จ้างรักวิวาห์หวาน (กำลังรีไรท์นะคะ)

ตอนที่ 10 : ตอนที่ 3 เธอทำมันแตก! [3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,757
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 49 ครั้ง
    17 ม.ค. 64

 

ตอนที่ 3 เธอทำมันแตก!

 

            ก๊อก ก๊อก ก๊อก

            มือเล็กเคาะประตูก่อนจะเปิดเข้าไปในเวลาต่อมา ห้องทำงานของพันเดชกว้างขวางและค่อนข้างเรียบง่าย แต่ก็เต็มไปด้วยชั้นวางแฟ้มและมีเอกสารมากมายวางอยู่บนโต๊ะ

            “ปิดประตูด้วย ฉันไม่ชอบให้เสียงข้างนอกดังเข้ามาในห้องทำงาน”

            เสียงเรียบนิ่งออกคำสั่ง หญิงสาวจึงจำต้องปิดประตูลงอย่างเบามือ แล้วก็รู้สึกทึ่งกับระบบป้องกันเสียงของห้องนี้ เพราะเพียงแค่ประตูถูกปิดลงอย่างสนิท เสียงดังกระหึ่มด้านนอกก็ไม่เล็ดลอดเข้ามาแม้แต่นิดเดียว

            ทว่าเมื่อต้องอยู่ในห้องที่ถูกปิดมิดชิดเพียงสองต่อสองท่ามกลางความเงียบ กลับทำให้นาราลักษณ์รู้สึกเหมือนตนกำลังยืนอยู่ในกรงเสือ เพียงแค่สายตาคมจับจ้องเธอไม่วางตา ก็ทำเอาหญิงสาวเริ่มหายใจไม่ทั่วท้องเสียแล้ว 

            นาราลักษณ์ลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างหวั่นๆ ไม่อาจคะเนได้ว่าอนาคตอันใกล้นี้จะเกิดอะไรขึ้น แต่เธอก็พยายามประคองตัวเองให้มีสติมากที่สุดและทำใจดีสู้เสือ

            “คุณเรียกฉันมาพบมีอะไรหรือคะ”

            “นั่งลงก่อนสิ” พันเดชผายมืออย่างไม่รีบร้อน หากสายตาคมลึกกลับไม่อาจคาดเดาได้ว่ากำลังคิดจะทำอะไรกันแน่

            นาราลักษณ์รู้สึกไม่ไว้วางใจแววตาเจ้าเล่ห์ดุจหมาป่าและดุร้ายราวกับเสือของเขา แต่เพื่อให้ได้ออกไปจากห้องนี้เร็วๆ จึงยอมทำตามอย่างว่าง่าย ร่างบอบบางเลื่อนเก้าอี้ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับเจ้าของห้องออกเล็กน้อยแล้วนั่งลงไป

            “ตั้งแต่เธอเข้ามาทำงาน ลูกค้าของฉันก็ทะเลาะกันไปสี่ครั้ง...รวมครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่ห้า” เขาเริ่มพูดเนิบๆ

            “ครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับฉันเลยค่ะ ลูกค้าทะเลาะกันอยู่ก่อนแล้ว”

            “แต่สี่ครั้งก่อนหน้านี้เธอคงไม่ปฏิเสธใช่ไหมว่าสาเหตุมันเกิดจากเธอ?”

            หญิงสาวเม้มปากอย่างเถียงไม่ออก เพราะมันเป็นความจริงทุกประการ แม้ว่านาราลักษณ์จะไม่เคยอยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นก็ตาม

            “ค่ะ”

            “เธอจะรับผิดชอบต่อความเสียหายทั้งหมดยังไง”

            “คะ?”

            ร่างบางตกใจจนหน้าซีดเผือดเมื่อถูกเขาถามหาความรับผิดชอบ นาราลักษณ์เป็นเพียงพนักงานที่รับเงินรายวันจากผับเท่านั้น ลำพังเงินเก็บในบัญชียังมีไม่ถึงหมื่น แล้วเธอจะเอาปัญญาที่ไหนไปรับผิดชอบต่อความเสียหายดังกล่าว

            พันเดชยกยิ้มมุมปากเมื่อเห็นสีหน้าตื่นตระหนกของเด็กเสิร์ฟสาวที่มักจะเลี่ยงเจอเขาตลอดหลายวันที่ผ่านมา ในขณะที่คนอื่นแทบจะวิ่งเข้ามาเกาะชายหนุ่มราวกับเป็นปลิง

            “คะ...คุณจะให้ฉันรับผิดชอบทั้งหมดเลยหรือคะ”

            “มันก็ควรต้องเป็นอย่างนั้นไม่ใช่เหรอ?”

            หัวใจของนาราลักษณ์หล่นวูบ แววตาของพันเดชไม่ได้มีความเมตตาปรานีต่อชีวิตน้อยๆ อย่างเธอสักนิด เขากำลังพยายามขูดเลือดกับปูชัดๆ

            “แต่ฉันไม่เคยคิดอยากให้เรื่องมันเป็นแบบนี้เลยนะคะ และฉันก็ไม่เคยทำอะไรเพื่อให้ใครมาทะเลาะกันด้วย พวกเขาทะเลาะกันเอง แล้วทำไมคุณถึงมาเรียกร้องความรับผิดชอบจากฉันคนเดียว”

            “ก็เพราะเธอเป็นต้นเหตุยังไงล่ะ” เขาตอบ “ฉันสามารถเรียกร้องเงินค่าเสียหายที่เกิดจากการทะเลาะได้จากลูกค้าก็จริง แต่เธออย่าลืมสิว่าทุกครั้งที่เกิดเรื่อง มันทำให้ฉันต้องแบนลูกค้าประจำไปตั้งกี่ราย และนั่นก็ทำให้ผับของฉันต้องสูญเสียรายได้ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตไปไม่น้อย”

            นาราลักษณ์หน้าซีดกว่าเดิมเพราะเถียงไม่ออก แต่ถึงอย่างนั้นหญิงสาวก็คงไม่มีปัญญารับผิดชอบต่อความเสียหายที่เขาว่ามาได้อยู่ดี เพราะเธอไม่มีเงินมากขนาดนั้น จึงได้แต่ขอความเห็นใจจากคนตรงหน้า

            “คุณจะให้ฉันรับผิดชอบยังไง...ถ้าต้องการเงิน ฉันคงไม่มีให้คุณหรอกนะคะ”

            “งั้นเธอก็มาทำงานชดใช้” เขาหาทางออกง่ายๆ แต่คนที่ยังมีภาระรับผิดชอบมากมายไม่อาจเจียดเงินรายได้ส่วนนั้นไปให้เขาได้

            “ไม่ได้ค่ะ ฉันมีความจำเป็นต้องใช้เงิน ทั้งค่าเรียนของตัวเองและน้องชาย อีกทั้งยังต้องส่งเงินให้แม่กับน้องที่อยู่ต่างจังหวัดด้วย ช่วยเห็นใจเถอะนะคะ”

            ร่างบอบบางมองคนตรงหน้าอย่างขอร้อง หากแววตาของพันเดชกลับไม่มีความเมตตาปรานีต่อเธอสักนิด 

            “งั้นก็เหลืออย่างเดียว...ชดใช้ด้วยตัวของเธอ”

            “คุณ!”

            นาราลักษณ์ถึงกับอึ้ง ก่อนจะกำมือแน่น มองคนที่พูดจาดูหมิ่นตนอย่างไม่รู้สึกรู้สาด้วยความกรุ่นโกรธ แต่แทนที่จะสำนึกบ้าง หากพันเดชกลับมองเธออย่างเจ้าเล่ห์และกวนอารมณ์จนหญิงสาวแทบอยากจะหยิบแฟ้มที่วางบนโต๊ะขึ้นมาปาใส่ใบหน้าหล่อเหลามีเสน่ห์นั้นแรงๆ

            “หึ...เห็นแก่มนุษยธรรม ฉันจะคิดราคาเหมาให้ก็แล้วกัน” เขาว่ายิ้มๆ ทำเหมือนตัวเองใจดีเสียเต็มประดา “ฉันเสียลูกค้าประจำไปทั้งหมดสิบคนในเหตุการณ์นี้ ทั้งหมดคิดแค่แสนเดียว ถ้าเธอไม่ทำงานใช้หนี้ก็เหลือแค่เอาตัวมาชดใช้แทน ว่ายังไงล่ะ?”

            “ฉันไม่จ่าย! ไม่มีความจำเป็นจะต้องจ่ายด้วยซ้ำ” นาราลักษณ์ลุกพรวดขึ้นอย่างโกรธจัด ไม่สนใจว่าเขาจะเป็นเจ้านายหรือมีอายุมากกว่าหลายปีอีกแล้ว

            “งั้นฉันก็คงต้องแจ้งตำรวจให้ดำเนินคดี” เขาขู่ หญิงสาวจึงแค่นหัวเราะอย่างหยันๆ รู้สึกเกลียดขี้หน้าคนฉวยโอกาสอย่างเขานัก

            “เชิญขี่ม้าสามศอกไปแจ้งความได้ตามสบาย ถ้าตำรวจจะเชื่อคำพูดลอยๆ โดยไม่มีหลักฐาน ก็ให้มันรู้กันไปว่ากระบวนการยุติธรรมประเทศนี้มันห่วยแค่ไหน”

            ใบหน้าซีดเผือดก่อนหน้านี้แดงก่ำจนแทบกลายเป็นสีเลือด แต่ภาพตรงหน้ากลับทำให้พันเดชอารมณ์ดีอย่างประหลาด

            ชายหนุ่มไม่ตอบโต้อะไร เขายืนขึ้นเต็มความสูงแล้วเดินอ้อมมาหาร่างบางที่ยืนค้ำหัวอยู่เมื่อสักครู่ ทำให้คนตัวเล็กกะพริบตาอย่างตื่นตระหนก ถอยกรูดอย่างรวดเร็ว หากร่างสูงกลับก้าวตามไม่หยุด

            “จะทำอะไรของคุณ!”

            นาราลักษณ์เอ่ยถามเสียงสั่นพลางหันรีหันขวางหาทางเอาตัวรอด ยิ่งเผลอสบกับสายตาคุกคามของอีกฝ่ายก็ยิ่งทำเอาหัวใจแทบกระดอนออกไปนอกอกอย่างประหวั่นพรั่นพรึง

            แววตาของพันเดชแวววาวเรืองรอง แต่ยากที่จะคาดเดาว่าชายหนุ่มกำลังคิดอะไรขณะมองคนที่อยู่ตรงหน้าเขา นาราลักษณ์ได้แต่ลอบกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบาก ใบหน้าที่แดงก่ำก่อนหน้านี้เริ่มกลับมาซีดอีกครั้ง

            “ก็ถูกของเธอ...ฉันไม่มีหลักฐานว่าเธอเป็นต้นเหตุทำให้ลูกค้าทะเลาะกันจนเกิดความเสียหาย”

            นาราลักษณ์ใจชื้นเมื่อเขาพูดเช่นนั้น อย่างน้อยก็ไม่ต้องเสียเงินชดใช้ค่าเสียหายให้ชายหนุ่มแล้ว 

            “แต่ฉันจะแจ้งความข้อหาทำลายข้าวของกับเธอแทน”

            เขาพูดนิ่งๆ หากมุมปากยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์จนนาราลักษณ์เริ่มไม่ไว้ใจ หญิงสาวจ้องหน้าคนพูดเขม็งก่อนจะสวนกลับเสียงแข็ง

            “ฉันไปทำลายข้าวของของคุณตอนไหนไม่ทราบ?”

            “ตอนนี้ไง” เขาตอบก่อนจะก้าวเท้าเข้าใกล้เธอขึ้นเรื่อยๆ

            นาราลักษณ์มองคนตัวโตหน้าตื่น ด้วยความตกใจหญิงสาวจึงรีบถอยกรูดหนีเขาอีกรอบ ก่อนที่แผ่นหลังบอบบางจะชนเข้ากับอะไรบางอย่างจนมันหล่นลงมาแตกอย่างไม่ทันตั้งตัว

            เพล้ง!

            ด้วยความตกใจหญิงสาวจึงรีบหันกลับไปมอง ก่อนจะพบว่ามีขวดไวน์วางอย่างหมิ่นเหม่บนตู้โชว์และทำท่าจะหล่นแหล่มิหล่นแหล่ เธอทำงานที่นี่มาเป็นเดือน พอจะรู้จักเครื่องดื่มหลายชนิด และไวน์ที่ระบุปี พ.ศ. เก่าๆ เช่นนี้ย่อมมีราคาสูงลิ่ว

            น้ำลายเหนียวหนืดถูกกลืนลงคออย่างยากลำบาก และเพื่อความแน่ใจจึงชะโงกหน้าไปดูวัตถุที่หล่นลงไปแตกอยู่อีกฝั่งของตู่โชว์ ก่อนจะพบกับภาพขวดไวน์แตกเป็นเสี่ยงๆ และมีของเหลวสีแดงไหลเอ่อออกมาจนถึงปลายเท้า 

            นาราลักษณ์หน้าเสียทันที

            “เธอทำมันแตก”

            พันเดชกระตุกยิ้มอย่างคนถือไพ่เหนือกว่าทำเอานาราลักษณ์โกรธจนตัวสั่น หญิงสาวหันขวับมาจ้องคนตัวสูงเขม็ง

            “เลว! คุณจงใจ”

            “แต่คนที่ทำมันแตกคือเธอนี่นา...” เขาลากเสียงยาวราวกับจะยั่วให้เธอโมโห ซึ่งมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ 

            “คุณรู้อยู่แก่ใจว่าฉันไม่ผิด”

            “แต่บังเอิญฉันมีหลักฐานว่าเธอเป็นคนทำ” พันเดชว่ายิ้มๆ อย่างเหนือชั้นเชิง ก่อนจะปรายสายตาขึ้นไปมองกล้องวงจรปิด ทำเอานาราลักษณ์แทบอยากจะร้องไห้

            “ไวน์ขวดนั้นราคาสูงซะด้วยสิ...เอายังไงดีล่ะ จะจ่ายเป็นเงิน หรือจ่ายด้วยตัวดี?”

            “คุณมันเลวสิ้นดี! ใช้วิธีสกปรกแบล็กเมลคนอื่น”

            หญิงสาวเค้นเสียงอย่างโกรธจัด รู้สึกรังเกียจการกระทำอันไร้สำนึกของคนตรงหน้าเหลือจะกล่าว แต่ดูเหมือนเขาจะไม่อนาทรร้อนใจต่อคำบริภาษของเธอสักนิด

            “อย่าฝันว่าฉันจะยอมให้คุณบีบบังคับด้วยวิธีสกปรกได้ง่ายๆ”

            “งั้นก็เตรียมตัวติดคุกได้เลย เพราะฉันจะแจ้งตำรวจจับเธอ” 

            พันเดชว่าอย่างไม่เดือดร้อน ชายหนุ่มไหวไหล่เบาๆ แล้วเดินไปนั่งไขว่ห้างที่โซฟาบุหนังราคาแพง ทอดมองร่างบางอย่างสบายอารมณ์

            นาราลักษณ์กำมือแน่นอย่างสะกดกลั้น นึกตัดพ้อโชคชะตาที่ทำให้เธอต้องตกเป็นรองพวกเศรษฐีหน้าเลือดอย่างนี้อยู่ร่ำไป ทั้งที่อีกไม่กี่วันเธอกำลังจะหลุดพ้นจากผับนรกนี้แล้วแท้ๆ แต่กลับต้องมาถูกคนไร้คุณธรรมมัดมือชกอย่างน่ารังเกียจ

            ผู้ชายพวกนี้อยากได้ตัวเธอนักหรือ ลูกค้าของเขาก็แทะโลมเธอทางคำพูดและสายตาทุกวัน ทั้งที่นาราลักษณ์ไม่เคยแต่งตัวล่อแหลมหรือเล่นหูเล่นตากับคนเหล่านั้นสักครั้ง โดยเฉพาะคนตรงหน้าเธอยิ่งไม่เคยแม้แต่จะทอดสายตาเชิญชวน

            เหตุใดเขาถึงหมายจะเอาตัวเธอไปบำรุงบำเรออารมณ์ดิบเถื่อนของตัวเองให้ได้

            “คิดให้ดีนะนาราลักษณ์...ได้ข่าวว่าเธอต้องทำงานส่งเงินให้แม่กับน้องด้วยไม่ใช่หรือ?” เขาพูดเนิบๆ หากแต่โน้มน้าวคนตัวเล็กอยู่ในที “ถ้าหัวเรี่ยวหัวแรงหลักของบ้านเกิดติดคุกหัวโตขึ้นมา...ใครกันน้าที่จะดูแลแม่กับน้องให้เธอ”

            ดวงตาคู่สวยร้อนผ่าวเมื่อเขายกเรื่องที่มีผลต่อความรู้สึกของหญิงสาวขึ้นมาขู่ และแน่นอนว่ามันได้ผล เพราะนาราลักษณ์ไม่อาจทนเห็นแม่และน้องต้องลำบากไปมากกว่านี้ได้

            หญิงสาวกัดฟันถามเสียงสั่นอย่างหมดหนทาง เพราะหากเขาแจ้งความเอาผิดเธอจริงๆ คนจนอย่างนาราลักษณ์คงสู้อำนาจและเงินของเขาไม่ได้

            “ฉันทำงานชดใช้ให้คุณก็ได้...แต่ขอให้คุณหักค่าแรงไปวันละครึ่งได้ไหม เพราะฉันต้องส่งเงินกลับบ้านทุกอาทิตย์”

            “สรุปว่าจะทำงานชดใช้?” เขาเลิกคิ้วถามย้ำ

            “ใช่!”

            “โอเค๊...ถ้าอยากลำบากทำงานงกๆ ใช้หนี้ก็ตามใจเธอ แต่มันคงจะหลายเดือนหน่อยนะกว่าหนี้จะหมด...ถ้าเหนื่อยและอยากเปลี่ยนใจใช้หนี้ด้วยวิธีอื่นก็บอกได้ทุกเมื่อ”

            “ฝันไปเถอะ!”

            “หึๆ” พันเดชมองคนตอบโต้เสียงขุ่นอย่างอารมณ์ดี สายตาคมมองคนที่ปฏิเสธขึ้นเตียงกับเขาทุกทางอย่างพึงพอใจ

            แน่นอนว่าจุดประสงค์ของเขาไม่ใช่เรื่องบนเตียงอย่างที่พูดไป หากแต่มันมีอะไรบางอย่างที่มากกว่านั้น

            “งั้นก็ตามใจเธอ”

            นาราลักษณ์เม้มริมฝีปากแน่นเมื่อเห็นสายตาและรอยยิ้มที่ไม่น่าไว้วางใจของคนเจ้าเล่ห์ ไม่อาจหยั่งรู้ว่าเขากำลังคิดจะเล่นตลกอะไรกับชีวิตเธอหลังจากนี้ แต่หญิงสาวรู้สึกได้ถึงกลิ่นไอของความยุ่งยากที่จะเกิดขึ้นจากคนเอาแต่ใจ

            “แต่ถ้าไม่อยากเจียดเงินค่าแรงที่ต้องเก็บไว้ส่งให้แม่ทุกอาทิตย์และได้ใช้หนี้ไปพร้อมๆ กัน ฉันก็มีทางเลือกให้เธออีกทาง”

            “งานขึ้นเตียงฉันไม่สนใจ”

            “หึๆ ฉันรู้น่า...ฟังซะก่อนสิ” พันเดชหัวเราะเบาๆ อย่างใจเย็นจนแทบไม่น่าเชื่อ...ถ้านักโน้มน้าวจิตใจในประเทศนี้มีเพียงหยิบมือ...เขาก็คือหนึ่งในนั้นละ

            “งั้นก็ลองว่ามาสิ”

            คนเจ้าเล่ห์ยิ้มกริ่มอย่างพอใจเมื่อเหยื่อทำท่าจะติดกับ

            “ก็…”

 

 

     

**********************

เจ้าเล่ห์นักนะเสี่ย

แผนเยอะขอให้ทายเพราะแผน 555

ไม่ทีมเสี่ย ตอนนี้เป็นทีมแม่น้องนาวค่ะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 49 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

469 ความคิดเห็น

  1. #450 MALiTTLE BOSS (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 มกราคม 2564 / 16:29
    เจ้าเล่ห์มากๆ
    #450
    0
  2. #11 aranyaorchid (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 11:04
    รีบหนีนางปีศาจร้ายจนไม่ได้อาบน้ำแปรงฟัน555555
    #11
    1