(E-book เปิดให้อ่านถึง 5 มีนา)RULE SET : กฎของนักล่า (นักล่าvs ไออุ่น)

ตอนที่ 2 : [up 100%]กฎของนักล่าข้อที่ 01

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,867
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 177 ครั้ง
    1 ก.ค. 62



EPISODE 01




เหมือนทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากจนฉันตั้งตัวทัน รู้ตัวอีกทีร่างกายของฉันก็เปลือยเปล่าอยู่บนเตียงขนาดใหญ่โดยมีผู้ชายที่ฉันยังมองเห็นหน้าเขาไม่ชัด ภาพเลือนรางที่ฉายให้ฉันเห็นอยู่ตอนนี้มันทำให้ฉันรู้ตัวเองดีว่าตอนนี้ฉันเมามากแค่ไหน เมาถึงขั้นเห็นอะไรไม่ชัดแบบนี้ เมามากถึงขั้นที่ยอมให้ผู้ชายแปลกหน้าที่ฉันไม่เคยเห็นหน้าของเขามาก่อนมาแตะต้องร่างกายของตัวเองได้ ฉันรู้สึกตัว แต่ทำไมร่างกายไม่รักดีของฉันมันถึงได้เผลอไผลไปตามสัมผัสที่จาบจ้วงของเขาได้ง่ายแบบนี้กันนะ

มือร้อนๆ นั่นที่กำลังลูบไล้ร่างกายของฉันราวกับว่าร่างกายของฉันตอนนี้มันเป็นของเขา ขนาดฉันเองยังไม่เคยแตะต้องร่างกายของตัวเองแบบนี้มาก่อนเลย แต่เขาเป็นใครทำไมเขาถึงได้กล้าแตะต้องร่างกายของฉันทุกซอกทุกมุมแบบนี้ ตอนนี้ฉันรู้สึกว่าตัวเองกำลังเมามากกว่าเดิม ทั้งๆ ที่ฉันไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปอีกแต่ฉันเหมือนกำลังมึนเมาเพราะริมฝีปากที่กำลังระดมจูบฉันอยู่ด้วยความเร่าร้อนนี่อยู่ต่างหากล่ะ

“อึก เจ็บ”

ฉันแทบสำลักน้ำตาด้วยความเจ็บปวดเมื่อมีบางอย่างกำลังแทรกเข้ามาในร่างกายของฉัน มันเจ็บมากจนฉันไม่สามารถห้ามน้ำตาของตัวเองเอาไว้ได้ แต่น้ำตาของฉันที่กำลังไหลอาบแก้มอยู่ก็ต้องถูกปาดทิ้งไปด้วยมือของผู้ชายคนนั้น มันไม่ใช่สัมผัสที่นุ่มนวลอะไร แต่มันก็สามารถทำให้น้ำตาของฉันหยุดไหลได้อย่างง่ายดาย

ตอนนี้เพื่อนของฉันจะมีใครรู้ตัวบ้างไหมว่าฉันหายไป มีใครสักคนไหมที่กำลังตามหาฉันอยู่ แต่ตอนนี้มันคงไม่ทันแล้วแหละเพราะฉันได้ตกเป็นของผู้ชายแปลกหน้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เช้าวันต่อมา

แสงแดดที่กำลังแยงตา ปลุกให้ฉันตื่นจากฝันร้ายได้ในทันที ฉันที่พึ่งรู้สึกตัวก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาด้วยความยากลำบาก ความรู้สึกปวดไปทั่วทั้งหัวเข้าจู่โจมฉันมาทันที นี่มันคงเป็นอาการเมาค้างสินะ แต่ความรู้สึกปวดหนึบไปตามร่างกายของฉันตอนนี้ทำให้ฉันรับรู้ได้เป็นอย่างดีว่าเมื่อคืนฉันผ่านอะไรมาบ้าง ฉันในเช้าวันนี้ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปแล้ว

เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนขึ้นมาน้ำตาของฉันมันก็เริ่มคลอตามรอบดวงตา แต่ฉันก็ต้องกลั้นใจไม่ให้น้ำตามันไหลออกมาเพราะตอนนี้มันไม่ใช่เวลาที่ฉันจะมานอนร้องไห้เสียใจ เพราะตอนนี้ฉันต้องรู้ก่อนว่าตัวเองอยู่ที่ไหนกันแน่ตอนนี้

คิดได้อย่างนั้นฉันก็เริ่มกวาดสายตาสำรวจมองทั่วห้อง ห้องนี้เป็นห้องที่ค่อนข้างใหญ่และหรูมากบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าคนที่สามารถพักที่แห่งนี้ได้ต้องมีเงินเหลือใช้แน่นอน การตกแต่งภาพรวมของห้องมันไม่เหมือนห้องพักทั่วไปแต่มันเหมือนห้องพักที่อยู่ตามโรงแรมซะมากกว่า นี่ฉันอยู่โรงแรมเหรอ แล้วโรงแรมนี้มันอยู่ส่วนไหนของโลกกันเนี้ย

“เฮือก”

ฉันแทบส่งเสียงร้องออกมาอยู่แล้วเมื่อสายตาของฉันเลื่อนมาเจอบุคคลที่นอนอยู่ข้างๆ ฉันบนเตียงเข้า ผู้ชายคนนี้คือคนที่พรากความบริสุทธิ์ไปจากฉันเมื่อคืนสินะ ตอนนี้ฉันอยากจะเอาอะไรสักอย่างมาทุบหัวเขาให้แตกเพื่อระบายความโกรธ แต่นั่นมันไม่ใช่ความคิดที่ดีเลยเพราะฉันไม่อยากที่จะเผชิญหน้ากับเขาตอนนี้ ในเมื่อตอนนี้เขายังหลับอยู่ฉันควรจากไปเงียบๆ เลยน่าจะดีกว่า

ฉันมองร่างที่นอนคว่ำหน้ากับเตียงอีกครั้งก่อนที่จะละสายตาไปจากเขาเพราะร่างกายท่อนบนที่เปลือยเปล่าของเขาตอนนี้มันทำให้ฉันรู้สึกทำตัวไม่ถูก ไม่อยากจะเชื่อว่าผิวของคนเราเวลากระทบกับแสงมันจะสว่างจ้าได้มากขนาดนี้ ถึงฉันจะมองไม่เห็นหน้าของเขาแต่ดูรวมๆ แล้วมันทำให้ฉันค่อนข้างแน่ใจว่าผู้ชายคนนี้หน้าตาดีอยู่ไม่น้อย

ฉันค่อยๆ ห่อตัวเองด้วยผ้าห่มเพื่อปกปิดร่างกายที่เปลือยเปล่าของตัวเองแล้วพยายามลุกขึ้นจากเตียงด้วยความเงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ความระบมไปตามร่างกายโดยเฉพาะตรงส่วนใจกลางความเป็นหญิงของฉันมันทำให้การขยับร่างกายของฉันมันเป็นไปด้วยความยากลำบาก ไม่ว่าจะขยับไปทางไหนฉันก็รู้สึกร้าวระบมไปหมด จนฉันอดที่จะรู้สึกแปลกใจไม่ได้ว่านี่ฉันเสียตัวหรือว่าไปทำสงครามมากันแน่ ทำไมสภาพฉันมันถึงได้ยับเยินแบบนี้

“อดทนไว้ยัยอุ่น เดี๋ยวมันก็ผ่านไป”

ฉันเอ่ยให้กำลังใจตัวเองก่อนที่จะกลั้นใจยืนขึ้น แต่เหมือนฟ้ากลั่นแกล้งฉันเพราะทันทีที่ฉันกำลังทรงตัวยืนอยู่นั้นขาของฉันมันก็หมดแรงขึ้นมาซะดื้อๆ และตอนนี้ฉันก็เหมือนคนที่กำลังจะล้ม

“อะ”

หมับ!

ฉันอุทานขึ้นมาด้วยความตกใจเพราะคิดว่าตัวเองต้องล้มลงไปล้มกองอยู่กับพื้นแล้วแน่ๆ แต่ในระหว่างนั้นเองก่อนที่ร่างกายของฉันจะล้มลงไปกองอยู่กับพื้น แขนของฉันก็ถูกใครบางคนจับไว้ก่อนที่ฉันจะถูกกระชากให้กลับไปนั่งบนเตียงอีกครั้ง ไม่สิ ตอนนี้ฉันกำลังนั่งบนตักของใครคนนั้นอยู่ ฉันเลยเงยหน้าขึ้นไปมองเจ้าของมือนั่นทันทีด้วยความรู้สึกแปลกใจ แต่ทันทีที่ฉันเห็นใบหน้าของเขาตาของฉันก็เบิกกว้างขึ้นมาด้วยความตกใจทันที

ใบหน้าที่หล่อเหล่าช่างเป็นส่วนผสมที่ลงตัว ไม่ว่าจะเป็นตา จมูก ปาก คาง ทุกอย่างล้วนสมบูรณ์แบบ ผู้ชายคนนี้ช่างเป็นคนที่หล่อแบบหาตัวได้ยากซะจริงๆ อ่า ให้ตายสิยัยอุ่น นี่ไม่ใช่เวลาที่แกจะมาชื่นชมกับหน้าตาของเขานะ อย่าลืมสิว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนพรากความบริสุทธิ์ไปจากแก ฉันบอกตัวเองเพื่อให้สติกลับคืนมา เมื่อได้สติกลับคืนมาได้ ฉันก็ขืนตัวออกจากการเกาะกุมของเขาทันที แต่ผ้าห่มที่ฉันใช้ห่อร่างกายตัวเองไว้มันช่างทำให้ฉันทำอะไรไม่ได้อย่างที่ใจคิด นี่ถ้าฉันไม่โป๊ละก็ ฉันคงสลัดมันทิ้งไปแล้วแน่ๆ

“ปล่อย”

ฉันเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างแหบแห้ง ส่วนผู้ชายคนนั้นก็ใช้สายตาเรียบนิ่งของเขามองหน้าฉันนิ่งๆ อยู่สักพัก ก่อนที่มือของขาจะปล่อยจากแขนของฉัน เมื่อเป็นอิสระฉันก็ดีดตัวลุกขึ้นจากตักของเขาทันที แต่พอทรงตัวได้อาการเจ็บจี๊ดตรงส่วนนั้นของร่างกายก็เล่นงานฉันอีกครั้ง ฉันได้แต่ทำสีหน้าเหยเกขึ้นมาด้วยความเจ็บปวดก่อนที่จะปรับเปลี่ยนสีหน้าของตัวเองให้เป็นปกติภายในระยะเวลาอันสั้นเพราะฉันไม่อยากให้ผู้ชายคนนี้เห็นด้านที่อ่อนแอของฉันตอนนี้

เมื่อทรงตัวได้ ฉันก็รีบหาเสื้อผ้าของตัวเองทันที ปรากฏว่าเสื้อผ้าของฉันมันกระจัดกระจายอยู่ตามพื้นห้องรวมทั้งเสื้อผ้าของผู้ชายคนนั้นด้วย เมื่อเห็นว่าเสื้อผ้าของตัวเองอยู่ตรงไหนฉันก็รีบเดินไปเก็บมันทันทีด้วยความรวดเร็ว ตอนนี้ฉันพยายามกัดฟันข่มความเจ็บเอาไว้เพราะฉันอยากไปจากที่นี่จะแย่อยู่แล้ว

เมื่อเก็บเสื้อผ้าของตัวเองได้ฉันก็รีบเดินเข้าไปในห้องน้ำทันที ฉันปิดประตูห้องน้ำด้วยเสียงที่ค่อนข้างดังก่อนที่จะล็อกประตูห้องน้ำไว้อย่างแน่นหนา ก่อนที่สายตาของฉันจะเหลือบไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่สะท้อนอยู่ในกระจก คนคนนั้นก็คือฉันเอง ภาพที่สะท้อนในกระจกทำให้ฉันรู้สึกสมเพชตัวเองขึ้นมาทันที ตามร่างกายของฉันตอนนี้มีรอยสีกุหลาบกระจัดกระจายอยู่เต็มไปหมด ริมฝีปากของฉันบวมเห่อ ผมของฉันฟูจนไม่เป็นทรง สภาพฉันตอนนี้บอกเลยว่าดูไม่ได้เอาซะจริงๆ

“เดี๋ยวมันก็ผ่านไป ลืมๆ มันไปซะยัยอุ่น”

ฉันเอ่ยกับตัวเองเพียงแค่นั้นแล้วรีบสวมเสื้อผ้าของตัวเองทันทีด้วยมือที่สั่นเทา ใช่ ที่มือฉันสั่นตอนนี้มันสั่นเพราะความกลัว ฉันกลัวที่จะต้องออกไปเผชิญหน้ากับผู้ชายคนนั้นอีกครั้งยังไงละ

ปังๆ !

“เฮือก!”

ฉันสะดุ้งขึ้นมาอย่างขวัญเสียเมื่อจู่ๆ ประตูห้องน้ำก็ถูกเคาะจากคนที่อยู่ข้างนอก นี่ฉันกลายเป็นคนขวัญอ่อนไปตั้งแต่ตอนไหนกันเนี้ย

“เฮ้ ฉันจะใช้ห้องน้ำ รีบออกมา”

ฉันคงขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำอีกต่อไปไม่ได้แล้วสินะ เสียงที่ดังออกมาจากอีกฟากหนึ่งของประตูมันเตือนให้ฉันรู้ได้ทันทีว่าฉันได้เวลาที่ต้องออกไปเผชิญกับความเป็นจริงแล้ว ฉันเงยหน้าขึ้นมองตัวเองผ่านกระจกก่อนที่จะถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งอย่างสิ้นหวัง ก่อนที่จะตัดสินเอื้ออมือไปเปิดประตู

แกรก

ทันทีที่ฉันเปิดประตูออกมาได้ฉันก็เห็นผู้ชายคนนั้นยืนรออยู่ที่หน้าประตูอยู่ก่อนแล้ว ฉันเลยเบี่ยงตัวหลบเพื่อให้เขาได้เดินเข้าไปใช้ห้องน้ำบาง แต่..ในช่วงระหว่างที่ฉันเดินผ่านร่างของเขานั้น จู่ๆ เขาก็ยัดอะไรบางอย่างใส่มือของฉันมา ฉันหันไปมองหน้าเขาด้วยสายตามึนงงก่อนที่จะก้มลงมองของที่อยู่ในมือด้วยความสงสัย แต่ทันทีที่ฉันเห็นว่าสิ่งนั้นเป็นอะไรฉันก็หัวเราะขึ้นมาในใจด้วยความรู้สึกสมเพชขึ้นมาทันที มันคือเช็คเงินสดที่มีจำนวนเงินมูลค่าห้าแสนบาทนั่นคือสิ่งที่ผู้ชายคนนี้ยัดใส่มือฉันมา

“นี่มันอะไร”

ฉันเอ่ยถามทั้งที่รู้ดีว่านั่นมันคืออะไร แต่ที่ฉันถามไปนั้นฉันอยากรู้ว่าเขาให้ฉันมาทำไมต่างหากละ

“ห้าแสนสำหรับค่าเวอร์จิ้นเธอ”

เขาตอบมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไรเลยที่ให้เงินฉันมาแบบนั้น แต่คนรับอย่างฉันนี่สิรู้สึกหน้าชาไปทั้งแถบเหมือนกับโดนตบหน้ามาหมาดๆ เพราะสิ่งที่เขากระทำกับฉันตอนนี้เหมือนเขาเห็นว่าฉันเป็นผู้หญิงขายตัว

แกรบ!

ฉันกำเช็คเงินสดในมือนั่นโดยไม่สนใจว่าเช็คนั่นมันจะยับหรืออาจจะขาดไปแล้วก็ได้ยังไงซะฉันก็ไม่ได้ต้องการมันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว และต่อมาฉันก็ทำในสิ่งที่เรียกว่าเสียมารยาทที่สุดเท่าที่ฉันเคยทำมานั่นก็คือ ฉันโยนเช็คเงินสดที่ฉันขย้ำมันไว้ในมือเมื่อกี้ใส่หน้าผู้ชายคนนั้นยังไงล่ะ

ตุบ!

“ฉันไม่ต้องการ”

ฉันเอ่ยแล้วมองหน้าผู้ชายคนนั้นไปด้วยสายตาที่เกลียดชังอย่างเห็น

“หรือว่ามันไม่พอ เธอเลยต้องเล่นตัว”

ผู้ชายคนนี้กำลังทำให้ฉันทนไม่ไหวแล้วนะ เขาดูถูกฉันมากเกินไปแล้ว เขาเห็นว่าฉันหิวเงินขนาดที่ต้องมาทำเรื่องแบบนี้อย่างนั้นเหรอ นี่ถ้าฉันไม่เมาละก็ ฉันคงไม่มาตกอยู่ในสภาพที่น่าสมเพชแบบนี้แน่

“คุณจะดูถูกฉันมากเกินไปแล้วนะ”

“หรือว่ามันไม่ใช่กันล่ะ เธอเข้าหาฉันเพราะเหตุผลนี้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ถ้าจะให้ฉันรับผิดชอบอะไรเธอล่ะก็ บอกเลยว่าฉันไม่โง่ทำเรื่องอะไรแบบนั้นแน่ รับเงินไปแล้วลืมๆ มันไปซะ”

ฉันไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้ผู้ชายคนนี้เจอผู้หญิงแบบไหนมาก่อน เขาถึงได้กล้าที่จะเหมารวมผู้หญิงไปในทางที่ผิดแบบนั้น ความคิดบ้าๆ นั่นเขาคิดได้ยังไงกันว่าฉันเข้าหาเขาเพราะเงินแต่เขาจะมาเหมารวมฉันเหมือนผู้หญิงที่เขาเคยเจอมาไม่ได้

“คุณเก็บเงินของคุณไว้ให้ผู้หญิงคนอื่นของคุณเถอะเพราะฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัวที่หิวเงิน อ่อ ส่วนไอ้รับผิดชอบอะไรนั่นฉันไม่ต้องการตั้งแต่แรกอยู่แล้ว คิดซะว่าเมื่อคืนเราไม่ได้มีอะไรกันก็แล้วกัน ฉันขอตัว”

ฉันเอ่ยเพียงแค่นั้นแล้วหมุนตัวเดินออกมาจากตรงนั้นทันทีโดยที่ไม่ลืมหยิบเอากระเป๋าและโทรศัพท์มือถือของตัวเองติดมือมาด้วยฉันไม่ได้หันกลับไปมองที่ผู้ชายคนนั้นอีกเลยแม้แต่น้อยเลยไม่รู้ว่าเขาทำสีหน้าแบบไหนอยู่ แต่เขาจะรู้สึกยังไงก็ช่างเพราะต่อจากนี้ไปเขากับฉันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันอีกแล้วเพราะเขาเป็นตราบาปที่ฉันต้องลืมให้เร็วที่สุด พอกันที ผู้ชายคนนี้อย่าให้ได้เจอกันอีกเลย

นักล่า Talk

อวดดี นั่นคือสิ่งที่ผมรู้สึกกับผู้หญิงคนนั้น เธอเดินออกจากห้องไปด้วยความหยิ่งยโสทั้งๆ ที่เมื่อคืนเธอนอนครางอยู่ใต้ร่างของผมทั้งคืนแท้ๆ ผมยอมรับว่าผมค่อนข้างพอใจกับเซ็กซ์เมื่อคืน แต่ก็แปลกใจเหมือนกันเพราะไม่คิดว่าเธอจะยังบริสุทธิ์อยู่ผมเลยตอบแทนให้เธอด้วยเงินที่ค่อนข้างมากกว่าคนอื่น แต่ใช่ว่าผมจะไม่เคยเอากับผู้หญิงที่บริสุทธิ์มาก่อน ผมผ่านมาหมดแล้ว แต่ไม่คิดว่าจะยังเหลืออยู่

ผมนักล่า อายุย่างเข้ายี่สิบสี่ปี ผมบอกไว้เลยว่าเกือบยี่สิบสี่ปีที่ผ่านมาผมสนุกกับชีวิตวัยรุ่นค่อนข้างหนักหน่วง แต่ในวันนี้ผมได้ยืนอยู่ในฐานะประธานบริษัทที่ผมได้รับช่วงต่อจากพ่อของผม มันทำให้ผมคิดได้ว่าชีวิตที่ผ่านมาของผมมันช่างไร้สาระสิ้นดี ผมทำตัวเสเพลมาทุกรูปแบบ ทั้งเหล้าทั้งผู้หญิง ผมยอมรับว่าผมค่อนข้างเจนจัดในเรื่องพวกนี้ แต่พอผมเริ่มโตผมก็เริ่มรู้สึกเบื่อ แต่ของพวกนี้มันก็ไม่เคยขาดมือของผมอยู่ดี

เหมือนกับผู้หญิงที่พึ่งเดินออกไปจากห้องเมื่อกี้ไง เธอก็คงไม่ต่างจากผู้หญิงคนอื่นสักเท่าไหร่หรอก ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่เข้าผมล้วนหลงใหลในหน้าตาและเงินของผมกันทั้งนั้น ถึงยัยผู้หญิงที่พึ่งเดินออกไปพึ่งจะปาเช็คเงินสดที่ผมอุตส่าห์เขียนให้เป็นพิเศษใส่หน้าผมก็เถอะ บอกเลยว่าเธอทำให้ผมหงุดหงิดขึ้นมาเหมือนกัน ทั้งๆ ที่เมื่อคืนเธอเป็นคนหล่นลงมานั่งตักของผมเองแล้วยังจะทำเป็นอวดดี

ใช่ เมื่อคืนเธอคนนั้นเข้าหาผมก่อน มันเป็นวันปกติที่ผมต้องไปพักผ่อนหย่อนใจหลังจากเลิกงาน ผมแค่จะนั่งจิบเหล้าแค่แก้วสองแก้วแล้วหาผู้หญิงกลับไปนอนด้วยสักคืน แต่จู่ๆ ก็มีผู้หญิงหนึ่งล้มลงมานั่งตักของผมได้จังหวะพอดี เธอบอกว่าเมา แต่มันก็เชื่อได้ยากเพราะผู้หญิงส่วนใหญ่จะเข้าผมด้วยเหตุผลแบบนี้กันทั้งนั้น ผมเจอมาเยอะแล้วเลยเล่นไปตามน้ำเพราะเห็นว่าหน้าตาเธอก็ไม่ได้แย่ จนสุดท้ายเราสองคนเลยมาจบกันที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ก็ถือว่าเธอทำให้ผมพอใจในระดับหนึ่งแต่ความพอใจของผมหายไปหมดหลังจากที่ถูกเธอปาเช็คใส่หน้าเมื่อกี้แล้ว

ก็อก ก็อก ก็อก

เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้ผมต้องหยิบเสื้อคลุมขึ้นมาสวมทับร่างกายที่เกือบเปลือยของตัวเองไว้เพราะอย่างน้อยร่างกายของผมก็ไม่ได้มีไว้ให้ทุกคนมอง

“เข้ามา”

ผมเอ่ยแล้วประตูห้องก็ถูกเปิดเข้ามาพร้อมกับผู้ชายคนหนึ่งที่อายุสามสิบต้นๆ เดินเข้ามาพร้อมกับในมือถือชุดสูทราคาแพงติดมือเข้ามาด้วย

“คุณมีประชุมตอบสิบโมงครับ”

หมอนี่ชื่อจิมเป็นลูกน้องคนสนิทของผมเอง เป็นทั้งเลขาและบอดี้การ์ดของผมไปในตัว หมอนี่เป็นคนเก่งและมีไหวพริบผมเลยค่อนข้างที่จะไว้ใจเพราะเราสองคนรู้จักกันมานานแล้วเพราะพ่อของจิมเคยทำงานกับพ่อของผมมาก่อนนะ

“อืม ออกไปได้ ฉันจะแต่งตัว”

ผมเอ่ยแล้วจิมก็วางสูทไว้ที่ปลายเตียงก่อนที่จะเดินออกไปเงียบๆ ตอนนี้ห้องนี้ก็เหลือแค่ผมไว้คนเดียว ผมเลยถอดเสื้อคลุมออกเพื่อที่จะได้เข้าไปชำระร่างกายของตัวเองสักทีเพราะเริ่มรู้สึกเหนียวตัวขึ้นมาแล้ว เพราะหลังจากนี้ผมมีประชุมสำคัญที่ต้องไปจัดการเลยจะมัวมายืนเสียเวลาตรงนี้ไม่ได้

“เหี้ยเอ๊ย แสบชิบ”

ผมสบถออกมาด้วยความหัวเสียเพราะทันทีที่น้ำราดโดนตัวผม ความรู้สึกแสบร้อนไปทั่วทั้งร่างกายค่อยๆ กระจายขึ้นมาให้ผมรู้สึก พอผมเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกก็เห็นว่าร่างกายของผมตอนนี้มีรอยขีดข่วนอยู่ไปหมด คงไม่ต้องบอกว่าผมได้มาจากไหน ถ้าไม่ได้มาจากยัยบ้านั่นที่ข่วนผมไว้ตั้งแต่เมื่อคืน ให้ตายสิ แสบชะมัด

ไออุ่น Talk

ฉันกลับมาถึงห้องด้วยสภาพที่อ่อนเพลีย ตอนนี้โทรศัพท์ของฉันมันแบตหมดฉันเลยไม่สามารถโทรให้มารับฉันได้ ฉันเลยต้องพึ่งแท็กซี่ให้มาส่งฉันที่คอนโด แต่แบตหมดมันก็ดีเหมือนกันเพราะฉันไม่อยากให้ใครรู้เรื่องนี้และตอนนี้ฉันก็ไม่พร้อมที่จะคุยกับใครจริงๆ

แกรก!

ทันทีที่ประตูห้องของฉันถูกปิดลงน้ำตาที่ฉันอุตส่าห์กลั้นมาโดยตลอดมันก็ไหลลงมาอาบแก้มทั้งสองข้างของฉันอย่างห้ามไม่อยู่ ฉันนั่งเข่าทรุดลงที่หน้าประตูก่อนที่จะกอดเข่าของตัวเองไว้แน่นแล้วฟุบหน้าร้องไห้อยู่ตรงนั้น โดยไม่สนใจเลยว่าเวลามันจะผ่านไปนานแค่ไหน รู้ตัวอีกทีภายในห้องของฉันก็ถูกความมืดเข้ามาปกคลุมซะแล้ว อ่า นี่ฉันนั่งร้องไห้อยู่ตรงนี้ไปนานแค่ไหนกันนะ

ฉันคิดกับตัวเองและพยุงร่างกายของตัวเองขึ้นจากพื้นด้วยร่างกายที่ร้าวระบบไม่หาย ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองจะไม่สบายยังไงยังงั้น ฉันเลยเดินไปหยิบยาแก้ไข้มากิน แล้วเดินไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ใส่สบายกว่าชุดเดิมที่ฉันใส่อยู่แล้วล้มตัวลงนอนบนเตียงแล้วผล่อยหลับลงไปทันทีด้วยความอ่อนเพลีย

ครืด ครืด ครืด

เสียงโทรศัพท์ที่ฉันชาตแบตเตอรี่ไว้บนหัวเตียงดังขึ้นทำให้ฉันสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนที่มือของฉันจะเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์มาถือไวเพื่อดูว่าใครกันที่โทรมาหาฉัน ปรากฏว่าคนที่โทรมาคือเพื่อนของฉันเอง ฉันเลยกดรับสายทันทีเพราะคิดว่าถ้าฉันคงไม่รับสายแบบนี้ต่อไปเพื่อนของฉันมันคงยังโทรจิกฉันอยู่อย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ แน่ ทางที่ดีฉันควรสะสางให้เสร็จตอนนี้เลยน่าจะดีกว่า

“อืมม”

(นี่ยัยอุ่น แกอยู่ไหน รู้ไหมว่าพวกฉันตามหาแกทั้งคืน โทรไปก็ไม่รับ นึกว่าแกเป็นอะไรไปแล้วซะอีก)

ทันทีที่ฉันกดรับสายเสียงที่แสบแก้วหูของเพื่อนฉันก็ดังขึ้นมาทันทีด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง และนั่นก็ทำให้ฉันน้ำตารื้นขึ้นมาอีกครั้งที่อย่างน้อยก็ยังมีคนที่เป็นห่วงฉันอยู่บ้าง

“เอ่อ..”

ฉันอยากที่จะระบายเรื่องที่เกิดขึ้นกับฉันเมื่อคืนให้เพื่อนฉันฟังเผื่อว่าเพื่อนของฉันจะมีวิธีที่ทำให้ฉันลืมมันไปได้ง่ายๆ แต่มันเป็นเรื่องที่น่าอายเกินไปสำหรับฉัน ฉันไม่พร้อมที่จะบอกใครเกี่ยวกับเรื่องนั้นจริงๆ ฉันขอเก็บเป็นความลับของฉันไว้คนเดียวน่าจะดีกว่า

(แกรู้ไหมว่าพวกฉันเป็นห่วง ฉันนึกว่าแกถูกผู้ชายที่ไหนลากไปข่มขืนซะแล้ว)

ฉันถูกผู้ชายลากไปอย่างที่เพื่อนฉันสังหรณ์ใจจริงๆ แต่จะเรียกว่าข่มขืนก็ไม่ได้เพราะฉันรู้สึกตัวตลอดและฉันไม่ได้ต่อต้านเขาเลยสักนิด

“เปล่าหรอก เมื่อคืนฉันพอมีสติเลยกลับห้องมาก่อน พอดีรู้สึกไม่สบายนิดหน่อยนะ”

ฉันเลือกที่จะโกหกออกไปเพราะฉันไม่อยากให้เพื่อนของฉันรู้สึกห่วงฉันไปมากกว่านี้

(แล้วนี่แกโอเคไหม ให้ฉันเข้าไปนอนเป็นเพื่อนไหม)

“ไม่เป็นไร ฉันกินยาแล้วจะนอนแล้วล่ะ”

(งั้นเหรอ โอเค ถ้ามีอะไรรีบโทรมาบอกพวกฉันเลยนะ)

“จ้า”

(ฉันไม่กวนแกล่ะ แค่นี้แหละ แล้วเจอกัน)

แล้วเพื่อนของฉันก็วางสายไป ฉันเลยถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งด้วยความรู้สึกลำบากใจที่ต้องโกหกเพื่อนของตัวเองไปแบบนั้น แต่มันเป็นทางเลือกเดียวที่ฉันต้องทำเพราะเรื่องเมื่อคืนที่เกิดขึ้นกับฉัน ฉันจะไม่ให้ใครรู้เรื่องนี้โดยเด็ดขาด




[โปรดติดตามตอนต่อไป]

พี่บ่าทำไมใจร้ายกับน้องจัง

สงสารน้อง แต่โดนน้องปฏิเสธเงินไปแบบนั้น คงหน้าแตกน่าดู 555

หนึ่งคอมเม้นคือหนึ่งกำลังใจเน้อ เม้นๆมาเยอะๆนะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 177 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

250 ความคิดเห็น

  1. #82 rubik cube (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 23:07

    น้องคะ อย่าลืมกินยาคุมฉุกเฉินให้ไวนะคะน้อง

    #82
    0
  2. #7 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 14:14
    สนุกจ้าาาามา รออัพๆๆๆ
    #7
    0
  3. #6 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 22:51
    พี่ช่าไม่อ่อนโยนนนนนน
    #6
    0
  4. #5 lookkai044 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 15:39
    ไม่อ่องโยงกะน่องอุ่นเลย อุ่นวันหลังไม่เมานะ แต่ ห้าแสนก็คุ้มนะ 55
    #5
    0
  5. #4 lookkai044 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 23:29
    ว้าว เจิมๆ
    #4
    0
  6. #3 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 23:03
    เจิมจ้าาาาา
    #3
    0