ตอนที่ 10 : บทที่ 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 316
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    7 ก.ย. 61

พอกลับมาจากประเทศไทย วันรุ่งขึ้นปาริฉัตรกับชาติชายก็ต้องรีบเข้าบริษัทมาทำงานที่คั่งค้างไว้ต่อเพราะหยุดไปหลายวัน การได้กลับไปเมืองไทยคราวนี้ได้ไปเที่ยวพักผ่อนและได้ไปอยู่ในบรรยากาศที่คุ้นเคยถึงแม้จะไม่ใช่ถิ่นกำเนิดก็ตามทำให้หญิงสาวรู้สึกสดชื่นขึ้นมาก วันนี้เธอจึงอยู่เคลียร์งานกับชายหนุ่มจนดึก

เกือบสี่ทุ่มแล้วเหรอเนี่ย กลับกันเถอะปา เราไม่คิดว่าจะดึกขนาดนี้นะเนี่ย ขอโทษด้วยนะ

ขอโทษทำไมกัน มันเป็นหน้าที่ของปาอยู่แล้ว เจ้านายยังไม่กลับเลขาจะกลับก่อนได้ยังไงกันล่ะเธอบอกเสียงใส แม้หน้าตาจะบ่งบอกว่าเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัดก็ตาม

ชาติชายขับรถไปส่งเพื่อนที่บ้านเสร็จก็กลับบ้านเลยเพราะอยากจะพักผ่อนเต็มทนแล้ว ทว่าระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังล้มตัวลงนอนบนเตียงนั้นเสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น เพลงพิเศษที่เขาตั้งไว้ทำให้รู้ได้ทันทีว่าเป็นใครโทรมา

ว่าไงจ๊ะอลิซ ดึกแล้วยังไม่นอนอีกหรือจ๊ะเขาส่งเสียงหวานทักทายคนปลายสายอย่างอารมณ์ดี

ยังค่ะ พี่ชาติล่ะคะจะนอนหรือยัง

กำลังจะนอนจ้ะ

ตายจริง งั้นอลิซก็โทรมารบกวนพี่น่ะสิคะ

ชาติชายหัวเราะก่อนตอบ

ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ สำหรับอลิซเวลาไหนก็โทรมาหาพี่ได้ตลอด ว่าแต่มีเรื่องอะไรกับพี่หรือเปล่าหรือว่าโทรมาหาเพราะคิดถึงจ๊ะ

บ้า...ไม่เห็นจะอยากคิดถึงเลย” หญิงสาวตอบกลับด้วยรอยยิ้มขัดเขิน

ทำไมล่ะ คิดถึงพี่หน่อยสิ พี่ยังคิดถึงอลิซเลยนะ อยากกอดอลิซนอนเหมือนตอนอยู่ที่เมืองไทยอีก ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงกรุ้มกริ่มเล่นเอาคนฟังหน้าแดงก่ำด้วยความขัดเขินเมื่อนึกถึงค่ำคืนแสนหวานที่เมืองไทย ชาติชายหัวเราะออกมาเบาๆ และยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อหวนนึกถึงช่วงเวลาที่ไปเที่ยวเมืองไทยด้วยกัน เขากับอลิซพักอยู่ห้องเดียวกัน ถ้าใครรู้คงจะคิดว่าเขากับเธอคงมีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งต่อกันแล้วเป็นแน่แต่ความจริงไม่ใช่เลย

อลิซไม่เคยปล่อยให้เขาล่วงเกินเธอไปมากกว่าการกอดจูบ ทุกค่ำคืนที่อยู่ด้วยกันเขาได้แค่นอนกอดเธอไว้แนบอกพอให้ชื่นใจเท่านั้นเอง ในเมื่อคนรักไม่ต้องการเขาเองก็ไม่คิดหักหาญน้ำใจเธอเพื่อสนองความต้องการชั่ววูบของตัวเอง เพราะเท่าที่หญิงสาวยอมนอนอยู่ห้องเดียวกับเขาก็ถือว่ามากพอแล้ว ในเมื่อเธอกล้าไว้ใจแล้วเขาจะทำลายความไว้ใจที่เธอมีต่อเขาได้อย่างไรกัน เขารักเธอมากและยินดีที่จะรอให้เธอพร้อมที่จะมอบสิ่งล้ำค่าของเธอให้กับเขาในวันที่เราสองคนได้อยู่เคียงคู่กันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ไม่เอาละ ไม่พูดกับพี่ชาติแล้ว

ฮ่าๆ พี่ไม่ล้อแล้วครับคนดี บอกมาซิว่ามีเรื่องอะไรจะบอกพี่

วันนี้พี่เดย์กลับมาบ้านแล้วค่ะ และอลิซก็บอกพี่เดย์ถึงเรื่องที่เราจะช่วยเปิดทางให้ด้วย

แล้วนายเดย์มันว่ายังไงบ้างล่ะ ยินดีให้พวกเราช่วยหรือเปล่า” เขาถามอย่างอยากรู้

ยินดีสิคะ ยินดีมากเลยทีเดียวละ ดูท่าพี่เดย์จะรักพี่ปาจริงๆ นะคะ พออลิซถามตรงๆ ว่าคิดยังไงกับพี่ปาพี่เดย์หน้าแดงก่ำเชียวค่ะ อลิซเล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะเพราะอดขำพี่ชายไม่ได้

เดวิดเป็นคนที่ค่อนข้างมั่นใจในทุกเรื่องที่ทำ แต่ดูท่าคงจะยกเว้นเรื่องความรักเพราะดูท่าแล้วพี่ชายเธอจะอ่อนหัดไปหน่อย อาจเป็นเพราะตั้งแต่เติบโตมาเขาไม่เคยมีเรื่องผู้หญิงให้ปวดหัวเนื่องจากไม่เคยคบใคร จนพ่อแม่เริ่มปวดหัวกับปัญหานี้ด้วยคิดว่าพี่ชายเธออาจจะเป็นเกย์หรือเปล่า แต่ตอนนี้พวกท่านคงสบายใจได้แล้วละ

ตอนแรกที่เธอได้ฟังพี่ชายสารภาพความในใจที่มีต่อปาริฉัตรนั้นก็นึกอยากจะหยิกแขนให้เนื้อหลุดนักเชียว ก็มีอย่างที่ไหนรักเขาตั้งแต่แรกพบซึ่งนั่นก็หมายถึงตั้งแต่เมื่อสี่ปีก่อนแต่กับไม่มีอะไรคืบหน้าเลยสักนิดเดียว นับเป็นโชคดีที่ชาติชายคิดจะช่วยเหลือเพราะไม่อย่างนั้นแล้วชาตินี้พี่ชายของเธอคงได้แค่แอบรักอยู่อย่างนี้ไปตลอดชีวิตเป็นแน่ 

ชาติชายหัวเราะตามพลางพยายามนึกภาพเพื่อนรักเวลาเขิน เดวิดไม่เคยรักผู้หญิงคนไหนมาก่อน ตั้งแต่คบกันมาเขาไม่เคยเห็นเพื่อนจีบใครเลยมีแต่ผู้หญิงเป็นฝ่ายตามจีบเสียเองมากกว่าเนื่องจากเพื่อนเขาเป็นคนรูปร่างหน้าตาดี ทีนี้พอมาเจอผู้หญิงที่รักจริงๆ เข้าก็เลยทำตัวไม่ถูกขึ้นมาซึ่งเขาก็เข้าใจและเห็นใจ

ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้อลิซพานายเดย์ไปที่บ้านปาตอนเย็นนะ เราจะได้เริ่มปฏิบัติการเป็นกามเทพกันเลย พี่อยากให้ปากับนายเดย์มีความสุข ถ้าทั้งสองคนรักกันพี่จะดีใจมากๆ เลย

อลิซก็เหมือนกันค่ะ อลิซชอบพี่ปามาก อลิซจะช่วยพี่เดย์ทุกวิถีทางเลยทีเดียว

พรุ่งนี้อลิซพานายเดย์มาก่อนแล้วเราค่อยมาคิดกันว่าจะทำยังไงต่อไปชาติชายบอกคนรักด้วยน้ำเสียงเริงร่า ทั้งสองคุยกันอีกพักใหญ่ๆ ก่อนจะวางสายไป ชายหนุ่มล้มตัวลงนอนพลางนึกขอโทษเพื่อนรักขึ้นมาในใจไว้ล่วงหน้า

ขอโทษนะปา ที่ชาติต้องทำแบบนี้เพราะชาติหวังดีและอยากให้ปามีความสุขนะ

 

เย็นวันนี้ที่บ้านของปาริฉัตรครึกครื้นเป็นพิเศษเพราะมีแขกมาทานข้าวเย็นเพิ่มขึ้นด้วยอีกสามคน หญิงสาวลงมือเข้าครัวด้วยตัวเองโดยมีกิ่งแก้วเป็นลูกมือช่วย อาหารมื้อนี้เป็นอาหารไทยล้วนๆ เนื่องจากแขกทั้งสามคนร้องขออยากทานซึ่งเธอก็ไม่ขัดข้อง ปาริฉัตรทำอาหารไทยหลายอย่างมีทั้งพวกแกง ต้มและผัดโดยลดปริมาณความเผ็ดลงมาหน่อย เพราะพี่ชายของอลิซยังไม่คุ้นชินกับรสชาติแบบนี้เหมือนน้องสาว

เธอกับเดวิดรู้จักกันค่อนข้างผิวเผินเท่านั้นแม้อีกฝ่ายจะเป็นพี่ชายของอลิซก็ตาม ความที่เดวิดเป็นผู้ชายดังนั้นเรื่องที่จะคุยจึงไม่มีอะไรมากนักนอกจากการทักทายกันเพียงธรรมดา อีกอย่างชายหนุ่มก็มักเดินทางไปต่างประเทศอยู่บ่อยๆ ตามอาชีพช่างภาพอิสระจึงทำให้พบกันน้อยมาก

อาหารเย็นมื้อนี้ผ่านไปอย่างมีความสุขเพราะบรรยากาศครื้นเครงเป็นกันเองและรสชาติอาหารก็อร่อย ปาริฉัตรรู้สึกว่าเดวิดมาหนนี้จะช่างพูดมากเป็นพิเศษเพราะเขาชวนเธอคุยไม่หยุดปากเลยตั้งแต่มาถึง ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่บางครั้งแทบจะไม่คุยกับเธอเลยเอาแต่มองหน้าเท่านั้น ชายหนุ่มเล่าถึงประสบการณ์ต่างๆ ในต่างแดนที่ได้ไปเจอมาให้ทุกคนฟังซึ่งเรียกเสียงหัวเราะได้เป็นระยะๆ

เมื่อทานอาหารเสร็จทุกคนก็ย้ายจากโต๊ะอาหารไปนั่งคุยกันต่อที่โต๊ะหน้าบ้านยกเว้นกิ่งแก้วที่ต้องพาน้องเอมขึ้นไปอาบน้ำนอน ชาติชายชวนคุยหลายเรื่องและแต่ละเรื่องจะต้องมีเดวิดคอยช่วยเล่าเสริมตลอด ทว่าทำไปทำมาจากตอนแรกที่คุยกันอยู่สี่คนกลับกลายเป็นมีแค่สองคนเท่านั้นที่พูดโต้ตอบกัน

ส่วนอีกสองคนได้แต่นั่งเงียบมองสบตากันยิ้มๆ หญิงสาวรู้สึกว่าทั้งสามคนแปลกๆ ไปเนื่องจากคอยแต่มองหน้ากันตลอดเวลายิ่งเดวิดแล้วยิ่งดูออกง่ายเข้าไปใหญ่ เพราะดูเหมือนเขาค่อนข้างประหม่าเวลาคุยกับเธอ ทำให้เธออดยิ้มขันในบางครั้งไม่ได้

คุณปาชอบถ่ายรูปไหมครับ

เฉยๆ ค่ะ

เหรอครับเดวิดนิ่งเงียบเหมือนจะหมดคำถามและเหมือนทุกครั้งที่เวลาไม่รู้จะพูดอะไรก็มักจะชำเลืองมองไปยังอีกสองคนที่นั่งอยู่ ซึ่งก็ไม่รอดพ้นสายตาของเธอไปได้

พี่ปาคะ พี่เดย์เป็นช่างถ่ายภาพมือหนึ่งเลยนะคะ หนังสือแมกกาซีนชื่อดังหลายๆ เล่มขอให้พี่เดย์ไปถ่ายภาพให้ทั้งนั้นเลยละค่ะ

เหรอคะ เก่งจังค่ะ

ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ อลิซพูดเกินไปเดวิดยิ้มเขินๆ ที่ถูกเอ่ยชม ใบหน้าเขาแดงระเรื่อขึ้นและเพราะเป็นคนขาวเลยทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนซึ่งดูแล้วก็น่ารักดี

ถ้าคุณปาไม่รังเกียจผมอยากถ่ายรูปคุณได้ไหมครับเดวิดกลั้นใจรวบรวมความกล้าขอออกไป เขาอยากถ่ายภาพคนที่เขารักเก็บไว้ด้วยตัวเอง ปาริฉัตรยิ้มรับก่อนบอกด้วยน้ำเสียงแจ่มใสว่า

จะถ่ายรูปฉันไปทำไมกันคะ ถ่ายไปก็ขายไม่ได้หรอกค่ะ

ไม่เอาไปขายหรอกครับ ไม่มีวันขายอย่างแน่นอนเดวิดบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง แววตาที่มองเธอนั้นจริงใจและแฝงไว้ด้วยความรู้สึกที่มีต่อเธอ

หญิงสาวเสมองไปทางอื่นอย่างรู้สึกไม่สบายใจกับสายตาเช่นนี้จึงรีบเปลี่ยนเรื่องคุย

อลิซเคยบอกว่าคุณเดย์เคยไปเที่ยวที่เมืองไทยและเคยขึ้นดอยเอาของไปแจกชาวบ้านบนนั้นด้วยหรือคะ

ชาติชายกับอลิซถอนหายใจออกมาเบาๆ พร้อมกันเพราะรู้ว่าปาริฉัตรจงใจเปลี่ยนเรื่อง ส่วนเดวิดหน้าเสียไปนิดก่อนจะปรับสีหน้าเป็นปกติแล้วยิ้มรับกับคำถามของเธอ

ครับ ผมเคยไปเมื่อปีที่แล้วนี่เอง พอดีเพื่อนที่เป็นคนไทยชวนไปเที่ยวที่บ้านของเขา เขาก็เลยพาผมขึ้นไปเที่ยวบนดอยด้วยผมจึงได้รู้ว่าคนข้างบนนั้นยังลำบากกันอยู่มาก ผมกับเพื่อนก็เลยนำของใช้ต่างๆ ไปแจกชาวบ้านบนนั้นน่ะครับ

ดีจังค่ะ ฉันก็เคยอยากทำแบบนั้นบ้างแต่ไม่มีโอกาสสักครั้ง อยู่บนเขาแบบนั้นพวกเขาคงลำบากกันน่าดูเลยนะคะ

ก็พอดูละครับ แต่ก็ใช่ว่าชาวบ้านบนดอยจะลำบากไปซะหมดทุกคนหรอกนะครับ ผมเห็นบางครอบครัวมีอันจะกินสร้างบ้านหลังใหญ่ๆ ก็มีแต่ก็น้อยครับ

ใช่ค่ะ มีน้อยเพราะชาวบ้านบนนั้นจะทำมาหากินอะไรก็ลำบากพอดู นอกจากการเกษตรแล้วก็ทำอะไรไม่ได้เลย ปีไหนผลผลิตน้อยก็ขาดทุนย่อยยับเลย

ครับ ผมเห็นด้วย คุณปารู้ไหมครับดอยที่ผมขึ้นไปน่ะวิวสวยมาก ผมยังถ่ายภาพเก็บไว้เลยครับ ผมจำได้ว่ามีอยู่ภาพหนึ่งผมไปถ่ายตรงหน้าผาตอนเช้าที่พระอาทิตย์กำลังขึ้น สายหมอกยามเช้าทำให้ที่นั่นสวยงามเหมือนดังอยู่บนสรวงสวรรค์ทีเดียวครับ

หรือคะ ฟังคุณเดย์พูดแล้วฉันชักอยากไปเห็นบ้างเสียแล้วสิคะ

คุณปาก็หาเวลาว่างไปสิครับ ถ้าจะไปจริงๆ ผมขออาสาเป็นไกด์พาเที่ยวนะครับเพราะผมรู้จักที่นั่นดี

“ขอบคุณค่ะ” ปาริฉัตรยิ้มรับก่อนจะคุยถึงเรื่องอื่นๆ อีกจิปาถะ ชาติชายกับอลิซมองหน้ากันแล้วยิ้มให้กันอย่างสมใจเมื่อดูท่าคนทั้งคู่จะคุยกันถูกคอมากยิ่งขึ้น ไม่เหมือนตอนแรกที่แทบจะเรียกได้ว่าถามคำตอบคำกันเลยทีเดียว นับว่าเป็นนิมิตหมายอันดีของเดวิดที่สามารถเข้าใกล้ปาริฉัตรได้อีกก้าวหนึ่งแล้ว ต่อไปเขาก็เอาใจช่วยเพื่อนให้สร้างสัมพันธ์ให้ลึกซึ้งมากกว่าความเป็นเพื่อนให้ได้

ทั้งสี่คนนั่งคุยกันเพลินจนเวลาล่วงเข้าเกือบสามทุ่ม ชาติชาย อลิซและเดวิดเห็นว่ารบกวนเจ้าของบ้านนานแล้วจึงได้ลากันกลับไป หลังจากเพื่อนๆ กลับไปแล้วปาริฉัตรก็เข้าบ้านปิดประตูหน้าต่างจนหมดเรียบร้อยก็เดินขึ้นชั้นบนไป หญิงสาวแวะดูลูกน้อยที่ห้องครู่หนึ่งก่อนจะเดินเข้าห้องนอนของตัวเองไปเพื่ออาบน้ำเตรียมตัวเข้านอน

ปาริฉัตรก้าวออกจากห้องน้ำด้วยผ้าขนหนูกระโจมอก ก่อนจะผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนอนกระโปรงสีหวานแล้วเดินมานั่งหวีผมที่หน้ากระจก หญิงสาวนึกถึงเรื่องในวันนี้แล้วก็อดขำไม่ได้ ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าเดวิดคิดเช่นไรด้วย ท่าทางของเขาดูออกง่ายจะตายไป  แต่ตอนนี้เธอยังไม่พร้อมจะเปิดใจรับใครเข้ามาจึงทำเป็นวางเฉยต่อท่าทีของชายหนุ่มเสีย

ทว่าพอเห็นท่าทางจ๋อยๆ ของเขาแล้วเธอก็อดสงสารไม่ได้ แต่เธอก็ไม่อยากให้เขามาคาดหวังอะไรในตัวเธอมากนัก เพราะใจของเธอยังไม่พร้อมเปิดรับใครจริงๆ หัวใจของเธอมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถครอบครองได้ซึ่งจนบัดนี้ก็ยังคงเป็นเช่นนั้นอยู่ เธอจึงไม่อยากสร้างความหวังให้กับใครในเมื่อรู้ใจตัวเองดีว่าเป็นเช่นไร

เพื่อนเธอก็อีกคนช่างสนับสนุนกันดีนัก นึกถึงตอนที่เดินไปส่งทั้งสามคนที่รถ เธอเดินเคียงมากับชาติชายจึงได้พูดเป็นเชิงบอกให้รู้ว่าเธอรู้นะว่าเขาคิดจะทำอะไร

อย่าพยายามอีกเลย ชาติก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้

ตอนนั้นชาติชายหันมามองแล้วเลิกคิ้วใส่ก่อนจะคลายลงแล้วตอบเสียงจริงจังว่า

ทำไมมันจะเป็นไปไม่ได้ถ้าปาจะให้โอกาสนายเดย์สักครั้ง ปา...อย่าจมอยู่กับอดีตที่ไม่มีทางหวนคืนอีกเลยนะ ลองเปิดใจรับความรู้สึกของนายเดย์มันสักครั้งเถอะนะ นายเดย์มันรักปาจริงๆ และมันก็เป็นคนดีสามารถทำให้ปาและน้องเอมมีความสุขได้ เลิกปิดกั้นตัวเองได้แล้ว เชื่อเราเถอะ ปาก็รู้ว่าเราหวังดีกับปาและน้องเอมเสมอ

คำพูดของเพื่อนทำให้ปาริฉัตรต้องคิด แน่นอนเธอรู้ว่าเดวิดเป็นคนดีแต่คนดีเพียงอย่างเดียวมันไม่ได้หรอก มันต้องขึ้นอยู่กับใจของเธอด้วยว่าจะรักเขาหรือเปล่า ถ้าไม่รักต่อให้เขาดีเลิศปานใดก็ไม่มีความหมาย เอ...หรือเธอจะลองให้โอกาสเดวิดอย่างที่เพื่อนบอกดีนะ แต่เธอกลัวเหลือเกินว่าถ้าวันใดวันหนึ่งเธอยังเปิดใจยอมรับเขาไม่ได้มันจะทำให้เขาเสียใจ ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นเธอคงไม่มีหน้าจะคบเขาดังเพื่อนได้สนิทใจอีกต่อไปแน่ๆ

หญิงสาวถอนใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะวางหวีลงแล้วเดินไปทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่ม เธอตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ดึงเดวิดลงมาร่วมทุกข์กับเธอด้วยอย่างเด็ดขาด เธอรู้ว่ามันเจ็บปวดมากแค่ไหนจึงไม่อยากให้เขาต้องมาเจ็บด้วย เธอขออยู่แบบนี้ต่อไปจะดีกว่าเพราะเท่าที่มีอยู่เธอก็มีความสุขมากพออยู่แล้ว ปาริฉัตรยิ้มบางๆ ให้กับตัวเองก่อนจะผล็อยหลับไปด้วยความรู้สึกที่ไม่แจ่มใสนัก

 

เมื่อฤดูใบไม้ร่วงมาเยือนสภาพอากาศภายในประเทศอังกฤษก็เริ่มเย็นขึ้นเรื่อยๆ ใบไม้ก็เริ่มเปลี่ยนสีจนดูมีสีสันสวยงาม ผู้คนเริ่มที่จะหาเสื้อผ้าหนาๆ มาสวมใส่เพื่อป้องกันความหนาวเย็น รถยนต์กลางเก่ากลางใหม่แล่นเข้ามาจอดที่หน้าบ้านหลังกะทัดรัดแห่งหนึ่ง ชายหนุ่มทั้งสามคนก้าวลงจากรถโดยมีกระเป๋าเดินทางสองใบหิ้วติดเข้าบ้านไปด้วย สองในสามคนนั้นมีท่าทางอ่อนเพลียอย่างเห็นได้ชัดเพราะเพิ่งเดินทางข้ามทวีปมา เมื่อเข้าไปในบ้านกันแล้วหนึ่งหนุ่มผู้เป็นเจ้าของบ้านก็เดินไปเปิดตู้เย็นคว้าเบียร์กระป๋องออกมาสามกระป๋องแล้วนำมาให้เพื่อนอีกสองคนที่นั่งรออยู่ที่โซฟา

ขอบใจ

ขอบคุณครับ

พงศกรกับวัฒนากล่าวขอบคุณพร้อมกับรับเบียร์กระป๋องมาเปิดดื่มให้พอชื่นใจ

กร...นายมาที่นี่แล้วนายเคลียร์งานเสร็จเรียบร้อยแล้วเหรอหมอนิรุตน์ถามขึ้นขณะเดินไปนั่งบนโซฟาอีกตัวไม่ห่างกันมากนัก

อืม...พงศกรครางตอบเบาๆ ขณะคลึงกระป๋องเบียร์ในมือเล่น หมอนิรุตน์มองเพื่อนด้วยสายตาห่วงใย อาการของเพื่อนเหมือนคนหมดอาลัยตายอยากราวกับสิ้นหวังทุกสิ่งในชีวิต แต่แล้วคุณหมอหนุ่มก็แทบจะสำลักเบียร์ที่ดื่มเข้าไปเมื่อจู่ๆ พงศกรก็ลุกพรวดขึ้นยืนแล้วหันมาถามเขาว่า

ไอ้รุตน์ แกรู้ที่อยู่ปาหรือเปล่าวะ

ไอ้บ้า จู่ๆ ก็ลุกพรวดขึ้นมาได้ ตกใจหมดเลย

ขอโทษ ตกลงแกรู้ที่อยู่ปาหรือเปล่า

ถามทำไมวะ อย่าบอกนะว่าถ้าฉันบอกว่ารู้แกจะรีบไปหาเขาทันทีน่ะ

พงศกรใช้การนิ่งแทนคำตอบพลางจ้องหน้าเพื่อนเขม็งก่อนที่คำตอบของหมอนิรุตน์จะทำให้เขาอารมณ์เสีย

ไม่มี

แล้วทำไมแกไม่ถาม

อ้าว...ไอ้กร แกจะบ้าหรือไง จู่ๆ ถ้าฉันไปถามเรื่องส่วนตัวของเขา คุณปาจะคิดยังไงวะ เขาเข้าใจว่าฉันกับเขาไม่รู้จักกันนะโว้ย

พงศกรถอนใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างหงุดหงิด เขาใจร้อนอยากจะพบปาริฉัตรเร็วๆ เขาอยากจะคุยกับเธอให้รู้เรื่อง ซึ่งดูเหมือนเพื่อนจะเดาความต้องการของเขาออก จึงเอ่ยเตือน

ใจเย็นๆ สิวะ เดี๋ยวอีกสองวันแกก็ได้เจอเขาแล้ว อดทนหน่อยสิ แกรอมาได้ตั้งกี่ปีกะอีกแค่สองวันทำไมจะรอไม่ได้ล่ะ

พงศกรทรุดตัวลงนั่งแล้วเอนตัวพิงพนักโซฟาด้วยความขัดเคืองใจ ตอนนี้ใจเขามันร้อนดังไฟแผดเผา ยิ่งรู้ว่าอยู่ใกล้ๆ ก็ยิ่งร้อนใจมากยิ่งขึ้น เขาอยากจะเจออยากจะพูดปรับความเข้าใจกับเธอ ไม่อยากจะรอให้เสียเวลาเพราะเขากลัวว่าถ้ามัวใจเย็นอยู่อย่างนี้เธอจะหนีหายไปอีกซึ่งเขาคงทนไม่ได้อีกต่อไป

เจ้านายไปพักผ่อนก่อนดีไหมครับวัฒนาบอกอย่างเป็นห่วงเนื่องจากหลายวันมานี่เขารู้ว่าเจ้านายนอนไม่หลับเพราะมัวแต่คิดมากเรื่องคุณปา

ฉันเห็นด้วยกับวัฒนานะ ดูท่าทางนายอ่อนเพลียมากเลย ฉันว่านายไปนอนพักผ่อนก่อนเถอะ ตื่นขึ้นมาจะได้สดชื่นขึ้นหมอนิรุตน์เห็นด้วยกับคำพูดของวัฒนาและก็หันมาบอกคนต้นคิดด้วยว่า นายเองก็ต้องไปนอนด้วยเหมือนกันนะวัฒนา เพราะหน้าตาท่าทางนายก็ไม่ได้ต่างไปจากไอ้กรสักเท่าไรนักหรอก

วัฒนายกมือลูบหน้าตัวเองก่อนจะพยักหน้ารับ เพราะเขาก็รู้สึกอ่อนเพลียเหมือนกัน

แล้วนายต้องไปโรงพยาบาลอีกหรือเปล่าพงศกรถามพลางลุกขึ้นยืน

ไปสิ ฉันมีตรวจคนไข้อีกสองสามรายน่ะ พวกนายขึ้นไปพักผ่อนเถอะ ฉันไปไม่นานหรอกเดี๋ยวก็กลับมาแล้ว

พงศกรพยักหน้ารับแล้วเดินนำวัฒนาขึ้นบันไดไปยังชั้นบนซึ่งเพื่อนได้จัดเตรียมห้องพักไว้ให้เรียบร้อยแล้ว หมอนิรุตน์มองตามพลางส่ายหน้าให้กับอาการที่เพื่อนเป็นอยู่ นี่แหละนะความรัก ทำให้คนเรามีทั้งสุขและทุกข์ได้ทุกคนจริงๆ ไม่มีใครสามารถหลีกหนีได้หรอกไม่ว่าจะเป็นความรักแบบไหนก็ตาม


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

3 ความคิดเห็น