[ Stranger things AU ] Pretty Babysitter Boy : END ( Steve & Billy //Harringrove )

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,044 Views

  • 73 Comments

  • 40 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    87

    Overall
    1,044

ตอนที่ 23 : Silly paper

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    8 มิ.ย. 62


Chapter 22

Silly paper

12 / 05 / 2562





          สตีฟรู้ว่าตัวเองไม่ควรเอาเวลาไปคิดมากเพียงเพราะกระดาษแผ่นปริศนาเพียงแค่แผ่นเดียว ซึ่งปั่นหัวเขามาตลอดทั้งหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าบิลลี่จะยังทำตัวกุ๊กกิ๊กอยู่กับเขาตามปกติ แต่มันก็เหมือนมีก้อนอะไรมาค้ำคอให้เขาเผลอคิดมากได้ตลอดทุกที


          ถ้าข้อความในกระดาษนั่นเป็นเรื่องจริงล่ะ? 
          ถ้าหากว่าบิลลี่ไม่ได้รักเขาเลยจริงๆ ล่ะ?


          ใช่ สตีฟคิดว่าตัวเองไม่ควรคิดมาก แต่ว่าความคิดมากก็ทำให้เขาขับรถมาจนถึงหน้าบ้านของแนนซี่ในเย็นวันศุกร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว


          “สวัสดีจ้ะ เพื่อนแนนซี่เหรอ?” คุณนายวีลเลอร์ออกมาเปิดประตูต้อนรับ นี่คงเป็นอีกหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่เขาเข้าบ้านหลังนี้ทางประตูดีๆ


          “ครับ บอกเธอว่าผมคือสตีฟ”


          “จ้ะ...แนนซี่ สตีฟมาหาแน่ะ!”


          เสียงวิ่งดุ่มๆ ดังขึ้นมาจากทางบันได แนนซี่ วีลเลอร์ทำหน้ายิ้มปนประหลาดใจใส่เขา


          “สตีฟเหรอ? เข้ามาสิ” แนนซี่พาเขาขึ้นไปชั้นบน ส่วนคุณนายวีลเลอร์ก็ผละเข้าไปในห้องครัว เธอคงรู้แล้วว่าลูกสาวกำลังคบอยู่กับโจนาธาน ก็เลยปล่อยให้เขาขึ้นห้องแนนซี่ไปได้ง่ายๆ


          พอนึกถึงตอนปีนหลังคาบ้านคนอื่นก็ตลกดี และก็ไม่วายอดคิดถึงคนที่ปีนหน้าต่างบ้านตัวเองไม่ได้เหมือนกัน...


          “ทำไมมาหาฉันถึงที่นี่? มีอะไรรึเปล่า” แนนซี่ยิ้มและเอ่ยปากถาม เธอยังคงเป็นห่วงสตีฟเสมอแม้จะเลิกรากันไป เขาก็เช่นกัน


          สตีฟทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาข้างหน้าต่างในห้องของเธอ คล้ายกับว่าหมดแรงจะพูดออกมาซะอย่างงั้น แนนซี่เดินมานั่งข้างๆ เขา นั่งจ้องมองรอจนกว่าเขาจะพูด


          “ตอนก่อนที่เธอจะคบกับโจนาธานหรือว่ากับฉัน เธอดูยังไงว่าพวกเรากำลังชอบเธออยู่จริงๆ?”


          “จะเอาไปดูว่าฮาร์โกรฟชอบนายอยู่จริงมั้ยอย่างงั้นเหรอ?”


          !!! “ธะ...เธอรู้!?”


          “รู้สิ ฉันเห็นพวกนายจูบกันในห้องแต่งตัวหลังจากที่เราแสดงละครเวที ที่จริงฉันเริ่มสงสัยมาตั้งแต่ตอนที่เห็นพวกนายขลุกอยู่ด้วยกันก่อนหน้านี้แล้ว แต่เพิ่งจะมาเห็นชัดๆ ก็ในห้องแต่งตัวที่ว่านั่นแหละ”


          สตีฟกลืนน้ำลาย ก่อนจะถามสิ่งที่เขากลัวคำตอบมาโดยตลอด “แล้วเธอ...รังเกียจฉันมั้ย?”


          “ไม่ ฉันจะไปรังเกียจนายได้ยังไง!? ดีซะอีกที่นายมีคนรัก แถมยังเป็นจอมเกเรที่เคยรังแกพวกน้องชายของฉันซะด้วย”


          “ที่จริงแล้วบิลลี่ไม่ได้เลวร้ายอะไรขนาดนั้นหรอกนะ เขาก็แค่มีปมชีวิตยุ่งเหยิงนิดหน่อย...ก็เท่านั้นเอง”


          แนนซี่อมยิ้ม “นายคงจะรักเขามากเลยสินะ”


          “อื้ม” อาจจะพอๆ หรือว่ามากกว่าที่เคยรักเธอเลยล่ะ “แต่ฉันกลับไม่มั่นใจเลยว่าบิลลี่ได้รู้สึกแบบเดียวกับฉันรึเปล่า พอได้เห็นกระดาษแผ่นนี้”


          ว่าแล้วก็หยิบกระดาษงี่เง่าแผ่นเดิมที่ว่าขึ้นมาส่งให้แนนซี่ดู


         “Do you think that he really in love with you? เหรอ อื้ม...” แนนซี่อ่านออกเสียงตามข้อความที่อยู่บนกระดาษและสิ่งที่เธอทำต่อมาก็คือ...ขยำมันทิ้ง!


          “แนนซี่!” สตีฟรีบคว้ากระดาษแผ่นนั้นกลับมาคลี่ออกทันที ถึงข้อความมันจะทำให้รู้สึกหงุดหงิด แต่ก็ต้องใช้เป็นหลักฐานนะ!


          “นี่ หยุดเลย ไม่ต้องมาห้ามฉัน แค่อ่านดูก็รู้แล้วว่าคนพวกนี้ตั้งใจจะปั่นหัวนาย”


          “แล้วเธอพอจะรู้มั้ยว่าใครเป็นคนเขียน”


          “แครอลเป็นคนเขียน ฉันฟันธงได้เลยเพราะว่าฉันเคยเห็นลายมือของเธอมาก่อน”


          “แต่ว่าฉันเจอมันในห้องอาบน้ำรวมชาย”


          “งั้นก็แสดงว่าทอมมี่อาจจะเป็นคนที่เดินกระดาษแผ่นนี้ ถามจริงเถอะว่านายรู้จักกับแครอลมาตั้งกี่ปี ไม่เคยสังเกตเห็นลายมือของเธอเลยรึไง?”


          “มะ...ไม่เคย” ยิ่งคิดก็ยิ่งละอายใจ จะกี่ปีที่รู้จักกับแครอลหรือแม้แต่กับทอมมี่มา เขาก็ไม่เคยสังเกตเห็นรายละเอียดของสองคนนี้มาก่อนจนน่าตกใจ


          “ถ้านายอยากให้ฉันช่วยวิเคราะห์ว่าข้อความในกระดาษแผ่นนี้เป็นจริงรึเปล่า ฉันก็คงต้องถามคำถามนายประมาณซักสองสามข้อ อยากตอบรึเปล่า?”


          “เอ่อ...ก็เอาสิ”


          “โอเค! งั้นมาเริ่มกันที่ข้อแรก ‘บิลลี่ ฮาร์โกรฟเค้าเคยบอกรักนายรึเปล่า?”


          “เคย” และก็บ่อยมากๆ ด้วย...ในเวลาอย่างว่า


          “ต่อไปข้อที่สอง ‘เขาเคยแอบนั่งมองนายเฉยๆ มั้ย แม้ในเวลาที่ไม่ได้คุยกัน”


          “เคยสิ” แต่ขอตัดคำว่า ‘เฉยๆ’ ทิ้ง เพราะมันสวนทางกับกริยา ‘มือปลาหมึก’ ของบิลลี่ที่ชอบมากอดมารัดเขาในเวลาเผลอแบบไม่ยอมปล่อยก็แล้วกัน


          “ข้อที่สาม ‘เขาเคยให้สิ่งของแทนใจนายมั้ย’ แบบที่นายมองเห็นมันทีไรก็ทำให้นึกถึงเขาขึ้นมาทุกที”


          “เคยสิ ก็แหวนวงนี้ไง” สตีฟว่าพลางยื่นมือข้างซ้ายที่สวมแหวนมงกุฏวงเดิมไปให้แนนซี่ดู ตาของทั้งคู่เปล่งเป็นประกาย


          “สวยจัง ที่จริงแล้วเขาก็ดูน่ารักมากกว่าที่ฉันคิดซะอีกนะ”


          “อือ” ก็น่ารักจริงๆ นั่นแหละ


          “นอกจากนี้แล้วเขายังเคยให้เกียรตินาย เคยชวนนายไปเดท เป็นห่วงเมื่อยามป่วยไข้ คอยปกป้องนายเวลาที่ต้องเจอกับอันตราย ยังคงรักและดูแลเอาใจใส่นายแม้จะผ่านคืนที่เร่าร้อนไปแล้ว และก็บลาๆๆ รึเปล่า?”


          “กะ...ก็เคย แต่ว่ายามป่วยไข้นี่มีแต่ฉันที่เคยเป็นห่วงเขานะ เพราะว่าฉันไม่เคยป่วยให้หมอนั่นห่วงเลยซักกะที”


          “เพราะแบบนี้ไง นายถึงไม่ควรไปหลงเชื่อกับข้อความหรือว่าคำพูดที่ไม่มีเค้ามูลไร้สาระแบบนี้ ที่ฮาร์โกรฟเคยปฏิบัติกับนายมาทั้งหมด นั่นก็แปลว่าเขารักนายนะ”


          “...”


          “ที่จริงแล้วก็มีหลายข้อเลยที่โจนาธานอาจไม่เคยทำ แต่เพราะว่าเขาเป็นคนแบบนั้น มันก็เลยไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นพวกไร้ความรู้สึก สรุปแล้วก็คือ...คำถามทุกข้อที่ฉันถามนายมาทั้งหมด บางทีคนแสร้งรักก็สามารถทำได้เหมือนกัน”


          “ถ้าอย่างงั้นแล้วฉันควร...?”


          “นายควรจะเชื่อใจฮาร์โกรฟตราบใดที่ข้อความในกระดาษนั่นยังไม่มีหลักฐานว่ามันเป็นเรื่องจริง และก็พยายามสังเกตดูดีๆ ว่าเขาได้เสแสร้งแกล้งทำรึเปล่า”


          “...”


          “แต่ว่าโดยส่วนตัวฉันแล้ว ถ้าคนอย่างบิลลี่ ฮาร์โกรฟคิดจะแกล้งใครซักคน เขาก็คงไม่มีความอดทนสูงมากพอที่จะทำมันไปได้นานๆ หรอก จริงมะ?”


          ใช่แล้ว มันก็จริง



          เพิ่งได้รู้ว่าวงการเกิร์ลส์ทอร์คนี่มันมีดีอย่างงี้นี่เอง!




          .





        “บิลลี่ วันพรุ่งนี้ไปเดทกันเถอะ”


         ( ฮะ!? เมื่อกี้นี้นายพูดว่าอะไรนะ )


         “บอกว่าไปเดทกัน สระผมแล้วลืมแคะขี้หูหรือไงนายเนี่ย”


          ( ฮะๆๆ เปล่า ไม่ใช่แบบนั้น ก็แค่ตกใจที่คราวนี้ฉันไม่ได้เป็นฝ่ายชวน ) มันก็จริงของบิลลี่นั่นแหละ


          “รอบนี้ฉันก็เลยจะเป็นฝ่ายชวนนายบ้างไง ว่าไงเราจะไปที่ไหนกันดี”


          ( เอ่อ...ขอโทษด้วยนะสตีฟ คือว่าวันพรุ่งนี้ฉันต้องอยู่ช่วยพ่อทำงานที่บ้านน่ะ เอาไว้เป็นวันอาทิตย์แทนได้ม้า? )


          “ทำงานที่บ้าน? หมายถึงทำงานบ้านใช่มั้ย” ดูใช้ภาษากำกวมยังไงก็ไม่รู้


          ( ใช่ ก็ประมาณนั้น )



          อื้ม ที่สตีฟตั้งใจชวนบิลลี่ไปเดทกันในวันพรุ่งนี้ก็เพื่อพิสูจน์ข้อความในแผ่นกระดาษ แต่ในเมื่อมันเป็นแบบนี้แล้ว จะให้รอจนถึงวันอาทิตย์ก็รู้สึกว่ามันนานเกินกว่าจะทนไหวยังไงก็ไม่รู้


          “โอเค เข้าใจแล้ว”





          .





          “ที่ว่าเข้าใจแล้วนี่หมายความว่าอย่างนี้เองน่ะเหรอ?” บิลลี่ถามผู้มาเยือนในช่วงสายของวันเสาร์ ขณะที่เขากำลังนั่งถอนหญ้าที่ขึ้นรกรอบๆ บ้าน



          “ก็หมายความว่าอย่างนี้แหละ ทำไม ไม่อยากให้ฉันมารึไง?”


          “ไม่ช่ายยย ยังไม่ได้พูดเลยซักหน่อยว่าไม่อยากให้มา ทำไมช่วงนี้ชอบทำตัวเกรี้ยวกราดอย่างกับเป็นวันนั้นของเดือนจังอ่ะ โอ๊ย!” ดีดแขนแม่ม


         “หุบปากไปเลย แล้วไหนล่ะงานบ้าน เมื่อกี้นี้นายกำลังถอนหญ้าอยู่ใช่มั้ย”


          “ใช่ แต่ว่าเดี๋ยวก่อน! นายจะทำอะไร?”


          “ก็มาช่วยนายทำงานบ้านไง”


          “...”


          “อะไร ทำไมต้องทำหน้าเครียดขนาดนั้นด้วย”


          “ก็...พ่อฉันอยู่ ฉันกลัวว่าเขาจะสงสัย”


          “เขาจะไม่มีทางสงสัยใครทั้งนั้นหรอกน่า เพราะฉันมาในฐานะเพื่อน”


          “ไม่เอาดิ ฉันไม่อยากมีนายอยู่ในฐานะเพื่อน” มีความกลัวพ่อรู้แต่ก็ไม่อยากให้เขาทำตัวเหมือนเพื่อน ดูย้องแย้งจริงนะหมอนี่


          แต่ถ้ามันง่าย พวกเขาก็คงไม่ต้องมาอยู่ในวงจรย้องแย้งแบบนี้หรอกเนาะ ( คิดไปแล้วก็เศร้า )


          “ช่วยไม่ได้ก็ในเมื่อนาย...ดันมาหลงรักคนรูปหล่ออย่างฉันเอง”


          “นั่นสิ ถ้าหลงรักคนสวยก็คงไม่ต้องลำบาก”


          ...


          “แต่ถ้าทนลำบากแล้วได้คนทั้งสวยทั้งหล่อแบบคิงสตีฟมาครอง ก็ถือว่าคุ้มค่านะ”


          จ้า~ พ่อปากหวาน


          “อ้าว นายน่ะเอง เพื่อนของบิลลี่ที่มาเป็นพี่เลี้ยงเด็กให้ก่อนหน้านี้ใช่มั้ย” เนลที่เดินอ้อมออกมาจากสนามหญ้าหลังบ้านตรงมาทักสตีฟที่ริมถนน


          “ใช่แล้วครับ พอดีว่าวันนี้ผมตั้งใจจะมาหาบิลลี่”


          “ต้องขอโทษทีนะพ่อหนุ่ม วันนี้สมาชิกฮาร์โกรฟทุกคนห้ามออกไปไหนเพราะต้องช่วยกันทำงานบ้านให้เสร็จ”


          “เรื่องนั้นผมทราบดีครับ วันนี้ก็เลยว่าจะมาช่วย”


          “จริงรึ? ขอบใจนะที่อยากมาช่วย แต่ไม่ต้องก็ได้ เพราะนี่มันเป็นหน้าที่ของคนในครอบครัว เดี๋ยวนายจะเหนื่อยฟรีไปเสียเปล่าๆ”


          “ไม่หรอกครับ ผมตั้งใจอยากมาช่วยจริงๆ โดยเฉพาะวันเสาร์ที่ไม่มีอะไรทำแบบนี้”


          “แล้วการบ้านอ่ะ ไม่มีทำเหรอ” บิลลี่แกล้งแหย่ แต่ว่าความจริงก็อยากให้เขาอยู่นี่นั่นแหละ แหม


          “มี แต่ทำเสร็จแล้ว ว่าแต่นายเถอะ ทำเสร็จรึยัง” ตอกกลับไปอย่างแสบสัน เล่นเอาจนคนถูกตอกถึงกับสะดุ้งไปเลย


          “ฮะๆ อย่างไอลูกชายอาน่ะเหรอจะทำการบ้าน วันๆ นึงก็เอาแต่นั่งอัดเพลงไร้สาระไปวันๆ นั่นแหละ”


          บิลลี่ก้มหน้าเงียบ ว่าแต่อัดเพลงอย่างงั้นเหรอ?


          “เอาล่ะ นาย...?”


          “สตีฟ แฮร์ริงตันครับ”


          “ใช่ สตีฟ อยากจะช่วยงานบ้านใช่มั้ย งั้นก็ไปถอนหญ้าที่อยู่หลังบ้านกับบิลลี่ล่ะกัน อาจะทำหน้าบ้านนี้เอง”


          “ครับ คุณอา ไปกันเถอะบิลลี่”


          “อะ...อืม”


          สตีฟกับบิลลี่ช่วยกันถอนหญ้าในสนามหลังบ้านฮาร์โกรฟกันแบบเงียบๆ ขณะที่คนตัวหนาก็แอบมองพฤติกรรมของอีกฝ่ายไม่วางตา


          "นี่ นายไปนั่งตรงนั้นเฉยๆ ก็ได้นะ เดี๋ยวฉันทำทั้งหมดนี้เอง" 


          "ได้ไงล่ะ ก็ในเมื่อฉันตั้งใจว่าจะมาช่วยแล้วก็ต้องช่วยนายทำให้เสร็จสิ"


          บิลลี่ลอบยิ้ม ไม่เคยคิดเลยจริงๆ ว่าวันนึงตัวเองกับสตีฟจะได้มาทำอะไรแบบนี้ด้วยกัน "ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจ อย่ามาบ่นว่าปวดหลังทีหลังล่ะกันนะ พริตตี้บอย"


          "ก็ถ้าฉันบ่นแล้วจะทำไม?" ลุกขึ้นท้าวสะเอวอย่างเอาเรื่อง


          "ฉะ...ฉันก็จะได้...นวดคลายปวดให้กับนายไง้!"


          "ดีมาก" นี่สิอนาคตว่าที่พ่อบ้านใจกล้าแห่งยุค 80s!





          .





          หลังจากที่สตีฟกับบิลลี่ถอนหญ้าหลังบ้านด้วยกันจนเสร็จ บิลลี่ก็เดินเข้าไปช่วยพ่อทำแถวบริเวณที่เหลือรอบๆ บ้านต่อ ส่วนรายของสตีฟนั้นเขาถูกเนลไล่ให้ไปพักในบ้านรอและชวนอยู่ทานมื้อเย็นด้วยกัน


          "ก่อนหน้าที่พวกอาไม่อยู่ เธอทำอะไรให้แม็กซ์กับบิลลี่กินกันเหรอจ้ะ" ซูซานผู้ซึ่งกำลังยุ่งวุ่นวายอยู่หน้าเตาแก๊สเอ่ยถาม โดยที่มีสตีฟกับแม็กซ์ช่วยกันล้างและหั่นผักกับเนื้อหมูให้อยู่ข้างๆ


          "ก็เป็นพวกอาหารธรรมดาทานง่ายที่ผมเคยทำตอนอยู่ที่บ้าน ไม่ได้หรูหราอะไรมากมายหรอกครับ"


          "แต่ก็อร่อยดีนะ" แม็กซ์พูดโดยที่ไม่หันหน้ามาสบตา แต่ก็สามารถสร้างรอยยิ้มดีใจให้แก่คนฟังได้เป็นอย่างดี


          "ขอบคุณ"


          "สตีฟ! นายมาดูอะไรนี่สิ" แต่ยังไม่ทันจะดีใจได้ถึงหนึ่งนาที บิลลี่ก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามาลากสตีฟออกไปจากในห้องครัว เร็วมากจนเขาเกือบวางมีดทิ้งไว้บนเขียงแทบไม่ทัน


          “ดูอะไรของนายน่ะบิลลี่ ฉันต้องช่วยแม็กซ์กับคุณอาทำอาหารนะ” 


          “วันนี้นายมาในฐานะแขกของบ้านก็ไม่จำเป็นต้องทำหรอกน่า ไว้รอให้นายมาเป็นแม่บ้านของฉันแบบเต็มตัวก่อนแล้วถึงค่อยทำ”


          “ขอให้ได้เป็นจริงๆ เถ้อะ” ไม่ใช่ว่าจะทิ้งกันไปก่อนซะล่ะ


          “ได้เป็นอยู่ล้าววว”


          “ว่าแต่นายมีอะไรให้ฉันดู?”


          บิลลี่แลบลิ้น “ไม่มีอ่ะ แค่หาวิธีพานายเข้ามาในห้องเฉยๆ”


          “อ้าว” ไอบ้านี่! “ถ้างั้นฉันออกไปช่วยคุณอาต่อนะ”


          “เดี๋ยวๆๆ อยู่ด้วยกันก่อนสิ” บิลลี่ตวัดแขนโอบรอบเอวสตีฟ ดึงเข้าไปให้ประชิดตัวพลางเอื้อมมือไปกดล็อกลูกบิดประตูห้อง “รู้สึกแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้ที่เห็นหน้านายแล้วไม่ได้จูบ”


          บิลลี่โน้มตัวเข้ามาอย่างตั้งใจจะจูบเขา แต่สตีฟเอี้ยวหน้าหลบหนีได้ทัน “จะทำอะไร พ่อนายอยู่ในบ้านนะ”


          “จริงด้วย”


          ทำไมรอบนี้บิลลี่ถึงยอมเขาง่ายจังวะ?


          “งั้นไปอาบน้ำกัน” เพราะอย่างงี้เองมิน่าล่ะ!


          “จะบ้าหรือไง! ฉันไม่อยากโดนลูกปืนพ่อนายไล่ยิงนะ”


          “ถ้าพ่อไม่รู้เขาก็ไม่ไล่ และอีกอย่างเพื่อนผู้ชายอาบน้ำด้วยกันก็ไม่เห็นผิดปกติตรงไหน”


          ก็ถ้าอยู่กับนายแล้วฉันจะไม่ได้อาบน้ำแบบปกติน่ะสิ!


          “ก็ได้ แค่อาบน้ำนะ”


          “อืม”


          “...”


          “...”


          “แค่อาบน้ำจริงๆ นะ”


          “เอ้อออ!”





          .





          “เป็นอะไรเหรอจ้ะสตีฟ ท่าเดินเธอดูแปลกๆ นะ” สตีฟสะดุ้ง ถ้าคุณอาซูซานเล่นถามกันแบบนี้ ผมก็ตอบลำบากแย่สิครับ! ส่วนสายตาของเนลที่มองมาอย่างสงสัยนั้นก็ดูน่ากลัวสมกับที่สามารถทำให้ลูกชายตัวดีเกรงใจได้ตลอดเวลาเลยจริงๆ


          “ถอนหญ้าน่ะครับ นั่งนานไปหน่อยก็เลยปวดขา” คงเป็นคำตอบที่สมเหตุสมผลและสวนทางกับความเป็นจริงที่สุดแล้ว


          “ก็บอกแล้วไงว่าไม่ต้องช่วย ไม่ยอมเชื่อกันบ้างเล้ย” เป็นตัวการแล้วยังมีหน้ามาทำปากดีอีก!


          “ขอโทษด้วยที่ทำให้นายต้องลำบาก ก่อนกลับบ้านเธอก็ห่อแอปเปิ้ลให้เขาไปด้วยล่ะกัน” เนลหันไปสั่งซูซาน


          “ได้ค่ะ”


          “มะ...ไม่ต้องก็ได้ครับ ผมเต็มใจช่วย”


          “นายเอาไปเถอะ ถือซะว่าเป็นคำขอบคุณจากครอบครัวฉัน”


          “ถ้าอย่างนั้นก็...ขอบคุณนะครับคุณอา”


          หลังจากที่ทานมื้อเย็นกันเสร็จ บิลลี่ก็อาสาเดินมาส่งสตีฟที่รถพร้อมกับถุงแอปเปิ้ลสามลูกที่เนลย้ำนักย้ำหนาว่าให้สตีฟเอากลับบ้านไปด้วย


          “ความจริงแล้วพ่อนายก็ใจดีเหมือนกันนะ”


          “แหงล่ะ นายไม่เคยเห็นตอนที่เขาโมโหนี่”


          ว่าไปแล้วก็จริง


          “แล้ววันพรุ่งนี้พ่อแม่นายหยุดอยู่บ้านป่ะ ว่าจะไปเอาใจว่าที่พ่อตาแม่ยายของตัวเองบ้างซะหน่อย” บิลลี่ยิ้มกริ่มขณะยืนพิงบนขอบหน้าต่างรถของเขา สตีฟส่ายหน้า


          “ไม่ต้องเลย อยู่ปั่นการบ้านของนายไปเถอะ พรุ่งนี้พ่อแม่ฉันไม่ได้หยุดอยู่บ้านหรอก” สตีฟถอนหายใจ จะว่าไปแล้ววันหยุดอยู่บ้านของพ่อแม่เขาในช่วงนี้ก็มีน้อยมากจนนับครั้งได้


          “งั้นถ้าพรุ่งนี้เหงาก็โทรมาหาฉันได้นะ บริการคุยฟรียี่สิบสี่ชั่วโมงเลย”


          “ถ้าคุยนานขนาดนั้นนายก็จ่ายค่าโทรศัพท์บ้านให้ฉันก่อนล่ะกัน” พวกเขาหัวเราะ


          “เจอกันวันจันทร์”


          “วันจันทร์เจอกัน”


          “...”


          “...”


          สตีฟกับบิลลี่นิ่งกันอยู่นาน โดยที่คนบนรถไม่รู้ตัวเลยว่าบิลลี่กำลังรู้สึกหมั่นเขี้ยวอยากบอกลาเขาด้วยวิธีที่เจ้าตัวเคยทำ แต่ก็ไม่กล้าเพราะกลัวว่าพ่อจะออกมาเห็น


          คนหมั่นเขี้ยวจึงทำได้เพียงแค่


          “รักนะ”


          บอกรักเขา อาจเป็นแค่ประโยคสั้นๆ ที่บิลลี่คงไม่รู้ว่าวันนี้สตีฟอยากได้ยินมันมากแค่ไหน


          ถึงจะได้ยินตอนที่อยู่ในห้องน้ำด้วยกันไปตั้งหลายครั้งแล้วก็เถอะ


          “อือ รักเหมือนกัน”


          สุดท้ายสตีฟกับคนผมทองก็พยักหน้าแมนๆ ให้กันแบบที่เพื่อนทั่วไปพึงทำ ก่อนที่เขาจะขับรถกลับมาถึงบ้านและฉีกกระดาษเจ้าปัญหาแผ่นนั้นทิ้งไป


          บิลลี่รักเขา พวกนั้นต่างหากที่ไม่เคยรู้เรื่องอะไรเลย




----------------------------------------------

- จงศรัทธาในพ่อสิงโตค่ะสตีฟ แต่เตือนเอาไว้ก่อนว่ากระดาษแผ่นนี้มันไม่ได้จบลงง่ายๆ หรอกนะ ฮว่าๆๆ!!! ในที่สุดสตีฟก็ได้ไปหาว่าที่พ่อปู่แล้วค่ะะะ //ประทับใจ แต่นี่เขาไปในฐานะเพื่อนอ่ะนะ ฟีลมันยังไม่ใช่ 555 สตีฟนางไม่เขวค่ะ เจอคำว่า 'รักนะ' เข้าไป  อิอิ

- ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและคอมเม้นท์ค่ะ และฟิคชั่นเรื่องนี้ก็เหลือไม่ถึงสิบตอนแล้ว ใกล้จะถึงตอนจบแล้วนะจ้ะ อย่าเพิ่งเลิกติดตามกันไปนะ ไว้เจอกันตอนหน้าจ้าา บาย <3



TBC

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #65 Koon Maprang (@tanaporn45) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 00:14
    สู้ ๆ นะสตีฟใครก็ไม่อาจมาขวางทางรักของเจ้าได้! อยากให้ที่บ้านทั้งคู่ยอมรับแล้วววว แง ตอนคุณเนลมองแอบกลัวแทนเลย ;-; //สู้ ๆ นะคะไรท์ รอซัมเหมอค่าาา <3
    #65
    0
  2. #64 Mayyongchy (@Mayyongchy) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 20:57
    บิลลี่คนจริง ขอบคุณสตีฟที่เชื่อใจบิลลี่นะ
    #64
    0