ตราบชั่วฟ้าดินสลาย

ตอนที่ 8 : 一 เหมันตฤดู (7)...ชิงซา หมิงชุน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,502
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 64 ครั้ง
    11 ม.ค. 61

แก้ไข : 24 กรกฎาคม 2560



“ท่านแม่ท่านพ่อ!” เสียงเด็กหญิงตัวน้อยวัยประมาณหกขวบดังขึ้นอย่างเจื้อยแจ้ว พร้อมร่างเล็กๆ ที่พุ่งเข้าใส่ผู้ถูกเรียกทันที หลิงซิ่นอวี่ยิ้มอ่อนโยนย่อตัวลงลูบศีรษะลูกชายตนเองที่เดินมาช้าๆ ต่างกับลูกสาวที่พุ่งเข้ากอดและถูกสามีอุ้มขึ้นหอมแก้มซ้ายขวาราวตุ๊กตาไปเสียแล้ว

“สบายดีหรือไม่...หมิงชุน?”

เทียนหมิงชุนลูกชายวัยแปดขวบผู้มีใบหน้างดงามน่ารัก ผู้พบเห็นไม่สามารถแยกแยะได้ว่านี่คือเด็กชายหรือเด็กหญิง แต่เขามีส่วนสูงที่มากกว่าเด็กวัยเดียวกัน ดวงตาเรียวคมที่ได้มาจากบิดานั้นทอประกายฉลาดเฉลียวเกินเด็ก เรียวปากแดงสดมักชมชอบเหยียดยิ้มเจ้าเล่ห์ยามได้กลั่นแกล้งผู้คน  เส้นผมสีดำสนิทรวบเป็นแกละสองข้าง

 ส่วนอีกคน...เทียนชิงซา เด็กหญิงตัวน้อยวัยหกขวบผู้เปรียบเสมือนางฟ้าของทุกคน รอยยิ้มสดใสร่าเริง ใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพรา ผิวกายขาวเปล่งปลั่ง ดวงตาดอกท้อเปล่งประกายราวดวงดารา

ปีศาจน้อย...และนางมารน้อย

“สบายดีขอรับ...ท่านแม่” น้ำเสียงทุ้มตอบรับนิ่งๆ “ข้าคิดถึงท่านแม่ยิ่งนัก บ้านของอารองน่าเบื่อเหลือเกิน”

“ใช่แล้วเจ้าค่ะท่านพ่อ สู้หุบเขาจื่อเถิงหลัวก็ไม่ได้”

“อย่างที่ชิงเอ๋อร์ของพ่อบอก เช่นนั้นปีหน้าก็ไม่ต้องมาแล้วดีหรือไม่?”

ผิดสัญญาก็ช่างปะไร...เขาไม่สนใจ ใครใช้ให้ทุกคนรวมหัวกันบีบบังคับให้เขาสัญญางี่เง่านั่นกัน

“แต่อาสามบอกว่าหากปีหน้ามาอีกจะให้ข้าเข้าชมพิธีคัดเลือกสาวงามด้วยล่ะเจ้าค่ะ ชิงเออร์อยากเห็นว่าจะมีคนงามกว่าท่านพ่อหรือไม่นี่เจ้าคะ”

 เทียนหานเฟิงเลิกคิ้ว...ถึงขนาดเอานางมารน้อยของเขาไปป่วนพิธี...น้องสามช่างสมควรตายจริงๆ

“จริงๆ เลย น้องรองไม่อยากมีภรรยาก็ไม่จำเป็นต้องให้ชิงเอ๋อร์ไปป่วน” หลิงซิ่นอวี่ส่ายหน้า เจ้าสามพี่น้องนั่นรวมหัวกันวางแผนไม่ดีอีกแล้ว

“เจ้าล่ะหมิงชุน พวกท่านอาของเจ้าจ่ายสิ่งใดเป็นอามิสสินจ้างของปีหน้า?”

“เข้าฟังการว่าราชการขอรับท่านแม่...”

“เอาเข้าไป...ราชสำนักได้วุ่นวายก็คราวนี้” เทียนหานเฟิงส่ายหัว ส่งชิงซาให้ภรรยาก่อนอุ้มลูกชายขึ้นมาแทน

“ยังอยู่ดีรึ?”

“ท่านพ่อก็ยังเหมือนเดิม” หลิงซิ่นอวี่ยิ้มขำ สองพ่อลูกราวกับเป็นคู่แข่งกันไปทุกเรื่อง ชอบทะเลาะกันอยู่ร่ำไป พี่เฟิงเอ็นดูชิงเออร์แต่ชมชอบกลั่นแกล้งหมิงชุน โดยอ้างว่าบุตรชายต้องหมั่นขัดเกลา ส่วนบุตรสาวนั้นราวไข่มุกในอุ้งมือต้องประคับประคองให้ดี เขาเลยสั่งสอนหมิงชุนจนไม่ใช่เด็กขึ้นไปทุกวัน

 จะมีเด็กที่ไหนอ่านหนังสือกลศึกสงคราม ยามว่างเด็กคนอื่นเล่นเตะลูกหนังแต่บุตรชายของของนางนั้นสนุกสนานกับการเล่นหมากสีเดียวเหมือนบิดา ชอบการขี่ม้ายิงธนู ฝึกดาบ ฝึกกระบี่

ที่ร้ายกว่าคือลูกชายก็ชมชอบ การละเล่นที่บิดาสั่งสอนเสียด้วย...เฮ้อ

“บ้านอารองเจ้าเป็นเช่นไร...”

“ตาแก่ขุนนางเหล่านั้นหัวดื้อยิ่ง...ยังดีที่พวกเขาไม่เหิมเกริมเกินไป ยังอยู่ในขอบเขตของที่ท่านอาจัดการได้ แต่ท่านพ่อ...มีบางคนที่หวั่นเกรงในตัวตนของท่าน”

“ข้า? ข้าไปทำอะไรอีกงั้นรึ...อยู่สงบสุขมาสิบกว่าปี ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องราวในราชสำนักใดๆ”

“องค์รักษ์เงาของท่าน...ความเคารพเทิดทูนที่ท่านอามีให้ท่าน สติปัญญาของท่าน ล้วนทำให้ผู้คนกลัวเกรง”

“กลัวข้าจะแย่งชิงตำแหน่งน้องรอง...หึ น่าขัน”

“มิเห็นต้องแย่ง อารองก็ยกตำแหน่งนั่นให้ท่านอยู่แล้ว”

“เหตุใดพี่หมิงกับท่านพ่อจึงพูดคุยเรื่องเคร่งเครียดกันเจ้าคะ ชิงเอ๋อร์ไม่อยากฟังแล้ว” เด็กน้อยทำหน้ามุ่ยกอดคอมารดาแน่น สีหน้าที่ทำให้ทั้งท่านพ่อและพี่ชาย...ใจอ่อน

“ได้ๆ...ไม่พูดแล้ว”

“เจ้าสมองน้อยๆ นี่” หมิงชุนหน้ามึนใส่น้องสาว แต่คนเป็นน้องกลับยิ้มกว้างยื่นมือไปดึงแก้มพี่ชายแล้วพูด

“งดงามจริงๆ...ทำไมพี่ชายชิงเอ๋อร์ถึงได้งดงามเช่นนี้นะ ช่างน่าอิจฉาเหลือเกิน” หมิงชุนถอนหายใจผลักศีรษะเล็กๆ ของน้องสาวออกไปห่างๆ

นางมารน้องมักพิรี้พิไรเช่นนี้เสมอ...ใครให้เขาได้หน้าตาของท่านพ่อมาเต็มๆ กันเล่า...

”ท่านแม่จะกลับหุบเขาจื่อเถิงหลัวเลยหรือไม่เจ้าคะ?”

“ไม่จ้ะ คราวนี้พ่อกับแม่จะเดินทางไปแคว้นป๋อ”

“เอ๋?”

“งานเทศกาลร้อยสีสันหรือขอรับ?” บุตรชายเอ่ยขึ้นขณะส่งสายตาให้ท่านพ่อที่เคารพปล่อยเขาลงเสียที เขาไม่ใช่เด็กเล็กที่ต้องอุ้มสักหน่อย แต่ท่านพ่อก็ยังทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ไม่ยอมปล่อยเชาลง

“ทำไมพี่หมิงถึงทราบล่ะเจ้าคะ?”

“เพราะข้าหาได้เป็นตัวโง่งมเช่นเจ้า”

“พี่หมิง!” ชิงซาขึงตาโตๆ ของนางใส่ นี่หากไม่ติดว่าพี่หมิงมีหน้าตางดงามนะ นางจะทุบเขาสักทีสองที

“ท่านพ่อ! ดูพี่หมิงสิเจ้าคะ!” นางมารน้อยงอแงในอ้อมกอดมารดา หลิงซิ่นอวี่หัวเราะขำๆ

“ขี้ฟ้องเสียจริง” ว่าด้วยสีหน้ามึนๆ

“อย่ารังแกน้องหมิงชุน” เทียนหานเฟิงย่อมเข้าข้างบุตรสาวมากกว่าอยู่แล้ว

“ท่านแม่ดูพวกเขา” เมื่อบิดาไม่เคยเข้าข้างหมิงชุนก็ฟ้องมารดา

“พอกันเลย...เข้าไปข้างในได้แล้ว แม่เตรียมชาเหมยกุ้ยและชาเซินหลันไว้ให้พวกเจ้าสองคน จื่อลู่ยังลงมือทำเสี่ยวหลงเปาไส้หมูและหม่าฮัวไว้ให้พวกเจ้าสองคนด้วย”

“ดียิ่งเจ้าค่ะ...ข้าชอบอาหารฝีมือของอาจื่อลู่ที่สุดเลยเจ้าค่ะท่านแม่ คนบ้านท่านอายังสู้ฝีมือพี่จื่อลู่ไม่ได้สักคน เสียทีที่พวกเขาเป็นถึงพ่อครัวหลวง”

หลิ่งซิ่นอวี่ดีดหน้าผากลูกสาวเบาๆ อย่างเอ็นดู “พวกเจ้าซนจนบ้านหลงซิ่นพังไปเท่าไหร่แล้ว”

ชิงซาหัวเราะอย่างน่ารักน่าชัง “พี่หมิงบอกว่านั่นเรื่องของพวกท่านอาเจ้าค่ะ”

“หมิงเอ๋อร์...” เมื่อมารดาคาดโทษ หมิงชุนก็ส่งสายตาเย็นๆ ให้น้องสาวหนึ่งทีแต่นางมารน้อยยังคงลอยหน้าลอยตาอย่างน่าชัง จนเขาส่ายหน้า

“ท่านพ่อบอกว่าอย่าได้เกรงใจนี่ขอรับ”

“พี่เฟิง...” 

“อวี่เอ๋อร์...” เทียนหานเฟิงเรียกเสียงนุ่มส่งรอยยิ้มงดงามทำลายล้างจนหลิงซิ่นอวี่ถอนหายใจ

เขารู้ว่านางใจอ่อนก็ชมชอบยิ้มเสียจริง...จะไม่ให้นางยกย่องเขาเป็นจอมมารได้อย่างไร

“คิกๆ ท่านพ่อท่านแม่น่ารักที่สุดเลยเจ้าค่ะ” เทียนชิงซาสาวหอมแก้มมารดา

แม้ไม่ได้ดูรักกันหวานชื่นแต่อบอุ่นอ่อนโยน แค่มองตา แค่เรียกชื่อกันก็ราวกับอยู่ในฤดูใบไม้ผลิอันแสนงดงามแล้ว

“ไปแคว้นป๋อคราวนี้ต้องสนุกแน่นอนเลยเจ้าค่ะ”

“ไม่ได้ไปเล่นเสียหน่อยใช่ไหมขอรับท่านแม่?”

“พี่หมิง! ทำไมชมชอบขัดชิงเอ๋อร์นัก!

“นิสัยไม่ดีเลยหมิงชุน” เทียนหานเฟิงรับช่วงต่อ เด็กชายมองบิดาที่เอ่ยต่อว่าเขาอย่างลื่นไหลแล้วส่ายหน้าไม่ต่อล้อต่อเถียงด้วย

“แม่ไปขายชาจ้ะ งานใหญ่ขนาดนี้ย่อมต้องราคาดีเป็นแน่ มีชุดชาเหมันต์ที่แม่เพิ่งจัดเอาไว้ ส่วนพ่อของลูกคงไปดูความสนุกสนานนั่นล่ะ อ้อ...อีกอย่างแม่อยากเห็นโฉมหน้าเหลียนเยว่หยินด้วย”

“โฉมสะคราญที่สุดในสามแคว้นคนนั้นหรือขอรับ?”

“ใช่จ้ะ...”

“ท่านพ่อยังงดงามเสียยิ่งกว่าเจ้าค่ะ ท่านแม่มองหน้าท่านพ่อก็ได้นี่เจ้าคะ”

“ชิงเอ๋อร์เคยเห็นนางหรือ?”

“ไม่เคยเจ้าค่ะ แต่บ้านท่านอามีภาพวาดของนาง พวกตาแก่เสนอให้ท่านอารองแต่งนางด้วยเจ้าค่ะ” หลิงซิ่นอวี่หัวเราะ

“น่าเสียดายที่อารองของเจ้าไม่อยากแย่งชิงสาวงาม” นิสัยของหลงซิ่นเขาไม่ชอบสตรีที่มีวี่แววจะสร้างปัญหาให้โดยมิจำเป็น และเหลียนเยว่หยินก็น่าจะเป็นประเภทนั้นเสียด้วย

“อ๊ะ...อาจื่อลู่ อาไป่เหลียว” ส่งเสียงเรียกคนสองคนที่เดินเข้ามา หลิงซิ่นอวี่วางบุตรสาวลงให้เดินไปหาคนสนิท แม้ก้าวย่างจะรีบเร่งแต่ยังคงดูสง่างามและไม่เสียกริยา

ดูเหมือนว่านอกจากเล่นซนแล้วก็คงได้เรียนรู้มารยาทของสตรีชั้นสูงมาด้วยกระมัง

“คุณหนู...งดงามขึ้นอีกแล้วเจ้าค่ะ” จื่อลู่ย่อตัวลงรับร่างเล็กเข้ามากอด

“แต่พี่หมิงก็งดงามกว่าข้าอยู่ดีใช่ไหมล่ะเจ้าคะ?" จากนั้นก็หันไปออดอ้อนท่านอาอีกคน "ท่านอาไป่เหลียว ชิงเอ๋อร์มิได้ขี้เกียจฝึกซ้อมเพลงกระบี่ที่ท่านอาสอนสั่งนะเจ้าค่ะ”

“ดีแล้วขอรับ...เห็นคุณหนูสบายดีเช่นนี้ข้าก็สบายใจ” มือใหญ่ลูบหัวหลานสาวอย่างรักใคร่ ดวงตาคมมองร่างสูงกว่าเด็กวัยเดียวกันที่เดินมาค้อมศีรษะนิดๆ ให้เขาด้วยสายตาชื่นชม

 สง่างามโดยไม่ต้องทำอะไร แค่ยืนนิ่งๆ ก็ฉายแววของอำนาจชัดเจน...

เหมือนผู้เป็นบิดาขึ้นทุกวันแล้ว

“ท่านอา...”

“ฟังจากเสียงฝีเท้าก้าวหน้าขึ้นอีกแล้วนะขอรับ...”

“เพราะได้ท่านอาสอนสั่ง”

ไป่เหลียวยิ้มน้อยๆ “คงไม่ใช่เพราะข้าผู้เดียวกระมัง” ทั้งเทียนหลงซิ่น เทียนเฟยหรง เทียนซือเสียน ล้วนมีฝีมือไม่ธรรมดากันทั้งนั้น

“ไป่เหลียวพี่ชายข้าส่งอะไรมาใช่หรือไม่?”  หลิงซิ่นอวี่เอ่ยถามขึ้นมา 

“เจ้านี่สมแล้วกับสมญาจิ้งจอกเก้าหางนะอวี่เอ๋อร์รู้ได้อย่างไรว่าไป่เหลียวได้รับของจากพี่ชายเจ้า?”

“เขาหายไปสองวัน อีกอย่างนอกจากท่านกับข้าคนที่ทำให้ไป่เหลียวขยับตัวก็มีแค่พี่เจียวคนเดียวเท่านั้น”

“เจียวหั่วฝากสิ่งนี้มาให้ขอรับ...” ยื่นกล่องไม้สีดำสนิทให้ผู้เป็นนาย “และยังฝากถ้อยคำมาด้วยขอรับ”

“ว่ามาสิ... “

“ถ้าพวกเจ้าว่างท่องเที่ยวก็ไสหัวมาเยี่ยมข้าบ้าง...” พูดด้วยน้ำเสียงโทนเดียวกับคนสั่งจนหลิงซิ่นอวี่หัวเราะ มองหน้าสามีที่กำลังแย้มยิ้มขำ

“ใครจะทำตามคำพูดเจ้านั่นกัน...” เทียนหานเฟิงว่า เห็นทีคราวนี้นอกจากแคว้นป๋อแล้วเขาต้องไปอวิ้นหยางด้วยน่าจะดี เขาสำราญสนุกสนานปล่อยให้เหล่าคนน่าชังขัดใจ

สนุกดีแท้

“อวี่เอ๋อร์...เสร็จจากแคว้นป๋อเราไปชมน้ำตกเล่อเซียนที่อวิ้นหยางกันดีหรือไม่?”

หลิงซิ่นอวี่ยิ้มส่งสายตาปรามคนที่กำลังวางแผนร้าย “ข้ากลัวพี่ชายจะมาตามเราด้วยตนเองน่ะสิ พี่เฟิงท่านก็รู้ว่าพี่ชายของข้าเอาแต่ใจเพียงไร”

“ข้าสนเขาเสียที่ไหน เขามีปัญญาก็ให้มา”

นางลืมไป...สามีนางก็เอาแต่ใจไม้แพ้ใครเหมือนกัน ไม่แปลกใจเลยที่พวกเขาสองคนเป็นสหายที่สนิทกันที่สุด นิสัยเหมือนกันเช่นนี้...เฮ้อ เอาเถิดไว้ตอนนั้นค่อยคิดอีกที

“นายท่าน นายหญิง เตรียมตั้งโต๊ะเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ” จื่อลู่บอกจูงมือคุณหนูตัวน้อย

“เช่นนั้นไปทานข้าวกันก่อน อีกเดี๋ยวรอซือเสียนมาเราก็ออกเดินทางไปแคว้นป๋อกัน”

“ท่านอาซือจะไปกับเราหรือขอรับ?” หมิงชุนเลิกถามอย่างสงสัย

“ใช่จ้ะ...ท่านอาสี่ของพวกเจ้าเป็นถึงหนึ่งในสี่จตุรบุรุษแห่งยุคไม่ไปก็ขายหน้าแคว้นอันแล้ว”

“ข้าฟังท่านอาซือพร่ำบนเรื่องนี้จนน่ารำคาญยิ่ง”

“ซัดสักฝ่ามือใส่ก็พอ” เทียนหานเฟิงสอนสั่งลูกชาย

“ข้าซัดไปสี่ฝ่ามือและเพลงดาบเทียมเมฆาสามกระบวนท่า”

“ดี!สมน้ำหน้า!

“พี่เฟิง อย่าสอนให้หมิงเอ๋อร์ใช้ความรุนแรง” หลิงซิ่นอวี่ปราม

“นี่เรียกว่าการป้องกันตัวเองต่างหากเล่าอวี่เอ่อร์”

“รังแกอาตนเองเช่นนั้นน่ะหรือ?”

“ซือเสียนเป็นตัวน่ารำคาญ อันตรายต่อประสาทหูยิ่ง ตบตีเขาก็เท่ากับป้องกันตัวแล้ว”

ฟังคำเขาแล้วนางก็อดสงสารซือเสียนไม่ได้...พี่ชายเขาช่างใจร้ายนัก

ไม่สิ...พี่น้องตระกูลเทียนน่าสงสารทุกคนนั่นล่ะ ถูกพี่ใหญ่รังแกกลั่นแกล้ง แต่พวกเขายังเคารพเทิดทูนพี่ชายอยู่ร่ำไป

 นางเหลือบมองใบหน้างดงามล่มเมืองที่กำลังส่งรอยยิ้มออดอ้อนและจับมือนางแกว่งเบาๆ แล้วปล่อยรอยยิ้มพิฆาต

อืม...หน้านางแดง ผิวแก้มนางร้อน

ช่างเถิด...

เขาเป็นจอมมารร้ายจริงๆ นั่นล่ะ...  


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 64 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

153 ความคิดเห็น

  1. #112 MHEEPQ12 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 11:43
    ลูกชาย ลูกสาว!!! นางมีลูกแล้ว? 5555
    #112
    0
  2. #55 Ana (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 / 11:45
    น่าร้ากกกกกก ซือเสียนผู้น่าสงสาร5555
    #55
    0
  3. #28 kate95 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 11:31
    เป็นครอบครัวที่น่ารักอ่านแล้วดีต่อใจค่า
    #28
    0
  4. #27 @PrimPk@ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 00:40
    ชอบค่ะ บุคลิกนางเอก พระเอกแบบนี้ดูเหมาะเจาะเข้ากันพอดี
    #27
    0