[ Stranger things AU ] Pretty Babysitter Boy : END ( Steve & Billy //Harringrove )

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,040 Views

  • 73 Comments

  • 40 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    83

    Overall
    1,040

ตอนที่ 22 : Cherry the Frog-Bride ( Or Groom? )

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    8 มิ.ย. 62


Chapter 21

Cherry the Frog-Bride ( Or Groom? )

12 / 05 / 2562




          เมื่อวันแสดงละครเวทีจริงมาถึง ทั้งเด็ก ม.ต้นและพี่ ม.ปลาย ต่างก็รู้บทบาทหน้าที่ของตัวเองกันเป็นอย่างดี ยกตัวอย่างเช่นลูคัสที่ได้รับบทเป็นพระราชา แนนซี่เป็นเชอร์รี่ ไมค์ วิลและโจนาธานรับบทเป็นพระโอรสทั้งสาม แม็กซ์เล่นเป็นแม่ชี และตบท้ายด้วยดัสตินที่มีหน้าที่เป็นหนึ่งในคนคอยควบคุมแสงสีเสียงของละครเวที


          เว้นเสียแต่ว่า...


          “สตีฟ ขอร้องล่ะ เล่นบทนี้เพื่อพวกเราทุกคนเถอะนะ” แนนซี่ยกพลเกือบทั้งละครเวทีมาขอให้สตีฟช่วยขึ้นแสดงแทนคนที่อยู่ดีๆ ก็ปวดท้องเพราะอาหารเป็นพิษมาตั้งแต่เมื่อวาน


          คิดว่าจะหายทัน แต่ก็ไม่ทันสินะ...


          “แต่ฉันมีหน้าที่ดูแลแสงสีเสียงอยู่แล้วนะ”


          “เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วง นายก็รู้ว่าดัสตินจัดการได้” เป็นความจริงที่ตอนนี้สตีฟไม่อยากให้เป็นจริงเลย


          “แล้วทำไมถึงไม่ให้เขาเล่นบทเชอร์รี่ตอนเป็นกบแทนที่จะเป็นฉันล่ะ”


          “ดัสตินเขาตื่นเวที ยิ่งมีพวกรุ่นพี่แบบนี้ เขาต้องพูดไม่รู้เรื่องแน่ๆ” ลูคัสเสริม ส่วนสตีฟก็เพิ่งรู้ว่าเจ้าลูกชายก็เป็นพวกตื่นเวทีพอๆ กัน


          “เถอะนะสตีฟ บทพูดของตัวละครนี้มีน้อยและก็ไม่ต้องทำอะไรมากด้วย” แนนซี่ส่งสายตาปิ๊งๆ รวมทั้งดาเมจของเหล่าเด็กๆ มีหรือที่คนอย่างสตีฟจะปฏิเสธลงได้


          “ก็ได้ แต่ต้องแต่งหน้าฉันจนใครจำไม่ได้ให้ได้นะ”


          “ถ้าขอมาก็จัดไป!”





          .





          อิมเมจของเชอร์รี่ตอนเป็นกบดูหน้าตาอัปลักษณ์กว่าที่สตีฟเคยจินตนาการเอาไว้จากตอนที่เขาอ่านในหนังสือ แต่พอได้เห็นสภาพตัวเองหลังลงเมคอัพ เขาก็เข้าใจแจ่มแจ้งแล้วล่ะ


          “จงกลับบ้านของท่านไป หญิงสาวสวยจะเดินตามหลังท่าน แต่จงระวังอย่าหัวเราะกับสิ่งใดก็ตามที่อาจเกิดขึ้น...ที่อาจเกิดขึ้น อื้ม” พอลงเครื่องแล้วก็ได้เวลาจำบท จะว่าไปบทก็ไม่ได้มีน้อยหรือว่ามากจนเกินกว่าที่เขาจะสามารถจำได้ภายในเวลาหนึ่งชั่วโมงก่อนขึ้นแสดงจริงนี้


          สตีฟจำต้องนั่งท่องบทคนเดียว เพราะนักแสดงคนอื่นๆ กำลังยุ่งวุ่นวายอยู่กับการแต่งองค์ทรงเครื่องให้เหมือนจริงมากที่สุดอยู่ แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นปัญหา เพียงแต่การท่องบทคนเดียวมันไม่ได้ให้อรรถรสที่สมจริงก็เท่านั้นเอง...!


          “ว่าไงเจ้าสาวกบ!” เสียงหยอกเอินดังขึ้นทางด้านหลังพร้อมกับใบหน้ากวนคุ้นตาที่ลอดเข้ามาที่เหนือไหล่ขวาเขา บิลลี่นั่นเอง


          “หาฉันเจอได้ไงเนี่ย?” ถ้าบอกว่าจำได้นี่ปาฏิหาริย์เลยนะ


          “ก็จำได้”


          “จริงอ่ะ?”


          “ไม่จริง ต้องให้ยัยวีลเลอร์บอกถึงได้มาถูก ก็พวกนั้นเล่นโบ๊ะตัวนายซะเขียวอื๋อ แถมยังเก็บผมให้ซะเรียบแปล้ ใครจะไปจำได้” ก็จริงของบิลลี่ ขนาดสตีฟมองเงาตัวเองในกระจกครั้งแรกยังแทบจะจำสภาพตัวเองตอนก่อนหน้านี้ไม่ได้เลย “แต่ตากบนี่น่ารักดีนะ อย่างกับหูกระต่ายแน่ะ”


          บิลลี่จับหยักโค้งๆ มนๆ สองหยักของหมวกฮู้ดสีเขียวเข้มบนหัวสตีฟเบาๆ พลางยิ้มชอบใจ


          “นายมาก็ดีแล้ว ช่วยฉันต่อบทหน่อยสิ อ่ะนี่ นายเล่นเป็นพระโอรสคนสุดท้องนะ”


          บิลลี่รับบทละครไป คิ้วคมเข้มทั้งสองข้างขมวดมุ่นก่อนจะพูด “อ่า กบเอ๋ย ครั้งนี้เจ้าช่วยอะไรฉันไม่ได้


          “ไม่เป็นไรหรอก แค่บอกฉันมาเถอะว่าคราวนี้มีเรื่องอะไร





          .





          ...ด้วยว่าเขามัวแต่หมกมุ่นครุ่นคิดถึงโอกาสจะหาหญิงงาม มากเกินกว่าจะใส่ใจกับเหตุการณ์แปลกๆ เบื้องหน้า เจ้าชายจึงแทบจะไม่ได้มองมัน และยังคงไม่มีแก่ใจจะหัวเราะ...


          สตีฟเมื่อลงจากรถม้าฟักทองซึ่งถูกบังคับโดยสัตว์ต่างๆ คล้ายกับในเรื่องซินเดอเรลล่าตอนก่อนไปงานเลี้ยงของเจ้าชาย ภารกิจจำเป็นในวันนี้ก็เป็นอันว่าเสร็จสิ้น แนนซี่รับไม้ต่อเป็นเจ้าสาวกบในฉบับมนุษย์ แล้วเรื่องก็จบลงแบบแฮปปี้เอ็นดิ้ง


          สตีฟที่พอเล่นละครมาจนถึงตอนสุดท้ายได้ ก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกที่ตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิดพลาดไป แม้จะมีพูดตะกุกตะกักไปนิดหน่อยด้วยความตื่นคนในช่วงแรกๆ แต่ก็ไม่ได้ทำให้งานล่มจนดูไม่ได้


          เมื่อการแสดงจบลง นักเรียนทุกคนที่มีส่วนร่วมกับละครเวทีทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง จะรุ่นเล็กหรือว่ารุ่นใหญ่ ต่างก็ออกไปโค้งคำนับขอบคุณผู้ชมกันหน้าเวที เสียงปรบมือดังขึ้น บ่งบอกว่าเสียงตอบรับจากผู้ชมวันนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี


          สตีฟเดินกลับมาข้างหลังเวทีพร้อมกับคนอื่นๆ ระหว่างทางแนนซี่เข้ามาตบไหล่เขาเป็นการขอบคุณ ส่วนพวกเด็กๆ และคนอื่นๆ ก็เอ่ยปากชมกันอย่างไม่ขาดปาก เสียงจอแจที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานดังขึ้นโครมครามกันภายในห้องแต่งตัว


          “ไงกบน้อย~ เล่นเก่งไม่เบาเลยนี่” คนที่วิ่งเก่งที่สุดของวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นทั้งหน้าและหลังเวทีออกปากชมเขาขึ้นอีกราย


          “ก็ไม่ได้ดีขนาดนั้นซักหน่อย ไม่ได้ยินเหรอว่าฉันพูดตะกุกตะกักด้วย”


          “ได้ยิน แต่ไม่เห็นจะเป็นไร นายเล่นดีออก”


          จุ๊บ! บิลลี่โน้มใบหน้าเข้าไปหอมแก้มสตีฟเร็วๆ ให้อีกฝ่ายไม่ทันได้เอ่ยปากห้าม โดยไม่ห่วงเลยว่าสีเขียวๆ บนแก้มของสตีฟอาจจะเปื้อนติดกับจมูกหรือไม่ก็ปากของตัวเองไปด้วย และที่น่าห่วงยิ่งกว่านั้นก็คือผู้คนที่บิลลี่ไม่มีทีท่าว่าจะสนใจอะไรใครทั้งสิ้น


          “บิลลี่! ไหนตกลงกันว่าจะไม่ทำแบบนี้แล้วไง”


          “ก็ถ้าไม่ทำตอนนี้แล้วจะให้ทำตอนไหน?”


          “...”


          “นอกจากพ่อฉันกับพ่อแม่นาย เราก็ไม่เห็นจะต้องปิดบังอะไรใครเลยนี่นา”


          “แล้วถ้าเรื่องระหว่างเรามันไปถึงหูพวกเขาล่ะ นายจะทำยังไง?”


          “ก็ทำสิ่งที่ต้องทำเมื่อถึงเวลา”


          “...”


          “พ่อไม่ได้อยู่กับฉันไปตลอดชีวิต พ่อแม่ของนายก็เหมือนกัน ท้ายที่สุดแล้วเราก็ต้องอยู่กับสิ่งที่เรารัก และสิ่งที่ฉันรักก็คือนาย”


          “...”


          “สตีฟ แฮร์ริงตัน...เป็นแฟนกับฉันนะ แบบที่ใครหน้าไหนในฮอว์กินส์ก็รู้น่ะ”


          สตีฟหลุดขำให้กับความออดอ้อนแกมบังคับของแฟนลับๆ ของเขา สิ่งที่สตีฟกลัวและกังวลมาโดยตลอดหลังจากคืนนั้น ที่บิลลี่ขับรถตามเขาออกมาจากงานปาร์ตี้ ก็คือสายตาของเหล่าประชาชีที่พร้อมใจกันมองมาเมื่อเห็นพวกเขาอยู่ใกล้ชิดกันในที่สาธารณะ


          สำหรับสตีฟ เขาไม่แคร์สายตาของใครหน้าไหนนอกจากพ่อแม่ แนนซี่และก็พวกเด็กๆ แต่ว่าคนที่เขาแคร์มากที่สุดก็คือบิลลี่ที่อาจทนกับสายตาคนอื่นไม่ไหว จนสุดท้ายก็ทิ้งเขาไป เมื่อเจ้าตัวมองเห็นว่ามันเป็นเพียงแค่ทางออกเดียวที่จะทำให้หนีจากความรู้สึกแย่ๆ ที่เกิดขึ้นในใจได้


          แต่ในเมื่อบิลลี่พูดแบบนี้แล้ว...มันก็คงไม่มีความจำเป็นที่เขาจะต้องกลัวหรือรู้สึกกังวลเกี่ยวกับเรื่องที่ว่ามานั้นอีกต่อไป


          “ตกลง ฉันจะเป็นแฟน...อื้อ~”


          บิลลี่ก็คือบิลลี่ มีหรือที่หมอนี่จะทนรอจนเขาพูดจบ 


          แต่จะจบหรือว่าไม่จบ คำตอบของเขาก็คือยอมคบกับไอสิงโตนี่อยู่ดี~





          .





          สตีฟเข้ามาล้างเนื้อล้างตัวในห้องอาบน้ำรวมที่ตอนนี้ก็ไม่ต่างไปจากห้องอาบน้ำส่วนตัวของเขา เพราะมีบิลลี่คอยยืนกั้นอยู่ข้างนอก


          พอออกมาจากห้องอาบน้ำ สตีฟก็สั่งให้บิลลี่ออกไปหาซื้ออาหารกลางวันเพราะรู้ทันว่าตราบใดที่บิลลี่ยังอยู่ในห้องล็อกเกอร์ เขาจะไม่มีทางเปลี่ยนเสื้อผ้าได้อย่างสะดวกเป็นแน่


          สตีฟสวมใส่เสื้อคอกลมกับกางเกงยีนส์ ใช้ผ้าเช็ดตัวขยี้ผมให้แห้ง ตอนนั้นเองที่สตีฟสังเกตเห็นแผ่นกระดาษในช่องไว้ใส่ขวดน้ำของกระเป๋าเป้


          สตีฟพาดผ้าเช็ดตัวเอาไว้บนไหล่ ก่อนจะหยิบกระดาษใบนั้นขึ้นมาเปิดอ่าน ไล่สายตาซ้ำไปมาพร้อมกับสีหน้าที่นิ่วมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ



Do you think that he really in love with you?

นายคิดว่าเขาหลงรักนายจริงๆ น่ะเหรอ?



         ไอคนที่เขียนกระดาษแผ่นนี้มันหมายความว่ายังไงกันวะ!?




----------------------------------------------

-เออ! หมายความว่ายังไงฟะ โด้ววว!!! กลับมาแล้วจ้า หลังจากที่หายไปหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ ฮือออ TT ในที่สุดตอนนี้เรื่องละครเวทีที่ไรท์ปูมาตั้งแต่ตอนแรกก็ได้แสดงกันซักที แล้วมาเริ่มปมใหม่ด้วยแผ่นกระดาษปริศนา ขอมีดราม่าซักนิดพอให้ชีวิตมีสีสันนะคะ!!! ว่าแต่สตีฟเห็นข้อความนี้แล้วจะทำยังไงต่อไป ก็ติดตามกันในตอนหน้าจ้า~

*นิทานเรื่อง ‘เชอร์รี่ เจ้าสาวกบ’ หรือ ‘Cherry the Frog-Bride’ ไรท์อ่านและนำเนื้อเรื่องมาจากหนังสือ ‘เทพนิยายพี่น้องกริมม์’  ที่คุณอิสริยา ชมภูผล เป็นคนแปลค่ะ*

-ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ ซียูเน็กแชพเตอร์นะจ้ะ บ้ายยย



TBC

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #63 Foever_After (@7922) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 03:32
    เพิ่งมาตามอ่านเรื่องนี้ค่ะ ชอบมากเลยยย เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #63
    0
  2. #62 Mayyongchy (@Mayyongchy) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 12:39
    อ้าวเฮ้ยยยย อย่ามาทำให้สตีฟเขว่นะ ไม่นะ ไมาอยากให้ผิดใจกัน
    #62
    0