จ้างรักวิวาห์หวาน (กำลังรีไรท์นะคะ)

ตอนที่ 18 : ตอนที่ 6 คำขาดจากคุณหญิงแสงสุรี [2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,154
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    24 ม.ค. 64

 

ตอนที่ 6 คำขาดจากคุณหญิงแสงสุรี

 

 

            ขณะที่ซอนญ่ากำลังหงุดหงิดถึงขีดสุดเพราะหาใครบางคนไม่เจอ พลันโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น ส่งผลให้คนอารมณ์ร้อนชักสีหน้าอย่างขัดใจทันที

            “อะไรของแกอีกวิกกี้ ฉันกำลังหงุดหงิดอย่าเพิ่งโทร.มาเร่งได้ไหม บอกแล้วไงว่าเดี๋ยวให้คนเอาตามไปให้ทีหลัง!”

            “เรื่องนั้นไว้ก่อนแก ตอนนี้มีเรื่องใหญ่กว่านั้น” น้ำเสียงร้อนรนของคนปลายสายทำให้ซอนญ่าต้องหยุดฟัง

            “อะไร?”

            “ฉันเห็นคุณพันเดชกับเด็กนักศึกษานั่นที่ลานจอดรถ แกไม่ได้ตาฝาดหรือเข้าใจผิดจริงๆ ซอนญ่า”

            “ตอนนี้พี่เดชกับอีนั่นอยู่ลานจอดรถงั้นหรือ” ซอนญ่าโพล่งด้วยความกรุ่นโกรธ

            “ใช่ๆ เขากำลังจะขับรถออกไป”

            “แกรีบไปขวางไว้เดี๋ยวนี้วิกกี้ ฉันจะรีบไป”

            “ไม่ทันแล้วแก เขาขับออกไปแล้ว”

            “โอ้ย! ไม่ได้เรื่อง!” คนขัดใจสบถอย่างหงุดหงิด

            “แต่ฉันถ่ายรูปไว้ได้ทันนะ”

            “งั้นรีบส่งมา ฉันอยากเห็นหน้านังหน้าด้านนั่น!”

            ซอนญ่าโกรธจนหน้าแดงและพร้อมทำลายอีกฝ่ายอย่างไม่ต้องคิดหน้าคิดหลัง เธอมองของเธอมาตั้งนาน ไม่มีทางจะยอมให้ผู้หญิงหน้าไหนมาคว้าชายหนุ่มไปได้ทั้งนั้น!

            วิกกี้ : - ส่งรูปภาพ -

            เมื่อได้รับข้อความจากคนเป็นเพื่อนซอนญ่าก็รีบกดเข้าไปดูมือไม้สั่น มีหลายภาพทีเดียวที่เพื่อนของเธอถ่ายมาให้ นับตั้งแต่พันเดชเดินจูงมือหญิงสาวคนนั้นไปที่รถ เปิดประตูให้และขับรถออกไป

            ซอนญ่ารู้สึกใจหายกับภาพดังกล่าวอย่างบอกไม่ถูก...นอกจากอดีตคนรักที่เลิกรากันไปเมื่อสามปีก่อน หญิงสาวก็ไม่เคยเห็นพันเดชเดชเดินจับมือถือแขนกับคู่ควงคนไหนอีกเลย และเขาไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนมาดูหนังแบบนี้สักคน

            คู่ควงของพันเดชก็ไม่แตกต่างจากคู่นอน พบกันเพียงเพื่อสนองความต้องการทางร่างกาย เจอกันบนเตียงและจบกันแค่ตรงนั้น...หญิงสาวกลัวเหลือเกินว่าผู้หญิงคนนี้จะเข้ามายืนในที่ที่มันควรเป็นของเธอ

            และก่อนที่เรื่องดังกล่าวจะเกิดขึ้นจริงๆ ซอนญ่าต้องรีบตัดไฟเสียแต่ต้นลม เพื่อไม่ให้มันลุกลามบานปลายจนเธอแก้ไขอะไรไม่ทัน

            “ฮัลโหลค่ะคุณป้า...”

 

 

***********************

 

 

            ตั้งแต่พันเดชขับรถออกมาจากห้างสรรพสินค้า นาราลักษณ์ก็เริ่มนั่งกระสับกระส่ายอย่างคิดหนัก เพราะคิดไม่ตกว่าจะจัดการกับของที่ชายหนุ่มซื้อให้อย่างไรดี หากนำมันกลับบ้านทั้งหมด เพื่อนของเธอคงได้ซักละเอียดจนรู้ความจริงที่ปิดบังเอาไว้เป็นแน่

            หญิงสาวใช้ความคิดอย่างหนักจนหัวคิ้วแทบจรดเข้าหากัน ก่อนที่ความคิดบางอย่างจะผุดขึ้นในนาทีต่อมา

            “คุณ...”

            “หือ” เขาครางรับแต่สายตายังคงจดจ่ออยู่บนถนน

            “คือ...คุณซื้อทั้งหมดนั่นให้ฉันจริงๆ หรือคะ”

            “ใช่ ทำไม?” เหลือบมองคนถามแวบหนึ่ง

            “ฉันไม่รับไม่ได้หรือคะ”

            “เฮ้อ...” เสียงถอนหายใจยาวเหยียดทำเอาคนพยายามเจรจาต่อรองใจเสียนิดๆ พันเดชเอ่ยขึ้นพลางมองคนตัวเล็กสลับกับมองทาง “รู้ไหมว่าฉันไม่ได้ใจดีซื้อของเปย์ผู้หญิงบ่อยๆ ทำไมเรื่องแค่นี้ถึงเข้าใจยาก”

            “ก็ฉันไม่เข้าใจนี่คะว่าคุณทำแบบนี้ไปทำไม ถ้าคุณกำลังหวังให้ฉันหลงระเริงไปกับข้าวของเงินทองจนยอมขึ้นเตียงด้วย คุณหยุดคิดซะเถอะค่ะ เพราะมันไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอน และคนจนก็ไม่ได้เห็นแก่ได้เสมอไป”

            “อย่าตีค่าความหวังดีของฉันต่ำขนาดนั้นได้ไหมนาว ที่ซื้อให้ก็แค่รู้สึกว่าของพวกนั้นมันเหมาะกับเธอ”

            จะต้องให้เขาพูดตรงๆ เลยหรืออย่างไรว่าแค่อยากเอาใจเจ้าหล่อน คำพูดตรงกับใจมันพูดยากแค่ไหนไม่รู้หรือ

            “มันไม่เหมาะด้วยประการทั้งปวงค่ะ คุณอย่าตัดสินเพียงเพราะคุณเห็นว่าเหมาะสิคะ” หญิงสาวบอกอย่างอ่อนใจพลางมองคนขับที่มองเธอเป็นระยะอย่างจริงจัง “สังคมของฉันใช้ของราคาแพงสุดเพียงแค่หลักพัน อยู่ดีๆ คุณจะให้ฉันใช้กระเป๋าราคาเรือนแสน คนรอบข้างของฉันเขาจะมองฉันยังไง”

            “แล้วทำไมต้องแคร์คนอื่นนักหนา มันหาเงินเลี้ยงเธอหรือไง” เสียงเข้มพูดอย่างเอาแต่ใจและหัวเสียนิดๆ ที่ถูกคนตัวเล็กปฏิเสธครั้งแล้วครั้งเล่า

            “ฉันแคร์เพื่อนๆ ของฉันต่างหากค่ะ พวกเขาไม่ได้หาเงินเลี้ยงฉันสักบาท แต่พวกเขาคือคนที่รักและหวังดีกับฉันที่สุด เขาจะคิดยังไงถ้าอยู่ๆ ฉันมีข้าวของราคาแพงใช้...ถ้าคุณหวังดีกับฉันจริงๆ กรุณาอย่าเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของฉันได้ไหมคะ”

            “ขอโทษที่เสือกละกัน”

            “...”

            จู่ๆ ก็เกิดช่องว่างขนาดใหญ่ขึ้นระหว่างเธอกับเขา นาราลักษณ์มองคนขับอย่างสับสน ยิ่งชายหนุ่มไม่พูดอะไรหลังจากนั้นยิ่งสร้างความอึดอัดขึ้นภายในหัวใจเธออย่างไร้เหตุผล

 

 

************************

 

 

            นิสิตสาวถูกพามาส่งที่บ้านโดยที่คนมาส่งไม่พูดอะไรกับเธอสักคำ เมื่อร่างบอบบางลงจากรถเขาก็ขับออกไปทันที ทิ้งความรู้สึกหนักอึ้งเหมือนแบกภูเขาทั้งลูกเอาไว้กับนาราลักษณ์

            เมื่อเธอพยายามปฏิเสธและแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่ต้องการสิ่งของของเขา พันเดชก็ไม่บังคับและขนของที่ซื้อทั้งหมดกลับไปด้วย 

            ทั้งที่ควรจะสบายใจแท้ๆ แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดนาราลักษณ์ถึงรู้สึกกังวลแปลกๆ

            ครืดๆ

            เสียงเครื่องมือสื่อสารดังขึ้นก่อนที่หญิงสาวจะเดินเข้าบ้าน มือเล็กหยิบมันออกมาจากกระเป๋า เมื่อพบว่าเป็นเบอร์ของมารดาจึงรีบกดรับ

            “ค่ะแม่”

            “พี่นาว นนท์เอง...” เสียงสั่นเครือของน้องชายทำให้ความกังวลใจในเรื่องก่อนหน้าหายไปแทบจะทันที

            “นนท์ มีอะไรหรือเปล่า เกิดอะไรขึ้น ทำไมเสียงเราเป็นแบบนั้น”

            “พี่นาวช่วยด้วย ฮึก...พวกมันทำร้ายแม่”

            “ใครหรือนนท์ ใครทำอะไรแม่?” หญิงสาวรีบรัวคำถามเสียงสั่นด้วยความเป็นห่วง

            “เจ้าหนี้...นอกระบบ”

            “...” หัวใจคนฟังหล่นวูบทันที หญิงสาวรู้สึกมึนงงกับเรื่องที่ได้รับรู้อย่างไม่ทันตั้งตัว...ครอบครัวของเธอเป็นหนี้นอกระบบอย่างนั้นหรือ? เมื่อไรกัน ทำไมนาราลักษณ์ถึงไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน

            “ทะ...เท่าไรหรือนนท์ พอจะรู้ไหม”

            “สองแสนครับพี่นาว นนท์รู้มาสักพักแล้ว แต่แม่ไม่ยอมให้นนท์บอกพี่...ตอนพี่ไม่อยู่มันมาทวงทุกเดือน ขนาดแม่แอบไปทำงานมาจ่ายดอกยังแทบไม่พอเลย ฮึก...แล้วนนท์ได้ยินว่ามันจะเอาทั้งต้นทั้งดอกคืนภายในสามวัน ถ้าเราไม่จ่ายมันจะยึดบ้าน”

            นาราลักษณ์แทบพูดไม่ออก หญิงสาวรู้สึกมึนงงเหมือนถูกค้อนทุบจนสมองเบลอคิดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ

            “แล้วแม่เป็นยังไงบ้าง มันทำอะไรแม่ ได้รับบาดเจ็บหรือเปล่า”

            “มันผลักแม่ล้มไปชนกับขอบตู้จนหัวแตก นนท์ไม่รู้จะทำยังไงเลยพาแม่มาส่งโรงพยาบาล ตอนนี้หมอกำลังทำแผลให้...จริงๆ แม่ไม่ให้บอกเรื่องนี้กับพี่ แต่นนท์ไม่อยากให้พวกมันยึดบ้านของพ่อไปอะพี่นาว ฮึก...เราเหลือบ้านแค่หลังเดียว ถ้าถูกยึดไปเราจะอยู่ที่ไหน”

            เสียงสะอื้นของน้องชายบาดหัวใจนาราลักษณ์เหลือเกิน หญิงสาวกะพริบตาถี่ๆ เพื่อขับไล่น้ำตาและความอ่อนแอออกไป เวลาแบบนี้เธอจะอ่อนแอไม่ได้เด็ดขาด

            “ไม่ต้องคิดมากนะนนท์ เดี๋ยวพี่จะรีบกลับไปจัดการทุกอย่างนะ ฝากนนท์ดูแลแม่ด้วย”

            “ครับ”

            เมื่อวางสายจากน้องชายนาราลักษณ์ก็แทบปล่อยโฮออกมาด้วยความเหนื่อยล้า ปัญหาทุกอย่างประดังประเดเข้ามาจนหัวใจดวงน้อยแทบรับไม่ไหว หากแต่เธออ่อนแอนานไม่ได้ เพราะอีกสองชีวิตที่รักยังรอคอยหญิงสาวอยู่

            ร่างบอบบางพยายามตั้งสติก่อนจะเดินเข้าบ้านแล้วเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเท่าที่จำเป็น เธอต้องรีบออกเดินทางคืนนี้เพื่อให้ไปที่นั่นในตอนเช้า ทว่าด้วยความรีบร้อนทำให้เผลอทำโทรศัพท์มือถือรุ่นเก่าหลุดมือแตกกระจ่าย

            ครั้นพยายามเก็บชิ้นส่วนขึ้นมาประกอบแต่มันกลับดับสนิทและใช้งานไม่ได้

            “มาพังอะไรตอนนี้ ฉันยังไม่มีเงินซื้อเข้าใจไหม”

            มือเล็กพยายามเขย่าเพื่อให้มันฟื้นคืนชีพ แต่โทรศัพท์ที่ใช้งานมาหลายปีจนเสื่อมสภาพมาพักใหญ่แล้วก็ยังนิ่งสนิทจนเธอถอดใจและจำต้องเดินทางไปบ้านเกิดโดยไร้เครื่องมือสื่อสาร

            และด้วยความรีบร้อนทำให้นาราลักษณ์ลืมแจ้งข่าวด่วนให้เพื่อนรักได้รับทราบ การหายตัวไปของคนตัวเล็กจึงกลายเป็นเรื่องใหญ่โดยที่เจ้าตัวไม่อาจรับรู้ได้

 

 

**************************

 

 

            @วันไนท์ผับ

            “เป็นอะไรวะเสี่ย หน้ามึงหงุดหงิดฉิบหาย”

            น่านนทีวางแก้วเหล้าลงแล้วเอ่ยถามคนที่ออกปากชวนพวกเขาออกมานั่งดื่ม ทว่าตั้งแต่มาถึงกลับเห็นพันเดชเอาแต่กดโทรศัพท์หน้านิ่วคิ้วขมวดเหมือนคนอั้นอุจจาระมาทั้งอาทิตย์

            “หรือโดนแม่มึงรบเร้าเรื่องน้องซอนญ่ามาอีก” อธิปเสริม

            “เปล่า”

            “แล้วมึงหงุดหงิดอะไร” น่านนทีจ้องหน้าคนที่ปากตอบแต่ตายังจ้องหน้าจอไม่หยุด

            “กูก็ปกติปะ?”

            “ปกติมากมั้งสัส นั่งทำหน้าเหมือนโดนหลอกแดกนมบูดขนาดนี้”

            “แล้วพวกมึงจะอะไรนักหนาวะ เลิกถามดิ๊ รำคาญ”

            “ได้ข่าวว่ามึงเป็นคนชวนพวกกูออกมานะครับเสี่ย มารำคงรำคาญ ไอ้คนก้าวร้าว” อธิปแกล้งตัดพ้อ ก่อนจะยกแก้วที่มีน้ำสีอำพันขึ้นดื่ม

            “หายไปไหนวะ!”

            เสียงรำพึงรำพันจากเจ้าของผับหนุ่มทำให้คนที่จับสังเกตท่าทีแปลกๆ ของเพื่อนอย่างน่านนทีเอ่ยถามขึ้น

            “อะไรหายวะ”

            “เสือก”

            “เอ้า! ไอ้เสี่ย กูว่ามึงหนักแล้วนะวันนี้ หงุดหงิดอะไรนักหนากูถามจริง พาลฉิบหาย”

            ด้วยความที่ไม่รู้สาเหตุจึงพลอยทำให้น่านนทีเริ่มหงุดหงิดตามไปด้วย เพราะปกติพันเดชไม่เคยพาลใส่คนเป็นเพื่อนอย่างนี้มาก่อน อย่างมากก็แค่ระบายความหงุดหงิดกับเครื่องดื่มตรงหน้าเท่านั้น

            “เออ รู้ตัวไหมว่ามึงกำลังพาลใส่พวกกู” อธิปเสริม

            “เออๆ โทษที มีอะไรให้หงุดหงิดนิดหน่อย”

            คนหงุดหงิดละสายตาจากโทรศัพท์พลางเอ่ยขอโทษเพื่อนรักทั้งสอง เขารู้ตัวว่ากำลังพาลทุกอย่างที่อยู่ใกล้ตัว ยอมรับว่าปกติเขาไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน แต่พอเป็นเรื่องของคนตัวเล็ก ความรู้สึกชายหนุ่มมันก็ดูจะรุนแรงจนน่าโมโห

            และยิ่งรู้ตัวว่าเขาเป็นอย่างนี้เพราะเธอ พันเดชก็ยิ่งหงุดหงิดไปใหญ่

            “ถามตรงๆ นะเสี่ย มึงกำลังหงุดหงิดอะไร หรือมันเกี่ยวกับที่มึงกดโทรศัพท์ไม่หยุดวะ”

            “เปล่า” คนปากแข็งยังคงปฏิเสธ แต่แล้วก็ยกโทรศัพท์ขึ้นมากดต่อ การกระทำกับคำพูดขัดแย้งกันอย่างเห็นได้ชัดจนน่านนทีชักสงสัย

            นักสืบหนุ่มหรี่ตามองคนเป็นเพื่อนอย่างใช้ความคิด...เรื่องที่ทำให้พันเดชหงุดหงิดได้ขนาดนี้มันจะมีสักกี่เรื่องกันเชียว หากไม่ใช่เรื่องมารดากับว่าที่คู่หมั้นอย่างซอนญ่า ก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องคนที่อีกฝ่ายกำลังให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้

            จะว่าไปน่านนทีก็ไม่เคยเห็นพันเดชเป็นแบบนี้มานานแล้วเหมือนกัน...ครั้งล่าสุดที่เห็นคนเป็นเพื่อนฟาดงวงฟาดงาใส่คนใกล้ตัว ก็คือตอนที่อีกฝ่ายทะเลาะกับคนรักเมื่อครั้งยังคบกันอยู่

            ‘หรือจะเป็นเพราะน้องเด็กเสิร์ฟ?’

            เมื่อเกิดความสงสัย แน่นอนว่านักสืบหนุ่มย่อมต้องหาคำตอบให้กับคำถาม น่านนทีกระดกน้ำสีอำพันในแก้วก่อนจะแกล้งโพล่งขึ้นเสียงดัง

            “เฮ้ย! นั่นน้องเด็กเสิร์ฟคนสวยนี่หว่า”

            “ไหนวะ”

            คนกดโทรศัพท์รีบหันขวับไปมองทันที และรีแอคชันของคนเป็นเพื่อนก็ทำเอาน่านนทีลอบยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะชี้ไปที่ชั้นสองมั่วๆ ทั้งที่รู้ดีแก่ใจว่าคนที่เขาพูดถึงไม่ได้อยู่ตรงนั้นจริงๆ

            “นั่นไง เมื่อกี้เห็นหลังไวๆ เดินเข้าไปในมุมมืดละ”

            “จิ๊! ทำไมดื้ออย่างนี้วะ บอกให้ขึ้นมาทำบนนี้ทำไมยังไปเดินร่อนอยู่ชั้นสองอีก”

            คนลืมตัวสบถอย่างหงุดหงิดก่อนจะลุกพรวดขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์

            “แล้วนั่นมึงจะไปไหน” น่านนทีแกล้งถาม

            “พวกมึงแดกไปก่อน กูจะลงไปดูงานหน่อย”

            “เหรอวะ” น่านนทียกยิ้มมุมปาก ยิ่งเมื่อเห็นคนเป็นเพื่อนรีบสาวเท้าเดินออกไปก็ยิ่งนึกขันจนต้องส่ายหน้า

            “ทำไมมึงมองไอ้เสี่ยมันแบบนั้นวะ มีอะไรที่กูยังไม่รู้หรือเปล่า” อธิปเอ่ยถามอย่างคนเพิ่งจับสังเกตได้

            “มึงมีเวลาสักสามวันปะ เดี๋ยวกูเล่าให้ฟัง”

            “ไอ้สัส ลีลา เอาสั้นๆ กูขอแค่สรุป”

            “ไอ้เสี่ยมันติดเด็ก”

            “ยังไงซิ?” อธิปถึงกับวางแก้วที่เตรียมกระดกเข้าปากเพื่อตั้งใจฟังเรื่องราวต่อจากนี้ 

            “ตามนั้น”

            “มึงก็สั้นไปนะบางที” อธิปกลอกตา “ขอเนื้อเพิ่มอีกหน่อย ขยายความนิดครับเพื่อน”

            “มันกำลังจะมีเมีย”

            “หมายถึงน้องซอนญ่าเหรอวะ?”

   “มึงไม่น่าเรียนจบหมอนะบางที”

   น่านนทีถึงกับส่ายหน้า ทั้งที่ท่าทีของพันเดชดูง่ายเสียขนาดนั้นแต่คุณหมอหนุ่มกลับดูไม่ออกสักนิด แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำหน้างงไม่หยุดจึงเล่าเรื่องที่ตนรู้มาให้ฟังทั้งหมด เพราะหากปล่อยให้อธิปงงต่อไป ใครจะมาช่วยเขาจับพิรุธคนปากแข็งอย่างพันเดชเล่า

 

 

*********************************

เสี่ยคลั่งรักค่ะ อย่าโกรธเสี่ยเลย ^O^

*

*

V

ขอฝากหน่อยนะคะ

กดติดตามคลิกลิ้งที่ชื่อเรื่องเลยจ้า

เรื่อง * ศัตรูแพ้ทางรัก *

 

-//////////////////////////////////-

ปัณฑารีย์ทักทาย...

หายไปนานเป็นเดือน วันนี้ได้ฤกษ์มาเปิดตัวพี่ริษฐ์ พี่ชายมาดนิ่งของน้องนีลเรื่อง ปรปักษ์รักล้นใจ

ใครที่อ่านในเรื่องนั้นแล้วยังไม่จุใจ ปมบางอย่างยังไม่ถูกเปิดเปยมาตามอ่านในเรื่องนี้ได้นะคะเราจะได้รู้จักตัวคนร้ายที่คอยยุแยงสร้างเรื่องให้สองตระกูลผิดใจกันในเรื่องนี้และบอกเลยว่านางเอกในเรื่องนี้แสบๆ คันๆ นะคะ

นางจะมาปั่นป่วนหัวใจพี่ริษฐ์มาดูกันว่าคนจิตแข็งแบบคุณพี่จะพ่ายแพ้ให้น้องหรือเปล่าว่าด้วยเรื่องการอัพ จะเริ่มอัพเนื้อหาเร็วๆ นี้น่าจะไม่เกินสิ้นเดือน 

- โปรดกดติดตามเอาไว้นะจ๊ะ -

ปล. ลงเนื้อหาให้อ่าน 50% นะคะเนื่องจากเรื่องนี้ตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์ไลต์ ออฟ เลิฟ เลยไม่สามารถลงจนจบได้

(ทำอีบุ๊คก็ลงจบไม่ได้ เพราะเคยลงแล้ว ไม่มีคนตามไปซื้อเลย 5555555555 กินแกลบไปตามระเบียบ)

-//////////////////////////////////-

 

วริษฐ์ จีระสกุล

รองประธาน จีอาร์กรุ๊ปหนุ่มมาดนิ่งจอมดุ พูดน้อยแต่ทำจริง

ไป่ ถิงถิง

สถาปนิกสาวจอมแสบ ทะเล้น สดใส มีชีวิตชีวาและขี้แกล้ง

ด้วยบุคลิกที่แตกต่างกันของเธอกับเขา ทำให้ถิงถิงชอบแกล้งคนมาดดุอยู่บ่อยๆแต่มันไม่ง่ายที่จะได้ครอบครองหัวใจที่แสนเย็นชา ในขณะที่เธอมีเป้าหมายเพื่อทำลายเขา

 

***

******

*********

******

***

สามารถติดตามได้ที่นี่

คลิกไปที่ชื่อเรื่องเลยจ้า

v

v

v

* ศัตรูแพ้ทางรัก *

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

469 ความคิดเห็น

  1. #433 Jreye (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 มกราคม 2564 / 06:59

    รอๆๆๆๆ
    #433
    0
  2. #25 Pik (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 กันยายน 2563 / 17:23

    สนุก เมื่อไหร่จะจบจะได้อุดหนุน

    #25
    0