嫡福晉 [璐恩] •ลู่เอิน• [ตีพิมพ์กับสนพ.Dbooks ]

  • 95% Rating

  • 2 Vote(s)

  • 1,125,067 Views

  • 17,633 Comments

  • 19,956 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,410

    Overall
    1,125,067

ตอนที่ 16 : บทที่ 15 ครอบครัวของนาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 57624
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4786 ครั้ง
    18 ส.ค. 61

บทที่ 15

 

ในเช้าวันเดียวกันนั้นพระชายาลู่เอินมองเห็นความวุ่นว่ายมากมายที่เกิดขึ้นภายในจวน ด้วยราชโองการเร่งด่วนจากหย่งซานสือฮ่องเต้ ทำให้อวี้กงกงและนางกำนัลต่างต้องเร่งรีบเก็บข้าวของเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางไกลในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

"หม่อมฉันจะไปด้วย"ลู่เอินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความต้องการของนางอย่างชัดเจน ร่างบอบบางของนางหยุดนิ่งลงตรงหน้าเขา

หยวนหลงหยุดชะงักมือของเขาขณะที่กำลังเก็บสมุดบัญชีมากมายลงในหีบ กว่าหลายวันที่ห้องอักษรของเขากลายเป็นเก็บสมุดบัญชีย้อนหลังกว่าสิบปีของราชสำนัก เขาหันมามองหน้านาง อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าเขายังไม่แน่ใจในความต้องการของนาง

"เจ้าแน่ใจหรือ"เสียงทุ้มต่ำของเขาถามถึงพลางกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแล้วลอบมองใบหน้าของภรรยาเป็นระยะ “มันไม่สบายเหมือนกับจวนชินอ๋องหรอกนะ”

ลู่เอินพยักหน้าอย่างเข้าใจแล้วขยับยิ้มขึ้นเล็กน้อย"เรื่องนั้นหม่อมฉันเข้าใจดี"

เรียวคิ้วของหยวนหลงยังคงขมวดเป็นปม ลู่เอินได้ยินเสียงถอนหายใจยาวเหยียดของเขาก่อนที่สมุดบัญชีเล่มสุดท้ายจะถูกยัดลงไปในหีบพร้อมกับร่างสูงของหยวนหลงที่ก้าวเดินเข้ามาหานาง

นางเงยหน้าขึ้นมองเขา ยามเมื่อร่างกายของนางถูกดึงรั้งเข้าไปใกล้ ลู่เอินยกเรียวแขนขึ้นโอบกอดเขาเอาไว้ ฝังไปหน้าลงกับแผ่นอกนั้นแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "ลึกลงไปแล้วท่านอยากให้หม่อมฉันไปด้วย"

"..."

"และนั่นคือเหตุผลทั้งหมดของหม่อมฉัน หยวนหลง"

สวามีของนางขบริมฝีปากของเขาเป็นเส้นตรงไม่เผยออกพลันแขนแกร่งทั้งสองยังขึ้นกอดตอบนางเริ่มลูบไล้ไปตามแผ่นหลัง ไม่ใช่ว่าลู่เอินไม่เข้าใจเหตุผลว่าทำไมเขาถึงไม่อยากให้นางไปด้วย ทว่ายามเมื่อสบเข้าไปภายในดวงตาคู่คมของเขาแล้วนั้น นางไม่อาจปฏิเสธซึ่งความเป็นจริงที่ซุกซ่อนอยู่ได้เลย

"เช่นนั้นก็อย่าซุกซนให้มากเกินไป"

ลู่เอินโคลงหัวไปมาในอ้อมกอดของเขาแล้วขยับรอยยิ้มของนางกว้างขึ้นไปอีก ได้ยินซึ่งเสียงเต้นของหัวใจภายในหน้าอกด้านซ้าย ชั่วขณะนั้นนางกระชับอ้อมกอดของพวกเราแน่นขึ้นก่อนจะตอบกลับไปอย่างว่าง่าย

"หม่อมฉันจะเป็นเด็กดีของท่าน"

ใช่ เป็นเด็กดี...

 

กำหนดการเดินทางสู่ทางใต้ออกมาแล้ว ข้าวของหลายอย่างภายในจวนดูจะโล่งหายไปบางอย่างเห็นได้ชัด  อวี้กงกงและหลินฮุ่ยต่างช่วยกันตรวจสอบข้าวของมากมายของพวกเรา หยวนหลงยังคงวุ่นวายกับการทำบัญชีของเขาที่เห็นว่าต้องส่งช่วงต่อให้ขุนนางท่านอื่นแทน

แต่ถึงกระนั้นแล้วพระชายาลู่เอินยังคงเป็นบุคคลว่างงานเช่นเดิม นางวางกรรไกรตัดกิ่งไม้ลง มองดูต้นใบฝในกระถ่างที่ถูกตัดแต่งเสียใหม่ พลางทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง ด้านนอกนั่นยังคงเต็มไปด้วยพายุ หยาดฝนมากมายตกกระหน่ำไม่หยุด

"งดงามมากเพคะ พระชายา"มิใช่นำเสียงของหลินฮุ่ยที่กล่าวถ้อยคำนี้ขึ้นมาทว่ากลับเป็นนางกำนัลน้อยคนหนึ่งภายในจวน ด้วยเพราะหลินฮุ่ยนั้นวุ่นวายอยู่กับการจัดเตรียมข้าวของทำให้หลายวันที่ผ่านมาจำเป็นต้องจัดหานางกำนัลมาทำหน้าที่แทนส่วนของหลินฮุ่ย

"เป็นเช่นนั้นหรือ"ลู่เอินถามพลางยกยิ้ม

และมันก็เหมือนเช่นทุกครั้งที่นางได้รับเพียงคำชื่นชมตอบกลับมา น้ำเสียงหวานน่าฟังของนางกำนัลตรงหน้าเอ่ยตอบตามที่นางคาดการณ์เอาไว้ไม่มีผิดและนั่นทำให้ลู่เอินอดไม่ได้ที่จะโคลงหัวไปมา

"เพคะ"

ลู่เอินก้มมองต้นใบในกระถ่างอีกครั้ง เรื่องใดที่สตรีควรทำได้ดีนางก็ทำมันได้อย่างยอดเยี่ยมตามสมควร เพียงเพื่อให้เป็นที่น่าพึงพอใจของท่านแม่

"ให้คนนำไปส่งที่จวนแม่ทัพบูรพา..."เสียงหวานทว่ากลับหายห้วงไป ใบหน้างดงามก้มลงอย่างครุ่นคิด ปลายนิ้วมือสัมผัสลงบนกระถ่างต้นใบตรงหน้า

เดินทางลงใต้ครั้งนี้ใช้เวลานานหลายเดือน บางทีอาจจะกินเวลาถึงครึ่งปี ยาวนานอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ท่านแม่

นัยน์ตาคู่ระหงเหม่อลอยออกไปนอกบานหน้าต่าง ริมฝีปากบางขบเข้าหันกันขณะกลืนน้ำลายลงไปภายในคำแสนแห้งเหือดของนาง นานแค่ไหนแล้วที่พวกเราไม่มีโอกาสได้พบกัน

“ไปบอกอวี้กงกง เปิ่นหวางเฟยต้องการไปจวนของท่านแม่ทัพบูรพา”

อาจจะสองปีหรือสามปีได้กระมัง

 

หยวนหลงดูไม่ค่อยเห็นด้วยสำหรับการออกไปข้างนอกทั้งที่สภาพอากาศค่อนข้างเลวร้าย หากแต่เขาไม่อาจหยุดความดื้อรั้นของนางได้ ดังนั้นสวามีของนางจึงทำได้เพียงบอกให้ลู่เอินระมัดระวังมากขึ้นก็เท่านั้น ภาพอันคุ้นตาของจวนแม่ทัพบูรพาปรากฎขึ้นสู่สายตาของนางยามเมื่อก้าวขาลงจากรถม้า

ลู่เอินไม่ได้นำข้ารับใช้คนใดติดตามมาด้วยนอกเหนือข้ารับใช้ผู้ทำหน้าที่ประจำรถม้าเพียงเท่านั้น

และการมาเยือนของนางกลายเป็นที่น่าตกใจของบรรดาข้ารับใช้ในจวนของแม่ทัพบูรพาทันที ท่านพ่อบ้านประจำตระกูลรีบออกมาต้อนรับเป็นการใหญ่ พ่อบ้านเฉินทำความเคารพนางอย่างนอบน้อม

"พระชายาลู่เอิน"

นางค่อนข้างคุ้นเคยกับอีกฝ่ายไม่น้อย เพราะนางเองก็เติบโตขึ้นมาภายในจวนแห่งนี้ พ่อบ้านเฉินเป็นคนสนิทของท่านพ่อ ลู่เอินเห็นอีกฝ่ายอยู่เคียงข้างบิดามาโดยตลอด

"เปิ่นหวางเฟยต้องการพบฮูหยินใหญ่"ร่มคันเล็กในมือถูกกางออก ปลายเท้าเริ่มขยับก้าวเดินเข้าไปด้านในโดยไม่แยแสกระทั่งพ่อบ้านเฉินหรือข้ารับใช้คนใดภายในจวน

"ให้กระหม่อมกางร่มให้พระชายาดีไหมพ่ะย่ะค่ะ"พ่อบ้านเฉินรีบก้าวเดินตามพระชายาลู่เอินโดยไว ชายวัยกลางคนยังคงพยายามทำหน้าที่ของเขาเองอย่างยอดเยี่ยม

ทว่าพระชายาลู่เอินกลับส่ายหน้าเมินเฉยต่อความหวังดีนั้นแล้วกล่าวเสียงเรียบ"สิ่งใดที่เปิ่นหวางเฟยสามารถทำเองได้ย่อมต้องทำด้วยตนเอง ท่านรีบไปเรียนฮูหยินใหญ่เถอะ"

"..."สีหน้าของท่านพ่อบ้านเฉินดูเลิกลั่กขึ้นมายามเมื่อพระชายากล่าวถึงฮูหยินใหญ่ มันเป็นเรื่องที่ดูกันดีทั่วทั้งจวนถึงความสัมพันธ์ของพระชายาลู่เอินกับมารดา

"ทูลพระชายา ช่วงนี้อาการของฮูหยินใหญ่ไม่ค่อยดีนัก อีกทั้งตอนนี้ฮูหยินรองรับหน้าที่ดูแลจวนแทนฮูหยินใหญ่..."ดังนั้นพ่อบ้านเฉินจึงไม่อาจกล่าวออกมาได้เต็มเสียงนัก

หากแต่ถ้อยคำนั้นกลับสะดุดหูลู่เอินในทันที เรียวขาของนางหยุดลงอย่างกระทันหัน นัยน์ตาของนางชำเลืองมองพ่อบ้านเฉิน "ท่านแม่ทัพบูรพาอยู่หรือไม่"

"นายท่านยังไม่กลับแต่อีกประเดี๋ยวก็คงกลับมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ ตอนนี้นอกเหนือจากฮูหยินรองและฮูหยินใหญ่ก็ไม่มีใครอยู่เลยพ่ะย่ะค่ะ"ชายวัยกลางคนขมวดคิ้วนึกแปลกใจในคำถามของพระชายาอยู่มิใช่น้อยแต่ถึงกระนั้นพ่อบ้านเฉินก็ทำได้เพียงนิ่งเงียบไม่อาจถามสิ่งใดออกไปได้

"งั้นหรือ"ลู่เอินแค่นยิ้มเย็นชา

"พ่ะย่ะค่ะ"

ยามเมื่อแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าอีกครา หมู่เมฆหนาทึบ เสียงคำรามลั่นทั่วท้องนภารวมถึงเสียงสว่างวาบพวกนั้นไม่อาจสร้างความหวาดหวั่นใดๆขึ้นภายในใจของนางได้เลย

ข้ากำลังด้านชามากกว่าเดิมงั้นหรือ

"พระชายาลู่เอินเพคะ"น้ำเสียงไม่คุ้นหูเอ่ยแทรกขึ้น ลู่เอินกะพริบตาครั้งหนึ่งดึงสติที่เหม่อลอยออกไปไกลแสนไกลของนางกลับคืนมาแล้วหันไปเผชิญหน้ากับร่างอวบของฮูหยินรองที่สวมใส่อาภรณ์สีม่วงปักลายดอกเบญจมาศ เพียงแวบแรกก็รู้เลยว่าตัวงานั้นประณีตเพียงใด

ช่างทำตัวไม่ต่างอะไรกับฮูหยินใหญ่

อย่างไรก็ตามลู่เอินเลือกเมินเฉยต่อลักษณะภายนอกนั้นของฝ่ายตรงข้ามแล้วเอ่ยบอกความต้องการของนางออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยทว่ากลับแฝงไว้ซึ่งความเย่อหยิ่งมิใช่น้อย

"เปิ่นหวางเฟยต้องการพบฮูหยินใหญ่"

สาวใช้นางหนึ่งที่ลู่เอินเคยเห็นอยู่บ่อยครั้งสมัยวัยเยาว์ก้าวออกมาก่อนจะกางร่มให้แก่ฮูหยินรองเพื่อตรงมาหานาง กันมิให้หยาดฝนเปียกชื้นสาดกระเด็นใส่ร่างอวบนั้นแม้เพียงเล็กน้อย

"เช่นนั้นหม่อมฉันจะให้คนไปตามฮูหยินใหญ่ให้เพคะ"ฮูหยินรองรีบกล่าวน้ำเสียงของอีกฝ่ายช่างแสนจะนุ่มนวลทว่าลู่เอินกลับไม่ได้รู้อะไรกับมันมากไปกว่าความเฉยชาจนเกือบเย็นชาของนาง

พระชายาลู่เอินเหลือบมองใบหน้าของฝ่ายตรงข้าม พลันยกยิ้มเย้ยหยัน "เชิญ ท่านต้องให้คนไปเชิญฮูหยินใหญ่ไม่ใช่ตาม ฮูหยินรอง"

เห็นได้ชัดว่าไม่ว่าจะพยายามมากแค่ไหนความเป็นมิตรระหว่างนางกับสตรีตรงหน้าก็หาได้เกิดขึ้นไม่

"หม่อมฉันผิดไปแล้วเพคะ"สีหน้าของฮูหยินรองเริ่มแปรเปลี่ยนไปเช่นเดียวกับน้ำเสียงที่กล่าวออกมา

พ่อบ้านเฉินยืนนิ่งมิอาจเข้ามายุ่งยากอะไรด้วยได้ เพราะเกรงว่าจะทำให้พระชายาลู่เอินเกรี้ยวโกรธขึ้นมาและนั่นหาใช่เรื่องดีสำหรับจวนของตระกูลเหมินไม่ ฮูหยินรองกับพระชายาอ๋องเทียบน้ำหนักดูแล้ว

อาช่างแสนจะง่ายดายสำหรับการเลือกในครั้งนี้

"ดี คุกเข่าลงซะ"เสียงที่กล่าวออกมาของลู่เอินเย็นเฉียบ มือเรียวกระชับร่มคันเล็กในมือแน่นไม่ใยดีต่อละอองฝนกำลังสาดเข้ามาใส่ร่างกายของนาง

และท่ามกลางสายตาของข้ารับใช้มากมายร่างอวบสมบูรณ์ของฮูหยินรองทำได้เพียงแค่คุกเข่าลงสัมผัสกับความเปียกชื้นบนพื้นดิน เรียวนิ้วของสตรีวัยกลางคนจิกลงบนอาภรณ์นึกอับอายอยู่มิใช่น้อยเลยเทียว

"มารดาของเปิ่นหวางเฟยคือฮูหยินใหญ่  อดีตท่านหญิงจากตระกูลเหอ หาใช่คนที่ท่านจะสามารถล่วงเกินได้"

โดยเฉพาะยามเมื่อน้ำเสียงเย็นชาของพระชายาลู่เอินกล่าวขึ้นมา ฮูหยินรองสูดหายใจเข้าอย่างอดกลั้นเหมือนกับที่ทำมาโดยตลอด

"หม่อมฉันเข้าใจแล้วเพคะ"ถึงจะกล่าวเยี่ยงนั้นทว่านัยน์ตาของสตรีวัยกลางคนกลับเหลือบมองพระชายาลู่เอินอย่างนึกท้าทาย กระนั้นแล้วลู่เอินเพียงแค่ขยับยิ้มว่างเปล่าของนางขึ้น

หากจะจองหองคงมิแปลกอะไร ในเมื่ออบุตรชายของฮูหยินรองจะเป็นผู้รับถ่ายทอดทุกอย่างจากบิดาของนาง

"เมื่อก่อนเปิ่นหวางเฟยไม่เคยเข้าใจว่าทำไมท่านถึงไม่เคยระรานพวกเรา ทว่าต่อมาเมื่อเปิ่นหวางเฟยได้มีโอกาสสัมผัสถึงสัจธรรมบางอย่างจึงได้เข้าใจอะไรมากขึ้น"

"…"

"หาใช่เพราะว่าท่านมีใจนึกเมตตา เพียงแต่ท่านกลับรู้ว่านั้นคือวิธีการยั่วอารมณ์ของท่านแม่ ท้ายที่สุดแล้วคนที่ต้องรองรับอาภรมณ์เหล่านั้นย่อมเป็นเปิ่นหวางเฟย”

ร่างบอบบางส่งเสียงหัวเราะแหบพร่าพลางไล้นิ้วไปตามข้างแก้มของหญิงสาววัยกลางคน

"ท่านบอกว่าต้องการตอบแทนบุญคุณช่วยชีวิต จึงได้เสนอตัวเข้ามาเพื่อที่จะให้กำเนิดบุตรชายแก่ท่านพ่อ ท่านต้องการเพียงเท่านั้น"

ท้องฟ้ากำลังคำรามลั่นขึ้นมาอีกคราราวกับว่าจงใจให้บางสิ่งบางอย่างสลักลึกลงไปภายในจิตใจของนาง หยาน้ำฝนหนาวเย็นกำลังแทรกซึมลงบนผิวกาย ชั่วขณะนั้นดวงตาของลู่เอินวาวโรจน์ขึ้นมา

"ไฉนเล่าตอนนี้ถึงยังไม่ยอมไสหัวออกไปเสียที"

"..."ฮูหยินรองทำได้เพียงแค่กำมือแน่นไม่อาจตอบโต้สิ่งใดออกมาได้

มันควรจะเป็นที่น่าพึงพอใจทว่านางกลับเหยียดยิ้มเย้ยหยันตนเองขึ้นมาแทน ลู่เอินออกแรงบีบลงบนสันกรามของฝ่ายตรงข้ามแน่นขึ้นบีบบังคับให้ฮูหยินรองหันมาสบตากับนาง

"เปิ่นหวางเฟยไม่ได้มาเพื่อรังแกท่าน และมันช่างน่าแปลกใจที่ทุกครั้งของการพบเจอระหว่างพวกเรามักไม่อาจจบลงอย่างสวยงาม"

"พระชายา.."น้ำเสียงนั้นดังลอดไรฟันออกมา

ดูเหมือนว่าความอดทนของฮูหยินรองกำลังจะหมดลง

พระชายาลู่เอินถอนหายใจ นัยน์ตากลับมาราบเรียบตามเดิมก่อนจะผละมือออกจาใบหน้าของฝ่ายตรงข้ามและเลิกแยแสร่างอวบตรงหน้าในที่สุด น้ำเสียงที่กำลังกล่าวออกไปแฝงไว้ด้วยความเบื่อหน่าย นึกปลงตกในเรื่องเดิมๆเช่นนี้มิใช่น้อยเลย

"ทุกอย่างมันล้วนแต่ไร้ค่าและเปิ่นหวางเฟยเองก็เหนื่อยหน่ายกับบทละครลวงโลกเรื่องนี้แล้วเหมือนกัน ไม่ว่าจะอย่างไร ท้ายที่สุดท่านก็ยังไม่ยอมไสหัวออกไปอยู่ดี"

"ช่างดื้อด้านเสียจริง"

แต่นั่นก็เพียงนิสัยหนึ่งของมนุษย์เช่นพวกเราทุกคน

และข้าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงมันได้ พอกันที...

 

ตัวเรือนของท่านแม่อยู่ลึกเข้าไปด้านในมากพอสมควร ดังนั้นมันจึงทำให้นางต้องเดินฝ่าหยาดละอองฝนเข้าไปส่งผลให้อาภรณ์ของลู่เอินเปียกชุ่มไปกว่าครึ่งตัว เพียงไม่นานเหมินลู่เอินมองเห็นร่างสาวใช้คนสนิทของท่านแม่ยืนรออยู่หน้าตัวเรือนคล้ายกับว่าทราบข่าวถึงการมาเยือนของนางอยู่ก่อนแล้ว

"พระชายา ช่วงนี้อารมณ์ของฮูหยินใหญ่แปรปรวนยิ่งนัก หากต้องการพบกับฮูหยินก็ขอทรงระมัดระวังหน่อยนะเพคะ"และฝ่ายตรงข้ามก็หาได้มีทีท่าจะขัดขว้างนางไม่ เสียงที่กล่าวออกมาเจือไปด้วยความเป็นห่วง

สาวใช้ของท่านแม่มีหรือว่าลู่เอินจะไม่คุ้นเคย

นางหุบร่มในมือลงก่อนจะส่งมันให้กับอีกฝ่าย พระชายาลู่เอินกวาดตามองไปรอบด้านคล้ายกับว่าไม่ไว้ใจในสิ่งใดทั้งสิ้น

หูตาซุกซ่อนอยู่เต็มไปหมด

"ถ่ายทอดคำสั่งลงไปห้ามบ่าวไพร่ผู้ใดผ่านมาแถวเรือนของฮูหยินใหญ่จนกว่าเปิ่นหวางเฟยจะกลับออกมา"

เพราะมันมีหลายครั้งที่บ่าวไพร่แอบมาลอบดักฟังนางและท่านแม่ทะเลาะกัน ทำให้ในเช้าวันต่อมาเรื่องของพวกเรากลายเป็นเรื่องขบขันนินทากันสนุกปากในวงน้ำชา

ลู่เอินยกมือขึ้นปัดเศษฝุ่นตามร่างกายของนางออก ปลายนิ้วมือของนางเกิดสั่นพร่ามาอย่างช่วยไม่ได้ยามเมื่อยกขึ้นเพื่อผลักบานประตูเข้าไปด้านใน

นางไม่ใช่เด็กน้อยคนนั้นอีกแล้ว

ยังจะหวาดกลัวเพื่ออะไรกัน

และมันเป็นเพราะก้าวแรกคือก้าวที่แสนยากลำบาก เรียวขาของนางหนักประดุจหินผาถ่วงเอาไว้ ลู่เอินยกยิ้มบางพลางสูหายใจเข้าให้กำลังตนเองและก้าวขาเข้าไปด้านใน ภายในนั้นช่างมืดสลัวมีเพียงแสงไฟริบหรี่จากเปลวเทียนเท่านั้นที่ทำหน้าที่เป็นตัวนำทาง

 

ตุ้บ!

ฉับพลันเท้าของนางสะดุดเข้ากับบางอย่างที่นอนเกลื่อนอยู่เต็มพื้น ลู่เอินรีบคว้าเข้ากับเก้าอี้ใกล้ตัวเพื่อเป็นหลักยึดไม่ให้ร่างกายของนางล้มลงไป

"เจ้าไม่ควรส่งเสียงดัง.."เสียงนั้นของมารดาช่างแหบพร่าทว่ากลับเย็นชาเช่นเดิมไม่มีผิด

นางก้มลงหยิบไหสุราที่เป็นต้นเหตุขึ้นมาพลันจมูกได้กลิ่นสุราจากภายในนั้น

ท่านแม่เองก็ดื่มไม่ต่างกับลูก

"ท่านแม่"เสียงหวานเอ่ยเรียก นัยน์ตาระหงมองผ่านความมืดสลัวนั้นเข้าไปด้านใน

ร่างอันคุ้นตาของมารดานั่งอยู่บนพื้นเอนพิงไปกับเตียงนอนทางด้านหลังราว ดวงตาของมารดาเหม่อลอยราวกับคนไร้สติ กระทั่งเรือนผมยาวดุจแพรไพรยังหาได้เรียบร้อยเป็นทรงอย่างที่สมควรไม่

"เจ้ามาทำไม"ท่านแม่ตวัดสายตามองนางตั้งแต่หัวจรดเท้า ถึงกระนั่นลู่เอินยังสามารถแย้มขึ้นมาได้คล้ายกับว่ามันคือความคุ้นชิน

หากถามว่าอะไรคือความชาชินระหว่างพวกเรา ลู่เอินสามารถตอบได้อย่างเต็มปากว่ามันคือความเย็นชาของมารดา

"ลูกมาวันนี้ก็เพื่อที่จะบอกลาท่าน"นางขยับเข้าไปใกล้ร่างของท่านแม่ เสียงสายฝนยังคงดังมากพอที่จะกลบเสียงสนทนาระหว่างพวกเรา

"..."ท่านแม่หาได้พูดอะไรออกมา ท่านเพียงแค่เงยหน้าขึ้นมองนางผ่านผ้าม่านผืนบางที่ขวางกันพวกเราเอาไว้

เหมินลู่เอินยกยิ้มหวานพลางทรุดตัวลงนั่งบนพื้นหันหลังให้กับมารดาผู้ให้กำเนิด

"...ก่อนเข้ามาหาท่านลูกพบฮูหยินรอง นางสวมอาภรณ์ปักลายดอกเบญจมาศข้างกายล้อมรอบด้วยสาวใช้และมันช่างน่าสมเพช ลูกไม่อาจหยุดรังแกนางได้ทั้งที่รู้ดีว่ามันช่างไร้ค่า บางครั้งลูกเองก็ไม่เข้าใจในสิ่งที่ตัวเองกำลังเป็น"

นางยกไหสุราขึ้นสูงปล่อยให้น้ำเมาไหลลงในปากเคลื่อนลำคอลงไปอย่างเชื่องช้า "ไม่เข้าใจเลยจริงๆ"

"...เจ้าดื่มด้วยงั้นหรือ"

ไม่แปลกอะไรที่ท่านแม่จะนึกแปลกใจ นางดื่มครั้งแรกก็ตอนสิบห้า ปีแรกของการแต่งงานแล้วก็กลายเป็นพระชายาลู่เอินมาจนถึงตอนนี้

"ลูกดื่มเพราะมันทำให้ลูกมีความสุขมากขึ้นในชั่วระยะเวลาหนึ่งของชีวิต..."น้ำเสียงของลู่เอินเลื่อนลอย เรียวขาทั้งสองเหยียดตรงออกไปด้านหน้า

"..."

"ความสุขจากการมึนเมา"

ท่านแม่นิ่งเงียบไปชั่วขณะก่อนจะเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงเฉยชาตามปรกติ “เจ้าจะไปนานแค่ไหน”

ลู่เอินก้มลงนับนิ้วมือเพื่อตอบคำถามของท่านแม่"อย่างเร็วก็อาจจะสักสามเดือน อย่างช้าก็อาจจะสักครึ่งปี"

หูของนางได้ยินเสียงการขยับร่างกายของอีกฝ่าย

"แล้วที่นั้นลำบากมากหรือไม่"

นางส่ายหน้าแทนคำตอบพลางเขย่าไหสุราในมือ เวลานั้นแสงสว่างวาบจากท้อาฟ้ากำลังสาดส่องลงมาแลให้เห็นเงาอันแสนเลือนรางของพวกเรา

มันกำลังสะท้อนอยู่บนผนังและพื้นห้อง

"บางครั้งลูกรู้สึกชิงชังกับความสัมพันธ์อันยุ่งเหยิงของพวกเรา หลายครั้งที่มันกำลังทำให้ลูกทุกข์ทรมานและคิดว่าตัวเองจะจบชีวิตลง"

"..ไร้สาระ"

ริมฝีปากบางแค่นยิ้มหวาน"นั่นคือความจริง ท่านไม่มีวันเข้าใจถึงความทรมานนี้ ใต้หล้านี้ยากนักที่จะถามหาใครสักคนที่เข้าใจถึงมัน"

"ข้าไม่อยากได้ยินสิ่งที่เจ้ากำลังพล่ามอยู่ หุบปากซะ ลู่เอิน"

เล็บมือของนางจิกลงบนไหสุราก่อนจะเอ่ยออกไปโดยไม่ใยดีต่ออารมณ์ของมารดา"ท่านแม่เกลียดลูก ชิงชังลูกหาใช่เพียงเพราะลูกเป็นสตรี แต่ลูกคือเครื่องย้ำเตือนถึงความล้มเหลวและผิดหวังของท่าน"

"ข้าบอกให้หุบปาก.."

"เพราะว่าท่านไม่อาจให้กำเนิดบุตรชายออกมาได้ ท่านพ่อจึงจำเป็นต้องรับอนุเข้ามา ดังนั้นลูกจึงเปรียบเสมือนเครื่องย้ำเตือนถึงการนอกใจของผู้ชายที่ท่านรัก"นัยน์ตาคู่ระหงหม่นแสงลง กระทั่งน้ำเสียงยังแผ่วเบาลงจนสังเกตได้ชัดเจน

"..."

"ไม่ใช่ว่าท่านไม่เคยพยายามที่จะรักลูก เพียงแต่ทุกครั้งที่ท่านพยายามมันก็ยากนักจะปฏิเสธถึงความเกลียดชังในใจของท่านที่มีต่อลูกและนั่นยิ่งทำให้ท่านบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม"

เพล้ง!

เศษกระเบื้องจากไหสุรากระเด็นเฉียดใบหน้าของนาง ลู่เอินเพียงแค่เปล่งเสียงหัวเราะดังลั่นท้าท้ายต่ออารมณ์ของมารดาอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน

มันเป็นครั้งแรก

"มันยังมีอีกหนึ่งความจริงที่ท่านควรรับรู้เอาไว้"

"ข้าจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย หุบปากซะ!"ท่านแม่ตวาดเสียงดังลั่นไม่ต่างกับเมื่อปีนั้น ยามเมื่อเหมินลู่เอินเป็นเพียงแค่เล็กน้อยผู้มองโลกด้วยสายตาแสนคับแคบ

"เหตุผลที่ลูกไม่ได้รับความรักจากท่านพ่อ ไม่ใช่เพราะลูกไม่อาจขี่ม้าหรือจับดาบได้ แต่เป็นเพราะลูกคือเครื่องย้ำเตือนที่ทำให้ผู้หญิงที่ท่านพ่อรักเสียสติ..."

ตุ้บ!

ร่างของนางลอยหวือกลางอากาศลู่เอินเบิกตากว้างขึ้น เพียงชั่วพริบตาร่างกายถูกกดลงใต้ร่างของมารดา มือเรียวของคนที่อยู่เหนือร่างจิกลงบนอาภรณ์ของนาง

"ข้าสั่งให้เจ้าเป็นเด็กดี!"

เด็กดี ลูกก็เป็นมาโดยตลอด

คมเล็บนั้นค่อยๆจิกลงบนผิวกายของนางฝังลึกลงไปโดยไม่แยแสอะไรทั้งนั้นพระชายาลู่เอินนอนนิ่งหาได้ขัดขืนอะไรไม่ ดวงตาพร่ามัวมองเห็นใบหน้าของมารดาได้เลือนร่างยิ่งนัก

"แท้จริงแล้วตลอดมาเป็นท่านที่เอาแต่คิดไปเองว่าท่านพ่อมีใจให้กับฮูหยินรอง เป็นท่านที่บ้าคลั่งไปคนเดียวและมันทำให้ลูกนึกสมเพชในตัวท่านยิ่งนัก"

มือข้างหนึ่งง้างขึ้นสูงเหนือใบหน้าของลู่เอิน ในขณะเดียวกันเล็บมือของท่านแม่ยังคงจิกลงบนผิวกายของนางมากขึ้น 

โดยไม่ใยดีต่อสีหน้าที่แสดงถึงความเจ็บปวดของนางแม้แต่น้อย

"กระทั่งตอนนี้ท่านแม่ก็ยังเหมือนเดิม ทั้งที่คนอื่นต่างพัฒนาไปไกล ท่านก็ยังทำได้แค่ดีแต่ใช้กำลัง น่าสมเพช.."

"ลู่เอิน!"

ดวงตาของมารดากำลังวาวโรจน์ขึ้นท่ามกลางแสงไฟอันริบหรี่ ลู่เอินมองเห็นมือที่กำลังสั่นระริกของอีกฝ่ายพลันเหยียดยิ้มกว้างขึ้นก่อนที่นางจะกลายเป็นฝ่ายกดร่างของท่านแม่ลงใต้ร่าง 

ท่ามกลางความตกใจที่เกิดขึ้นความเงียบกำลังเข้ากลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง

"ท่านไม่เคยรู้ว่าลูกรู้สึกอย่างไรกับการได้รับความรักที่มาพร้อมกับความเกลียดชัง พวกท่านต่างไม่ใยดีลูก ทั้งที่ในความจริงแล้วมันหาใช่ความผิดของลูกไม่ ท่านคิดหรือว่ามีแค่ท่านเพียงผู้เดียวที่ต้องทรมานกับมัน..."

"..."

"ภายในจวนอันแสนโดดเดี่ยวแห่งนี้ ลูกทุกข์ทรมานยิ่งกว่าท่าน หลายครั้งที่ลูกคิดว่าตัวเองจะต้องตาย ตายลงอย่างไร้ค่า แต่ท้ายที่สุดลูกก็ยังสามารถมีชีวิตอยู่ได้โดยสูญเสียตัวตนของตัวเองไป"

หนึ่งหยาดน้ำตากำลังไหลออกมาอาบข้างแก้ม เหมินลู่เอินกะพริบตายกมือขึ้นปาดมันทิ้งออกไปอย่างไม่ใยดี ถึงกระนั้นแล้วเสียงของมารดายังคงบังคับให้นางเป็นในสิ่งที่มารดาต้องการอยู่ดี

"เจ้าต้องเป็นเด็กดี ลู่เอิน เป็นเด็กดีเข้าใจไหม"

ทว่าลูกไม่แยแสแล้ว

"ลูกไม่แยแสเรื่องเหล่านั้นอีกต่อไปแล้ว"ปลายนิ้วของนางไล้ไปตามใบหน้าที่ยังคงความงดงามเอาไว้ของท่านแม่แล้วกล่าวด้วยความเย็นชา"ในตอนนี้จะรักหรือไม่รักย่อมไม่สำคัญอีกแล้ว ลูกสามารถมีชีวิตอยู่ได้บนโลกใบนี้แม้ว่าจะไม่ได้รับความรักแม้เพียงเล็กน้อยก็ตามที"

อดีตท่านหญิงตระกูลเหอมองลึกเข้าไปภายในดวงตาอันว่างเปล่าของบุตรี ในตอนนั้นคล้ายกับว่าตนกำลังได้สัมผัสถึงในอีกตัวตนของเหมินลู่เอินที่กำลังซุกซ่อนอยู่ภายในนั้น

"เวลานี้มีหนึ่งสิ่งที่ลูกอยากได้จากท่าน ลูกรู้ว่าตลอดมาท่านรู้สึกผิดไม่น้อยที่ตบตีลูก จิกหัวลูกและผลักไสลูก ท่านไม่คิดหรือว่านี้จะเป็นโอกาสอันดีในการลบล้างความรู้สึกนั้นออกไปซะ..."

"...เจ้าต้องการอะไร"

นางยกยิ้มนึกพึงพอใจกับท่าทีของอีกฝ่ายมิใช่น้อย มือเรียวกระชากอาภรณ์ของท่านแม่ลงจนเผยให้เห็นหัวไหล่ขาวเนียนภายใต้ร่มผ้า

 

"เหตุผลที่ลูกหยุดรังแกฮูหยินรองทางกายเพราะว่ามันไร้ประโยชน์ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าลูกจะปล่อยนางไป.."

"..."

"ท่านแม่ แม้ว่าท่านจะไม่ได้สดใสดั่งดอกไม้แรกแย้มทว่าท่านพึ่งจะอายุสามสิบหกเท่านั้น ท่านยังสาว ยังสวยและบางทีอาจจะสามารถมีน้องชายหรือน้องสาวให้ลูกสักคน"

"เจ้าหมายความว่า.."

"อย่างที่ท่านคิด สิ่งเดียวในโลกที่ทำให้ฮูหยินรองเจ็บปวดเจียนตายได้คือท่านพ่อ ตลอดมาฮูหยินรองได้รับเพียงความเมตตาจากท่านพ่อ นางกระหายที่จะได้รับความรักจากท่านพ่อยิ่งกว่าสิ่งใด.."

ลู่เอินหยุดสายตาลงบนซอกคอขาวเนียนของมารดา "ลองคิดดูว่านางจะทุรนทุรายมากแค่ไหน ยามเมื่อท่านได้รับความรักจากท่านพ่ออย่างง่ายดาย ทั้งที่ตลอดมานางพยายามแค่ไหนก็ไม่เคยได้รับมัน ท่านแม่คือผู้หญิงที่ท่านพ่อรัก ไม่ใช่เรื่องยากแม้แต่น้อยที่กลับมากลายเป็นที่โปรดปราน"

"เจ้าร้ายกาจ...อย่างที่ข้าคาดไม่ถึง"เสียงนั้นดังลอดไรฟันออกมา กระทั่งดวงตาของท่านแม่ยังสั่นไหวแฝงไว้ซึ่งความหวาดหวั่น

ร่างบอบบางของพระชายาอ๋องเปล่งเสียงหัวเราะ หวาดกลัวงั้นหรือ

"นี่คือสิ่งที่ท่านสร้างขึ้นมาด้วยน้ำมือของท่านเอง มารดาของลูก"

"..."

"ท่านจะต้องลุกขึ้นสู้ การเป็นบ้าไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น ฮูหยินรองแม้ว่านางจะไม่ระรานลูกแต่นางชอบท้าทายอำนาจของลูก มันทำให้เปิ่นหวางเฟยไม่พอใจ"

เรียวนิ้วมือของลู่เอินกำเข้าหากัน นัยน์ตาของนางวาวโรจน์ขึ้นท่ามกลางเสียงคำรามลั่นของท้องนภา ท่านแม่กลืนน้ำลายลงไปภายในลำคอ สายตาที่จับจ้องมาหานางไม่ต่างกับกำลังหวาดกลัวปีศาจร้าย

ปีศาจร้ายที่ชื่อว่าเหมินลู่เอิน

"เปิ่นหวางเฟยต้องการเห็นนางทุกข์ทรมานมากกว่าที่เปิ่นหวางเฟยเคยได้รับเป็นเท่าตัว"

ท้ายที่สุดผู้ได้รับประโยชน์มากมายจากเรื่องนี้ย่อมเป็นตัวของท่านเอง ท่านจะได้รับความรักจากท่านพ่อตามเดิม ท่านจะมีครอบครัวสุขสันต์ดังเช่นที่วาดฝันเอาไว้

ในขณะที่ลูกก็ยังไม่มีทางได้รับความรักหรืออะไรทั้งนั้น

พระชายาลู่เอินลุกขึ้นผละออกจากร่างกายของมารดาผู้ให้กำเนิด แผ่นหลังของนางเหยียดตรงขณะยกมือข้างหนึ่งขึ้นเพื่อบอกลา

"หวังว่ากลับมาลูกจะได้รับข่าวดีจากท่าน ท่านแม่"

หวังว่าตอนนั้นท่านเองจะเติบโตขึ้นจนสามารถยืดหยัดได้ด้วยตัวเองเหมือนกับลูก

มารดาของข้า

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.786K ครั้ง

269 ความคิดเห็น

  1. #17620 fangmojitaro (@fangmojitaro) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 02:24

    อ่านบทนี้แล้วสงสารนางเอกมาก ถึงพ่อแม่จะกลับมารักกันทั้งคู่อาจจะเดินไปต่อได้ กลับเป็นตัวนางเอกที่เดินต่อไม่ได้ เกิดจากผลการกระทำของพ่อแม่ล้วนๆ ไม่รู้จะพูดคำไหนดี แต่เข้าใจเลย เหมือนนางเอกไม่สามารถมีความสุขจริงๆได้

    #17620
    0
  2. #17590 Apple5089 (@Apple5089) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 21:45
    หน่วงมาก
    #17590
    0
  3. #15900 Rinovel (@rinrai) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 20:25
    เป็นคนเดียวรึเปล่าที่ไม่ชอบการแทนตัวด้วยเปิ่นหวางเฟยและสำนวนพูดของนาง แถมรู้สึกว่าไม่เรียลด้วย โคตรนิยายเลย 55555 แต่อ่านเอามันส์ก็เพลินดี
    #15900
    0
  4. #15391 0955983864 (@0955983864) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 22:53
    ลู่เอินจะไม่ได้อะไรเลยเหรอ...ให้ได้อะไรกับเค้าบ้างเถอะ...
    #15391
    0
  5. #13792 Pam NPP (@pampampamela) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 01:26

    บางครั้งก็ลำไยนิสัยนางเอกอ่ะ

    #13792
    0
  6. #12019 noname00121 (@arpatanthakan) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 21:01
    เขียนดี มีปม นางเอกน่าสงสารสุด
    #12019
    0
  7. #10476 Frayjung (@Frayjung) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 00:37
    คือมันดีมาก ทุกตัวละครมีมิติ
    #10476
    0
  8. #9761 ปากกาขมขื่น (@asdf-fdsa) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 03:22
    ขอมอบเพลงๆนึงให้สำหรับตอนที่15นี้ >> เจ็บและชินไปเอง T.T
    #9761
    0
  9. #9543 DeltaD (@DeltaD) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 14:33

    เหมือนจะดี แล้วลู่เอินล่ะได้อะไร

    #9543
    0
  10. #9170 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 19:36
    เจ็บปวดยิ่งนัก
    #9170
    0
  11. #8843 amam5502 (@amam5502) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 13:29
    จะร้องไห้
    #8843
    0
  12. #8682 Paopks (@Paopks) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 10:37
    สุดยอด
    #8682
    0
  13. #8120 milk3421 (@milk3421) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2561 / 03:38

    รับู้ถึงความรู้สึกของนางที่เจ็บปวดมากมายจนชาชิน ไม่เคยได้รับความรักตอบ ผิดหวังทรมานซ้ำแล้วซ้ำอีก

    #8120
    0
  14. #8068 meri94 (@Aimeaop) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 23:43
    น้ำตาไหลมาไม่ขาดสายเลย เจ็บปวดไปกับนางด้วย
    #8068
    0
  15. #8031 J_NIN (@panin_nin) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 22:52
    อ่านแล้วน้ำตาไหล
    #8031
    0
  16. #7885 ลิลหรี่ (@maple_) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 14:56
    ชอบคสพของท่านแม่ ลู่เอิน ฮูหยินรอง ชอบที่ลูเอินเป็นตลคไม่สมบูรแบบ มีข้อเสีย มีนิสัยเสียชอบรังแกคนอื่น ชอบที่ทุกตลคเป็นทั้งดหยื่อและผู้ร้าย
    #7885
    0
  17. #7884 Alienonplanet🌙🌎 (@numalangpor) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 14:42
    อ่านแล้วรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง จุกจนร้องไห้ไม่ออก มันเป็นความเจ็บที่ซึมลึกอยู่ข้างใน..
    #7884
    0
  18. #7548 ทามาโมะ (@0814140466) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 20:54

    อ่านบทนี้แล้วร้องงไห้เลยอ่ะ น้ำตามันซึมออกมาตอนอ่านอ่ะ

    #7548
    0
  19. วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 10:34

    แรงแสดงถึงตัวตน

    ไม่สน ไม่แคร์ ใช้ประโยชน์จากธรรมเนียม กลั่นแกล้งได้โดยไม่ผิดแต่แรงงงง

    ตอนนี้ใช้ยาแรงมากกับท่านแม่

    หวังว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง

    #7214
    0
  20. #7182 goldpaddy (@goldpaddy) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 01:13
    เจ็บปวดมาก ตอนนี้มันลึกซึ้ง. !!!
    #7182
    0
  21. #6757 Loboves (@Loboves) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 14:39
    รักผู้หญิงคนนี้ตั้งแต่บทแรกที่อ่าน ยิ่งอ่านก็ยิ่งหลงรัก
    #6757
    0
  22. #6445 farin0232 (@tonfern0232) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 10:39
    ร้องไห้แทน เข้มแข็งจนหน้ายกย่อง
    #6445
    0
  23. #6058 lukbua (@lukbua) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 20:48
    เหยดดดดด นางเอกโคตร.. ไร้คำบรรยายอะ
    #6058
    0
  24. #5679 baiboure (@baiboure) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 10:51
    คำที่ใช้ไหลลื่นเพราะมากเวอร์ ชอบค่ะ
    #5679
    0
  25. #5605 tytaew02 (@tytaew02) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 09:02
    น้ำตาไหล สงสารนางเอก
    #5605
    0