嫡福晉 [璐恩] •ลู่เอิน• [ตีพิมพ์กับสนพ.Dbooks ]

  • 95% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 1,125,561 Views

  • 17,633 Comments

  • 19,955 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,904

    Overall
    1,125,561

ตอนที่ 10 : บทที่ 9 ใครจะทำไม?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 58936
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4036 ครั้ง
    18 ส.ค. 61

บทที่ 9

 

"น้องหก เจ้ามีอะไรต้องการอธิบายให้ข้าฟังหรือไม่"เสียงทุ้มต่ำของหยวนหลงกล่าวขึ้นหลังจากที่ทุกอย่างกลับคืนสู่สภาพปกติเช่นเดียวกับสติของอีกฝ่ายที่ได้กลับคืนสู่ร่างกาย ลู่เอินยืนขนาบข้างกายหยวนหลงชำเลืองมองไปบรรดาน้องชายของสวามี

องค์ชายหกและองค์ชายห้านั่งอยู่บนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม เสียงของพวกเขาแหบแห้งลงต่างจากหลังจากแผดเสียงร้องอยู่นานกว่าครึ่งชั่วยาม

"เรื่องทั้งหมดเป็นแผนการของพี่ห้า!"องค์ชายหกกรีดร้อง

ลู่เอินรู้สึกเหมือนเห็นฝันร้าย ลูกสุนัขที่ควรจะน่ารักน่าชังเฉกเช่นปกติกลับมีสภาพเป็นเช่นนั้นไป กล่าวได้เลยว่าวงการสุนัขได้ล่มสลายลงเพราะฝีมือของพวกท่าน

"น้องห้า”หยวนหลงเลิกคิ้วถามเสียงคับคล้ายไม่แน่ใจนัก

องค์ชายห้าขยับตัวเล็กน้อยไม่ตอบรับและไม่ปฏิเสธซึ่งข้อเท็จจริงนั้น "ข้าเพียงแค่ช่วยเหลือน้องหกก็เท่านั้น”

ปลายนิ้วมือเรียวยาวขององค์ชายห้าสัมผัสลงบนถ้วยชาก่อนจะยกมันขึ้นจรดริมฝีปากด้วยท่วงท่าอันแสนจะเฉยชาไม่แตกต่างจากดวงทั้งสองของเขาพลางกล่าวต่อด้วยความเสียงเรียบเฉย

"พี่สะใภ้ ท่านน่าจะรู้ดีว่าสติปัญญาของน้องหกหาได้เฉียบแหลมเท่ากับที่เขาคิดว่าเขาเป็นไม่ ไฉนจึงได้ให้โจทย์ยากแก่เขาเล่า"

"หมายความว่าอย่างไรกันเพคะ องค์ชายห้า"ลู่เอินขยับยิ้มไปไม่ถึงดวงตาของนาง ร่างบอบบางทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้เคียงข้างกับสวามี ก่อนที่จะจับจ้องมองไปยังดวงตาของอีกฝ่ายอย่างลุ่มลึก

"แท้จริงแล้วท่านไม่ได้ต้องการสุนัข ท่านเพียงแค่ต้องการสร้างความฉิบหายให้แก่น้องหกผู้โง่เขลาก็เท่านั้น"อินเจิ้งเหลือบมองน้องชายด้วยความหน่ายใจแล้วกล่าวตอบพี่สะใภ้ของเขา

"พี่ห้า! ท่านด่าข้าว่าโง่เขลาได้อย่างไรกัน!"องค์ชายหกตะโกนแทรกขึ้น ใบหน้าของเขาแดงก่ำคละไปด้วยความโกรธและเขินอาย

"แม้ว่าเจ้าจะเป็นน้องข้า แต่ถ้าปัญญาของเจ้าถดถอยลงไปไม่ต่างอะไรกับหมูในเล้า ข้าก็กระด้างปากยิ่งนักที่จะกล่าวชมเชยเจ้า"องค์ชายห้าวางถ้วยชา ริมฝีปากของเขากระตุกยิ้ม

"อิงเจิ้ง!"

และก่อนที่จะเกิดสงครามขนาดย่อมขึ้นมากลางห้องโถง เสียงของหยวนหลงก็กล่าวแทรกขึ้นมาและมันช่างแฝงไปด้วยความดุดัน

"จวนของข้าหาใช่ที่ให้ใครมาทะเลาะกัดกัน พวกเจ้าเองก็โตมากแล้ว นิสัยใดควรละทิ้งได้ก็ควรทิ้งไปเสีย แล้วก็น้องหกปัญญาของเจ้าถดถอยลงเช่นที่น้องห้ากล่าวไว้ไม่ผิด"

"..."พวกท่านกำลังรุมด่าข้าว่าโง่ใช่หรือไม่

"พี่สะใภ้เพียงต้องการเห็นวิธีการและความดิ้นรนของน้องหกก็เท่านั้น ท่านมอบโจทย์ที่เป็นไปไม่ได้ให้แก่เขา และท่านเองก็ไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะทำสำเร็จ ขอเพียงแค่เขาทำตัวนอกกรอบจนท่านคาดไม่ถึง ท่านก็คงยอมลงให้โดยง่าย"

องค์ชายหกเริ่มคล้อยตามคำพูดขององค์ชายห้า ดวงตาของเขาชำเลืองมองมาที่นางในทันใด และลู่เอินก็เพียงแค่ขยับยิ้มเล็กน้อยให้แก่อีกฝ่ายเพียงเท่านั้น ขณะที่เสียงขององค์ชายห้ายังคงกล่าวต่อไป

"ท่านปรารถนาให้น้องหกเฝ้ากังวลและหมกมุ่นกับมัน ไม่เป็นอันได้หลับนอน เพียงแค่ความทุกข์ตลอดหลายวันที่เขาขบคิดเรื่องนี้ก็มากพอสำหรับการเอาคืนของท่าน ต้องนับว่าท่านร้ายกาจมากกว่าที่เปิ่นหวางคิดเอาไว้เสียอีก"

"......"

"เปิ่นหวางนับถือว่าท่านใช้จิตวิทยากับน้องหกผู้โง่เขลาของเปิ่นหวางได้ไม่เลวทีเดียว ทางออกของโจทย์นี้ช่างง่ายดาย ขอเพียงน้องหกทำอะไรที่เขาขายหน้าเสียหน่อยก็คงเพียงพอต่อบทลงโทษของท่าน"

องค์ชายห้ายกถ้วยชาขึ้นในระดับสายตา "ชาถ้วยนี้ขอดื่มให้แก่ความร้ายกาจของท่าน"

"หม่อมฉันหาได้ร้ายกาจเท่าที่องค์ชายห้าคิดไม่เพคะ"ลู่เอินแค่นยิ้มหวาน ยกถ้วยชาขึ้นในระดับเดียวกับอีกฝ่าย "หม่อมฉันขอดื่มให้แก่สติปัญญาอันเฉียบเเหลมของท่าน"

นับว่าองค์ชายหกกลายเป็นตัวประกอบฉากผู้น่าสงสารอย่างแท้จริงเขาทำได้เพียงมองตามทุกการกระทำของบรรดาพวกพี่ชายและพี่สะใภ้ด้วยสายตาไม่เข้าใจก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นหงุดหงิด

หยวนหลงเคาะนิ้วมือลงเป็นจังหวะลอบมองสถานการณ์อย่างเงียบสงบ เขาเหยียดยิ้มเล็กน้อยยามเห็นความหงุดหงิดใจของน้องหก

จอมวายร้ายเช่นน้องหก ถูกเอาคืนเสียหน่อยก็ไม่แปลกอะไร

"ลู่เอิน เปิ่นหวางเชื่อว่าน้องหกคงจดจำวันนี้ได้ไปตลอดชีวิตของเขาเอง เช่นนี้แล้วเจ้าจะอภัยให้เขาหน่อยไม่ได้หรือ"

ภรรยาของเขาแหงนหน้าขึ้น นางขยับยิ้มกว้างและมันช่างแลดุอบอุ่น ก่อนน้ำเสียงหวานนั้นจะกล่าวตอบ "องค์ชายหกหม่อมฉันหาได้มีจิตใจคับแคบไม่ เห็นท่านทำถึงเพียงนี้หม่อมฉันคงไม่อาจทำใจแข็งกับท่านได้อีกต่อไป"

อย่างไรก็ตามใบหน้าขององค์ชายหกดูจะดีขึ้นในทันที ดวงตาที่เคยหม่นหมองและหงุดหงิดของเขาเปล่งประกายขึ้นมา แล้วเอ่ยถามอย่างไม่ใครจะแน่ใจนัก "ท่านไม่ได้ล้อข้าเล่นใช่หรือไม่"

นางส่ายหน้าแทนคำตอบ

"ขอบคุณพี่สะใภ้!"

"ท่านควรขอบคุณองค์ชายห้าต่างหากเล่า แผนการของท่านทำให้หม่อมฉันได้สัมผัสกับลูกสุนัขที่ไม่มีทางหาได้จากที่ไหนอีกในใต้หล้า นับว่าวันนี้หม่อมฉันได้เปิดหูเปิดตาไม่น้อย"

องค์ชายหกยังคงโกรธเคืองพี่ชายของเขาอยู่ไม่น้อย เขากัดปากนิ่งไม่พูดอะไร และคล้ายว่าองค์ชายห้าจะชาชินกับมันดังนั้นเขาจึงเพียงหัวเราะเสียงแผ่ว

"ในเมื่อจบเรื่องแล้ว ตัวข้าคงขอลากลับไปพักก่อน พี่ใหญ่ พี่สะใภ้"

ร่างสูงขององค์ชายห้ายืนขึ้นก่อนจะหันมามองนางกับหยวนหลงแล้วก้าวเท้าออกจากห้องไป ทิ้งเหลือไว้เพียงองค์ชายหก

อินซื่อเงยหน้าขึ้นมองพี่ชายและพี่สะใภ้ของตนเอง "ข้าขอตัวกลับก่อน"

 

องค์ชายหกรีบเร่งฝีเท้าขึ้นเป็นเท่าตัวเพื่อให้ไล่ตามทันเจ้าของแผ่นหลังอันบอบบางขององค์ชายห้า  สายลมอ่อนยังคงพัดเข้ามาภายในตัวเรือน เศษใบไม้พลิ้วไหวเข้ามาทางด้านใน อินเจิ้งอยู่ห่างจากเขาไปไม่ไกลนัก

และต้องขอบคุณที่จังหวะฝีเท้าของพี่ห้าไม่ได้รวดเร็วไปกว่าปกติอย่างที่ควรจะเป็น

"เจ้าตามข้าออกมาทำไม"สีหน้าของพี่ห้ายังคงเรียบนิ่งไม่ต่างอะไรกับน้ำเสียงที่กล่าวออกมา

"พี่ห้า ท่านกำลังโกรธข้า"อินซื่อเร่งฝีเท้าไปหยุดยืนตรงหน้าของพี่ชายกีดขวางเส้นทางการสัญจรของอีกฝ่าย

"โง่เง่า"

"ท่านด่าว่าข้าเป็นหมูในเล้า เช่นนั้นข้าจะฉลาดขึ้นมาได้อย่างไร"เขากระตุกยิ้มอย่างไม่แยแสและยังคงลอยหน้าลอยตาถามกลางความหงุดหงิดของฝ่ายตรงข้ามโดยไร้ยางอายสิ้นดี

องค์ชายห้ากลอกตาคร้านที่จะสนทนากับน้องชาย ภายในใจของเขาเต็มไปด้วยความหงุดหงิด "อย่ามาขวางทางข้า"

แต่ถึงกระนั้นแล้วดูเหมือนว่าจะยังน้อยกว่าน้องหก

"ข้าจะขวางฟ้าดินจะทำไม!"อินซื่อกระชากเสียงใส่เขา

และมันช่างดูไม่ต่างอะไรกับคนเขลา

กระทั่งฟ้าดินเจ้ายังลากลงมาได้ น้องหกสติปัญญาของเจ้าถดถอยลงใช่หรือไม่

"เจ้าทำข้าหงุดหงิด"เขาทำได้เพียงพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ของเขาเอาไว้ พลางก้มหน้ามองพื้น

"ท่านต่างหากที่ทำข้าหงุดหงิด พี่ห้า!"น้องหกยังคงเพียรพยายามคาดคั้นเอาความจากเขา

อินเจิ้งขบริมฝีปากของเขาแน่นเป็นเส้นตรง ปลายนิ้วมือเรียวยาวขยับเข้าหากันก่อนถอนหายใจยาวเหยียด นึกหงุดหงิดในกับตัวเองที่เป็นเช่นนี้มิใช่น้อย องค์ชายห้าเยหน้าขึ้นพลางกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

"เจ้าเปลี่ยนไป"

"หะ"อินซื่อขมวดคิ้วดูโง่งม

"สมองไม่ต่างอะไรกับหมูในเล้า!"

"ท่านด่าข้าอีกแล้ว! ถามจริง บิดาของท่านมีปัญหาอะไรกับมันสมองของข้ากัน"

องค์ชายห้ากลอกตาคล้ายกับว่ากลัวความไม่สบอารมณ์ของเขาจะระเบิดออกมาต่อหน้า

ชายหนุ่มถอนหายใจยาวเหยียดอีกรอบ "บิดาของข้าก็คือบิดาของเจ้า งี่เง่า"

ตุ้บ!

รวดเร็วเกินกว่าบัณฑิตผู้ใช้เพียงปัญญาอย่างองค์ชายห้าจะคาดคิดได้ ร่างสูงของเขาถูกผลักติดกับเสาโดยมีน้องชายยืนคร่อมอยู่เหนือร่างกาย

มันวันบ้าอะไรกัน...

 

"เจ้าใช้กำลังกับข้า"เขาว่าหากแต่อินซื่อเองก็ดูจะไม่แยแสอะไร

"ข้าจะใช้ฟ้าดินจะทำไม"น้องชายของเขาไหวไหล่ ริมฝีปากเหยียดยิ้มกว้างขึ้นมา

"..."งี่เง่า

"ท่านเป็นอะไรของท่านกัน"

"..."

"พี่ห้า...เราจะอยู่แบบนี้จนกว่าท่านจะตอบ"

ให้ตายเถอะ

องค์ชายห้าเงยหน้าขึ้นมองน้องชายอย่างช่วยไม่ได้ ในตอนนั้นเองตัวเขาถึงได้ตระหนักว่าน้องชายต่างมารดาที่เคยเดินตามหลังเขาและพี่ใหญ่คนนั้นเติบโตขึ้นมากกว่าที่คิดเอาไว้ ร่างสูงใหญ่ของอินซื่อกำลังกักขังเขาเอาไว้และมันช่างแสนจะน่าชิงชัง

"เจ้าชอบพี่สะใภ้ใหญ่"

รอยยิ้มของอินซื่อแข็งค้างไปก่อนจะกล่าวตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงคล้ายจะไม่แน่ใจดีนัก "ยากจะปฏิเสธว่าความประหลาดของนางทำให้ข้าได้เปิดหูเปิดตา"

"เจ้าตอบไม่ตรงคำถามของข้า"ฝ่ามือที่จับเพียงปลายพู่กันและม้วนตำราของเขายกขึ้นสัมผัสลงบนใบหน้าของน้องชาย เพื่อบีบบังคับให้หันมาสบตากับเขา

อินซื่อขบริมฝีปากเป็นเส้นตรงพลางส่านหน้าแล้วตอบกลับมา "ข้าไม่รู้"

"ผู้หญิงคนนั้นคือภรรยาของพี่ใหญ่ นางเป็นพระชายาเอกของอวิ๋นชินอ๋อง หาใช่คนที่เจ้าควรเข้าไปยุ่งด้วย"

"ข้ารู้แล้ว"

"ไม่ว่านางจะยอมเล่นสนุกไปกับเจ้าด้วยอย่างไรก็ตามที พระชายาลู่เอินไม่ใช่สตรีในห้องหอทั่วไป ความร้ายกาจของนางคือสิ่งที่ข้าไม่อาจคาดเดาได้ นางเหมือนอสรพิษที่ถอนเขี้ยวเล็บของตัวเอง หากยามใดที่เกิดอะไรขึ้นกับพี่ใหญ่หรือครอบครัวของนาง พระชายาลู่เอินจะกลายเป็นคนแรกที่พร้อมจะถลกหนังของศัตรูออกมา..."

องค์ชายห้าเว้นช่วงลงลอบสังเกตสีหน้าของอีกฝ่ายที่เปลี่ยนไปจากเดิม มืออีกข้างที่ว่างอยู่ของเขาสัมผัสลงบนหัวไหล่อันแข็งแกร่งของน้องชาย ก่อนจะเริ่มกล่าวต่อไป

"เจ้าหก ตัวร้ายที่ดีไม่ใช่เพียงแค่ใช้วิธีการที่คาดไม่ถึง แต่เจ้าควรจะรู้ด้วยว่าคนที่ร่วมเล่นเกมกับเจ้านั้นแท้จริงแล้วเป็นเช่นไร"

เขาผละมือออกจากใบหน้าของอีกฝ่าย พลางถอนหายใจออกมาอีกครั้งและอีกครั้งจากรวบร่างสูงของอินซื่อเข้ามาภายในอ้อมแขน

"กระทั่งชายาของข้ายังฉลาดไม่ได้ครึ่งของพระชายาลู่เอิน ไม่รู้ว่าเป็นเวรกรรมหรือโชคหล่นทับสองชั้น พี่ใหญ่จึงได้พระชายาที่ฉลาดเกินมาตรฐาน"

"เช่นนั้นท่านคิดว่าข้าโง่จริงงั้นหรือ"องค์ชายหกถามเสียงแผ่ว เห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้คงติดอยู่ในหัวของเขานานพอสมควร 

"เจ้าไม่ได้โง่เขลาเพียงแค่พระชายาลู่เอินฉลาดเกินไป เมื่อเอาสติปัญญาของเจ้าไปเทียบกับนางแล้ว.."

นัยน์ตาของอินเจิ้งทอดมองใบหน้าไม่สู่ดีของน้องชายด้วยความเป็นห่วง ดูท่าแล้วภายในอนาคตแสนเลือนรางนั้น เจ้าตัวโง่งมในอ้อมกอดของเขาคงไม่ต่างอะไรกับหมูในเล้าที่ถูกพระชายาลู่เอินหลอกใช้เอาโดยง่าย

"ปัญญาของเจ้าไม่ต่างอะไรกับหมูในเล้า พี่ห้ารู้สึกเป็นห่วงยิ่งนัก"

"....."

ไฉนพวกท่านถึงได้มีปัญหากับสติปัญญาของข้านัก

 

โคมไฟจำนวนมากถูกนำมาส่งที่จวนอ๋องในเช้าวันถัดมา พระชายาลู่เอินทอดสายตามองดูพวกมันเรียงรายอยู่เต็มเรือนรับรองก่อนจะถูกอวี้กงกงนำไปจัดเก็บไว้ หยวนหลงออกไปเข้าร่วมประชุมว่าราชการเช้า ภายในจวนจึงเหลือเพียงแค่นางและบรรดาข้ารับใช้

บรรดาโคมไฟพวกนี้แม้นว่าจะงดงามทว่านางกลับไม่สามารถสัมผัสได้ถึงคุณค่าของมัน

ลู่เอินเพียงแค่เลือกอันที่สวยที่สุดเอาไว้ ส่วนทั้งหมดที่เหลือนั้นจะถูกนำไปตกแต่งจวนและบริจาคให้กับเด็กยากไร้

เพราะในทุกครั้งยามเมื่อหิมะตกโปรยปรายลงมาสร้างความหนาวเหน็บให้แก่ทุกภาคส่วน หยวนหลงจะสั่งให้อวี้กงกงและข้ารับใช้ส่วนหนึ่งนำของเหลือใช้ของพวกเราไปบริจาคให้แก่สามัญชนยากไร้

นางกะพริบตาพลางหรี่มองแสงอาทิตย์ที่ลอดผ่านเข้ามา

องค์ชายหกไม่มาวุ่นวายที่จวนอีกเลยนับแต่วันนั้น บางทีอาจเป็นเพราะโอรสสวรรค์ยังคงเกรี้ยวโกรธองค์ชายรองอยู่ไม่น้อย ได้ยินข่าวว่าในตอนนี้วังหลวงวุ่นวายไม่อาจแม้นเพียงจะถามหาความสงบสุขได้เลย

เหล่าขุนนางได้เพียงแต่หวังว่าเทศกาลหยวนเซียวที่กำลังมาถึงจะบรรเทาความเกรี้ยวโกรธของฝ่าบาทลงได้บ้าง

"พระชายาอาภรณ์ที่ท่านสั่งตัดเสร็จเรียบร้อยแล้วเพคะ"

ลู่เอินปรือตาขึ้นยามได้ยินเสียงหวานคุ้นหูของสาวใช้ หลินฮุ่ยยืนอยู่ตรงหน้าในมือถืออาภรณ์ของนางเอาไว้ อย่างไรก็ตามนางไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรกับมันไปมากนัก  

"เปิ่นหวางเฟยอยากจะลองสวมใส่มันในวันงาน นำไปเก็บไว้ให้ดี"

"เพคะ"

"ของท่านแม่เองก็ได้แล้วใช่หรือไม่"นางถามก่อนจะได้รับคำตอบอันน่าพึงพอใจตอบกลับมา

"เพคะ ช่างตัดเย็บเหมากำลังนำไปให้ฮูหยินใหญ่เพคะ พระชายาทรงต้องการอะไรอีกหรือไม่เพคะ"

พระชายาลู่เอินส่ายหน้า ริมฝีปากบางพลันแย้มยิ้มหวาน"เจ้าออกไปเถอะ เปิ่นหวางเฟยต้องการความสงบ"

ยามเมื่อแผ่นหลังของหลินฮุ่ยหายไปตามคำสั่งของนาง ภายในห้องกว้างใหญ่ได้ถูกความเงียบสงบเข้ากลืนกิน ลู่เอินปิดเปลือกตาลงดำดิ่งลึกลงไปกับความสงบเหล่านั้น

นางชาชินกับความโดดเดี่ยวและเงียบเหงา กว่าครึ่งชีวิตของนางสองสิ่งเหล่านี้ไม่ต่างอะไรกับมิตรสหายข้างกาย แม้นว่าบางเวลามันอาจจะเลือนหายไปบาง แต่ก็ไม่เยแยกจากกันได้นานนัก

"พระชายา"อีกครั้งที่เสียงของหลินฮุ่ยทำลายความสงบสุขของนาง 

"มีอะไร"

"คุณหนูหลี่มาที่จวนเพคะ"

คุณหนูหลี่เหมยฮวา เจ้ามาช้ากว่าที่เปิ่นหวางเฟยคิดเอาไว้

 

"ถวายพระพรพระชายาเพคะ"เสียงหวานอันน่าหลงใหลของหลี่เหมยฮวาเอ่ยขึ้น ร่างบอบบางของคุณหลี่ย่อตัวลงตามมารยาทยามเมื่อร่างของนางก้าวผ่านพ้นประตูธรณี

ปิ่นปักผมสีทองของนางวาววับยามต้องกับแสงแดด และมันช่างแตกต่างกับการแต่งกายอันเรียบง่ายของแขกผู้มาเยือน

วงหน้างดงามของอีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมองนาง ลู่เอินยกยิ้มทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้แล้วชำเลืองมองอวี้กงกงผู้ลอบดูสถานการณ์อยู่ไม่ห่าง

คงจะรอรายงานหยวนหลง

"รินน้ำชา"

"เพคะ"หลินฮุ่ยแม้นจะไม่ชอบใจอีกฝ่ายทว่าก็สามารถแยกแยะหน้าที่และอารมณ์ออกจากกันได้อย่างยอดเยี่ยม

"เจ้าต้องการอะไร"ลู่เอินถามเสียงเรียบ เหยียดตัวเล็กน้อยด้วยความเกียจคร้านถามวิถีของนาง

ระดับความสัมพันธ์ระหว่างนางกับหลี่เหมยฮวาไม่ต่างอะไรกับคนแปลกหน้า ลู่เอินไม่เคยคิดที่จะเข้าไปยุ่งยากกับอีกฝ่าย  ต่างคนต่างมีชีวิตอยู่ ให้ดีเลยคืออย่างได้วนเวียนมาข้องเกี่ยวกัน

ไม่มีทั้งความโกรธเคืองหรือความเกลียดชังอะไรทั้งนั้น

"ท่านอ๋องไม่อยู่หรือเพคะ"

"หากเขาอยู่เปิ่นหวางเฟยคงไม่ออกมาต้อนรับเจ้า"อาจเพราะความเถรตรงอันมากเกินไปของนาง ดวงตาของสตรีตรงหน้าจึงตวัดมองมาเช่นนี้

หลี่เหมยฮวามีดวงตากลมโตที่สดใสและงดงาม ประกายความสดใสในตัวอีกฝ่ายช่างน่าหลงใหลอย่างยากจะปฏิเสธ

อีกทั้งยังได้ข่าวว่านางยังรู้วิชาแพทย์และกล้าหาญยิ่งกว่าบุรุษ

หากไม่ใช่เพราะเกิดเป็นลูกอนุ ความสามารถเช่นนี้คงได้แต่งกับองค์ชายหรือไม่ก็บุตรชายขุนนางชั้นสูง

"หม่อมฉันมีเรื่องสำคัญ"

"หลายครั้งที่เปิ่นหวางเฟยมีคำถามมากมายอยากจะถามกับเจ้า แต่นั่นเมื่อคิดดูแล้วมันช่างไร้ค่า ไม่ต่างอะไรกับธาตุอากาศ"

"....."

ลู่เอินเหยียดยิ้มขึ้นมาพลางกล่าวด้วยความเฉยชา "ในโลกนี้หาได้มีเจ้าคนเดียวไม่ที่มีสติปัญญาเฉียบแหลม ต่อให้เจ้ารอเข้าพบท่านอ๋อง เจ้าก็ยังไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ"

"หมายความว่ายังไงเพคะ"เหมยฮวาหรี่ตาลง จ้องมองพระชายาลู่เอินที่เคยคิดว่าเป็นเพียงสตรีจืดจางด้วยสายตาราบเรียบ

"ท่านอ๋องของเปิ่นหวางเฟยหาใช่ไม้กันสุนัขให้แก่ใคร"

ด้วยเพราะความพิโรธของหย่งซานสือฮ่องเต้และความดื้อรั้นขององค์ชายรอง เขาคงไม่ยอมหยุดที่จะไปมาหาสู่กับคุณหนูหลี่

แน่นอนว่าฝ่าบาทคงไม่อาจลงมือกับพระโอรสที่ทรงโปรดปรานได้ และเหยื่อในครั้งนี้คงไม่พ้นอีกฝ่าย

และด้วยสติปัญญาที่ต้องยอมรับว่าสูงกว่ามาตรฐานของหลี่เหมยฮวา นางคงไม่รั้งรอให้ถึงเวลานั้นจึงคิดที่จะขอความช่วยเหลือจากหยวนหลงในการเป็นไม้กันองค์ชายรอง

หยวนหลง...ความรักของท่าน ช่างน่าสงสารยิ่งนัก

คุณหนูหลี่ขบริมฝีปากแน่น ดวงตาคู่นั้นฉายแววดื้อดึงแต่ถึงกระนั้นแล้วลู่เอินเพียงแค่หัวเราะเสียงแผ่วเบา

"หม่อมฉันจำเป็นต้องทำ..."ร่างบางตรงหน้าคุกเข่าลงต่อหน้าของนาง "เพื่อปกป้องทุกคนที่หม่อมฉันรัก ท่านแม่ ชาวบ้านพวกนั้นและองค์ชายรอง"

น่าเสียดายนัก นัยน์ตาของลู่เอินยังคงราบเรียบไร้ซึ่งความรู้สึกใด บางครั้งมันก็ยากยิ่งที่จะถามหาว่าควรรู้สึกอย่างไร

"ขอพระชายาทรงเมตตาหม่อมฉันด้วยเพคะ"ยามเมื่อหลี่เหมยฮวาก้มหัวลงแทบเท้าเพื่ออ้อนวอนต่อนาง ลู่เอินไม่สามารถบรรยายความรู้สึก ณ ตอนนั้นออกมาได้เลย

มันคือความรู้สึกบางอย่างอันยากจะหยั่งถึง ราวกับว่านางกำลังเป็นผู้ชนะ

ลู่เอินแค่นยิ้มเย็นชาเป็นที่สุด แม้นกระทั่งน้ำเสียงยังคงเย็นชาเฉกเช่นเดียวกัน"ท่านแม่ของเจ้าเดือดร้อนไม่ได้ คนรักของเจ้าเองก็เช่นเดียวกัน เช่นนั้นเเล้วเจ้าเห็นครอบครัวของเปิ่นหวางเฟยเป็นอะไร"

"..."

"ครอบครัวของเปิ่นหวางเฟยหาใช่ที่รองรับความเดือดร้อนแทนเจ้า องค์ชายรองคนรักของเจ้าเขาไม่มีทางหยุด แล้วนั้นเกี่ยวอะไรกับเปิ่นหวางเฟย ไยเปิ่นหวางเฟยต้องช่วยเหลือ"

"ท่านอ๋องเคยลั่นวาจาว่าจะทำตามคำขอของหม่อมฉันหนึ่งข้อ"

"แล้วอย่างไร"นางถามเสียงหวน "หรือเจ้าอยากจะเข้ามาเป็นอนุภรรยาของหยวนหลง"

หลี่เหมยฮวาส่ายหน้า "หม่อมฉันเพียงต้องการที่พักพิง"

"เปิ่นหวางเฟยไม่ใคร่ปรารถนาจะทำทานเมตตาใครอื่น"

"หม่อมฉันต้องการพบท่านอ๋องไม่ใช่ท่าน...."

อีกครั้งที่เหมินลู่เอินเมินเฉยต่อปฏิกิริยาแสนกร้าวร้าวนั้นอย่างใจเย็น"พบแล้วอย่างไรไม่พบแล้วอย่างไร สามัญชนเช่นเจ้ามีความสำคัญอันใดให้ท่านอ๋องต้องใส่ใจ"

ดวงตาของเหมยฮวากำลีงวาวโรจน์ขึ้นมาท่ามกลางความสำราญของลู่เอิน มือเรียวของอีกฝ่ายกำเข้าหากันแน่น ลู่เอินมองเห็นความคับแค้นใจภายในนั้น

คับแค้นใจ ช่างน่าขบขัน

เปิ่นหวางเฟยยังไม่ได้กลั่นแกล้งอะไรเจ้าแม้แต่น้อย

"หม่อมฉันไม่ได้ต้องการเป็นศัตรูกับท่าน พระชายาลู่เอิน"

 

"ศัตรูของเปิ่นหวางเฟย"นางเปล่งเสียงหัวเราะพลางกวาดตามองร่างบอบบางตรงหน้า "เจ้าไม่ได้มีคุณค่าถึงเพียงนั้น คุณหนูหลี่"

"..."

"เมื่อครู่เจ้ายังร้องขอความเมตตาจากเปิ่นหวางเฟย ในครานี้กลับสำคัญตัวเป็นศัตรูกับเปิ่นหวางเฟย น่าขบขันยิ่ง"

"หม่อมฉันมีความจำเป็น"

"เปิ่นหวางเฟยเองก็ไม่ต่างกัน กลับไปได้แล้วก่อนที่เปิ่นหวางเฟยจะสั่งลงโทษเจ้า"

หลี่เหมยฮวาเงียบลงชั่วอึดใจ ในเวลานั้นนางได้ตระหนักถึงแล้วว่าพระชายาลู่เอินหาใช่สตรีจืดจางอย่างที่คิดไว้ไม่ ใบหน้าของพระชายาลู่เอินยังคงเรียบเฉยไม่แปรเปลี่ยน

และมันช่างยากจะปฏิเสธถึงความต่างชั้นระหว่างเรา พระชายาล่เอินอยู่สูงเกินกว่าจะเอื้อมถึงได้

"เจ้าเคยบอกว่าตัวเจ้าเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณธรรม หวังว่าเจ้าคงจะเข้าใจว่าทำไม กระทั่งตัวเจ้ายังรักครอบครัวของตนเอง เปิ่นหวางเฟยย่อมไม่ต่างกัน"

"..."

"หลินฮุ่ยส่งแขก"

อย่างไรก็ตามพระชายาลู่เอินเหยียดตัวขึ้นก่อนจะก้าวขาผ่านร่างของนางไปอย่างไม่นึกที่จะแยแสนางแม้นแต่น้อยราวกับว่าการคงอยู่ของนางไม่ต่างอะไรกับธาตุอากาศ

คุณธรรม 

นางเคยบอกว่าตัวเองเปี่ยมไปด้วยคุณธรรม 

และมันช่างยากเหลือเกินที่จะไม่ควบคุมให้เล็บมือจิกระบายความเจ็บแค้นนี้ลงบนผิวหนังของนาง

ทุกอย่างที่เกิดขึ้น เพียงเพราะนางเป็นลูกสาวของอนุภรรยา 

สวรรค์ ช่างน่าชังเหลือเกิน

 

"พระชายา ไฉนท่านถึงไม่ลงโทษสามัญชนผู้แสนกร้าวร้าวผู้นั้นเสียหน่อย"หาใช่หลินฮุ่ยที่ถามถึงแต่เป็นอวี้กงกง เสียงเล็กแหลมคล้ายสตรีนั้นช่างฟังดูไม่คุ้นหู

"ไร้ประโยชน์ที่เปิ่นหวางเฟยจะลงโทษคนเช่นนาง สติปัญญาของนางคงมากพอให้คิดได้ว่าควรทำอย่างไร"

"กระหม่อมจำเป็นต้องรายงานท่านอ๋องถึงทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในจวน..."สีหน้าของอวี้กงกงหม่นลงลอบมองมาที่นางคล้ายกับไม่แน่ใจดีนัก

"ไม่ต้องโป้ปดเพื่อเปิ่นหวางเฟย จงทำหน้าที่ของท่านให้ดี"

"พ่ะย่ะค่ะ"

พระชายาลู่เอินเร่งฝีเท้าเดินแยกออกจากอวี้กงกงไปทางเรือนของนาง หลินฮุ่ยยังคงเดินตามอยู่ด้านหลังของนางไม่ห่าง ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

"ท่านอ๋องจะว่าอะไรไหมเพคะ"

"เขาไม่มีทางตำหนิเปิ่นหวางเฟยแม้เพียงครึ่งคำ และบางทีอาจจะไม่พูดถึงมันเลยด้วยซ้ำ”ลู่เอินชะลอฝีเท้าของนางลง

"หม่อมฉันไม่เข้าใจ"

"เจ้าไม่จำเป็นต้องเข้าใจ"

"เพคะ"หลินฮุ่ยทำได้เพียงตอบรับอย่างว่าง่าย ก่อนดวงตาจะหม่นแสงลงมา "เมื่อครู่มีคนรายงานมาว่าของที่ถูกส่งไปให้ฮูหยินใหญ่ถูกนำกลับมาอีกแล้วเพคะ"

เอาอีกแล้ว...

"นำมันไปเผาทิ้งซะ"

ทำไมท่านแม่ถึงได้คิดท้าทายลูก

"ทรงไม่เก็บมันไว้หรือเพคะ"

ลู่เอินส่ายหน้า ดวงตาของนางเย็นชายิ่งกว่าครั้งไหนในชีวิต "นำไปเผาทิ้งให้หมดทั้งก่อนหน้าและตอนนี้ เผามันให้หมดอย่าได้เหลือ"

ต่อจากนี้ลูกจะไม่แยแสมันอีกต่อไปแล้ว

โปรดไม่โปรดก็ช่างหัวมันให้หมด

"แล้วก็ไปเอาสุรามาให้เปิ่นหวางเฟย"

"อีกเดี๋ยวท่านอ๋องจะกลับมาแล้วนะเพคะ"หลินฮุ่ยรีบกล่าวด้วยความเป็นห่วง

หากแต่ลู่เอินก็หาได้แยแสมันไม่ หลายปีมานี้อ้อมแขนของนางโอบกอดเพียงเงินทองและร่างของเขา  สองสิ่งอันไร้ชีวิต

"เปิ่นหวางเฟยจะดื่มมันหนักหัวใครหรืออย่างไร!"

ใช่ ดื่มเพื่อที่จะลืมมันให้หมด

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.036K ครั้ง

145 ความคิดเห็น

  1. #17632 SOHSOH (@SOHSOH) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 09:43

    อ่านไปอ่านมาทำไมรู้สึกเกลียดพระเอกก็ไม่รู้
    #17632
    0
  2. #15966 MonMoonlover (@MonMoonlover) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 15:10
    รู้สึกปวดใจแปกๆ
    #15966
    0
  3. #13661 MimZy Chutarat (@whiteowlz) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 18:58

    กอดได้แต่สองสิ่งของ คือเงิน และ ร่างกายของเขา .... อ่านแล้วปวดใจ

    #13661
    0
  4. #10013 นิตา (@exofan-thanita) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 12:33
    ทำไมท่านแม้เป็นแบบนี้
    #10013
    0
  5. #8113 milk3421 (@milk3421) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2561 / 02:20

    นี่มันพล็อตนิยายนางเอกลูกอนุพบรักเจ้าชายและมีคนรุมรัก บลาๆ แต่เรื่องนี้ให้มุมมองที่ต่างไป ไม่ใช่ตัวร้ายอย่างลูกฮูหยินใหญ่ เป็นตัวประกอบสุดๆ แต่แต่งได้น่าสนใจและสนุกๆมากๆเลยค่ะ

    #8113
    0
  6. #7747 Vanestear18 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 20:20

    ชอบลู่เอินมากกกกกก

    #7747
    0
  7. #7280 Tanachai Kagata (@poowangdee5) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 20:06
    ทำไมเลาอยากให้น้องห้าหกได้กัน =///=
    #7280
    3
    • #7280-2 Iovely39 (@Iovely39) (จากตอนที่ 10)
      4 สิงหาคม 2561 / 16:28
      ++++++++
      #7280-2
    • #7280-3 CY_Doll (@choco-mint) (จากตอนที่ 10)
      7 ตุลาคม 2561 / 23:28
      ++++++ค่ะ
      #7280-3
  8. #7088 goldpaddy (@goldpaddy) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 20:41
    บอกตรงๆว่าอ่านไม่ถึงครึ่งตอนนี้แล้วต้องมาเม้น... ว่าจิ้นมาก!!!! น้องห้ากับน้องหก แอร้ยยยยยย 5555555555+ จิ้นไปเองคนเดียว
    #7088
    2
  9. #6671 kikkyunnes (@kikkyunnes) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 12:52
    คือชอบบบบ มีเรื่องนี้แหละที่ไม่มีแพะต้องมาคอยรับกรรมของคนอื่น❤
    #6671
    0
  10. #5059 ลิลหรี่ (@maple_) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 10:37
    ตลกข้ออ้างคุนหนูหลี่ ขอให้คนอื่นเห็นใจตัวเอง แต่ไม่เคยคิดเข้าใจหรือเห็นใจคนอื่นเลย ขอเขาให้ช่วยแต่ไปทำเขาเดือนร้อน ฟังไม่ขึ้นมากๆ
    แต่เราชอบนางนิดหน่อย เห็นใจที่เป็นลูกอนุ ชาติกำเนิดไม่สมบูรณ์แบบ หรือว่าเราเป็นโรคชอบตัวร้ายอีกเรื่องแล้วเนี่ย 555
    #5059
    0
  11. #4148 ana julia (@anajulianovela) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 10:27
    กลัวลู่เอินจะไม่สบายหนักจนอยู่ไปไม่ทันจบเรื่อง เฮ้ออออออ ปวดใจมานานเกินไป ไหนจะต้องกินยากันท้องนั่นตลอดอีก
    #4148
    0
  12. #3896 rugwrite (@rugwrite) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 20:46
    นางเข้มแข็งมากสุดยอด
    #3896
    0
  13. #3370 ebb and flow (@comedyshakespear) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 15:10
    สงสารลู่เอินแบบบอกไม่ถูก
    #3370
    0
  14. #3051 _DARKGHOST_ (@Kate2549) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 16:06
    ไรท์ทำให้เราจิ้นน้องหก x พี่ห้าอะ
    #3051
    1
    • #3051-1 NibErU_HoRiZonAngel (@tindomerel_tindy) (จากตอนที่ 10)
      25 กรกฎาคม 2561 / 08:54
      คิดเหมือนกันเลยยยยย 55555 น่าจิ้นเนอะะะ
      #3051-1
  15. #2455 PeEarn (@PeEarn) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 16:56
    สงสารนางเอกอ่ะ ส่วนน้องหลี่....เหอะๆๆ
    #2455
    0
  16. #2452 poommy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 16:45

    มันเจ็บ มันจุก อยู่ในกลางอก แต่ด้วยตำแหน่งพระชายา.....คุณค่าที่คู่ควร

    #2452
    0
  17. #2038 KUMo-Desuka (@KUMo-Desuka) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 13:22
    นางเจ็บจนต้องเมินเฉย นี่แหละวิธีป้องกันตนเองไม่ให้เจ็บ
    #2038
    0
  18. #1806 Disk Nara (@DISKNARA) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 18:22
    ทำให้***
    ความเรียบ? ไม่รู้ว่าจะพิมพ์ ความเงียบหรือความเรียบร้อย
    #1806
    0
  19. วันที่ 16 กรกฎาคม 2561 / 14:33
    สู้นะ ลู่เอิน!
    #1622
    0
  20. #1558 Latte Hideyoshi (@28867) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 12:09
    สงสารนาง....งื้ออออออ

    ปล.ใครจิ้นพี่ห้า น้องหก แบบเราบ้างงง*_*
    #1558
    2
    • #1558-1 Guitar305 (@Guitar305) (จากตอนที่ 10)
      16 กรกฎาคม 2561 / 14:51
      เราค้าาาา ฟิมมั่กๆฮืออออ ดันจินตนาการตาม คือบั่บ เขิงงงง
      #1558-1
    • #1558-2 MoMk (@ayumuayuki) (จากตอนที่ 10)
      19 กรกฎาคม 2561 / 11:30
      จิ้นด้วยคนนน
      #1558-2
  21. #1483 ฺBedroom (@154356) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 23:06
    สงสารนะ ครอบครัว เป็นคำที่ฟังดูจอมปลอมจังในตอนนี้
    #1483
    0
  22. #1424 brrrrrrrra (@fanshoi) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 10:47
    นังหลี่นี้ร้ายกาจจริงจัง อ่านตอนนี้แล้วเจ็บหัวใจ ต่อให้ท่านหลงรับปากจะมีภรรยาคนเดียวแล้วยังไง ในเมื่อลึกๆแล้วยังรักนางหลี่คนนั้น ท้อแท้ อยากให้มีคนมาแย่งชินนางเอกบ้าง ชอบมากเลยค่ะิ
    #1424
    0
  23. #1397 p_ple2 (@P_ple) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 02:54
    ต้องแบบนี้
    #1397
    0
  24. #1271 MR_Amiss (@MR_Amiss) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 13:42
    เป็นพี่หน้าน้องหกที่ดูรักกันดีจริง*0*~~~
    #1271
    0
  25. #1256 _KuRoKo_ (@Deitvht1234) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 02:21
    ข้องใจกับเรื่องแม่นี่ล่ะ =_=
    #1256
    0