[ Stranger things AU ] Pretty Babysitter Boy : END ( Steve & Billy //Harringrove )

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,044 Views

  • 73 Comments

  • 40 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    87

    Overall
    1,044

ตอนที่ 21 : Bad, bad dream

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    8 มิ.ย. 62


Chapter 20

Bad, bad dream

02 / 05 / 2562



 

         สตีฟไม่รู้ว่าทำไมท้องฟ้าในเวลาเจ็ดโมงเช้าถึงได้ดูมืดครึ้มนัก หลังจากที่เขาตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนทุ่งหญ้าที่ไหนซักแห่งซึ่งรายล้อมไปด้วยป่าที่เขาไม่คุ้นเคย เสียงนกร้องดังขึ้น ก่อนที่สตีฟจะเงยหน้าขึ้นไปเห็นอีกาฝูงใหญ่บินอยู่บนท้องฟ้าไกลๆ ผ่านหัวเขาไป

 

          เปรี้ยง! แล้วอยู่ดีๆ ฝนห่าใหญ่ก็ตกหนักลงมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย เสียงเอี๊ยดอ๊าดดังขึ้น มันเป็นเสียงของประตูบานหนึ่งซึ่งเปิดอ้าต้อนรับให้เขาเดินเข้าไปในความมืด สตีฟวิ่งเข้าไปอย่างไม่มีทางเลือกเพราะมันเป็นตัวเลือกเดียวที่จะหลบฝนในเวลานี้ได้


          สตีฟใช้มือลูบหน้าปาดน้ำฝนเมื่อวิ่งผ่านรัศมีของประตูเข้ามาได้ ทั้งร่างเปรียวขยับขึ้นลงอย่างหอบโยน แต่ยังไม่ทันจะหายเหนื่อย ประตูปริศนาบานเดิมก็กระแทกปิดลงพร้อมกับแสงไฟที่สว่างขึ้นมาทันตา


          สตีฟอ้าปากทึ่งเล็กน้อย เมื่อแสงไฟฉายความกว้างใหญ่ของสถานที่ที่เขายืนอยู่ มันยิ่งใหญ่และโคตะระจะโอ่อ่าอย่างกับพระราชวัง แต่สตีฟไม่มีเวลามาสนใจเรื่องนั้น เมื่อสิ่งที่กำลังทำให้เขาว้าวุ่นใจคือประตูเจ้าปัญหา!


          “What the hell” สตีฟพึมพำขณะที่พยายามบิดลูกบิดประตูซ้ำไปมา นอกจากจะฝืดจนเปิดไม่ออกแล้วก็ยังถูกล็อกเอาไว้อีกด้วย


          แล้วคนบ้าที่ไหนมันมาล็อกประตูขังเขาเอาไว้แบบนี้ฟะ!


           “อิฮิๆๆๆๆๆ” 


           นะ...นั่นมันเสียงใครกันน่ะ?


          สตีฟสูดลมหายใจ ก่อนจะค่อยๆ เอี้ยวตัวหันไปเผชิญหน้ากับเจ้าของเสียงหัวเราะหวีดแหลมคุ้นหู ผู้หญิงตาขาว ใบหน้าช้ำเขียวช้ำม่วงเหมือนอย่างในหนัง Evil Dead ที่เขาเคยไปดูในโรงหนังกำลังยืนยิ้มยิงฟันขาวอย่างสยดสยองมาให้เขาอยู่ สตีฟแทบหยุดหายใจตอนที่เจ้าหล่อนเริ่มร้องเพลงและขยับย่องเข้ามาหาเขาทีละก้าวๆ



We’re gonna get you, we’re gonna get you.

Not another peep, time to go to sleep!



          ยังไม่ทันที่สตีฟจะได้ตั้งตัว เจ้าหล่อนก็วิ่งเข้ามาพร้อมกับเสียงหัวเราะอันน่าขนลุกที่สตีฟจำมาจากในหนังได้เป็นอย่างดี สตีฟหลับตาปี๋หันไปพยายามกระชากประตูให้เปิดออกอีกครั้ง ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็พบว่ามันยังคงถูกล็อกอยู่เหมือนเดิม กระทั่งเสียงหัวเราะนั้นดังเข้ามาใกล้แล้วเงียบหายไป สตีฟถึงได้ลืมตาขึ้นอีกครั้ง 


          เมื่อลืมตาขึ้น สตีฟก็พบว่าคฤหาสน์หลังโตที่เขายืนอยู่กลับกลายเป็นอัพไซด์ดาวน์ที่เคยลงมากับพวกเด็กๆ ในคืนนั้น ประตูกลายเป็นทางเดิน สตีฟยืนลังเลอยู่นานว่าควรจะเดินไปทางไหน จนสุดท้ายก็ตัดสินใจเดินไปทางที่เคยเป็นประตู

 

          แต่ทว่า สตีฟ...เสียงเรียกอันคุ้นเคยนั้นได้หยุดรั้งเขาเอาไว้ ช่วยด้วย...

 

          บิลลี่!?


          “สตีฟ” เสียงเรียกอันแหบแห้งยังคงดังมาจากที่ไหนซักแห่ง สตีฟรีบวิ่งไปตามทางที่เขาได้ยิน ถึงแม้ว่าข้างใต้นี่มันจะมืดแค่ไหนก็ตาม


          “บิลลี่!” สตีฟรีบพุ่งเข้าไปหาร่างที่นั่งพิงอยู่กับผนัง คนผมทองดูหมดสภาพและซีดเซียวจนน่าใจหาย ริมฝีปากหนายังคงพึมพำเรียกชื่อเขา แต่ดวงตาปิดจนแทบจะลืมไม่ขึ้นอยู่แล้ว “นายเป็นอะไร? ใครทำกับนายแบบนี้”


          “สตีฟ...” บิลลี่ค่อยๆ ใช้แรงทั้งหมดที่มีเหลืออยู่ยื่นมือมาจับมือเขาเอาไว้ ทำให้สตีฟสังเกตเห็นรอยอะไรบางอย่างบนท้องแขนของอีกฝ่าย


          “นี่มัน...!


          ทันใดนั้นรอยปริศนาบนท้องแขนของบิลลี่ก็ลุกลามไปที่ฝ่ามือ ต้นแขน ลำตัว จนมาถึงบนผิวหน้า แม้กระทั่งตาขาวรอบดวงตาสีน้ำเงินที่เบิกกว้างขึ้น แต่ดูไร้ซึ่งจิตวิญญาณเหมือนที่เคยเป็นอีกต่อไป


          เสียงหายใจของสตีฟหอบสั่นไปด้วยความหวาดกลัว เขาตะโกนไม่ได้ พูดอะไรไม่ออก นอกซะจากลุกขึ้นและถอยหลังไปจนชิดกับผนังของอีกฝั่ง เป็นอีกครั้งที่สตีฟแทบหยุดหายใจ เมื่อตอนที่ร่างหนาที่เขาคุ้นเคยขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว จนดูเหมือนไม่ใช่บิลลี่ หรือแม้แต่คนปกติธรรมดาอีกต่อไป


          แต่มันเป็นตัวที่พร้อมจะเขมือบเขาโดยไม่มีคำว่าปรานี!

 

          เฮือก! 


          สตีฟสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับอาการเสียขวัญ ลมหายใจเขาหอบถี่ ส่วนเหงื่อนี่ก็โทรมกายไปเสียหมด แต่ก็ใจเย็นลงได้มากขึ้น เมื่อตื่นมาพบกับเพดานบานเดิมที่เขาเคยมองก่อนจะเคลิ้มหลับไปเมื่อคืน


          รวมถึงคนข้างๆ ที่สะดุ้งตื่นขึ้นมากับเขาด้วย


          “เฮ้ เป็นอะไร ฝันร้ายเหรอ?” บิลลี่ถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน อ้อมแขนอุ่นคลายกอดออกเล็กน้อยเพื่อที่เจ้าของจะได้ขยับตัวหันมาสังเกตอีกฝ่ายได้ง่ายยิ่งขึ้น


          “อือ” สตีฟทำหน้าเหมือนคนจะร้องไห้ บิลลี่มองอีกฝ่ายอย่างเอ็นดูพลางยื่นนิ้วมือไปซับเหงื่อให้


          “เกี่ยวกับฉันเหรอ?”


          “ก็ไม่เชิง มันแค่ตอนท้ายๆ น่ะ” ว่าแล้วก็ทอดสายตาลงไปมองที่ท้องแขนของบิลลี่ด้วยความหวาดหวั่น กลัวเหลือเกินว่าฝันร้ายนั้นจะกลายเป็นจริง “ฉันฝันว่านาย...ตาย ถึงไม่ตายก็เหมือนตาย”


          “...”


          “นายกลายเป็นปีศาจและฉันอาจจะโดนนายกินเข้าไปแล้วก็ได้ ถ้าไม่ตื่นขึ้นมาซะก่อน”


          “โอ๋ๆๆ อย่าได้กลัวไปเลยนะเจ้าหญิง ที่ฮาวกินส์ไม่ได้มีปีศาจตัวประหลาดอยู่ซักหน่อย ฉันไม่มีวันเป็นเหมือนอย่างที่นายฝันเห็นได้หรอก”


          ไม่มีปีศาจทำผีน่ะสิ! แต่จะพูดออกไปก็ไม่ได้ บิลลี่ไม่มีทางเชื่อเรื่องดีมอกอร์กอนกับดีมอด็อกจนกว่าจะได้เห็นกับตาของตัวเองจริงๆ แน่!


          “และอีกอย่างคนเลวมักตายยาก ฉันมันเลวมาตั้งแต่กำเนิดแล้ว”


          “...”


          “จะไม่ค้านอะไรหน่อยเหรอ?”


          “ให้ค้านอะไร? ก็นายมันเลวจริงๆ นี่”


          “ปากร้าย” บิลลี่ยื่นหน้าเข้าไปประกบริมฝีปากสตีฟอย่างปลอบประโลม ในใจก็อยากจะปัดความกังวลของคนในอ้อมแขนให้หายไปจนหมดสิ้น แต่เท่าที่บิลลี่ทำได้ในตอนนี้มันก็ดีที่สุดแล้วสำหรับคนที่ไม่เคยปลอบใครมาก่อนแบบเขา


         คนจะกลายร่างเป็นปีศาจได้ยังไงกัน? ถ้าไม่ใช่ในหนังสยองขวัญแฟนตาซี





          .





          โชคดีที่บิลลี่ขับรถพาสตีฟกลับมาที่ฮอวกินส์ในวันอาทิตย์เดียวกัน คนมี่เพิ่งรับศึกหนักมาเมื่อคืนจึงมีเวลาพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ 


          ส่วนวันจันทร์ถึงศุกร์ต่อมาสตีฟก็ต้องใช้เวลาขลุกอยู่กับละครเวทีมากกว่าอาทิตย์ก่อนๆ เพราะทุกคนต้องขึ้นแสดงจริงในวันเสาร์ที่จะถึงนี้แล้ว ดีที่สตีฟมีหน้าที่เป็นแค่คนจัดแสงสีเสียง ตอนที่หายไปเสาร์อาทิตย์จึงไม่มีใครบ่นอะไร


          “ก็ลองบ่นดูสิ ฉันจะเตะให้ลอยไปจมอยู่ที่ดวงอาทิตย์นู่นเลย” โหดจริงๆ เลยนะพ่อคุณ สตีฟจำได้ว่าตัวเองก็แค่เปรยขึ้นมาเล่นๆ แต่ว่าแฟนเขานี่สิทำหน้าทำตาเหมือนจะกินหัวคนได้อยู่แล้ว!


          “ยังไม่มีใครบ่นอะไรซักหน่อย จะหัวร้อนทำไมเนี่ย?” ว่าจบแล้วก็ตักอาหารเย็นที่บิลลี่ซื้อเข้ามาให้ตัวเอง สตีฟและก็แม็กซ์กินเพื่อประทังชีวิตเข้าปาก เพราะเวลาล่วงเลยมาจนถึงหนึ่งทุ่ม การซ้อมละครเวทีของพวกเขาก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆ


          บิลลี่ซบหัวลงบนไหล่ของคนข้างๆ ตอนนี้พวกเขากำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ของเหล่าผู้ชม ต่อหน้าผู้คนที่กำลังซ้อมบทกันอย่างดุเดือดอยู่บนเวที


          “ก็เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมามันเป็นวันพิเศษสำหรับฉันน่ะสิ”


          สตีฟเหล่ตามอง “ขนาดนั้นเชียว?”


          “ก็ขนาดนั้นๆๆ แหละ” บิลลี่ยักคิ้ว “ถ้าไม่เชื่อจะลองดูใหม่อีกทีวันนี้ก็ได้นะ”


          รีบยกมือไปดันหน้าเบรกอย่างรู้ทัน “หยุดเลยไอสิงห์ เราคุยเรื่องนี้กันแล้วไม่ใช่รึไง”


          “คุยอะไร ไม่เห็นจำได้”


          ก็คุยว่าอย่ามาลวนลามฉันในที่ไม่ลับตาคนตราบที่ยังไม่ได้ประกาศว่าเป็นแฟนกันแล้วยังไงล่ะโว้ย!


          “บิลลี่” อย่าทำให้พี่ตีฟมีน้ำโหนะ!


         “เออน่า ฉันไม่ลืมหรอกว่าเราเคยคุยอะไรกันไว้บ้าง แต่นายก็น่าจะเห็นใจฉันเพราะว่าหลังจากวันนั้นเราก็ไม่ได้...กอดกันอีกเลยนะ”


          ให้ตายเถอะ สายตาแบบนี้มัน...


          “เลิกซ้อม! กลับบ้านกันได้ล่ะจ้า~” พอผู้กำกับละครเวทีตะโกนมา ใจคนซ้อมก็สดชื่น จะได้กลับบ้านไปอาบน้ำปะแป้งนอนกันซักที้~


          “ไปกันเถอะ แม็กซ์ลงมาแล้ว”


          “อื้ม”





          .





          บิลลี่ยังคงทำหน้าที่เป็นคนขับรถ-ส่งให้สตีฟกับแม็กซ์เหมือนอย่างเช่นเคย หากแต่วันนี้สถานที่แรกที่บิลลี่ขับไปถึงก่อนไม่ใช่บ้านแฮร์ริงตัน แต่กลับเป็นบ้านของฮาร์โกรฟแทน


          “บอกว่าฉันไปทำรายงานบ้านเพื่อน ถ้าพ่อฉันถาม โอเคนะ” บิลลี่สั่งเด็กสาวผมแดง ซึ่งพยักหน้าตอบกลับมา ถึงแม้จะรู้ดีว่าทุกประโยคที่พี่ชายต่างสายเลือดพูดออกมาต้องไม่ใช่เรื่องจริงแน่ๆ แต่เธอจะทำตามที่บิลลี่สั่งเพราะมันจะไม่ทำให้ใครต้องมีปัญหา


          “นายจะพาฉันไปไหน?”


          “ป่า”


          “ตอนเกือบจะสองทุ่มเนี่ยนะ?”


          “แค่สองทุ่มเอง ไม่ดึกหรอกน่า”


          “จุดประสงค์คืออะไร?”


          “...”


          “พูดสิ”


          “กอด...ฉันอยากกอดนาย”


          “...”


          “...”


          “แปลว่านายอยากกอดฉันในป่าอย่างงั้นเรอะ” บรรยากาศโรแมนติกและเป็นใจมากเลยนะนั่น!


          “ก็ป่าเป็นที่ที่ลับตาคนมากที่สุด ฉันไม่อยากพานายเข้าโรงเเรม และอีกอย่างฉันก็ไม่อยากจะรบกวนพ่อกับแม่ของนายด้วย”


          “ไปที่บ้านของฉันมั้ยล่ะ?”


          เอี๊ยด! นี่แค่ได้ยินก็เหยียบเบรกรถขึ้นมากระทันหัน ดีนะที่ไม่มีรถขับมาตามหลังมาไม่อย่างงั้นได้ชนท้ายมีเรื่องบานปลายกันทั้งคืนนี้แน่


          “คืนนี้พ่อกับแม่ฉันไม่อยู่ พวกเขาไปงานเลี้ยงที่บริษัทน่ะ”


          “จริงเหรอ~?” ตาประกายวาววับขึ้นมาเชียวนะพ่อคุณ


          “ก็เออสิ”


          “ถ้าอย่างงั้นขอแวะร้านขายของก่อนกลับบ้านนายล่ะกันนะ~”


          “อยากทำอะไรก็ทำเถ้อะ!”


          บิลลี่หัวเราะลั่นอย่างอารมณ์ดี ส่วนสตีฟก็ดันใจอ่อนยอมให้ได้ซะนี่ แต่อย่างน้อยที่บ้านของเขามันก็เสี่ยงที่จะเจอกับพวกตัวประหลาดน้อยกว่าในป่าน่ะนะ


          ว่าแล้วก็ก้มไปมองท้องแขนของบิลลี่ที่บัดนี้ว่างเปล่า ไร้ร่องรอยขีดข่วนใดๆ นั่นซ้ำอีกครั้ง


          ถ้าหากว่าบิลลี่จะต้องกลายเป็นปีศาจจริงๆ


          เขาจะเลี้ยงปีศาจเอาไว้ได้ไหมนะ?




----------------------------------------------

-คนจะกลายร่างเป็นปีศาจได้ยังไงอย่างงั้นน่ะเหรอบิลลี่!? เธอนี่มันไม่รู้อะไรซะแล้ว!!! แต่งไปก็ใจบาง นึกถึง Trailer SS3 ตลอด ถ้าเกิดว่านางต้องกลายเป็นตัวอะไรก็ตามจริงๆ ก็ขอให้ไม่ตายได้มั้ยคะ ถ้าไม่ทรมาณหัวใจ ฮื่อออ TT 

-ความจริงหลังจากที่ไรท์ดูตัวอย่างแล้วก็คิดว่ามีตัวละครที่มีความเป็นไปได้ว่าน่าจะเป็นมอนสเตอร์ตอนท้ายตัวอย่างอยู่ 3 ตัวละคร เลยยังพอมีความหวังว่าอาจไม่ใช่คู่นี้ค่ะ ( ถึงแม้ว่าจะมีเปอร์เซ็นต์ไม่มากก็เถอะ อาเมน )

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและคอมเม้นท์ค่ะ เป็นยาชูกำลังที่ดีมากเลย ฮึบบบ! เจอกันตอนหน้าจ้า


TBC

อ้อ และถ้าจะถามว่าหน้าตาผีในหนัง Evil Dead หน้าตาเป็นยังไงก็...












คืนนี้หลับฝันดีนะคะ คุณผีกุ๊กกุ๊กกรู๋ > <

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #72 aomttyn (@Dodobyun) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 03:09
    อูยตกใจหมดเลยค่ะ555555
    #72
    0