嫡福晉 [璐恩] •ลู่เอิน• [ตีพิมพ์กับสนพ.Dbooks ]

  • 95% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 1,125,382 Views

  • 17,633 Comments

  • 19,953 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,725

    Overall
    1,125,382

ตอนที่ 15 : บทที่ 14 ก้าวแรก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 55505
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3583 ครั้ง
    18 ส.ค. 61

บทที่ 14

 

ฤดูหนาวกำลังพ้นผ่านไปท่ามกลางความดีใจมากมายของเหล่าสามัญชนและชนชั้นสูง เช่นเดียวกับพระชายาลู่เอินที่แย้มออกมาอย่างสดใสยามเมื่อหยาดหิมะหยุดโปรยปรายลงมา เป็นเรื่องดีที่ความหนาวเหน็บนานนับเดือนผ่านพ้นไปแล้วทว่านั่นกลับหมายความว่าหยวนหลงต้องกลับไปทำงานของเขาตามปรกติ

ร่วมเข้าประชุมขุนนางในยามเช้ากับหย่งซานสือฮ่องเต้

ชุดอาภรณ์โปร่งบางสีฟ่าอ่อนของนางพลิ้วไหวไปตามสายลมที่พัดกรรโชกเข้ามาภายในศาลาข้างริมสระน้ำ จวนของอวิ๋นชินอ๋องกลับมาเงียบเหงาตามเดิม ไร้ซึ่งเงาขององค์ชายห้าและองค์ชายหก

กระทั่งหยวนหลงเองก็เคร่งเครียดอยู่กับภาระงานของเขา 

ลู่เอินถอนหายใจให้แก่ความสงบรมเย็นที่มากเกินไปนี้ อย่างไรก็ตามนางทำการล้มกระดานหมากล้มก่อนจะกวาดตัวหมากออกไป

สถานการณ์ในวังหลวงตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับพายุที่กำลังโหมพัดกระหน่ำ ปัญหาเงินในท้องพระคลังที่ลดลงกลายเป็นปัญหาหลักที่ยังแก้ไม่ตก กระทั่งหย่งซานสือฮ่องเต้เองก็ไม่อาจหาวิธีแก้ไขปัญหานี้ได้

และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมสวามีของนางถึงได้ไม่มีเวลาปลีกวิเวกตัวเองออกมา สาเหตุหลักมาจากการคดโกงของพวกขุนนางจำนวนมากผนวกกับพฤติกรรมการใช้เงินฟุ่มเฟือยของโอรสสวรรค์และบรรดาเหล่านางสนมภายในวัง

ทว่าอย่างไรก็ตามนั่นหาใช่เรื่องที่เหมินลู่เอินควรขบคิดให้มากความ ถึงอย่างไรนางก็ไม่อาจมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหานี้ได้อยู่ดี

"เปิ่นหวางเฟยอยากออกไปข้างนอก"น้ำเสียงหวานเอ่ยขึ้นบอกความต้องการ และนั่นสร้างความแปลกใจให้กับหลินฮุ่ยไม่ใช่น้อย ข้ารับใช้สาวชำเลืองมองพระชายาลู่เอิน

ร้อยวันพันปีพระชายาลู่เอินเคยเสด็จไปที่ไหนเสียเมื่อไหร่

"ทรงต้องการจะซื้อของหรือเพคะ"หลินฮุ่ยถามออกไปด้วยความสงสัยมากล้นพลางช่วยพระชายาเก็บตัวหมากและกระดานหมากล้อมกลับเข้าที่เดิม

ทว่าพระชายากลับส่ายหน้า แต่ถึงกระนั้นแล้วข้ารับใช้หาได้มีสิทธิ์ก้าวก่ายเรื่องของเจ้านายไม่ หลินฮุ่ยเลือกเก็บความสงสัยนี่ลงไป

"เช่นนั้นหม่อมฉันจะบอกอวี้กงกงให้จัดเตรียมรถม้าให้แก่พระชายานะเพคะ"

อย่างไรก็ตามพระชายาลู่เอินไม่ตอบอันใดกลับมาแม้นเพียงครึ่งคำ นัยน์ตาคู่ระหงทอดมองออกไปนอกศาลาก่อนจะแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าปลอดโปร่งไร้หมู่เมฆ หากแต่แสงแดดที่สาดส่องลงมาก็รุนแรงมิใช่น้อยเลยเทียว

ดูท่าแล้วหากไม่มีร่มเงาผิวกายของนางคงทนไม่ไหวแน่

ลู่เอินหันกลับมามองใบหน้าของหลินฮุ่ยอีกครั้ง เรียวคิ้วของสาวใช้ขมวดเข้าหากันเป็นปมความสงสัยใคร่รู้มากมายฉายชัดอยู่บนใบหน้าของอีกฝ่าย ริมฝีปากบางขยับยิ้ม "เปิ่นหวางเฟยต้องการเพียงแค่ร่มคันหนึ่งเท่านั้น"

"..."

"ไม่ต้องวุ่นวาย แค่ร่มคันหนึ่งก็พอ"

 

พระชายาลู่เอินเป็นคนเรียบง่ายหลินฮุ่ยรับรู้ถึงความจริงเช่นนี้เป็นอย่างดี หากไม่มีท่านอ๋องอยู่ด้วยแล้ว พระชายาลู่เอินกระทำตัวไม่ต่างอะไรกับสามัญชนธรรมดาด้วยซ้ำไป แต่ถึงกระนั้นแล้วเช่นนี้ออกจะเรียบง่ายเกินไปเสียหน่อย นอกเหนือจากร่มคันหนึ่งและตัวนางที่คอยติดตามรับใช้พระชายาก็มีเพียงจดหมายประโยคสั้นๆได้ใจความที่ทิ้งไว้ให้ท่านอ๋อง

"ทรงรู้ทางหรือเพคะ"

หลินฮุ่ยมองแผ่นหลังบางของพระชายาด้วยความเป็นห่วง แม้กระทั่งตอนที่ทรงเป็นเพียงคุณหนูลู่เอินก็ใช่ว่าจะออกมาเที่ยวเหมือนคุณหนูปรกติทั่วไปไม่

อย่างไรก็ตามพระชายาลู่เอินหาได้แยแสมันไม่ น้ำเสียงที่ตอบกลับมาของพระชายาแสนจะเรียบฉย

"เรื่องนั้นสำคัญด้วยหรือ"

"..."

"ไม่มีผู้ใดในเมืองหลวงที่ไม่รู้จักจวนของอวิ๋นชินอ๋อง จะจดจำเส้นทางได้หรือไม่นั้น เปิ่นหวางเฟยย่อมหาทางกลับได้ด้วยตนเอง”

หลินฮุ่ยถอนหายใจยาวทำได้เพียงยกธงขาวให้แก่พระชายาลู่เอิน เพราะความหน้ามึนของพระชายานั้นคือสิ่งหนึ่งที่นางไม่มีวันเอาชนะได้

ดวงตากลมโตของสาวใช้ทอดมองแผ่นหลังแสนบอบบางของพระชายาเรือนผมยาวสลวยคลอเคลียไปกับแผ่นหลังนั้น ตลอดมานางทำหน้าที่เพียงแค่ทอดมองแผ่นหลังของพระชายามาโดยตลอด

กว่าจะรู้ตัวอีกที พระชายาลู่เอินที่เคยเป็นเพียงคุณหนูลู่เอินผู้อ่อนแอและน่าสงสารคนนั้นก็เลือนหายไป

กลายเป็นพระชายาลู่เอินผู้เข้มแข็งและสง่างาม

ทรงเติบโตขึ้นมากเหลือเกิน....

ว่าแต่พระชายาหายไปไหน!?

หลินฮุ่ยเบิกตากว้างเพียงชั่วครูที่เผลอละสายตาออกมาร่างบอบบางของพระชายาก็หายไปเสียแล้ว นางหันซ้ายแลขวาทว่ากลับไม่เห็นแม้นเพียงแต่เงาของพระชายา

ระยำเถอะ...

หมาตัวไหนบังอาจมาลักพาตัวพระชายาของนาง!

 

เหมินลู่เอินกะพริบตาเล็กน้อย หลังจากเดินลัดตัดผ่านเส้นทางที่ครั้งหนึ่งองค์ชายหกเคยพาทางหนีตายออกมาจากจวนของเสนาบดีกรมยุติธรรม ตัดผ่านใจกลางเมืองที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย สภาพแท้จริงของผู้คนในเมืองที่หลบซ่อนอยู่ใต้เงามืด

สถานที่ซึ่งเหล่าขุนนางทั้งหลายพยายามมองข้ามพวกมันไป

 

ทุกย่างก้าวของนางคล้ายถูกจับจ้องด้วยสายตาของผู้คนมากมาย ทว่าเมื่อมองกลับไปหาได้พบเงาของใครสักคนไม่

ลู่เอินกระชับร่มในมือของนาง บดบังไม่ให้แสงแดดสาดส่องโดนร่างกาย หากถามถึงเหตุผลกับการกระทำในวันนี้ คงกล่าวได้ว่ามันช่างไร้เหตุผล  บางครั้งชนชั้นสูงเช่นเราย่อมมีความจำเป็นที่ต้องปลีกตัวออกจากความงดงามอันจอมปลอมพวกนั้นเสียบ้าง

หยวนหลงเคยบอกว่า การหลงระเริงในความงดงามเป็นทั้งเรื่องดีและไม่ดีในคราเดียวกันและมันก็มีบางครั้งชีวิตของคนเราก็ไม่ได้ต้องการความจริงไปเสียทุกเรื่อง

สภาพบ้านเรือนที่ไม่อาจเรียกได้ว่าสมควรเป็นที่อยู่อาศัยปรากฏสู่สายตาของนาง ปลายเท้าของลู่เอินเหยียบลงบนเศษใบไม้ 

เกิดเป็นเสียงดังท่ามกลางความเงียบเหงา

ทุกปีราชวงศ์จะทำทานครั้งใหญ่บริจาคสิ่งของแก่พวกยากไร้ แต่ช่างน่าเสียดายที่นั่นเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาที่ปลายสาเหตุ

น่าเศร้าใจที่บนใต้หล้านี้ ยากนักที่จะร้องหาความยุติธรรม 

ความเหลื่อมล้ำทางชนชั้นที่มากเกินไป คือ ความไม่เป็นธรรมที่เห็นได้ชัด หากแต่ถ้าถามว่าตัวนางสามารถละทิ้งสิ่งที่เคยได้รับเพื่อคนแปลกหน้าจำนวนมากได้หรือไม่นั้น

ย่อมตอบได้ไม่เต็มปากว่าได้

เมื่อเคยได้ครอบครองมันครั้งหนึ่ง เป็นการยากเหลือเกินที่จะสละละทิ้งมันไป

ลู่เอินปิดเปลือกตาลงอย่างเชื่องช้า การเดินเล่นในครั้งช่างไร้ประโยชน์เหลือเกิน ท้ายที่สุดแล้วก็ใช่ว่านางจะสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้

มนุษย์เราก็เป็นเช่นนี้...

"เหอะ! ยาดีเช่นนี้คิดหรือว่าข้าจะขายให้สามัญชนเช่นพวกเจ้ากัน"น้ำเสียงเหยียดหยามอันแสนหยาบคาย ดังแทรกขึ้นจากข้างกำแพงในมุมหนึ่งของถนนสายรกร้างแห่งนี้

 

นางชะงักปลายเท้าก่อนหรี่ตาลงมองภาพเบื้องหน้า ร่างบอบบางอันคุ้นตาของหลี่เหมยฮวาพร้อมกับเด็กชายตัวน้อยในชุดเสื้อผ้าที่บ่งบอกชัดเจนว่าเป็นชนชั้นล่างของสังคมกำลังต่อเถียงกับใครสักคน

ด้านหน้าของพวกเขาปรากฎร่างของชายร่างท้วมที่ดูมีอันจะกินขึ้นมาหน่อย

"ข้าหลี่เหมยฮวา ลูกสาวเสนาบดีกรมยุติธรรม ไยจะไม่มีปัญญาจ่ายค่ายาให้เจ้า"

เจ้าของเสียงทุ้มนั้นหัวเราะ กวาดสายตามองคุณหนูหลี่ตั้งแต่หัวจรดเท้า "แค่ลูกอนุ ท่านเสนาบดีจะจำเจ้าได้หรือไม่ ก็ไม่รู้"

"ข้าจะขายยานี้ให้แก่พวกชนชั้นสูงเท่านั้น พวกเขาย่อมให้ราคามันดีกว่าพวกเจ้า!"

ดูเหมือนว่าคุณหนูหลี่กำลังพยายามต่อรองซื้อยากับพ่อค้าหน้าเลือด ลู่เอินเหลือบมองร่างเล็กของเด็กชาย บางทีอาจจะเพื่อเด็กคนนั้น

"เจ้า!!"หลี่เหมยฮวากรีดร้องใบหน้างดงามผ่องใสกำลังแดงก่ำ

ไร้ปัญญาไม่ต่างกันทั้งคู่ 

นางถอนหายใจกับเสียงกรีดร้องแหลมบาดหูของคุณหนูหลี่ 

อย่างน้อยถ้าเจ้าคิดจะทำตัวเป็นวีรสตรี เจ้าควรใช้สติปัญญาให้มากกว่าอารมณ์อีกสักหน่อย ใช้เพียงอารมณ์เช่นนี้ชาติหน้าเห็นทีเด็กน้อยนั้นก็คงไม่ได้ยา

แต่ว่าช่างเถอะ… 

หลี่เหมยฮวาใช่จะไร้ปัญญาเสียทีเดียว เดี๋ยวก็คงหาทางได้เอง

อย่าเข้าไปยุ่งดีกว่า

"ไป ไป คนไร้มารยาทเช่นพวกเจ้าคิดหรือว่าข้าจะขายยาให้ ไปซะ!"

"ใครกันแน่ที่ไร้มารยาท!"นางมองเห็นริ้วความโกรธในดวงตาของหลี่เหมยฮวาที่คล้ายจะระเบิดออกมาเต็มที

เจ้าเด็กน้อยผู้น่าสงสารทำได้เพียงมองผู้ใหญ่ทั้งสองที่ทะเลาะกันกับสุนัข ดวงคู่นั้นของเด็กชายเต็มไปด้วยน้ำตาก่อนจะคุกเข่าลง

"พี่ชาย ท่านขายยาให้พวกเราเถอะนะ แม่ของข้าต้องใช้มัน"

กระทั่งเด็กตัวน้อยยังรู้จักวิธีเจรจามากกว่าเจ้า คุณหนูหลี่

ชายร่างท้วมชะงักไปชั่วครู่ดวงตาเต็มไปด้วยความสับสนทว่าก็โดนหลี่เหมยฮวาทำลายความสับสนนั้นลงเสียหมด

"อาเปา ไม่ต้องไปคุกเข่าให้คนพรรค์นี้!"

องค์ชายหกเห็นทีจะไม่ใช่เพียงแค่ท่านที่ปัญญาถดถอยลง

"ฮือ อาเปาไม่สน พี่ชายคนดีขายยาให้พวกเราเถอะนะ"

"อาเปา!"หลี่เหมยฮวากรีดร้องเสียงแหลมอีกครั้งหนึ่ง

ท้ายที่สุดลู่เอินถอนหายใจยกมือขึ้นนวดขมับที่เริ่มปวดหนึบ เห็นทีว่าวันนี้เรื่องคงไม่จบ ให้ตายเถอะ

ช่างโง่งมสิ้นดี...

สองปลายเท้าของนางขยับออกไปด้านหน้า หากไม่นึกสงสารอาเปาน้อยผู้ทำได้เพียงร้องไห้ออกมา นางคงไม่เอาตัวไปยุ่งเกี่ยวกับปัญหาเช่นนี้

"เปิ่นหวางเฟยจะจ่ายให้ท่านเป็นสองเท่าจากของเดิม"เสียงหวานอันนุ่มนวลของนางเรียกความสนใจจากพวกเขาได้เป็นอย่างดี ชายร่างท้วมตวัดมองมาที่นาง ด้วยอาภรณ์ชั้นดีของลู่เอินคงพอทำให้อีกฝ่ายยอมลงให้แก่นางไม่ยากนัก

และมันก็ได้ผล

"ท่าน...เป็นใคร"ชายตรงหน้าหรี่ตาลงดูจะหวั่นเกรงนางไม่น้อยทีเดียว

"นั่นสำคัญสำหรับการค้าของเราด้วยงั้นหรือ"ลู่เอินยกยิ้มไม่แยแสต่อดวงตาที่เต็มไปด้วยความตกใจของคุณหนูหลี่

"ย่อมไม่"

"ดี"นางตอบ

"เขาเป็นคนไร้มารยาท ท่านไม่ควรพูดจาดีๆกับเขา!"อย่างไรก็ตามหลี่เหมยฮวามีความพยายามอย่างน่าเหลือเชื่อที่จะทำให้ทุกอย่างพัง

ลู่เอินตวัดตามองคุณหนู่หลี่ด้วยความเย็นชา กระทั่งน้ำเสียงที่กล่าวออกไปก็ไม่ต่างกัน"หากรู้ตัวว่าสติปัญญาหาได้เฉียบแหลมไม่ก็จงหุบปากลงเสียหน่อยเถอะ"

"..."สตรีผู้นี้อะไรกัน

"วาจาของท่านนับว่ามีการศึกษาไม่น้อยเลย"ได้ทีก็ถึงตาที่พ่อค้าตรงหน้าจะแขวะหลี่เหมยฮวากลับไป ลู่เอินลอบถอนหายใจลึกๆ

"ยาของท่านขายให้เปิ่นหวางเฟยได้หรือไม่"

"นั่นออกจะ.."พ่อค้าหน้าเลือดดูลังเล

"สองเท่าจากราคาเดิมหรืออาจจะสามเท่า"

เมื่อได้ฟังดังนั้น เจ้าของร่างท้วมตรงหน้าก็ดูจะพึงพอใจในทันที ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความโลภและยอมสยบต่ออำนาจเงิน

"ในเมื่อท่านกล้าให้ข้าย่อมกล้าขายมันให้แก่ท่าน"

และนี้คืออำนาจพิเศษของเงิน

ลู่เอินยกยิ้มพึงพอใจล้วงมือเข้าไปใต้แขนเสื้อ หากแต่ก็ชะงักให้แก่ความว่างเปล่า เงินของนางอยู่กับหลินฮุ่ย

ว่าแต่หลินฮุ่ยหายไปไหน

บัดซบ

นางหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับเหมยฮวาด้วยสีหน้าจริงจัง พลางชี้นิ้วไปยังใบหน้าของอีกฝ่ายแล้วกล่าวเสียงเรียบ"เจ้าเป็นคนจ่าย"

"หะ"

"เปิ่นหวางเฟยไม่มีเงิน"

"..."

พระชายาลู่เอินท่านมันตัวอะไรกันแน่

 

หลี่เหมยฮวาจ้องมองใบหน้าเรียบนิ่งอันน่าชังของอีกฝ่ายตาไม่กะพริบ สีหน้าของนางมืดครึ้มขึ้นมาทันใด ลำคอเกิดการแห้งเหือดขึ้นมาตามลำดับ เนิ่นกว่าที่เหมยฮวาจะสามารถถามหาเสียงในลำคอของนางได้เจอ

"ท่าน..."

"เจ้าจ่าย"พระชายาลู่เอินตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว

"..."หนังหน้าของท่านออกจะหนาเกินคนปกติ..

ท้ายที่สุดนางทำได้เพียงถอนหายใจออกมา ควักเงินจากแขนเสื้อให้แก่พ่อค้าหน้าเลือดที่แข็งค้างไปชั่วขณะหนึ่งไม่ต่างกัน สาบานได้ว่าทั่วทั้งใต้หล้าเหมยฮวายังไม่เคยประสบพบเจอคนเช่นพระชายาลู่เอินมาก่อน

"ก็แค่นั้น"พระชายาลู่เอินขึ้นหลังจากนางรับห่อยามาจากพ่อค้า

หลี่เหมยฮวาเดินเข้าไปจับจูงมือของเด็กชายที่หยุดร้องไห้เรียบร้อยแล้ว พระชายาลู่เอินก้มลงมองมาที่พวกนาง นัยน์ตาคู่ระหงแลดูอ่อนลงกว่าปกติหลายเท่านัก

"เด็กคนนั้น.."

"หนึ่งในผู้ยากไร้ที่ชนชั้นสูงเช่นพวกท่านไม่เคยไยดีอย่างไรเล่า"อีกครั้งที่เหมยฮวาไม่อาจบังคับริมฝีปากของนางไม่ให้พูดประชดประชังอีกฝ่ายได้

พระชายาลู่เอินเป็นคนใจเย็น เห็นได้ชัดจากมุมปากที่ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา 

อะไรกัน..

ลู่เอินหุบร่มในมือของนางก่อนจะย่อตัวลงคุกเข่าเสมอร่างของเด็กน้อย ปลายนิ้วของนางสัมผัสลงบนข้างแก้ม ไม่แยแสซึ่งความหวาดระแวงที่ฉายชัดในดวงตาของฝ่ายตรงข้าม

"เจ้าเป็นเด็กฉลาด ติดเสียที่ขี้แยเกินไปหน่อยก็เท่านั้น"

"..."

"ทว่าเปิ่นหวางเฟยกลับเอ็นดูเจ้า"

และมันก็แค่นั้นสำหรับการเอาตัวเข้ามายุ่งกับความวุ่นวายของนาง

นางลุกขึ้นก่อนจะกางร่มอีกครั้ง พลางหมุนตัวกลับไปยังทิศที่จากมาโดยไม่ใส่ใจอะไรรอบด้านอีกต่อไป หากแต่เสียงร้องเรียกจากเหมยฮวาทำให้ปลายเท้าของนางหยุดชะงักลงไป

"เดี๋ยวก่อน"เหมยฮวาร้องเรียก ก้าวขาอย่างรวดเร็วไปหาพระชายาลู่เอินแล้วเอ่ยถามในข้อสงสัยของนางออกไป "ท่านมาทำอะไรกัน"

"เริ่มแรกก็ไม่รู้ แต่ตอนนี้เปิ่นหวางเฟยอยากกินก๋วยเตี๋ยวหลอดกับขนมเปี๊ยะไส้งาดำ"

"..."

"ว่าแต่เจ้ามีเงินไหม"

"...."ข้ายอมแพ้ ท่านมันแปลกประหลาดเกินไป

ลู่เอินกะพริบตาก่อนถอนหายใจและเมินเฉยต่อหลี่เหมยฮวาไปในที่สุด ถึงกระนั่นแล้วก็ยังไม่ลืมทิ้งท้ายเอาไว้ด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาทว่ากลับแฝงไปด้วยความเสียดายมิใช่น้อยเลย

"ช่างเถอะ ไม่กินก็ได้"

คราวนี้เป็นเหมยฮวาที่ระพริบตา ไม่อาจเข้าถึงตัวตนของพระชายาลู่เอินได้แม้แต่น้อย

หน้ามึนเกินไป

"แล้วท่านจะกลับยังไง"เหมยฮวายังคงถามต่อไปน้ำเสียงเจือไปด้วยความเป็นห่วงในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

คงไม่ใช่ว่าเดินกลับหรอกนะ

"มาอย่างไรย่อมกลับอย่างนั้น"พระชายาลู่เอินยังหน้ามึนได้เสมอต้นเสมอปลายอย่างเหลือเชื่อ

นางมองแผ่นหลังที่ห่างออกไปจากระยะสายตามากขึ้น สาบานได้ว่าในชีวิตของหลี่เหมยฮวาคนนี้ยังไม่เคยพบใครที่แปลกประหลาดเท่าพระชายาลู่เอิน

หยวนหลง ท่านเคยบอกว่าข้าแปลก แท้จริงแล้วพระชายาของท่านแปลกยิ่งกว่าข้า

ระยะทางระหว่างจวนอวิ๋นชินอ๋องถึงที่นี้นับว่าไม่น้อย เหมยฮวายกยิ้มบาง

ท่านได้เดินขาลากแน่ พระชายาลู่เอิน

 

ดวงอาทิตย์ที่เคยอยู่กลางหัวเริ่มคล้อยตกลงมา ตลอดทั้งเส้นทางนางได้ยินเสียงของนกร้อง สัมผัสกับกลิ่นอายของความวุ่นวายภายในตัวเมือง แต่นั้นไม่อาจทำให้นางอยากจะยกยิ้มกว้างขึ้นแม้แต่น้อย ลู่เอินถอดรองเท้าของตนเองออกหลังจากไม่อาจอดทนต่อความปวดหนึบบริเวณฝ่าเท้าและน่องขาได้อีกต่อไป

หยาดเหงื่อมากทายผุดพรายอาบไปทั่วทั้งใบหน้างดงาม

นางกัดฟันแน่น สาบานได้ว่านี้คือการตัดสินใจที่ผิดพลาดมากที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต

กว่าลู่เอินจะสามารถลากสังขารของนางกลับมาที่จวนได้ก็กินเวลาไปกว่าสองชั่วยาม ไม่เคยมีครั้งไหนที่นางเห็นประตูจวนแล้วรู้สึกดีใจเท่ากับครั้งนี้มาก่อน

"พระชายาลู่เอิน ท่านอ๋องกำลังรอท่านอยู่พ่ะย่ะค่ะ"เสียงของอวี้กงกงเอ่ยขึ้นทันใด ยามเมื่อร่างบอบบางของนางก้าวผ่านพ้นประตูจวนเข้าไปด้านใน

"เปิ่นหวางเฟยปวดขา"

"พ่ะย่ะค่ะ"อวี้กงกงขมวดคิ้วไม่เข้าใจ

ลู่เอินสูดหายใจเข้าครั้งหนึ่งก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งกับพื้น ท่ามกลางความตกตะลึงของข้ารับใช้ในบริเวณนั้น อย่างไรก็ตามสีหน้าของพระชายาไม่เปลี่ยนแม้เพียงนิดเดียว อวี้กงกงกลืนน้ำลายลงในลำคออย่างยากลำบาก

"เช่นนั้นแล้วทรงอยากให้กระหม่อม.."

"ทำอะไรก็ทำไป เปิ่นหวางเฟยปวดขาไม่อยากขยับตัวแม้แต่นิดเดียว"เสียงหวานตอบกลับไปอย่างไม่นึกใยดี เรียวขาทั้งสองเหยียดตรงขณะใบหน้างดงามแหงนหน้าขึ้นมองท้องนภา

"..."พระชายา

ร่างเล็กของอวี้กงกงหายลับไปจากสายตาและเพียงอีกหนึ่งก้านรูปถัดมา ลู่เอินมองเห็นร่างสูงของสวามีเดินมาแต่ไกล นำทัพด้วยร่างอันคุ้นตาของหลินฮุ่ย

"พระชายาเพคะ!"

อาจเป็นครั้งแรกที่ลู่เอินรู้สึกรำคาญเสียงแหลมของหลินฮุ่ยที่กรีดร้องเรียกนาง พระชายาอ๋องคนงามกลอกตาเล็กน้อย รับรู้ได้ถึงความปวดหนึบที่ขมับทั้งสอง

"ทรงเป็นอะไรมากไหมเพคะ เหตุใดถึงทิ้งหม่อมฉันเอาไว้ รู้ไหมเพคะหม่อมฉันเป็นห่วงมากแค่ไหนแล้วยัง.."

"เปิ่นหวางเฟยไม่อนุญาตให้เจ้าพูดจนกว่าจะครบหนึ่งชั่วยาม"ลู่เอินรีบกล่าวแทรกขึ้นในทันใด นางยกมือขึ้นบีบขมับของนาง "เป็นเจ้าที่เดินไม่ทัน เปิ่นหวางเฟยหาได้ทอดทิ้งเจ้าไม่"

"..."

"หยวนหลง"นางเรียกเขา ยกเรียวแขนของตัวเองขึ้นเหนือศีรษะ

"หือ"สีหน้าของหยวนหลงหาได้แสดงความแปลกใจออกมาพลางย่อตัวลงตรงหน้าแล้วเอื้อมมือสัมผัสลงบนข้างแก้มของลู่เอิน

"หม่อมฉันเดินไม่ไหวแล้ว"

เขาส่งเสียงร้องครางในลำคอ มองดูภรรยาของเขาที่กำลังโคลงหัวไปมาเล็กน้อย นัยน์ตาของนางจ้องมองเขาด้วยความคาดหวัง ทว่าถ้อยคำนั้นกลับตรงกันข้ามเสียจริง

"หม่อมฉันรู้ว่าท่านมาเพื่อแบกหม่อมฉันเข้าไปในเรือน แต่ถ้าท่านไม่ได้มาเพื่อการนั้น.."ลู่เอินเว้นช่วงลงพลันคลี่ยิ้มหวาน "หยวนหลงท่านช่างเกะกะขว้างทางเสียจริง"

"..."อะไรคือความหมายของน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิดของเจ้า

"วันนี้เจ้าซุกซนมากเกินไป"

และมันก็แค่นั้นสำหรับสิ่งที่เขาสามารถกล่าวขึ้นได้ในเวลานี้ หยวนหลงรวบร่างบอบบองขึ้นด้วยเรียวแขนทั้งสองข้างของเขา ลู่เอินดูจะพึงพอใจเห็นได้จากดวงตาของนางที่แปรเปลี่ยนไปรวมถึงเสียงร้องครางจากในลำคอไม่ต่างอะไรกับลูกสุนัขตัวน้อย

หยวนหลงจึงใช้โอกาสนี้สำรวจพระชายาของเขา พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล"วันนี้เจ้าเป็นอะไร"

ช่างเป็นโชคดีที่ใช้เวลานี้ลู่เอินไม่ต่างอะไรกับเด็กดีแสนจะว่าง่าย รอยยิ้มของนางขยับกว้างขึ้นแล้วกล่าวตอบกลับมาทว่ากลับแฝงไปด้วยความหงุดหงิดไม่น้อยเลย "หม่อมฉันรู้สึกหงุดหงิด"

เขาครางร้องในลำคอเป็นเชิงรับรู้แล้วกระชับเรียวแขนของเขาแน่นขึ้นขณะเอ่ยถามนางต่อไป"ใครทำอะไรเจ้า"

"เป็นเพราะก๋วยเตี๋ยวหลอดกับขนมเปี๊ยะไส้งาดำ หม่อมฉันอยากกินแต่ก็ไม่ได้กิน หยวนหลงท่านต้องจัดการมันซะ"

ปลายเท้าของเขาหยุดชะงักก้มหน้าลงมองพระชายาของเขาอย่างเหลือเชื่อ แต่ถึงกระนั้นมันก็เพียงไม่นานเพราะคล้ายกับว่าเขาใกล้จะชาชินกลับมันไปเสียแล้ว

"เช่นนั้นเปิ่นหวางจะให้โรงครัวทำให้เจ้ากินดีหรือไม่"

ลู่เอินพยักหน้าแทนคำตอบและนางดูจะอารมณ์ดีขึ้นตามลำดับส่งผลให้หยวนหลงอดได้เลยที่จะขยับยิ้มกว้างขึ้นอีกหน่อย พลันในใจเริ่มเบิกบานขึ้นมา

เย็นนี้กินก๋วยเตี๋ยวหลอดกับขนมเปี๊ยะไส้งาดำก็ดีเหมือนกัน

 

สองเดือนผ่านไป

 

ปัญหาการฉ้อโกงยังไม่ทันจะแก้ไขได้ปัญหาอุทกภัยที่เกิดทางใต้ก็เริ่มกลายเป็นเรื่องน่าหนักใจของราชสำนักอีกครั้ง ภาระงานของหยวนหลงหนักหนาสาหัสขึ้นกว่าเมื่อสองเดือนก่อนเป็นเท่าตัว สวามีของนางโยนสมุดบัญชีเล่มแล้เล่มเล่าลงบนโต๊ะ

"ยุ่งเหยิงไปหมด"น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความหงุดหงิด

หยวนหลงยกมือขึ้นนวดไปตามขมับทั้งสองของเขาพลางเหยียดตัวยาวบนเก้าอี้เปลือกตาปิดแล้วปรือขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

แลเห็นได้ชัดถึงความน่าปวดหัวที่เรียกกว่าบัญชี

"ขนาดนั้นเชียว"ลู่เอินถามก่อนจะปิดหนังสือของนางลง เริ่มให้ความสนใจแก่เขา หยวนหลงไม่ตอบคำถามของนางทว่าเขากลับถอนหายใจยาวเหยียดออกมาแทน

"เจ้าไปนอนเถอะ คาดว่าถึงเช้าก็คงไม่เสร็จ"

"งั้นหรือ"นางลุกขึ้นจากที่นั่งก้าวเข้าไปหาเขา "คืนนี้ท่านจะนอนไหม"

"คงไม่ เปิ่นหวางอยากจะรีบทำมันให้เสร็จ"น้ำเสียงที่ตอบกลับมานั้นช่างแฝงไปด้วยความเหนื่อยล้า หากแต่ลู่เอินเองก็ไม่รู้ว่าจะช่วยเหลือเขาอย่างไร ในเมื่อมันไม่ใช่งานของสตรีควรยุ่งเกี่ยว

นางวางมือบนไหล่ของเขาโน้มตัวลงจูบไปที่ริมฝีปากของเขาตามความเคยชิน "ฝ่าบาทเร่งรีบถึงเพียงนี้เชียวงั้นหรือ"

"ยังนับว่าช้าเกินไป อุทกภัยที่เกิดขึ้นในทางใต้กำลังเข้ามาเป็นเรื่องน่าหนักพระทัยของเสด็จพ่อ ในขณะที่เหล่าขุนนางเริ่มเรียกร้องให้แต่งตั้งองค์รัชทายาท"

ฝ่ามือของเขาแนบลงบนข้างแก้มของนาง นิ้วมือไล้ไปตามสันจมูกและริมฝีปากอวบอิ่ม "พรุ่งนี้คงมีราชโองการลงมา"

"..."

"และเปิ่นหวางจะไม่บังคับเจ้า จะไปด้วยหรือจะรั้งรออยู่ที่นี้"

จากนั้นเขาเริ่มเป็นฝ่ายจูบนาง 

"ฝันดี ลู่เอิน"

 

รุ่งเช้าวันถัดมา

หยงซานสือฮ่องเต้มีราชโองการให้อวิ๋นชินอ๋องและฉีชินอ๋อง(องค์ชายรอง)เป็นตัวแทนพระองค์เสด็จไปแก้ไขปัญหาอุทกภัยครั้งใหญ่ในทางใต้

ลู่เอินมองร่างของสวามีที่รับราชโองการด้วยสีหน้าเรียบนิ่งมาจากไหกงกงมหาขันทีประจำวังหลวง

ใบหน้างดงามก้มลงกับพื้นก่อนจะกล่าวสรรเสริญโอรสสวรรค์ด้วยน้ำเสียงหนักแน่น"ขอฝ่าบาททรงพระเจริญ หมื่นปีหมื่นๆปี"

หากมีราชโองการเพียงแค่หยวนหลงคนเดียวคงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจสำหรับนางและคนภายนอก ทว่าการที่ให้องค์ชายรองไปด้วย นั่นหมายความว่าปัญหาในครั้งนี้คือการแข่งขันเพื่อช่วงชิงตำแหน่งองค์รัชทายาท

ดูเหมือนว่าฝ่าบาทเองก็เริ่มขยับตัวหมากในเกมชิงบัลลังก์นี้เสียแล้ว ลู่เอินชำเลืองมองร่างสูงของหยวนหลง ริมฝีปากของขบเข้าหากันเป็นเส้นตรง สีหน้าเรียบเฉยไม่บ่งบอกอารมณ์ใดออกมาให้นางได้คาดเดา

บัลลังก์ ท่านเองก็ต้องการมันใช่หรือไม่

หยวนหลง...


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.583K ครั้ง

161 ความคิดเห็น

  1. #17230 pemipond (@pemipond) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 18:28
    ทำไมต้องก๋วยเตี๋ยวหลอด คืออะไร
    #17230
    0
  2. #9167 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 19:25
    ปมเยอะจริงๆ
    #9167
    0
  3. #7881 Alienonplanet🌙🌎 (@numalangpor) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 14:30
    ชอบลู่เอินนนนน คำผิดเยอะพอสมควรนะคะ ผิดจุดละนิดละหน่อยค่ะ
    #7881
    0
  4. #7849 Kuppa Jang (@woraorn) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 02:58
    ปมเยอะโคตรๆๆๆ
    #7849
    0
  5. วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 19:34
    มีความไถเงิน55555
    #7499
    0
  6. #6061 ลิลหรี่ (@maple_) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 21:02
    ลู่เอินจะช่วยหยวนหลงก้าวขึ้นครอบครองบัลลังค์ไหมนิ ลุ้นๆ
    ชอบคสพ.ของลู่เอินกับหลี่ จะเพื่อนก็ไม่ใช่ ศัตรูก็ไม่ใช่ ไม่กี่ตอนที่แล้วยังทะเลาะกันอยู่เลย เป็นคนแปลกที่ร้ายกาจและหน้าไม่บางดีจริงๆ
    #6061
    0
  7. #3036 Just Right (@kae-7-) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 12:40
    ชอบความไถเงินชาวบ้านของนาง5555~~
    #3036
    0
  8. #2490 SlowlifeSloth (@SlowlifeSloth) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 21:05
    ชอบลู่เอิน นางเอาแต่ใจ เป็นตัวของตัวเองดี
    #2490
    0
  9. #2098 NooN_222528 (@NooN_222528) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 21:24
    อารมณ์ได้มากค่ะ แต่บางครั้งก็รู้สึกว่าเฉยชาเกินไป เวลาที่ผ่านมามันนานนะตั้ง 2-3 ปี ไม่ใช่ 2-3 เดือน #555
    #2098
    0
  10. #1916 จิล (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 21:06

    เป็นเนื้อเรื่องที่สนุกน่าสนใจดี

    แต่บางทีก็รำคาญที่ลู่เอินเรียกแทนตัวเองด้วยยศตลอด มันเหมือนพวกถือดีผิดกันนิสัยค่ะ ปกติแล้วจะมีใช้บ้างไม่ใช้บ้างปนกัน อันนี้เยอะไป แนะนำค่ะ

    #1916
    0
  11. #1872 Oillyziiz (@oillyziiz) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 11:31
    เราชอบนะคะนางน่ารักแล้วก็ตลก
    #1872
    0
  12. #1815 Disk Nara (@DISKNARA) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 19:12
    เรียกว่า***
    #1815
    0
  13. #1814 Disk Nara (@DISKNARA) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 / 19:11
    กะพริบตา****
    หายลับไป******
    #1814
    0
  14. #1569 Latte Hideyoshi (@28867) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 14:03
    ชอบช่วงไรต์ทอร์กกห
    #1569
    1
    • #1569-1 Latte Hideyoshi (@28867) (จากตอนที่ 15)
      15 กรกฎาคม 2561 / 14:03
      *ทอร์คคค
      #1569-1
  15. #1489 ฺBedroom (@154356) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 23:47
    อยากให้ลู่เอินมีเพื่อนสักคนจัง เป็นหลี่เหมยฮวาก็ไม่เลวนะ หญิงคู่นี้จะต้องสุดยอดเเน่ๆ
    หมากตานี้จะมีผลลัพธ์เช่นไรนะ
    #1489
    0
  16. #1446 ดิเดียร์ (@pdeer11) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 15:29
    ขำนะไหนนางบอกไม่กินก็ได้ไง55
    #1446
    0
  17. #1445 ดิเดียร์ (@pdeer11) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 15:29
    เราเห็้นด้วยนิยายนางเอกเมพมาหลายเรื่องล่ะมาแบบนี้มั่งเราโอเครแต่อย่าให้นางเอกเปบี่ยนนะเราชอบแบบนี้
    #1445
    0
  18. #1307 mixxbkk (@nuknik2001) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 20:37
    ไรท์มีทัศนคติที่ดีในการเขียน
    จริงๆมีคำพูดในหัวจะให้ไรท์เยอะมาก555555
    ขี้เกียจพิม เป็นกำลังใจให้นะ
    เรื่องการบรรยายรู้สึกว่าไรท์ยังไม่สุด
    แต่คือดีนะ
    #1307
    0
  19. #1284 PIP'3 (@-pit-) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 18:56
    ชอบบบบบ
    #1284
    0
  20. #1276 adjifern (@adjifern) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 15:05
    เราชอบคาแรกเตอร์ลู่เอินในมุมมองของไรท์ มันดูเรียลดี เป็นนางเอกนิยายที่จับต้องได้ ภาษาเขียนเข้าใจง่าย สรุปเลยคือชอบค่ะ
    #1276
    0
  21. #1264 SapphireTaksaorn (@SapphireTaksaorn) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 11:07
    ลูเอินคือตัวละครที่เราชอบที่สุดแล้ว แถมนิสัยของนางก็สเปคเลย<3~
    #1264
    0
  22. #1234 SØMΞ (@somethingunq) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 21:12
    ชอบลู่เอินมาก และชอบการที่ไรท์มาตอบคำถาม อธิบายที่มาที่ไปของตัวละคร ทำให้เข้าใจตัวละครมากขึ้น แถมได้เรียนรู้อะไรบางอย่างจากตัวละครเหล่านี้ด้วย :)
    #1234
    0
  23. #1215 Maoyu-i (@Maoyu-i) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 20:14
    รีดว่าน้องดอกกับเอินเอินน่าจะเป็นเพื่อนกันได้
    #1215
    0
  24. #1210 คนที่เงียบๆ (@bell8888) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 20:07
    รักเลย
    #1210
    0
  25. #1207 Tonphaibamboo (@Niramon009) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 19:30
    ชอบค่ะ
    #1207
    0