ตอนที่ 11 : บทที่ 11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 462
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    7 ก.ย. 61

วันนี้ปาริฉัตรขอลางานหนึ่งวัน เพราะต้องพาน้องเอมไปตรวจสุขภาพ และตัดไหมออกที่โรงพยาบาลตามนัด หญิงสาวแต่งกายในชุดกางเกงยีนสีดำขายาวกับเสื้อสีขาวคอเต่าแขนยาว เพื่อให้ร่างกายอบอุ่นเพราะช่วงนี้อากาศเริ่มเย็นขึ้นแล้ว ส่วนน้องเอมเธอจัดการให้สวมใส่เสื้อผ้าเนื้อหนาเพื่อให้ร่างกายอบอุ่นเช่นกัน วันนี้นอกจากไปหาหมอตามนัดแล้วหญิงสาวตั้งใจจะพาลูกกับกิ่งแก้วไปเที่ยวต่อด้วย

ดังนั้นทั้งสามคนจึงแต่งตัวกันค่อนข้างสวยงามเป็นพิเศษ ทันทีที่ได้ยินเสียงรถและเสียงบีบแตรเบาๆ ดังขึ้นที่หน้าบ้านปาริฉัตรก็คว้าตัวน้องเอมขึ้นอุ้มแล้วเดินออกจากบ้านไป กิ่งแก้วที่เดินรั้งท้ายจัดการล็อกประตูบ้านจนเรียบร้อยก็เดินตามสองแม่ลูกขึ้นรถแท็กซี่ไป

ปาริฉัตรไม่มีรถยนต์ส่วนตัวขับเพราะคิดว่ามันสิ้นเปลืองเกินไป เวลาที่จำเป็นต้องออกไปไหนเธอก็ใช้บริการรถแท็กซี่เอาเพราะสะดวกดี อีกอย่างส่วนมากถ้าเธอจะไปไหนชาติชายก็มักจะเป็นคนพาไปตลอดเธอจึงไม่เดือดร้อนที่จะซื้อรถมาใช้

รถแท็กซี่ที่หญิงสาวโทรเรียกมาพาทุกคนไปยังจุดหมายปลายทางที่ต้องการ หลังจากจัดการจ่ายเงินค่าโดยสารเสร็จเรียบร้อยทั้งสามก็ลงจากรถแล้วเดินเข้าไปภายในโรงพยาบาลทันที โดยไม่รู้ตัวเลยว่ามีใครคนหนึ่งยืนแอบมองอยู่ตรงข้างพุ่มไม้ดัด

ปา...พงศกรร้องเรียกชื่ออดีตภรรยาเสียงแผ่วด้วยความดีใจ นี่ไม่ใช่ความฝันและไม่ใช่ภาพลวงตาอีกต่อไปแล้ว เขาเห็นเธอเต็มๆ สองตาและเธอก็มีเลือดเนื้อมีตัวตนให้เขาจับต้องได้จริงๆ ชายหนุ่มทำท่าจะก้าวเข้าไปหาเพื่อพูดคุยกับหญิงสาวให้เข้าใจแต่วัฒนาดึงแขนเอาไว้เสียก่อน

อย่าครับเจ้านาย ถ้าเจ้านายเข้าไปหาตอนนี้คุณปาอาจจะหนีเตลิดไปอีกก็ได้นะครับคำเตือนของวัฒนาทำให้พงศกรได้สติ ใช่...ถ้าเธอเห็นเขาอาจจะหาทางหลบเลี่ยงหนีหายไปอีกก็ได้ เขาควรไปรอเธออยู่ที่ห้องตามที่เพื่อนบอกจะดีกว่า แต่เพราะความใจร้อนอยากเห็นหน้าเธอเร็วๆ ทำให้เขาลงมาแอบยืนรออยู่ข้างล่างนี่แทน

งั้นขึ้นไปรออยู่ข้างบนกันเถอะวัฒนา นายรู้ใช่ไหมว่าควรทำยังไง

ครับ

สองหนุ่มเดินเข้าไปในโรงพยาบาลเพื่อจะขึ้นไปยังห้องพักประจำตัวของหมอนิรุตน์ ขณะที่กำลังจะเดินขึ้นไปนั้นพวกเขาเกือบปะหน้ากับปาริฉัตรเพราะพวกเธอยังอยู่ที่ชั้นล่างกัน ถ้าเด็กหญิงตัวน้อยที่อยู่ในอ้อนแขนเธอจะไม่เรียกร้องความสนใจจากมารดาไปซะก่อนก็คงได้พบหน้ากันจังๆ ไปแล้ว แต่ผู้หญิงอีกคนที่มากับปาริฉัตรนั้นเห็นพวกเขาเข้าเต็มๆ ตาแต่ก็มองเหมือนคนแปลกหน้าเท่านั้น ทำให้พงศกรโล่งใจและไม่คิดชักช้าอีกต่อไปดังนั้นเมื่อประตูลิฟต์เปิดออกเขาก็รีบเดินเข้าไปในลิฟต์ทันทีและกดปิดประตูอย่างรวดเร็ว

มีอะไรคะน้องเอมปาริฉัตรถามลูกน้อยในอ้อมแขนเสียงอ่อนโยน

แม่จ๋า...ปวดฉี่ น้องเอมปวดฉี่

หรือจ๊ะ งั้นเดี๋ยวแม่พาไปเข้าห้องน้ำนะลูก กิ่งจ๊ะ...รอพี่อยู่ตรงนี้ก่อนนะเดี๋ยวพี่พาน้องเอมไปเข้าห้องน้ำก่อน

ค่ะกิ่งแก้วรับคำก่อนจะเดินไปนั่งตรงเก้าอี้ที่จัดไว้สำหรับคนไข้นั่งรอ เวลาผ่านไปไม่กี่นาทีปาริฉัตรก็เดินจูงมือน้องเอมออกมาจากห้องน้ำ จากนั้นทั้งสามคนก็ขึ้นไปยังห้องตรวจเมื่อใกล้ถึงเวลานัดแล้ว

สวัสดีครับคุณปา คุณกิ่ง สวัสดีจ้ะน้องเอมหมอนิรุตน์ทักทายทุกคนอย่างเป็นกันเองก่อนจะหันมาทักเด็กน้อยด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนใจดี

สวัสดีค่ะคุณหมอปาริฉัตรตอบกลับด้วยรอยยิ้มแจ่มใสก่อนจะยกมือไหว้คุณหมอหนุ่มพร้อมกับกิ่งแก้ว ซึ่งหมอนิรุตน์ก็ยกมือขึ้นรับไหว้สองสาวด้วย

เดี๋ยวคุณปาอุ้มน้องเอมไปนอนบนเตียงเลยนะครับผมจะตรวจอาการของแก แล้วตอนที่กลับไปพักที่บ้านนี่น้องเอมมีอาการเป็นยังไงบ้างครับ

ก็ดีขึ้นค่ะ รู้สึกว่าแกจะไม่เป็นไข้และไม่ร้องปวดหัวด้วย มีแต่จะร้องว่าเมื่อไรจะเอาผ้าปิดแผลออกเสียที

หมอนิรุตน์หัวเราะขำแล้วหันไปบอกน้องเอมเสียงอ่อนว่า วันนี้แหละจ๊ะน้องเอม เดี๋ยวอาหมอจะเอาผ้าปิดแผลออกให้ หนูรำคาญมันใช่ไหม

น้องเอมยิ้มแป้นพลางพยักหน้ารับ

เอาละ ถ้าอยากเอาออกก็ต้องให้อาหมอดูแผลก่อนนะครับว่าแล้วหมอนิรุตน์ก็เปิดผ้าแผ่นเล็กๆ ที่ปิดแผลบนหน้าผากของน้องเอมออก

ปาริฉัตรนั่งดูหมอกับนางพยาบาลทำงานกันอย่างกังวลเพราะกลัวว่าน้องเอมจะเจ็บ แต่ลูกสาวเธอกลับไม่ร้องออกมาสักแอะเดียวจึงทำให้เธอใจชื้นขึ้น จนกระทั่งทุกอย่างเสร็จสิ้นเรียบร้อย

ทว่าสีหน้าเคร่งเครียดของหมอนิรุตน์ทำให้หญิงสาวรู้สึกกังวลใจขึ้นมาอีกรอบเพราะคิดว่าน้องเอมอาจมีอาการผิดปกติอะไรขึ้นมาหรือเปล่า ซึ่งเหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้หมอหนุ่มรู้สึกกังวลใจนั้นไม่ได้เกี่ยวกับน้องเอมเลยแต่มันเกี่ยวกับแม่ของน้องเอมต่างหากล่ะ

หมอนิรุตน์เผลอถอนใจออกมาด้วยความหนักใจที่ต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อช่วยเพื่อนรัก ชายหนุ่มมองหน้าปาริฉัตรก่อนจะเอ่ยขอโทษเธออยู่ในใจ ยกโทษให้ผมด้วยเถอะนะครับคุณปา ผมไม่อยากให้เพื่อนผมต้องทุกข์ทรมานอีกต่อไปแล้ว อย่าโกรธผมเลยนะ เมื่อเอ่ยขอโทษขอโพยอีกฝ่ายในใจเสร็จแล้วหมอหนุ่มก็ตัดสินใจทำตามแผนที่วางเอาไว้ เขาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะเอ่ยกับหญิงสาวด้วยสีหน้าที่ยังติดเครียดไม่หาย

คุณปาครับ ผมขอเชิญที่ห้องทำงานของผมสักครู่เถอะครับ ผมมีอะไรจะบอกกับคุณ

สีหน้าของหมอนิรุตน์ทำให้ปาริฉัตรเข้าใจผิดคิดว่าน้องเอมคงเป็นอะไรร้ายแรงจริงๆ น้ำเสียงที่เธอใช้ถามเขาออกไปจึงทั้งสั่นและเครืออย่างหวาดหวั่น

น้องเอมเป็นอะไรหรือคะคุณหมอ

หญิงสาวเดินเข้าไปหาลูกน้อยที่นั่งตาแป๋วมองอยู่บนเตียงด้วยน้ำตาที่เอ่อคลอเพราะตีตนไปก่อนไข้แล้วว่าน้องเอมอาจเป็นอะไรร้ายแรงเกี่ยวกับสมองซึ่งกิ่งแก้วก็คิดตรงกันจึงมีอาการไม่ต่างจากนายสาวเท่าไรนัก พอเห็นท่าทางของสองสาวคุณหมอหนุ่มก็รีบชี้แจงทันที

ไม่ใช่เกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของน้องเอมหรอกครับ สบายใจได้

อ้าว...สองสาวอุทานออกมาพร้อมกัน ก่อนจะนึกโกรธคุณหมอคนนี้ขึ้นมาวูบหนึ่งที่ทำให้พวกเธอเข้าใจผิด

ถ้าอย่างนั้นเรื่องอะไรล่ะคะ

คุณไปคุยกับผมที่ห้องทำงานผมสักครู่หนึ่งดีกว่าครับ แล้วผมจะบอกว่าเรื่องอะไร

ทำไมคุณหมอถึงต้องให้พี่ปาไปคุยที่ห้องทำงานด้วยคะกิ่งแก้วเริ่มมองอย่างไม่ไว้วางใจ จึงทำให้หมอนิรุตน์รู้สึกอึดอัดใจเหลือเกิน นี่ถ้าพงศกรไม่ใช่เพื่อนรักของเขาละก็เขาไม่มีวันยอมทำเรื่องเช่นนี้ที่โรงพยาบาลเด็ดขาด

เชื่อใจผมเถอะครับ ผมไม่ทำอะไรคุณปาหรอกก็แค่อยากคุยด้วยเท่านั้น ผมเป็นหมอนะครับไม่ใช่ผู้ร้ายที่ไหน พวกคุณไม่เชื่อใจผมเหรอ

สองสาวมองหน้ากันอย่างชั่งใจอยู่อึดใจหนึ่งก่อนปาริฉัตรจะตอบตกลง

ก็ได้ค่ะ ปาขอโทษนะคะที่มองคุณหมอในแง่ไม่ดีไว้ก่อน

ไม่เป็นไรหรอกครับผมเข้าใจ ถ้าคุณปาพร้อมแล้วก็ตามผมมาเลยครับหมอนิรุตน์ส่งยิ้มให้แล้วเดินนำออกจากห้องตรวจไปก่อน ปาริฉัตรหันไปมองหน้าลูกน้อยกับกิ่งแก้วก่อนจะเดินตามคุณหมอออกไปโดยมีสายตาของลูกจ้างสาวมองตามไปด้วยความสงสัย

คุณหมอหนุ่มเดินนำหญิงสาวมายังห้องทำงานของตนเอง เขาเชิญเธอเข้าไปในห้องโดยเปิดประตูอ้าไว้เพื่อความบริสุทธิ์ใจ ปาริฉัตรก้าวเข้าไปยืนในห้องพลางกวาดสายตาไปทั่วห้องสีขาวสะอาดตาแห่งนั้นอย่างสำรวจก่อนจะหันกลับมามองหน้าคุณหมอที่ยืนปิดทางเข้าออกตรงประตูไว้ รอยยิ้มอ่อนโยนเป็นมิตรที่เขาส่งมาให้ทำให้รู้สึกเธอผ่อนคลาย

หญิงสาวขอสารภาพเลยว่าค่อนข้างไม่ไว้ใจเขาเมื่อเจอสถานการณ์เช่นนี้ ถึงจะรู้จักอาชีพเขาแต่คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ หมอที่หน้าตาท่าทางใจดีแต่ความจริงแล้วใจอำมหิตก็มีถมเถไปไม่ใช่หรือ

เชิญพูดธุระที่คุณหมอจะบอกฉันมาได้เลยค่ะปาริฉัตรเป็นฝ่ายเปิดฉากสนทนาขึ้นก่อนเพราะต้องการพูดกันให้เสร็จเร็วๆ จะได้ออกไปจากห้องนี้เสียที

คือ...ผมมีคนๆ หนึ่งที่อยากให้คุณปาพบหน่อยน่ะครับ

หญิงสาวขมวดคิ้วมุ่นพลางคิดในใจว่าใครกันนะที่เขาอยากให้เธอพบ

ใครคะ?”

เพียงสิ้นคำถามประตูบานหนึ่งก็ถูกเปิดออก ปาริฉัตรหันขวับไปมองก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นคนที่เดินออกมาจากหลังประตูบานนั้น

ไม่จริง...เป็นไปไม่ได้ เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน มันต้องเป็นภาพลวงตาแน่ๆ เขาไม่มีทางมาอยู่ตรงนี้ได้หรอก ไม่มีทาง!

หญิงสาวส่ายหน้าไปมาด้วยความหวาดหวั่นระคนไม่เชื่อในสายตาของตัวเอง เธออยากให้ตัวเองแค่เกิดภาพหลอนไปเท่านั้นแต่ดูท่าคงเป็นไปไม่ได้ เมื่อร่างสูงและวงหน้าที่ฝังอยู่ในใจของเธอตลอดมานั้นเดินเข้ามาใกล้ และถ้าเธอมองไม่ผิดริมฝีปากของเขานั้นมีรอยยิ้มแต้มอยู่ แววตาก็มีประกายแห่งความดีใจฉายชัดออกมาอีกด้วย

ปา...ในที่สุดผมก็ได้พบคุณจริงๆ เสียที ผมคิดถึงคุณเหลือเกินพงศกรเก็บอาการดีใจไว้ไม่อยู่ เขาเดินเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็วแล้วสวมกอดร่างบางไว้โดยที่อีกฝ่ายไม่ทันได้ตั้งตัว ปาริฉัตรตกใจจึงยืนนิ่งให้เขากอดก่อนจะดิ้นรนขัดขืนหลังจากที่ตั้งสติได้

ปล่อยฉันนะ! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้! คุณหมอคะ ช่วยฉันด้วยค่ะปาริฉัตรหันไปร้องขอความช่วยเหลือจากคนที่พาเธอมาทว่ากลับพบเพียงความว่างเปล่าเพราะไม่มีร่างของหมอนิรุตน์ยืนอยู่ตรงนั้นแล้ว แถมประตูห้องที่เปิดทิ้งไว้ก็ถูกปิดสนิทอีกด้วย เธอจึงหันมามองคนที่กอดเธออยู่ด้วยความโมโหสุดขีดเมื่อรู้ว่าตัวเองโดนหลอกเสียแล้ว

ปล่อยฉันนะคุณพงศกร คุณไม่มีสิทธิ์มาทำกับฉันแบบนี้นะ เข้าใจไหม!หญิงสาวตวาดใส่และพยายามดิ้นรนให้หลุดพ้นจากอ้อมแขนแกร่งแต่ก็ช่างยากเย็นเสียเหลือเกิน

ผมรู้ปา ผมรู้ว่าไม่มีสิทธิ์ แต่ผมก็ห้ามใจตัวเองไม่ได้ ผมอยากกอดคุณอยากจูบคุณใจแทบขาด...ชายหนุ่มบอกเสียงสั่นเครือนิดๆ เพราะพยายามสะกดอารมณ์ต่างๆ เอาไว้อย่างสุดความสามารถแต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหว ริมฝีปากหนาจึงกดปิดเรียวปากบางทันทีที่มีโอกาสอย่างแสนคิดถึง ปาริฉัตรนิ่งอึ้งไปชั่วขณะจึงเป็นโอกาสให้อีกฝ่ายรุกรานได้ตามใจชอบมากยิ่งขึ้น จนกระทั่งเธอรวบรวมสติได้จึงเริ่มดิ้นรนใหม่อีกครั้ง

ไม่! เขาไม่มีสิทธิ์มาทำกับเราแบบนี้อีกแล้ว!

หญิงสาวร้องบอกตนเองอยู่ในใจพร้อมกันนั้นก็พยายามผลักร่างแกร่งออกห่างอย่างสุดกำลังซึ่งครั้งนี้เธอทำได้สำเร็จ และทันทีที่ได้รับอิสระปาริฉัตรก็ตวัดฝ่ามือใส่ใบหน้าคมสันเต็มๆ แรงอย่างแค้นเคืองระคนเสียใจ หยาดน้ำตาไหลรินออกมาจากดวงตาคู่งามที่ฉายแววเจ็บช้ำ เขาเห็นเธอเป็นตัวอะไรถึงได้ทำแบบนี้กับเธอ เขาเห็นเธอเป็นคนไม่มีค่าไม่มีศักดิ์ศรีเลยหรืออย่างไรกันถึงไม่คิดให้เกียรติกันเลย

พงศกรรู้สึกหน้าชาไปทั้งแถบที่ถูกตบ สติที่กระเจิดกระเจิงไปเมื่อครู่นี้กลับคืนมาอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มมองหญิงเดียวในดวงใจด้วยสายตาขอลุแก่โทษแต่มันก็ไม่ทำให้เธอหายโกรธได้

ฉันเกลียดคุณ!ปาริฉัตรตะโกนใส่หน้าแล้ววิ่งไปที่ประตูเพื่อจะหนีทว่าก็ไปไม่ถึงเมื่อร่างสูงเดินตามมายืนขวางตรงประตูเอาไว้ ถอยออกไปนะ!เธอตวาดใส่อีกครั้งเสียงสั่นตัวสั่นไปหมด

ไม่จนกว่าเราจะคุยกันให้รู้เรื่อง

เราไม่มีอะไรจะต้องคุยกันอีกแล้วเพราะเรื่องทุกอย่างมันจบลงไปนานแล้ว หรือคุณเพิ่งคิดได้ว่ายังแก้แค้นฉันไม่พอที่ทำให้ลูกตายหญิงสาวถามเสียงสะอึกสะอื้นพลางมองเขาด้วยแววตาเจ็บช้ำ ทำไมนะ ทำไมเขาไม่ยอมหยุดเสียที ทำไมเขาใจร้ายได้ถึงขนาดนี้นะ 

พอเห็นน้ำตาและแววตาตัดพ้อต่อว่าของเธอแล้วพงศกรก็ปวดใจพอกัน เขารู้ว่าเขาทำผิดต่อเธออย่างไม่น่าให้อภัยแต่ก็ขอโอกาสให้เขาได้อธิบายและขอโทษบ้างเถอะ ไม่อย่างนั้นเขาคงอัดอั้นใจไปจนตาย

มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิดนะปา ที่ผมมาหาคุณก็เพราะ...เขาพูดไม่ทันจบประโยคดีเธอก็เอ่ยขัดขึ้นมาเสียก่อน

ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว ฉันไม่อยากฟัง ออกไปจากชีวิตฉันซะแล้วไม่ต้องมาเจอฉันอีก อย่ามาทำลายชีวิตของฉันอีกเลย ฉันขอร้อง หยุดเสียที หยุดเสียที!หญิงสาวร้องไห้คร่ำครวญจนแทบขาดใจ พงศกรก็ร้องไห้ไม่ต่างจากเธอเช่นกันและได้แต่นึกตัดพ้อเธออยู่ในใจ

ทำไมนะ ทำไมคุณถึงไม่ฟังผมอธิบายบ้าง ทำไม...

ชายหนุ่มเดินเข้าไปหาพลางเอื้อมมือหมายจะไปแตะร่างบางที่ยืนปิดหน้าร้องไห้อยู่ แต่ก็เอื้อมไปไม่ถึงเพราะร่างบางสะบัดตัวหนีพร้อมกับตวาดไล่ออกมาลั่นห้อง

อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!! ฉันไม่อยากพบคุณอีกแล้ว ฉันเกลียดคุณ ฉันเกลียดคุณ!! ได้ยินไหมว่าฉันเกลียด...เกลียดๆๆ เกลียดคุณที่สุดเลยหญิงสาวต่อว่าไปก็ผลักอกชายหนุ่มไปด้วยและเพราะอีกฝ่ายไม่ได้ระวังตัวจึงล้มลงไปกระแทกพื้นเต็มแรง ปาริฉัตรหยุดชะงักด้วยความตกใจก่อนจะตัดสินใจหันหลังให้แล้วเปิดประตูวิ่งออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว พงศกรมองตามด้วยความรู้สึกราวกับถูกกระชากดวงใจออกจากร่าง เขากำมือแน่นแล้วชกลงที่พื้นข้างตัวอย่างโมโหตัวเอง

วัฒนาที่ยืนคอยอยู่หน้าห้องตามคำสั่ง เมื่อเห็นปาริฉัตรวิ่งออกมาจากห้องเขาก็รีบวิ่งเข้ามาในห้องจึงได้เห็นเจ้านายตัวเองนั่งชกพื้นระบายอารมณ์อยู่ เขาจึงรีบเข้าไปห้าม

เจ้านายครับ อย่าทำร้ายตัวเองเลย

ฉันมันเลว ฉันมันเลวที่สุด เขาไม่ฟังฉันเลย เขาเกลียดฉันมากวัฒนา แม้แต่หน้าฉันเขายังไม่อยากมองด้วยซ้ำไป ฉันมันเลว มันเลว!ชายหนุ่มคร่ำครวญอย่างเสียใจและยังชกพื้นไม่หยุดจนวัฒนาต้องรั้งมือเอาไว้

พอเถอะครับ อย่าทำร้ายตัวเองอีกเลยครับเจ้านาย คุณปาเธอยังไม่เข้าใจเจ้านายดีพอ เจ้านายก็ควรจะตามไปอธิบายให้เธอเข้าใจสิครับ ไม่ใช่มานั่งทำร้ายตัวเองอยู่แบบนี้คำพูดของคนที่เป็นทั้งเพื่อนและลูกน้องคนสนิทเตือนสติพงศกรได้เป็นอย่างดี ชายหนุ่มจึงลุกพรวดแล้ววิ่งออกไปจากห้องทันทีแต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเจอหมอนิรุตน์ที่วิ่งมาถึงหน้าประตูพอดี

ไอ้หมอ ปาล่ะ

พาน้องเอมกลับไปแล้ว

ฉันจะไปพูดกับปาให้รู้เรื่องพงศกรรีบวิ่งตามปาริฉัตรลงไปข้างล่างท่ามกลางเสียงร้องเรียกของหมอนิรุตน์แต่อีกฝ่ายก็ไม่คิดจะหยุดฟัง คุณหมอหนุ่มจึงหันกลับมาคิดจะถามวัฒนาอีกคนว่าได้เรื่องอย่างไรบ้างทว่าชายหนุ่มก็วิ่งผ่านหน้าเขาไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้หมอนิรุตน์ยืนอ้าปากค้างมองตามไปจนลับตาก่อนจะบ่นออกมาอย่างหงุดหงิดใจ

ให้มันได้อย่างนี้ซี้ เหมือนกันหมดทั้งเจ้านายและลูกน้องเลย


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

3 ความคิดเห็น