คำสาปรักในรอยทราย

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 786 Views

  • 0 Comments

  • 13 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    26

    Overall
    786

ตอนที่ 2 : บทที่ 1 คนละฝ่ายกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 107
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    4 ธ.ค. 61

รุ่งเช้าอุสมานเดินลงบันไดมาชั้นล่างด้วยท่าทางอิดโรย สีหน้าดูเซียวๆ ขอบตาเริ่มดำคล้ำบ่งบอกได้ดีว่าเจ้าตัวคงอดนอนมาหลายคืน ชายหนุ่มเดินไปยังห้องอาหารซึ่งมีมารดา น้องชายและน้องสาวนั่งรออยู่ก่อนแล้ว เขาทักทายทุกคนด้วยน้ำเสียงเนือยๆ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตรงหัวมุมของโต๊ะอาหาร

ดูท่าทางลูกเพลียๆ นะอุสมาน ช่วงนี้งานมากหรือจ๊ะ ซาลิม่าผู้เป็นมารดาสอบถามบุตรชายคนโตด้วยความห่วงใย

ก็นิดหน่อยครับแม่ อุสมานตอบพลางยกแก้วกาแฟลายสวยขึ้นจิบทีละนิดๆ ก่อนคว้าขนมปังปิ้งในจานตรงหน้ามากัดกินไปด้วย อาหารเช้าทุกมื้อของชายหนุ่มจะมีแค่กาแฟดำหนึ่งแก้วและขนมปังปิ้งสองแผ่นเท่านั้น

นิดหน่อยอะไรกันคะ อาการของพี่เหมือนคนอดนอนมาหลายคืนเลยแต่เอ...ถ้างานมากจริงทำไมพี่ฟาเดลถึงยังหน้าใสปิ๊งอยู่แบบนี้ล่ะคะ ไม่เห็นมีอาการเหมือนพี่อุสมานเลย อะติฟาน้องสาวคนสุดท้องที่เพิ่งมีอายุได้เพียงแค่สิบหกปีเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัยแต่ก็ไม่วายจิกกัดพี่ชายคนรองไปด้วย

ฟาเดลที่นั่งอยู่ข้างๆ จึงเอื้อมมือมาหยิกแก้มป่องๆ ของน้องสาวอย่างมันเขี้ยวแล้วหันไปถามพี่ชายที่แม้จะมีอายุห่างจากเขาเพียงแค่หนึ่งปีเท่านั้นแต่เขาก็รักและเคารพพี่ชายคนนี้มากอย่างเป็นห่วงระคนกังวล

พี่ฝันร้ายอีกแล้วใช่มั้ยครับ

คำถามของฟาเดลทำเอาห้องทั้งห้องเกิดความเงียบขึ้นทันที แล้วทุกสายตาก็ต่างจับจ้องไปยังอุสมานเขม็งก่อนผู้เป็นมารดาจะเอ่ยถามเสียงสั่นเครือ

ใช่มั้ยลูก

อุสมานทาบฝ่ามือลงบนหลังมืออันเหี่ยวย่นของมารดา เขายิ้มให้ท่านน้อยๆ พลางตอบด้วยน้ำเสียงที่แจ่มใสขึ้นกว่าเดิมเพราะไม่อยากให้ท่านเป็นกังวล

ครับ แต่แม่ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับมันก็แค่ความฝันเท่านั้น

อย่าปลอบใจแม่เลย ลูกก็รู้ดีว่ามันไม่ใช่แค่ความฝันซาลิม่าชักมือออกแล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋ากระโปรงออกมาซับน้ำตา

อุสมานปรายตามองไปทางน้องชายอย่างคาดโทษที่ดันพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูดออกมา ฟาเดลเองก็รู้ตัวว่าผิดจึงส่งยิ้มขอลุแก่โทษมาให้พี่ชาย

อุสมาน...ลูกฝันแบบนี้บ่อยมั้ย แล้วเริ่มมีอาการอะไรแปลกๆ บ้างหรือเปล่า ถ้ามีอะไรลูกต้องรีบบอกแม่เลยนะเข้าใจมั้ย

ครับๆ ผมจะรีบบอกแม่ทันทีเลย แต่ตอนนี้แม่อย่าเพิ่งคิดอะไรมากเลยนะครับ อุสมานรีบรับปากเมื่อเห็นท่าทางหวั่นวิตกของมารดา ชายหนุ่มไม่อยากพูดเรื่องนี้อีกจึงตัดบทไปเสีย นี่ก็สายมากแล้ว ผมขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ

ระวังตัวด้วยนะลูก ซาลิม่ายังไม่เลิกห่วงใยและคงไม่มีวันเลิกได้ด้วยถ้าตราบใดสิ่งร้ายๆ ยังไม่ถูกทำลายให้สูญสิ้นไปซะที หัวอกคนเป็นแม่คงไม่มีวันมีความสุขได้ในเมื่อเหตุร้ายกำลังจะเกิดขึ้นกับบุตรชายสุดที่รักเช่นนี้

อุสมานยิ้มรับแล้วเดินออกจากห้องอาหารไป ด้านฟาเดลก็เข้ามากอดมารดาพร้อมกับเอ่ยลาไปทำงานด้วยอีกคน ซาลิม่ายืนมองส่งลูกชายด้วยความเป็นห่วงโดยมีบุตรสาวคนเล็กคอยโอบประคองร่างท่านเอาไว้ หญิงสูงวัยถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างกลัดกลุ้มระคนทุกข์ใจ หัวใจของผู้เป็นแม่กลัดหนองและพร้อมที่จะแหลกสลายได้ทุกวินาทีหากบุตรชายอันเป็นที่รักเป็นอะไรไป

ไม่ได้เด็ดขาด! ท่านจะไม่ยอมอยู่เฉยๆ รอให้เวลานั้นมาถึงหรอกเพราะท่านจะไม่ยอมสูญเสียอะไรไปอีกแล้ว! ซาลิม่าประกาศก้องอยู่ภายในใจด้วยความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว

 

ก๊อก ก๊อก

เข้ามา สิ้นเสียงทุ้มห้าวเอ่ยอนุญาต ประตูห้องทำงานของประธานบริษัทจามินราไดมอนก็ถูกเปิดเข้ามาด้วยฝีมือของเอร่า เลขาสาวโสดวัยสี่สิบปี

คุณฮัดซามาแล้วค่ะบอส

เชิญเข้ามาได้

เพียงสิ้นเสียงอนุญาตของอุสมานผู้ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานกรรมการใหญ่ของบริษัทจามินราไดมอนนั้น ร่างของฮัดซาก็ปรากฏขึ้นที่หน้าประตูก่อนจะเดินเข้ามานั่งลงบนเก้าอี้ที่ตั้งอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของผู้เป็นนายใหญ่ ฮัดซาเป็นชายรูปร่างเตี้ยหุ่นท้วม ใบหน้ามีหนวดเคราหนาอย่างที่ผู้ชายมีอายุส่วนใหญ่ในประเทศแถบทะเลทรายนิยมไว้กัน เขาเป็นผู้จัดการแผนกการตลาดของบริษัทมานานและมีความซื่อสัตย์มากคนหนึ่ง

นี่ครับ ผลประกอบการของไตรมาสที่สอง ฮัดซายื่นแฟ้มรายงานยอดขายให้กับผู้เป็นนายด้วยสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก

เกิดอะไรขึ้น ทำไมยอดขายไตรมาสที่สองถึงได้ลดลงกว่ายอดของไตรมาสแรกเกือบครึ่งแบบนี้ อุสมานถามเสียงเครียดเพราะนี่มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลยเนื่องจากผลประกอบการไตรมาสที่แล้วบริษัทจามินราสามารถทำกำไรได้ถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์เลยทีเดียวแต่พอมาไตรมาสที่สองผลกำไรกลับลดลงไปเกือบครึ่งหนึ่งแบบนี้

ลูกค้าประจำของเรายังคงไว้วางใจสั่งซื้อสินค้าของเราอยู่ครับบอส แต่พวกลูกค้าขาจรทั้งหลายตอนนี้เทใจไปให้บริษัทคู่แข่งของเราเกือบหมดแล้วจึงทำให้ยอดขายไตรมาสนี้ของเราตกลงมากครับ ฮัดซาอธิบาย

คู่แข่ง? บริษัทไหน

เอชแอลไดมอนครับ

หืม? บริษัทของคุณฮาลิมน่ะเหรอ อุสมานถามกลับด้วยความประหลาดใจเพราะแต่ไหนแต่ไรมาบริษัทของฮาลิมไม่เคยเอาชนะบริษัทของเขาได้เลย ตลอดเวลาที่ผ่านมาชายหนุ่มทราบว่าผลประกอบการของบริษัทเอชแอลไดมอนมักติดลบอยู่เสมอ ซึ่งสาเหตุใหญ่ที่บริษัทของฮาลิมไม่ประสบความสำเร็จเกี่ยวกับยอดขายเท่าที่ควรนั้นเป็นเพราะรูปทรงของเครื่องประดับที่ผลิตออกมาไม่ค่อยสวยงามเท่าไร บางชิ้นนั้นใหญ่เทอะทะเกินไปและบางชิ้นก็มองไม่ออกว่าผู้ออกแบบต้องการสื่อถึงอะไรกันแน่

ลูกค้าบางคนเลือกซื้อเครื่องประดับโดยเฉพาะเพชรนั้นมักมาจากความชอบและรูปทรงของเครื่องประดับ และอาจรวมไปถึงความหมายของรูปแบบของเครื่องประดับด้วยก็ได้ อย่างเช่นเมื่อปีที่แล้วบริษัทของเขาประสบความสำเร็จต่อการออกแบบชุดเครื่องเพชรที่มีชื่อว่า ดวงดาวที่เปล่งประกายอยู่บนท้องฟ้าในยามค่ำคืน เป็นอย่างมาก เพราะนอกจากรูปทรงที่สวยงามแล้วความหมายที่ผู้ออกแบบให้นิยามไว้ก็สร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าเป็นอย่างมากโดยเฉพาะลูกค้าวัยสาวๆ เพราะความหมายของมันก็คือผู้ที่ได้ครอบครองเครื่องเพชรชุดนี้เปรียบเสมือนดวงดาวที่กำลังเปล่งแสงอันเจิดจ้าอยู่บนท้องฟ้า ซึ่งมีคุณค่าอย่างหาที่เปรียบไม่ได้นั่นเอง

ใช่ครับ ฮัดซาพยักหน้ารับ เขาเองก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันแต่ข้อมูลที่ได้รับมานั้นก็จำเป็นต้องเชื่อ

แล้วคุณรู้หรือยังว่ามันเป็นเพราะสาเหตุใด

ทราบแล้วครับ เมื่อสองเดือนก่อนบริษัทเอชแอลไดมอนได้รับพนักงานออกแบบมาใหม่คนหนึ่ง เธอเป็นผู้หญิงชาวเอเชียแต่ฝีมือเรื่องการออกแบบกลับไม่ธรรมดาเลย เพราะผลงานของเธอเคยได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศมาแล้วครับ

อย่างนั้นเหรอ อุสมานพึมพำออกมา ท่าทางของเขาบ่งบอกว่ากำลังใช้ความคิดอย่างมากเลยทีเดียว

การที่ลูกค้าแห่ไปซื้อเครื่องเพชรคอลเลคชั่นใหม่ของบริษัทเอชแอลไดมอนก็มาจากฝีมือการออกแบบของเธอคนนี้นี่แหละครับ เท่าที่ผมได้สอบถามจากลูกค้าบางรายเขาบอกว่าเครื่องเพชรคอลเลคชั่นใหม่นี้มีรูปทรงสวยงามอ่อนช้อย ลวดลายนั้นดูแปลกตาดีแต่งดงามจนน่าซื้อเก็บไว้ครับ

ถ้าจะไม่ธรรมดาซะแล้วสิ

ใช่ครับ ถ้าขืนยังเป็นแบบนี้อยู่ต่อไปเราจะเสียลูกค้าประจำไปด้วยนะครับ

อุสมานพยักหน้าอย่างเห็นด้วยก่อนจะเอ่ยออกมา

เราคงต้องเรียกประชุมทุกฝ่ายโดยด่วนเพื่อหาทางออกในเรื่องนี้ เอาล่ะ คุณกลับไปทำงานเถอะ แล้วถ้าคุณมีข้อเสนออะไรดีๆ ที่จะกระตุ้นยอดขายของเราได้ก็เสนอในที่ประชุมได้เลยนะ ส่วนวันประชุมผมจะให้เลขาแจ้งให้ทราบอีกทีหนึ่ง

ครับ งั้นผมขอตัวกลับไปทำงานก่อนนะครับฮัดซาเอ่ยขอตัวก่อนจะลุกเดินออกจากห้องทำงานไป

ทายาทของจามินราถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความกลัดกลุ้ม แม้ยอดขายที่ลดลงไปไม่อาจทำให้บริษัทอัญมณียักษ์ใหญ่ของประเทศบาราคาห์อย่างจามินราไดมอนล้มลงได้แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าจะไม่สะเทือนเลย เพราะหากปล่อยให้เรื้อรังต่อไปในอนาคตข้างหน้าอาจเสียลูกค้าประจำไปอย่างถาวรก็เป็นได้ ฉะนั้นเขาจะต้องเร่งแก้ไขในเรื่องนี้โดยด่วนที่สุด

ชายหนุ่มนั่งจมอยู่กับความคิดอยู่นานก่อนจะกดอินเตอร์คอมสั่งให้เลขาสาวเรียกบอดี้การ์ดทั้งสองคนของเขาเข้ามาพบในห้อง ซึ่งเพียงไม่ถึงนาทีคนที่เขาต้องการพบก็มาถึง

เจ้านายมีอะไรจะให้ผมสองคนรับใช้หรือครับ รีมเป็นคนเอ่ยถาม ส่วนบาห์จะที่ยืนอยู่ข้างๆ นั้นปิดปากเงียบรอฟังคำสั่งอย่างเดียว ทั้งสองคนเป็นคนสนิทของอุสมาน ติดตามรับใช้ผู้เป็นนายมาตั้งแต่เด็กจึงรู้ใจกันเป็นอย่างดี รีมกับบาห์จะเป็นเด็กกำพร้าที่เร่ร่อนไปเรื่อยจนได้มาเจอกับพ่อของอุสมานที่มีจิตใจเมตตาสูง พวกเขาจึงได้มาติดตามดูแลอุสมานจนถึงทุกวันนี้

ฉันอยากให้นายสองคนไปสืบประวัติพนักงานออกแบบหญิงคนใหม่ของบริษัทเอชแอลไดมอน ขอแบบด่วนที่สุดนะ

ได้ครับ รีมรับคำสั่งแล้วเดินจากไปพร้อมกับบาห์จะทั้งที่ทั้งสองคนไม่ได้มีข้อมูลอะไรมากเกี่ยวกับคนที่เจ้านายให้ไปสืบมาเลยแต่ถึงกระนั้นก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรสำหรับพวกเขาสองคน

 

บริษัทเอชแอลไดมอน ในแผนกออกแบบเครื่องประดับ หญิงสาวร่างบอบบางทว่าหุ่นสูงโปร่งราวกับนางแบบกำลังนั่งชื่นชมในผลงานของตนเองที่สามารถทำยอดขายให้แก่บริษัทได้อย่างถล่มทลายจนแทบไม่น่าเชื่อ สมแล้วที่เธออดตาหลับขับตานอนมาหลายอาทิตย์ เรียกได้ว่าใส่ใจทุกขั้นตอนแม้กระทั่งเข้าไปดูถึงขั้นตอนการผลิตจนทุกอย่างออกมาโดยสมบูรณ์อย่างที่ต้องการ

ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานชิ้นแรกนับตั้งแต่เนตรนภา ฮาคุมาจิหรือที่เพื่อนร่วมงานเรียกกันว่าแนนนี่เพราะง่ายต่อการออกเสียงได้ย่างก้าวเข้ามาทำงานในบริษัทแห่งนี้ บริษัทที่เปิดโอกาสให้กับคนรุ่นใหม่ไฟแรงที่ยังมีประสบการณ์ไม่มากนักอย่างเธอได้เข้ามาทำงานอย่างจริงจัง ดังนั้นหญิงสาวจึงตั้งใจกับงานอย่างเต็มที่ เพราะหวังจะแสดงฝีมือให้ทุกคนได้เห็นและมันก็ประสบความสำเร็จเกินคาดเลยทีเดียว

ที่สำคัญตอนนี้ทุกคนในแผนกต่างยอมรับในตัวเธอมากขึ้น และไว้วางใจที่จะมอบหมายงานสำคัญๆ ให้รับผิดชอบรวมถึงให้เธอได้แสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่อีกด้วย เนตรนภาหัวเราะเบาๆ อย่างมีความสุขเพราะอนาคตทางด้านการงานของเธอกำลังไปได้สวย หญิงสาวนึกถึงช่วงเวลาก่อนที่จะเข้ามาทำงานที่นี่ ตอนนั้นเธอยังเป็นแค่นักศึกษาจบใหม่ที่ยังเตะฝุ่นอยู่เลย เธอจบมาได้เกือบปีแล้วแต่ก็ยังหางานทำไม่ได้เพราะบริษัทที่ไปสมัครล้วนแล้วแต่อยากได้คนมีประสบการณ์ทั้งนั้นแม้เธอจะมีใบประกาศตำแหน่งชนะเลิศการออกแบบอัญมณีระดับประเทศเป็นใบเบิกทางก็ตาม

เนตรนภาเดินเตร่ๆ หางานอยู่หลายเดือนจนกระทั่งได้รับการติดต่อจากบริษัทเอชแอลไดมอนซึ่งเป็นบริษัทที่เธอเคยกรอกใบสมัครงานทางออนไลน์ทิ้งเอาไว้ หญิงสาวจำได้ว่าตื่นเต้นมากแค่ไหนและรีบนำเรื่องนี้ไปปรึกษาบิดามารดาทันที

พูดตรงๆ เลยนะ พ่อไม่อยากให้หนูไปยูจิโร่ ผู้เป็นบิดาของเธอตอบออกมาตรงๆ ท่านเป็นชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยจนกระทั่งพบรักกับบุษบาผู้เป็นมารดาของเธอ ท่านจึงปักหลักทำงานอยู่ที่เมืองไทยไม่กลับญี่ปุ่นอีกเลย ท่านทำงานเป็นอาจารย์สอนด้านภาษาญี่ปุ่นอยู่ที่มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งของประเทศ ส่วนภรรยาก็รับราชการเป็นครูอยู่ในโรงเรียนแถวๆ กรุงเทพฯ เช่นกัน

แม่เองก็คิดเหมือนพ่อ

ทำไมล่ะคะเธอจำได้ว่าถามออกไปด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอดเพราะอารมณ์ตอนนั้นอยากทำงานเต็มแก่

มันไกลเกินไป ต้องเดินทางไปอยู่ต่างบ้านต่างเมืองมันลำบากหลายๆ อย่างไม่สะดวกสบายเหมือนทำงานอยู่บ้านเราหรอกลูก อีกอย่างพ่อเป็นห่วงเหลือเกิน ประเทศแถบทะเลทรายเดี๋ยวนี้สู้รบกันบ่อย มีพวกผู้ก่อการร้ายแฝงตัวอยู่มาก

โธ่...พ่อขา ประเทศที่หนูจะไปทำงานน่ะไม่มีเรื่องพวกนี้หรอกค่ะ บาราคาห์เป็นประเทศเล็กๆ ที่สงบสุข ประเทศเขาเปิดกว้างเรื่องวัฒนธรรมพอสมควรเพราะเริ่มมีคนหลายเชื้อชาติเข้าไปอยู่อาศัยและทำงานบ้าง ถ้าเราไม่ทำอะไรผิดตามที่เขากำหนดไว้ก็ไม่มีเรื่องเลวร้ายอะไรหรอกค่ะหญิงสาวอธิบายพลางเดินไปคุกเข่าลงใกล้ๆ กับบิดาแล้วเกาะขาท่านอย่างประจบประแจง

พูดแบบนี้แสดงว่าตัดสินใจแน่แล้วใช่มั้ยว่าจะไปบิดาถามยิ้มๆ

ก็...ค่ะ หนูอยากลองดูค่ะพ่อ

แม่ไม่อยากให้ไปเลยผู้เป็นมารดาบอกเสียงเครียดเพราะไม่อยากให้ลูกสาวคนเดียวต้องไปทำงานไกลหูไกลตาเนื่องจากเป็นห่วง ไปแล้วก็อดเป็นห่วงไม่ได้ หนูเป็นผู้หญิงไปอยู่คนเดียวแบบนี้แถมยังอยู่ต่างบ้านต่างเมืองอีกมันอันตราย ไหนจะเรื่องอาหารการกินอีกไม่รู้จะถูกปากหรือเปล่าบุษบาร่ายยาวเป็นหางว่าว สองพ่อลูกมองหน้ากันยิ้มๆ ก่อนลูกสาวจะเดินไปนั่งลงบนโซฟาหวายตัวเดียวกับมารดาแล้วกอดท่านไว้

ถ้าหนูไม่ไปหนูก็ไม่โตไม่รู้จักรับผิดชอบชีวิตของตัวเองสักทีน่ะสิคะแม่ ให้โอกาสหนูได้ลองดูนะคะแม่ หนูสัญญาว่าถ้ามันไม่เวิร์กจริงๆ หนูจะรีบลาออกแล้วกลับมาหางานทำที่ไทยทันทีเลยค่ะ น้า...นะคะแม่...นะๆๆ ให้หนูไปน้า...เธอออดอ้อนท่านราวกับลูกแมวเหมียว

คุณว่าไงล่ะคะเมื่อทนลูกอ้อนของลูกสาวไม่ได้บุษบาก็หันไปถามสามี ยกหน้าที่ให้เขาตัดสินใจแทน เนตรนภาจึงหันไปมองหน้าบิดาอย่างมีความหวัง ดวงตาหวานมีประกายเจิดจ้า

ถ้าลูกสาวเราอยากไปมากขนาดนี้ก็...ตามใจแล้วกันยูจิโร่ตัดสินใจในที่สุด แม้เขาจะห่วงบุตรสาวเพียงใดแต่เพื่อให้เนตรนภาได้ทำงานตามความฝันของตนเองเขาก็ต้องสนับสนุน

เย้ๆๆ ขอบคุณค่ะพ่อ ขอบคุณนะคะแม่ รักพ่อกับแม่ที่สุดเลยค่ะเนตรนภาโห่ร้องด้วยความดีใจ ลุกขึ้นเดินไปหอมแก้มบิดาและมารดาฟอดใหญ่ก่อนจะกระโดดโลดเต้นไปมาเหมือนเด็กๆ ท่ามกลางสายตาเอ็นดูของพ่อแม่

หลังจากได้รับอนุญาตแล้วหญิงสาวก็ติดต่อกลับไปทางบริษัททันที จากนั้นก็จัดการเรื่องเอกสารการเดินทางต่างๆ รวมถึงจัดเตรียมข้าวของที่จะเอาไปด้วย ตอนแรกนั้นก็กระตือรือร้นสุดๆ ที่จะได้ไปเผชิญโลกกว้างในต่างแดนทว่าพอถึงเวลาต้องเดินทางเข้าจริงๆ เธอก็อดรู้สึกใจหายพาลไม่อยากไปขึ้นมาเสียดื้อๆ แถมยังเริ่มกลัวไปสารพัดอีกแต่ในที่สุดเธอก็ปรับสภาพจิตใจของตนเองได้

ในวันเดินทางเนตรนภาจำได้ว่าทั้งเธอและมารดาต่างร้องไห้กันหนักมากแค่ไหน ส่วนบิดานั้นแค่ตาแดงๆ น้ำตาคลอเบ้าเท่านั้น หญิงสาวกับครอบครัวไม่เคยแยกจากกันไปไกลและนานขนาดนี้จึงอดใจหายและเป็นห่วงกันไม่ได้ แต่ชีวิตก็ต้องเริ่มต้นหากเธอไม่ลองก้าวออกมาก็คงไม่มีวันที่จะแข็งแกร่งและยืนหยัดด้วยขาของตนเองได้ ซึ่งตอนนี้เธอก็ได้ก้าวสู่บันไดขั้นแรกของชีวิตการทำงานแล้ว และดูเหมือนว่าเธอจะได้กรุยทางเอาไว้อย่างดีแล้วเพราะมองไปข้างหน้าก็เห็นมีแต่ทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบเอาไว้

เนตรนภาคิดอย่างฝันหวาน ดวงตาหวานเคลิบเคลิ้ม เดี๋ยวก็หัวเราะเดี๋ยวก็ยิ้มแก้มแทบปริอยู่คนเดียวเหมือนคนบ้าก็ไม่ปาน

แนนนี่ๆ

เสียงแหลมๆ ของเพื่อนสาวในแผนกดังอยู่ใกล้ๆ หูและลำแขนที่ถูกเขย่าไม่เบาเลยสักนิดทำให้เนตรนภาตื่นจากฝันหวานของตนเอง

ฮะ มีอะไรเหรอแซนด้า หญิงสาวถามเพื่อนร่วมงานด้วยสีหน้าเหลอหลา

มัวฝันกลางวันอะไรอยู่ยะ ได้เวลาเลิกงานแล้วไม่กลับบ้านหรือไง

เนตรนภาหันไปมองทั่วแผนกก็พบว่าทุกคนทยอยกันกลับบ้านจะหมดแล้ว หญิงสาวเลยยิ้มให้เพื่อนอย่างเขินๆ เพราะตนเองมัวฝันจริงๆ

ฉันมัวคิดอะไรเพลินไปหน่อยน่ะ

คืนนี้อย่าเบี้ยวนัดนะยะเพราะมันเป็นงานเลี้ยงของเธอโดยเฉพาะ แซนด้าเตือนเสียงเข้มเพราะเพื่อนสาวชาวเอเชียคนนี้ของเธอไม่ค่อยชอบเรื่องปาร์ตี้สักเท่าไรนัก เพราะเพื่อนคนอื่นชวนไปดื่มหลังเลิกงานทีไรมักจะปฏิเสธทุกที

ไม่เบี้ยวหรอกน่า แต่ความจริงไม่ต้องจัดเลี้ยงอะไรให้ฉันก็ได้นี่นาเนตรนภาเอ่ยอย่างเกรงใจ เรื่องจัดงานเลี้ยงฉลองให้นั้นเธอไม่เคยต้องการเลยเพราะเป็นคนไม่ชอบดื่มและเที่ยวกลางคืนอยู่แล้ว นี่ถ้าไม่ติดว่าบอสใหญ่เป็นคนสั่งจัดงานเลี้ยงให้ละก็ เธอคงเบี้ยวนัดอีกตามเคย

ไม่ได้! เธออุตส่าห์ออกแบบเครื่องเพชรให้กับบริษัทจนมันขายดิบขายดีแซงหน้าบริษัทคู่แข่งอย่างจามินราไดมอนได้ซึ่งน้อยคนมากที่จะทำได้แบบนี้ สำหรับที่นี่มันเป็นเรื่องใหญ่มากเลยนะเพราะฉะนั้นต้องให้เกียรติเธอด้วยการจัดเลี้ยงให้สิ บอสทำถูกแล้ว แซนด้า แม่สาวชาวอังกฤษนักปาร์ตี้ตัวยงบอกเสียงสูง เอาล่ะแม่เบบี๋ ลุกขึ้นกลับบ้านได้แล้วจ้ะ แล้วคืนนี้ก็แต่งตัวให้สวยๆ นะเพราะเธอเป็นแม่งาน สี่ทุ่มตรงเป๊ะฉันจะขับรถไปรับเธอที่หน้าคอนโดฯ โอเค... แซนด้าจัดการรวบรัดแล้วฉุดแขนเพื่อนสาวให้ลุกขึ้นยืนจากนั้นก็ผลักให้เดินออกจากแผนกไปด้วยกัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

0 ความคิดเห็น