(E-book เปิดให้อ่านถึง 5 มีนา)RULE SET : กฎของนักล่า (นักล่าvs ไออุ่น)

ตอนที่ 4 : [up 100%]กฎของนักล่าข้อที่ 03

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,375
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 149 ครั้ง
    8 ก.ค. 62




EPISODE 03





ฉันตัวแข็งทื่อสายตายังคงจ้องมองไปที่ผู้ชายที่ยึดครองเก้าอี้ของประธานบริษัทที่ฉันฝึกงานอยู่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตื่นตกใจพร้อมกับความทรงจำร้ายๆ ในคืนนั้นค่อยๆ ไหลย้อนกลับเข้ามาสู่หัวสมองของฉันอีกครั้ง ความทรงจำที่ฉันอุตส่าห์ลืมมันไปแล้วตอนนี้เหมือนฟ้ากลั่นแกล้งฉันที่ทำให้ฉันต้องจำใจจำมันขึ้นมาอีกครั้ง

สายตาคมดุนั่นกำลังจ้องมาที่ฉันด้วยสายตาเรียบนิ่ง เขาไม่เอ่ยหรือแสดงท่าทีอะไรหลังจากที่เห็นฉัน มีแต่ฉันที่ดูเหมือนจะตื่นตกใจกับการพบเจอกับเขาเพียงแค่ฝ่ายเดียว เขานิ่งไปแบบนั้นหรือว่าเขาจะจำฉันไม่ได้ว่าฉันเป็นใคร ถ้าเขาจำไม่ได้แบบนั้นก็ดีนะสิเพราะฉันจะได้ลืมเรื่องระหว่างเขากับฉันไปเหมือนกัน แต่ดูเหมือนว่าการฝึกงานของฉันมันคงไม่สนุกอย่างที่ฉันคิดไว้ตั้งแต่แรกแล้วละ ตั้งแต่วินาทีที่ฉันรู้ว่าผู้ชายคนนี้คือเจ้านายของฉันที่ฉันต้องทำงานกับเขาแทบทุกวัน

“อืม มาฝึกงานสินะ ตั้งใจทำงานด้วยล่ะ”

หลังจากที่ห้องถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบอยู่นานแสนนาน คนที่นั่งเด่นอยู่ตรงกลางห้องก็เอ่ยขึ้นมาเสียงเรียบก่อนที่เขาจะก้มหน้าทำงานต่อ ฉันรู้สึกหายใจโล่งขึ้นหน่อยที่เขาทำท่าทีเฉยชาแบบนั้นออกมา นั่นมันก็หมายความว่าเขาจำฉันไม่ได้สินะ เหมือนโชคจะยังคงเข้าข้างฉันอยู่ ถึงฉันกับเขาจะเจอกันข้างแรกไม่น่าประทับใจนัก แต่นี่เป็นการเริ่มต้นใหม่ของฉัน ฉันก็จะมองเขาใหม่เหมือนกัน มองเขาใหม่ในฐานะของเจ้านาย

“เอ่อ ค่ะ”

ฉันขานรับเพียงแค่นั้นพี่พิมก็พาฉันเดินออกมาจากห้องของเขาทันที หลังจากที่เดินออกมาจากห้องนั้นแล้วฉันค่อยรู้สึกว่าบรรยากาศข้างในนั้นมันช่างอึดอัดสำหรับฉันจริงๆ ฉันแทบลืมหายใจเลยละที่เห็นหน้าเขาเมื่อกี้ แต่พอได้ออกมาแบบนี้ค่อยรู้สึกหายใจได้เต็มอิ่มขึ้นมาทันที

“เฮ้อ”

“อุ่นคงไม่คิดสินะว่าท่านประธานจะยังหนุ่มแถมยังหล่อแบบนั้น”

ใช่ ฉันไม่คิดว่าท่านประธานของบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งนี้จะยังหนุ่มยังแน่นแบบนั้น ภาพที่ฉันจินตนาการไว้คือผู้ชายสูงอายุที่มีความน่าเคารพนับถือมันถูกแทนที่ด้วยภาพของผู้ชายที่ยัดเช็คเงินสดใส่มือฉันแทน บอกเลยว่าไม่มีอะไรทำให้ฉันตกใจไปมากกว่านี้แล้ว

“ค่ะ อุ่นไม่คิดเลย”

ตอนนี้เหมือนสติฉันหลุดหายออกไปจากตัวหมดแล้ว ใช่ ฉันสติหลุดตั้งแต่รู้ว่าเขาคือเจ้านายของฉัน

นักล่า Talk

หลังจากที่ประตูห้องถูกปิดไป ภายในห้องทำงานแห่งนี้ก็ถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบ ผมที่ก้มหน้าตั้งแต่ทำงานเมื่อกี้ก็เงยหน้าขึ้นไปมองที่ประตูบานใหญ่ที่พึ่งปิดไปเมื่อกี้ทันที คิ้วของผมขมวดเข้าหากันอย่างครุ่นคิด รู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อยที่ต้องเจอกับอะไรแบบนี้ ผมที่ไม่ได้เข้ามาที่บริษัทหลายวันเพราะต้องไปดูงานที่ต่างจังหวัด หลังจากที่กลับมาผมก็ตรงดิ่งมาที่บริษัททันทีเพราะมีงานกองท่วมหัวที่ผมต้องสะสางอยู่อีกเยอะ แต่การที่ผมกลับมาทำงานในวันนี้ทำให้ผมรู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อยที่ผมต้องเจอกับใครบางคนที่ผมไม่คาดคิดว่าจะได้เจอเธออีก

ผู้หญิงที่ผมเคยนอนด้วยเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ปกติผมไม่ค่อยจำหน้าคู่นอนของตัวเองสักเท่าไหร่หรอก แต่บังเอิญว่าผู้หญิงคนนี้ค่อนข้างอวดดีมันเลยทำให้ผมจำหน้าเธอได้ตั้งแต่เห็นว่าเธอเดินเข้าห้องทำงานผมมาในฐานะของเด็กฝึกงานที่มาช่วยในตำแหน่งผู้ช่วยเลขาของผม

ดูจากรูปร่างและหน้าตาของเธอผมไม่คิดว่าเธอจะอายุมากถึงขั้นมาฝึกงานที่บริษัทของผมได้ นึกว่าจะเป็นเด็กปีหนึ่งปีสองที่พึ่งเข้ามหาลัยเพราะใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงบวกกับความบริสุทธิ์ของเธอที่ผมเป็นคนพรากมันมาจากเธอนั่นอีก มันเลยทำให้ผมเชื่อซะสนิทว่าเธอนั่นยังคงเด็กอยู่ ไม่น่าเชื่อว่าจะเก็บความบริสุทธิ์มาจนจะจบปีสี่ได้แบบนี้ เธอใช้ชีวิตแบบไหนกันนะทั้งๆ ที่น่าตาของเธอก็ไม่ได้แย่ น่าจะมีผู้ชายเข้ามาจีบบ้างละ รอดมาถึงตอนนี้ได้ยังไงกัน

“ไออุ่นงั้นเหรอ”

ผมพึมพำชื่อของเธอที่ผมพึ่งได้รู้พร้อมกับใช้ความคิดไปด้วยว่าผมควรทำยังไงกับผู้หญิงคนนี้ดี เพราะผมตั้งกฎกับตัวเองไว้ว่าจะไม่ยุ่งกับคนในบริษัทของตัวเอง แต่ผมดันยุ่งกับเด็กฝึกงานไปแล้วถึงเธอจะไม่ใช่พนักงานที่นี่เต็มร้อยก็เถอะ แต่มันก็อยู่ในความดูแลของผมอยู่ดี แต่...ผมชักอยากจะรู้เหมือนกันว่ายัยนั่นจะทำยังไงต่อไปเมื่อต้องทำงานกับผมทุกวันแบบนี้ สีหน้าตื่นๆ แบบนั้นเธอจะอวดดีไปได้สักแค่ไหนกัน

ผมสลัดความคิดที่ไร้สาระของตัวเองออกไปให้พ้นหัวเพราะตอนนี้ผมมีหน้าที่ที่ต้องทำมากกว่านั่งคิดอะไรแบบนั้น ผมโตแล้วไม่ใช่เด็กๆ เหมือนเมื่อก่อน ตอนนี้ผมต้องแบกรับความรับผิดชอบเอาไว้หลายอย่าง ถ้าผมมัวแต่ว่อกแว่กแบบนี้คงได้เสียงานกันพอดี เมื่อคิดได้อย่างนั้นผมก็ก้มหน้าตั้งใจทำงานต่อ เพราะเอกสารที่กองอยู่ตรงนี้มันบอกผมได้เป็นอย่างดีว่างานของผมท่วมหัวแค่ไหน เฮ้อ การเป็นประธานบริษัทเนี้ยมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเหมือนกันนะ

เวลาต่อมา

ก็อก ก็อก ก็อก

เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำให้ผมต้องเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารที่กำลังตั้งใจอ่านอยู่แล้วอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนที่ผมจะเอ่ยปากตอบรับเสียงเคาะเมื่อกี้แล้วก้มหน้าลงมาจดจ่อกับเอกสารอีกครั้ง

“เข้ามา”

แกรก!

เสียงประตูถูกเปิดเข้ามาแต่ผมไม่ได้เงยหน้าขึ้นไปมองหรอกว่าใครเป็นคนที่เข้ามาในห้องของผมในวลาแบบนี้เพราะผมไม่มองให้เสียเวลาหรอก ส่วนใหญ่คนที่เข้ามาในห้องผมในช่วงทำงานแบบนี้ก็มีแค่เลขาของผมเท่านั้น ไม่จิมก็คุณพิมแค่สองคนนั่นแหละ

“นายครับ ไม่ทราบว่าเที่ยงนี้จะรับประทานอาหารข้างนอกหรือที่โรงอาหารบริษัทดีครับ”

เป็นจิมที่เป็นคนเดินเข้ามาแต่ประโยคที่เลขาคนสนิทของผมพึ่งเอ่ยขึ้นมานั้นทำให้ผมต้องละสายตาไปจากเอกสารที่อ่านอยู่แล้วเลื่อนไปมองนาฬิกาข้อมือของตัวเองแทน นี่ผมมัวแต่ทำงานจนเวลามันผ่านไปเร็วขนาดนี้เลยเหรอ ไม่ทันไรก็เที่ยงแล้ว ผมยังมีเอกสารที่ต้องอนุมัติอีกมากมาย ผมคงไม่เอาเวลาที่แสนจะมีค่าของผมไปสูญเสียโดยเปล่าประโยชน์กับการจราจรที่ติดขัดข้างนอกแน่

“กินที่โรงอาหารก็แล้วกัน”

ผมบอกไปก่อนที่จะปิดแฟ้มเอกสารไว้เพื่อที่ผมจะได้พักเที่ยงกับเขาสักที เรื่องอาหารผมไม่ใช่คนที่เลือกทานอะไรอยู่แล้ว โรงอาหารบริษัทที่ผมเป็นคนสร้างนั้นอาหารก็รสชาติดีไม่ต่างจากร้านหรูข้างนอกสักเท่าไหร่ มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผมจะไปทานข้าวที่โรงอาหารของบริษัทร่วมกับพนักงานคนอื่นๆ จริงไหมล่ะ

ดังนั้นผมเลยลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่ผมนั่งมาตลอดทั้งเช้าแล้วก้าวเดินออกไปจากโต๊ะทำงานด้วยจังหวะการก้าวเดินที่สม่ำเสมอเดินตรงออกจากห้องทำงานโดยมีเลขาคนสนิทของผมเดินตามหลังมาติดๆ สายตาของผมมองไปที่โต๊ะของเลขาอีกคนของผมทันทีหลังจากที่เดินออกมาจากห้องทำงาน คุณพิมจะเป็นเลขาที่อยู่ติดบริษัทของผมตลอดเธอจะทำหน้าที่ดูแลทุกอย่างในตอนที่ผมต้องออกไปดูงานต่างจังหวังหรือต่างประเทศ ส่วนจิมจะเป็นคนที่คอยติดตามและไปไหนมาไหนอยู่ผมเลยตลอดเพราะแบบนี้ผมถึงต้องมีเลขาไว้ช่วยงานหลายคนยังไงละ

“เที่ยงแล้ว ไปพักได้แล้ว”

ผมเอ่ยบอกคุณพิมที่ยังคงนั่งทำงานอยู่ถึงแม้ตอนนี้จะได้เวลาพักเที่ยงแล้ว แต่เธอเป็นเลขาของผมถ้าผมยังไม่พักมันก็จะดูไม่ดีถ้าหากเลขาของผมไปพักก่อนเจ้านาย ผมถึงต้องพักให้ตรงเวลาเพื่อที่จะไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้องเพราะนิสัยส่วนตัวของผม มันเป็นความคิดที่ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นสำหรับผม ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมไม่สนใจใครหน้าไหนทั้งนั้นแหละ แต่ตอนนี้ คนพวกนี้คือลูกน้องผมเลยต้องทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกน้องได้ทำตามยังไงละ

“ค่ะ ท่านประธาน”

เธอตอบแล้วส่งยิ้มมาให้ผม ผมที่อยู่ในฐานะประธานบริษัทแห่งนี้ที่มีเลขาที่มีอายุมากกว่า ถึงผมจะอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่าแผมก็อายุน้อยกว่าเธอ ผมเลยต้องให้เกียรติเธอในฐานะของคนที่อายุน้อย และในตอนนั้นเองสายตาของผมก็มองทะลุผ่านร่างของคุณพิมไปปะทะกับร่างของใครคนหนึ่งที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่

“อุ่นๆ ไปพักได้แล้ว นี่เที่ยงแล้ว”

“ค่ะ พี่พิม”

เธอตอบรับก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นจากสิ่งที่เธอกำลังจดจ่ออยู่แล้วหันไปส่งยิ้มให้กับคุณพิม แต่บังเอิญว่าผมยืนอยู่ดันไปจากคุณพิมมันเลยทำให้รอยยิ้มเมื่อกี้ที่ประดับอยู่บนใบหน้าของเธอค่อยๆ หุบลงไปทันที นี่พึ่งรู้ตัวว่าผมยืนอยู่ตรงนี้อย่างนั้นเหรอ แล้วทำไมต้องทำสีหน้าแบบนั้นทุกทีที่เห็นผม ผมเป็นคนนะไม่ใช่ผีที่จะทำสีหน้าตื่นๆ แบบนั้นทุกครั้งที่เห็นผม ผมเลยละสายตาไปจากเธอแล้วเดินตรงไปที่ลิฟต์ทันที

“มีอะไรหรือเปล่าครับนาย ทำไมทำหน้าหงุดหงิด”

เสียงของจิมเอ่ยขึ้นหลังจากที่ประตูลิฟต์ปิดลงก่อนที่จะเคลื่อนตัวลงไปที่ชั้นล่างสุดของตึกที่มีโรงอาหารตั้งอยู่ตรงนั้น แต่คำพูดของจิมก็ทำให้ผมต้องขมวดคิ้วของตัวเองเข้าหากันทันทีอย่างไม่เข้าใจ นี่ผมกำลังแสดงสีหน้าแบบไหนอยู่อย่างนั้นเหรอ ทำไมคนสนิทของผมถึงได้บอกว่าผมกำลังหงุดหงิด

“ฉันทำหน้าแบบนั้นงั้นเหรอ”

ผมเอ่ยถามเพราะไม่รู้ตัวจริงๆ ว่าตัวเองแสดงสีหน้าแบบนั้นอยู่ตั้งแต่ตอนไหน

“ครับ มีอะไรที่ไม่ถูกใจหรือเปล่าครับ”

เนื่องจากจิมกับผมรู้จักกันนานเราสองคนเลยค่อนข้างรู้นิสัยของกันและกันดี ผมถึงได้ถูกเลขาคนสนิทเอ่ยถามมาด้วยประโยคแบบนั้น

“เปล่าหรอก สงสัยฉันคงหิว”

ผมเอ่ยบอกไปเพียงแค่นั้นแล้วจิมก็เงียบเสียงไป แล้วหลังจากที่ลิฟต์ได้เคลื่อนตัวมาถึงชั้นที่หมายผมก็เดินตรงไปที่โรงอาหารทันที การปรากฏตัวของผมคงสร้างความฮือฮาให้กับพนักงานบริษัทได้เป็นอย่างมาก เนื่องจากผมต้องไปทำงานที่ต่างประเทศหลายวันและนานๆ ผมก็เดินมาส่วนนี้ที ผมไม่คาดคิดกันว่าวันนี้ผมจะมาที่นี่กันสินะ

พนักงานส่วนใหญ่ที่ทำงานอยู่ที่นี่จะรู้นิสัยของผมเป็นอย่างดีว่าผมเป็นคนยังไง ผมเป็นคนที่ค่อนข้างเคร่งในเรื่องของกฎระเบียบของบริษัท ซึ่งกฎของบริษัทก็มีอยู่เพียงแค่ไม่กี่ข้อนั่นก็คือ ห้ามเอาข้อมูลของบริษัทไปบอกกับบุคคลภายนอก ซึ่งนั่นก็รวมเรื่องที่ผมดำรงตำแหน่งประธานของบริษัทนี้ด้วย ผมไม่ชอบให้ตัวเองเป็นข่าว มันวุ่นวายนะเวลาไปไหนมาไหน และอีกหนึ่งข้อก็คือต้องซื่อตรงและซื่อสัตย์ต่อบริษัท ถ้าเกิดใครฝ่าฝืนกฎที่ผมตั้งไว้แม้แต่ข้อเดียวละก็ โทษมีแค่อย่างเดียวนั่นก็คือการไล่ออก

ผมค่อนข้างเผด็จการและไม่สนใจเหตุผลร้อยแปดที่ไหนทั้งนั้นเพราะผมเชื่อเท่าที่ตาผมเห็น เนื่องจากผมนิสัยแบบนี้บวกกับใบหน้าที่ค่อนข้างนิ่งไม่ได้แสดงออกอารมณ์ออกมาทางสีหน้ามากนัก พนักงานที่นี่เลยค่อนข้างที่จะเกรงกลัวผม มันก็ถือว่าเป็นเรื่องดีที่มีคนกลัวเราเพราะผมจะได้ควบคุมคนให้อยู่ภายใต้การปกครองของตัวเองง่ายๆ ยังไงละ

ไออุ่น Talk

สิ่งเดียวที่ทำให้ฉันไม่คิดถึงเรื่องเมื่อคืนนั้นขึ้นมาในหัวได้นั่นก็คือทำงาน วันนี้ฉันรู้สึกภูมิใจกับนิสัยที่แปลกประหลาดของตัวเองก็วันนี้นี่แหละ เพราะทุกครั้งทุกคนจะชอบกล่าวหาว่าฉันแปลกในตอนนั้นทำคือฉันจะจดจ่อกับงานมากจนไม่สนใจสิ่งรอบตัวสักเท่าไหร่ ถ้าเรื่องงานฉันจะทุ่มเทกับมันมาก ดีที่นิสัยที่แปลกประหลาดของฉันช่วยฉันเอาไว้มากสำหรับวันนี้ มันเลยทำให้ฉันสลัดเมื่อคืนนั้นออกไปจากหัวได้อย่างง่ายดายยังไงละ

“อ้าว วันนี้ท่านประธานทานข้าวที่โรงอาหารหรือเนี้ย”

เสียงของพี่พิมเอ่ยขึ้นหลังจากที่เราเดินมาถึงโรงอาหารของบริษัทเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้คือช่วยพักเที่ยงของพนักงานตอนนี้ที่โรงอาหารเลยค่อนข้างวุ่นวายก็ทุกช่วง แต่โรงอาหารที่นี่มีขนาดค่อนข้างใหญ่เลยบรรจุพนักงานทุกคนได้ พวกฉันเลยไม่ต้องห่วงว่าจะไม่มีที่นั่งทานข้าวกัน แต่ประโยคที่พี่พิมพูดขึ้นมาเมื่อกี้ทำให้ฉันต้องมองตามสายตาของเธอไปอย่างเสียไม่ได้ พอสายตาฉันมองเข้าไปในโรงอาหารฉันก็เห็นร่างของผู้ชายหนึ่งนั่งเป็นจุดเด่นอยู่กลางโรงอาหารอย่างเห็นได้ชัด คนคนนั้นคือเจ้านายของฉันเอง

ถึงแม้ว่าที่โรงอาหารแห่งนี้จะมีคนมากแค่ไหน แต่ฉันปฏิเสธไม่เลยจริงๆ ว่าท่านประธานคนนั้นช่างเป็นคนที่เด่นและสง่ามาก เขาเลยดูส่องสว่างอยู่ท่ามกลางบรรดาเหล่าพนักงานมากหน้าหลายตามันเลยทำให้ฉันเห็นเข้าได้ในเวลาอันรวดเร็วยังไงล่ะ

“ไม่ได้เห็นท่านมานั่งทานข้าวในโรงอาหารแบบนี้ตั้งนาน ถึงว่าวันนี้ที่นี่ถึงได้วุ่นวายแปลกๆ”

ฉันเลยกวาดสายตามองดูรอบๆ รู้สึกว่าพนักงานหญิงจะมารวมตัวกันอยู่ที่นี่ค่อนข้างเยอะพอสมควร บางคนก็มากทานข้าว บางคนก็ทานข้าวเสร็จแล้วแต่ไม่อยากลุกออกไปไหน บางคนก็มานั่งเฉยๆ เพื่อที่จะได้อยู่ที่นี่ อ่า ท่าทางท่านประธานคนฮ็อตมากแน่ๆ

“ปกติท่านไม่มาทานข้าวที่นี่เหรอคพ พี่พิม”

ฉันรู้สึกสงสัยอยู่ไม่น้อยเพราะคนรวยส่วนมากจะไม่มานั่งทานข้าวในที่แบบนี้แน่ เขาเป็นคนยังไงกันแน่นะ

“ส่วนใหญ่ถ้าไม่มีนัดท่านก็ทานที่นี่เป็นประจำนั่นแหละ แต่ช่วงหลังๆ ท่านมีนัดทานข้าวกับลูกค้าบ่อยๆ ก็เลยไม่ค่อยเห็นท่านมานั่งทานที่นี่นะ”

“อ่อ”

“ไปทานข้าวกันเถอะ”

ฉันเลยเดินตามพี่พิมเพื่อไปหาอะไรกิน หลังจากที่ทานข้าวเสร็จฉันเลยพอมีเวลาพักเหลืออยู่บ้างนิดหน่อย ฉันเลยขึ้นมานั่งเล่นอยู่ที่โต๊ะทำงานเพราะถ้านั่งอยู่ข้างล่างฉันคงต้องตกเป็นเป้าสายตาอีกแน่ ส่วนพี่พิมเธอก็แยกตัวไปเพื่อคุยธุระกับฝ่ายทรัพยากรมนุษย์เธอเลยบอกว่าจะขึ้นมาที่นี่ช้าไปสักหน่อย เลยมอบหมายหน้าที่ไว้ให้ฉันดูแลในส่วนตรงนี้ไปก่อนในระหว่างที่เธอไม่อยู่ ฉันเลยขึ้นมาเตรียมตัวให้พร้อมก่อนที่จะทำงานยังไงกันละ

ครืด ครืด ครืด

และในตอนนั้นเองเสียงโทรศัพท์ของฉันก็สั่นขึ้นมา ตอนนี้ยังอยู่ในเวลาพักเที่ยงอยู่ ฉันเลยกดรับสายนั่นทันทันทีโดยไม่ลังเลเลยสักนิด

“ค่ะ เฮีย”

ฉันกรอกเสียงผ่านโทรศัพท์ไปด้วยเสียงที่สดใสร่าเริงทันทีเมื่อหลังจากที่กดรับสายดังกล่าว

(เฮียโทรมากวนหรือเปล่า ทำงานอยู่ไหม)

เสียงทุ้มต่ำของคนคนนั้นดังผ่านโทรศัพท์มาทำให้ฉันต้องยิ้มที่มุมปากของตัวเองทันที อ่อ ฉันยังไม่ได้บอกสินะว่าผู้ชายที่กำลังคุยโทรศัพท์กับฉันอยู่ตอนนี้คือใคร อืม จะว่ายังไงดีละ เขาเป็นลูกพี่ลูกน้องกันกับฉัน แม่ของเขาเป็นน้องสาวของพ่อฉัน แต่ที่ฉันต้องเรียกว่าเฮียเพราะเขาคนนี้เกิดก่อนฉันตั้งสี่ปี และเขาก็เรียกว่าฉันว่าพ่อเหมือนกันกับฉัน เราอยู่บ้านหลังเดียวกันมาตั้งแต่เกิด แต่พักหลังหลังจากที่ฉันเริ่มเข้ามหาลัยฉันก็ย้ายมาอยู่ที่คอนโดเลยไม่ค่อยกลับไปนอนบ้านสักเท่าไหร่ แต่เราก็ไปมาหาสู่กันอยู่ตลอดเวลาละ พี่ชายของฉันคนนี้ชื่อว่าพี่นักรบนะ เป็นลูกของน้าบัว น้องสาวของป๋าเมฆาพ่อของฉันเอง

“อุ่นพักเที่ยงอยู่ค่ะ คุยได้ ว่าแต่ว่าเฮียโทรมาหาอุ่นทำไมเหรอ”

ฉันเอ่ยถามเพราะรู้สึกแปลกใจที่จู่ๆ เขาก็โทรหาฉันแบบนี้เพราะปกติเขาจะส่งข้อความคุยกับฉันซะมากกว่า สงสัยมีเวลามั้งเลยโทรมาหาฉัน

(ก็โทรมาบอกว่าเย็นนี้จะแวะไปรับ เห็นบอกว่าฝึกงานเลยว่าจะเลี้ยงข้าวต้องรับเด็กฝึกงานสักหน่อย)

เสียงเฮียรบเอ่ยโต้ตอบกลับมาอย่างอารมณ์ดี เขาเป็นพี่ชายที่น่ารักกับฉันเสมอถึงแม้ว่าเราจะโตกันแล้วก็เถอะ เขาก็ปฏิบัติกับฉันเหมือนตอนที่ฉันยังเด็กเหมือนเคย

“อ่อ งั้นอุ่นจะกินให้กระเป๋าเฮียแฟ๊บเลย”

ฉันกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่ขี้เล่น มันคือนิสัยจริงๆ ของฉัน แบบว่าฉันค่อนข้างซนมากถ้าอยู่กับคนในครอบครัว แต่ลักษณะภายนอกของฉันจะเหมือนคนเรียบร้อยหรือคนที่เอาแต่ตั้งใจเรียนก็เถอะ แต่นิสัยจริงๆ ของฉันมันเป็นแบบนี้ มีแค่เพียงคนที่สนิทกับฉันเท่านั้นแหละที่จะได้เห็นด้านนี้ของฉัน

(ตัวแค่นั้นจะกินเยอะแค่ไหนกันเชียว แต่งานไม่ยากเกินไปใช่ไหม เฮียบอกแล้วให้มาฝึกที่บริษัทของเฮีย มาเป็นเลขาให้เฮีย อุ่นจะได้สบายกว่านี้เยอะ)

เฮียรบตอนนี้เป็นประธานที่บริษัทแห่งหนึ่งซึ่งดังไม่ต่างจากบริษัทที่ฉันฝึกงานอยู่สักเท่าไหร่ เป็นบริษัทของพ่อเฮียรบนะ ซึ่งตอนนี้เฮียรบเข้าไปรับตำแหน่งต่อจากพ่อของเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่เพราะว่าฉันรู้ว่ามันจะเป็นยังไง ถ้าหากฉันเข้าไปฝึกงานที่บริษัทเฮียรบ ฉันถึงได้หนีมาฝึกงานที่นี่แทนยังไงละ

“ก็เพราะอุ่นรู้ไงว่ามันจะสบาย อุ่นเลยไม่ไปฝึกที่นั่น”

ฉันเป็นพวกที่ดื้อแต่ไม่ใช่คนที่รักความสบาย อะไรทีได้มาง่ายๆ โดยเราไม่ได้งแรงทำมันเอง ฉันก็จะไม่รับมันมาโดยเด็ดขาด

(เฮ้อ ยังดื้อไม่เคยเปลี่ยน งั้นสี่โมงเย็นเฮียรอรับที่หน้าบริษัทเลยนะ)

“ค่ะ”

หลังจากที่คุยกันรู้เรื่องแล้วเฮียรบก็วางสายไปทันที และมันก็ได้เวลาที่ฉันต้องเข้าทำงานแล้วเหมือนกัน ฉันเลยหันมาตั้งใจกับการทำงานแทนเพราะฉันไม่รู้ว่าพี่พิมจะกลับมาตอนไหนฉันเลยต้องเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลาแบบนี้ยังไงละ

เวลาต่อมา

กริ๊งๆ !

ระหว่างที่ฉันกำลังนั่งอ่านเอกสารอยู่นั้นเสียงโทรศัพท์ที่อยู่บนโต๊ะทำงานของพี่พิมก็ดังขึ้น แต่ตอนนี้พี่พิมยังไม่กลับมาจากไปคุยธุระ ฉันเลยตัดสินใจรับสายนั่นแทนพี่พิมเพราะพี่พิมได้มอบหมายงานไว้ให้ฉันดูแลในส่วนนี้แทนระหว่างที่เธอไม่อยู่นั่นเอง

(คุณพิม ผมขอกาแฟแก้วหนึ่ง)

ทันทีที่ฉันยกหูโทรศัพท์ขึ้นมาเสียงจากคนปลายสายก็ดังขึ้นก่อนที่จะถูกตัดไป นั่นเป็นเสียงของผู้ชายที่นั่งทำงานอยู่ในห้องนั่น เขาบอกว่าอยากได้กาแฟอย่างนั้นเหรอ ตอนนี้พี่พิมก็ไม่อยู่ พี่จิมก็ออกไปทำธุระข้างนอกตั้งแต่ทานข้าวเที่ยงเสร็จ ตอนนี้เหลือแค่ฉันคนเดียวที่อยู่ตรงนี้ นั่นก็หมายความว่าฉันต้องเป็นคนชงกาแฟแล้วนำมันไปเสิร์ฟให้กับผู้ชายคนนั้นในห้องนั้นอย่างนั้นเหรอ แล้วฉันจะรู้ไหมเนี้ยว่าเขาดื่มกาแฟรสชาติแบบนั้น

“เอาไงเอากัน ลองชงไปก่อนก็แล้วกัน”

เพราะตอนนี้ไม่มีใครอยู่ให้ฉันปรึกษาเลยสักคนฉันเลยต้องตัดสินใจทำมันด้วยตนเอง ฉันเลยเดินเข้าไปชงกาแฟด้วยรสชาติที่คิดว่าเขาน่าจะชอบ เพราะฉันเคยชงกาแฟให้ป๋าเมฆาทานอยู่บ่อยๆ หวังว่ามันคงจะถูกปากเหมือนที่ป๋าฉันเอ่ยชมนะ

ก็อก ก็อก ก็อก

หลังจากที่ชงกาแฟเสร็จเรียบร้อยแล้วฉันก็ยืนลังเลอยู่ที่หน้าห้องของท่านประธานอยู่สักพักหนึ่งก่อนที่จะตัดสินใจเอื้อมมือขึ้นไปเคาะประตูห้องนั้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ พร้อมกับพูดปลอบตัวเองในใจว่า ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องแตกตื่นไป เขาจำฉันไม่ได้ ฉันควรทำตัวให้เป็นธรรมชาติที่สุดเท่าที่จะทำได้

“เข้ามา”

เมือ่ได้ยิเสียงตอบรับโต้ตอบกลับมาฉันก็กลั้นใจเปิดประตูเข้าไปพร้อมกับประคองถาดกาแฟเอาไว้ด้วยมือที่ค่อนข้างสั่นเทา ทำไมฉันต้องรู้สึกประหม่าแบบนี้ด้วยเนี้ย ไม่เป็นตัวของตัวเองเอาซะเลย

“เอ่อ พี่พิมไม่อยู่ อุ่นเลยถือวิสาสะเป็นคนชงกาแฟเอง บอกได้นะคะ ถ้ามันไม่ถูกปาก”

ฉันเปล่งเสียงพูดออกไปพร้อมกับค่อยๆ วางถ้วยกาแฟลงบนโต๊ะทำงานของเขาด้วยท่วงท่าที่ทำให้เป็นธรรมชาติที่สุดเท่าที่ฉันจะทำได้ และดูเหมือนว่าประโยคของฉันเมื่อกี้ทำให้ท่านประธานคนนั้นต้องเงยหน้าขึ้นจากเอกสารและหันมาจ้องหน้าฉันแทน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความบังเอิญหรือความตั้งใจจากเขาหรือเปล่าที่เขาเงยหน้าขึ้นมาในช่วงเวลาเดียวกันกับฉันที่กำลังโน้มตัวไปวางถ้วยกาแฟให้เขา มันเลยทำให้ฉันต้องสบตากับเขาอีกครั้งในระยะที่ค่อนข้างประชิด

สายตาคมเข้มนั่นที่กำลังจ้องฉันอยู่มันดูแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้ เขามองฉันแบบนี้มันหมายความว่ายังไง ผู้ชายคนนี้จำฉันได้อย่างนั้นเหรอ ขออย่าให้มันเป็นแบบนั้นเลย ไม่อย่างนั้นฉันคงอยู่ลำบากแน่










[โปรดติดตามตอนต่อไป]

อ้าวคุณพี่ล่า ทำไมมองน้องแบบนั้น

อยากพูดอะไรก็พูดพี่ น้องมันกลัว

ปล.ตัวละครของใครมักมีจุดเชื่อมโยงกันเล็กๆ เหมือนเป็นการสปอร์ยเรื่องต่อไปยังไงก็ไม่รู้สิ เอาเป็นว่าทุกเรื่องจะมีเอ่ยถึงตัวละครอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ถ้าอ่านก็จะไม่งง ถ้าไม่อ่านก็จะงงไม่มาก ก็แค่สงสัยว่าตัวละครนี้เป็นลูกใคร แต่ไรต์จะอธิบายด้านล่างให้นะคะ จะได้ไม่ต้องไปตามอ่านให้วุ่นวาย

หนึ่งคอมเม้นเท่ากับหนึ่งกำลังใจ เม้นให้กำลังใจไรต์มาเยอะๆน่าาา

ไรต์จะได้ขยันอัพ






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 149 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

250 ความคิดเห็น

  1. #14 ✨•P•u•y•z•Z•i•i•✨ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 22:11
    น่ารักกกกกจังง
    #14
    0
  2. #12 nongnoonid (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2562 / 23:54
    นักล่าลูกชายของพ่อภูเบศกับอม่บุหลันล่ะ
    #12
    0
  3. #11 kaekae2526 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 19:37
    ชอบค่าาาา
    #11
    0