จ้างรักวิวาห์หวาน (กำลังรีไรท์นะคะ)

ตอนที่ 11 : ตอนที่ 4 ตามใจฉัน [1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,876
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    18 ม.ค. 64

 

ตอนที่ 4 ตามใจฉัน

 

 

            หลังยอมจำนนตกอยู่ในสถานะลูกหนี้โดยไม่เต็มใจ สัญญาฉบับหนึ่งก็ถูกร่างขึ้นโดยคนเอาแต่ใจ และมีข้อความสั้นๆ เพียงว่า

            ‘ตามใจฉัน’

            ขยายความให้เข้าใจง่ายก็คือ ไม่ว่าพันเดชต้องการให้นาราลักษณ์ทำอะไร หญิงสาวจะต้องตามใจเขาทุกอย่าง ห้ามขัด ห้ามเถียง โดยสัญญาฉบับนี้มีระยะเวลาหกเดือน

            แต่ข้อดีคือชายหนุ่มจะไม่หักเงินจากการทำงานของหญิงสาว เพื่อให้นาราลักษณ์ยังคงมีเงินเก็บส่งให้มารดาตามเดิม

            หากความยุ่งยากใจมันเริ่มต้นขึ้นหลังหญิงสาวยอมจรดปลายปากกาลงชื่อในเอกสารฉบับนั้น เพราะทันทีที่เขาและเธอบรรลุข้อตกลง คนเจ้าเล่ห์ก็รีบใช้สิทธิ์อันพึงมีทันที

            “วันนี้กลับกับฉัน เดี๋ยวไปส่งเอง”

            “ไม่ค่ะ ฉันมีคนมารับอยู่แล้ว” เสียงหวานปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย 

            “จะขัดใจฉัน?”

            พันเดชเลิกคิ้วขึ้นถามพลางมองหน้างามที่กำลังงอง้ำอย่างข่มขู่กลายๆ นาราลักษณ์นั้นพยศไม่เบาทีเดียวละ แต่ก็ไม่คณนามือเสือร้ายอย่างเขาหรอก เจ้าของผับหนุ่มชอบนักละได้ปราบพยศเด็กดื้ออย่างนี้

            “คุณกำลังล้ำเส้นฉันอยู่นะคะ”

            ร่างบางประท้วงเสียงเครียด ด้วยไม่คิดว่าพันเดชจะเจ้าเล่ห์และเขี้ยวลากดินถึงขนาดนี้ เขากำลังใช้ข้อความสั้นๆ ของตัวเองเป็นเหตุผลในการเอาแต่ใจ ซึ่งนาราลักษณ์กำลังเสียเปรียบครั้งยิ่งใหญ่ คิดแล้วก็นึกเจ็บใจตัวเองเหลือเกิน ตอนเห็นสัญญาหญิงสาวไม่ทันเอะใจ เพราะเขายกเรื่องเงินค่าแรงขึ้นมาพูดจูงใจเธอเสียก่อน

            แน่นอนว่าคนที่ต้องหาเงินส่งแม่และน้องอย่างเธอจะต้องคำนึงถึงรายได้ส่วนนี้เป็นอันดับแรก และมันก็ทำให้นาราลักษณ์ลืมคิดไปเสียสนิท ว่าไอ้คำว่า ‘ตามใจฉัน’ มันไร้ขอบเขตมากขนาดไหน

            “เส้นที่เธอขีดไว้มันถูกทำลายลงไปตั้งแต่ที่เธอยอมเซ็นชื่อในสัญญาแล้วละสาวน้อย”

            เจ้าของผับหนุ่มกอดอกมองร่างบางยิ้มๆ ยิ่งเห็นใบหน้างามแดงก่ำด้วยความกรุ่นโกรธยิ่งทำให้อารมณ์ดี

            เขานี่มันโรคจิตขนานแท้ เหตุใดจึงมีความสุขกับการกลั่นแกล้งเด็กเสิร์ฟคนนี้นักก็ไม่รู้ แต่เรื่องเหตุผลก็ช่างมันก่อน รู้เพียงว่าทำให้ม้าพยศอย่างเธออยู่ในโอวาทได้ก็พอแล้วละ

            “แต่สัญญาของคุณมันมีความหมายกว้างมากเกินไป”

            “มันก็ถูกต้องแล้ว” เขาตอบหน้าตาย “ตามใจฉันหมายถึงทุกอย่างที่ฉันต้องการ ไม่มีข้อยกเว้น” 

            “นี่มันสัญญาทาสชัดๆ”

            “หึๆ เพิ่งรู้ตัวหรือ”

            นาราลักษณ์กำมือแน่นด้วยความโมโห ไม่ว่าจะพูดอย่างไรคนหน้าทนก็ไม่รู้สึกรู้สาอะไรสักนิด แถมยังดูมีความสุขเสียด้วยซ้ำที่เอาเปรียบคนไร้ทางสู้อย่างหญิงสาวได้

            “ฉันขอยกเลิกสัญญา!” โพล่งเสียงเขียวอย่างไม่พอใจ แต่แล้วก็ต้องหยุดกึกลงเพียงเพราะคำพูดสั้นๆ ว่า

            “ลองยกเลิกสิ ฉันฟ้องอ่วมแน่นาว” พันเดชมองคนที่ตกเป็นรองทุกทางด้วยสายตาเป็นประกาย ยิ่งเห็นนาราลักษณ์ไร้ทางสู้ยิ่งสนุกที่จะไล่ต้อน “เฉพาะค่าไวน์ที่เธอทำแตกก็ขวดเป็นแสนแล้ว ไหนจะค่าผิดสัญญากันอีก...จ่ายไหวไหมล่ะ หรือพร้อมจะติดคุกแล้ว?”

            “คุณมันสกปรกสิ้นดี!”

            “ฉันก็ไม่เคยบอกว่าตัวเองสะอาดบริสุทธิ์สักหน่อย เสียซิงครั้งแรกตอนอยู่ม.ปลาย”

            “คนบ้า! พูดออกมาได้ยังไง”

            นาราลักษณ์หน้าแดงก่ำเมื่อได้ยินพันเดชพูดเรื่องสิบแปดบวกได้อย่างหน้าไม่อาย

            “ก็ไม่เห็นจะพูดยากตรงไหน...แล้วเธอล่ะ ครั้งแรกตอนไหน หรือยังไม่เคย?”

            คนถูกถามโต้งๆ อ้าปากค้างอย่างอึ้งๆ ในขณะที่คนดิบเถื่อนหัวเราะในลำคออย่างชอบใจเมื่อเห็นอากัปกิริยาของอีกฝ่าย

            พลันความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นอย่างนึกสนุก ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะยันกายลุกขึ้นแล้วก้าวเข้าไปหาคนตัวเล็กด้วยท่าทางคุกคามนิดๆ

            “จะทำอะไร! ถะ...ถอยไปนะ”

            นาราลักษณ์อุทานอย่างตกใจก่อนจะถอยหลังหนีแบบก้าวต่อก้าว หากพันเดชกลับต้อนไม่หยุดจนแผ่นหลังบอบบางไปชนเข้ากับผนังห้อง และก่อนจะทันได้ผินกายหลบหนี มือหนาก็ยกขึ้นไปค้ำผนังขวางทางเอาไว้ ครั้นหญิงสาวจะหนีไปอีกทางเขาก็ยกแขนอีกข้างมาขวางกั้น เลยกลายเป็นว่าร่างบางต้องตกอยู่ในกรงขังของเขาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

            ใบหน้าหล่อเหลาที่ดูดิบเถื่อนก้มลงมาเล็กน้อย แต่นั่นก็ใกล้พอที่จะทำให้นาราลักษณ์รับรู้ได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวของเขา ทำเอาหญิงสาวตัวสั่นด้วยความหวั่นกลัว กะพริบตาปริบๆ มองใบหน้าคมคายหน้าตื่น

            “สอนให้เอาไหม”

            “ไม่! ถะ...ถอยออกไป! ฉันไม่ได้ตกลงทำสัญญากับคุณเพื่อให้มาเอาเปรียบกันแบบนี้นะ”

            พันเดชมองริมฝีปากที่กำลังขยับพูดด้วยสายตาที่บ่งบอกถึงความปรารถนา ไม่ได้ฟังเสียงที่กำลังแหวใส่เขาแม้แต่น้อย หากแต่ก่อนจะเกิดอะไรขึ้น พลันคนตัวโตก็ต้องเบิกตากว้างขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมกับกระโดดเหยงๆ และก้มลงไปจับปลายเท้าตัวเองอย่างเจ็บปวด

            “อ๊าก! ยายตัวแสบ กล้าดียังไงมากระทืบเท้าฉัน”

            “สมน้ำหน้า!”

            หญิงสาวพูดเพียงเท่านั้นก็รีบฉวยโอกาสนี้วิ่งเร็วๆ ออกไปจากห้องเพื่อเอาตัวรอด ชายหนุ่มจึงได้แต่ชี้นิ้วคาดโทษตามหลัง

            “ฝากไว้ก่อนเถอะ! แล้วก็เลิกงานห้ามหนีกลับก่อน ไม่งั้นฉันจะตามไปเอาเรื่องเธอถึงบ้าน!”

 

 

*********************

 

 

            นาราลักษณ์ถอนหายใจอย่างเหนื่อยๆ หากหัวใจยังเต้นโครมครามไม่หยุด หลังวิ่งหนีตายออกมาจากกรงเสือหื่นได้อย่างหวิดหวุด หญิงสาวพยายามสูดหายใจยาวๆ เพื่อตั้งสติ ก่อนจะกลับไปทำหน้าที่ของเธอต่อ ทว่าตลอดเวลาก็เอาแต่คิดเรื่องนี้ไม่หยุด

            สัญญาที่ทำไว้กับพันเดชสุ่มเสี่ยงเหลือเกิน หากเขาใช้เรื่องนี้มาเอาเปรียบเธออีก หญิงสาวจะหลบเลี่ยงอย่างไรพ้น เพราะดูท่าทางแล้วชายหนุ่มเอาแต่ใจไม่ใช่เล่น แถมยังไร้มนุษยธรรม ไม่เห็นใจลูกนกตาดำๆ อย่างเธอสักนิด จ้องจะหาประโยชน์จากความจนของเธอไม่เลิกรา

            ครืดๆ

            ร่างบางถึงกับสะดุ้งเมื่อเครื่องมือสื่อสารที่เก็บไว้ในกระเป๋ากางเกงสั่นเตือนขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ครั้นล้วงออกมาดูก็พบว่าเป็นเบอร์ของเพื่อนรักอย่างทิศเหนือ ใกล้เวลาเลิกงานแล้ว ชายหนุ่มคงจะมารอรับเธอเหมือนทุกวัน แต่นาราลักษณ์จะบอกคนเป็นเพื่อนอย่างไรดีกับเรื่องที่เกิดขึ้น หากพูดไปเขาคงเป็นห่วงหญิงสาวเป็นแน่

            ร่างบางมองโทรศัพท์ในมืออย่างคิดหนัก ก่อนจะตัดสินใจกดรับสายในที่สุด

            “อ่า...ว่าไงเหนือ”

            “จะเลิกยัง มารอหน้าผับละ”

            “คือ...โทษทีนะ ฉันลืมบอกว่าวันนี้เลิกช้า เดี๋ยวกลับเอง แกกลับก่อนได้เลย”

            “ดึกขนาดไหน เดี๋ยวฉันนั่งรอ”

            “มะ...ไม่ต้องรอหรอกแก น่าจะตีสามตีสี่โน่นเลย พอดีวันนี้ลูกค้าเยอะแล้วมีบางโต๊ะไม่ยอมกลับน่ะ”

            “อีกสองสามชั่วโมงเลยหรือ แกไหวหรือนาว” ปลายสายถามอย่างเป็นห่วงทำเอานาราลักษณ์รู้สึกผิดที่ต้องโกหก

            “ไหวๆ แกกลับก่อนเลย”

            “เฮ้อ...อืมๆ แต่ไม่ต้องกลับเองนะ ถ้าเลิกแล้วก็โทร.มาเดี๋ยวฉันมารับ”

            “ไม่ต้องลำบากหรอกเหนือ แกกลับไปนอนเถอะดึกแล้ว”

            “อย่าดื้อนาว ยิ่งดึกยิ่งอันตราย เป็นผู้หญิงตัวคนเดียวจะนั่งแท็กซี่กลับเองได้ยังไง”

            “อืมๆ รู้แล้ว”

            หญิงสาวตอบเสียงอ่อยเมื่อถูกเพื่อนหนุ่มดุ เมื่ออีกฝ่ายวางสายนาราลักษณ์ก็ถึงกับถอนหายใจยาวเหยียดอย่างหนักอึ้ง

            “จะบอกเรื่องนี้กับพวกแกยังไงดี”

            ปกตินาราลักษณ์มักจะแบ่งปันเรื่องราวในชีวิตกับเพื่อนสนิทก็จริง แต่เรื่องที่เธอกล้าพูดล้วนแต่เป็นเรื่องที่หญิงสาวมั่นใจว่าไม่ส่งผลกระทบกับคนอื่น แต่กับเรื่องนี้นาราลักษณ์ไม่แน่ใจนัก เพราะหากเพื่อนๆ รู้ว่าเธอเป็นหนี้ก้อนโตแถมยังเผลอเซ็นสัญญาทาสกับเจ้าหนี้ไปเรียบร้อยแล้ว นอกจากทุกคนจะเป็นห่วงแล้ว อาจจะมีบางคนพยายามหาเงินก้อนใหญ่มาใช้หนี้แทนหญิงสาวก็เป็นได้

            อย่างเช่นทิศเหนือเป็นต้น

            หากชายหนุ่มรู้เรื่องจะต้องเป็นห่วงและดิ้นรนช่วยเธออย่างแน่นอน เพราะที่ผ่านมาเขาทำเช่นนั้นมาโดยตลอด แต่คนที่รับความช่วยเหลือจากอีกฝ่ายเสมอมาอย่างนาราลักษณ์ คงไม่อาจยอมให้เพื่อนมาเดือดร้อนกับปัญหาส่วนตัวของเธอขนาดนั้นได้

            “มายืนบื้ออะไรตรงนี้ กลับบ้านได้แล้ว”

            เสียงทุ้มดังขึ้นข้างหูทำเอาคนที่กำลังอยู่ในภวังค์ความคิดเผลอหันไปมองโดยอัตโนมัติ ก่อนจะถอยกรูดแทบไม่ทันเมื่อปลายจมูกของเธอดันไปชนกับแก้มสากของคนที่มาไม่ให้สุ้มให้เสียงเข้าอย่างจัง

            “จะกลับไหมบ้าน” เขาถามย้ำ

            “ทักเฉยๆ ก็ได้ ทำไมต้องเข้ามาพูดใกล้ขนาดนี้”

            “กลัวเธอไม่ได้ยิน ไม่เห็นหรือว่าเสียงเพลงมันดังแค่ไหน”

            คนถูกหอมแก้มกลายๆ พูดกลั้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี นาราลักษณ์จึงค้อนควักอย่างนึกโมโห เห็นอยู่ชัดๆ ว่าเขาจงใจฉวยโอกาสกับเธอ

            “งั้นฉันขอไปรับเงินก่อน”

            “ก็ไปสิ”

            พันเดชพยักพเยิดหน้าเร่งให้เธอรีบไปทำธุระให้เสร็จ นาราลักษณ์จึงมองคนตัวโตตาขุ่นก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีไปรับเงินค่าแรงกับผู้จัดการ

 

 

 

 

**********************

หนีไม่พ้นแล้ว ตามเป็นเจ้ากรรมนายเวรเลย ^O^

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

467 ความคิดเห็น

  1. #421 Jreye (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 มกราคม 2564 / 06:03

    รอๆๆๆๆ
    #421
    0
  2. #12 momshiro (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 08:48
    หิวข้าวเลยค่ะไรท์
    #12
    1