(E-book เปิดให้อ่านถึง 5 มีนา)RULE SET : กฎของนักล่า (นักล่าvs ไออุ่น)

ตอนที่ 3 : [up 100%]กฎของนักล่าข้อที่ 02

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,446
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 148 ครั้ง
    6 ก.ค. 62




EPISODE 02





หนึ่งอาทิตย์ต่อมา

เรื่องร้ายๆ ที่เกิดขึ้นกับฉันในคืนนั้นทำให้ฉันต้องนอนซมเพราะพิษไข้ไปหลายวัน กว่าฉันจะหายจากพิษไข้วันที่ฉันต้องไปฝึกงานวันแรกก็คืบคลานใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ฉันควรลืมเรื่องพวกนั้นออกไปจากหัวให้หมด แล้วฉันควรที่จะเริ่มต้นใหม่กับชีวิตเองตัวเองสักที หลังจากที่ฉันทำใจกับเรื่องนั้นได้แล้ว ความรู้สึกตื่นเต้นที่จะต้องเข้าไปฝึกงานวันแรกก็เข้ามาแทนที่ ตอนนี้ทั้งสภาพร่างกายและจิตใจของฉันมันพร้อมสำหรับการเริ่มต้นใหม่แล้วละ

และวันนี้ก้เป็นวันที่ฉันต้องเริ่มต้นฝึกงานวันแรก บอกได้เลยว่าฉันเก็บความรู้สึกประหม่าของตัวเองไม่ได้เลยจริงๆ เพราะที่นี่เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับประเทศและเป็นที่รู้จักของผู้คนมากมาย มันเลยทำให้ฉันรู้สึกประหม่าไม่ได้จริงๆ เพราะถ้าเกิดฉันทำอะไรที่ผิดพลาดลงไป ฉันไม่อยากนึกถึงเลยว่าผลที่ตามมานั้นมันจะร้ายแรงมากแค่ไหน แต่ตอนนี้ฉันก็เดินมาถึงขั้นนี้แล้วฉันคงถอยไม่ได้แล้ว สิ่งที่ฉันต้องทำให้ได้ดีที่สุดก็คือตั้งใจศึกษางานและทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อบริษัทให้ได้มากที่สุด

“สู้ๆ ยัยอุ่น แกต้องทำได้”

ฉันกล่าวให้กำลังใจตัวเองก่อนที่จะตัดสินใจเดินเข้าไปในตึกที่สูงเสียดฟ้า ซึ่งต่อจากนี้ไปจะเป็นที่ฉันต้องเข้ามาฝึกงานที่นี่

“อ้าว น้องอุ่นมาเร็วจังนะ”

ทันทีที่ฉันเดินเข้ามาในบริเวณของบริษัทก็มีเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งเอ่ยทักฉันด้วยน้ำเสียงที่เป็นมิตร ฉันเลยหันไปที่ต้นเสียงทันที ก็เห็นว่าผู้หญิงคนนั้นกำลังส่งยิ้มมาให้ฉันด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่นอยู่ เธอคนนี้คือพี่เลี้ยงของฉันเอง ชื่อพี่พิม เธอทำงานในตำแหน่งเลขาของท่านประธานบริษัทแห่งนี้ ซึ่งฉันจะได้รับการดูแลจากเธอตลอดช่วงเวลาที่ฉันฝึกงานที่นี่ นั่นก็หมายความว่าตำแหน่งของฉันก็คือผู้ชายของเธอ นั่นก็คือผู้ชายเลขานั่นเอง

“สวัสดีค่ะพี่พิม”

ฉันหันไปทักทายเธอพร้อมกับยกมือไหว้เธอด้วยความเคารพก่อนที่จะส่งยิ้มที่เต็มไปด้วยความร่าเริงไปให้เธอพร้อมๆ กัน

“จ้า พร้อมสำหรับทำงานวันแรกแล้วใช่ไหม”

“ค่ะ”

ฉันตอบกลับไปด้วยความกระตือรือร้น ฉันค่อนข้างรู้จักกับพี่พิมมาก่อนหน้านี้แล้ว แบบว่าตอนที่ฉันมายื่นเรซูเม่และมาสัมภาษณ์งานก็มีพี่พิมนี่แหละที่เป็นคนสัมภาษณ์ฉันพร้อมกับผู้ชายอีกคนที่ได้ดำรงตำแหน่งเดียวกันกับพี่พิม ฉันเลยได้ทำความรู้จักกันพี่พิมมาก่อนหน้านี้ วันนี้ฉันเลยค่อยรู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้างแล้วที่อย่างน้อยพ่พิมก็ไม่ได้โหดกับฉัน

“ไปกันเถอะ ไปดูโต๊ะทำงานเรากัน”

พี่พิมเอ่ยแล้วเดินนำหน้าฉันขึ้นไปที่ลิฟต์ตัวหนึ่งทันที ฉันที่ได้แต่ยืนตาโตด้วยความตื่นเต้นเพราะไม่รู้มาก่อนว่าเด็กฝึกงานอย่างฉันจะมีโต๊ะทำงานกับเขาด้วย อ่า ฉันเก็บความตื่นเต้นของตัวเองเอาไว้ไม่ได้จริงๆ

“อ่อ ลิฟต์ตัวนี้จะใช่สำหรับท่านประธานเท่านั้น แต่เราได้อภิสิทธิ์พิเศษ เราเลยสามารถใช้ลิฟต์ตัวนี้ได้”

พี่พิมอธิบายฉักน็ตั้งใจฟังแล้วพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจตอบโต้เธอไปทันทีอย่างกระตือรือร้น แล้วสิ่งที่ฉันได้ตอบแทนกลับมาจากพี่พิมก็คือรอยยิ้มอบอุ่นที่เจือไปด้วยความขบขันกับท่าทีของฉันในตอนนี้

“ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นก็ได้ ท่านประธานไม่ใช่คนที่น่ากลัว เดี๋ยวไว้เราเจอท่าน พี่จะได้แนะนำอุ่นให้ท่านได้รู้จัก”

“อ่า ค่ะ”

ถึงพี่พิมจะบอกฉันาแบบนั้นแต่ฉันก็อดรู้สึกสงสัยไม่ได้ว่าท่านประธานคนนั้นเขาเป็นคนยังไงกันแน่ มันน่าแปลกนะที่บริษัทนี้ออกจากใหญ่โตและมีชื่อเสียงมาก แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าใครกันที่เป็นเจ้าของบริษัทแห่งนี้เพราะตามสื่อไม่มีข้อมูลหรือรูปถ่ายของเขาเลยแม้แต่รูปเดียว คงมีแค่คนที่ทำงานที่นี่เท่านั้นแหละมั้งที่รู้ว่าเขาเป็นใคร แต่ถึงฉันจะสงสัยไปมันก็ไม่ช่วยให้อะไรมันดีขึ้นมาหรอก เพราะอีกไม่นานฉันก็จะรู้คำตอบเองว่าเขาเป็นคนยังไง หวังว่าเขาจะไม่ใช่คนที่น่ากลัวอย่างที่พี่พิมบอกก็พอแล้ว

หลังจากที่เราขึ้นลิฟต์ได้ไม่นาน ลิฟต์ก็พาพวกฉันเคลื่อนตัวมาที่ชั้นสูงสุดของตึกก่อนที่ประตูลิฟต์จะถูกเปิดออกเผยให้เห็นบริเวณชั้นที่ถูกตกแต่งอย่างทันสมัย ซึ่งชั้นนี้จะมีห้องอยู่เพียงห้องเดียวนั่นก็คือห้องของท่านประธาน ส่วนบริเวณหน้าห้องนั้นจะเป็นโซนพื้นที่ของเลขาที่มีโต๊ะเรียงอยู่เพียงแค่ไม่กี่โต๊ะเท่านั้น บรรยากาศตรงส่วนนี้ทำให้ฉันรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมานิดหน่อยเพราะที่นี่ไม่ได้ดูน่ากลัวกว่าที่ฉันคิดไว้ตั้งแต่แรก มันกลับดูอบอุ่นกว่าที่ฉันคิดไว้เสียอีก

“นี่โต๊ะทำงานของอุ่นนะ”

พี่พิมเอ่ยแล้วผายมือไปยังโต๊ะทำงานตัวหนึ่งที่ยังว่างอยู่แล้วเธอก็เดินไปนั่งที่เก้าอี้ตัวหนึ่งซึ่งอยู่ติดกับโต๊ะทำงานของฉัน แต่จะอยู่ส่วนด้านหน้า ซึ่งมันเป็นที่สำหรับเลขาที่จะต้องนั่งประจำที่

“ขอบคุณค่ะพี่พิม”

“จ้า อืม วันนี้เอาเป็นว่าพี่จะสอนงานคร่าวๆ ให้อุ่นก่อนก็แล้วกัน เพราะช่วงนี้ท่านประธานไปทำธุระที่ต่างจังหวัด อีกสองสามวันถึงจะกลับ ไว้ให้ท่านมาก่อนพี่ถึงจะมอบหมายให้อุ่นทำงานนะ”

“ได้ค่ะ”

ฉันตอบกลับไปแล้วหลังจากนั้นพี่พิมก็สอนงานให้ฉันคร่าวๆ โดยมีฉันที่ตั้งใจเรียนอยู่งานอยู่อย่างกระตือรือร้น เพราะกว่าฉันจะได้ฝึกงานที่นี่ฉันอุตส่าห์ตั้งใจเรียนเพื่อให้ได้เกรดดีๆ มา และฉันก็อยากใช้ความรู้ที่ฉันได้เรียนมาตลอดเวลาสี่ปีมาให้เกิดประโยชน์บ้าง นี่เป็นครั้งแรกจริงๆ ที่ฉันได้นำความรู้จากตำราเรียนมาใช้งานจริง รู้สึกเป็นเกียรติยังไงก็ไม่รู้สิ

เวลาต่อมา

“พักกันเถอะ นี่ก็เที่ยงแล้วเราไปหาอะไรกินกันก่อนดีกว่า”

พี่พิมเอ่ยขึ้นมาท่ามกลางความเงียยบ ฉันที่กำลังนั่งตั้งใจอ่านแฟ้มต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการเรียนอยู่นั้นก็ชะงักมือของตัวเองไปทันที ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมองหน้าพี่พิมซึ่งกำลังมองหน้าฉันอยู่ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม พี่พิมเป็นผู้หญิงที่น่ารักและน่าเคารพเธออายุน่าจะประมาณสามสิบต้นๆ แต่หน้าตาของเธกอ็ยังดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงๆ นี่ถ้าพี่พิมไม่บอกว่าเธอแต่งงานมีลูกแล้วฉันอาจจะเอ่ยปากชมว่าเธอต้องมีผู้ชายมารุมจีบเยอะแน่ๆ รู้สึกอิจฉาสามีของพี่พิมจริงๆ ที่ได้ผู้หญิงอย่างพี่พิมเป็นแฟนเพราะถ้าฉันเป็นผู้ชายฉันก็จะเลือกผู้หญิงอย่างพี่พิมนี่แหละมาเป็นแฟน

“เอ่อ เมื่อกี้พี่พิมพูดว่าอะไรนะคะ อุ่นไม่ทันฟัน”

ฉันเอ่ยถามไปเพราะเมื่อกี้ฉันมัวแต่โฟกัสกับตัวหนังสือมากไปซะหน่อยเลยไม่ได้ยินว่าพี่พิมพึ่งพูดอะไรกับฉันไป

“นี่ตั้งใจอ่านขนาดนั้นเชียว ไม่หิวเหรอ เที่ยงแล้วนะ ไปหาไรกินกัน”

“อ่าค่ะ”

ฉันเลยหัวเราะแห้งๆ ส่งไปให้พี่พิมแก้เก้อ ก่อนที่จะปิดแฟ้มเล่มนั่นลงแล้วเดินตามพี่พิมไปเพื่อที่จะได้ทานข้าวเที่ยงสักที นี่ฉันมัวแต่นั่งทำงานจนลืมเวลาขนาดนั้นเลยเหรอเนี้ย พึ่งรู้ตัวว่าเวลามันผ่านไปเร็วขนาดนี้ พอฉันรู้ตัวว่าเที่ยงเท่านั้นแหละฉันก็รู้สึกว่าตัวเองหิวข้าวมากแค่ไหน อ่า นิสัยแบบนี้ของฉันคงแก้หายยากเพราะว่าฉันเป็นคนที่ถ้าตั้งใจทำอะไรแล้วฉันจะมุ่งอยู่ตรงนั้นเพียงอย่างเดียวนะ

พี่พิมพาฉันมาที่โรงอาหารของบริษัทซึ่งทางบริษัทจัดไว้ให้โดยให้พนักงานสามารถทานอาหารที่นี่ได้โดยไม่ต้องเสียเงิน ฉันรู้สึกว่านี่มันเป็นความคิดที่ดีเพราะมันส่งผลดีต่อพนักงานเพราะจะได้เสียรายจ่ายในแต่ละวันน้อยลง และถ้ามองในอีกแง่มุมหนึ่งก็เป็นการสร้างความจงรักภักดีของพนักงานให้มีต่อบริษัทยังไงละ ถึงว่าละนะที่นี่ถึงได้ดูอบอุ่นเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกันแบบนี้ ครอบครัวที่มีขนาดใหญ่น่ะ

“อาหารที่นี่อร่อยทุกอย่างเลยนะ ท่านประธานเป็นคนสร้างที่นี่ขึ้นได้ไม่กี่ปีนี่เอง”

ได้ยินพี่พิมพูดแบบนี้แล้วฉันอยากรู้แล้วสิว่าท่านประธานตัวจริงๆ จะเป็นคนยังไง ดูจากโดยรวมแล้วท่านต้องเป็นคนที่ใจดีมากแน่ๆ

“ท่านต้องเป็นคนที่ใจดีมากๆ ใช่ไหมคะพี่พิม”

ฉันเอ่ยถามด้วยความสงสัยในระหว่างที่พวกฉันกำลังนั่งลงที่โต๊ะตัวหนึ่งเพื่อที่จะทานข้าวเที่ยงกัน

“อืม ถ้าในมุมของคนที่ต้องทำงานกับท่านทุกวันอย่างพี่ พี่ก็คิดว่าท่านเป็นคนที่น่าเคารพและดีมากคนหนึ่ง แต่ในมุมมองของพนักงานคนอื่นอาจจะมองว่าท่านเป็นคนที่เคร่งและน่ากลัว เพราะท่านไม่ค่อยยิ้มด้วยแหละมั้งถึงทำให้คนอื่นคิดกับท่านแบบนั้น แต่ถ้าอุ่นเจอท่านเดี๋ยวอุ่นก็รู้ว่าท่านเป็นคนยังไง”

“ค่ะ”

แล้วหลังจากนั้นพวกเราก็ลงมือทานข้าวกัน โดยมีพี่พิมเป็นคนชวนฉันคุยอยู่ตลอดเวลาเลยทำให้ฉันลดอาการอึดอัดลงไปได้อย่างมาก แต่ตอนนี้ฉันเริ่มรู้สึกอึดอัดขึ้นมาบ้างแล้วเพราะเหมือนมีสายตาของผู้คนหลายคู่กำลังจ้องมองมาที่ฉัน ฉันไม่กล้าที่จะเงยหน้าขึ้นไปมองเพราะฉันพึ่งมาทำงานที่นี่วันแรกมันฉันเลยดูเกรงกลัวไปหมดทุกอย่าง

“มีอะไรหรือเปล่า อุ่น”

“เอ่อ พี่พิม เหมือนมีคนมองอุ่นอยู่ยังไงก็ไม่รู้สิ”

ฉันกระซิบบอกพี่พิมด้วยน้ำเสียงที่เบาเพื่อให้ได้ยินกันแค่สองคน ส่วนพี่พิมหลังจากที่ได้ยินประโยคที่ฉันพึ่งบอกไปเมื่อกี้เธอก็หัวเราะขึ้นมาทันทีด้วยความขบขัน นี่ฉันทำอะไรแปลกๆ ออกไปหรือเปล่า ทำไมพี่พิมถึงได้หัวเราะออกมาแบบนั้น

“ฮ่าๆ นี่อุ่นไม่รู้ตัวเลยเหรอ”

“อะ อะไรเหรอคะ”

“ก็อุ่นสวยขนาดนี้ คนอื่นไม่มองก็แปลกแล้ว”

ฉันนี่นะสวย ไม่หรอก ฉันไม่ได้สวยเลยสักนิด ฉันก็แค่ผู้หญิงหน้าตาพื้นๆ ธรรมดาทั่วไปก็เท่านั้นเอง

“พี่พิมก็พูดเกินไป อุ่นไม่สวยเลยสักนิด”

“ใครบอกล่ะ อุ่นสวยมากเลยต่างหาก นี่ถ้าแต่งหน้าสักนิดพวกนางเอกยังชิดซ้ายเลย อุ่นไม่รู้ตัวบ้างหรือไงว่ามีคนมองอุ่นตั้งแต่เดินเข้าโรงอาหารมาแล้ว”

ฉันก็พึ่งมารู้สึกตัวว่ามีคนมองฉันมากขนาดนี้นี่แหละ เพราะตอนที่เดินเข้าโรงอาหารมาฉันมัวแต่ชื่นชมโรงอาหารแห่งนี้จนไม่ได้สนใจรอบข้างเลยสักนิด แต่พวกเขาเล่นมองฉันมาไม่เลิกแบบนั้นฉันก็รู้สึกอึดอัดเหมือนกันนะ และในตอนนั้นเองก็มีผู้ชายกลุ่มหนึ่งเดินตรงเข้ามาที่โต๊ะที่ฉันกับพี่พิมนั่งอยู่ การปรากฏตัวของพวกเขาทำให้ฉันรู้สึกมึนงงเป็นอย่างมาก หรือพวกเขาจะมาคุยธุระกับพี่พิมกันนะเพราะฉันไม่เคยรู้จักพวกเขามาก่อน พวกเขาคงไม่ได้มีธุระอะไรกับฉันอย่างแน่นอน

“พี่พิม นี่น้องนักศึกษาที่พึ่งเข้ามาฝึกงานใช่ไหมครับพี่”

ผู้ชายคนหนึ่งเอ่ยถามพี่พิมก่อนที่พวกเขาจะมองมาที่ฉันด้วยสายตาวิบวับ

“อืม ใช่ ทำไมเหรอ”

ดูเหมือนว่าพวกเขาจะรู้จักกันนะ แต่พี่พิมเป็นถึงเลขาของประธานบริษัทแห่งนี้เป็นใครบ้างละที่จะไม่รู้จัก แต่เมื่อกี้ในประโยคที่เขาเอ่ยถามคนที่พวกเขาหมายถึงคือฉันอย่างนั้นเหรอ

“พวกผมแค่เข้ามาทำความรู้จักเฉยๆ”

“ใช่เหรอ ไม่ใช่มาเร่ขายขนมจีบกันใช่ไหม”

“โห่ พี่ ดักคอพวกผมแบบนี้พวกผมก็ไปไม่ถูกเลยสิ ว่าแต่ว่าน้องคนนี้เขาชื่ออะไรเหรอพี่”

แล้วพวกขาก็จ้องมาที่ฉันอีกครั้งและก็ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังรอคำตอบจากปากของฉันอยู่ ถ้าฉันไม่ตอบหรือไม่พูดกับพวกเขามันคนเป็นเรื่องที่เสียมารยาทมากแน่ๆ แล้วฉันก็จะถูกกล่าวหาว่าหยิ่ง ซึ่งนั่นมันใช่เรื่องที่ดีเลยที่นักศึกษาฝึกงานอย่างฉันจะต้องมาก่อเรื่องที่ไม่ดีตั้งแต่วันแรกแบบนี้ อะไรที่เลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยงสินะ

“เอ่อ ชื่อไออุ่นค่ะ หรือเรียกว่าอุ่นก็ได้”

ฉันตอบไปเพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาทที่อย่างน้อยพวกเขาก็อุตส่าห์เข้ามาทำความรู้จักกับฉันถึงที่แบบนี้

“อ่อ น้องอุ่น พี่ชื่อตุล ถ้ามีปัญหาอะไรปรึกษาพวกพี่ได้ตลอดนะ”

“อ่าค่ะ”

“งั้นพวกพี่ไม่กวนแล้ว แล้วเจอกันไหมนะครับน้องอุ่น”

“ค่ะ”

แล้วคนพวกนั้นก็เดินจากไป ฉันเลยได้โอกาสถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกโล่งอกที่ไม่ต้องมานั่งเกร็งให้คนพวกนั้นยิงคำถามแบบนั้นใส่ฉันอีก แต่ดูเหมือนว่าฉันจะถอนหายใจแรงไปหน่อยพี่พิมถึงได้มองมาที่ฉันด้วยสายตากรุ้มกริ่มแบบนั้น

“พวกมันก็เป็นแบบนี้แหละ อย่าไปสนใจเลย”

“ค่ะ”

“แต่อุ่นนี่เสน่ห์แรงไม่เบานะ ไม่ลองไปแคสเป็นนักแสดงบ้างเหรอ”

โอ๊ย หน้าตาอย่างฉันนี่นะ จะไปเป็นดาราได้ ไม่ไหวหรอก ฉันไม่ถนัดงานแบบนั้นเลยสักนิด

“ไม่ไหวหรอกค่ะ อุ่นชอบงานแบบนี้มากกว่า”

“นั่นสิ น้องอุ่นทั้งสวยทั้งฉลาดแบบนี้ อยากรู้จริงๆ ว่าใครจะได้น้องอุ่นไปเป็นแฟน เอ๊ะ ว่าแต่ว่าอุ่นมีแฟนหรือยังเนี้ย”

“ยังเลยค่ะ อุ่นยังไม่คิดถึงเรื่องนั้น”

“หว่า แบบนี้ผู้ชายที่นี่ก็พอมีลุ้นกันบ้างแล้วสิ”

ตอนนี้ฉันสนใจแค่งานกับเรื่องเรียนมากกว่า เรื่องแฟนหรือเพศตรงข้ามฉันไม่เคยคิดมันอยู่ในหัวสมองของฉันเลยสักนิด และเรื่องเมื่อคืนนั้นทำให้ฉันรู้สึกขยาดเรื่องผู้ชายไปโดยปริยาย มันเป็นตราบาปที่ติดตัวฉันมาถึงตอนนี้ ฉันไม่ไว้ใจผู้ชายหน้าไหนแล้วทั้งนั้น

หลายวันต่อมา

หลายวันมานี้ฉันเริ่มรู้สึกคุ้นเคยกับที่ทำงานเป็นอย่างดีแล้ว ไม่ว่าจะเรื่องงานหรือเรื่องของเพื่อนร่วมงาน ทุกอย่างตอนนี้เหมือนจะลงตัวดีทุกอย่าง ไม่อยากจะเชื่อว่าการฝึกงานของฉันมันจะดำเนินไปด้วยความราบรื่นแบบนี้ ฉันหวังว่ามันจะราบรื่นแบบนี้ไปตลอดนะ ขอให้อย่ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้นกับฉันเลย

การฉันเรียนรู้งานไปด้วยความรวดเร็วจนตอนนี้ฉันสามารถเข้าใจถึงงานที่ฉันต้องทำทุกอย่างแล้ว มันเป็นเพราะว่าพี่พิมสอนงานฉันดีด้วยแหละฉันถึงได้รับรู้งานได้เร็วแบบนี้ แต่มีบางครั้งที่ฉันต้องรู้สึกอึดอัดบ้างนิดหน่อย เพราะบรรดาพวกผู้ชายที่อยู่บริษัทนี้ที่ยังคงโสดไร้คนเคียงคู่ต่างพากันแห่มาขายขนมจีบให้ฉันแทบทุกวัน ฉันก็ปฏิเสธไปแล้ว แต่ทำไมพวกเขาถึงไม่ยอมแพ้กันนะ แถมดูเหมือนจะรุกฉันหนักขึ้นกว่าเดิมเสียอีก ฮือ ฉันไม่ชอบสถานการณ์แบบนี้เลยจริงๆ

“สวัสดีครับน้องอุ่น วันนี้สวยเหมือนเดิมเลยนะครับ”

“น้องอุ่นๆ กาแฟครับ พี่ซื้อมาให้”

“บราๆ”

ฉันไม่คิดว่าตัวเองสวยอะไรที่จะต้องมีผู้ชายมากหน้าหลายตาตามจีบแบบนี้ ตอนนี้อาจจะมีพนักงานผู้หญิงหลายคนรู้สึกหมั่นไส้ฉันไปแล้วก็ได้ ฉันไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้นนะ แต่ฉันห้ามผู้ชายพวกนี้ได้ที่ไหนกันละ และในตอนนั้นเองฉันก็เห็นว่าพี่พิมเดินเข้ามาพอดี ฉันเลยได้โอกาสปลีกตัวจากผู้ชายกลุ่มนั้นแล้ววิ่งไปหาพี่พิมทันที

“ทำหน้าตาตื่นมาเชียว เกิดอะไรขึ้น”

พี่พิมเอ่ยถามด้วยใบหน้ายิ้มๆ

“ก็...”

ฉันหยุดพูดเพียงแค่นั้นแล้วส่งสายตาให้พี่พิมมองตามสายตาฉันแทน ก่อนที่ฉันจะถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยใจ ส่วนพี่พิมนะเหรอ เธอหัวเราะออกมาดังลั่นเลยละที่เห็นสิ่งที่ฉันพึ่งวิ่งหน้าตาตื่นจากมา

“ฮ่าๆ เสน่ห์แรงแต่เช้าเลยนะ”

“ฮือ พี่พิม ทำยังไงคนพวกนั้นถึงจะเลิกตอแยอุ่นสักทีคะ”

ถ้าตามจีบฉันแบบนี้ทุกวันฉันก็ไม่ไหวหรอกนะ ฉันกลัวว่าจะมีคนเกลียดขี้หน้าของฉันเข้าสักวันนี่แหละ มันคือสิ่งที่ฉันกลัวที่สุด

“หาแฟนสักคนสิ รับรองเลิกแน่ ฮ่าๆ”

“พี่พิมอะ”

แล้วหลังจากนั้นพวกฉันก็ขึ้นลิฟต์มาที่ห้องทำงานที่พวกฉันอยู่ทันที หลังจากที่ทำงานมาแล้วหลายวันมันเลยทำให้ฉันรู้สึกคุ้นเคยกับที่นี่เป็นอย่างดีแล้ว งานทุกอย่างฉันก็ทำได้โดยไม่ต้องคอยถามพี่พิมตลอดเหมือนช่วงแรกๆ แต่มีแค่เพียงอย่างเดียวที่ฉันยังคงเป็นกังวลนั่นก็คือ ท่านประธานยังไงละ เพราะตั้งแต่ที่ฉันเข้ามาฝึกงานที่นี่ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ฉันยังไม่เห็นท่านเข้าบริษัทมาเลยสักครั้ง ฉันเข้าใจว่าท่านคงยุ่งเพราะธุรกิจกำลังเติบโตไปได้ดี ฉันเป็นแค่นักศึกษาฝึกงานได้เจอกับประธานบริษัทก็ถือว่าเป็นบุญแล้ว ถึงตอนนี้ฉันยังไม่ได้เจอท่านก็เถอะ

ติ๊ง!

แต่ในระหว่างที่ฉันกำลังวุ่นวายจัดแฟ้มเอกสารอยู่นั้นลิฟต์ที่มีแต่ประธานบริษัทและคนใกล้ชิดของท่านก็เปิดขึ้นมาพร้อม เสียงสัญญาณเตือนของลิฟต์ทำให้ฉันต้องเงยหน้าขึ้นไปมองที่ต้นเสียงทันทีด้วยความสนใจ แต่เป็นเพราะโต๊ะทำงานของฉันอยู่ด้านหลังโต๊ะทำงานของพี่พิมอีกทีมันเลยทำให้ฉันมองไม่เห็นว่าคนที่กำลังเดินมานั้นเป็นใคร

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ ท่านประธาน”

เสียงทักของพี่พิมดังขึ้นทำให้ฉันต้องเบิกตากว้างขึ้นมาทันทีด้วยความตกใจเพราะไม่คิดว่าวันนี้ท่านประธานจะเข้ามาที่บริษัทหลังจากที่หายไปหลายวัน ฉันที่ไม่ได้คาดคิดว่าจะได้เจอท่านในวันนี้ก็รู้สึกเกร็งขึ้นมาทันที จนเริ่มทำอะไรไม่ถูก

“อืม”

เสียงแหบต่ำที่โต้ตอบคำทักทายของพี่พิมกลับมา ก่อนที่เสียงเปิดปิดประตูจะดังตามกันมาติดๆ ฉันถึงได้สติกลับมาหลังจากที่มันวิ่งออกจากร่างฉันไปเมื่อกี้

“จิม พี่มีเอกสารที่ต้องให้ท่านประธานเซ็นต์”

เสียงของพี่พิมเหมือนกำลังคุยกับใครบางคนอยู่ ฉันเลยโผล่หน้าออกไปเพื่อมองก็เห็นผู้ชายตัวสูงคนหนึ่งกำลังยืนคุยกับพี่พิมอยู่ ทันทีที่ฉันโผล่หน้าออกไปผู้ชายคนนั้นก็เลื่อนสายตามามองที่ฉันทันที อ่า ถ้าจำไม่ผิดคนคนนี้คือเลขาอีกคนที่ฉันเคยเจอมาแล้วนี่นา ชื่อพี่จิม

“สวัสดีค่ะ”

ฉันเอ่ยทักทายไปพร้อมกับยกมือไหว้พี่จิมไปด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ เพราะพี่จิมเป็นผู้ชายที่ค่อนข้างสูงและรูปร่างค่อนข้างใหญ่ เขามีลักษณะเหมือนพวกบอดี้การ์ดส่วนตัวมากกว่าเป็นซะอีก แต่คนเราจะมองดูแค่เปลือกนอกก็คงไม่ได้ ถ้าฉันได้รู้จักกับพี่เขามากกว่านี้พี่เขาอาจจะเป็นคนที่ใจดีเหมือนพี่พิมก็ได้

“เริ่มงานแล้วเหรอ”

พี่จิมหันไปถามพี่พิมหลังจากที่เจอฉัน

“อืม ใช่ เริ่มได้หลายวันแล้ว ว่าจะไปแนะนำให้ท่านประธานได้รู้จัก นายคิดว่าไง”

“เดี๋ยวผมเข้าไปถามท่านให้”

แล้วหลังจากนั้นพี่จิมก็เดินเข้าห้องของท่านประธานไป ฉันที่ยืนรออยู่ข้างนอกด้วยหัวใจที่เต้นแรงด้วยความตื่นเต้น จนเวลาผ่านไปสักพักพี่จิมก็เดินออกมาด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่งของเขาเหมือนเดิม

“เข้าไปได้”

เมื่อได้คำตอบพี่พิมก็เดินนำฉันเข้าไปในห้องนั้นทันทีโดยมีฉันเดินตามเข้าไปติดๆ ปิดท้ายด้วยพี่จิมที่เดินตามหลังเข้ามา มันเป็นครั้งแรกเลยที่ฉันเข้ามาในห้องของท่านประธาน หลังจากที่ฉันเองแต่มองที่ประตูห้องนี้ทุกวัน วันนี้ฉันไม่คิดเลยว่าตัวเองจะได้เข้ามาในห้องนี้

ห้องของท่านประธานเป็นห้องที่ค่อนข้างใหญ่เป็นชั้นนี้ทั้งชั้นมีเพียงห้องนี้แค่ห้องเดียวเท่านั้น ห้องนี้ถูกตกแต่งอย่างหรูหราไม่ต่างจากห้องพักของโรงแรมระดับห้าดาวเลยสักนิด ฉันที่ยังคงไม่คุ้นชินและกำลังตื่นเต้นอยู่นั้นเลยไม่กล้าที่จะเงยหน้าสำรวจห้องนี้สักเท่าไหร่ เลยได้แต่เดินก้มหน้าตามหลังพี่พิมจนมาหยุดอยู่ที่ตรงกลางห้อง

“ท่านคะ นี่นักศึกษาฝึกงานที่จะมาช่วยในตำแหน่งผู้ช่วยเลขาค่ะ ชื่อน้องไออุ่น”

พี่พิมแนะนำตัวฉัน ฉันเลยเงยหน้าขึ้นแล้วพนมมือเพื่อที่จะไหว้ท่านประธานตามมารยาท

“สวัสดี...ค่ะ”

เสียงทักทายของฉันต้องขาดหายไปเป็นช่วงๆ เมื่อฉันได้เห็นใบหน้าของท่านประธานที่ฉันเฝ้าอยากจะเจอมาหลายวันและในวันนี้ฉันได้เจอเขาแล้ว แต่ฉันไม่คิดเลยว่าท่านประธานจะเป็นคนคนเดียวกันกับผู้ชายที่พรากความบริสุทธิ์ไปจากฉัน เขาคนนั้น คือท่านประธานของบริษัทนี้อย่างนั้นเหรอ




[โปรดติดตามตอนต่อไป]

เหมือนมันเป็นเรื่องบังเอิญ แต่เกิดจากความตั้งใจโดยไรต์เอง

พี่ล่าจะจำเมียตัวเองได้ไหมเนี้ย ส่วนน้องอุ่นของเราจะทำยังไงกับสถานการณ์แบบนั้น

ติดตามกันนะค่าาาา 5555

หนึ่งคอมเม้นเท่ากับหนึ่งกำลังใจ เม้นให้กำลังใจไรต์มาเยอะๆเน้อ จะได้ขยันอัพ






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 148 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

250 ความคิดเห็น

  1. #10 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 15:11
    รรอจ



    ยังไงต่อดีเนี้ยยยย
    #10
    0
  2. #9 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 23:43
    รออยู่จ้าาาา
    #9
    0
  3. #8 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 22:45
    เจิมจ้าาาาาาาาา
    #8
    0