ตราบชั่วฟ้าดินสลาย

ตอนที่ 7 : 一 เหมันตฤดู (6)...พี่น้องสกุลเทียน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,474
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 64 ครั้ง
    11 ม.ค. 61


แก้ไข : 24 กรกฎาคม 2560



“พี่เฟิง...ยามเหม่าแล้ว” เสียงม่านที่ถูกเปิดออกพร้อมกลิ่นหอมของใบชาและร่างที่นั่งลงข้างเตียงทำให้ร่างสูงซึ่งกำลังปรือดวงตาคมแย้มยิ้ม ลุกขึ้นนั่ง...

มิน่า ตื่นมายามเช้านี้ไร้ไออุ่นของคนข้างกาย ที่แท้อวี่เอ๋อร์ของเขาลุกขึ้นไปจัดเตรียมน้ำชาให้เขานี่เอง

“มิได้หลับจนไม่อยากตื่นเช่นนี้มานาน” กลิ่นอายของชุนเกอชวนให้คิดถึงยิ่งนัก

บ้านที่เขาเติบโตมาตั้งแต่เด็ก...สถานที่ซึ่งเป็นความทรงจำที่งดงามครั้งเยาว์วัย

“เช่นนั้นนอนอีกสักนิดดีหรือไม่พี่เฟิง?”

“นอนอีกข้าก็เป็นสุกรให้เจ้าเลี้ยงแล้ว” แขนเรียวบางแต่แข็งแรงของเขาดึงร่างนุ่มนิ่มเข้ามาใกล้ อวี่เอ๋อร์มีกลิ่นหอมของใบชารวมถึงกลิ่นอายแสงแดดทำให้สดชื่นสบายยิ่งนักยามนางอยู่ใกล้ๆ  

ร่างในอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มเรียบๆ ที่ชอบสวมใส่ถูกรวบนั่งบนตักแกร่ง ใบหน้างามเกินบุรุษวางบนไหล่มนแล้วสูดกลิ่นหอมเข้าปอด “เจ้าเดินทางคราวนี้ไปตั้งเกือบเดือนข้าคิดถึงเหลือเกิน”

น้ำเสียงอู้อี้ราวเด็กน้อยไม่ได้ดั่งใจเช่นนี้มีเพียงนางเท่านั้นที่ได้ฟัง หลิงซิ่นอวี่หัวเราะเกี่ยวพันเส้นผมสีดำสนิทของเขาเล่น “ข้าก็คิดถึงท่านเช่นกัน...วางใจเถิด ครั้งนี้ข้าจะอยู่กับท่านไปหลายเดือนทีเดียว”

“จริงรึ? เจ้าน่ะเป็นนางจิ้งจอกเก้าหางชัดๆ” พอถึงคราวที่อยากไปนางก็สรรหาเหตุผลร้อยแปดมาได้อยู่ดี

“พี่เฟิง...เชื่อใจภรรยาท่านหน่อยเถิด ท่านต้องเป็นสามีที่ดีสิ”

“อย่างข้าไม่เรียกว่าสามีที่ดีตรงไหนรึทุกอย่างที่บุรุษควรทำข้าล้วนทำเป็น ที่สตรีทำได้ข้าก็ทำได้”

“ท่านสามารถมากเกินไปจนราวกับจอมมาร”

“เจ้าก็นางจิ้งจอกเหมาะสมแล้ว”

“อืม...เช่นนั้นในเมื่อเราสองคนเหมาะสมกันขนาดนี้ท่านก็บ้วนปากดื่มชาหวงซานเหมาเฟิงของข้าเสียแล้วค่อยไปอาบน้ำ”

“เจ้าต้องช่วยปรนนิบัติข้าอาบน้ำนะอวี่เอ๋อร์”

“ตอนข้าไม่อยู่ท่านอาบคนเดียวได้มายามนี้เหตุใดจึงเอาแต่ใจนัก?” นางขมวดคิ้ว

“เจ้าเขินเช่นนั้นหรืออวี่เอ๋อร์...ข้ารู้ว่าเจ้าชมชอบใบหน้าและร่างกายอันแสนงดงามของข้า”

ช่างหลงตัวเองไม่มีผู้ใดเกินจริงๆ

“มีอันใดต้องเขิน...ส่วนไหนของท่านที่ข้าไม่เคยเห็นบ้าง”

“หึๆ” เทียนหานเฟิงบ้วนปากเสร็จก็ยื่นมือหนึ่งไปจิบชาอีกมือกลับโอบเอวคอดไม่ปล่อย

“น้องรอง น้องสาม และน้องสี่รอท่านอยู่ที่ศาลาวสันต์...”

“เฮ้อ” ถอนหายใจหนึ่งคำรบ เพราะรู้และสัมผัสได้ว่าผู้ใดมาเยือนเขาจึงพิรี้พิไรอยู่เช่นนี้ ไม่อยากออกไปเจอหน้าน้องชายของตนสักคน

“ข้าเข้าใจท่านเบื่อหน้าพวกเขายิ่งนัก แต่หากท่านไม่ไปพบพวกเขาก็จะมาหาทุกวัน เปลืองใบชาข้ายิ่ง” นางจัดชาให้พวกเขาไปหลายชุดแล้วนี่ยังมาเบียดเบียนชาชั้นเลิศหายากของนางออกไปอีก จะเอาชาค้างปีมารับแขกก็ขายหน้าเกินไป

“ได้...ชาชั้นเลิศพวกนั้นของเจ้าควรให้ข้าดื่มจึงจะคุ้มค่า นำออกมาให้พวกเขาช่างเสียของเหลือเกิน”

“เป็นพี่เฟิงที่เข้าใจข้า...เช่นนั้นมาเถิดท่านไปอาบน้ำ ข้าปรนนิบัติดูแลท่านเอง”

เทียนหานเฟิงหัวเราะอุ้มร่างโปร่งบางขึ้นด้วยอ้อมแขน นางใจดีกับน้องชายเขา แต่ใครใช้ให้เจ้าพวกนั้นน่าชังนักมาเยือนแต่ละครั้งก็เรียกร้องแต่ของชั้นดีกันเล่า อวี่เอ๋อร์แบ่งชาล้ำค่าให้ทุกปียังมาเบียดเบียนนางอีก สมควรแล้ว

ในฐานะสามีที่ดีเขาย่อมสนับสนุนภรรยา   

 

 

ชาของพี่สะใภ้ยังคงรสชาติเป็นเอกเช่นเดิม...” น้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลในกระแสเสียงมีความทรงอำนาจเจือมา แม้จะอยู่ภายใต้อาภรณ์สีดำเรียบไร้ลวดลาย แต่หากผู้ที่มีตาสักหน่อยก็จะทราบว่าเป็นผ้าต่วนเนื้อดีที่มีใช้เฉพาะชนชั้นสูงเท่านั้น เรือนร่างสูงใหญ่ดูมีสง่าราศี เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบอย่างเรียบง่าย ดวงตาเรียวคมกริบดุจคมดาบ ทุกองค์ประกอบบนใบหน้ารับกันอย่างพอเหมาะ มีรัศมีแห่งอำนาจความน่าเกรงขามกำจายออกมาทั่วร่าง  

“ทั่วทั้งสามแคว้นไม่มีผู้ใดชงชาได้ดีเท่าพี่สะใภ้อีกแล้ว...”  อีกเสียงกล่าวรับ ร่างสูงสง่าซึ่งมีใบหน้าคล้ายคลึงกับอีกคน สวมอาภรณ์สีม่วงเข้ม

“แน่นอน!! พี่รอง พี่สาม ท่านต้องได้ชิมชุดชาเหมันต์ของอาซ้อ ข้าชอบยิ่งนัก” เทียนซือเสียนเอ่ยอย่างอารมณ์ดี

บุรุษทั้งสามที่มีกลิ่นอายแตกต่าง นั่งพูดคุยดื่มชาภายใต้ทิวทัศน์งดงาม หากไปนั่งให้ผู้อื่นด้านนอกยลโฉมคงทำให้สตรีทั้งหลายลุ่มหลงจนมิอาจถอนตัว แต่น่าเสียดายที่ตำหนักชุนเกออันสงบเงียบนี่มีผู้คนอาศัยอยู่ไม่มาก ซ้ำยังคุ้นหน้าคุ้นตาจึงไม่มีความคิดนั้นแม้เพียงคนเดียว

“ชุดชาเหมันต์?...ดี...เช่นนั้นข้าคงต้องลองชิมสักหน่อยแล้ว”

“ข้าจะให้ไปคนละชุด หากยังเรียกร้องอีกข้าจะขายพวกเจ้าสองเท่า” น้ำเสียงใสกังวานดังขึ้นทำให้ร่างทั้งสามชะงักและยืนขึ้นอย่างพร้อมเพียง 

สิ่งที่ปรากฏสู่สายตาพวกเขาคือหนึ่งสตรีหนึ่งบุรุษ

สตรีผู้มีใบหน้าธรรมดาในอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มเรียบง่าย ส่วนบุรุษผู้ซึ่งมีใบหน้างดงามล่มเมืองสะคราญโฉม แม้ดูแตกต่างแต่มือที่กอบกุมไว้นั้นดูลงตัวอย่างน่าประหลาด

“อย่าได้ค้อมศีรษะให้พวกข้า...” เทียนหานเฟิงเอ่ยห้ามน้องชายทั้งสามที่กำลังค้อมศีรษะประสานมือ “อย่าลืมฐานะของตน” ดึงมือหลิงซิ่นอวี่ให้นั่งด้วยกัน

“ยังไม่นั่งอีกรึ?  จะยืนค้ำหัวข้ากับอวี่เอ๋อร์อีกนานไหมหัดเคารพผู้ใหญ่เสียบ้าง”

เมื่อครู่ยังบอกว่าไม่ต้องเคารพอยู่เลย... ทั้งสามถอนหายใจพร้อมกันแย้มยิ้มน้อยๆ ก่อนจะนั่งลง 

“พี่ใหญ่...”

“มาแล้วก็เอาซือเสียนกลับไป รบกวนพวกข้า”

“พี่ใหญ่! ข้าเพิ่งมาชุนเกอได้คืนเดียวก็รบกวนแล้วรึ?”

“แค่เห็นหน้าเจ้าก็รบกวนแล้ว...”

“นำกลับไปก็รบกวนพวกข้าเช่นกันพี่ใหญ่ ซือเสียนทำเป็นแต่ก่อความวุ่นวาย” บุรุษในอาภรณ์สีม่วงเอ่ยขึ้น

“น้องรอง...น้องสาม พวกเจ้างานยุ่งเหตุใดจึงเจียดเวลามาเบียดเบียนชาบ้านข้าได้อีก?” หลิงซิ่นอวี่จิบชา นางค้าขายมักจะแบ่งชาไว้ให้คนในครอบครัวเสมอ เก็บเกี่ยวได้ก็คัดส่วนที่ดีที่สุดไว้แจกจ่ายให้ญาติมิตร ตอนนางไปเยี่ยมพวกเขาก็แบ่งไว้ให้อีกหลายส่วน นี่ยังตามมากินไม่จ่ายถึงบ้าน?

จิตใจงดงามเป็นเทพธิดาอย่างไรก็โมโหเป็น

“พี่สะใภ้ข้าซื้อ ข้าซื้อ ไม่กินแล้วไม่จ่ายแน่นอน” ผู้ถูกเรียกขานว่าน้องสามกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

“ดี...ข้าชมชอบทำการค้ากับผู้คนที่พูดจารู้เรื่อง” นางพยักหน้าอย่างพอใจ

“สองเท่าดูจะน้อยไปนิด อวี่เอ๋อร์ ข้ากับเจ้าเป็นเพียงคนธรรมดาสามัญ แต่พวกเขาล้วนมีเงินมีทองเหลือใช้ คิดเพิ่มไปอีก”

“พี่ใหญ่!” น้องชายทั้งสามต่างถอนหายใจ

“ตกลงนอกจากคิดถึงพี่เฟิงและมาเบียดเบียนชาของข้าแล้วพวกเจ้ามีอะไรอีกหรือไม่? น้องรองนางมารน้อยกับปีศาจน้อยเล่า?”

“ชิงซาและหมิงชุนล้วนสบายดี” ผู้ถูกเรียกขานว่าน้องรองตอบ “ซือเสียนส่งข่าวมาบอกว่าพวกท่านจะไปแคว๋นป๋อใช่หรือไม่พี่ใหญ่?”

“เป็นเช่นนั้น อวี่เอ๋อร์อยากไปขายชา ส่วนข้าก็ไปดูความคึกคักสนุกสนาน”

“สถานการณ์แคว้นป๋อยามนี้ไม่สู้ดีนัก”

“เรื่องรวบรวมไพร่พลและเสบียงอาหารรึ? หลงซิ่นสายข่าวของเจ้าว่าเช่นไรบ้าง?” เทียนหลงซิ่นวางแก้วกระเบื้องลงอย่างแผ่วเบา 

“จริงแท้พี่ใหญ่...แต่ข้ากลับคิดว่าฉีหรงเฉิงคงไม่ก่อสงครามในเร็ววัน อย่างฉีหรงเฉิง...คงตระเตรียมกำลังเพื่อแย่งชิงหญิงงาม”

“เจ้าคิดเช่นเดียวกับข้า”

“แต่หากอวิ้นหยางและแคว๋นป๋อก่อสงครามกันจริงๆ ขึ้นมา ทางเราเองก็คงลำบากไม่น้อย”

เทียนหานเฟิงยิ้มบาง ใช้ปลายนิ้วเรียวเขี่ยหลังมือขาวของสตรีที่นั่งข้างกันเล่นไปมา “ก็ทำให้อย่าเกิดเหตุการณ์นั้น...เฟยหรง นั่นเป็นหน้าที่ของพวกเจ้า...”

เทียนเฟยหรงขมวดคิ้ว ให้ทำก็ใช่ว่าจะทำไม่ได้ แต่มันยุ่งยากวุ่นวายซ้ำยังเหนื่อยอย่างไม่คุ้มทุนอีก

“ความสามารถอย่างพวกเจ้าสรรหาวิธีการได้เป็นสิบเป็นร้อย แค่ไม่ให้สองแคว้นเปิดศึกกันน่ะง่ายดายจะตายไป”

ง่ายดายในสายตาพี่ใหญ่แต่เพียงผู้เดียวน่ะสิ!!

แต่...เพราะเป็นเทียนหานเฟิง...ดวงตาสีดำสนิทนั้นดูเรียบสงบแต่ก็ชัดแจ้งในความเป็นไปของโลก ราวกับสามารถควบคุมทุกอย่างไว้ได้บนฝ่ามือ นี่คือดวงตาของผู้ที่ผ่านประสบการณ์มานับไม่ถ้วน

พี่ใหญ่ที่พวกเขานับถือและภาคภูมิใจ

“เหลียนเยว่หยิน...โฉมสะคราญผู้อาจเป็นชนวนสงคราม ข้าอยากชมโฉมหน้านางยิ่งนัก” หลิงซิ่นอวี่เอ่ยขึ้นมา นางไม่ถนัดเรื่องกลศึกสงคราม กลยุทธ์การรบใดๆ ทั้งสิ้น ดังนั้นจึงไร้ความเห็นในเรื่องนี้ 

“อืม...จริงสิ หลงซิ่น เฟยหรง ซือเสียน พวกเจ้าสามคนมีใครไปงานเทศกาลร้อยสีสันครานี้บ้าง?”

“ข้านี่ล่ะอาซ้อ พี่รองกับพี่สามงานเยอะจนไม่อาจปลีกตัวได้ อีกอย่างตำแหน่งจตุรบุรุษนั่นย่อมต้องมีคนมาท้าทายข้าเป็นแน่ ไม่ไปก็ก็ขายหน้าแคว้นอันแล้ว”

“ไปพร้อมกับพวกข้าดีหรือไม่ซือเสียน?” เทียนฟานเฟิงเลิกคิ้วบีบมือขาวของภรรยาที่ชวนตัวป่วนอย่างเจ้าสี่ร่วมทาง นางยิ้มน้อยๆ ดวงตาเรียวสีน้ำเงินเข้มนั้นทอประกายระยิบคล้ายสีของมหาสมุทร ก้มลงมากระซิบเบาๆ

“หาคนช่วยดูแลเจ้าแสบทั้งสองไม่ดีหรือ?”

หึๆ...ซือเสียนต้องเจองานหนักเป็นแน่ ดีนัก!

“ก็ได้...เพราะอวี่เอ๋อร์หรอก” สองสามีภรรยาคู่นี้หน้าไม่อายยิ่ง...หลอกผู้อื่นมาใช้งานแล้วยังทำราวไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก

“ไปกับพวกท่าน ดี!!” เทียนซือเสียนตกลงทันที อยู่กับพี่ใหญ่และอาซ้อมย่อมต้องมีเรื่องครื้นเครง 

“หากมีการเคลื่อนไหวผิดปกติของแคว้นป๋อข้าจะให้คนส่งข่าวมา คนของข้าน่าจะรวดเร็วกว่าพวกเจ้า”

“ขอบคุณพี่ใหญ่...” เทียนหลงซิ่นประสานมือ พี่ใหญ่ยิ้มส่ายหน้าน้อยๆ ดวงตาคมนั้นฉายชัดความเอ็นดู

“อย่าทำเช่นนี้อีกหลงซิ่น ข้าบอกหลายครั้งแล้ว...จงอย่าลืมว่าเจ้าเป็นใคร” ด้วยฐานะแล้ว...เทียนหลงซิ่นไม่จำเป็นต้องเคารพผู้ใด มีแต่คนต้องเคารพเขา!

“แต่อย่างไรเสียท่านก็คือพี่ชายของข้า...ที่ข้าเป็นได้ทุกวันนี้เพราะท่าน”  มือของพี่ชายที่พยุงก้าวเดิน ชี้นำทาง คอยปกป้องคุ้มครอง แม้สละซึ่งยศถาบรรดาศักดิ์ทั้งมวลแต่ยังคงคุ้มครองพวกเขา และแว่นแคว้น

เทียนฟานเฟิงหัวเราะในลำคอ “นี่หากข้าอยากได้ตำแหน่งของเจ้าเล่า?”

“ข้าพร้อมจะยกให้ท่านทันที!” ตอบรับอย่างรวดเร็วโดยไม่คิดใดๆ “ไม่มีใครเหมาะสมกับตำแหน่งนั้นมากกว่าท่าน”

“ไม่หรอก...เจ้านั่นล่ะดีที่สุดแล้ว” เทียนหานเฟิงอยากลูบหัวน้องชายให้ยุ่งเหยิงอย่างที่เคยทำครั้งยังเยาว์ แต่อย่างไรก็เหมาะสม

“ตั้งแต่วันที่ท่านพ่อถาม...ข้าก็บอกแล้วว่าตนไม่มีทางนั่งในตำแหน่งนั้นได้ ข้าเลือดเย็นเกินไป คนที่ข้าเห็นสำคัญโลกนี้นับด้วยสิบนิ้วยังไม่ครบ ต่างกับเจ้า...ในบรรดาที่น้องทั้งสี่คน เจ้าสุขุมที่สุด อ่อนโยนอย่างพอเหมาะ เลือดเย็นได้เมื่อจำเป็น” เขายิ้มบาง... “ข้าเชื่อว่าเลือกไม่ผิด”

เทียนหลงซิ่นยิ้ม...ยิ้มด้วยรอยยิ้มที่น้อยครั้งนะจะมีผู้ใดเคยเห็น แต่ต่อหน้าพี่ชายคนนี้...เขาก็เป็นเพียงน้องน้อยที่ภาคภูมิใจในตัวพี่ชายอย่างที่สุด

“ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง”

“ดี...มีอะไรก็ส่งข่าวมาได้ แต่เอาองค์รักษ์เงาของเจ้ากลับไปเสีย ก่อนที่ข้าจะตัดคอพวกมัน เพราะความรำคาญ”

“พี่ใหญ่ พวกตาแก่เหล่านั้นอาจปองร้ายท่านได้” เทียนเฟยหรงว่า

“อย่าได้ห่วงน้องสาม...รอบตัวพวกข้ามีคนคุ้มครองฝีมือเยี่ยมกว่าองค์รักษ์เงาพวกเจ้าอีก แค่ไป่เหลียวกับจื่อลู่สองคนก็เพียงพอ อีกอย่าง...ฝีมือพี่ใหญ่ของพวกเจ้าเป็นเช่นไร? พวกเจ้าคงชัดเจนที่สุด”

น้องชายทั้งสามสะดุ้งเฮือกกับคำพูดพี่สะใภ้ตน ความทรงจำครั้งที่ถูกพี่ใหญ่ฝึกซ้อมให้สมัยเด็กๆ ย้อนเข้ามาในหัว เหตุการณ์สยดสยองยิ่งนัก

“ข้าจะเรียกพวกเขากลับ” เทียนหลงซิ่นบอกในที่สุด

“หึๆ...”

“ อยู่ทานมื้อเช้ากันก่อนเถิด ข้าจะให้จื่อลู่ยกอาหารเข้ามา พวกเจ้าคงไม่รังเกียจอาหารธรรมดา”

“อาหารฝีมือจื่อลู่อร่อยที่สุดแล้ว!” เทียนซือเสียนตาวาว เมื่อคืนเขากินเยอะกว่าปกติด้วยซ้ำ

“เจ้าสองแสบติติงอาหารบ้านข้าจนพ่อครัวท้อแท้หมดกำลังใจไปหมด”

“เช่นนั้น...จื่อลู่ยกอาหารเข้ามาเถิด” หลิงซิ่นอวี่บอกคนสนิทที่ยืนรอรับคำสั่งอยู่ด้านนอก จากนั้นไม่นานอาหารมาหน้าหลายตาก็วางบนโต๊ะ อาหารนับสิบอย่างมีสีสันและหน้าตาน่าทาน ส่งกลิ่นเชิญชวนจนน้ำลายสอ ก่อนทั้งหกจะเริ่มทานอาหารกัน บรรยากาศอบอุ่น ท่ามกลางเกร็ดหิมะที่โปรยปรายลงมาอย่างแช่มช้า สายลมเย็นของเหมันตฤดูพัดพานำกลีบแดงของดอกเหมยลอยล่อง

งดงามราวภาพวาด... 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 64 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

153 ความคิดเห็น

  1. #106 Reader_man (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 19:40
    สนุกดี ตอนแรกๆอ่านแล้วก็สับสนนิดหน่อย แต่พออ่านไปเรื่อยๆมันก็มีโมเมนต์ให้ผ่อนคลายดี ชอบ 😊😊😊
    #106
    0
  2. #91 Pair Umaru (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 22:58
    ว่าจะรอเม้นทีเดียวตอนอ่านจบ. แต่อดไม่ได้. เราชอบแนวนี้ สนุกมาก. ขอบคุณนะคะ
    #91
    0
  3. #71 sp-in-k (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 15:40
    เนื้อเรื่องแปลกมาก ชอบจัง
    #71
    0
  4. #54 Ana (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 / 09:44
    ในเรื่องนี้สงสารซือเสียนสุดแล้วค่ะ555555ทำไมชอบโดนหลอกโดนไล่ จะอวดก็โดนเบรก สงสาร5555
    #54
    0
  5. #53 Ana (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 / 09:43
    ในเรื่องนี้สงสารซือเสียนสุดแล้วค่ะ555555ทำไมชอบโดนหลอกโดนไล่ จะอวดก็โดนเบรก สงสาร5555
    #53
    0
  6. #26 Freesia (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 20:26
    ภาษาอ่านง่ายดีค่ะ อ่านแล้วอยากอ่านต่อเรื่อยๆ
    #26
    0
  7. #25 NINEE (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 19:48
    นางเอกแต่งงานแล้ว?? คาดว่าน่าจะมีลูกด้วย เพิ่งเคยเจอพล็อตแบบนี้ แต่ชอบค่ะ ภาษาที่ใช้เขียนยังคงสละสลวย ละมุนละไม มาต่อเร็วๆนะคะ
    #25
    0
  8. #20 juiinarak (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 19:24
    อ้อเข้าใจแล้วค่ะน่าสนุกน่าติดตามมาก
    #20
    0
  9. #18 arf_gi-pom (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 16:30
    เป็นนิยายที่แปลกดีคะ เราไม่ค่อยได้อ่านเรื่องแบบนี้เท่าไหร่
    น่่าติดตามมาก
    สนุกคะ
    #18
    0
  10. #17 Jute (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 16:06
    พลอตเรื่องแปลกดีคะที่พระเอกนางเอกแต่งงานและมีลูกแล้ว ภาษที่ใช้ก้อสละสลวย เป็นเรื่องที่ติดตามอ่านอีกเรื่องหนึ่งเลยตอนนี้
    #17
    0