[Fic Jujutsu Kaisen ] She is my STUDENT | Gojo Satoru x OC

ตอนที่ 21 : christmas specials

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,756
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 267 ครั้ง
    3 เม.ย. 64

ต่อเนื่องจากตอนที่แล้วเลย

เป็นตอนพิเศษแบบต่อเนื่องกัน

แต่คราวนี้เป็นการบรรยายทางฝั่งของ

อาจารย์โกโจ

 

จะเป็นยังไงไปติดตามชมกันได้เลยฮะ

 

They don't know about us - One Direction

 

.

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

.

 

[ Christmas Specials ]

- Gojo Satoru's Talks -

 

 

"เมื่อไหร่นายจะเลิกทำหน้าเหมือนโลกกำลังจะแตกสักทีซาโตรุ?"

 

เสียงของโชโกะดังขึ้นเรียกผมที่กำลังนั่งกัดเล็บอยู่มุมห้องให้หันไปหา

 

“อายุยี่สิบแปดแล้วหัดทำตัวโตๆกับเขาบ้าง จะเก๊กขรึมก็ไม่มีใครว่าหรอกนะวิตกเกินเหตุอะไรขนาดนั้น”เจ้าตัวว่าขณะที่กำลังเรียบเรียงเอกสารทำวิจัยให้เป็นระเบียบ

 

เรื่องนี้มันเรื่องใหญ่มากๆเลยนะโชโกะ!!

 

“เธอไม่เข้าใจผมเลย เมงุมิลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่ผมรักและเลี้ยงดูมาอย่างดีเกือบจะจูบกับผู้หญิงที่ผมชอบเชียวนะ! จะไม่ให้วิตกได้ยังไง!!”

 

หัวอกคนเป็นพ่อที่อุตส่าห์ไว้ใจให้ลูกชายยดูแลผู้หญิงที่ชอบแทนผมน่ะ!!

 

กลายเป็นแบบนี้ไปได้ยังไงกัน…

 

“ฟุชิงุโระคุงก็ดูเหมาะกับยูมะจังกว่านายไม่ใช่หรอ?”แม้ว่าผมจะบ่นออกไปยังไงโชโกะก็ยังยิ้มบางแล้วพูดประโยคที่ผมไม่อยากจะได้ยินที่ออกมาจนได้

 

 

ฉึก!

 

แทงใจดำสุดๆไปเลย

 

 

“เธอเอาอะไรมาตัดสินความเหมาะสมระหว่างผมกับเมงุมิล่ะครับ รู้ได้ยังไงว่าผมไม่เหมาะสมน่ะ”

 

มือของผมยกขึ้นกอดอกพร้อมกับหันมามองเจ้าตัวที่กำลังยกเอกสารขึ้นไปวางบนชั้นหลังจากคัดแยกมันเสร็จ

 

“ก็คนที่ยูมะจังเลือกที่จะเข้าหาเป็นฟุชิงุโระคุงไงไม่ใช่นาย…”

 

เมื่อปึ้งกระดาษถูกจัดเรียงแยกตามหมวดหมู่เรียบร้อยคนที่กำลังปีนอยู่บนบันไดก็ก้าวลงมาอย่างระมัดระวัง

 

“แถมยังดูเป็นคนปกติกว่านายด้วย นั่นแหละความเหมาะสมที่ฉันหมายถึง”

 

 

“พูดแทงใจกันจังเลยนะครับ ผมก็น้อยใจเป็นเหมือนกันนะ”ถึงจะใส่ผ้าปิดตาอยู่แต่เจ้าตัวก็คงจะรู้ว่าผมกำลังหรี่ตามองเธอ

 

โชโกะ บอกผมให้ชื่นใจที่สิว่าเรายังเป็นเพื่อนกันอยู่

 

ถ้ายังไม่หยุดพูดจาแทงใจดำกันแบบนั้นผมจะร้องไห้แล้วนะ…

 

 

“ถึงจะบอกแบบนั้นแต่ก็ไม่ได้เข้าไปห้ามนิ ทำไมล่ะ?”มือของเธอคว้าเก้าอี้ด้านหลังมาตั้งตรงหน้าผมก่อนจะนั่งลงแล้วว่าขึ้น

 

“ผมก็แค่อยากรู้ว่าอย่างเมงุมิจะทำยังไงเท่านั้นแหละ…”ถึงจะแถไปแบบนั้นแต่ถ้าให้พูดจริงๆเลยตอนนั้นผมกำลังสับสน

 

ว่าควรจะเข้าไปห้ามหรือหยุดดูอยู่ห่างๆกันแน่

 

“แต่ก็ยังดีที่เมงุมิไม่ได้ก้มลงไปจูบยูมะ ทำเอาแปลกใจเลยล่ะครับ”ผมยกมือขึ้นลูบต้นคอแก้เก้อเมื่อนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ไม่กี่ชั่วโมงก่อน

 

โดยปกติต้องก้มลงไปจูบแล้วสิ…

 

ทำไมถึงได้หยุดกลางอากาศแบบนั้น?

 

“ความเป็นสุภาพบุรุษไม่ฉวยโอกาสที่นายไม่มีไงซาโตรุ”โชโกะหัวเราะเบาก่อนจะลุกเดินไปทางประตู"ถ้าคิดจะทำอะไรยูมะจังล่ะก็เตรียมเงินประกันตัวไว้ดีๆเลย"

 

“รู้แล้วน่า…”ผมลากเสียงยาวให้โชโกะที่เอะอะก็จะเอาผมเข้าคุกข้อหาพรากผู้เยาว์อยู่เรื่อยหลังเสียงประตูปิดลง

 

 

ทำไมมีแต่คนชอบผู้หญิงคนเดียวกับผมหลายคนนัก?

 

“เหอะ…ถามอะไรของแกคำตอบก็รู้อยู่แก่ใจแล้วแท้ๆ”ผ้าปิดตาที่สวมอยู่ถูกดึงลงก่อนผมจะหงายหลังไปพิงขอบเก้าอี้หัวเราะให้ตัวเอง

 

 

 

ผู้หญิงที่แกชอบจะมีแต่คนรักและเอ็นดูจนแกที่หลงหน้ามืดตามัวโงหัวไม่ขึ้นอยากได้มาครอบครองจนเกิดเป็นศึกชิงนางเลยล่ะ…

 

 

 

“สุงุรุ ไอเพื่อนเวรตายไปกับเรื่องไม่เป็นเรื่องอย่างเดียวไม่พอ…ยังทิ้งคำสาปเฮ็งซวยนี่ไว้อีก”ผมยกมือขึ้นขยี้หัวของตัวเองจนผมยุ่งเหยิง

 

เพราะคำสั่งเสียก่อนตายของเพื่อนรักคนเดียวดันเป็นคำสาปที่เล่นเอาไว้เจ็บแสบจนอยากจะตามลงไปจัดการเจ้าตัวในนรก

 

“บอกให้พูดเป็นคำสาปก็จริงแต่สาปแบบนี้ไล่ให้ไปตายยังจะดีกว่า”ผมบ่นออกมาพร้อมกับยันตัวขึ้นจากเก้าอี้

 

 

 

ไหนๆก็จะตายแล้วขอเอาคืนสักหน่อยแล้วกัน…

 

 

 

“คนกำลังจะตายที่ไหนเขามีเวลามาหัวเราะแบบนั้น…”ขาของผมก้าวเดินออกมาจากห้องเก็บเอกสารตรงไปยังห้องซ้อมชั้นใต้ดิน

 

ถ้าเกิดว่าแกยังไม่ตายฉันก็อยากจะอัดแกจังๆสักทีสองทีจริงๆ สุงุรุ

 

ข้อหาที่ทิ้งผมไว้กับคำสาปที่ผมไม่อาจขัดขืนมันได้

 

 

 

 

 

 

 

“อ้าวอาจารย์มาแล้วหรอคะ”ยูมะทักขึ้นทันทีที่เห็นผมเดินมาถึงหลังจากเปลี่ยนชุดเสร็จ แต่ตัวเองกลับยืนทำท่าอ้ำอึ้งไม่ยอมเปิดประตูเข้าไปสักที

 

“ยังกลัวสุคุนะอยู่อีกหรอครับ?”ตัวผมโน้มลงไปหาอีกฝ่ายที่หันมาหาผมแล้วหยุดชะงัก"ก็บอกแล้วไงว่าให้ผมทับรอยให้จะได้เลิกคิดถึงมันไงครับ~"

 

“ถ้าเป็นแบบนั้นภาพติดตาก็จะกลายเป็นอาจารย์แทนสิคะ แล้วก็เลิกพูดจาล้อเล่นแบบนั้นสักทีเถอะค่ะ…”คนตัวเล็กบ่นให้ผมก่อนจะหมุนตัวกลับไปเปิดประตูเข้าไปหายูจิที่รออยู่ด้านใน

 

 

แอด…

 

“กำลังรออยู่เลย”ยูจิร้องเรียกอย่างสดใสเหมือนอย่างทุกทีเมื่อเห็นยูมะเปิดประตูเข้าไปพร้อมกับผม

 

ทำงานเหนื่อยๆมาได้เห็นเด็กๆยิ้มแย้มสดใสแบบนี้ก็หายเหนื่อยขึ้นมาเลยนะเนี่ย

 

 

“วันนี้จะสอนกรณีที่ได้สู้กับผู้ใช้ไสยเวทย์ด้วยกันนะครับ”ผมที่กำลังอมยิ้มมองทั้งสองคุยกันว่าขึ้นทำให้ยูมะกับยูจิหันมามองผม

 

“สู้กับผู้ใช้ไสยเวทย์หรอครับ?”ยูจิร้องออกมาอย่างไม่เข้าใจผิดกับยูมะที่กำลังหรี่ตามองผม

 

“ใกล้จะถึงงานเชื่อมสัมพันธ์อยู่แล้วเพิ่งจะมาสอนกันตอนนี้หรอคะ?”

 

“พวกเธอเรียนรู้เร็วอยู่แล้ว ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่ครับ~”ผมยักไหล่ให้กับเธอก่อนจะเดินมามองเจ้าตัวใกล้ๆ

 

ขู่กันฟ่อๆเป็นแมวแบบนั้น

 

อยากโดนผมจับกินนักรึไงครับ?

 

 

“มาจ้องอะไรล่ะคะ จะสอนก็รีบๆสอนไม่ได้หรือยังไงฉันมีรายงานที่ต้องทำต่อนะคะ”มือเล็กๆของเธอแปะเข้าที่ใบหน้าของผมเพื่อที่จะดันมันออกไป

 

“จะว่าสอนก็ไม่เชิงหรอก เพราะวันนี้ผมจะยืนดูพวกเธอสู้กันเองอยู่ห่างๆครับ”จากที่ก้มตัวอยู่ก็ถอยกลับไปยืนดีๆแล้วเดินไปนั่งหลังห้องซ้อมเพื่อที่จะได้ไม่เกะกะ

 

 

“ได้สู้กันเองหรอเนี่ย…”ยูจิหันไปมองทางยูมะเล็กน้อยก่อนจะยกมือขึ้นลูบต้นคอ

 

"ใช่แล้ว เพราะงั้นสู้กันได้เลยไม่ต้องสนใจผมนะครับ"เมื่อรู้สึกว่ายูจิมีท่าทีเกรงขึ้นมาผมก็ว่าขึ้นผิดกับยูมะที่มีท่าทีผ่อนคลายกว่าที่คิด

 

“ไม่บอกก็ไม่สนใจอยู่แล้วล่ะค่ะ”แลบลิ้นให้ผมเสร็จก็เรียกยูจิให้มาเป่ายิ้งฉุบกับเธอว่าใครจะเริ่มก่อนจนผมหลุดหัวเราะออกมา

 

ถึงจะเป็นคนบอกให้ไม่ต้องสนใจเองก็เถอะ

 

“พูดแบบนั้นไม่กลัวผมร้องไห้หรอครับ…”ผมแกล้งทำเสียงน่าสงสารแต่เธอก็ยังหันกลับมาว่าผมเหมือนเดิม

 

“อายุปานนั้นแล้วก็จะร้องไห้กับคำพูดของนักเรียนหรอคะ?”เป่ายิ้งฉุบเสร็จก็กระโดดแยกตัวออกมาจากยูจิที่ได้เป็นฝ่ายเริ่มก่อนทันที

 

 

ควับ!

 

“ใจร้ายจังเลยนะครับ”ผมยกมือขึ้นเท้าคางจับตามองการเคลื่อนไหวของทั้งสองคนที่กำลังผลัดกันรุกผลัดกันรับ

 

ทางยูจิค่อนข้างได้เปรียบเรื่องพละกำลังส่วนยูมะได้เปรียบเรื่องความเร็ว…

 

แต่ด้านเทคนิคถือว่าสูสีเป็นที่น่าพอใจ

 

 

โครม!!

 

“ถ้าห้องซ้อมพังคราวนี้จะเอาอะไรมาอ้างดีนะ”ผมว่าขณะที่สายตายังคงมองลูกศิษย์ทั้งสองซัดพลังใส่กันแบบไม่มีท่าทีว่าจะยั้งมือ

 

บอกว่าผมทำอีกอาจารย์ใหญ่ยากะได้เอาผมตายแน่ๆ

 

 

ฟุบ!!

 

“อ๊ะ?!”ยูมะร้องขึ้นเมื่อโดนยูจิจับตัวกดไว้กับพื้นได้"ยอมแล้วๆๆ"

 

“โอ๊ะ?!โทษทีๆ”ยูจิปล่อยมือออกเมื่อเห็นว่ายูมะเอามืออีกข้างตบลงที่พื้น"ไม่เจ็บใช่มั้ย?"

 

“ไม่เป็นไร ขอบใจมาก…”เมื่อโดนปล่อยตัวแล้วก็จับมือของยูจิที่ยื่นให้ดึงตัวเองขึ้น"เพิ่งเคยสู้กับคนอื่นนอกจากอาจารย์ครั้งแรกเลยนะเนี่ย"

 

“ทำออกมาได้ดีอย่าที่คิดไว้เลยนะครับ”ผมลุกขึ้นแล้วเดินไปหาทั้งสองพร้อมกับเริ่มอธิบายจุดบกพร่องของการเคลื่อนไหวของแต่ละคน

 

ยูจิยังปล่อยพลังไสยเวทย์ออกมาช้าเหมือนครั้งที่แล้วแต่โดยรวมก็โอเคดี

 

ส่วนยูมะเร็วกว่าก็จริงแต่ชอบโจมตีวืดเปิดเป็นช่องโหว่ให้ยูจิสวนกลับจนโดนกดกับพื้นได้และเสียท่าในที่สุด…

 

“เพราะงั้นต่อให้เร็วกว่าแต่โจมตีไม่โดนก็ไร้ความหมาย คราวหน้าตั้งสติแล้วคิดดีๆด้วยนะครับ”ทั้งสองที่ได้ฟังคำแนะนำของผมก็พยักหน้ารับทันที

 

 

ว่านอนสอนง่ายแบบนี้ก็แอบรู้สึกดีในฐานะอาจารย์อยู่เหมือนกันนะเนี่ย

 

ผมคิดพลางเอามือวางลงไปบนหัวของทั้งสองก่อนจะลูบมันไปมาด้วยความเอ็นดู

 

“ถึงทางนั้นจะไม่มีผู้ใช้ไสยเวทย์แบบอัญเชิญแต่ผมก็จะบอกทริคเล็กๆให้เผื่อได้ใช้แล้วกัน”

 

ผมละมือออกมาเลื่อนแว่นกันแดดที่สวมอยู่ลงเล็กน้อย

 

"จำไว้ว่าถ้าเจอประเภทผู้ใช้ภูติอัญเชิญให้โจมตีที่ตัวผู้ใช้ได้เลย เพราะเมื่อถูกโจมตีจังๆมีความเป็นไปได้ที่ภูติอัญเชิญจะหายไปเองครับ"

 

“งั้นก็เหมือนเมงุมิตอนที่เจอกันครั้งแรกที่โรงเรียนล่ะสินะ”ยูมะขมวดคิ้วเล็กน้อยพร้อมกับหันไปหายูจิ"นายก็เห็นเหมือนกันใช่มั้ย?"

 

“ที่ว่าภูติอัญเชิญกลายเป็นโคลนไปอะหรอ?”

 

 

เวลาแบบนี้ก็ยังนึกถึงเมงุมิขึ้นมาอีก

 

ไม่ได้รู้อะไรเลยสินะ…

 

 

“อ๊ะ อาจารย์วันนี้จันทร์เต็มดวงนี่นาออกไปดูกันมั้ยครับ”ยูจิที่คุยกับยูมะเสร็จก็เอ่ยเรียกผมให้ออกจากห้วงความคิดของตัวเอง

 

“ไปสิครับ แต่ว่าต้องรอคนอื่นนอนกันหมดก่อนนะ”

 

 

“เยสส!”ได้ยินผมว่าแบบนั้นทั้งสองก็ดูตื่นเต้นกับการชมจันทร์ของวันนี้ขึ้นมาเสียอย่างนั้น

 

“งั้นระหว่างรอมาเล่นเกมกัน!”ยูมะว่าพร้อมกับวิ่งไปหยิบบอร์ดเกมที่ตู้เก็บของออกมาโดยมีผมกับยูจิมองอยู่อย่างขบขัน

 

“เล่นแพ้ไปครั้งที่แล้วยังจะชวนเล่นอีกหรือยังไง?”

 

“คราวนี้ไม่แพ้หรอกหน่า อย่ามั่นใจไปหน่อยเลยยูจิ”จนกลายเป็นว่าสองคนแข่งกันข่มอีกฝ่ายว่าใครจะชนะทั้งที่ยังไม่ได้เริ่มเกมด้วยซ้ำ

 

“เตรียมตัวแพ้ทั้งสองคนแหละครับ เพราะยังไงพวกเธอก็ไม่ชนะผมหรอก”ผมหัวเราะแล้วนั่งลงตรงหน้าทั้งสองที่กำลังเถียงกันก่อนจะหันมาผสานเสียงใส่ผม

 

“ไม่แพ้ให้อาจารย์หรอก!”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หลังจากเล่นเกมกันไปได้นานพอสมควร ผมก็ชวนทั้งสองออกไปด้านนอกเพราะเวลานี้ไม่น่าจะมีคนออกมาเดินเพ่นพ่านแล้ว

 

“โห…ใหญ่มาก”วิ่งออกมาถึงด้านนอกได้ยูมะก็ร้องออกมาทันทีที่เห็นดวงจันทร์ขนาดใหญ่ลอยเด่นอยู่บนท้องนภา

 

“อยากขึ้นไปดูชัดๆบนหลังคามั้ยครับ?”ผมหันไปมองคนด้านข้างก่อนจะถามขึ้นทำให้เธอหันมามองผมด้วยแววตามีความหวัง

 

“ได้หรอคะ?”จากที่กำลังตื่นเต้นอยู่ก็ชะงักไปเมื่อเห็นผมกางแขนทั้งสองข้างออก"กางแขนแบบนั้นคืออะไรคะอาจารย์…"

 

“ก็ต้องอุ้มไม่ใช่หรอ ไม่งั้นเธอจะขึ้นไปยังไงล่ะครับ~”ผมยังคงกางแขนของตัวเองเพื่อที่จะพาเธอกระโดดขึ้นไปโดยที่เธอก็ยังยืนขมวดคิ้วมองผมอยู่แบบนั้น

 

“ฉันขึ้นเองได้หรอกค่ะ โอ๊ะนั่น?!ยูจิหันมาหน่อย”เถียงผมได้ไม่ทันไรก็เหลือบขึ้นไปเห็นยูจิที่ด้านบนแล้วยกกล้องขึ้นมาถ่าย"แบบนั้นแหละๆ"

 

“อะไรหรอ?”คนที่โดนเรียกจากด้านล่างหันมามองคนที่กำลังรัวชัทเตอร์ถายเขาโดยมีผมลอบถอนหายใจอยู่ด้านหลัง

 

กำลังจะเนียนได้แล้วเชียว ยูจินะยูจิ

 

“มุมสวยมาก เอาไปใส่ในวีดีโอแล้วบอกว่าถ่ายนานแล้วดีมั้ยนะ”ผมเหลือบสายตาแอบมองภาพที่อีกฝ่ายเพิ่งถ่ายเสร็จก่อนจะยู่ปากเข้าหากัน

 

ก่อนที่ผมจะไปทำงานก็ช่วยทำเป็นสนใจผมหน่อยไม่ได้หรือไงกันนะ…

 

 

ติ๊ง!

 

“อ่า…เหมือนอ่านใจกันได้เลยแฮะ”ผมล้วงมือเข้าไปหยิบโทรศัพท์ออกมาดูข้อความแล้วถอนหายใจเมื่อหน้าจอแสดงผลข้อความเรียกให้ไปประชุมด่วนที่สภา

 

ไอพวกผู้เฒ่านี่ แก่จะลงโลงกันอยู่แล้วแท้ๆ

 

“ทั้งสองคนกลับห้องได้แล้วครับ เดี๋ยวผมจะต้องไปธุระต่อน่ะ”เมื่อปิดการแจ้งเตือนเสร็จผมก็เก็บมันกลับใส่กละเป๋าไปตามเดิมแล้วเรียกทั้งสองคน

 

ขัดความสุขกันจริงๆ

 

กะว่าจะชวนยูมะมาดูด้วยกันสองคนหลังจากส่งยูจิแล้วแท้ๆ

 

 

“ประชุมหรอคะ?”เห็นผมถอนหายใจบ่อยๆเข้ายูมะก็ทักขึ้นทำให้ผมยิ้มบางแล้วเอามือวางลงบนกลุ่มผมหนา

 

“นิดหน่อยน่ะครับ”เป็นเรื่องที่น่ารำคาญพอสมควรเลยล่ะที่พวกเบื้องบนหาเรื่องจะเอายูมะไปขังแต่วัตถุต้องสาประดับพิเศษ โกคุมงเคียว ดันถูกขโมยไป

 

เลยต้องโดนเรียกไปสอบสวนล่ะนะ

 

“ถ้านิดหน่อยจริงๆก็แค่ไปอัดคนแก่แบบที่ชอบทำก็พอแล้วนิคะ”

 

มือของเธอวางลงทับมือของผมที่กำลังลูบผมเธอคิดนู่นคิดนี่ไปพลางๆ

 

“ไม่เห็นต้องทำหน้าตาเศร้าเหมือนกินข้าวไม่อร่อยแบบนั้นเลยไม่ใช่หรอ?”ดวงตากลมโตเลื่อนขึ้นมองผมแล้วยกยิ้มให้

 

อ่า…ที่บอกว่าหลงหัวปักหัวปำมันคงจะจริงอย่างที่ไอหมอนั่นว่าล่ะนะ

 

 

“นี่สองคนนั้นน่ะ ผมยังอยู่ตรงนี้นะ”ยูจิที่กระโดดลงมาแล้วทักขึ้นทำให้ผมรีบดึงมือออกพร้อมกับยูมะที่หันกลับไปบ่นงึมงำอะไรคนเดียว"ถ้าชอบกันคบๆกันไปก็จบแล้วนี่นา"

 

“ชอบบ้าอะไรของนายน่ะ?! ก็บอกว่ามันไม่ใช่แบบนั้นไงเล่า!”

 

“ถ้าบอกกันดีๆฉันจะกลับห้องให้อยู่กันสองคนก็ได้นะ โอ๊ยๆ”กลายเป็นว่ายูมะที่โดนยูจิพูดใส่แบบนั้นก็ไล่ตีอีกฝ่ายที่กำลังวิ่งหนีไปทั่ว

 

เหมือนยูจิจะเป็นลูกเรือให้ผมงั้นสินะ

 

ไว้วันไหนค่อยพาไปเลี้ยงของหวานแล้วกัน

 

 

 

 

หมับ!

 

“ช่วยเลิกล้อว่าฉันคบกับอาจารย์สักทีจะได้มั้ย…”

 

“ไม่ล้อแล้วๆ”มือของยูจิจับแขนยูมะที่กำลังล็อคคอตัวเองจากด้านหลังให้คนตัวเล็กยอมปล่อยมือออก

 

 

ฟุบ…

 

“ไม่ล้อแต่แรกก็ไม่โดนแล้วแท้ๆ”ยูมะกอดอกมองยูจิที่กำลังลุกขึ้นจากพื้นแล้วปัดฝุ่นออกจากเสื้อ

 

เวลาโมโหแรงเยอะจนล็อคยูจิอยู่เลยหรอ?

 

สำหรับผู้หญิงตัวแค่นี้ก็น่ากลัวอยู่เหมือนกันนะเนี่ย…

 

“ก็มันจริงไม่ใช่หรือยังไง อ๊ากก”ปล่อยตัวยูจิไปได้ไม่นานก็กลายเป็นว่าสองคนนี้เอาแต่ตีกันไปตลอดทางเดินจนมาถึงที่ห้องก็ยังไม่หยุดจนผมต้องเข้าไปห้าม

 

“ถ้ายังไม่หยุดเสียงดังแบบนี้เดี๋ยวคนอื่นจะตื่นลงมาดูเอานะครับ”

 

“ก็ยูจิพูดจาเพ้อเจ้อนิคะ อย่าให้ถึงทีฉันบ้างนะวันงานเชื่อมสัมพันธ์นี่แหละ!”ยูมะยังคงโวยวายจะไปต่อยตีกับยูจิท่าเดียวทั้งที่โดนผมหิ้วออกมาแล้ว

 

แต่ก็ยังคงพยายามใช้มือกับขายันผมให้ปล่อยเธอไปตีกับคนที่อยู่ในห้อง

 

“อาจารย์ไม่ต้องมายิ้มเลยนะคะ คิดจะเอาของกินมาล่อยูจิไปเป็นพวกอยู่ล่ะสิ”ยูมะที่โดนผมหิ้วติดเอวมาพูดขึ้นทันทีที่เงยหน้ามาเห็นว่าผมกำลังอมยิ้มให้เธอ

 

“รู้ทันแบบนี้แผนผมก็แตกหมดสิครับ~”ผมยักไหล่แล้วเดินไปตามทางเดินอย่างไม่รีบร้อนแม้ว่าโทรศัพท์ในกระเป๋าของผมจะสั่นแรงเป็นผีเข้าก็ตาม

 

คิดจะมาขัดความสุขผมทั้งทีรอไปอีกสักครึ่งชั่วโมงแล้วกัน

 

 

 

ครืด…

 

“จะไม่รับจริงๆหรอคะ?”เมื่อเห็นว่าโทรศัพท์มันสั่นไม่เลิกยูมะก็ถามขึ้นขณะที่ผมกำลังเดินเลี้ยวออกมาจากตัวอาคารหลัก

 

“ปล่อยให้โทรจนเครียดผมร่วงไปน่ะดีแล้วครับ ผมจะได้ทำงานง่ายขึ้นอีกหน่อย”

 

“อุดมการณ์แน่วแน่ของนักปฏิวัติสินะคะ”แทนที่จะห้ามผมกลับกลายเป็นว่าเธอดันหัวเราะออกมาให้กับประโยคเมื่อครู่เสียอย่างนั้น

 

“ปกติต้องห้ามกันไม่ใช่หรอครับ?”ผมเลิกคิ้วแปลกใจเพราะโดยปกติแล้วคนรอบตัวผมมักจะห้ามไม่ให้ผมไปทำตัวหมิ่นเบื้องบนแม้ว่าต่อให้ห้ามยังไงผมก็ยังทำอยู่ดี

 

แต่คนที่สมควรจะห้ามผมที่สุดกลับไม่ทำอย่างนั้น

 

 

“ก็ความคิดของอาจารย์มันน่าสนใจ ถ้าทำสำเร็จขึ้นมาการจะใช้อำนาจในทางที่ไม่ชอบก็จะยากขึ้นระบบชนชั้นน่าปวดหัวก็จะหายไป มีแต่ดีกับดีไม่ใช่หรอคะทำไมต้องห้ามด้วยล่ะ?”

 

เธอขมวดคิ้วแล้วหัวเราะเล็กๆก่อนจะพูดสิ่งที่คิดออกมาราวกับว่าการที่ผมบอกว่าเธอควรจะห้ามผมเป็นเรื่องผิดปกติ

 

“ไม่รู้สิครับ คนมารยาทดีกับผู้ใหญ่แบบเธออาจจะไม่ชอบใจที่เห็นผมทำตัวแบบนั้น…”

 

“ฉันก็ไม่ได้มารยาทดีกับทุกคนหรอกนะคะ”ยูมะว่าขณะที่ผมปล่อยตัวเธอลงเมื่อเดินมาถึงที่หน้าหอพัก"ถึงจะทำตัวไม่น่านับถือเท่าไหร่แต่ก็มีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้ฉันยอมรับอาจารย์ค่ะ"

 

นัยน์ตาสีอำพันเลื่อนขึ้นมองผมอย่างเชื่องช้าราวกับอัญมณีทอประกายระยับยามต้องแสงสลัวจากโคมไฟ

 

บวกกับคำพูดที่เอื้อนเอ่ยออกมานั้นเป็นท่อยคำที่ไม่เคยมีใครเคยพูดมันกับคนอย่างผม ยิ่งทำให้ความรู้สึกจุกที่อกเอ่อล้นออกมาอย่างห้ามไม่ได้

 

 

“เพราะงั้นก็เลยเชื่อในตัวอาจารย์ค่ะ”เธอยังคงยืนจ้องหน้าผมแล้วพูดมันออกมาอย่างไร้เดียงสาจนผมที่อึ้งค้างไปนั้นก็ได้แต่คิด

 

ทำไมเธอต้องเป็นคนแรกที่พูดกับผมแบบนั้นตลอดเลยนะ…

 

 

ฟุบ…

 

“ด…เดี๋ยวสิคะทำอะไรน่ะ?”คนตัวเล็กร้องโวยวายขึ้นเมื่ออยู่ดีๆผมก็คว้าตัวเธอเข้ามาโอบกอดอย่างถือวิสาสะ

 

รู้มั้ยว่าตอนนี้ผมน่ะกำลังรู้สึกเหนื่อย…

 

มากๆเลยล่ะ…

 

 

“ขออยู่แบบนี้สักพักนะครับ”จากที่โวยวายจะดันตัวผมออกก็นิ่งค้างไปเมื่อผมซุกใบหน้าลงที่ไหล่ของเธอแล้วกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น

 

ถึงผมจะทำตัวลอยไปลอยมาแบบนั้นแต่จริงๆผมเองก็อยากได้ใครสักคนที่คอยปลอบประโลมผมยามที่หมดกำลังใจ

 

เหมือนอย่างที่เธอทำอยู่ตอนนี้

 

“โอ๋ๆนะคะอาจารย์”มือบางตบเบาๆที่แผ่นหลังปลอบใจแล้วปล่อยให้ผมกอดเธออยู่อย่างนั้น

 

 

 

ตึกตัก…

 

อาจเป็นเพราะร่างกายกำลังแนบชิดทำให้ผมรับรู้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่กำลังเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ

 

จนผมต้องคลายอ้อมกอดออกก่อนที่เลือดกำเดาของเธอจะไหล

 

“กอดพอแล้ว ฉ…ฉันไปนะคะ”เธอพูดออกมาเสียงตะกุตะกะพร้อมกับใบหน้าหวานที่กำลังขึ้นสีจนผมที่เป็นต้นเหตุอมยิ้มให้กับท่าทีของเธอ

 

แบบนี้ค่อยมีแรงไปอัดคนแก่หน่อย…

 

“มัวแต่เขินแบบนั้นระวังจะตกบันไดนะครับ”เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเดินขึ้นบันไดทั้งที่ขาสั่นบ่นอะไรงึมงำคนเดียวก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยแซวออกไป

 

“ไม่ได้เขินสักหน่อย! รีบๆไปประชุมได้แล้วค่ะ!”แม้จะหน้าแดงลามไปถึงหูแล้วแต่ก็ยังคงปากแข็งหันมาว่าให้ผมก่อนจะกระทืบเท้าปึงปังขึ้นไปจนลับสายตา

 

“ปากแข็งแบบนี้ต้องทำยังไงถึงจะยอมรับความรู้สึกตัวเองกันน้า~”พอส่งนักเรียนทั้งสองคนเรียบร้อยก็เดินผิวปากออกมาอย่างสบายใจแล้วยกนาฬิกาขึ้นมาดู

 

ถ้านั่งรถก็คงจะสายไปอีกสองชั่วโมง

 

“ถึงตอนนั้นผมพวกผู้เฒ่าคงได้ร่วงหมดหัวแน่”แต่ถึงจะอยากให้เป็นอย่างนั้นแค่ไหนผมก็คงไปสายกว่านี้ไม่ได้เพราะหัวข้อที่จะประชุมในคราวนี้มันค่อนข้างสำคัญ

 

ถอนหงอกแค่พอหอมปากหอมคอแล้วกันวันนี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตึก…ตึก…ตึก…

 

เสียงรองเท้ากระทบกับพื้นไม้ดังขึ้นเป็นจังหวะขณะที่ผมกำลังก้าวเดินเข้ามายังสถานทีประชุมลับของพวกผู้อาวุโส

 

“ย…ยังเข้าไปตอนนี้ไม่ได้นะคะ”

 

โดยมีพวกน่ารำคาญพากันวิ่งเข้ามาห้ามผมไม่ให้เข้าไปยังห้องด้านใน

 

 

ปัง!!

 

“ผมร่วงกันหมดรึยังครับ~

 

“มาช้าจริง เป็นเด็กที่ไม่รู้จักมารยาทเอาซะเลยนะ”หญิงชราที่นั่งอยู่ด้านขวาทักขึ้นทันทีที่เห็นผมเปิดประตูเข้ามาโดยไม่สนใจคนที่กำลังวิ่งตามมาห้ามไม่ให้ผมได้ก่อเรื่องตามใจชอบ

 

“แก่จะลงโลงอยู่แล้วยังต้องให้ผมพูดแบบสุภาพอยู่อีกหรอ? รีบๆพูดธุระมาตอนผมกำลังอารมณ์ดีจะดีกว่านะครับ”

 

“จะเกินไปแล้วนะ!!”

 

“โดนพูดจี้ใจดำเหยียดหยามยศถาบรรดาศักดิ์จอมปลอมนั่นแล้วก็ดิ้นเป็นหนอดเลยนะครับ~

 

ผมยกยิ้มยียวนไม่สนใจคนที่กำลังโวยวายเดินมาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้แล้ววางรายงานที่เตรียมมาลงบนโต๊ะ

 

“พอแค่นั้นแหละ มาครบแล้วจะได้เริ่มประชุมกันสักที”หนึ่งในผู้อาวุโสว่าขึ้นแล้วเริ่มซักถามรายงานของแต่ละคนว่าได้ไปทำอะไรที่ไหนยังไงเมื่อไหร่

 

ตอนที่ผนึกนั่นถูกขโมยไป

 

แต่สอบสวนกันไปได้ไม่ทันไรทั้งห้องประชุมก็ดูวุ่นวายผู้คนมากมายเถียงกันไปมาจนผมเริ่มจะรู้สึกปวดหัวกับคำพูดเหล่านั้น

 

 

 

“ซาโตรุแกน่ะน่าสงสัยที่สุด เด็กที่แกเก็บมาเลี้ยงนั่นสมควรจะโดนผนึก!”

 

 

“ใช่ การที่เลือดเปลี่ยนเป็นผลึกได้แบบนั้นไม่ต่างอะไรจากคำสาปเลยสักนิด”

 

 

“จะบอกว่าเหมือนตระกูลคาโม่ก็ไม่ได้จะแก้ตัวยังไงล่ะ ซาโตรุ?”

 

 

 

ตึง!!

 

“อ่า…ตีโพยตีพายไปไหนกันครับ?”ผมยืนขึ้นก่อนจะยันเก้าอี้ที่นั่งอยู่ล้มคว่ำไปแล้วถอนหายใจทำให้เสียงคนมากมายที่กำลังแย่งกันพูดเงียบลง

 

ตั้งใจจะโยนเรื่องมาให้ผมล่ะสิ

 

ฝันไปเถอะ…ไอพวกหัวหงอก

 

“รายงานก็บอกไปแล้ว ส่วนเรื่องขโมยผนึกผมจำเป็นต้องทำแบบนั้นด้วยหรอครับ? ทั้งที่รวมหัวกันขนาดนี้ยังมาแย่งไปจากผมไม่ได้เลยแท้ๆ…”

 

“พูดเรื่องอะไรซาโตรุ!อย่ามาพูดพล่อยๆนะ!!”ผู้อาวุโสฝั่งซ้ายตะโกนขัดขึ้นจนผมที่กำลังพูดอยู่เลิกคิ้วมอง

 

“งั้นช่วยบอกเหตุผมที่ผมจะต้องขโมยผนึกเวรนั่นเพื่อที่จะไม่ต้องให้พวกคุณขังลืมยูมะหน่อยสิครับ”

 

ผมเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดอยู่ที่ด้านหลังเก้าอี้ของอีกฝ่ายแล้วโน้มตัวลงไปเค้นคำตอบ

 

“หยุดทำตัวคุกคามแบบนั้นได้แล้ว”

 

“ผมทำแบบนั้นหรอครับ? ก็แค่อยากได้ยินคำตอบชัดๆเท่านั้นเอง”ได้ยินแบบนั้นผมก็ยักไหล่ก่อนจะถอยตัวออกมาแล้วหันไปมองทางต้นเสียง

 

“ไอเด็กเวรเอ้ย”คนที่กลัวผมจนเหงื่อท่วมตัวสบถออกมาก่อนผมจะเดินมาคว้าเก้าอี้ที่ยันไปกลับมาตั้งไว้ที่เดิม

 

“พาดหัวข้อซะน่าสนใจแต่ทำไมพอมาประชุมแล้วกลายเป็นเรื่องไร้สาระได้นะ~

 

ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบปล่อยผมให้เก็บเอกสารแล้วบ่นอยู่คนเดียวแบบนั้น

 

“คราวหน้าถ้าจะเรียกกันมากระทันหันแบบนี้ขอเป็นอะไรที่น่าสนใจกว่านี้นะครับ”เก็บเอกสารเสร็จผมก็เดินออกจากห้องไปท่ามกลางสายตาของสภาผู้อาวุโส

 

ทำเป็นปากดีกันจริงๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ทั้งที่ในพวกของตัวของเองมีคนทรยศอยู่แท้ๆ

 

 

 

 

______________________________

 

วันนี้พาน้องมาลองลายเส้นใหม่ค่าาา อาจจะลองไปสักพักรู้สึกแปลกๆตรงไหนก็ติชมกันได้เพราะที่จริงไรท์ตั้งใจจะพัฒนางานเขียนไปพร้อมกับงานวาด

 

แต่เหมือนว่างานวาดจะไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าไหร่ไรท์วาดเองก็ไม่ค่อยแน่ใจแต่ถ้าใครอยากติชมหรือมีวิธีการโปรโมทงาดวาดก็เม้นบอกไรท์ทีนะคะลองมาหลายทางมากแต่ก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่

 

เลยมีท้อบ้างนิดหน่อยแต่ก็จะไม่หยุดวาดหรือหยุดเขียนนะคะแค่มาบ่นกับขอคำแนะนำเฉยๆ55555

 

แปะช่องทางติดตามงานวาดค่ะ เผื่อมีคนสนใจ แหะๆ

https://twitter.com/DfixhGol

 

 

ปล.เพลงถ้าไปหาแบบแปลดูในยูทูบจะอินหนักมากลองดูนะคะ

https://youtube.com/watch?v=CI4Bns9rb3k&feature=share

 

อ้อแล้วก็ เมื่อวานเห็นแท็กในทวิตว่าเป็นวันครบรอบวันตายของคุณเกะโทเขา แต่ไรท์ไม่มั่นใจว่าเขาตายจริงๆหรือแค่โดนยึดร่างไปเลยไม่ได้วาดรูปมาแปะให้นะคะ

 

แต่ยังไงวันนี้เอาเป็นว่า

 

 

 

Merry Christmas นะคะทุกคน

ไม่มีคำอธิบาย

เจอกันตอนต่อไปงับ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 267 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

672 ความคิดเห็น

  1. #493 kill-taehyun-exo (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 มกราคม 2564 / 08:34
    สนุกมากเลยค่ะ ลายเส้นสวยจังง
    #493
    1
    • #493-1 -BW-(จากตอนที่ 21)
      23 มกราคม 2564 / 13:19
      งืออ ขอบคุณมากๆเลยนะคะ
      #493-1
  2. #386 CATFISH SWAII (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2563 / 10:53
    สนุกมากเลยค่ะอุแงง งานอาร์ตก็ดีมากๆๆๆ รู้สึกว่าได้เห็นตัวละครชัดแถมยังเข้าถึงเนื้อหามากขึ้นค่ะะะ ชอบมากๆๆๆๆๆ รีบกลับมานะคะะ เรารอออยู่งับบบ จะติดตามผลงานนะค้าาา💕💕💕💕
    #386
    2
    • #386-1 -BW-(จากตอนที่ 21)
      1 มกราคม 2564 / 23:21
      ขอบคุณนะคะ มาตอแล้วน้า💕
      #386-1
    • #386-2 CATFISH SWAII(จากตอนที่ 21)
      1 มกราคม 2564 / 23:23
      แง่งงงขอบคุณค่าาา💕💕💕🥺🥺
      #386-2
  3. #383 YanisaPromin (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2563 / 13:14
    merry Christmas นะค้าาา(≧▽≦)
    มาต่อเร็วๆน้า สนุกมากๆเลยคะ!!!
    #383
    1
    • #383-1 -BW-(จากตอนที่ 21)
      1 มกราคม 2564 / 23:20
      ขอบคุณค้าบ มาต่อแล้วเน้อ
      #383-1
  4. #381 maneeratkc101 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2563 / 19:43
    ลายเส้นนี้สวยมากๆๆๆๆๆๆค่ะไรท์ พัฒนาต่อไปนะคะ!
    #381
    1
    • #381-1 -BW-(จากตอนที่ 21)
      28 ธันวาคม 2563 / 18:53
      ขอบคุณที่ให้กำลังใจนะคะ จะพัฒนาต่อไปค่ะ!!
      #381-1
  5. #380 maneeratkc101 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2563 / 19:41

    โอ้ยเขินสนสสภนพรรำำรำรภคค
    #380
    1
    • #380-1 -BW-(จากตอนที่ 21)
      28 ธันวาคม 2563 / 18:52
      เขินเหมือนกันค่ะ55555
      #380-1
  6. #377 Pupe' (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2563 / 20:29
    หวานกันอีกล่ะ
    #377
    2
    • #377-1 -BW-(จากตอนที่ 21)
      27 ธันวาคม 2563 / 18:27
      ไม่ชอบหวานๆหรอคะ ;^;
      #377-1
    • #377-2 Pupe'(จากตอนที่ 21)
      27 ธันวาคม 2563 / 18:29
      เปล่าาาาา บางทีมันก็อิจฉาค่ะ55555
      #377-2
  7. #375 minxxix (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2563 / 07:15
    ภาพสวยแบบมากๆๆๆๆๆ
    #375
    1
    • #375-1 -BW-(จากตอนที่ 21)
      27 ธันวาคม 2563 / 18:26
      ขอบคุณมากๆเลยงับ😍
      #375-1
  8. #374 exofan_cream (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2563 / 00:58
    เราว่าเนื้อเรื่องกำลังโอเคค่ะ มีคำผิดบ้างเล็กน้อย ส่วนงานอาร์ตดีมากกกกกกค่ะ เราชอบมาก แบบว่ามันทำให้เราเห็นภาพมากขึ้น //ยังไงก็
    merry christmas ย้อนหลังนะคะไรท์
    #374
    1
    • #374-1 -BW-(จากตอนที่ 21)
      27 ธันวาคม 2563 / 18:25
      ขอบคุณสำหรับคำติชมนะคะ จะพัฒนาต่อไปค่ะ😍
      #374-1
  9. #373 Afradear (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2563 / 00:49
    ไรท์วาดสวยมากเลยนะคะ
    #373
    1
    • #373-1 -BW-(จากตอนที่ 21)
      27 ธันวาคม 2563 / 18:24
      ขอบคุณมากๆเลยค่ะ
      #373-1
  10. #372 BLOODY BABY (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 22:42
    สวยอะ.
    #372
    1
    • #372-1 -BW-(จากตอนที่ 21)
      27 ธันวาคม 2563 / 18:24
      ขอบคุณงับ
      #372-1
  11. #371 Ally Jang (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 22:41

    ชอบคู่นี้มากเลย
    #371
    1
    • #371-1 -BW-(จากตอนที่ 21)
      27 ธันวาคม 2563 / 18:23
      งุ้ยยย
      #371-1
  12. #370 ReynaReborn (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 20:57

    พอได้อ่านในมุมของอาจารย์ก็แอบสงสารที่ยูมะเอาแต่ปฏิเสธเหมือนกันนะเนี่ย แต่เวลาน้องเขิลมันน่ารักดีเราให้อภัย55
    //Merry Christmas นะคะ//
    #370
    1
    • #370-1 -BW-(จากตอนที่ 21)
      25 ธันวาคม 2563 / 22:00
      55555น้องปากแข็งค่ะอาจจะใช้เวลานิสนุง
      #370-1
  13. #369 ArpapornSuksawat (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 19:54
    Merry Christmas ค่ะคูมไรท์ มีความสุขเยอะ ๆ นะคะ ~
    #369
    1
    • #369-1 -BW-(จากตอนที่ 21)
      25 ธันวาคม 2563 / 19:56
      ขอบคุณค้าบ
      #369-1
  14. #368 GD_GG (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 19:48
    เกะโทจริงๆตายแล้วค่ะ แต่ที่เห็นถึงจนคือมีปีศาจเข้ามาสิงร่างจองเกะโทอีกทีค่ะ
    #368
    1
    • #368-1 -BW-(จากตอนที่ 21)
      25 ธันวาคม 2563 / 19:55
      สรุปตายแล้วจริงๆหรอคะ ไรท์เห็นตอนก่อนอาจารย์จะโดนผนึกจารย์บอกว่าทำไมปล่อยให้คนอื่นเอาร่างไปทำตามใจชอบแล้วมือขวาของคุณเกะโทก็มาบีบคอตัวเองไรท์เลยนึกว่าเขายังไม่ตาย แหะ
      #368-1