จ้างรักวิวาห์หวาน (กำลังรีไรท์นะคะ)

ตอนที่ 20 : ตอนที่ 7 ล่อลวงเด็ก [1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,711
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    26 ม.ค. 64

 

ตอนที่ 7 ล่อลวงเด็ก

 

 

            นาราลักษณ์คิดเรื่องที่ได้รับรู้มาจากน้องชายตลอดทั้งคืน เงินสองแสนไม่ใช่น้อยๆ แน่นอนว่าเวลาสามวันมันไม่เพียงพอให้เธอหาเงินจำนวนนั้นมาคืนเจ้าหนี้ได้ แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หญิงสาวจะอยู่เผชิญหน้าและปกป้องแม่และน้องของเธออย่างสุดความสามารถ

            ร่างบอบบางลงจากรถบัสในตอนเช้า ก่อนจะนั่งรถสองแถวต่อเข้าหมู่บ้าน และเดินจากกลางหมู่บ้านไปยังบ้านหลังเล็กที่อาศัยมาตั้งแต่เกิด

            “พี่นาว”

            เสียงใสของน้องชายตะโกนขึ้นอย่างดีใจ ก่อนที่เด็กหนุ่มวัยสิบห้าปีจะวิ่งเข้ามากอดพี่สาวด้วยความคิดถึง

            “นนท์คิดถึงพี่นาวครับ”

            “พี่ก็คิดถึงเรา...แล้วแม่ล่ะ”

            “แม่อยู่ในบ้านครับ” ว่าแล้วคนเป็นน้องก็รีบรับกระเป๋าเป้ของพี่สาวมาถือแล้วจูงมือพาร่างบางเข้าไปในบ้าน

            นาราลักษณ์หยุดชะงักอยู่หน้าประตูเมื่อเห็นมารดานั่งเย็บผ้าด้วยสีหน้าอิดโรย โดยที่มีผ้าก๊อซปิดแผลสีขาวแปะอยู่เหนือคิ้วด้านซ้าย 

            ด้านคนเป็นแม่เมื่อรู้สึกเหมือนมีคนเดินเข้ามาในบ้านจึงหยุดกิจกรรมในมือลงชั่วครู่แล้วเงยหน้าขึ้นดู ก่อนจะตกใจจนแทบช็อกเมื่อเห็นลูกสาวปรากฏตัวโดยไม่บอกกล่าวให้รู้ล่วงหน้า 

            “นะ...นาว กลับมาทำไมลูก วันนี้วันธรรมดาไม่ใช่หรือ” 

            เอ่ยถามพร้อมกับลุกเดินไปหา หากบุตรสาวกลับโผเข้ากอดมารดาแทนทุกคำตอบ 

            “นาวกลับมาอยู่กับแม่และน้องค่ะ”

            หญิงสาวบอกเสียงสั่นเครือ พยายามจะควบคุมแล้วแต่มันก็ยากเหลือเกิน ยิ่งเห็นสภาพของมารดายิ่งทำให้นาราลักษณ์เป็นทุกข์ใจ ร่างบางกอดผู้ให้กำเนิดแน่นราวกับจะขอกำลังใจจากท่านในวันที่เธอเหนื่อยล้า

            นารีรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของลูกสาว ดวงตาของคนเป็นแม่จึงเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตา นนท์เห็นแม่และพี่สาวกอดกันแน่นจึงเดินเข้ามาโอบกอดทั้งสองคนด้วย 

            สามคนแม่ลูกสะอื้นฮักโดยไม่มีใครพูดอะไรอยู่พักใหญ่ ก่อนที่นาราลักษณ์จะพยายามตั้งสติและพามารดากับน้องชายไปนั่งคุยกันที่โซฟาและสอบถามความเป็นมาว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง

            นารีหันไปมองลูกคนเล็กอย่างตำหนิเมื่อถูกลูกสาวคนโตเอ่ยถามถึงเรื่องหนี้สินที่เธอปกปิดมาโดยตลอด เพราะนาราลักษณ์อยู่กรุงเพพฯ ไม่มีทางรู้เรื่องที่เกิดขึ้นภายในบ้านหากนนท์ไม่เป็นคนโทร.ไปบอก

            “อย่าว่าน้องเลยค่ะ ถ้าน้องไม่บอกนาวคงไม่รู้ว่าแม่กับน้องลำบากกันขนาดไหน” นาราลักษณ์เอ่ยขอเมื่อเห็นสายตาของมารดาที่มองไปยังน้องชาย

            แววตาของนารีเศร้าลงเล็กน้อย ก่อนที่เจ้าตัวจะถอนหายใจอย่างยอมรับ เพราะเรื่องมาถึงขนาดนี้แล้วคงไม่มีประโยชน์อะไรที่ต้องปิดบังกันอีก

            “แม่ขอโทษที่ปิดบังนาวมาตลอดนะ แต่แม่ไม่อยากเอาเรื่องเครียดไปใส่หัวนาวอีก เพราะลำพังที่นาวต้องทำงานหาเงินคนเดียวมาตลอดมันก็หนักหนาแล้ว...”

            “แม่...นาวบอกแล้วไงคะว่านาวโอเค นาวไม่ได้ลำบากอะไร” หญิงสาวพยายามปฏิเสธเพราะไม่อยากให้มารดาเป็นห่วง หากนารีรู้ดีว่าลูกสาวของเธอต้องลำบากสายตัวแทบขาด

            “อย่าโกหกเลยลูก แม่รู้ว่านาวก็เหนื่อย” 

            สายตาของผู้เป็นแม่มองลูกสาวอย่างอ่อนโยน แม้ตัวเองจะสุขภาพไม่ค่อยดี แต่ก็ยังเป็นที่พึ่งทางใจให้ลูกได้เสมอ มือที่เริ่มเหี่ยวย่นเลื่อนขึ้นไปลูบศีรษะเล็กแผ่วเบาราวกับจะปลอบโยน

            “หนูอ่อนแอได้นะลูก...แสดงให้แม่กับน้องเห็นได้ การที่หนูร้องไห้และระบายความรู้สึกออกมาไม่ได้แปลว่าใจของหนูไม่สู้...แม่รู้ว่านาวของแม่เก่งที่สุด”

            “ฮึก...แม่”

            เหมือนลูกโป่งที่อัดแก๊สไว้เกินกำลัง เพียงแค่ถูกมารดาสะกิดนิดเดียวก็ทำให้นาราลักษณ์ระเบิดความรู้สึกออกมาทันที ร่างบางสะอื้นจนตัวโยน ก่อนจะโผเข้ากอดผู้เป็นแม่อย่างเหนื่อยล้า นารีกอดปลอบลูกสาวอยู่พักใหญ่ เมื่อเห็นว่าอาการของนาราลักษณ์เริ่มดีขึ้นจึงเล่าสาเหตุที่ทำให้ต้องเป็นหนี้ให้ลูกได้รับรู้

            “ความจริงหนี้ก้อนนี้มันก็เป็นมานานแล้วละ...ตั้งแต่สมัยที่พ่อของเรายังอยู่ พ่อกับแม่ไปกู้เงินเสี่ยเส็งมาและเอาบ้านไปค้ำประกัน ตอนนั้นกู้มาแปดหมื่น แต่มันก็หลายปีแล้วดอกเบี้ยมันเลยทวีขึ้นจนเป็นสองแสน เพราะหลังจากที่พ่อตายและแม่ไม่ได้ทำงานประจำเหมือนแต่ก่อน เงินที่จะไปตัดดอกแต่ละเดือนมันก็ไม่พอ แต่แม่ก็ขอผัดผ่อนมาตลอด และเสี่ยเส็งก็ยอมโดยการทบดอกเบี้ยเป็นเงินต้นแทน”

            “นาวถามได้ไหมคะว่าพ่อกับแม่ไปกู้เงินมาทำไม”

            “กู้มาทำทุนค้าขายนั่นละลูก ตอนแรกมันก็ทำท่าจะไปได้ดี แต่พอพ่อเราเสียทุกอย่างมันก็แย่ลง...อย่างที่นาวรู้นั่นละ”

            “แล้วทำไมอยู่ๆ เสี่ยเส็งถึงมาทวงหนักขนาดนี้คะ หรือว่าเป็นเพราะแม่ไม่ได้ตัดดอกเขานานเกินไป”

            “ไม่ใช่ลูก ช่วงหลังๆ แม่จ่ายทุกเดือน แต่เหมือนเสี่ยเส็งแกกำลังจะทำธุรกิจใหญ่ แกเลยเรียกเก็บเงินคืนจากลูกหนี้ทุกราย”

            ไม่ใช่นารีคนเดียวหรอกที่โดนทวงหนี้ทั้งต้นทั้งดอก แต่ลูกหนี้ทุกคนต่างโดนกันหมด

            “คนอื่นเขาหาเงินมาจ่ายครบหมดแล้ว น่าจะเหลือแค่แม่ที่ยังไม่มีเงินมาคืนเขา”

            พูดแล้วนารีก็ถอนหายใจอย่างหนักอึ้ง เพราะนึกไม่ออกว่าจะหาเงินก้อนใหญ่มาคืนเจ้าหนี้ได้อย่างไร ลำพังบ้านหลังนี้ต่อให้ถูกยึดไปขายก็ไม่พอใช้หนี้อยู่ดี

            “ถ้าเขาจะยึดบ้านก็ปล่อยให้เขายึดไปเถอะค่ะแม่”

            “ถ้าให้เขายึดแล้วเราจะไปอยู่ไหนล่ะพี่นาว” ด้วยความเป็นเด็กนนท์จึงกังวลเรื่องนี้เป็นอย่างมาก

            “อาจจะต้องหาบ้านเช่าสักหลัง เดี๋ยวพี่จัดการเองไม่ต้องเป็นห่วง” บอกทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าจะมีเงินเพียงพอสำหรับจ่ายค่าเช่าบ้านหลังใหม่ให้แม่กับน้องหรือเปล่า ก่อนจะหันไปกล่าวกับมารดา “ส่วนหนี้ที่เหลือเดี๋ยวนาวค่อยๆ ผ่อนคืนเขาเองนะคะ” 

            “ถ้ามันจบแค่นั้นก็ดีสิลูก...” นารีเอ่ยอย่างหนักใจ

            “ทำไมหรือคะแม่?”

            “ลูกน้องเสี่ยเส็งขู่ว่าถ้าเขาได้เงินไม่ครบจะส่งคนไปตามทวงนาวที่กรุงเทพฯ และถ้านาวไม่มีเงินให้มันจะจับนาวไปขาย...” ปลายเสียงของผู้เป็นแม่สั่นเครืออย่างสะเทือนใจ

            “ไม่มีใครทำแบบนั้นได้หรอกค่ะแม่ อย่ากลัวไปเลย”

            “แต่เสี่ยเส็งเขาน่ากลัวนะลูก”

            “ตำรวจก็น่ากลัวไม่แพ้เขาหรอกค่ะแม่”

            หญิงสาวยิ้มบางๆ ให้มารดาอย่างคนไม่คิดมาก ทั้งที่ในใจก็กลัวอยู่ไม่น้อย เพราะนาราลักษณ์รู้ดีว่าอำนาจเงินน่ากลัวกว่าทุกสิ่ง

 

 

************************

 

 

            รถสปอร์ตคันหรูแล่นมาจอดหน้าบ้านหลังหนึ่งในเช้าวันต่อมา สายตาคมมองเข้าไปในบ้านปูนชั้นเดียวที่สภาพค่อนข้างเก่าและถูกปิดเงียบราวกับไม่มีคนอยู่อย่างไม่แน่ใจ

            หลังจากส่งมารดาเข้านอนเมื่อคืน พันเดชก็ได้รับรายงานจากนักสืบของน่านนทีว่าพบร่องรอยของนาราลักษณ์แล้ว และเมื่อทราบว่าหญิงสาวนั่งรถกลับบ้านเกิดอย่างปัจจุบันทันด่วนเขาก็เร่งให้นักสืบหาสาเหตุทันที ขณะที่ตัวเองตัดสินใจบึ่งรถจากกรุงเทพฯ มาหาหญิงสาวโดยไม่เสียเวลาคิด

            เขามั่นใจว่าต้องเกิดเรื่องอะไรสักอย่างขึ้นอย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นนาราลักษณ์คงไม่รีบร้อนมาขนาดนี้ และพันเดชก็ได้รู้สาเหตุในตอนตีสาม แต่ก่อนจะขับรถมาที่บ้านของคนตัวเล็ก เขาได้แวะไปที่แห่งหนึ่ง

            ที่นั่นคือบ้านของเจ้าหนี้ที่ตามทวงเงินกับมารดาของนาราลักษณ์จนทำให้หญิงสาวต้องรีบมาที่นี่นั่นเอง

            “คุณเป็นใคร” เสี่ยเส็งเอ่ยถามเมื่อลูกน้องวิ่งมาบอกว่ามีคนต้องการพบตน ยิ่งเห็นว่าไม่ใช่คนท้องถิ่นก็ยิ่งแปลกใจ

            “ไม่ใช่ธุระของคุณ รู้แค่ว่าผมเป็นคนที่จะเอาเงินมาให้คุณก็พอแล้ว”

            “เงินอะไร?”

            “หนี้สินของคุณนารีทั้งหมดเท่าไร ผมจะจ่าย”

            พันเดชพูดอย่างไม่อ้อมค้อม และเมื่อฝ่ายนั้นรู้ว่ากำลังจะได้เงินคืนก็เผยยิ้มทันที ก่อนจะกุลีกุจอต้อนรับชายหนุ่มด้วยท่าทีที่แปลกไปอย่างเดิมชนิดหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว

            เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยเจ้าของผับหนุ่มก็รีบขับรถมาหาคนตัวเล็กที่บ้านทันที แต่ไม่รู้ว่าม้าจอมพยศของเขาไปหลบอยู่หลืบไหนของบ้าน พันเดชอยากเห็นหน้าแม่จอมดื้อเร็วๆ เขาจะลงโทษให้หายโมโหเลย โทษฐานที่ทำให้ชายหนุ่มเป็นห่วงจนแทบคลั่งและไปเสียอาการต่อหน้าเพื่อนอย่างหลุดลุ่ย

            ร่างหนานั่งสังเกตการณ์อยู่ในรถสักพัก เมื่อไม่เห็นวี่แววว่าจะมีใครเดินออกมาจึงตัดสินใจเปิดประตูก้าวลงจากรถ ทว่าในจังหวะที่ชายหนุ่มกำลังจะเดินเข้าไป พลันประตูบ้านที่ปิดเงียบก็ถูกเปิดออกพร้อมการปรากฏตัวของคนตัวเล็ก

            “คุณ!”

            นาราลักษณ์ตกใจแทบช็อกเพราะไม่คิดว่าพันเดชจะมายืนอยู่หน้าบ้านเธอได้ หญิงสาวแอบหยิกตัวเองเพื่อให้แน่ใจว่าเธอไม่ได้ฝัน และเมื่อรู้สึกเจ็บจึงเชื่อว่านี่มันคือความจริง

            “ไง? หนีกลับบ้านไม่คิดจะบอกกันเลยนะ หรือว่าเธอจะเบี้ยวหนี้”

            “ปะ...เปล่า”

            “แล้วหนีมาทำไม”

            พันเดชเอ่ยถามเสียงเข้มและดังจนร่างบางนึกกลัวว่าเสียงของเขาจะลอยไปถึงมารดาและน้องชายที่อยู่ในบ้าน เพราะเธอยังไม่พร้อมจะตอบคำถามมารดาเกี่ยวกับคนตัวโตจึงรีบเดินเร็วๆ เข้าไปหาเขาเพื่อลดระดับเสียงในการสนทนา

            “คุณมาทำอะไรที่นี่คะ”

            “มาดูให้แน่ใจว่าเธอไม่ได้คิดจะเบี้ยวหนี้”

            “แล้วคุณรู้จักบ้านฉันได้ยังไง”

            “เคยบอกแล้วไงว่าไม่มีอะไรเกี่ยวกับเธอที่ฉันไม่รู้” พันเดชยกมุมปากขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะมองเข้าไปในบ้าน “แล้วนี่ไม่คิดจะเชิญแขกเข้าไปในบ้านเลยหรือไง ฉันอุตส่าห์ขับรถมาจากกรุงเทพฯ เลยนะ เหนื่อยฉิบหาย”

            “แล้วใครใช้ให้คุณมาเล่า” หญิงสาวหน้ามุ่ยก่อนจะถูกคนอายุมากกว่าใช้หลังมือเคาะศีรษะอย่างหมั่นไส้

            “แล้วใครใช้ให้เธอปิดเครื่องล่ะฮะ? แล้วจะมาบ้านก็ไม่คิดจะบอกใครเลยสักคำ คนอื่นก็เป็นห่วงไปสิ”

            “ใครคะ?” ดวงตาคู่สวยถามอย่างซื่อๆ ทำเอาคนถูกถามออกอาการเลิ่กลั่ก

            “ก็...ทุกคน เพื่อนเธอ ผู้จัดการ และอีกมากมาย”

            “เมื่อคืนฉันรีบจนเผลอทำโทรศัพท์หล่นพื้น เครื่องมันเลยดับและเปิดไม่ติดจนถึงตอนนี้ คงไม่มีมือถือใช้ไปอีกสักพักค่ะ”

            “ซุ่มซ่าม” เสียงเข้มว่าดุๆ เมื่อรู้สาเหตุที่ทำให้เขาติดต่อไม่ได้ 

            “นอกจากกลัวฉันเบี้ยวหนี้ คุณมีอะไรอีกหรือเปล่าคะ ถ้าไม่มีแล้วฉันจะได้ไปซื้อของมาทำกับข้าว”

            “ก็ไปสิ เดี๋ยวฉันไปด้วย” เขาพูดหน้าตาย

            “คุณจะมาตามฉันไปทุกที่แบบนี้ไม่ได้นะคะคุณพันเดช ฉันไม่สนุก และฉันก็ไม่สะดวกให้คุณมาทำตัวเอาแต่ใจเหมือนตอนอยู่กรุงเทพฯ ด้วย” นาราลักษณ์มองคนตัวสูงด้วยสีหน้าจริงจัง

            “แล้วใจคอเธอจะไล่ฉันกลับบ้านทันทีเลยหรือไง นี่ฉันอดหลับอดนอนขับรถมาทั้งคืนนะ ไม่กลัวฉันเกิดอุบัติเหตุบ้างเหรอ?”

            แววตาของคนถามมีแววตัดพ้อนิดๆ ทำเอานาราลักษณ์ถึงกับงง แต่มันก็จริงอย่างที่เขาว่า เพราะกลัวมารดาจะรู้เรื่องของเธอกับเขามากจนเกินไป หญิงสาวจึงลืมเรื่องความปลอดภัยของชายหนุ่ม แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่อาจยอมให้เขาตามติดเหมือนอย่างตอนอยู่กรุงเทพฯ ได้อยู่ดีนั่นละ

            “งั้นคุณก็ไปเช่าโรงแรมนอนพักเอาแรงสิคะ”

            “ไม่! ฉันจะอยู่กับเธอ เพราะฉันไม่รู้จักใคร และไม่ชอบนอนโรงแรมตามต่างจังหวัดคนเดียวด้วย”

            คนเอาแต่ใจยืนกระต่ายขาเดียวราวกับเป็นเด็กๆ ทำเอานาราลักษณ์ถึงกับอ่อนใจ แต่ครั้นจะยืนทะเลาะกับพันเดชอยู่ตรงนี้ต่อไป ไม่ช้าก็เร็วมารดาของเธอคงออกมาเห็นเป็นแน่

            “แล้วคุณจะให้ฉันทำยังไง ฉันไม่ได้บังคับให้คุณมานะ”

            “ก็แค่ให้ฉันเข้าไปนั่งพักในบ้านเธอมันจะเป็นอะไรนักหนา”

            “ไม่ได้ค่ะ”

            “ทำไม?” เขาขมวดคิ้วและจ้องเธออย่างขอคำตอบ

            “ฉันไม่สะดวกจริงๆ ถือว่าขอร้องนะคะ แค่นี้ที่บ้านฉันก็มีเรื่องมากพอแล้ว ฉันไม่อยากหาเรื่องให้แม่มาเครียดเพิ่ม”

            หากคนเป็นแม่รู้ว่าพันเดชเป็นเจ้าหนี้อีกรายของนาราลักษณ์ คนที่ร่างกายไม่แข็งแรงคงเครียดจนอาการทรุดเป็นแน่

            “ฉันไม่ได้จะมาปล้นบ้านเธอนะ แค่ให้ฉันเข้าบ้านทำไมแม่เธอต้องเครียดด้วยนาว”

            “ก็เพราะฉันติดหนี้คุณอยู่ไงคะ ถ้าแม่รู้ต้องเครียดกว่าเดิมแน่ เพราะลำพังตอนนี้พวกเราก็เครียดกับเรื่องนี้มากพอแล้ว เห็นใจกันบ้างเถอะ”

            ดวงตาคู่สวยแดงก่ำ หากหญิงสาวก็ไม่ถึงกับร้องไห้ออกมา แต่นั่นก็ทำให้คนมองขบกรามอย่างเครียดๆ ทันที เพราะรับรู้ได้ถึงความเครียดและความเหนื่อยล้าที่สะสมอยู่ในตัวของนาราลักษณ์

            พันเดชกำลังชั่งใจกับอะไรบางอย่างที่เขาคิดมาตลอดทั้งคืนแต่ก็ยังคิดไม่ตก ก่อนจะตัดสินใจได้ในที่สุด

            “ถ้าเธอรับปากว่าจะช่วยอะไรบางอย่าง ฉันจะไม่บอกเรื่องหนี้กับแม่ของเธอ”

            “อะไร?”

 

 

*************************

ขอฝากหน่อยนะคะ

กดติดตามคลิกลิ้งที่ชื่อเรื่องเลยจ้า

เรื่อง * ศัตรูแพ้ทางรัก *

 

-//////////////////////////////////-

ปัณฑารีย์ทักทาย...

หายไปนานเป็นเดือน วันนี้ได้ฤกษ์มาเปิดตัวพี่ริษฐ์ พี่ชายมาดนิ่งของน้องนีลเรื่อง ปรปักษ์รักล้นใจ

ใครที่อ่านในเรื่องนั้นแล้วยังไม่จุใจ ปมบางอย่างยังไม่ถูกเปิดเปยมาตามอ่านในเรื่องนี้ได้นะคะเราจะได้รู้จักตัวคนร้ายที่คอยยุแยงสร้างเรื่องให้สองตระกูลผิดใจกันในเรื่องนี้และบอกเลยว่านางเอกในเรื่องนี้แสบๆ คันๆ นะคะ

นางจะมาปั่นป่วนหัวใจพี่ริษฐ์มาดูกันว่าคนจิตแข็งแบบคุณพี่จะพ่ายแพ้ให้น้องหรือเปล่าว่าด้วยเรื่องการอัพ จะเริ่มอัพเนื้อหาเร็วๆ นี้น่าจะไม่เกินสิ้นเดือน 

- โปรดกดติดตามเอาไว้นะจ๊ะ -

ปล. ลงเนื้อหาให้อ่าน 50% นะคะเนื่องจากเรื่องนี้ตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์ไลต์ ออฟ เลิฟ เลยไม่สามารถลงจนจบได้

(ทำอีบุ๊คก็ลงจบไม่ได้ เพราะเคยลงแล้ว ไม่มีคนตามไปซื้อเลย 5555555555 กินแกลบไปตามระเบียบ)

-//////////////////////////////////-

 

วริษฐ์ จีระสกุล

รองประธาน จีอาร์กรุ๊ปหนุ่มมาดนิ่งจอมดุ พูดน้อยแต่ทำจริง

ไป่ ถิงถิง

สถาปนิกสาวจอมแสบ ทะเล้น สดใส มีชีวิตชีวาและขี้แกล้ง

ด้วยบุคลิกที่แตกต่างกันของเธอกับเขา ทำให้ถิงถิงชอบแกล้งคนมาดดุอยู่บ่อยๆแต่มันไม่ง่ายที่จะได้ครอบครองหัวใจที่แสนเย็นชา ในขณะที่เธอมีเป้าหมายเพื่อทำลายเขา

 

***

******

*********

******

***

สามารถติดตามได้ที่นี่

คลิกไปที่ชื่อเรื่องเลยจ้า

v

v

v

* ศัตรูแพ้ทางรัก *

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

467 ความคิดเห็น

  1. #436 MMMstar (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 มกราคม 2564 / 10:32
    มีอีบุ๊คมั้ยคะไรต์
    #436
    0
  2. #435 Jreye (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 มกราคม 2564 / 06:32

    55555รอๆๆๆนะไรท์
    #435
    0
  3. #28 Gift11y (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 กันยายน 2563 / 08:25
    รู้แล้วนะเสี่ย
    #28
    0
  4. #27 ฮันนาห์ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 กันยายน 2563 / 08:14
    เสี่ยค่ะเสี่ยเสียอาการเพราะเด็กมันนะคะ
    #27
    0