ตราบชั่วฟ้าดินสลาย

ตอนที่ 6 : 一 เหมันตฤดู (5)...ชุนเกอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,539
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 74 ครั้ง
    11 ม.ค. 61


แก้ไข : 24 กรกฎาคม 2560



เกร็ดหิมะสีขาวยังคงโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้าอย่างแช่มช้า ปลิวไหวตามกระแสลม ลอยละล่องเกาะแผ่วบนกลีบบุปผาสีแดงสด กลิ่นหอมอ่อนเย็นสบายผ่อนคลาย พื้นเป็นสีขาวโพลนของหิมะซึ่งเหมยหลากสีร่วงหล่นจากต้น ทับถมกันเป็นสีสันตระกาลตา...

นับว่าเป็นทิวทัศน์ของเหมันตฤดูที่งดงามราวภาพวาด...

ร่างสองร่างนั่งดื่มชาวางหมากอย่างเพลิดเพลิน

“ฝีมือของเจ้าดีขึ้นอย่างที่กล่าวอ้างนะอวี่เอ๋อร์...” อย่างน้อยนางก็ทำให้เขาคิดมากในการเดินหมากได้แล้ว...

“ใช่แล้ว แต่ว่านะพี่เฟิงคนปกติเล่นหมากขาวดำ มีเพียงท่านเท่านั้นที่ชมชอบเล่นหมากสีเดียว” บางวันก็หมากขาวล้วน บางวันก็เป็นหมากดำ

“หมากสีเดียวฝึกสมาธิและจิตใจ อวี่เอ๋อร์หากเจ้าวางตรงนั้นเจ้าจะถูกข้ายึดพื้นที่ตรงมุมทันที” เทียนหานเฟิงเอ่ย ทำให้มือของหลิงซินอวี่ะงัก ก่อนนางจะวางหมากลงไปในตำแหน่งที่เขาห้ามแล้วยกชาขึ้นจิบทันที

“ข้ายอมแพ้ท่านก็ได้ เรื่องเดินหมากสู้ท่านไม่ได้จริงๆ”

เทียนฟานเฟิงหัวเราะในลำคอ อวี่เอ๋อร์ที่ไม่ชอบเดินหมากนั่งเล่นมาสองชั่วยามขนาดนี้...นับว่านางมีพัฒนา ตอนนี้เขาก็รู้สึกหิวขึ้นมาบ้างแล้ว

“เดินทางครั้งนี้มีเรื่องสนุกสนานจะเล่าให้ข้าฟังหรือไม่?” เสียงทุ้มถามไถ่ 

แลกเปลี่ยนเรื่องราวของกันและกัน...เรื่องราวที่ทำให้รู้ว่าพวกเขาทั้งสองสบายดี...

“อืม...ข้าได้ยินข่าวลือจากเผ่าชมฟ้า ว่าแคว้นอวิ้นหยางและแคว้นป๋อกำลังสั่งสมกำลังทหาร รวมถึงเสบียง คาดว่าคงตั้งใจก่อสงครามเป็นแน่”

“ในบรรดาสามแว่นแคว้น อวิ้นหยางมีกว้างใหญ่อาณาเขตไพศาลที่สุด ดินแดนแถบนั้นยังอุดมสมบูรณ์พรั่งพร้อมด้วยธัญญาหารนานาพันธ์ ทางด้านฮ้องเต้แคว้นป๋อชำนาญการศึก เป็นเทพสงครามมาทุกยุคทุกสมัย มีหรือจะปล่อยหยกงามอย่างอวิ้นหยางไป แต่...หากคาดการณ์จากนิสัยของฮ่องเต้ฉีหรงเฉิง เขาคงตั้งใจแสดงอำนาจของตนเพื่อแย่งชิง...สาวงาม”

“ท่านหญิงเหลียนเยว่หยินรึ?”

“คาดว่าเป็นเช่นนั้น” เทียนหานเฟิงจิบชาจนหมดแก้ว ก่อนจะรินชาเพิ่มให้ตนอีก

ชาของอวี่เอ๋อร์รสชาติเป็นเอก ยิ่งนางลงมือชงชาด้วยตนเองแล้วชาธรรมดาก็กลายเป็นยอดชา 

“สามงามกับแผ่นดิน...อืม...เหมาะสมยิ่ง”

“นี่ชาอะไรรึอวี่เอ๋อร์?”

“เหมยน้ำค้าง ข้าจะนำชานี้ไปขายงานเทศกาลร้อยสีสัน ท่านเห็นเช่นไร?”

“ดี”

“ข้าตั้งใจจัดชุดชาเหมันต์ให้เข้ากับฤดูหนาว เหมยน้ำค้าง โบตั๋นหิมะ หยกขาวพิสุทธิ์ เกร็ดตะวัน ราคาย่อมเยา รับรองต้องขายดีมากเป็นแน่” เทียนหานเฟิงฟังคำของพูดนั้นแล้วเลิกคิ้ว ยิ้มขำ

นางไม่ชำนาญศาสตร์และศิลป์...ไม่ว่าจะภาพวาด ดนตรี ร่ายรำ หรือสิ่งใดที่สตรีทำเป็นอวี่เอ๋อร์ล้วนไม่สนใจ แต่หากเรื่องใบชาและเส้นทางค้าขายแล้ว ไม่มีผู้ใดเก่งกาจเกินนาง

“เช่นนั้น...ขายให้ข้าคนแรกได้หรือไม่เล่าซ้อใหญ่?” เสียงทุ้มขี้เล่นดังอย่างไร้ร่องรอย ก่อนจะปรากฏร่างสูงโปร่งยืนถือร่มท่ามกลางเกร็ดหิมะ อาภรณ์สีม่วงเข้มของเขาสะบัดปลิวไปมาตามกระแสลม เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบครึ่งศีรษะด้วยกวานทองคำ ดวงตาเรียวมีประกายดอกท้อฉายแววขี้เล่น เรียวปากแย้มยิ้มพรายซุกซน

ดูราวเด็กหนุ่มซนๆ มากกว่าชายหนุ่มคนหนึ่ง

“ไร้มารยาท...” เทียนหานเฟิงเอ่ยขึ้นมาเนิบๆ “ไม่มีผู้ใดสั่งสอนเจ้ารึน้องสี่ มาเยือนบ้านผู้อื่น ควรเข้าทางประตู”

“พี่ใหญ่ท่านช่างใจร้ายนัก!!” ร่างนั้นทิ้งร่มลงพื้นหิมะอย่างไม่แยแสแล้วกระโดดมานั่งด้านในศาลาทันที “หมากสีเดียวอีกแล้วงั้นรึ แค่มองก็ปวดเศียรเวียนเกล้า!” จากนั้นก็ถือวิสาสะรินชาให้ตนเองแล้วดื่มรวดเดียวจนหมด

“อา...รสดีสมเป็นชาของซ้อใหญ่ยิ่งนัก!” หลิงซิ่วอวี่ยิ้มขำปนเอ็นดูเติมชาให้เด็กหนุ่มและเทียนหานเฟิงอีก

“หากเจ้าชอบก็นำกลับไปได้ ข้าจะจัดให้เจ้าสักหลายชุด”

ผู้มาเยือนยิ้มกว้างที่ราวกับมีดอกไม้บานสะพรั่งอยู่ด้านหลัง “อาซ้อดีกับข้าที่สุด”

“เจ้ามาทำไมซือเสียน?” เทียนหานเฟิงเอ่ยถาม

“มาเยี่ยมท่านอย่าไรเล่าพี่ใหญ่ท่านไม่ค่อยกลับมาบ้านเลย มีแต่อาซ้อที่แวะเวียนมาเยี่ยมพวกข้า ตั้งแต่พวกท่านเดินทางออกจากหุบเขาจื่อเถิงหลัวพี่รองกับพี่สามก็ทราบแล้ว แต่ตอนนี้เขางานยุ่งมากไม่มีเวลามาเยี่ยมเยียนพวกท่าน”

เทียนหานเฟิงหรี่ตาคมลงพลัน “กลับไปบอกเจ้ารองว่าหากยังส่งองค์รักษ์เงาของเขาติดตามข้าอีก ข้าจะส่งหัวพวกนั้นให้กลับเป็นของขวัญ”

เขาไม่ชอบให้ใครติดตามดู อีกอย่างตัวเขาเองให้มะพลับนิ่มที่ผู้ใดจะทำอันตรายได้ง่ายๆ ด้วย

“พี่รองเป็นห่วงความปลอดภัยของท่านนะขอรับ”

พี่ใหญ่ผู้ชมชอบอิสระเสรี ราวสายลมที่ไร้ซึ่งพันธนาการ...

จะมีกี่คนในใต้หล้าที่สามารถทิ้งได้ทั้งยศถาบรรดาศักดิ์ อำนาจ ความยิ่งใหญ่ และมาใช้ชีวิตธรรมดา ท่องเที่ยวไปใต้หล้า ชมทิวทัศน์งดงาม

“ข้าเก่ง...มากด้วย” แทบจะสำลักชารสเลิศของอาซ้อ

หลงตัวเองไม่มีผู้ใดเกิน!

“น้องรองคงกำลังยุ่ง?” หลิงซิ่นอวี่เอ่ยถาม ตอนนางกลับจากแคว้นอัน น้องรองผู้มีงานมากมายก็ยุ่งมากแล้ว คาดว่าตอนนี้คงไม่มีกระทั่งเวลาหลับนอน

“งานเยอะจนข้าสงสารพี่รอง ดีที่เขายังมีพี่สามคอยช่วย ยิ่งท่านพ่อกับท่านแม่ทั้งหลายไปเผ่าชมฟ้า...ทุกวันนี้พี่รองก็ไม่มีเวลานอนแล้ว”

“สาสมแล้ว” นี่ก็ไร้ซึ่งความห่วงใยจริงๆ

“พี่ใหญ่เย็นชายิ่งนัก...เย็นชากว่าหิมะข้างนอกเสียอีก!!

“ใครให้เขาเอานางมารน้อยไปจากข้าเล่า”

“อา!” เทียนซือเสียนหัวเราะ “เป็นนางมารน้อยจริงๆแต่นางยังคงมีความเป็นกุลสตรี ส่วนเจ้าเด็กแสบอีกคน...ปีศาจน้อยของพวกท่านสมฉายายิ่งนักทำเอาพวกตาแก่ปวดหัวจนต้องลากลับบ้านกันเป็นทิวแถว ข้าวของในบ้านก็เสียหายไปมาก!

“พวกข้าจึงมารับกลับไงเล่า” หลิงซิ่นอวี่ส่ายหน้าขำ

“พี่สามเขียนรายงานความเสียหายไว้ให้พวกท่านแล้ว”

“เอาไปส่งน้องรองสิ เขาบอกจะรับผิดชอบทุกอย่าง ข้าเป็นเพียงคนธรรมดาไม่มีเงินทองเยอะแยะ เหมือนน้องร้อง อวี่เอ๋อร์ก็เป็นเพียงแม่ค้าชาด้วย” หลิงซิ่นอวี่หัวเราะกับสีหน้าของเด็กหนุ่มที่แทบจะกลอกตาใส่พี่ชายตนเอง

“พี่ใหญ่ท่านไม่ละอายที่จะพูดแต่ข้าละอายที่จะฟัง อย่าพูดอีกเลย”

“ไสหัวกลับไปสิ”

“ใจร้ายเย็นชาอาซ้อท่านดูเขา!

“เอาน่า...เจ้ารู้นิสัยพี่ชายตัวเองดีนี่ซือเสียน ว่าแต่เจ้ามาหาพวกข้าทำไมรึ?”

“มาเยี่ยมพวกท่านและหาซื้อชาจากอาซ้อไปฝากพี่รองกับพี่สาม”

“ข้าทิ้งชาไว้ให้พวกเขาเยอะ ยังไม่พออีกรึ?” ก่อนหลิงซิ่นอวี่จากมา นางจัดชาไว้ให้พวกเขาหลายชุด

“ความจริงข้ามาเชิญพวกท่านไปเยี่ยมพี่รองกับพี่สามด้วย”

“ไม่ไป ข้าเบื่อหน้าเจ้าพวกนั้นแล้ว เบื่อหน้าเจ้าด้วย

“พี่ใหญ่ข้าเป็นน้องชายของท่านนะ!

“หากเจ้าไม่ใช่น้องชายข้า...ข้าบีบคอเจ้าตั้งแต่เด็กๆ  ไม่ปล่อยให้มาแหกปากโวยวายข้างหูข้าให้รำคาญเช่นนี้หรอก”

“อาซ้อท่านดูเขา!

“พวกท่านสองคนไม่เถียงกันทุกครั้งที่พบไม่ได้หรือไง? ซือเสียน...เจ้ามาก็ดี พี่เฟิงเพิ่งบอกข้าแล้วเรื่องที่เจ้าเป็นหนึ่งในสี่จตุรบุรุษแห่งยุค เล่าให้ข้าฟังหน่อยสิ...ข้าอยากรู้” เทียนซือเสียนทำตาโตจิบชาก่อนจะเล่าด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจจน...น่าเตะยิ่งนัก

“อา...ถามข้าได้เลย งานครั้งนั้นจัดอย่างยิ่งใหญ่ ความจริงมิได้เป็นการแข่งประชันใดๆ แค่แสดงความสามารถเป็นการให้เกียรติไทเฮาแคว้นป๋อ แต่เรื่องพวกนี้ไม่มีผู้ใดยอมกันให้ขายหน้าหรอก ข้าได้ตำแหน่งนี้มาอย่างงุนงงเช่นกัน”

“อวี่เอ๋อร์สนใจเหลียนเยว่หยินและอวิ๋นเจินหยางไม่ได้อยากรู้เรื่องของเจ้าสักเพียงนิด” เทียนหานเฟิงแทรกบทสนทนา คาดว่าขืนปล่อยให้เจ้าน้องชายจอมพูดมากพล่ามต่อไป วันนี้ทั้งวันเขากับอวี่เอ๋อร์คงไม่ได้สาระอันใดเลย

“อวิ๋นเจินหยาง? เหลียนเยว่หยิน...นางงดงามสะคราญโฉมยิ่งนักอาซ้อ เสียดายที่งามสู้พี่ใหญ่มิได้ ยามข้าเห็นนางครั้งแรกยังหน้าแดงเลย แต่ตอนเห็นพี่ใหญ่แย้มยิ้มแล้วข้าใจสั่นกว่า” กล่าวอย่างไม่อาย หลิงซิ่นอวี่ส่ายหน้าขำๆ ยิ่งเมื่อเห็นพี่ใหญ่ผู้มีใบหน้างามล้ำกว่าสตรีที่งามที่สุดในแผ่นดินกำลังขยับยิ้มบางแข่งกับความหนาวเห็นของหิมะด้านนอกนางยิ่งส่ายหน้าหนักขึ้น มือขาวเรียวแตะท่อนแขนภายใต้อาภรณ์สีขาว

นางยังอยากฟังต่อ หากปล่อยให้เทียนหานเฟิงยิ้มงามขึ้นเรื่อยๆ เกรงว่าซือเสียนคงมิอาจเล่าต่อได้อีก

“งานครานั้นไม่ว่าจะดีดพิณ เดินหมาก บทกลอน ร่ายรำ นางล้วนชำนาญสิ้น ตอนที่นางร่วมบรรเลงภูเขาสูงธารน้ำไหลกับอวิ๋นเจินหยางสะกดผู้คนทั้งงาน...ราวกับเสียงบรรเลงของเทพเซียน บุรุษแทบจะทุกคนถูกนางสะกดเอาไว้หมดเลย พี่ใหญ่ท่านไปงานเทศกาลร้อยสีสันคราวนั้นด้วยรึ? เหตุใดข้าไม่รู้?”

ด้วยฐานะและรูปร่างหน้าตาของเทียนหานเฟิง หากเขานั่งอยู่ภายในงาน ย่อมสะดุดสายตาผู้คน 

“ข้าปลอมตัวเป็นบัณฑิตจากแคว้นอัน เพราะยามนั้นว่างไม่มีสิ่งใดทำ ปีศาจน้อยเองก็รบเร้าอยากไปดู ข้าเลยพาไป”

“ท่านพาเจ้าตัวแสบไปด้วยหรือ?” หลิงซิ่นอวี่เลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ

“ฝากนางมารน้อยไว้ให้ท่านพ่อ ท่านแม่ช่วยดูแล เพราะนางกำลังตั้งใจดีดพิณมาอวดเจ้า”

“มิน่า...พอข้าเอ่ยถึงเหลียนเย่วหยิน ปีศาจน้อยจึงบอกว่างามสู้ท่านมิได้ เฮ้อ...พี่ใหญ่ใบหน้าท่านทำให้สตรีใต้หล้าล้วนอยากตายนัก”

เพราะเป็นบุรุษที่งดงามสะคราญโฉมกว่าพวกนางน่ะสิ!!

“ซือเสียน วันนี้หากเจ้าว่างก็อยู่ทานอาหารด้วยกันก่อน จื่อลู่ลงมือทำด้วยตนเอง ข้ายังมีเรื่องอยากพูดคุยกับเจ้าอีกมาก”

“ได้สิอาซ้อให้อยู่ชุนเกอสามวันสามคืนไม่ไปไหนยังได้ ท่านดีกับข้าที่สุด คิดถึงอาหารฝีมือจื่อลู่ยิ่งนัก!” 

อาซ้อที่จิตใจงดงามเช่นนี้ไม่น่าถูกพี่ใหญ่ที่แสนโหดร้ายล่อลวงเอาเลย

เทียนซือเสียนเหลือบมองใบหน้างดงามสะท้านแผ่นดิน ดวงตาเรียวสีดำสนิทนั้นหรี่ลงราวคมดาบ เรียวปากอิ่มสีแดงสดแย้มรอยยิ้มเล็กน้อยราวกลีบบุปผาแย้มบานแต่บรรยากาศรอบตัวเย็นจัดแทบจะแข่งกับหิมะที่โปรยปรายลงมา

เหอะพี่ใหญ่ไม่ใยดีน้องชายเช่นเขา แล้วยังมาหงุดหงิดที่อาซ้อชวนเขากินข้าวอีก! พี่ใหญ่ที่นิสัยย่ำแย่และร้ายกาจประหนึ่งจอมมารร้าย แต่ไม่มีผู้ใดเกลียดลงสักคนราวกับถูกมนต์เสน่ห์ของเขาล่อลวง

สวรรค์!! ใครให้เขาครอบครองใบหน้าที่งดงามล่มเมืองเล่า

เฮ้อ!! 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 74 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

153 ความคิดเห็น

  1. #111 MHEEPQ12 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 11:37
    นี้เป็นคนรักกันรึ ? หรือไร555
    #111
    0
  2. #105 sanpahaha (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 13:01

    งงกับความสัมพันธ์อ่ะค่ะคือดูไม่เหมือนคนรักกันเลยให้อารมณ์เหมือนเพื่อนเหมือนรูมเมทเฉยๆ แต่บรรยายดีนะค่ะแค่ความสัมพันธ์ดูคลุมเคลือแปลกๆ

    #105
    0
  3. #52 Ana (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 / 09:24
    ฮื้อออ ตลดเหล่าพี่น้องมาก อยู่ด้วบกันต้องปวดหัวกว่านี้แน่ๆ5555
    #52
    0
  4. #24 NINEE (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 19:46
    เนื้อเรื่องน่าติดตาม องค์ชายสามนี่ใช่พระเอกไหมค่ะ แต่ถ้าใช่นางเอกต้องไฟท์กับท่านหญิงผู้งามเลิศคนนั้นแน่ๆ
    #24
    0
  5. #21 ฟ้อน (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 19:34
    ชอบบบบบ ภาษาสลวยมากเลยค่ะ เนื้อเรื่องน่าติดตาม มาต่อบ่อยๆนะคะ
    #21
    0
  6. #15 juiinarak (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 17:52
    งงค่ะงง
    #15
    0