จ้างรักวิวาห์หวาน (กำลังรีไรท์นะคะ)

ตอนที่ 19 : ตอนที่ 6 คำขาดจากคุณหญิงแสงสุรี [3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,794
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    25 ม.ค. 64

 

 

ตอนที่ 6 คำขาดจากคุณหญิงแสงสุรี

 

 

                ร่างสูงใหญ่ของเจ้าของผับสาวเท้าลงไปชั้นสองและเดินตามหาใครบางคนที่เพื่อนรักยืนยันหนักแน่นว่าเพิ่งเห็นหลังไวๆ ทว่าเดินจนทั่วทั้งชั้นก็ไม่พบคนที่คุ้นตาและเป็นต้นเหตุทำให้เขาหงุดหงิดงุ่นง่านจึงต้องเดินเข้าไปหาผู้จัดการถึงในห้อง

            “คุณเดชมีอะไรให้ผมรับใช้หรือครับ” ชัชนันท์รีบลุกจากเก้าอี้เมื่อเห็นคนเป็นนายเปิดประตูเข้ามา

            “ผมสั่งให้คุณส่งนาวขึ้นไปทำงานที่เลานจ์ข้างบนทำไมเธอถึงยังไม่ขึ้นไป”

            “เอ่อ...วันนี้นาวยังไม่มาทำงานเลยครับคุณเดช”

            คิ้วหนาผูกเป็นโบทันที

            “จะเป็นไปได้ยังไง ก็เพื่อนผมบอกว่าเห็นเธอเดินเสิร์ฟอยู่ชั้นสองเมื่อกี้”

            “ผมว่าเพื่อนคุณเดชตาฝาดแน่ๆ ครับ เพราะวันนี้นาวยังไม่ได้มาทำงานจริงๆ แล้วก็ไม่มีใครติดต่อน้องได้ด้วย ตอนนี้เพื่อนๆ กำลังตามหาตัวให้วุ่นเลยครับ”

            “ว่าไงนะ!” 

            เสียงเข้มอุทานอย่างตกใจ ก่อนที่ผู้จัดการหนุ่มใหญ่จะอธิบายเพิ่มเติม

            “ตอนแรกผมก็แปลกใจที่ไม่เห็นน้องมาทำงาน เพราะปกตินาวไม่เคยขาดงานโดยไม่บอกกล่าวให้รู้ แต่พอหลานชายผมโทร.มาถามหาน้อง ผมถึงรู้ว่านาวหายตัวไปตั้งแต่หลังเลิกเรียนเมื่อตอนกลางวันแล้วครับ”

            เมื่อฟังจบสีหน้าของพันเดชยิ่งทวีความกังวล เมื่อเย็นเขาไปส่งเธอถึงหน้าบ้าน แม้จะไม่ได้อยู่รอจนเธอเดินเข้าบ้านเพราะตอนนั้นทั้งหงุดหงิดและน้อยใจที่อีกฝ่ายเอาแต่ปฏิเสธความหวังดีของเขา แต่ชายหนุ่มก็มั่นใจว่าหญิงสาวน่าจะปลอดภัยดี เพราะเวลานั้นยังไม่ค่ำ

            เว้นเสียแต่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรกับเธอในระหว่างเดินทางมาที่ผับ เมื่อคิดได้ดังนั้นพลันหัวใจของเขาก็กระตุกวูบด้วยความเป็นห่วง

            “หายไปไหนของเธอนะนาว”

            หัวใจของพันเดชเต้นแรงด้วยความกังวล และไม่รอช้าที่จะออกตามหาคนตัวเล็กให้เจอโดยเร็วที่สุด ร่างสูงใหญ่ของหนุ่มมาดเซอร์เดินเร็วๆ ขึ้นไปยังชั้นบนสุดของผับ ก่อนจะผลุนผลันเข้าไปหาเพื่อนรักเพื่อขอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

            “ไอ้น่าน! กูต้องการนักสืบฝีมือดีที่สุดในบริษัท ช่วยแกะรอยนาวให้กูที กูต้องการรู้ให้เร็วที่สุดว่าตอนนี้เธอไปอยู่ที่ไหน”

            “เดี๋ยวๆ นี่มันเรื่องอะไรวะเสี่ย กูงงไปหมดแล้ว” สีหน้าของน่านนทีดูงงอย่างที่บอกจริงๆ หากพันเดชไม่มีเวลาอธิบายมากจึงรีบสรุปสั้นๆ

            “นาวหายตัวไป เมื่อตอนเย็นกูไปส่งน้องที่บ้าน แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีใครติดต่อเธอได้อีก มึงอย่าเพิ่งถามมาก รีบให้คนช่วยกันออกตามหานาวก่อน กูเป็นห่วงจนจะเป็นบ้าแล้ว”

            “เออๆ เดี๋ยวจัดการให้”

            น่านนทีรับปาก แต่นักสืบหนุ่มขอนอกเรื่องสักนิด เขารู้ดีว่าเวลานี้กำลังคับขันและไม่ควรมานั่งจับผิดเพื่อน แต่พออีกฝ่ายตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ ก็ดูเหมือนว่าความปากแข็งจะมลายหายไปสิ้นโดยไม่รู้ตัว และเขาก็ไม่ใช่คนเดียวที่สังเกตเห็น

            “โทษนะเสี่ย มึงต้องเอ็นดูขนาดไหนถึงเรียกเธอด้วยสรรพนามว่าน้องด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนขนาดนี้ แล้วถึงขั้นออกปากว่าเป็นห่วงจนจะเป็นบ้าเนี่ย กูว่ามึงต้องเลิกปากแข็งได้แล้วนะ”

            “มันใช่เวลามานั่งจับผิดกูไหมไอ้หมอ” ร่างสูงหันไปดุอธิป ก่อนจะหันกลับมาเร่งน่านนทีอย่างไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น “มึงสั่งคนออกไปตามหาด้วยน่าน เดี๋ยวกูจะรีบไปดูนาวที่บ้าน เผื่อจะกลับมาแล้ว”

            “เออๆ ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวจัดการให้”

            เมื่อน่านนทีรับปาก ร่างสูงใหญ่ก็รีบสาวเท้าออกไปทันที ทว่าขณะที่กำลังจะสตาร์ทรถและขับออกไป พลันเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ทำเอาหัวใจของคนเป็นห่วงพองโตคับอก ด้วยหวังว่าจะเป็นสายของคนที่เขากำลังตามหา ทว่าพอเห็นว่าเป็นเบอร์จากที่บ้านก็ถอนหายใจทันที

            “ครับ”

            “คะ...คุณเดชคะ ช่วยด้วยค่ะ คะ...คุณผู้หญิงเป็นลมในห้องน้ำ”

            “อะไรนะ! แม่เป็นลมหรือ”

            ชายหนุ่มอุทานอย่างตกใจ ก่อนที่สาวใช้จะตอบตะกุกตะกักกลับมา 

            “ชะ...ใช่ค่ะ คุณผู้หญิงเป็นลมในห้องน้ำค่ะ ตอนนี้เรียกหาแต่คุณเดช เอ่อ...คุณเดชรีบกลับมาที่บ้านได้ไหมคะ”

            นี่มันวันอะไรของเขา ทั้งนาราลักษณ์ทั้งมารดาถึงมาเกิดเรื่องร้ายขึ้นพร้อมกัน มือหนาเลื่อนขึ้นมาคลึงขมับอย่างเครียดๆ เพราะทั้งสองทางมีความสำคัญไม่แตกต่างกัน แต่สุดท้ายชายหนุ่มก็จำต้องตัดใจเรื่องของร่างบางและรีบบึ่งรถไปหามารดา เพราะถึงอย่างไรท่านก็เป็นแม่บังเกิดเกล้า ที่ไม่ว่าจะทะเลาะกันบ่อยแค่ไหนแต่เขาก็ไม่อาจเมินเฉยต่อผู้ให้กำเนิดได้

 

 

************************

 

 

            คฤหาสน์เมธากิตวานิช

            “แม่เป็นยังไงบ้างครับ รู้สึกดีขึ้นบ้างหรือยัง”

            “ค่อยยังชั่วแล้วละตาเดช”

            คุณหญิงแสงสุรีตอบด้วยเสียงอ่อนแรงพลางสูดยาดมเข้าปอด หากแต่ในใจกลับกระหยิ่มยิ้มย่องเมื่อเห็นลูกชายที่หายหน้าหายตาไม่ยอมกลับบ้านตั้งแต่นางไปก่อเรื่องที่บริษัท แสดงท่าทีเป็นห่วงตนอย่างเห็นได้ชัด

            ประมุขของบ้านไม่อยากรับบทคนป่วยสักนิด แต่เพราะเรื่องที่ได้รับรู้มาจากว่าที่ลูกสะใภ้อย่างซอนญ่าเมื่อตอนกลางวัน ทำให้เธอต้องคิดแผนนี้ขึ้นมาอย่างปัจจุบันทันด่วน

            คิดย้อนไปถึงตอนที่คุณหญิงแสงสุรีรับสายของลูกสาวเพื่อนแล้วก็ให้หนักใจ

            “หนูไม่อยากนำเรื่องไม่สบายใจมาบอกคุณป้าเลยค่ะ แต่คิดไปคิดมากก็อดเป็นห่วงพี่เดชไม่ได้ เด็กคนนั้นยังเรียนไม่จบเลย แต่กลับมาเดินจับมือพี่เดชไปทั่วห้าง ใครดูก็รู้ว่าเธอกำลังปลอกลอกพี่เดชอยู่ ถ้าเราไม่รีบจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด หนูเกรงว่าพี่เดชคงจะได้หมดตัวเพราะผู้หญิงคนนี้เข้าสักวัน”

            “โถลูก...ช่างน่ารักซะจริง เป็นห่วงเป็นใยพี่เขาขนาดนี้ ขอบใจหนูซอนญ่ามากนะจ๊ะ ไว้ป้าจะคุยเรื่องนี้กับพี่เขานะ”

            “ไม่ได้นะคะคุณป้า” ซอนญ่าโพล่งเสียงหลงอย่างลืมตัว ก่อนจะรีบปรับน้ำเสียงให้อ่อนลงเพราะเธอต้องรับบทเป็นหญิงสาวผู้เรียบร้อยเพื่อเรียกคะแนนความนิยมจากอีกฝ่าย

            “ทำไมหรือจ๊ะ?”

            “ตอนนี้พี่เดชกำลังหลงเด็กคนนั้นค่ะ ยิ่งคุณป้าไปพูดอะไรเกี่ยวกับเธอ หนูเกรงว่าพี่เดชจะยิ่งต่อต้านและไม่ฟังเรานะคะ...ทางที่ดีคุณป้าควรจะหาวิธีดึงพี่เดชออกมาจากเด็กคนนั้นอย่างเงียบๆ และไม่ให้พี่เดชรู้ตัว”

            “แล้วป้าควรทำยังไงหรือจ๊ะหนูซอนญ่า ตาเดชฉลาดจะตาย แค่ป้าอ้าปากเขาก็รู้ทันป้าหมดทุกอย่างแล้ว” คุณหญิงแสงสุรีพูดตามประสบการณ์ที่ผ่านมา เพราะเธอไม่เคยจะเอาชนะพ่อลูกชายตัวดีได้เลยสักครั้ง

            “ก็...คุณป้าอาจจะต้องหาทางทำให้พี่เดชแต่งงานโดยเร็วที่สุดค่ะ”

            “เรื่องนี้...” คุณหญิงแสงสุรีถอนหายใจอย่างจนปัญญา เพราะทะเลาะเรื่องนี้กับลูกชายบ่อยเหลือเกิน “ป้าก็อยากให้ตาเดชแต่งงานเหมือนกันนะลูก แต่ทั้งขู่ทั้งขอร้องสารพัดเขาก็ไม่เคยยอมตามใจป้าสักที”

            “ถ้าขอดีๆ แล้วเขาไม่ยอม คุณป้าก็ลองหาเหตุผลมาทำให้เขายอมสิคะ” ซอนญ่าแนะนำ

            “ยังไงหรือ?”

            “พี่เดชรักคุณป้าจะตายไป ถึงเขาจะดื้อกับคุณป้าแต่หนูดูออกนะคะว่าเขารักคุณป้าที่สุด...ถ้าคุณป้าลองไปบอกว่าคุณป้าไม่สบาย และตัดพ้อเขาสักนิดหน่อย หนูเชื่อว่าพี่เดชต้องตามใจคุณป้าทุกอย่างแน่ค่ะ”

            “หรือจ๊ะ...งั้น...ไว้ป้าจะลองดูนะ”

            คุณหญิงแสงสุรีบรับปากด้วยความหนักใจ แต่เมื่อคิดว่าลูกชายเพียงคนเดียวกำลังถูกผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าปลอกลอกก็จำต้องเล่นไปตามแผนของซอนญ่าในที่สุด

            “มีใครโทร.เรียกหมอหรือยังครับ” คนเป็นลูกเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง

            “ไม่จำเป็นต้องตามหมอหรอกตาเดช...แม่รู้ดีว่าตัวเองเป็นอะไร” คุณหญิงแสงสุรีแกล้งทำเสียงเศร้าและหลบตาลูกชาย

            “หมายความว่ายังไงครับ แม่กำลังมีเรื่องอะไรปิดบังผมอยู่หรือเปล่า”

            “ปะ...เปล่าลูก แม่ไม่ได้ปิดบังอะไรเรา” 

            คนแสดงละครยังคงพยายามหลบสายตาเพื่อให้ลูกชายจับพิรุธได้ และพันเดชก็ดูร้อนใจขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นท่าทางเช่นนั้นของผู้เป็นแม่

            “แม่เป็นอะไร อย่าปิดผมเด็ดขาด ถ้าไม่ยอมบอกผมจะพาแม่ไปตรวจที่โรงพยาบาลเดี๋ยวนี้”

            “แม่ไม่อยากทำให้ลูกไม่สบายใจ ปล่อยแม่ไว้อย่างนี้ละ แม่แก่แล้ว อีกไม่นานก็คงถึงเวลาของแม่...”

            “อย่าพูดแบบนี้ผมไม่ชอบ” พันเดชทำเสียงดุ ก่อนจะมองหน้ามารดาอย่างจริงจัง “แม่เป็นอะไรบอกผมมาเถอะ ถึงยังไงเราก็มีกันแค่สองคน ถ้าแม่ไม่รีบบอก ถ้าเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นมามันจะแก้ไขไม่ทันนะครับ” 

            “แม่ก็เป็นโรคคนแก่ธรรมดานั่นละ ไม่มีอะไรหรอก ลูกอย่ามาสนใจเลย”

            “แม่” พันเดชทำเสียงเข้มและมองมารดาดุๆ คุณหญิงแสงสุรีจึงยอมเปิดปากพูดในที่สุด

            “เอาละๆ แม่บอกแล้ว...ความจริงแม่ก็ไม่รู้หรอกว่าตัวเองเป็นอะไร แต่มันคงจะเป็นสักโรคนั่นละ เพราะพักหลังมานี้มันเหมือนมีอะไรแปลกๆ ในร่างกาย แม่เหนื่อยง่าย นอนไม่หลับ กินข้าวไม่ค่อยลง และเป็นลมคนเดียวบ่อยๆ”

            “แม่...เรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำไมถึงไม่บอกผม”

            พันเดชทั้งโมโหและรู้สึกผิดที่ไม่เคยใส่ใจสุขภาพของมารดาเลย เขาเห็นภายนอกผู้เป็นแม่ดูแข็งแรงดีจึงไม่คิดว่าท่านจะเป็นอะไร

            “ก็แม่กลัวลูกเป็นห่วง”

            “แล้วแม่เคยไปหาหมอบ้างหรือยังครับ”

            “ยัง”

            “ว่าไงนะ!” พันเดชร้องเสียงหลง “เป็นขนาดนี้ทำไมถึงไม่ยอมไปหาหมอ ถ้าเกิดเป็นอะไรร้ายแรงขึ้นมาจะทำยังไง”

            “ไม่เอา แม่ไม่ไปหาหมอเด็ดขาด แม่กลัวเจอโรคร้ายแล้วทำใจไม่ได้ สู้ให้แม่ตายไปทีเดียวเลยดีกว่า”

            “แม่...” พันเดชมองคนเป็นแม่อย่างหัวเสีย ไม่คิดว่าคุณหญิงแสงสุรีจะรั้นได้ขนาดนี้

            “ไม่ต้องมามองแม่แบบนั้น เป็นตายยังไงแม่ก็จะไม่ยอมไปหาหมอเด็ดขาด!” 

            “แต่ผมเป็นห่วง และแม่ต้องไปตรวจให้เร็วที่สุด”

            “ไม่! ถ้าลูกอยากให้แม่ไปตรวจ ลูกต้องแต่งงานและมีหลานให้แม่เท่านั้น”

            “เกี่ยวอะไรกันแม่ นี่มันเรื่องสุขภาพของแม่นะ โยงไปเรื่องแต่งงานได้ยังไง มันคนละเรื่องกัน”

            พันเดชแทบกุมขมับกับความเอาแต่ใจของมารดา

            “มันเป็นเรื่องเดียวกันนั่นละตาเดช ถ้าเกิดแม่ไปตรวจแล้วเจอว่าตัวเองเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายจะทำยังไง แม่ต้องทรุดหนักและตายภายในสองเดือนแน่ๆ”

            คนพูดเชิดหน้าขึ้นอย่างรั้นๆ แต่ก็ไม่วายเหลือบดูท่าทีของลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เมื่อเห็นสีหน้าเป็นห่วงก็ยิ่งกระพือไฟหนักกว่าเดิม

            “อย่างน้อยถ้าแม่เป็นอะไรร้ายแรงก็ขอให้แม่นอนตายตาหลับเถอะตาเดช ครั้งหนึ่งในชีวิตแม่ก็อยากจะเห็นลูกเป็นฝั่งเป็นฝาและได้อุ้มหลานย่าสักครั้ง”

            “ถ้าผมรับปากว่าจะแต่งงานและมีหลานให้แม่ แม่จะยอมไปตรวจใช่ไหม?”

            พันเดชเอ่ยถามเหมือนจะย้ำให้แน่ใจ ทำเอาคนแกล้งป่วยกระหยิ่มยิ้มย่องในใจทันที ก่อนจะพยักหน้าตอบรับ

            “ใช่...แต่ต้องหลังจากที่ลูกแต่งงานเท่านั้น ถ้าลูกอยากให้แม่ไปตรวจเร็วๆ ก็ต้องรีบแต่งงานให้เร็วที่สุด”

            “ครับ”

            พันเดชยอมรับปากในที่สุด เพราะดูแล้วคุณหญิงแสงสุรีคงไม่ยอมไปหาหมอเป็นแน่หากเขาไม่ยอมทำตามที่ท่านต้องการ

 

 

 

*********************************

 

 

 

ขอฝากหน่อยนะคะ

กดติดตามคลิกลิ้งที่ชื่อเรื่องเลยจ้า

เรื่อง * ศัตรูแพ้ทางรัก *

 

-//////////////////////////////////-

ปัณฑารีย์ทักทาย...

หายไปนานเป็นเดือน วันนี้ได้ฤกษ์มาเปิดตัวพี่ริษฐ์ พี่ชายมาดนิ่งของน้องนีลเรื่อง ปรปักษ์รักล้นใจ

ใครที่อ่านในเรื่องนั้นแล้วยังไม่จุใจ ปมบางอย่างยังไม่ถูกเปิดเปยมาตามอ่านในเรื่องนี้ได้นะคะเราจะได้รู้จักตัวคนร้ายที่คอยยุแยงสร้างเรื่องให้สองตระกูลผิดใจกันในเรื่องนี้และบอกเลยว่านางเอกในเรื่องนี้แสบๆ คันๆ นะคะ

นางจะมาปั่นป่วนหัวใจพี่ริษฐ์มาดูกันว่าคนจิตแข็งแบบคุณพี่จะพ่ายแพ้ให้น้องหรือเปล่าว่าด้วยเรื่องการอัพ จะเริ่มอัพเนื้อหาเร็วๆ นี้น่าจะไม่เกินสิ้นเดือน 

- โปรดกดติดตามเอาไว้นะจ๊ะ -

ปล. ลงเนื้อหาให้อ่าน 50% นะคะเนื่องจากเรื่องนี้ตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์ไลต์ ออฟ เลิฟ เลยไม่สามารถลงจนจบได้

(ทำอีบุ๊คก็ลงจบไม่ได้ เพราะเคยลงแล้ว ไม่มีคนตามไปซื้อเลย 5555555555 กินแกลบไปตามระเบียบ)

-//////////////////////////////////-

 

วริษฐ์ จีระสกุล

รองประธาน จีอาร์กรุ๊ปหนุ่มมาดนิ่งจอมดุ พูดน้อยแต่ทำจริง

ไป่ ถิงถิง

สถาปนิกสาวจอมแสบ ทะเล้น สดใส มีชีวิตชีวาและขี้แกล้ง

ด้วยบุคลิกที่แตกต่างกันของเธอกับเขา ทำให้ถิงถิงชอบแกล้งคนมาดดุอยู่บ่อยๆแต่มันไม่ง่ายที่จะได้ครอบครองหัวใจที่แสนเย็นชา ในขณะที่เธอมีเป้าหมายเพื่อทำลายเขา

 

***

******

*********

******

***

สามารถติดตามได้ที่นี่

คลิกไปที่ชื่อเรื่องเลยจ้า

v

v

v

* ศัตรูแพ้ทางรัก *

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

469 ความคิดเห็น

  1. #434 Jreye (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 มกราคม 2564 / 07:13

    รอพี่เดชตามน้อง

    รอไรท์นะ
    #434
    0