嫡福晉 [璐恩] •ลู่เอิน• [ตีพิมพ์กับสนพ.Dbooks ]

  • 95% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 1,125,282 Views

  • 17,633 Comments

  • 19,955 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,625

    Overall
    1,125,282

ตอนที่ 9 : บทที่ 8 ช่วงเวลาของครอบครัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 59237
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3696 ครั้ง
    18 ส.ค. 61

บทที่ 8

 

องค์ชายหกเคยคิดว่าความทรมานที่สุดสำหรับบุรุษคือการถูกหอกแหลมแทงทะลุจากภายในทะลวงเอาหัวใจของเขาออกมา หากแต่ในวันนี้พี่สะใภ้ของเขาได้ทำให้เขาประจักษ์แล้วว่าใต้หล้านี้ยังมีอีกหนึ่งสิ่งที่ทรมานและน่าอึดอัดไม่ต่างกัน

กว่าสองชั่วยามที่เขาได้แต่ยืนนิ่งโดยมีดวงตาคู่นั้นของพี่สะใภ้จับจ้องมาไม่ลดละ ความเงียบสงบและเฉยชาของพี่สะใภ้เข้ากลืนกินทุกสิ่ง

อินซื่อก้มลงมองตัวหมากบนกระดานที่พี่สะใภ้กำลังจะเป็นฝ่ายปราชัย รับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงภายนอกศาลา ดวงอาทิตย์ที่เคยอยู่กลางศีรษะเริ่มขยับเคลื่อนที่และอีกเพียงไม่นานก็คงจะลาลับไปจากท้องฟ้าโปร่งไร้หมู่เมฆ

"พระชายา ช่างตัดเย็บเหมามาถึงแล้วเพคะ"

นิ้วเรียวของลู่เอินหยุดชะงักก่อนจะแหงนหน้าขึ้นมองข้ารับใช้คนสนิท ครั้งที่แล้วเพื่อชดเชยต่อกระโปรงที่ขาดไปของนาง องค์ชายหกได้ส่งผ้าตวนมาหลายผืน 

และมันประจวบเหมาะกับช่วงนี้ใกล้ถึงเทศกาลหยวนเซียว เป็นโอกาสอันดีงามที่นางจะตัดเย็บอาภรณ์ตัวใหม่สักสองชุดให้แก่นางและหยวนหลง 

"บอกให้เขารอไม่เกินหนึ่งเค่อ เปิ่นหวางเฟยจะรีบไป"

"เพคะ" 

องค์ชายหกขบปากตัวเองอย่างช่วยไม่ได้ยามที่ดวงตาคู่นั้นชำเลืองมองมาคล้ายให้ความสำคัญกับเขาหลังจากเมินเฉยมาเนิ่นนาน

"แม้ว่าหยวนหลงจะลงโทษท่านไปแล้วแต่นั้นไม่ได้เกี่ยวข้องอันใดกับเปิ่นหวางเฟย"

"พี่สะใภ้ ข้าขอโทษ"

ลู่เอินแค่นยิ้มเย็นชาดับความหวังอันริบหรี่ของอีกฝ่ายลงจนย่อยยับ "หากเปิ่นหวางเฟยไม่ให้อภัยเล่า ท่านจะทำอย่างไร"

"...."

"กระทั่งตัวท่านเองยังไม่รู้"อย่างไรก็ตามรอยยิ้มอันสดใสไม่หลงเหลือบนใบหน้าของชายหนุ่มแม้แต่น้อย 

และนั่นทำให้นางเบิกบานใจเป็นที่สุด 

หนึ่งในสิ่งที่นางไม่ชื่นชอบคือการถูกหลอกใช้เพื่อเป็นเครื่องมือในแผนการของพวกเขา ทว่ามันก็เป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เลย

และมันยากจะปฎิเสธเลยว่าแท้จริงแล้วนางอยากจะกางกรงเล็บตะกรุยใบหน้าของอีกฝ่ายและสวามีของนางจนย่อยยับ 

"เปิ่นหวางเฟยอยากได้สุนัข"

"ถ้าเช่นนั้นข้าสามารถหามาให้ท่านได้!"

"ไม่ใช่สุนัขธรรมดา"ลู่เอินกล่าวเสียงเรียบ "หากแต่ต้องเป็นสุนัขแสนรู้ สามารถยืนสองขาได้เฉกเช่นมนุษย์ สง่างามท่ามกลางเหล่าสุนัขด้วยกัน แตกต่างจากสัตว์เดรฉานทั่วไป และที่สำคัญขนของมันต้องมีสีสันไม่ต่างอะไรกับดอกท้อ!"

"........."พี่สะใภ้ เราทั้งสองยังอยู่ในโลกเดียวกันใช่หรือไม่?

"ถ้าท่านทำได้เปิ่นหวางเฟยจะลืมสิ้นทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนั้นและก่อนหน้านี้เกี่ยวกับวีรกรรมของท่านทั้งหมด"

 

"ทรงกลั่นแกล้งองค์ชายหกเกินไปหรือไม่เพคะ"หลินฮุ่ยเอ่ยถามขึ้นขณะเดินตามหลังพระชายาจากศาลาริมสระน้ำไปยังห้องโถงรับรองแขกเพื่อพบกับช่างตัดเย็บเหมา

พระชายาลู่เอินขยับยิ้มบางเบา "การมองดูผลลัพธ์ที่เป็นไปไม่ได้ทำให้เปิ่นหวางเฟยรู้สึกอารมณ์ดี"

"....."

"บางครั้งชีวิตของเราก็ใช่ว่าจะต้องทำสิ่งที่ถูกต้องไปเสียหมด ความบันเทิงเล็กน้อยในชีวิตหากเก็บเกี่ยวเอาไว้ก็ไม่เสียหาย"

"..."ติดตรงที่ว่าความบันเทิงของพระชายานั้นตั้งอยู่บนความทุกข์ของชาวบ้านต่างหากเล่าเพคะที่เป็นปัญหา

"เอาเถอะ ไว้หลังคุยกับช่างตัดเย็บเหมาเสร็จค่อยคิดทบทวนดูใหม่ก็ไม่สาย”

"เพคะ"ท้ายที่สุดหลินฮุ่ยทำได้เพียงแค่ขานตอบแล้วนึกสงสารองค์ชายหกอยู่ไม่น้อยเลย

ลู่เอินผลักประตูเข้าไปทางด้านใน ข่างตัดเย็บเหมาเป็นช่างตัดเย็บอาภรณ์ประจำตัวของนางในสมัยที่นางยังเป็นเพียงแค่คุณหนูลู่เอินจวบจนกระทั่งตอนนี้ นางกลายเป็นพระชายาของอวิ๋นชินอ๋อง

เขาเป็นช่างตัดเย็บฝีมือดีที่ทำงานให้กับตระกูลใหญ่หลากหลายตระกูล ก่อนหน้านี้ก็เคยทำงานให้กับมารดาของนาง

"ถวายบังคมพระชายาพ่ะย่ะค่ะ"

"ตามสบายเถอะ"ลู่เอินกล่าวพลางเชื้อเชิญให้อีกฝ่ายนั่งลง ช่างตัดเย็บเหมาเป็นชายหนุ่มวัยยี่สิบปลายๆ ใบหน้าของเขาแม้จะไม่ดูดีเท่าบรรดาพวกเชื้อพระวงศ์ทว่าหากยืนอยู่ท่ามกลางคนธรรมดาด้วยกันแล้วนั้น

รูปร่างของเขานับว่าโดดเด่นไม่น้อยทีเดียว

"เปิ่นหวางเฟยอยากให้ท่านตัดเย็บอาภรณ์เพื่อใส่ในวันงานเทศกาลหยวนเซียวที่จะจัดขึ้นในวังหลวง"

"ทรงมีแบบในใจหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ"

ลู่เอินพยักหน้าเริ่มหวนนึกถึงเรื่องราวเมื่อครั้งก่อน "เดือนก่อนตอนที่เปิ่นหวางเฟยชมดอกท้อในสวนท้ายจวน มีบางสิ่งเกิดขึ้นและบางสิ่งจบลงไปในที่แห่งนั้น"

นัยน์ตาคู่ระหงเริ่มเหม่อลอยขณะน้ำเสียงนั้นยังคงกล่าวต่อไปอย่างเลื่อนลอยไม่ต่างกัน"ในเทศกาลหยวนเซียว เปิ่นหวางเฟยอยากได้อาภรณ์ที่ทำให้รู้สึกถึงการเริ่มต้นใหม่ แสดงถึงตัวตนของเปิ่นหวางเฟย"

ดวงตาของช่างตัดเย็บเหมาหรี่ลง ลอบมองพระชายาลู่เอินในแบบที่แตกต่างออกไปจากทุกครั้ง "ทรงเปลี่ยนไปอีกแล้ว"

"เปิ่นหวางเฟยเติบโตขึ้นอีกก้าวต่างหากเล่า"

ในปีนี้นางใกล้จะอายุครบสิบแปดและเข้าสู่ปีที่สามของการแต่งงาน รวมถึงเป็นปีสุดท้ายสำหรับรักสามเส้าของพวกเขา 

สมควรค่าอย่างยิ่งแก่การเริ่มต้นใหม่สำหรับครอบครัวของพวกเรา

ริมฝีปากของช่างตัดเย็บหนุ่มยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย "เช่นนั้นกระหม่อมขออนุญาตวัดรอบตัวของพระชายาเลยนะพ่ะย่ะค่ะ"

ลู่เอินแหงนหน้าขึ้นมองผ้าม่านผืนบางภายในห้อง แสงแดดในยามคล้อยบ่ายกำลังสาดส่องลงมากระทบเข้าสู้นัยน์ตาของนาง เรียวแขนทั้งสองกางออก ในขณะที่หลินฮุ่ยช่วยปลดอาภรณ์ชั้นนอกของนางออกไป 

"ท่านได้เจอกับท่านแม่บ้างหรือไม่"

สายวัดตัวถูกทาบลงบนร่างกายของนาง ในความเป็นจริงแล้วความสัมพันธ์ระหว่างลู่เอินกับมารดาไม่ค่อยดีนัก

นางคือความผิดหวังสำหรับมารดา เป็นเพียงบุตรีที่เกิดมาเพื่อทำลายความหวังเพียงหนึ่งเดียวของมารดาผู้ให้กำเนิดลงอย่างย่อยยับ

ดังนั้นยามเมื่อแต่งงานออกมาลู่เอินจึงแทบไม่ได้ติดต่อกับครอบครัวกลับไปเลย น้อยครั้งมากนักที่นางจะเขียนจดหมายถึงพวกเขา 

"กระหม่อมไม่ได้ตัดเย็บอาภรณ์ให้ฮูหยินใหญ่มาสักระยะแล้ว ครั้งสุดท้ายที่ไปก็เพื่อตัดเย็บอาภรณ์ให้ฮูหยินรองและท่านแม่ทัพก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของฮูหยินใหญ่เลยพ่ะย่ะค่ะ"

"งั้นหรือ"

"พระชายาไม่ได้ติดต่อกับฮูหยินใหญ่เลยหรือพ่ะย่ะค่ะ"

ดวงตาของนางหม่นหมองลงชั่วขณะก่อนจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว "ท่านเป็นช่างตัดเย็บอาภรณ์ให้เปิ่นหวางเฟยตั้งแต่วัยเยาว์ น่าจะรู้ดีว่ามารดาของเปิ่นหวางเฟยเป็นเช่นไร"

"กระหม่อมไม่ใคร่อยากยุ่งเรื่องราวในครอบครัวของผู้อื่น"ชายหนุ่มกล่าวเสียงเรียบ ก่อนจะก้มลงมองสายวัดตัวในมือ "ท่านผอมลงอีกแล้ว"

"นั่นไม่ดีหรืออย่างไร"ลู่เอินหัวเราะเสียงแผ่วรับอาภรณ์ตัวนอกกลับมาสวมใส่ลงบนตัวตามเดิม "หวังว่าครั้งนี้ท่านจะสามารถรังสรรอาภรณ์ที่งดงามออกมาได้เหมือนกับทุกครั้ง แล้วก็เฉินโม่..."

"พ่ะย่ะค่ะ"

"เปิ่นหวางเฟยอยากให้ท่านตัดเย็บเผื่อท่านแม่อีกชุด เอาเป็นสีดอกโบตั๋นก็แล้วกัน"

เฉินโม่เงยหน้าขึ้นมองพระชายาลู่เอิน ดวงตาของชายหนุ่มปรากฎร่องรอยความประหลาดใจขึ้นมาชั่วขณะ ถึงกระนั้นแล้วก็ทำได้เพียงขานรับในคำสั่งนั้นของพระชายาอ๋อง

"กระหม่อมเข้าใจแล้ว ทั้งพระชายาและฮูหยินใหญ่จะได้รับอาภรณ์ตัวใหม่ก่อนวันงานเทศกาลหยวนเซียว"

"ไปเถอะ"

ลู่เอินเพียงแค่จับต้องมองแผ่นหลังของอีกฝ่ายค่อยๆเลือนหายไปจนสุดระยะสายตา หลินฮุ่ยรินน้ำชาให้แก่นางอย่างรู้หน้าที่พลางเอ่ยถามด้วยความสงสัย

"หากฮูหยินใหญ่ไม่รับอาภรณ์ของพระชายาล่ะเพคะ"

"ถ้าเช่นนั้นแล้วเปิ่นหวางเฟยคงทำเหมือนกับที่เคยทำมาตลอด จะร้ายหรือดีท้ายที่สุดแล้วความสัมพันธ์ที่ตัดขาดได้ยากยิ่งก็ไม่พ้นคำว่าครอบครัว"

นางปิดเปลือกตาลงอย่างเชื่องช้า 

"เปิ่นหวางเฟยเพียงแค่ทำในสิ่งที่สมควรทำก็เท่านั้น"

กระทั่งตัวของลูกยังเริ่มที่จะก้าวออกมาจากจุดเดิม ลูกก็คาดหวังอย่างยิ่งว่าท่านเองจะเริ่มหัดก้าวเดินไปข้างหน้าไม่ต่างกัน

มารดา....

 

ทั่วทั้งวังหลวงกำลังตกอยู่ในเพลิงพิโรธของหย่งซานสือฮ่องเต้หลังจากที่องค์ชายรองหาได้แยแสซึ่งเสด็จพ่อของเขาไม่ ยังคงเลือกไปมาหาสู่คุณหนูหลี่เหมยฮวาเสมือนว่าก่อนหน้านั้นหาได้เกิดเรื่องราวใหญ่โตขึ้นมามื

ลู่เอินได้ยินข่าวพวกนี้จากอวี้กงกง

ยามเมื่อความเกรี้ยวโกรธของโอรสสวรรค์ยังปกคลุมไปทั่วทั้งวังหลวงอยู่นั้นคงมีเพียงคนเขลาที่หาญกล้าสู้พระพักตร์ของฝ่าบาทในเวลานี้

ด้วยเหตุนี้หยวนหลงจึงอยู่ติดจวนอีกครั้ง สิงสถิตภายในห้องอักษรก่อนจะเริ่มคัดลายมือของเขาในขณะที่นางช่วยฝนหมึกให้เขาเหมือนกับทุกครั้งไป

 

องค์ชายหกหายหน้าหายตาไปนับตั้งแต่ตอนนั้น เป็นเวลากว่าเจ็ดวันที่ไม่พบเห็นเขาภายในจวน

"เจ้าอยากลองเขียนดูบ้างหรือไม่"

หยวนหลงเงยหน้าขึ้นมองนาง ขณะที่มือของเขาส่งพู่กันมาให้ ลู่เอินมองดูตัวอักษรของเขาบนผืนกระดาษ นึกชิงชังไม่น้อยในความสามารถของสวามี

เขาทำได้ดีเกินไป จนบางครั้งมันอดไม่ได้เลยหากนางจะนึกเขินอายในความอ่อนหัดของนาง

ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วเป็นหยวนหลงต่างหากเล่าที่ทำได้ดีผิดมนุษย์ต่างหาก

"หม่อมฉันเขียนไม่สวยเท่าท่าน"ลู่เอินส่งพู่กันคืนเขาและมันก็เหมือนทุกครั้ง หยวนหลงไม่เคยบังคับอะไรนาง เขาตามใจนางเสมอ

"เจ้าอยากได้อะไรหรือไม่"ร่างบอบบางของนางถูกดึงรั้งให้นั่งลงบนตักอุ่นของเขา "วันนี้จะมีเรือสำเภาจากแคว้นจ้าวมาจอดเทียบท่า"

"หม่อมฉันอยากได้โคมไฟ ปีที่แล้วองค์ชายหกทำมันพัง คิดดูแล้วก็น่าเสียดายจนถึงวันนี้"

"มิน่าเปิ่นหวางจึงไม่เห็นเจ้านำออกมาเล่นในเทศกาลหยวนเซียว"

จำได้ว่าเมื่อปีที่แล้ว หยวนหลงเลือกปฏิเสธเทียบเชิญจากวังหลวงและพานางออกไปเที่ยวเล่นในงานเทศกาลเฉกเช่นสามัญชนทั่วไปแทน 

กระทั่งปีก่อนหน้าแม้นว่าจะอยู่ร่วมงานในวังหลวงแต่ลู่เอินสังเกตได้ว่าอีกฝ่ายดูหม่นหมองและเย็นชากว่าปกติ

"ท่านไม่ชอบเทศกาลหยวนเซียวงั้นเหรอ"นางถามพลางสัมผัสมือลงบนเรียวแขนของเขา

หยวนหลงพยักหน้า ฝังใบหน้าลงกับซอกคอของนางก่อนจะกล่าวตอบอย่างไม่เต็มเสียง "เปิ่นหวางเพียงแค่ไม่ชอบบรรยากาศของครอบครัวก็เท่านั้น"

ลู่เอินได้ยินเสียงถอนหายใจของเขา สวามีของนางเงยหน้าขึ้นอีกครั้งก่อนจะขยับยิ้มของเขา "เอาเถอะ วันนี้เปิ่นหวางจะพาเจ้าออกไปเที่ยว"

"ในวันหยุดที่อากาศดีเช่นนี้ สมควรยิ่งสำหรับช่วงเวลาของครอบครัว"

นางเป็นคนในครอบครัวของเขา ภรรยาเพียงหนึ่งเดียวของเขา

 

หยวนหลงไม่ชมชอบการทำอะไรเอิกเกริกนัก ดังนั้นการออกมาเที่ยวเล่นใช้เวลาในวันหยุดของพวกเราจึงแสนจะเรียบง่ายไม่ต่างอะไรกับสามัญชนธรรมดา

น่าเสียดายที่ลักษณะภายนอกของพวกเราค่อนข้างโดดเด่นพอสมควร ลู่เอินก้มมองมือของตนที่ถูกเขากอบกุมเอาไว้ มองดูแผ่นหลังอันสง่างามของเขา

 

มีเพียงอวี้กงกงเท่านั้นที่ติดตามพวกเรามาอย่างเงียบเฉียบแฝงตัวเข้าไปในฝูงชนไม่ต่างอะไรกับพวกองครักษ์เงา

"ท่านดูชำนาญทาง"

"เสด็จพ่อเคยให้เปิ่นหวางควบคุมกรมท่ามาก่อน ดังนั้นจึงคุ้นชินกับเส้นทางระแวกนี้ดี จวนของท่านแม่ทัพบูรพาก็อยู่ไม่ไกลจากที่นี้ เจ้าไม่เคยออกมาเที่ยวเล่นหรืออย่างไร"

ลู่เอินส่ายหน้า กวาดสายตามองไปรอบด้านด้วยความใคร่รู้แล้วกล่าวตอบเขา "มารดาของหม่อมฉันไม่โปรดหากหม่อมฉันจะออกมาเที่ยวเล่นแทนศึกษาเล่าเรียน"

"ดูเหมือนว่ามารดาของเจ้าจะเข้มงวดไม่น้อย หากเสด็จแม่ยังอยู่จะเข้มงวดกับเปิ่นหวางเช่นนี้หรือไม่กัน"

หนึ่งสิ่งที่ลู่เอินแน่ใจเกี่ยวกับเขาคือความรักที่หยวนหลงมีต่ออดีตฮองเฮา เสด็จแม่ของเขา มีหลายครั้งที่นางมีโอกาสได้ยินเรื่องของอดีตฮองเฮาจากปากของเขา

ในวันที่แห่พระศพของอดีตฮองเฮา เป็นเขา เด็กชายผู้ร้องไห้ไปตลอดทางโดยไม่หวั่นเกรงต่อสายตาของใครทั่วทั้งใต้หล้า

"เปิ่นหวางจะพาเจ้าไปยังร้านโคมไฟ ร้านเดียวกับที่เปิ่นหวางซื้อให้เจ้าเมื่อปีนั้น"

"คิดดูแล้วหม่อมฉันนึกอยากลงโทษองค์ชายหกขึ้นมาไม่น้อย บัญชีแค้นครั้งก่อนยังไม่ได้ชำระแม้แต่น้อย"อย่างไรก็ตามน้ำเสียงของนางที่กล่าวออกไปไม่อาจสะกดความขุ่นเคืองเอาไว้ได้เลย

หยวนหลงหัวเราะด้วยความขบขัน ก้มมองใบหน้าของลู่เอินที่เต็มไปด้วยความขุ่นเคืองและมันช่างดูน่าแปลกใจ "ได้เห็นพระชายาลู่เอินเกรี้ยวโกรธเช่นนี้นับว่าเปิ่นหวางได้เปิดหูเปิดตาเสียจริง น้องหกช่างมีความสามารถล้ำเลิศยิ่งนัก"

ลู่เอินกลอกตาจะขยับปลายเท้าให้ก้าวทันอีกฝ่าย ร้านขายโคมไปที่สวามีของนางพามาเพียงแวบแรกก็เห็นได้ถึงความโออ่าของมัน

เห็นได้ชัดเลยว่าสินค้าภายในร้านราคาของพวกมันคงมากกว่าค่าอาหารทั้งเดือนของชาวบ้านธรรมดา 

กระทั่งระดับชนชั้นของลูกค้าที่เดินเข้ามาในร้านส่วนใหญ่ยังเป็นพวกคุณหนู คุณชายหรือท่านหญิงไม่ก็ท่านชายทั้งหลาย

ดวงตาของเถ้าแก่ผู้เป็นเจ้าของร้านเป็นประกายวาววาบยามเมื่อเห็นร่างสูงของหยวนหลง ร่างท้วมของเขารีบกุลีกุจอเดินเข้ามาหาพวกเรา

"ท่านอ๋องและเอ่อ..."

"พระชายาลู่เอิน แล้วก็ไม่ต้องมากพิธีเปิ่นหวางและพระชายาเพียงต้องการซื้อของอย่างสงบเรียบง่ายไม่ต่างจากสามัญชน"

 

"พ่ะย่--ขอรับนายท่าน"

ลู่เอินแหงนหน้าขึ้นมองหยวนหลงก่อนจะกระตุกแขนเสื้อของเขาครั้งหนึ่ง น้ำเสียงหวานบอกกล่าวความต้องการออกมา "หม่อมฉันจะเดินเข้าไปดูโคมไฟด้านใน"

"หือ"

"หากท่านอยากจะอยู่สนทนากับท่านเถ้าแก่หวังก่อน"นางบอกพลางชำเลืองมองใบหน้าของพวกเขา

เห็นได้ชัดว่าพวกท่านต่างมีเรื่องใคร่จะสนทนาต่อกัน 

"เดี๋ยวเปิ่นหวางจะตามเข้าไปช่วยเจ้าเลือกโคมไฟ"

"ให้คนของข้าน้อยแนะนำสินค้าให้นายหญิงดีไหมขอรับ"เถ้าแก่หวังรีบเสนอตัวทว่ากลับถูกพระชายาลู่เอินบอกปัดอย่างรวดเร็วด้วยความเถรตรง

"ไม่จำเป็น เปิ่นหวางเฟยต้องการความสงบ"

นางได้ทำการตัดลู่ทางการค้าขายของท่านเถ้าแก่หวังโดยสิ้นเชิง ปลายเท้าขยับก้าวเข้าไปทางด้านในของร้าน มีคนจำนวนมากพอสมควรที่กำลังเลือกดูสินค้าอยู่

ทั้งเด็กและผู้ใหญ่

อา ช่างวุ่นวายเสียจริง...

จำได้ว่าโคมไฟเมื่อปีที่แล้วมีสีแดงสด และมันช่างดูสดใสยิ่งนัก  

หากไม่ถูกองค์ชายหกทำพังนางคงหยิบมาเล่นอีกครั้งในปีนี้

ทุกครั้งที่นางขยับตัว ลู่เอินสัมผัสได้ถึงดวงตาหลากหลายคู่กำลังจับจ้องมองมา รูปร่างหน้าตาอันงดงามตามแบบฉบับลูกสาวขุนนางชั้นสูงของนางมักกลายเป็นจุดสนใจของพวกเขาเหล่านั้นเสมอ

และแน่นอนว่าทุกท่วงท่าในการขยับเคลื่อนไหวของนางมักแฝงไว้ด้วยความสง่างาม ต้องขอบคุณมารดาที่พยายามกวดขันนางในวัยเยาว์

"คุณหนูให้ข้าช่วยเลือกโคมไฟให้ท่านไหม"น้ำเสียงทุ้มจากคนแปลกหน้าเอ่ยขึ้น ลู่เอินเพียงเหลือบมองอีกฝ่าย คาดเดาได้จากอาภรณ์เนื้อผ้าดีที่สวมใส่อยู่นั้นแล้ว คงเป็นคุณชายของตระกูลใหญ่สักตระกูล

"....."นางเลือกจะเมินเฉยต่ออีกฝ่าย ขยับตัวอีกก้าวและเป็นอีกครั้งที่ร่างนั้นขยับก้าวตามมา ความสงบในการเลือกซื้อของลู่เอินถูกช่วงชิงไปโดยสิ้นเชิง 

"ดูจากดวงตาของท่านในเวลานี้แล้ว สีของดอกท้อนับว่าเหมาะสมอย่างยิ่ง"

"เปิ่นหวางเฟยไม่ใคร่อยากได้ความคิดเห็นจากท่าน"

ชายหนุ่มดูจะชะงักไปบ้างกับคำแทนตัวของนาง แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงพยายามยกยิ้มระรื่นต่อไป ช่างคับคล้ายคับคลึงกับองค์ชายหกยิ่งนัก

"ข้าเป็นนักกวี หลายครั้งที่บทกวีของข้ามาจากความรู้สึกของเหล่าสตรี"

 

"เช่นนั้นท่านช่างมีความกระเสือกกระสนใคร่รู้เรื่องของผู้อื่นเสียจริง"

"......"ชายหนุ่มเงียบลงอย่างถนัดตากับความเถรตรงอันมากเกินของอีกฝ่าย

ทว่าก็เริ่มจะสติกลับคืนมา รอยยิ้มระรื่นนั้นยังคงขยับกว้างขึ้น "ท่านไม่เชื่อในลิขิตของสวรรค์ และหาได้ศรัทธาในพระพุทธองค์เหมือนอย่างที่คนอื่นเข้าใจ"

เรียวนิ้วมือของนางชะงัก นัยน์ตาเริ่มเจือไปด้วยความหงุดหงิดมิใช่น้อย แม้นกระทั่งน้ำเสียงยังคงแข็งกระด้างขึ้น "เปิ่นหวางเฟยหาใช่เพื่อนเล่นของท่านไม่ คุณชาย"

"ท่านไม่คิดหรือว่ามันเป็นเรื่องน่าสนุกสำหรับการพานพบระหว่างคนแปลกหน้าทั้งสอง ท้ายที่สุดแล้วท่านและข้าต่างไม่รู้จักกัน ไฉนจึงไม่ลองฟังสิ่งที่ข้าจะพูดเสียหน่อย"

"เปิ่นหวางเฟยย่อมเข้าใจตัวเองดีกว่าใคร ไยต้องให้คนอื่นพล่ามถึงตนเองให้ฟังกันเล่า" ลู่เอินยกยิ้มเย็นชา ปลายเท้าขยับถอยหลังจนแนบชิดติดกับชั้นวางของ

"นั่นเพราะท่านไม่มั่นใจและไม่เข้าใจว่าแท้จริงแล้วตัวท่านเป็นเช่นไรต่างหาก"

ลู่เอินขบริมฝีปากของนางพลางถอนหายใจนึกเหนื่อยหน่ายในคำพูดนั้น "ช่างน่ารำคาญเสียจริง หากท่านไม่หยุดพล่ามเปิ่นหวางเฟยจะเผาทุกบทกวีของท่านทิ้งเสีย"

ได้ผล รอยยิ้มระรื่นของคุณชายเจ้าบทกวีตรงหน้าดูจะแข็งค้างไป ริมฝีปากบางเหยียดยิ้มกว้างขึ้น ดวงตาเริ่มเจื่อไปด้วยความหยิ่งยโสในตัวเอง

"กระทั่งลิขิตสวรรค์ยังไม่อาจทำให้เปิ่นหวางเฟยแยแสได้ ไฉนท่านจึงได้คิดว่าคำพูดไร้ราคาของท่านจะทำให้เปิ่นหวางเฟยใคร่ใส่ใจ ช่างบังอาจเสียจริง"

ความสนุกสนานก่อนหน้านี้มลายหายไปจนหมดสิ้น ลู่เอินกวาดมองไปรอบด้าน สายตาหลากหลายคู่เริ่มจับจ้องมองมายังพวกเราด้วยความใครรู้

แล้วในจังหวะร่างสูงอันคุ้นตาของหยวนหลงก็ก้าวเขาเข้ามาพอดิบพอดี อีกฝ่ายขมวดคิ้วยามมองเห็นบุรุษนิรนามขนาบข้างกายนาง

"ลู่เอิน ..."

หยวนหลงเปรียบเสมือนแสงสว่างในเวลานี้ ลู่เอินรีบก้าวเดินตรงไปหาเขาก่อนจะช้อนตามองเขาแล้วมองความต้องการของนางออกไป

"หยวนหลง หม่อมฉันอยากจะกลับแล้ว"

อย่างไรก็ตามการคงอยู่ของชายแปลกหน้าผู้นั้นหาได้สำคัญต่อความคิดของนางอีกต่อไป ลู่เอินเมินเฉยต่อนักกวีเพียงเพื่อจะสูดดมกลิ่นกายของสวามี

"แต่เจ้ายังไม่ได้โคมไฟ"

"มีบุรุษน่ารังเกียจผู้หนึ่งทำลายอารมณ์สุนทรีย์ของหม่อมฉันลง เห็นทีว่าปีนี้หม่อมฉันจะไม่มีวาสนาได้โคมไฟ"

หยวนหลงยังคงตามใจนางอย่างออกนอกหน้า เขาครางร้องในลำคอ ฝ่ามือยกขึ้นสัมผัสลงบนข้างแก้มของนางพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "เช่นนั้นค่อยกลับไปเลือกวันหลังก็ได้"

แล้วหันไปบอกแก่เถ้าแก่หวังผู้ซึ่งยืนอยู่ไม่ใกล้และกำลังรีบกุลีกุจอมาหาพวกเรา"เถ้าแก่หวังเปิ่นหวางต้องการโคมไฟทุกดวงภายในร้าน หวังว่าท่านจะทำการจัดส่งไปที่จวนโดยเร็ว"

ใบหน้าของเถ้าแก่หวังเจือไปด้วยความยินดียิ่ง รีบหันไปสั่งการแก่เด็กรับใช้ของเขาโดยว่องไว หยวนหลงยกยิ้มพึงพอใจก่อนจะหันไปมาสนใจกับชายแปลกหน้าที่ยังคงยืนอยู่ไม่จากไปไหน

"เมื่อครู่เปิ่นหวางมาทันได้ยินประโยคหนึ่ง มีเพียงผู้งมงายเท่านั้นที่เชื่อถือในลิขิตสวรรค์มากกว่าความเป็นจริง และมันช่างเทียบไม่ได้เลยกับอำนาจเงินของเปิ่นหวาง"

ใบหน้าของคุณชายนักกวีมืดครึ้มลงยิ่งกว่าเมื่อครู่ หยวนหลงเหยียดยิ้มกว้างอันแสนเย็นชา "ล่วงเกินพระชายาอ๋องมีโทษโบยถึงสี่สิบไม้ อยากรู้เหลือเกินสวรรค์จะช่วยเจ้าได้หรือไม่"

"..."ท่านอ๋อง แท้จริงแล้วท่านช่างร้ายกาจไม่ต่างกับองค์ชายหกแม้แต่น้อย

 

พระชายาลู่เอินกลับมาอารมณ์ดีอีกครั้งอย่างง่ายดาย ใบหน้างดงามเจือไปด้วยรอยยิ้มกว้าง นางกระชับมือของนางกับสวามีแน่นขึ้นขณะเดินผ่านประตูจวนเข้ามา ร่างบอบบางเริ่มเอนตัวคลอเคลียร่างสูงของสวามี

อย่างไรก็ตามลู่เอินชมชอบความสงบของจวนเป็นที่สุด เห็นได้ชัดว่านางคิดผิดที่จะออกไปด้านนอก มิสู้นอนหลับบนตักของหยวนหลงยังจะดีเสียกว่า

ในจังหวะหนึ่งจินตนาการในหัวสมองของนางหยุดชะงักลงเช่นเดียวกับเรียวขาของนางและหยวนหลง

"น้องห้า น้องหก"

นางหันไปมองร่างสูงของผู้มาเยือนทั้งสอง ค่อนข้างน่าแปลกใจไม่ใช่น้อยสำหรับการปรากฎตัวขององค์ชายหกตัวเขาอยู่ในชุดอาภรณ์สีดอกท้อ และมีเชือกเส้นดึงผูกอยู่ที่ลำคอของเขาเอาไว้คล้ายสายจูง

"พี่ห้า"องค์ชายหกแหงนหน้าขึ้นมององค์ชายห้าที่ทำสีหน้าอันยากจะบรรยายออกมา องค์ชายห้าถอนหายใจ พลางกล่าวอย่างจำใจ

"แค่ครั้งเดียวเท่านั้น"อินเจิ้งง้างมือของเขาขึ้นสูงก่อนจะขว้างปาลูกบอลสีทองออกมาตรงหน้าของนางและหยวนหลง

ตุ้บ...

"เอาละเสี่ยวโก่ของข้าจงรีบไปคาบมันมาซะ!"

 

สิ้นเสียงนั้น ร่างขององค์ชายหกเริ่มออกคลานสี่ขาออกไปตามคำสั่งขององค์ชายห้า 

ลู่เอินแหงนหน้าขึ้นมองสวามีเพื่อค้นหาซึ่งคำตอบนั้น

"..."หยวนหลงน้องชายของท่านกำลังคิดทำสิ่งใดกัน

"น้องหกเจ้าลืมส่งเสียงร้อง"

"คะคะคะ...แค่กก แค่กกก แค่กกก"

"....."นั่นมันเสียงร้องบ้าอะไรกัน

"พวกท่านกำลังทำอะไร"นางไม่อาจหยุดความสงสัยที่กำลังเกิดขึ้นได้เลย

"น้องหกไม่สามารถหาสุนัขที่ท่านต้องการให้ได้ ดังนั้นเขาจึงกลายเป็นสุนัขให้ท่านแทน เอาละน้องหกสุนัขแสนรู้ควรร้องเสียงอย่างไร!"

"แค่ก คะคะคะแค่ก แค่กกกกคะแค่กกก!"

"อีกเสียงหนึ่งไม่ใช่เสียงนี้"

"อะอะอะอะอ้ากกก อะอะอะอ้ากกกก"

ยามเมื่อลู่เอินหันกลับไปมองสวามีอีกครั้งสีหน้าของหยวนหลงมืดครึ้มลงถึงที่สุด เสมือนว่าสติได้หลุดลอยหายไปในบัดดล ร่างสูงของเขาแข็งค้างกลางอากาศ

"พี่สะใภ้ทำหน้าตาเช่นนี้ดูจะยังไม่ใคร่พอใจในเสียงร้องของเจ้านะ"

"สะสะเสือกก สะสะสเสือออออ สะสเสือกกกกกก"ใบหน้าขององค์ชายหกแดงก่ำแต่ถึงกระนั้นแล้วเขายังคงเพียรพยายามส่งเสียงร้องอันแสนไพเราะออกมา

และมันช่างเป็นความพยายามแสนยากจะอธิบาย

องค์ชายห้าพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ริมฝีปากขยับยิ้มขึ้นมา "ค่อยไพเราะขึ้นมาหน่อย เอาละเสี่ยวโก สุนัขแสนรู้ต้องสามารถเห่าหอนเป็นบทเพลงได้ ลองร้องเพลงให้พี่สะใภ้ฟังหน่อย"

"ขะขะขะเขือกอะอะเอือกคะคะคะแค่กกกเสือกกกกกกก~"

"..."วงการสุนัขถึงความวิบัติอย่างแท้จริง เสียงร้องนั่นมันบ้าอะไรกัน

"สากกกเสือกกกก~"

"เฮือกกกกกก!"ดวงตาขององค์ชายหกเบิกกว้างขึ้นมาชั่วขณะหนึ่ง ราวกับว่าเขากำลังจะขาดอากาศหายใจ "พี่ห้าท่านเหยียบสายจูง  ข้าหายใจไม่ออก"

"หะ อะไรนะน้องหก เจ้าอยากให้ข้าร่วมเห่าหอนไปกับเจ้าหรือ"

"เท้าท่านเหยียบสายจูง!"

"หะ ข้าเหยียบหางเจ้า?"

"เฮือก! อย่าเหยียบสาย!"

"หะ อย่าเหยียบหาง!?"

สาบานได้ว่าพวกเรายังอยู่ในโลกใบเดียวกัน มันเกิดบ้าอะไรขึ้นมา?


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.696K ครั้ง

153 ความคิดเห็น

  1. #17514 RealBF (@Kanita1993) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 16:17
    ขำองค์ชายหก
    #17514
    0
  2. #17227 pemipond (@pemipond) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 15:05

    อ่า องค์ชาย ท่าน เฮ้อ สมควรโดนแล้ว

    #17227
    0
  3. #17213 EsllfaFa (@EsllfaFa) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 00:41
    ตลกอะ ชอบองคืชาย6
    #17213
    0
  4. #17150 Lukke (@rouge) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 08:45

    555555555
    #17150
    0
  5. #17143 zhangyu2 (@zhangyu) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 18:10

    จะขำ หรือ จะสงสารองค์ชายหกดี
    #17143
    0
  6. #16947 iam1design (@iam1design) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 17:53

    ไหนใครบอกว่านิยายเรื่องนี้มาม่าหน่วง ตอนนี้เราเสียน้ำตาเพราะหัวเราะหนักมาก
    #16947
    0
  7. #15964 MonMoonlover (@MonMoonlover) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 14:52
    555ขำไม่พูดมากเจ็บคอ
    #15964
    0
  8. #13016 pputtarak (@pputtarak) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 10:05
    โอ้ย...หมดกัน
    #13016
    0
  9. #12715 B02.01 (@boomcash321) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 20:49
    หมดกันความดราม่าที่สะสมมา นี่มันอารายยวยววว555555555555
    #12715
    0
  10. #12686 Rongrongg2540 (@Rongrongg2540) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 18:00
    ไรท์ เพื่อนเค้าถึงกับมองเค้าเป็นคนบ้าอะ นั่งหัวเราะคนเดียว
    #12686
    0
  11. #12220 WilandaKaewlom (@WilandaKaewlom) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 11:33
    ขำ55555
    #12220
    0
  12. #12183 kitten (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 04:10

    นี่มันอารายก๊านนนนนนนนนนนนน

    #12183
    0
  13. #11681 NAMFAH13NF (@NAMFAH13NF) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 02:02
    ขำมากอ่ะ ชอบแบบนี้สุดๆๆ
    #11681
    0
  14. #11177 ชะนีพระนคร (@YanisaN) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2561 / 10:56
    คอมเมดี้เหลือเกิน55555555555
    #11177
    0
  15. #10116 Hakuja. (@imfckwn_) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 19:31
    คือชอบน้องหก 555555555
    #10116
    0
  16. #10007 นิตา (@exofan-thanita) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 12:17
    อาร๊ายก๊าน 55555
    #10007
    0
  17. #9600 ซาสุโกะคุง (@bamyama) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 20:48
    ว่าแล้วเชียว ว่าแล้วว่าองค์ชายหกต้องทำแบบนี้ 😂
    #9600
    0
  18. #9596 Liten katt (@meawjeep5688) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 20:00
    ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ
    #9596
    0
  19. #9188 zzzcc (@zzzcc) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 20:03
    วงการสุนัขต้องสั่นสะเทือน
    #9188
    0
  20. #9143 Phornkamon (@Berriest) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 18:46
    ชอบนิยายแบบนี้ น่ารัก
    #9143
    0
  21. #9048 Iovely39 (@Iovely39) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 16:17
    ช๊อบบบบ น่าร๊ากกกกกกกก
    #9048
    0
  22. #7898 Natacha_i-sen (@sroyson47) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 18:25

    สติๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    #7898
    0
  23. #7746 Nattiya Bursnachaitavee (@nsttiyaburana) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 20:15
    ฮามากเลยค่ะไรท์ องค์ชาย
    #7746
    0
  24. #7590 เฌอเบสมะนาว (@sara-chpy) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 22:52
    5555555555555
    #7590
    0
  25. วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 18:13
    นี่ขำจนท้องแข็งไปหมดแล้ว5555555
    #7407
    0