จ้างรักวิวาห์หวาน (กำลังรีไรท์นะคะ)

ตอนที่ 21 : ตอนที่ 7 ล่อลวงเด็ก [2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,108
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    27 ม.ค. 64

 

ตอนที่ 7 ล่อลวงเด็ก

 

 

           “แม่ฉันไม่สบาย แต่ท่านไม่ยอมไปหาหมอและยื่นคำขาดให้ฉันแต่งงานมีลูก ไม่งั้นจะไม่ยอมให้หมอตรวจสุขภาพ”

            พันเดชพาคนตัวเล็กนั่งรถออกมาคุยธุระสำคัญกันนอกหมู่บ้าน ซึ่งรายล้อมด้วยธรรมชาติและเงียบสงบแตกต่างจากในเมืองกรุงลิบลับ

            “แล้วสิ่งที่คุณจะให้ฉันช่วยคืออะไรคะ” เอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ แต่ก็รู้สึกสังหรณ์ใจอยู่เนืองๆ

            “ช่วยทำตามเงื่อนไขของแม่เพื่อให้ท่านยอมไปหาหมอ แล้วฉันจะยกหนี้ทั้งหมดให้เธอ รวมถึงหนี้สองแสนที่แม่เธอไปกู้จากไอ้เสี่ยนั่นด้วย”

            “คุณรู้?”

            นาราลักษณ์มองคนที่นั่งอยู่ตำแหน่งคนขับอย่างอึ้งๆ หลายครั้งแล้วที่พันเดชมักจะรู้เรื่องส่วนตัวของเธอทั้งที่หญิงสาวไม่เคยแพร่งพรายมันกับเขา

            “บอกแล้วไงว่ารู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับเธอ”

            “คุณให้คนสืบประวัติฉันหรือคะ”

            นาราลักษณ์ถามเสียงแข็งอย่างไม่พอใจ หากพันเดชกลับยักไหล่อย่างไม่สะทกสะท้าน

            “ช่วยไม่ได้ เพราะไม่มีอะไรที่ฉันอยากรู้แล้วไม่ได้รู้”

            “แล้วคุณรู้อะไรมาบ้าง?”

            เอ่ยถามเสียงห้วน รู้สึกเหมือนพื้นที่ส่วนตัวถูกรุกล้ำหากแต่ทำอะไรไม่ได้ ยิ่งเห็นเขายกยิ้มมุมปากนาราลักษณ์ยิ่งนึกโมโห ที่เขาถือวิสาสะมาสืบเรื่องส่วนตัวของเธอโดยไม่ได้รับอนุญาต

            “รู้เยอะกว่าตัวเธอเองก็แล้วกัน”

            “ฮึ! อย่ามาขี้โม้ได้ไหมคุณ ต่อให้นักสืบของคุณเก่งแค่ไหนก็ไม่มีทางรู้เรื่องส่วนตัวของฉันดีไปกว่าตัวฉันเองหรอก” หญิงสาวบอกอย่างมั่นใจ เพราะเชื่อว่าเรื่องส่วนตัวอย่างไรเจ้าตัวก็ต้องรู้มากกว่าคนภายนอก

            พันเดชมองคนข้างๆ แล้วกระตุกยิ้มคล้ายขบขัน ก่อนจะพูดประโยคหนึ่งที่ทำให้คนมั่นใจหน้าเจื่อนทันที

            “แล้วเธอรู้หรือเปล่าล่ะว่าแม่ของเธอไม่ยอมไปพบหมอตามนัดมาสามเดือนแล้ว”

            “...”

            “หัวอกของลูกเวลาที่รู้ว่าแม่ป่วยแต่ไม่ยอมไปหาหมอ มันกระวนกระวายและรู้สึกผิดใช้ได้เลยใช่ไหมล่ะ”

            “แต่ฉันส่งเงินให้แม่ทุกเดือน ท่านจะไม่ยอมไปหาหมอได้ยังไง...”

            หญิงสาวไม่ได้อธิบาย แต่เธอกำลังตอกย้ำกับตัวเองว่าไม่เคยละเลยเรื่องนี้ เธอย้ำกับมารดาเสมอว่าให้ท่านรีบไปหาหมอหากรู้สึกไม่สบาย เพราะรู้ว่าคนเป็นแม่มีโรคประจำตัวนั่นคือโรคไทรอยด์ โรคที่ทำให้สุขภาพของมารดาเธอไม่เหมือนเดิม เหนื่อยง่ายและป่วยออดๆ แอดๆ อยู่บ่อยครั้งจนนาราลักษณ์ต้องเอ่ยปากขอร้องให้ท่านหางานเบาๆ ทำที่บ้าน อย่างเช่นการรับจ้างเย็บผ้าเล็กๆ น้อยๆ

            “ได้สิ เพราะแม่เธอเอาเงินนั้นไปจ่ายดอกเบี้ยรายเดือนหมดจนไม่มีเงินไปหาหมอไง...และอีกอย่างที่ฉันไม่แน่ใจว่าเธอรู้หรือเปล่า คือแม่ของเธอมีโรคประจำตัวอีกโรคที่เพิ่งตรวจพบเมื่อสามเดือนก่อน”

            “ระ...โรคอะไร”  หญิงสาวถามเสียงสั่น 

            “โรคหัวใจ”

            ต้องยอมรับว่าคนของน่านนทีฝีมือดีจริงๆ เพราะข้อมูลบางอย่างที่เป็นความลับส่วนตัวก็สามารถล้วงมาให้เขาจนได้ แต่คุณภาพระดับนี้ แน่นอนว่ามันต้องแลกด้วยเงินจำนวนมาก ซึ่งพันเดชไม่เคยเสียดายหากสิ่งนั้นเป็นความพอใจของเขา

            “คุณ...แน่ใจหรือคะว่าสิ่งที่คนของคุณสืบมามันเป็นความจริง”

            “ฉันไม่โง่เสียเงินมากมายเพื่อแลกกับคำพูดลอยๆ ของใครหรอกนะนาว ถ้าอยากรู้รายละเอียดไว้กลับกรุงเทพฯ ฉันจะเอาให้ดู”

            “ฉันถามแม่ตรงๆ เลยไม่ดีกว่าหรือคะ”

            “ถ้าคิดว่าแม่เธอจะยอมบอกง่ายๆ ก็ไปถามสิ” 

            นาราลักษณ์พูดไม่ออก ก่อนจะถอนหายใจอย่างเหนื่อยๆ จริงอย่างที่เขาพูด หากมารดาของเธออยากให้รู้ คงไม่ปิดบังเรื่องนี้กับหญิงสาวมาถึงสามเดือนหรอก และด้วยนิสัยของอีกฝ่ายที่เป็นคนขี้เกรงใจลูกสาวอยู่ด้วยยิ่งเป็นไปได้ยากที่จะบอกเรื่องนี้ให้นาราลักษณ์รู้

            “เธอรู้ปัญหาของฉันแล้วนะนาว และฉันก็รู้ปัญหาที่เธอกำลังเจอทุกอย่าง” พันเดชสบกับดวงตาคู่สวยก่อนจะพูดขึ้นอย่างจริงจัง “รับข้อเสนอของฉันเถอะ แล้วฉันจะจัดการเรื่องหนี้สินทั้งหมดรวมทั้งรับผิดชอบค่ารักษาของแม่เธอด้วย”

            “แต่...”

            นาราลักษณ์มองคนยื่นข้อเสนออย่างสับสน เธอไม่อยากได้ชื่อว่าเอาตัวเข้าแลก และหญิงสาวพยายามปฏิเสธเขามาตลอด หากนาราลักษณ์ยอมรับก็เท่ากับว่าเธอกำลังขายศักดิ์ศรี แต่หากหญิงสาวปฏิเสธ สุขภาพของมารดาก็คงจะย่ำแย่ลงไปเรื่อยๆ เพราะไม่มีเงินรักษา 

            “โรคหัวใจและโรคไทรอยด์มันอันตรายทั้งคู่นะนาว ถ้าไม่รีบรักษาและปล่อยทิ้งไว้เรื่อยๆ มันจะพรากแม่ไปจากเธอเข้าสักวัน”

            พันเดชพูดเสียงเรียบนิ่ง หากแต่เต็มไปด้วยแรงชักจูงจนคนอ่อนประสบการณ์กว่าแสดงสีหน้าสับสนออกมาอย่างชัดเจน

            “คะ...แค่แต่งเพื่อให้แม่ของคุณยอมไปหาหมอใช่ไหมคะ ไม่ต้องแต่งกันจริงๆ ใช่ไหม”

            “แค่แต่งแม่ก็จะยอมไปหาหมอ”

            “ไม่ต้องจดทะเบียนสมรสใช่ไหมคะ” เสียงเล็กเริ่มสอบถามรายละเอียด บ่งบอกว่าเธอกำลังสนใจข้อเสนอของเขา

            “แม่บอกว่าต้องจด ถ้าไม่จดจะไม่ยอมไปหาหมอ”

            แน่นอนว่านี่ไม่ใช่คำกล่าวของคุณหญิงแสงสุรี หากแต่เป็นความต้องการของคนเจ้าเล่ห์ต่างหากที่ฉวยโอกาสจากคำขอของมารดามาล่อล่วงคนตัวเล็กให้ยอมเดินตามทางที่เขาแหวกไว้อย่างว่าง่าย

            “แล้วฉันต้องอยู่ในสถานะภรรยาของคุณนานแค่ไหนคะ”

            “เรื่อยๆ ไม่มีกำหนด”

            “แต่ฉันต้องการความชัดเจนค่ะ”

            อีกไม่นานนาราลักษณ์จะเรียนจบแล้ว หญิงสาววางแผนทำงานประจำและอาจจะต้องหารายได้เสริมในวันหยุดเพื่อดูแลแม่และน้อง หากยังตกอยู่ในสถานะภรรยาปลอมๆ ของพันเดช เกรงว่าคนเอาแต่ใจจะใช้ข้อจำกัดนี้มาเป็นข้ออ้างในการกลั่นแกล้งไม่ให้เธอออกไปทำงานเหมือนที่ผ่านมา

            แม้จะรู้ว่าชายหนุ่มไม่เคยใช้งานหรือกลั่นแกล้งให้เธอเสียรายได้ไปฟรีๆ แต่นาราลักษณ์ก็ไม่อยากรับเงินของเขาอยู่เรื่อยไป เพราะหากให้พูดตามตรง สิ่งที่พันเดชให้เธอมาทั้งหมดมันก็มากเกินพอแล้ว มากจนนาราลักษณ์รู้สึกละอายใจทุกครั้งที่นึกย้อนกลับไป

            เธอไม่อยากถูกมองว่าเป็นคนหน้าเงินที่ยอมรับความช่วยเหลือจากเขาไปเสียทุกอย่าง เพราะที่นาราลักษณ์ยอมทนเหนื่อยมาตลอดก็เพื่อรักษาศักดิ์ศรีความเป็นคนของเธอ 

            “ฉันบอกไม่ได้หรอกนาว มันเป็นเรื่องของอนาคต...เอาเป็นว่าให้ทุกอย่างมันเรียบร้อยไปก่อนแล้วเราค่อยมาว่ากันอีกที”

            “แต่ว่า...” หญิงสาวทำท่าจะแย้งแต่กลับถูกพันเดชยกมือขึ้นห้าม

            “เธอไม่ได้มีทางเลือกขนาดนั้นนาว”

            “...” หญิงสาวหน้ามุ่ยอย่างเถียงไม่ออก

            “ถือว่าเธอตกลงก็แล้วกันนะ เพราะถ้าไม่ตกลง รับรองเลยว่าเรื่องหนี้ที่เธอติดฉันทั้งหมดถึงหูแม่เธอวันนี้แน่นอน”

            ‘ขู่เก่ง’

            “แต่ฉันยังเรียนไม่จบนะคะ สุขภาพแม่คุณจะรอได้หรือ” ร่างบางแย้งเมื่อถูกเขามัดมือชกเอาดื้อๆ

            “เหลืออีกแค่เดือนเดียวไม่ใช่หรือไง?”

            “มันก็ใช่ แต่...” นาราลักษณ์ทำหน้าคิดหนัก ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยถามเรื่องที่ยังค้างคาอยู่ในใจ “ทำไมต้องเป็นฉันล่ะคะ แล้วคุณซอนญ่าว่าที่คู่หมั้นคุณล่ะ เธอดูพร้อมจะแต่งงานกับคุณมากกว่าฉันซะอีกนะ”

            “เฮ้อ...” พันเดชถอนหายใจอย่างเซ็งๆ เมื่ออีกฝ่ายพูดชื่อใครบางคนขึ้นมา ก่อนจะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยอย่างจริงจัง

            “ฟังนะนาว ฉันจะพูดเรื่องนี้ชัดๆ เป็นครั้งสุดท้าย...ฉันไม่ได้คิดอะไรกับซอนญ่า ต่อให้เธอเต็มใจแต่งงาน แต่ฉันไม่เต็มใจและไม่มีวันเต็มใจ และเรื่องนี้ก็เป็นอีกเหตุผลที่ฉันเลือกเธอ”

            นาราลักษณ์อ้าปากหวอเมื่อรู้เหตุผลของคนตัวโต

            “นี่นอกจากจะให้ฉันแต่งงานเพื่อหลอกแม่ไปหาหมอ คุณยังคิดจะใช้ฉันเป็นไม้กันหมาด้วยหรือคะ”

            “ผลพลอยได้น่า” เขาตอบอย่างไม่ยี่หระ

            “พูดง่ายนะคุณน่ะ” หญิงสาวมองค้อนอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะทำหน้าหนักใจเมื่อนึกถึงอนาคตข้างหน้าที่เธอต้องทำหน้าที่เป็นไม้กันหมาให้กับเขา

            แม้จะเจอซอนญ่าเพียงไม่กี่ครั้ง แต่นาราลักษณ์ก็พอจะดูออกว่าฝ่ายนั้นเป็นคนอย่างไร คงจะเอาแต่ใจเอาเรื่องทีเดียวละ

            “เฮ้อ...แต่งงานกับคุณไม่พอ นี่ฉันต้องคอยรบกับผู้หญิงของคุณด้วยหรือ”

            ไม่ใช่รบแค่กับซอนญ่าเท่านั้น แต่นาราลักษณ์ยังต้องรับมือกับความร้ายกาจของมารดาเขาด้วย พันเดชยิ้มแหยเมื่อคิดมาถึงข้อนี้ แต่เขาไม่บอกให้ไก่ตื่นหรอก เอาไว้ให้ไปเจอหน้างานเลยดีกว่า

            “เอาน่า ถือว่าช่วยๆ กัน เธอช่วยฉัน ฉันช่วยเธอ วินทั้งสองฝ่าย”

            “ฉันก็ไม่ได้มีทางเลือกอยู่แล้วนี่” หญิงสาวพูดอย่างปลงๆ

            “หึๆ รู้ก็ดีแล้ว และก็ทำหน้าให้มันดีๆ หน่อย” เขาพูดพลางยื่นมือมายีผมนาราลักษณ์อย่างมันเขี้ยว คนตัวเล็กจึงโยกศีรษะหนีทันที

            “ฮื้อ...อย่ามาทำตัวรุ่มร่ามกับฉันนะคุณ ถึงฉันจะตอบตกลงยอมแต่งงานหลอกๆ แต่ก็ใช่ว่าจะยอมให้คุณทำอะไรได้ตามใจชอบนะ”

            “ก็แค่จับหัว...จูบยังเคยมาแล้วเลยจะอะไรนักฮึ?”

            “คุณ!” มือเล็กรีบยกขึ้นปิดหูไม่กล้าฟังต่อ เธออุตส่าห์ลืมไปแล้วแท้ๆ แต่เขากลับพูดให้นึกถึงขึ้นมาอีก 

            พันเดชหัวเราะทันทีเมื่อเห็นท่าทีเขินอายแกมโมโหของอีกฝ่าย นาราลักษณ์มีปฏิกิริยาทุกครั้งเมื่อโดนเขาแหย่ แล้วอย่างนี้จะไม่ให้เจ้าของผับหนุ่มแกล้งเธอได้อย่างไรกัน

 

 

*************************

ขอฝากหน่อยนะคะ

กดติดตามคลิกลิ้งที่ชื่อเรื่องเลยจ้า

เรื่อง * ศัตรูแพ้ทางรัก *

 

-//////////////////////////////////-

ปัณฑารีย์ทักทาย...

หายไปนานเป็นเดือน วันนี้ได้ฤกษ์มาเปิดตัวพี่ริษฐ์ พี่ชายมาดนิ่งของน้องนีลเรื่อง ปรปักษ์รักล้นใจ

ใครที่อ่านในเรื่องนั้นแล้วยังไม่จุใจ ปมบางอย่างยังไม่ถูกเปิดเปยมาตามอ่านในเรื่องนี้ได้นะคะเราจะได้รู้จักตัวคนร้ายที่คอยยุแยงสร้างเรื่องให้สองตระกูลผิดใจกันในเรื่องนี้และบอกเลยว่านางเอกในเรื่องนี้แสบๆ คันๆ นะคะ

นางจะมาปั่นป่วนหัวใจพี่ริษฐ์มาดูกันว่าคนจิตแข็งแบบคุณพี่จะพ่ายแพ้ให้น้องหรือเปล่าว่าด้วยเรื่องการอัพ จะเริ่มอัพเนื้อหาเร็วๆ นี้น่าจะไม่เกินสิ้นเดือน 

- โปรดกดติดตามเอาไว้นะจ๊ะ -

ปล. ลงเนื้อหาให้อ่าน 50% นะคะเนื่องจากเรื่องนี้ตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์ไลต์ ออฟ เลิฟ เลยไม่สามารถลงจนจบได้

(ทำอีบุ๊คก็ลงจบไม่ได้ เพราะเคยลงแล้ว ไม่มีคนตามไปซื้อเลย 5555555555 กินแกลบไปตามระเบียบ)

-//////////////////////////////////-

 

วริษฐ์ จีระสกุล

รองประธาน จีอาร์กรุ๊ปหนุ่มมาดนิ่งจอมดุ พูดน้อยแต่ทำจริง

ไป่ ถิงถิง

สถาปนิกสาวจอมแสบ ทะเล้น สดใส มีชีวิตชีวาและขี้แกล้ง

ด้วยบุคลิกที่แตกต่างกันของเธอกับเขา ทำให้ถิงถิงชอบแกล้งคนมาดดุอยู่บ่อยๆแต่มันไม่ง่ายที่จะได้ครอบครองหัวใจที่แสนเย็นชา ในขณะที่เธอมีเป้าหมายเพื่อทำลายเขา

 

***

******

*********

******

***

สามารถติดตามได้ที่นี่

คลิกไปที่ชื่อเรื่องเลยจ้า

v

v

v

* ศัตรูแพ้ทางรัก *

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

467 ความคิดเห็น

  1. #437 MMMstar (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 มกราคม 2564 / 07:51
    เอ็นดู
    #437
    0
  2. #31 Ning11 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 กันยายน 2563 / 06:31
    น้องนาวจะหนีเสี่ยพ้นม่ายย555
    #31
    2