยางงี่เง่านั่น”

“แต่ว่าถึงไม่อยากจะยอมรับ อะไรที่เป็นความสุขของพี่พวกผมก็ยินดีอยู่แล้ว”

“นั่นสิครับ ถึงจะหมั่นไส้ก็เถอะ”

“ที่จริงหวังอี้ป๋อก็เพอเฟคไปทุกอย่างนะครับ ถึงจะหมั่นไส้พวกผมก็รับได้”

เหล่าสมาชิกคนอื่นๆ ต่างก็มายิ้มและพากันกอดพี่ใหญ่ของวงเพื่อไม่ให้เซียวจ้านเครียดและคิดว่าพวกเขาจะกีดกัน เซียวจ้านเองก็ยิ้มและกอดตอบน้องๆ บางทีก็ขยี้หัวด้วยความเอ็นดูในฐานะพี่ใหญ่

 

ทุกคนหวังดี ปรารถนาดี

แม้จะมาจากคนละที่ แต่พวกเขาก็ใช้เวลาอยู่ด้วยกันมาหลายปี ผ่านอะไรด้วยกันมามากมาย

มันเป็นความรู้สึกที่คลับคล้ายกับครอบครัว...

 

“ฉันก็แค่ชอบอี้ป๋อ ไม่รู้ว่าน้องจะชอบฉันหรือเปล่า พวกนายก็อย่าอวยฉันเกินไปนักเลย” เซียวจ้านส่ายหน้ายิ้มๆ แม้การกระทำและแววตาของหวังอี้ป๋อที่มองตรงมาที่เขาจะพิเศษกว่าคนอื่น และบางครั้งมันก็คล้ายกับจะบอกว่าคนน้องรู้สึกไม่ต่างอะไรกับเขาก็เถอะ

 

แต่เซียวจ้านเองก็ไม่อยากคาดหวังเกินไป...

 

“หมอนั่นน่ะเหรอจะไม่ชอบพี่?”

“จ้านเกอเป็นผู้ชายที่ดีที่สุดคนหนึ่งในโลก หวังอี้ป๋อจะไม่ชอบได้ยังไง!

“พี่เก่งและดีไปทุกอย่าง! ใครไม่ชอบก็บ้าแล้ว”

“มีพี่คนเดียวเหมือนมีทั้งแม่ทั้งแฟนไปพร้อมกัน มีปะป๊าด้วยอีกคน”

“นั่นสิครับพี่น่ะหน้าตาดี ยิ้มก็สวย อยู่ด้วยแล้วก็สบายใจ ทำอาหารอร่อย วาดรูปสวย ถ่ายรูปสวย ถักเสื้อได้ เล่นกีตาร์ได้ ร้องเพลงเพราะ ทัศนคติดี ตาหวานๆ เหมือนกระต่าย ทั้งหล่อทั้งน่ารัก!

“ถ้าหวังอี้ป๋อกล้าไม่ชอบพี่ พวกผมจะไปช่วยกันจับหมอนั่นมัดแล้วยัดใส่ถุงมาให้พี่ถึงที่เลยครับ!

เหล่าน้องๆ และผู้จัดการ เริ่มกันอวยพี่ใหญ่ของวงเต็มที่ อวยจนเซียวจ้านเบิกตาโตก่อนจะเกาแก้มตัวเองเขินๆ ท่าทางแบบนั้นทำให้เจ้าลูกหมาโกลเด้นแปดตัวที่เหลือล้มทับพี่ใหญ่เพราะทนความน่ารักไม่ไหวทันที แม้คุณผู้จัดการอยากจะมาสนุกสนานกับเด็กๆ ในการดูแลด้วยแต่ก็ต้องห้ามตัวเองไว้ เพราะเขาเป็นผู้ใหญ่แล้ว

 

เอาเถอะ...การได้เห็นเด็กๆ ที่ดูแลมาหัวเราะและมีความสุขกันขนาดนี้ในฐานะผู้จัดการก็รู้สึกปลื้มมากเลยนั่นแหละ

 

เซียวจ้านหัวเราะไปด้วยดันเจ้าน้องๆ ตัวยักษ์แต่ละคนออกไปจากตัวด้วย ทับมาไม่สงสารสภาพเขาเลย! เจ้าลูกหมาตัวแสบพวกนี้นี่ มือถือในมือของเขาสั่น เบอร์ที่เซียวจ้านเห็นแล้วก็หัวใจเต้นรัวขึ้นมา วงหน้าที่ละมุนลงทำให้เหล่าน้องๆ รู้ทันทีว่าใครเป็นเจ้าของสาย

 

จะใครเสียอีกล่ะ...

เฮอะ!

 

“ขอตัวไปรับโทรศัพท์ก่อนนะ ออกไปสักทีเร็วๆ ตัวหนักกันจะแย่แล้ว”

“ฮึ! แก้มแดงขนาดนี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครโทรหาจ้านเกอของพวกเรา” แก้มของเซียวจ้านถูกน้องๆ ดึงเบาๆ ส่วนคนพี่ก็ได้แต่ส่ายหน้าระอา ยกมือขึ้นตีหัวเจ้าพวกตัวแสบรายคน

“อย่าดื้อกันละ เดี๋ยวมาทำของว่ามื้อดึกให้ทาน”

“ครับผม!” แต่ละคนพร้อมใจกันยืนตัวตรงทำท่าวันทยาหัตอย่างน่าขำ ขนาดพี่ผู้จัดการยังทำไปด้วย แสดงให้เห็นถึงความปลาบปลื้มในฝีมืออาหารของเซียวจ้านมาก จนคนทำหัวเราะเบาๆ เห็นมือตัวเองเลื่อนไปกดรับแล้วแต่ยังไม่ได้พูดก็กลัวคนน้องจะวางไปเสียก่อน พอเอาหน้าจอมามองก็เห็นหวังอี้ป๋อยังอยู่ในสาย เซียวจ้านยิ้มออกมานิดๆ

“จ้านเกอ...ฝากไปบอกว่าที่แฟนแซ่หวังคนนั้นของพี่ด้วยนะครับว่าถ้าคิดจะมาจีบพี่ชายของพวกเรา X Nine น่ะต้องผ่านอะไรอีกเยอะนะครับ!

“ใช่ๆ พี่ชายของพวกเราไม่ใช่ว่าใครจะมาเอาไปก็เอาไปได้เลยนะ”

“พวกนายนี่!!” เซียวจ้านแก้มร้อนผ่าว เพราะเสียงตะโกนลั่นของเจ้าพวกน้องๆ ตัวแสบต้องดังลอดเข้าไปในสายแน่ๆ เขารีบก้าวยาวๆ ไปริมระเบียงหอพักแล้วกลอกเสียงลงไปทันที

 

บ้าเอ๊ย! แค่คิดว่าอี้ป๋อได้ยินแล้วแก้มก็ร้อนหนักยิ่งกว่าเก่าอีก!

มันน่าไม่ทำของกินให้จริงๆ เลยเจ้าพวกนี้นี่!

 

“อี้...”

( คิดถึงจ้านเกอ คิดถึงมากจริงๆ นะครับ )

ไม่ทันที่เซียวจ้านจะได้พูดอะไร แค่เขาอ้าปากเอ่ยไปคำเดียว คนปลายสายก็สวนกลับมาอย่างรวดเร็ว น้ำเสียงทุ้มที่ฟังดูหนักแน่นและละมุนไปในที พาลให้นึกถึงไปใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังใช้ดวงตาคมมีเสน่ห์จับจ้องมาที่เขา

 

แล้วก็พาให้...

หัวใจ...เต้นเปลี่ยนจังหวะ

เปลี่ยนท่วงทำนองไปอีกแล้ว

 

และเซียวจ้านก็รู้ดี

ว่าท่วงทำนองที่เกิดขึ้นในตัวเขานั้น...มาจากหวังอี้ป๋อ

เป็นของหวังอี้ป๋อ

 

“อะ...เอ่อ...อื้ม! ฉันก็คิดถึงนาย แต่พรุ่งนี้พวกเราก็เจอกันแล้ว...” เซียวจ้านเท้าแขนกับริมระเบียง ปล่อยให้ลมเย็นยามราตรีไล้เส้นผมไปตามใบหน้า ดวงตาคู่สวยของเขาทอประกายระยับ

 

ทั้งงดงาม อ่อนโยน...และเปี่ยมความสุข

 

( พรุ่งนี้ฟังดูยาวนานจังเลยครับ )

“หืม?” เซียวจ้านเอามือถือออกมาดูเหมือนไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่นัก...ว่าคนที่กำลังอ้อนเขาอยู่เนี่ย ใช้พ่อหนุ่มแซ่หวังที่รับบทพี่รองหลานเขาจริงหรือเปล่า?

 

อ้อนเสียเซียวจ้านรู้สึก...อยากละลาย

แค่นึกถึงไปหน้า นึกถึงน้ำเสียงที่งอแงนิดๆ ของหวังอี้ป๋อ...

บ้าจริง! แก้มเขาจะระเบิดอยู่แล้วนะ

 

เซียวจ้านว่าตัวเองควรเปลี่ยนเรื่อง...ไม่อย่างนั้นเขาอาจจะระเบิดตัวเองได้ ทำไม่ได้เจอกันไม่กี่วันรู้สึกว่าคนน้องจะอัพสเกลขึ้นอีกแล้วนะ!

 

สเกลทำให้เขาเขินเนี่ย!

สมเป็นเหล่าหวังจริงๆ!

 

“ขอโทษที่รับสายนายช้า พอดีรบรากับพวกน้องๆ ในวงอยู่น่ะ” เซียวจ้านเปลี่ยนเรื่องแต่วินาทีต่อมาเขาก็รู้สึกว่าตัวเองคิดถึงและไม่ควรเปลี่ยนเรื่อง เพราะประโยคจากปลายสายทำให้แก้มขาวของพี่ใหญ่แห่งวง X Nine แดงจัด ลามไปจนถึงใบหู ลามไปยังลำคอ จนถ้าระเบิดตัวเองได้เซียวจ้านว่าเขาต้องระเบิดแน่ๆ!

( อ้อ...เรื่อง ว่าที่แฟน ของจ้านเกอที่แซ่หวังน่ะเหรอครับ )

 

“จ้านเกอ” น้ำเสียงทุ้มของคนที่ปกปิดใบหน้าไปหมดทั้งตัวจนแทบไม่เห็นหน้า แถมยังทักขึ้นในห้องพักส่วนตัวในสนามบินอีก และคนที่รู้ว่าเขาอยู่นี่ก็มีแค่พี่ผู้จัดการกับน้องๆ ที่มาส่งตรงทางเข้าเพราะต้องรีบกลับไปทำงานกับอีกคน...

เซียวจ้านหันไปมองคนพูดก่อนจะกลั้นยิ้ม “หวังอี้ป๋อ ทำอะไรของนายน่ะหืม?” ก่อนจะมาเจอหน้ากันวันนี้ความจริงเซียวจ้านคิดมากจนนอนแทบไม่หลับด้วยซ้ำ เพราะเมื่อคืนเขาถูกประโยคแอทแทคของหวังอี้ป๋อจนทำอะไรไม่ถูก ได้แต่รีบบอกราตรีสวัสดิ์คนน้องไปอย่างมึนๆ แล้วก็รีบกดวางสายไปทำตัวเองให้ยุ่งด้วยการทำอาหารให้เจ้าพวกตัวแสบในวงแทน

แต่นอนไปก็มีแต่น้ำเสียงกับใบหน้าของหวังอี้ป๋อปรากฏในความคิด กับไอ้ประโยคคำว่า ว่าที่แฟน นั่นวนเวียนไม่หยุด นึกว่าเจอหน้าอีกคนแล้วจะทำตัวไม่ถูกกว่านี้เสียอีก

 

เพราะเซียวจ้านเข้าใจดีตัวเองดี

ว่าเหนืออื่นใด...เสียงทุ้มที่ทำให้หัวใจของเขาสงบและเปลี่ยนจังหวะการเต้นไป

เสียงของหวังอี้ป๋อที่ได้ยินจากปากไม่ใช่จากมือถือ

 

คนอายุมากกว่าทำท่าจะพูดอะไรออกมา แต่ก็ต้องเบิกตาโตเพราะอยู่ดีๆ ร่างของเขาก็ถูกคนน้องดึงไปกอดแน่น ใบหน้าหล่อๆ นั้นซุกลงกับไหล่ของเซียวจ้านเหมือนตัวเองเป็นเด็กๆ พอเห็นแบบนั้นแล้วคนพี่ที่ระมัดระวังตัวอยู่เพราะตัวจะมีคนเห็นหรือแอบถ่ายภาพก็ใจอ่อน มือที่ตอนแรกยังลังเลอยู่ยกขึ้นกอดตอบแผ่นหลังของหวังอี้ป๋อเหมือนกัน

 

กอดแน่นไม่แพ้ที่คนน้องกอดเขานั่นแหละ

เพราะเซียวจ้านเองก็คิดถึงหวังอี้ป๋อเหมือนกัน...

 

แค่เวลาสองวันที่ไม่ได้เจอกันกลับคิดถึงอย่างน่าประหลาด และคิดถึงได้มากขนาดนี้...อาจเพรราะช่วงเวลาที่ถ่ายทำอาลิ่งพวกเขาอยู่ด้วยกันเสมอ ถ้ามองไปดวงตาก็จะเห็นภาพของกันและกันสะท้อนอยู่ในดวงตาของกันและกันเสมอ

 

ที่ไหนมีเซียวจ้านที่นั่นมีหวังอี้ป๋อ

ที่ไหนมีคนน้องที่นั่นย่อมต้องมีคนพี่

 

ต่อให้บางวันหนึ่งในพวกเขาไม่มีฉาก ไม่มีถ่ายก็จะมานั่งให้กำลังใจกันเสมอ ได้ตีกัน ได้พูดคุยกัน จนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของกันและกันไปแล้ว

 

ท่วงทำนองหัวใจของตัวเอง...ถูกคนคนหนึ่งเติมเต็ม

จนเริ่มไม่เป็นท่วงทำนองของตัวเอง

 

แต่กำลังเปลี่ยนไป...เป็นท่วงทำนองของคนสองคน

 

“คิดถึงนะครับ”

“อืม...ฉันก็คิดถึงนาย ทำงานหนักหรือเปล่า?” เซียวจ้านเองก็วางคางลงบนไหล่คนน้อง รู้สึกเหมือนอยากอ้อนขึ้นมานิดหน่อยเหมือนกัน อาจเพราะคิดถึงมาก...เลยอยากทำตัวเป็นเด็กขึ้นมาบ้างเหมือนกัน ทั้งสองยังกอดกันกลม เสียงหัวใจที่เต้นดังกระหน่ำนั่น...

 

ไม่รู้ว่าเป็นของใครกันแน่

หรือไม่...

ก็เป็นของพวกเขาทั้งสองคนนั่นแหละ

 

“ไม่หรอกครับ ไม่เหนื่อยอะไรเลย? จ้านเกอน่ะสิ กลับไปที่ค่ายเหนื่อยหรือเปล่าครับ?” ตอนแรกหวังอี้ป๋อก็เป็นกังวลเหมือนกันนั่นแหละที่จ้านเกอเขาบอกว่าจะกลับไปค่ายน่ะ เพราะกลัวอีกฝ่ายเจอกับคนที่ชื่ออวิ๋นหยางนั่น แต่หวังอี้ป๋อก็เข้าใจนิสัยและธรรมชาติของเซียวจ้านดี

 

ว่าเข้มแข็งและไม่ยอมให้ใครรังแกได้ง่ายๆ

 

ภายใต้ท่าทางสุภาพบุรุษที่บางทีก็นุ่มนิ่มราวลูกแมวนั้น ซุกซ่อนไปด้วยกรงเล็บและใช้ความสงบนิ่งรับมือกับทุกอย่างได้อย่างดี

 

แต่กับเขา...จ้านเกอใจดีที่สุด

แน่ละสิ หวังอี้ป๋อเป็นคนพิเศษของเซียวจ้านเขานี่

 

“ไม่เจอหรอก” เซียวจ้านยื่นมือที่กอดอีกฝ่ายไปอยู่ไปลูบผมของหวังอี้ป๋อเบาๆ...ผมเหล่าหวังนุ่มเหมือนขนแมวเลย แต่เหล่าหวังน่าจะเป็นสิงโตมากกว่าแมว สิงโตหน้าหล่อๆ ที่ขี้อ้อนและก็มึนๆ “ถูกพวกน้องๆ รบราด้วยความคิดถึงมากกว่า”

หวังอี้ป๋อเป็นฝ่ายผละออกมาจากกอดของเซียวจ้านก่อน แต่เขาก็ยังกอดคนพี่ไว้หลวมๆ โดยเลื่อนมือจากโอบแผ่นหลังเปลี่ยนมารวบเอวของเซียวจ้านไว้แทน ดวงตาคมวิบวับเป็นประกายระยิบจนเซียวจ้านได้แต่หรี่ตาลงอย่างระแวดระวัง

 

เหล่าหวังทำสายตาแบบนี้...

 

“พูดถึงเรื่องน้องๆ ของพี่ ยังจำได้ไหมครับว่าเรายังค้างเรื่อง ว่าที่แฟนแซ่หวัง ที่พี่ไม่ยอมให้คำตอบผมอยู่น่ะ” เมื่อคืนหวังอี้ป๋ออยากจะรุกเร้าสักหน่อย แต่ดันถูกตัดสายหนีเฉย หานเกิงกับพี่ๆ คนอื่นๆ ที่ไม่ยอมไปไหนต่างก็บอกว่าพอแล้ว เขาน่ะตาพราวระยับเจ้าเล่ห์เกินไปแล้ว หานเกิงยังทิ้งไว้อีกหนึ่งประโยคด้วยว่า

 

อย่าทำเหมือนสิงโตรอขย้ำแมวได้ไหม ฉันรู้สึกอยากสวดมนต์ให้เซียวจ้านแล้วนะ

 

หวังอี้ป๋อก็ได้แต่เขม่นมองคนที่คล้ายทั้งพ่อทั้งพี่ชายไปรอบหนึ่ง อยากจะบอกอีกฝ่ายว่าไม่มีจ้านเกอเป็นของตัวเองน่ะไม่มีทางเข้าใจเขาหรอก แมวเหมียวแซ่จ้านน่ะน่ารักจะตายไป! ดูตอนนี้สิ ใช้ดวงตากลมๆ ฉ่ำวาวคู่นั้นเหลือบมองเขาแล้วหลุบต่ำลง พวงแก้มก็เป็นสีแดง

 

น่ารัก!

 

“ว่าไงครับ ว่าที่แฟนคนนั้นของพี่เป็นใครกันหืม? แซ่หวังเหมือนผมด้วยนี่นา ผมอยากรู้จังเลยครับ” น้ำเสียงทุ้มทอดอ่อนและปลายเสียงก็แฝงประกายเจ้าเล่ห์ไม่น้อย ทำให้เซียวจ้านอ้าปากเหวอเหมือนอยากจะเถียง สุดท้ายก็เหมือนหาเสียงตัวเองไม่เจอ แล้วก็ไม่รู้ว่าจะเถียงอะไรดีด้วย

“อี้...”

“หืม? แซ่หวังชื่ออี้หรือครับ” หวังอี้ป๋อตาพราวระยับ ส่วนเซียวจ้านที่เริ่มทำอะไรไม่ถูกก็ได้แต่หลุบตาลงต่ำอย่างเดียว ปกติเขาเป็นคนควบคุมตัวเองได้ดีเสมอ จ้องตากับใครก็ไม่ยอมแพ้ ยกเว้นเจ้าคนน้องนี่แหละที่ไม่กล้าสบตาด้วยเลย!

 

เพราะสายตาแบบนั้น...

 

“บอกสิครับจ้านเกอ...”

“หวังอี้ป๋อ! จะตีนายแล้วนะ!” เซียวจ้านขู่ฟอดๆ ข้างหู ส่วนคนที่แกล้งแหย่คนพี่ก็หัวเราะเบาๆ ด้วยความสุขใจ ให้ตายเถอะ คิดถึงการเถียงและหยอกกับจ้านเกอแบบนี้เป็นบ้าเลย!

“เซียวเหล่าซือ...พี่จะตีผมทำไมกันหืม? เรื่องว่าที่แฟนแซ่หวังนั่นน่ะหรือครับ?”

“นายนี่! เลิกคุยเรื่องว่าที่แฟนแซ่หวังสักทีได้ไหม! แก้มฉันร้อนจนจะระเบิดอยู่แล้วนะ! ก็พูดถึงนายนั่นแหละเจ้าโกวไจ่ไจ๋!”เซียวจ้านไม่ว่าเปล่าฟาดมือใส่หลังคนน้องด้วย ก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่นทันทีเมื่อรู้ว่าตัวเองหลุดปากเรียกอะไรหรือพูดอะไรไป

 

โกวไจ่ไจ๋ถ้าแปลตามแบบของฉงชิ่งแล้วมันก็เหมือนการเรียก...คนรัก

บ้าเอ๊ย! เซียวจ้าน!

 

“ผมเป็นโกวไจ่ไจ๋ของพี่คนเดียวนะครับจ้านเกอ” หวังอี้ป๋ออมยิ้ม ดูเหมือนจะเข้าใจตามแบบทั่วไปที่เป็นคำเรียกคล้ายเอ็นดูหรืออะไรแบบนั้น ก่อนเจ้าตัวจะยิ้มกว้างทั้งปากทั้งตา รอยยิ้มที่สมกับลักษณะอายุของเขาและเปล่งออร่าแห่งความสุขออกมาเต็มที่ “ตกลงว่าที่แฟนคนนั้นของจ้านเกอ...คือผมเหรอครับ?”

 

ไอ้เด็กคนนี้นี่!

เซียวจ้านค่อนขอดอยู่ในใจ

 

ดูทำเข้าสิ! ดูทำเข้า!

เข้าข้างตัวเองเป็นที่หนึ่งเลย!

ถึงเขาจะชอบหวังอี้ป๋อมากๆ แต่ก็หมั่นไส้แล้วเหมือนกันนะ!

 

“ที่จริงตอนได้ยินเรื่องนี้ในสาย ผมก็ตั้งใจจะบอกพี่เหมือนกันถึงว่าที่แฟนของผมน่ะ” หวังอี้ป๋อโอบเอวคนพี่ไว้แน่นกว่าเดิม ปล่อยให้กำปั้นของจ้านเกอทุบหลังเขาปั่กๆ กำปั้นเล็กๆ ขัดกับความสูงนั่นไม่ได้ทำให้เขาเจ็บเลย แล้วคนพี่ที่แสนอ่อนโยนก็ไม่เคยใช้แรงเยอะกับหวังอี้ป๋อเลย

เซียวจ้านนิ่งไปทันทีที่ได้ยินคำพูดของคนน้อง...ว่าที่แฟน?

 

หมายความว่ายังไงน่ะ หมายความว่าอี้ป๋อมีคนที่ชอบแล้วเหรอ?

 

แวบหนึ่งเซียวจ้านรู้สึกหัวใจตัวเองกระตุกอย่างรุนแรง มันเจ็บปวดและเสียดแทงจนเขาต้องเม้มปากตัวเองแน่น ฟันขาวๆ ขบกัดริมฝีปากตัวเองทันที

 

แค่คิดว่าอี้ป๋อจะชอบคนอื่น...

 

ท่าทางแบบนั้นทำให้หวังอี้ป๋อด่าตัวเองในใจทันที เขากล้าทำให้จ้านเกอมีสีหน้าและแววตาแบบนี้ได้ยังไงกันนะ!

 

แต่ว่า...น่าเอ็นดูและน่ารังแกไปพร้อมๆ กับเลยนี่นา...จ้านเกอตอนนี้น่ะ

 

“นาย...”

“ว่าที่แฟนของผมคุ้นๆ เหมือนจะแซ่เซียวน่ะครับ แถมมีแมวขาสั้นตัวกลมหนึ่งตัวด้วย เจ้าตัวน่ะรักแมวตัวนั้นมากเลยนะครับ เรียกว่าถั่วน้อยๆ แล้วก็อวดแมวให้ผมฟังประจำเลย”

 

แซ่เซียว?

แมวชื่อถั่วน้อย?

นั่นมัน...

 

ตึก..

ตัก..

 

ตึก...

ตัก

 

เสียงหัวใจของเซียวจ้านเต้นกระหน่ำอย่างรุนแรง เมื่อกี้...อี้ป๋อบอกว่า

“ผมน่ะอยากจะหาสถานที่สวยๆ กว่านี้บอกสิ่งที่อยากบอกออกมา ก็เลยไม่พูดตอนนี้ดีกว่า แต่พอเห็นพี่ผมก็อดใจไม่ไหว ตั้งใจไว้แล้วว่าถ้าเจอพี่ครั้งนี้จะกอดแน่นๆ อยากทำมากกว่ากอดด้วยซ้ำ แล้วพี่ก็ยังยั่วผมตลอดสองวันที่ไม่ได้เจอกันด้วย” หวังอี้ป๋อกล่าวหาเซียวจ้านทันที

 

ทั้งภาพที่ส่งมาให้

ทั้งคำพูดทางโทรศัพท์

เขาไม่ตรงดิ่งมากอดคนพี่หมับถึงค่ายก็ดีแค่ไหนแล้ว!

 

“อี้...ป๋อ” เซียวจ้านรู้สึกทำอะไรไม่ถูก เลยกอดหวังอี้ป๋อหมับแทน ดึงคนน้องเข้ามาในอ้อมแขนตัวเอง ซึ่งคนอายุน้อยกว่าที่แรงเยอะกว่าก็ปล่อยให้คนพี่ทำตามใจอยู่ดี “เอ่อ...ฉันเองก็มีอะไรจะบอกนายเหมือนกัน”

 

ความรู้สึกนี้...แค่ได้บอกออกไป

กับเจ้าของ...ท่วงทำนองของหัวใจ

 

“หืม? บอกตอนนี้เลยได้ไหมครับ ผมอยากรู้” หวังอี้ป๋อกระพริบตาออดอ้อน ส่วนเซียวจ้านที่กลับมาควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้แล้วก็ยื่นมือฟาดไหล่คนน้องเบาๆ

“ไม่ต้องมาอ้อนหรอกเจ้าลูกหมา ปล่อยได้แล้ว นี่ใกล้จะได้เวลาขึ้นเครื่องแล้วไม่ใช่หรือไง”

“พี่ไม่บอกผมอะ” สุดหล่อแซ่หวังงอแงขึ้นมาอย่างที่นานๆ ทีจะทำ ส่วนเซียวจ้านก็กลอกตาเบาๆ เจ้าเด็กคนนี้ทำเขาเขินไม่เป็นตัวของตัวเอง ทำเขาน้อยใจ แล้วตอนนี้ยังมาทำให้เขาระอาใจอีก

 

จริงๆ เลย มีแค่หวังอี้ป๋อคนเดียวนี่แหละที่ทำได้

 

“จะได้เท่าเทียมไง” เซียวจ้านยักไหล่ให้ ส่วนหวังอี้ป๋อก็ถอนหายใจ ควบคุมตัวเองได้เร็วจริงๆ เลย คราวหลังเขาจะจำไว้ว่าอย่าได้ปล่อยให้จ้านเกอได้ตั้งตัวอีก คนพี่เขินให้เห็นได้น่ารักน่าชังมาก

“เลิกรังแกพี่เขาได้แล้วหวังอี้ป๋อ เดี๋ยวเซียวจ้านจะคิดว่าคนในบริษัทเราเลี้ยงแต่หมาป่ากับสิงโตเอาได้นะ” น้ำเสียงทุ้มๆ ที่เอ่ยขึ้นมาพร้อมร่างสูงใหญ่ที่ทำให้เซียวจ้านเบิกตาโต รีบดันเจ้าคนน้องออกทันที แต่คนที่แรงเยอะกว่าอย่างหวังอี้ป๋อมีหรือจะยอมปล่อย เซียวจ้านเลยแต่เบิกตาโตๆ ของตัวเองจ้องคนที่เขาไม่คิดว่าจะได้เจอ!

ร่างสูงกำยำ ที่แผ่อำนาจออกมาจนสัมผัสได้ ดวงตาคมดุงพญาราชสีห์ ที่แม้ยามนี้จะยกยิ้มน้อยๆ มาให้ก็ตามเถอะ

 

หนึ่งในบุคคลที่มีอิทธิพลมากคนหนึ่ง

ฮันคยอง! หานเกิง!

 

เซียวจ้านรู้ว่าอีกฝ่ายอยู่บริษัทเดียวกับหวังอี้ป๋อและเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนของเยฮวาด้วย แต่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมาแบบนี้!

“หะ...”

“สวัสดีเซียวจ้าน ได้ยินชื่อกับเห็นภาพมาเยอะ แถมได้ยินเจ้าตัวแสบชื่นชมให้ฟังทุกวันเลยนะ ตัวจริงดูดีกว่าในรูปนะ เข้าใจเลยว่าทำไมถึง...”

 

ถึงทำให้หวังอี้ป๋อคนนั้นตกหลุมรัก

เป็นคนที่มีเสน่ห์จริงๆ เลย

 

“หานเกิงหรือครับ?”

“หื้อ! เรียกเสียห่างเหินเชียว” หานเกิงยักคิ้วอย่างมีเสน่ห์ ทำให้เซียวจ้านที่แม้จะงงๆ ฉีกยิ้มกว้างตอบ รอยยิ้มแบบนั้นขัดตาเจ้าของอ้อมแขนแบบหวังอี้ป๋อมากไปหน่อย เจ้าตัวเลยรักแขนคนพี่แน่นขึ้น “หึๆ...วันนี้มาส่งเจ้าตัวแสบน่ะ แล้วก็อยากมาเจอนายด้วย หวังอี้ป๋อปล่อยพี่เขามาคุยดีๆ สักทีได้ไหม?”

“จ้านเกอไม่อยากให้ผมปล่อยหรอก” หวังอี้ป๋อกระพริบตาใส่คนพี่  เซียวจ้านที่ตามใจคนน้องอยู่แล้วมีหรือจะปฏิเสธให้หวังอี้ป๋อโดนดุ เจ้าตัวก็พยักหน้าหงึกเห็นด้วยจนหานเกิงกลอกตามองบนทันที

 

ตามใจกันเข้าไป เซียวจ้านหนอเซียวจ้าน

 

“เอาเถอะ เตรียมตัวไปขึ้นเครื่องได้แล้ว...อีกอย่าง ถ้าถ่ายทำเสร็จมาที่บริษัทของพวกเราสักหน่อยนะเซียวจ้าน มีเรื่องหลายอย่างอยาะจะคุยด้วยน่ะ” แม้จะพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ แต่ดวงตาคมกริบนั้นกลับสื่อความหมายยากปฏิเสธ ทำให้เซียวจ้านรู้ว่าที่วันนี้หานเกิงมาเพราะมีเรื่องสำคัญ

 

และ...อาจเป็นเรื่องของเขากับหวังอี้ป๋อ

 

“ผมจะไปครับ”

 

ถ้าคำตอบของเขากับหวังอี้ป๋อตรงกัน...ก็มีแต่ต้องไปเพื่อทำให้ทุกอย่างระหว่างเรามันดำเนินต่อไป

 

“นายเป็นคนดีนะเซียวจ้าน” หานเกิงผุดรอยยิ้ม เดินเข้ามาใกล้ มองคนตัวสูงที่อยู่ในอ้อมแขนหวังอี้ป๋อแต่กลับดูไม่ขัดตาแม้แต่น้อย ดวงตาคู่สวยนั้นหนักแน่น มั่นคง มีความคิดความอ่าน สมกับเป็นดวงตาของคนที่ผ่านโลกมาไม่น้อย ภายใต้ท่าทางสุภาพและเป็นมิตรนี่กลับซุกซ่อนไว้ด้วยปริศนามากมาย “บ้านของเรายินดีต้อนรับนายเสมอ...ฝากหวังอี้ป๋อด้วยล่ะ ไม่ต้องตามใจให้มากหรอก ดุไปเลย ตีไปเลย”

 

แต่ว่าไม่น่าหรอก...เขาว่าคนที่สปอยล์หวังอี้ป๋อที่สุดก็ไม่พ้นเซียวจ้านหรอก

 

“อี้ป๋อเป็นเด็กดีมากครับ” เซียวจ้านยิ้ม ไม่หยุดที่จะชมคนน้องต่อหน้าคนอื่น “ดีมากจริงๆ นะครับ”

ส่วนคนถูกชมที่เอาแต่มองหน้าคนพี่ก็ยิ้มแป้น ดวงตาสะท้อนแค่ภาพคนคนเดียว ทำให้หานเกิงกลอกตาอีกรอบ ก่อนจะไล่เจ้าสองคนพี่น้องที่กอดกันกลมไปขึ้นเครื่องได้สักที พอพ้นร่างเซียวจ้านกับหวังอี้ป๋อไปแล้วดวงตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูของหานเกิงก็เยือกเย็นขึ้นทันที มือใหญ่ล้วงกระเป๋ากางเกงจากนั้นก็หมุนตัวกลับ

“ทางนี้เองก็มีเรื่องจัดการอีกเยอะ”

 

อ้อ...แล้วก็คงต้องเตรียมตัวรับหนึ่งในครอบครัวอีกคนให้สมฐานะหน่อย

 

...........................

 

การถ่ายทำที่กุ้ยโจวพร้อมอากาศร้อนๆ ในช่วงฤดูร้อนเรียกได้ว่าแทบจะรีดพลังของนักแสดงทุกคนกันหมดก๊อกในแต่ละวันเลยทีเดียว เมื่อการถ่ายทำวันนี้ฉากสุดท้ายที่กินเวลาตั้งแต่เช้ามาจนถึงเช้าของอีกวันจบไปได้ด้วยดี นักแสดงทุกคนก็ล้มแผ่หล่าลงกับพื้นจนทีมงานได้แต่พากันส่ายขำๆ ทันที

“พี่ไหวไหมจ้านเกอ?” หวังอี้ป๋อถามคนที่นิ่งเงียบไม่หยุดตั้งแต่ถ่ายทำเสร็จ เจ้าตัวพิงไหล่เขาแล้วไม่พูดไม่จา ตาก็แดงก่ำอยู่เลย คนน้องก็เดาได้ทันทีว่าจ้านเกอเขายังดึงอารมณ์จากบทกลับมาไม่ได้ ยิ่งเป็นฉากตอนที่ศิษย์พี่หญิงตายด้วยแล้ว...เห็นตอนถ่ายทำจบทั้งจ้านเกอทั้งลู่เจี่ยก็หลบหน้ากันไม่หยุด อาเฉิงด้วยอีกคน

 

สงสัยพี่น้องบ้านท่าเรือเขากลัวเจอหน้ากันแล้วร้องไห้แน่ๆ

จริงๆ เลยนะ...

 

หวังอี้ป๋อเหลือบตาไปมองคนอื่นๆ เห็นพี่ไห่ควาน พี่ปิน เดินไปปลอบอาเฉิงเขา ส่วนพี่อวี้เฉินก็เดินไปปลอบลู่เจี่ยเรียบร้อย

 

จ้านเกอน่ะเขาจัดการเอง

 

“ลุกขึ้นเร็วครับ” หวังอี้ป๋อบอก ก่อนจะลุกขึ้นก่อนแล้วยื่นมือมาให้ เซียวจ้านช้อนตามองคนน้องอย่างงงๆ ไม่เข้าใจเท่าไหร่ แต่ไอ้ดวงตาแดงๆ นั้นน่าเอ็นดูจนหวังอี้ป๋อแทบละลาย

 

เหมือนลูกแมวโดนรังแกแล้วไม่ได้รับความเป็นธรรมเลย

แล้วคนที่เป็นทาสแมว โดยเฉพาะทาสแมวอย่างจ้านเกอจะไม่ใจอ่อนได้ยังไงล่ะ

 

“มาเร็วครับ” หวังอี้ป๋อฉุดมือคนพี่ขึ้น ก่อนจะพาเดินออกไปข้างนอก บอกกับทีมงานว่าไม่ต้องรอพวกเขาสองคน เพราะบ้านพักอยู่ใกล้มาก เดินเอาก็ได้แล้ว ซึ่งแต่ละคนก็พยักหน้ายิ้มๆ ฝากฝังคนพี่ให้หวังอี้ป๋อดูแลเสียดิบดี

เซียวจ้านปล่อยให้คนน้องลากเดินไปเรื่อยๆ เขายังดึงตัวเองออกมาไม่ได้ ความรู้สึกของเวยอิงตีวนอยู่จนแทบอยากจะร้องไห้ออกมาอีกครั้ง ได้แต่ถามว่าทำไม ทำไมต้องเกิดเรื่องแบบนั้นกับเว่ยอิงด้วยด้วย

“นี่แน่ะจ้านเกอ” เสียงดีดหน้าผากของเซียวจ้านดังเบาๆ พอมองไปก็เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังยิ้มอย่างอ่อนใจมาให้ เซียวจ้านกระพริบตาปริบทันที

 

แต่ว่า...ภาพของหวังอี้ป๋อที่ย้อมไปด้วยแสงสีทองรำไรจากปลายขอบฟ้ายามใกล้รุ่งสางนั้น...

น่ามองมากจริงๆ

 

“มองผมสิครับ” หวังอี้ป๋อเอาฝ่ามือทั้งสองข้างแนบแก้มคนพี่ไว้ แล้วก็จับเงยขึ้นเล็กน้อย ดวงตาสองคู่สบกัน “บอกผมมาเร็วว่าพี่เห็นใคร...”

“ก็ต้องเป็นหวังอี้ป๋อน่ะสิ” เซียวจ้านตอบ

“ผมเป็นหวังอี้ป๋อของพี่ จ้านเกอ...เว่ยอิงเองก็มีหลานวั่งจีคอยดูแลอยู่แล้ว พี่ไม่ต้องห่วงนะครับ อย่าทำหน้าเหมือนคนจะร้องไห้แบบนี้สิ ผมใจไม่ดีนะ เดี๋ยวผมก็ไปตีกับพวกตระกูลจินหรอก”

เซียวจ้านหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ปัดมือคนน้องออก จากนั้นก็พาตัวเองไปกอดหวังอี้ป๋อแน่น ทำเอาหวังอี้ป๋องุนงงไม่น้อย แต่ก็โอบเอวคนพี่เขาไว้ทันที เซียวจ้านหลับตาลงกับไหล่กว้างซึมซับความอบอุ่นและพลังบางอย่างจากตัวหวังอี้ป๋อไว้แบบนั้น

 

ใช่...เขารู้ว่าเว่ยอิงยังมีหล้านจ้านอยู่ด้วย

ไม่ว่าเมื่อไหร่...

เหมือนที่เขาเองก็ยังมีหวังอี้ป๋ออยู่ตรงนี้

 

ปกติเซียวจ้านมักเข้าถึงตัวละครได้แบบนี้ แต่เขาก็ดึงอารมณ์กลับมาได้ไม่ยาก อาจเพราะเว่ยอู๋เซี่ยนเป็นตัวละครที่เซียวจ้านชอบมาก และเขาก็อ่านนิยายต้นฉบับก่อนมาอ่านบทด้วย ทำให้ยิ่งรู้สึกหนักหน่วงเข้าไปอีก เฉิงเฉิงกับลู่เจี่ยเองก็คงรู้สึกแบบเดียวกัน เพราะอย่างนั้นตอนถ่ายทำเสร็จพวกเขาสามคนเลยมองหน้ากันไม่ได้เลย”

“ขอบใจนะอี้ป๋อ ไม่เป็นไรแล้ว” เซียวจ้านพึมพำกับไหล่คนน้อง

“ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับ อาเฉิงกับลู่เจี่ยก็น่าจะไม่เป็นไรแล้วด้วย ผมเห็นพี่ไห่ควาน พี่ปิน กับพี่อวี้เฉินไปดูแลแล้ว”

“กลายเป็นสามพี่น้องบ้านท่าเรือทำกองถ่ายดราม่าเลย” เซียวจ้านหัวเราะ รู้สึกสบายใจขึ้นมากแล้ว “ใช่สิใครจะเหมือนคนสกุลหลานกันล่ะ”

“อ้าว...นี่หลานวั่งจีเขาไปเกี่ยวอะไรด้วยครับ” หวังอี้ป๋อกลั้นหัวเราะในลำคอเบาๆ แผ่นหลักถูกคนพี่ฟาดไปเบาๆ ไม่เจ็บไม่คันเลยด้วยซ้ำ “ก็หยกคู่สกุลหลานเขาหล่อทุกสถานการณ์นี่นา”

“หลงตัวเอง” เซียวจ้านมองหน้าคนน้องแล้วว่าไปทันที แต่พอสบกับรอยยิ้มที่มีเสน่ห์เกินไปนั้นก็รีบเสสายตาหลบไปมองท้องฟ้าที่เริ่มเช้าแล้วทันที

 

เขาสู้สายตาคนได้ทุกคน

ยกเว้นสายตาของหวังอี้ป๋อ!

บ้าจริงเชียว!

 

“จ้านเกอจะบอกว่าผมไม่หล่อเหรอครับ?” หวังอี้ป๋อเห็นแก้มขาวที่เปลี่ยนสีแล้วก็ไม่หยุดแซว รั้งเอวเซียวจ้านให้ชิดกับตัวเขาแน่นขึ้น “น้อยใจนะเนี่ย” แต่น้ำเสียงกลับรื่นเริงห่างไกลจากทำว่าน้อยใจมากโข

“พอเลยเหล่าหวัง...อ่ะ!” แล้วดวงตาคู่สวยของเซียวจ้านก็ต้องเบิกกว้างขึ้นเมื่อสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่กดแก้มของเขามาแรงๆ เจ้าสัมผัสนั้นมันอุ่นๆ ร้อนๆ...

“คงต้องให้จ้านเกอปลอบใจแล้วล่ะ” หวังอี้ป๋อยักคิ้วแล้วก็กดปลายจมูกตัวเองลงไปยังแก้มอีกข้าง กลิ่นหอมๆ และผิวแก้มนุ่มๆ นั้นทำให้เขาอดใจไม่ไหวที่ต้องกดหอมนานๆ แล้วสูดดมเข้าปอดแรงๆ

 

หอม...จ้านเกอหอมจัง

 

“อี้...ป๋อ...”

 

หวังอี้ป๋อหอมแก้มเขาเนี่ยนะ!

 

เซียวจ้านเบิกตาโตไม่หยุด ส่วนหวังอี้ป๋อก็กลั้นยิ้มอย่างเอ็นดูกับท่าทางของคนพี่ “ที่จริงผมน่ะ สัญญากับตัวเองเอาไว้แล้วตั้งแต่ที่พี่ส่งรูปในเสื้อคลุมอาบน้ำมาให้ว่าถ้าได้เจอกันอีกจะฟัดแก้มให้ช้ำไปเลย ข้อหายั่วกันโดยไม่รู้ตัว ยิ่งมาได้ยินเรื่องว่าที่แฟนที่เป็นผมนั่นอีก”

“ไม่ได้ยั่วนะ...ก็แลกกันไง นายส่งรูปมาให้ฉันดู ฉันก็ส่งกลับให้นายดู อี้ป๋อ!” เซียวจ้านเถียงได้ไม่ทันไรแก้มของเขาก็ถูกคนน้องหอมอีกแล้ว!

“ไม่ฟังครับ...”

“เหล่าหวัง! ดีๆ หน่อย!

“ไม่ต้องมาถลึงตาใส่ผมกลบเหลื่อนเลยครับจ้านเกอ” หวังอี้ป๋อยิ้ม กอดเซียวจ้านแน่นขึ้น “ผมน่ะ...มีเรื่งสำคัญมากที่จะบอกจ้านเกอด้วยครับ”

“หืม?” เซียวจ้านเลิกคิ้วก่อนจะถูคนน้องจับให้ซุกลงที่อกกว้าง...ตรงตำแหน่งหัวใจ

 

ตึก...

 

ตัก...

 

เสียงหัวใจที่เต้นรัวแบบนั้นทำให้คนพี่เม้มปากแน่น รู้สึกเหมือนแก้มตัวเองร้อนผ่าวไม่หยุด เพราะมันเหมือนกับเสียงหัวใจของเขาเวลาได้สัมผัสหวังอี้ป๋อเลย...

“หัวใจผมเต้นรัวแบบนี้เสมอเวลาอยู่กับพี่ ได้สัมผัสพี่ และยิ่งกอดพี่ไว้แบบนี้ก็ยิ่งตื่นเต้นรู้ไหมครับจ้านเกอ...”

“เหมือน...ฉัน”

ดวงตาคมของหวังอี้ป๋อพราวระยับไปด้วยความสุขเมื่อได้ยินคำพูดของเซียวจ้าน เขาจับคนพี่ยืนดีๆ แล้วก็สบสายตากันช้าๆ ภาพของกันและกันสะท้อนอยู่ในดวงตาของคนทั้งคู่

“จ้านเกอ พี่รู้ใช่ไหมครับว่าทำไมมันถึงเป็นอย่างนี้...”

“อืม” เซียวจ้านพยักหน้า สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะยิ้มน้อยๆ ให้หวังอี้ป๋อ มือเรียวแตะข้างแก้มคนน้องอย่างแผ่วเบา “รู้สิ...ก็ฉันน่ะ...อื้อ!

ไม่ทันที่คนพี่จะได้พูดอะไร...หวังอี้ป๋อก็เชยคางของเซียวจ้านขึ้นก่อนจะทาบทับริมฝีปากร้อนๆ ของตัวเองลงไปอย่างรวดเร็ว...เป็นจุมพิตแรกที่แผ่วเบา นุ่มนวล อ่อนโยน...และไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่าการแตะริมฝีปากเอาไว้เช่นนั้นเบาๆ

“ผมรักพี่...จ้านเกอ” หวังอี้ป๋อผละออกมาแล้วก็กระซิบชิดริมหูของเซียวจ้าน ราวกับพูดห้าคำนั้นให้อีกฝ่ายได้ยินแค่เพียงคนเดียว “อยากพูดออกมาก่อนที่พี่จะพูด...เพราะผมว่าผมเป็นคนตกหลุมรักก่อนนะ”

คนพี่ที่เบิกตากว้างอยู่กระพริบตาปริบๆ หัวใจเต้นรัวไม่หยุด แก้มก็ร้อนผ่าว อ้าปากเหวออย่างน่าเอ็นดู ก่อนจะย่นคิ้วนิดๆ “รู้ได้ยังไงกัน...ขี้โกงนี่เหล่าหวัง”

 

เขาอาจจะเป็นฝ่ายตกหลุมรักก่อนก็ได้

อาจจะตั้งแต่วันนั้น...ที่สนามแข่งรถ

 

“หือ?...จ้าน...” ไม่ทันที่หวังอี้ป๋อจะได้พูดจบเซียวจ้านก็เป็นฝ่ายกดจูบที่ริมฝีปากคนน้องเหมือนเมื่อครู่เลย ไม่ทำอะไรไปมากกว่าการทาบทับริมฝีปากลงไปอย่างแผ่วเบา แล้วก็ผละออกมากระซิบข้างหูของหวังอี้ป๋อเบาๆ “เกอก็รักนาย...อี้ป๋อ”

คนน้องเหมือนจะอึ้งไปแล้วกับสัมผัสหวานๆ ที่มาไม่ทันตั้งตัว ท่าทางหลุดเหวอของคูลกายทำให้เซียวจ้านหัวเราะออกมาทันที

 

เสียงหัวเราะกังวานเปี่ยมสุข ที่ทำให้รอบตัวราวกับเปล่งประกายตามไปด้วย

 

หวังอี้ป๋ออมยิ้มด้วยแก้มร้อนๆ จ้านเกอเขาร้ายกว่าที่คิดนี่นา ก็อายุมากกว่าถึงหกปีนะ ถึงจะซื่อบื้อเรื่องความรู้สึกแต่ก็ไม่ได้ใสซื่อไร้เดียงสาไปทุกอย่าง

 

ก็มีเขี้ยวเล็บสมกับเป็นแมวของเขานั่นแหละ

 

“แสดงว่าพวกเราสองคนหัวใจตรงกันใช่ไหครับ?” หวังอี้ป๋อรวบร่างคนพี่เข้ามากอดไว้แน่นอีกรอบ เซียวจ้านช้อนตามองคนน้องก็จะพยักหน้าหงึก

“อื้อ!

“จ้านเกอครับ”

“หือ?”

“คบกันไหม...พี่กับผม เราคบกันนะครับ” น้ำเสียงทุ้มจริงจังและแฝงแววออดอ้อนฉอเลาะ ทำให้เซียวจ้านกลั้นยิ้ม “จะได้เปลี่ยนสถานะจากว่าที่แฟนแซ่หวังกับว่าที่แฟนแซ่เซียวกันสักที”

“ไม่เอา” เซียวจ้านส่ายหน้าทำให้หวังอี้ป๋อเบิกตากว้าง คนคูลเขาไม่ทันได้เสียใจคนพี่ก็เอ่ยออกมาเสียก่อน “เมื่อกี้นายบอกรักก่อนไปแล้ว...งั้นคราวนี้เกอจะเป็นคนพูด” เซียวจ้านยกยิ้มหวานที่หวังอี้ป๋อรู้สึกอยากละลาย คนพี่โน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกเขี่ยกับจมูกของเขาเบาๆ แล้วเอ่ยประโยคหวานๆ ที่หวังอี้ป๋ออยากอัดเสียงไว้ฟังซ้ำๆ

“คบกับเกอนะอี้ป๋อ...”

“แน่นอนอยู่แล้วครับ!” มีหรือที่หวังอี้ป๋อจะไม่ตกลง แล้วพอเขาตกลงรอยยิ้มหวานจนตาปิดของคนพี่ก็ส่งให้มาอีกครั้ง ทำเอาคนน้องที่ไม่เคยจะห้ามใจอยู่กับรอยยิ้มนั้นต้องจับคางเซียวจ้านขึ้นแล้วกดจูบลงไปอีกรอบ

จูบคราวนี้ไม่ได้เหมือนสองครั้งก่อนหน้าที่ทำเพียงทับริมฝีปากของกันและกันเอาไว้ แต่เป็นการขบกัดเบาๆ ด้วยฟันคม สอดปลายลิ้นเข้าไปพัวพันและเลาะชิมความหวานข้างใน มือใหญ่ประคองท้ายทอยคนพี่เพื่อให้รับสัมผัสจากเขาได้มากขึ้น เช่นเดียวกับเซียวจ้านที่ให้ความร่วมมือกับจูบร้อนๆ แสนหวานนั่น

 

พวกเขาผละออกมาแล้วก็จุมพิตลงลงไปบนริมฝีปากของกันและกันอยู่อย่างนั้นหลายนาที...จูบท่ามกลางท้องฟ้าที่ถูกย้อมจนเป็นสีทองกระจ่างบ่งบอกว่ารุ่งอรุณมาเยือนแล้ว และแสงตะวันของวันใหม่ราวกับจะช่วยอวยพรให้คนทั้งคู่...

 

ท่ามกลางเสียงหัวใจของทั้งคู่ที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน...

ท่วงทำนองของหัวใจนั้น

กลายเป็นท่วงทำนองของคนสองคน

 

เป็นเสียงเพลงของหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน...ท่วงทำนองเดียวกัน

หัวใจของเราสองคน


...........


เขาเป็นแฟนกันแล้ววววว แล้วเมื่อไหร่น้อฉันจะได้เป็นแฟนของเธออออ แค่กๆๆ ขนาดขอเป็นแฟนกันยังหวานขนาดนี้เลยน้าาาา

รักษาสุขภาพด้วยนะคะ อย่าลืมดูแลตัวเองกันน้าาาา


#ทำนองอี้จ้าน #ทำนองป๋อจ้าน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

50 ความคิดเห็น

  1. #40 ลพเก้า (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 มกราคม 2563 / 23:28
    คู่นี้น่ารักที่สุดเลย
    #40
    0
  2. #39 17122512 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 มกราคม 2563 / 20:52

    .มาอีกเร็วๆนะคะ
    #39
    0