ป้องรัก ห่มใจ

ตอนที่ 20 : งานเลี้ยงสี่เหล่าทัพ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,405
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 378 ครั้ง
    10 มี.ค. 62


20.งานเลี้ยงสี่เหล่าทัพ

 

                ในงานเลี้ยงตอนเย็นราชาวดีตื่นเต้นเป็นอย่างมากเพราะจะได้เห็นงานแต่งของตัวเองที่เจ้าบ่าวทำเซอร์ไพรส์ที่ห้องจัดเลี้ยงคนละห้องกับงานเมื่อเช้านี้ ตอนนี้เธอสวมชุดเจ้าสาวสีขาวสวยแบบกระโปรงฟองฟูยาวลากพื้น เป็นชุดแบบเปิดไหล่ประดับลูกไม้และคริสตัลสวยหรู ซึ่งชุดนี้เจ้าบ่าวของเธอเป็นคนช่วยเลือกให้ ผมที่ยาวสลวยดัดเป็นลอนแล้วถักเปียแบบหลวมๆ ฟูๆ ปักแซมด้วยดอกไม้สดอย่างดอกราชาวดีสีขาวกลิ่นหอมสลับกับไข่มุกสีขาว สวมสร้อยเพชรและต่างหูเพชรล้ำค่าที่คุณหญิงกรกชให้มาด้วย เพียงเท่านี้เธอก็กลายเป็นเจ้าสาวแสนสวยที่งดงามราวกับเจ้าหญิงแล้ว ดวงหน้าหวานสวยที่แต่งแต้มสีสันดูงดงามนักจนแม้แต่หมอเอื้อยที่เป็นเพื่อนสนิทกันมานานยังอดตะลึงไม่ได้ แล้วนี่ถ้าหากว่าเจ้าบ่าวของเธอมาเห็นเข้าไม่ต้องกอดเจ้าสาวของตัวเองไม่ปล่อยเลยเชียวหรือ

                “แก้มสวยมั้ยคะ” ราชาวดีถามผู้พันคีรินทร์ที่มายืนรอรับเธอที่หน้าห้องแต่งตัวพลางหมุนตัวให้พี่ชายดู ในมือถือช่อดอกไม้เจ้าสาวเอาไว้ อยากให้เขาได้เห็นและรอฟังความคิดเห็นของเขา ผู้พันคีรินทร์จึงได้แต่ยิ้มให้น้องสาวอย่างเอ็นดู สวยสิ เธอเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมาเลย ขนาดเขาเป็นพี่ชายเธอแท้ๆ เขายังต้องตะลึงกับความสวยนี้ ความจริงน้องสาวของเขาก็สวยมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เพียงแต่เธอเอาแต่สนใจหนังสือมากกว่าตัวเองที่ผ่านมาถึงได้ปล่อยเนื้อปล่อยตัวไม่ดูแลตัวเอง

                “สวยสิ ไม่มีเจ้าสาวที่ไหนจะสวยเท่ากับน้องสาวของพี่อีกแล้ว” เขาบอกก่อนที่ราชาวดีจะเข้าไปกอดพี่ชายเอาไว้แน่นอย่างอุ่นใจและมีความสุข เขาจึงลูบผมเธอเบาๆ

                “แต่งงานแล้ว โตเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ นับจากนี้ไปคงไม่ใช่ยัยหนูของพี่อีก”

                “ขอเป็นตลอดไปไม่ได้หรอคะยัยหนูของพี่ภูน่ะ” ราชาวดีถามแล้วเงยหน้าขึ้นมองเขา “ถึงจะแต่งงานแล้วแต่แก้มก็จะยังเป็นน้องสาวของพี่ภูอยู่นะ ไม่ใช่ว่าแต่งงานแล้วเราจะรักกันไม่ได้แล้วซักหน่อย พี่ภูของแก้ม แก้มรัก แก้มอยากกอดอยากหอมก็ไม่มีใครมาห้ามได้หรอก”

                “แม้แต่ไอ้รัน”

                “ใช่ค่ะ แม้แต่พี่รันก็ตาม แก้มรักพี่รันก็จริง แต่แก้มก็รักพี่ภูด้วย” เธอกอดพี่ชายเอาไว้แน่นอีก “แก้มโตมาก็มีพี่ภูคอยเลี้ยงดูแล เราสองคนพี่น้องอยู่ด้วยกันมาโดยตลอด ถึงแก้มจะแต่งงานแล้วพี่ภูก็อย่าทำเหมือนเราเป็นคนอื่นคนไกลกันสิคะ อย่าทำเหมือนความเป็นพี่น้องของเราจะแปรเป็นอื่น เราเหลือกันอยู่แค่สองคนพี่น้องนะคะ ถึงแก้มจะแต่งงานแล้วแก้มก็ยังเป็นน้องของพี่ภู รักพี่ภูที่สุดเหมือนเดิม" ว่าแล้วเธอก็เอื้อมตัวขึ้นไปหอมแก้มเขาอีกให้ผู้พันคีรินทร์ได้แต่ยิ้มให้อย่างเอ็นดู น้องสาวของเขาน่ารักเสมอ ดูซิ แต่งงานแล้วก็ยังมาอ้อนพี่ชายอยู่อีก ไม่รู้จักโตเลยจริงๆ

                “น่ารักขนาดนี้ถึงจะแต่งงานแล้วแต่พี่ก็ยังรัก ยังห่วงเหมือนเดิมล่ะนะ พี่เลี้ยงของพี่มาจะไม่ให้พี่ห่วงเลยพี่ก็คงทำไม่ได้ เอาล่ะ พี่ว่าได้เวลาแล้วล่ะมั้ง” เขาบอกเธอก่อนจะมองไปยังห้องจัดเลี้ยงงานแต่งพลางยื่นแขนมาให้น้องสาวควง ราชาวดีจึงกอดแขนเขาเอาไว้แน่นขณะเดินไปยังห้องจัดงานเลี้ยง ซึ่งทางเดินเข้างานได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามด้วยซุ้มอุโมงดอกไม้โทนสีขาวเขียวแบบเมื่อเช้าแล้วประดับด้วยระย้าคลิสตัส สองข้างทางเดินมีภาพถ่ายพรีเวดดิ้งของเธอกับผู้เป็นสามีสลับกับเชิงเทียนและแจกันดอกไม้ แม้แต่ทางเดินเข้างานก็ยังปูพรมสีขาวสะอาดโรยด้วยกลีบดอกไม้

                ราชาวดีประทับใจกับความงดงามที่เธอเห็นเป็นอย่างมาก นี่หรอเซอร์ไพรส์ของเขา เพียงแค่ทางเดินเข้างานก็สวยเอามากๆ แล้ว จนกระทั่งใกล้ถึงทางเข้างานราชาวดีก็เห็นมีโต๊ะรับแขกสำหรับลงชื่อเข้างาน แจกของชำร่วยซึ่งเป็นพวงกุญแจนาฬิกาพกแบบวินเทจ มีกลุ่มเพื่อนๆ พยาบาลของเธอรวมทั้งพี่หยก พี่สาวพยาบาลแสนใจดีของเธออยู่ด้วย ซึ่งเพื่อนของเจ้าสาวจะแต่งกายด้วยชุดราตรีแสนสวยโทนสีเขียว ถัดจากโต๊ะรับแขกลงชื่อเข้างานตลอดทางเดินก็ยิ่งมีดอกไม้มากขึ้น ที่สุดของทางเดินมีซุ้มดอกไม้ขนาดใหญ่สำหรับถ่ายภาพมีอักษรย่อของชื่อเธอและสามีติดอยู่อย่างสะดุดตาและ...เขา เจ้าบ่าวของเธอกำลังยืนรอรับเธออยู่ที่ซุ้มดอกไม้หน้าทางเข้าห้องจัดเลี้ยง ซึ่งตอนนี้มีแขกมากันบ้างแล้ว ราชาวดียิ้มหวานออกมาทันทีเมื่อเห็นเจ้าบ่าวยืนรอรับ ถึงแม้จะมีครอบครัวของเขาและเพื่อนๆ เจ้าบ่าวยืนอยู่ด้วยมากมายแต่เขากลับดูเด่นสง่างามยิ่งนัก คงด้วยบุคคลิกของทหารด้วยเลยยิ่งทำให้เขาทั้งดูสง่างามราวกับเจ้าชายในนิทานที่เธอเคยจินตนาการถึงตอนเป็นเด็กๆ

                ผู้กองกรันณ์ตอนนี้อยู่ในชุดสโมสรอกอ่อน หรือเครื่องแบบของเจ้าบ่าวที่มีการติดยศสำหรับข้าราชการทหารบก ร่างสูงสง่างามและใบหน้าคมเข้มหล่อเหลามองเจ้าสาวของเขาด้วยความลุ่มหลง น้องนางไม้ของเขาเธอช่างงดงามเหลือเกินจนแขกในงานต่างก็พากันจับจ้องมองมาที่เจ้าสาวของเขาด้วยความชื่นชมในความงาม เขารู้ดีว่าน้องนางไม้ของเขาสวย แต่สวยมากมายขนาดนี้ก็เพิ่งจะเคยเห็นจนใจของเขาเต้นระรัวไปหมดนี่แหละ

                “หมอแก้มสวยจังเลยนะคะ” คุณหญิงกรกชพูดกับสามีอย่างชื่นชมในความงามของลูกสะใภ้ ท่านนายพลปภพจึงพยักหน้าเห็นด้วย งานนี้ลูกชายของท่านได้หลงเมียหนักแน่ๆ เพราะเพิ่งรู้ว่าเจ้าบ่าวยังไม่เคยแตะต้องเจ้าสาวเลย ในขณะที่เจ้าสาวก็ยังไม่เคยมีชายใดแตะต้องมาก่อน ถึงว่าสิลูกชายของท่านทั้งรักทั้งหลงเจ้าสาวแล้วก็รอคอยการเข้าหออย่างใจจดใจจ่อแบบนี้ ซ้ำยังลางานหลังแต่งงานเอาไว้อีก นี่คงกะจะทำหลานทำท่านตลอดวันหยุดนี้แน่ๆ

                ผู้พันคีรินทร์พาน้องสาวเดินเข้ามาหาเจ้าบ่าวเพื่อส่งตัวเธอให้กับสามี แต่ครั้งผู้กองกรันณ์จะเข้าไปรับน้องนางไม้ของเขามาคนเป็นพี่เมียก็อดแกล้งเป็นการส่งท้ายไม่ได้เมื่อเขาไม่ยอมส่งมอบตัวน้องสาวให้เจ้าบ่าวง่ายๆ จนแขกในงานที่รอดูผู้พันส่งตัวน้องสาวให้เจ้าบ่าวได้แต่พากันขำอย่างเอ็นดู

                “ผู้พัน ขอเมียผมคืนด้วย”

                “ให้ง่ายๆ ได้ยังไง รู้มั้ยว่ากว่าจะเลี้ยงมาจนโตแล้วก็สวยขนาดนี้ยากลำบากแค่ไหน” ผู้พันคีรินทร์แกล้ง เจ้าสาวเลยหัวเราะออกมาเบาๆ กับความช่างแกล้งของพี่ชายเธอ

                “โธ่ผู้พัน เลิกแกล้งผมเถอะ นี่ใจคอจะแกล้งกันจนวินาทีสุดท้ายเลยใช่มั้ยครับ”

                “เออ” ผู้พันคีรินทร์ตอบก่อนจะถามกลับ

                “ตอบคำถามฉันมาก่อน แกเจอน้องสาวฉันครั้งแรกที่ไหน”

                “ที่ฐานปฏิบัติการเฉพาะกิจกองร้อยทหารพรานจู่โจมของกรมทหารพรานที่ 35 ไงครับ”

                “ตรงไหนของฐาน”

                “ก็...” เวรแล้วไง! ผู้กองกรันณ์คิด ขืนบอกไปตามตรงน้องนางไม้ก็รู้น่ะสิว่าเขาแอบดูเธออาบน้ำตอนเจอกันครั้งแรก แต่จะไม่ตอบก็ไม่ได้ ตอนนี้แขกในงานก็กำลังรอฟังคำตอบอยู่ซะด้วย เรื่องนี้แม้แต่เพื่อนและลูกน้องของเขาก็ไม่เคยมีใครรู้มาก่อน

                “เออ...ก็ที่บ้านพักผู้พันไง”

                “ผิด” ผู้พันคีรินทร์ตอบ จนแขกในงานเริ่มพากันซุบซิบเมื่อได้ยินว่าเจ้าบ่าวจำตอนที่เจอกับเจ้าสาวครั้งแรกไม่ได้ นี่มันถือว่าเป็นความผิดมหันต์เลยนะเนี่ย

                “ถูกแล้วพี่ภู แก้มกับพี่รันเจอกันครั้งแรกที่บ้านพักของพี่ไงคะ” เจ้าสาวว่าขึ้น แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเมื่อเจ้าบ่าวยังคงหน้าเสียและพี่ชายของเธอก็ยังคงยิ้มอยู่

                “มันไม่ได้พูดความจริงต่างหากแก้ม ความจริงแล้วมันเจอแก้มก่อนหน้านั้นอีก” เขาบอกน้องสาวก่อนจะหันมาทางเจ้าบ่าวอีกครั้ง

                “พูดความจริงมาว่าแกเจอน้องฉันครั้งแรกที่ไหน”

                “...โธ่ผู้พัน เรื่องแบบนี้มัน...”

                “กล้าๆ หน่อยนายทหาร” นั่นไง เล่นพูดแบบนี้ไงแล้วใครจะกล้าปิดบังต่อ แขกในงานแล้วก็ครอบครัวรวมถึงเพื่อนๆ ของเขาและเพื่อนเจ้าสาวก็กำลังรอฟังอยู่ซะด้วยสิ คนอื่นน่ะเขาไม่แคร์หรอก เขาแค่กลัวว่าน้องนางไม้ของเขาจะโกรธก็เท่านั้นถ้ารู้ความจริง

                “แก้ม แก้มอย่าโกรธพี่นะครับ” เขารีบบอกเจ้าสาว แต่เธอกลับงง ไม่เข้าใจว่าเขาเคยเจอเธอก่อนหน้านั้นอีกหรอ ทำไมเธอถึงไม่เห็นจะรู้ตัวเลย

                “พี่รันเคยเจอแก้มก่อนหน้านั้นหรอคะ”

                “ครับ” เขายอมรับก่อนจะกลั้นใจพูดต่อ “ความจริงแล้ววันนั้นพี่ไม่ได้เจอแก้มที่บ้าน แต่เจอที่...น้ำตก”

                “น้ำตก” ราชาวดีทวนคำตอบของเขาพลางนึกถึงวันนั้น วันนั้นเธออกไปเล่นน้ำที่น้ำตกหลังบ้านแต่เช้าตรู่ด้วยชุดเล่นน้ำที่บางเบา ว่าไงนะ...ทำไมเธอถึงไม่รู้ตัวเลย

                “นี่พี่รันไปแอบดูแก้มอาบน้ำหรอ!!!” เธอว่าขึ้นอย่างตกใจด้วยความลืมตัวทำเอาผู้หมวดคณินกับผู้หมวดนทีที่รู้จักน้ำตกที่ว่าดีถึงกับสำลักน้ำลายในคอตัวเองกันเลยทีเดียว ไม่คิดว่าสุภาพบุรุษอย่างผู้กองกรันณ์จะไปแอบดูผู้หญิงอาบน้ำ

                “แกไปแอบดูผู้หญิงอาบน้ำหรอ” ท่านนายพลปภพถามลูกชายอย่างไม่อยากจะเชื่อ สุภาพบุรุษอย่างมันเนี่ยนะ

                “คือ...ตอนนั้นผมไม่รู้นี่ครับว่าผู้หญิงที่เล่นน้ำอยู่ที่น้ำตกจะเป็นน้องสาวของผู้พัน ผมแค่บังเอิญไปเจอ แล้วก็ไม่คิดว่าจะเป็นคนด้วย ตอนนั้นผมคิดว่าผู้หญิงที่เล่นน้ำอยู่ต้องเป็นนางไม้แสนสวยในป่าแน่ๆ” แล้วทุกคนในงานก็หัวเราะออกมาที่ได้ยินว่าตอนเจอกันครั้งแรกเจ้าบ่าวคิดว่าเจ้าสาวของเขาเป็นนางไม้ในป่าจริงๆ ในขณะที่ราชาวดีได้แต่มองเขาตาปริบๆ

                “อ๋อ นี่ก็เลยเป็นที่มาว่าทำไมแกถึงชอบเรียกคุณหมอแก้มว่าน้องนางไม้ว่างั้นเถอะ” เพื่อนเจ้าบ่าวของเขาถาม เขาก็เลยพยักหน้าตอบ ก่อนจะหันมาทางน้องนางไม้ของเขา

                “พี่ขอโทษนะครับ ก็สวยขนาดนั้นใครจะไปรู้ว่าเป็นคน ตอนนั้นพี่คิดว่าตัวเองกำลังตกหลุมรักไม่นางฟ้าก็นางไม้อยู่แน่ๆ แต่พอมาเจออีกครั้งที่บ้านผู้พัน พอได้รู้ว่าเป็นคนมีชีวิตจับต้องได้พี่ก็เลยหาทางจีบไง” เขาว่าเขินๆ แต่คนที่ทั้งเขินทั้งอายกลับเป็นราชาวดี เมื่อรู้ว่าวันนั้นเธอแทบจะเปลือยกายต่อหน้าเขาด้วยซ้ำ แต่ว่า...ทุกวันนี้เขาก็แทบจะเห็นอะไรๆ บนตัวเธอหมดแล้ว แล้วก็ไม่ใช่แค่เห็นอย่างเดียวด้วยเมื่อเขาเคยสัมผัสมาหมดแล้ว โกรธไปก็เท่านั้นแหละ สามีจะเคยเห็นภรรยาอาบน้ำมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรซักหน่อย

                “แก้มไม่โกรธหรอกค่ะ” เธอพูดขึ้นให้เจ้าบ่าวได้ดีใจ ก่อนจะหันมามองหน้าผู้เป็นพี่ชายอีกครั้ง ผู้พันคีรินทร์จึงพูดขึ้นต่อ

                “ที่ถามแบบนี้ก็ไม่ใช่ว่าอยากจะแกล้งอะไรหรอก แค่อยากให้แกกับแก้มได้จดจำวันแรกที่เจอกันครั้งแรกเอาไว้ คนเป็นสามีภรรยากันไม่ควรจะมีความลับอะไรต่อกัน” ผู้พันคีรินทร์กุมมือน้องสาวเอาไว้แล้วบีบเบาๆ

                “ในฐานะของพี่ชาย พี่ขอให้ทั้งสองคนจดจำวันแรก ครั้งแรกที่ได้เจอกันเอาไว้ หากวันหนึ่งวันหน้าที่มีเรื่องไม่เข้าใจอะไรกันก็ขอให้ย้อนกลับมานึกถึงวันแรกที่ได้เจอกันและรักกัน กว่าจะได้แต่งงานต้องเจอกับอุปสรรค์อะไรกันบ้าง ผิดพลาดอะไรก็อภัยให้กันนะ ไอ้รันแกเป็นพี่อายุเยอะกว่าตั้งหลายปี แกต้องเป็นผู้นำและที่พึ่งให้กับแก้ม คอยบอกคอยสอนน้องให้ดี ส่วนแก้ม” เขาหันมาทางน้องสาวอีก “อย่าดื้ออย่าซน อย่าทำให้ไอ้รันมันเหนื่อยใจ ขอให้เข้าใจในหน้าที่การงานของมัน เป็นทหารว่าเสียสละแล้ว แต่เมียทหารต้องเสียสละมากกว่า ที่พี่เคยบอกเคยสอนให้จดจำเอาไว้ให้ดี เป็นเมียก็ต้องเชื่อฟังผัว ให้อยู่กันด้วยความรักความเข้าใจ” ผู้พันคีรินทร์สอนน้องเขยและน้องสาวก่อนจะวางมือของราชาวดีเอาไว้ในมือของเจ้าบ่าวเธอแล้วบีบมือของทั้งสองคนเอาไว้

                “พี่ขอให้ทั้งสองคนรักกันให้มากๆ ให้ดูแลซึ่งกันและกันให้ดี ให้ใช้เวลาที่ได้อยู่ด้วยกันให้คุ้มค่าที่สุด ฝากแก้มด้วยนะรัน” เขาตบไหล่น้องเขย “ที่พี่ยอมยกน้องสาวให้ก็เพราะว่าเชื่อใจและไว้ใจในตัวแกมาก ดูแลแก้มต่อจากพี่ให้ดีนะ รักแก้มให้มากๆ ให้สมกับที่อยากได้มาตั้งแต่ตอนที่เข้าใจว่าเป็นนางไม้ในป่า อย่าทำร้ายให้ต้องเจ็บช้ำน้ำใจ ผิดพลาดอะไรก็ค่อยๆ บอกค่อยๆ สอนกันเอา ชีวิตของแก้มนอกจากพี่แก้มก็ไม่มีใครอีกแล้วนอกจากแกที่จะเป็นที่พึ่งพิงให้ได้ ได้ไปแล้วก็ดูแลให้ดี เพราะถ้ารู้ว่าดูแลไม่ดีขึ้นมาเมื่อไหร่พี่จะเอาน้องสาวของพี่กลับ แล้วอย่าหวังว่าจะยอมคืนให้ เข้าใจมั้ย”

                “อย่าห่วงเลยครับพี่ภู” ผู้กองกรันณ์บอกก่อนจะดึงเอาเจ้าสาวของเขามากอดเอาไว้แนบอก

                “ผมจะไม่ทำให้พี่ต้องผิดหวังเด็ดขาด ผมจะดูแลน้องแก้มให้ดี จะรักให้มากกว่าที่พี่รัก จะดูแลให้ดีกว่าที่พี่เคยทำ จะไม่ทำให้ต้องเจ็บช้ำน้ำใจเด็ดขาด จะซื่อสัตย์มีแค่น้องแก้มคนเดียวเท่านี้ ผมจะรักจะดูแลให้น้องแก้มเป็นผู้หญิงที่โชคดีและมีความสุขที่สุดครับ”

                “ทหารพูดแล้วไม่คืนคำและต้องทำให้ได้”

                “แน่นอนครับ ต่อให้ต้องตายก็จะไม่คืนคำเด็ดขาด” เจ้าบ่าวรับคำอย่างหนักแน่นให้แขกภายในงานได้แต่ยิ้มรับอย่างสุขใจและอบอุ่นกับการส่งตัวเจ้าสาวให้กับเจ้าบ่าวของผู้พันคีรินทร์ เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจึงยกมือขึ้นไหว้เขาอย่างซาบซึ้งก่อนที่จะหันมากอดกันแน่นที่ตอนนี้พวกเขาสองคนได้เริ่มต้นการใช้ชีวิตคู่แล้ว ชีวิตที่เป็นเจ้าของของกันและกัน ในขณะที่หมอเอื้อยกลับมองผู้พันคีรินทร์ด้วยความซาบซึ้ง ไม่คิดว่าผู้พันหมาบ้าจะอ่อนโยนได้มากมายขนาดนี้ ส่งตัวน้องสาวที่เขาแสนรักให้กับผู้ชายอีกคนได้ดูแลต่อพร้อมทั้งยังสั่งสอนเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวได้เป็นอย่างดีอีก ช่างน่านับถืออะไรแบบนี้กันนะ

                หลังจากช่วงเวลาแห่งความซาบซึ้งใจผ่านไป สองบ่าวสาวก็ไม่ยอมอยู่ห่างกันอีกเลยขณะต้อนรับแขกที่ทยอยเข้ามาร่วมงานเลี้ยงแต่งงาน ราชาวดีได้แต่มองดูบรรยากาศของงานที่เต็มไปด้วยนายทหารและตำรวจมากมาย บ้างก็สวมชุดสูท บ้างก็แต่งเครื่องแบบกันอย่างเต็มยศจนอดคิดไม่ได้ว่านี่เป็นงานเลี้ยงแต่งงานของเธอหรือว่างานเลี้ยงสี่เหล่าทัพกันแน่

                “ชอบงานแต่งมั้ยครับ เซอร์ไพรส์จากพี่เลยนะ” ผู้กองกรันณ์กอดร่างบางเอาไว้แน่นจากทางด้านหลังเมื่อเห็นราชาวดีมองดูงานแต่งของเธอที่ใหญ่โตหรูหราอย่างที่เธอคาดไม่ถึง ภายในห้องจัดงานเลี้ยงประดับด้วยดอกไม้สดมากมาย บนเพดานห้องก็แต่งด้วยไฟคริสตัลและไฟระย้าราวกับมีดวงดาวในยามค่ำคืนอยู่ในห้องจัดเลี้ยง มีมุมถ่ายภาพประดับด้วยอุโมงค์ดอกไม้ ซุ้มดอกไม้หลายจุด ทั่วทั้งงานมีมุมโต๊ะดอกไม้จัดแสดงภาพพรีเวดดิ้งของเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวเอาไว้จนทั่ว โต๊ะนั่งของแขกก็ประดับด้วยดอกไม้เช่นกัน สวยจังเลย ราชาวดีคิด สวยราวกับอยู่ในดินแดนเทพนิยายเลย นี่พี่รันของเธอตั้งใจจัดงานแสนสวยนี่ขึ้นมาเพื่อเธอเลยหรอ

ตรงกลางห้องจัดงานเลี้ยงคือลานดอกไม้สีขาวสะอาดสวย มีเค้กแต่งงานเจ็ดชั้นตั้งอยู่เคียงคู่กับเทียนมงคลสมรสสีขาวสะอาดบนเชิงเทียนที่แต่งฐานด้วยดอกกุหลาบสีขาว และถึงจะมีดอกไม้มากมายอยู่ภายในงาน แต่ดอกไม้ที่ขาดไม่ได้ของงานก็คือดอกราชาวดีที่เจ้าบ่าวตั้งใจเป็นอย่างมากที่จะให้ใช้ประดับงานแต่งเพื่อแสดงความรักต่อเจ้าสาวของเขา และบนเวทีงานแต่งก็ตกแต่งด้วยซุ้มดอกราชาวดีเช่นกัน หรือแม้แต่พื้นบนเวทีก็ยังเต็มไปด้วยกลีบดอกไม้สีขาว

“สวยจังเลยค่ะพี่รัน เป็นงานแต่งที่สวยที่สุดเท่าที่แก้มเคยเห็นเลยนะคะ แก้มชอบดอกไม้สีขาวที่สุด เค้กแต่งงานก็น่ารัก” ราชาวดีบอกสามีเพราะเค้กแต่งงานของเธอมีตุ๊กตาที่ปั้นด้วยน้ำตาลอย่างน่ารักสวยงามเป็นรูปคุณหมอผู้หญิงกับรูปทหารพรานชุดสีดำและมีรูปเครื่องหมายฉลามเงินคู่เกลียวคลื่นอยู่บนเค้กด้วย ซึ่งบ่งบอกถึงอาชีพของเจ้าบ่าวกับเจ้าสาว แล้วนอกจากแขกที่เป็นเหล่าทหารตำรวจและแขกผู้มีเกียรติอื่นๆ แล้วราชาวดีก็สังเกตเห็นมีนายทหารตำรวจที่เป็นเพื่อนสนิทกับพี่รันของเธอแต่งกายด้วยชุดขาวนายทหารแบบเต็มยศ และใส่ถุงมือสีขาวสะอาดมีกระบี่นายร้อยติดตัวกันทุกคนด้วย พวกเขาคือคนที่จะมาทำซุ้มกระบี่ในพิธีลอดซุ้มกระบี่นายร้อยให้กับเธอ ได้เห็นความสวยของงานแต่ง ความยิ่งใหญ่และพิธีที่ทรงเกียรติแบบนี้ราชาวดีก็อดน้ำตาคลอไม่ได้เมื่อหันมามองสามีของตน

“พี่รันรักแก้มมากเหลือเกิน” เธอบอกเขา นอกจากพี่ชายของเธอก็มีเขานี่แหละที่รักเธอแล้วก็ทำเพื่อเธอได้ขนาดนี้

                “ขอบคุณนะคะ” เธอไหว้ขอบคุณลงมาที่อกแกร่งของเขา “ขอบคุณนะคะที่รักแก้ม ขอบคุณนะคะพี่รันที่ทำทุกๆ อย่างเพื่อแก้มแบบนี้”

                “เพื่อคนที่พี่รัก พี่ทำได้หมดทุกอย่างแหละครับ พี่รักแก้มมากนะ” เขาหอมแก้มนวลอย่างชื่นใจก่อนจะกอดเธอเอาไว้ ราชาวดีจึงกอดเขาเอาไว้แน่นไม่คิดจะอายใครอีกแล้ว พี่รันของเธอน่ารัก เขาใจดีกับเธอ รักเธอมาก เธอไม่ควรจะอายที่จะแสดงความรักต่อเขา เธอรู้ดีว่าเขาชอบให้เธออ้อน ชอบให้เธอแสดงความรักกับเขาแบบนี้

                “แก้มมีความสุขที่สุดเลยค่ะ”

                “ได้เข้าหอแล้วจะยิ่งมีความสุขมากกว่านี้” เขาว่าเป็นนัยๆ ขณะลูบผมเธอเบาๆ คนที่เขาลูบผมอยู่เลยตีอกเขาเบาๆ ข้อหาพูดเรื่องที่มันทำให้เธอเขินนัก

                เห็นเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวกอดกันกลมแบบนี้ก็ยิ่งทำให้หญิงสาวอีกคนที่มองดูอยู่ห่างๆ อิจฉายิ่งนัก ทำไมกัน ทำไมคนที่ได้ยืนข้างเขาวันนี้ถึงไม่ใช่เธอ ตันหยงคิด ผู้กองกรันณ์กอดเจ้าสาวของเขาไม่ยอมปล่อย พาเธอไปรู้จักกับญาติผู้ใหญ่ของเขา ผู้บังคับบัญชา ครูอาจารย์แล้วก็เพื่อนๆ ของเขาทุกคน เสียงแขกในงานพูดคุยกันล้วนแต่ชื่นชมเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวที่นอกจากจะสวยหล่อเหมาะสมกันแล้วหน้าที่การงานยังเพียบพร้อมส่งเสริมกันและกันเป็นอย่างดีอีก เจ้าสาวก็เรียบร้อยน่ารักจนเพื่อนๆ เจ้าบ่าวชอบเธอกันมาก อิจฉาผู้กองกรันณ์กันใหญ่ที่โชคดีได้แต่งงานกับเจ้าสาวแสนสวยแล้วก็น่ารักมากมายขนาดนี้ ได้ฟังทุกๆ คนชื่นชมราชาวดีเธอก็ยิ่งไม่ชอบใจ เกลียดภาพบาดตาเหลือเกินเมื่อเพื่อนๆ เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวเชียร์ให้เจ้าบ่าวจูบเจ้าสาวโชว์กันอย่างสนุกสนาน เกลียด เธอเกลียดราชาวดีนัก นังคุณหมอมารหัวใจ!

                “ยินดีด้วยนะคะผู้กอง” ตันหยงตัดสินใจเดินเข้าไปทักเมื่อเจ้าบ่าวพาเจ้าสาวมานั่งพักที่เก้าอี้พลางใช้ผ้าเช็ดหน้าซับแก้มนวลให้กับเจ้าสาวของเขา

                “อ้อตันหยง ขอบคุณนะครับที่มาร่วมงาน ผมนึกว่าจะมาแต่ทีมของผู้กองสุรชัยซะอีก” ผู้กองกรันณ์พูดถึงผู้บังคับกองร้อยทหารพรานจากนราธิวาสซึ่งเป็นเพื่อนของเขาตอนที่ปฏิบัติงานอยู่ทางภาคใต้ และนำลูกน้องคนสนิทที่เคยร่วมงานกับเขาในอดีตมาร่วมแสดงความยินดีถึงที่กรุงเทพฯ ด้วย

                “งานแต่งของผู้กองทั้งทีฉันต้องมาอยู่แล้วล่ะค่ะ” ตันหยงยิ้มหวานให้เจ้าบ่าวแล้วทำเมินเจ้าสาวราวกับมองไม่เห็น ราชาวดีจึงได้แต่เอียงคอมองตาม ยิ่งเห็นตันหยงทำตาหวานให้พี่รันของเธอ เธอก็ยิ่งไม่ค่อยชอบใจ เธอชื่นชมตันหยงในฐานะของอาสาสมัครทหารพรานหญิงคนเก่ง ชื่นชมที่ตันหยงอาสาทำงานปกป้องประเทศและทำได้ดีไม่ต่างจากผู้ชาย แต่...ถ้าจะมามองพี่รันของเธอแบบนี้ก็ไม่ไหวนะ ตอนนี้พี่รันเป็นสามีของเธออย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว เธอเป็นภรรยาของเขา เธอมีสิทธิ์ในตัวของเขาทุกอย่างเพราะฉะนั้นเธอจะไม่ยอมให้ใครมายุ่งกับพี่รันของเธอเด็ดขาด เธอเข้าใจและยอมให้เขาแค่เรื่องงานเรื่องเดียวเท่านั้น แต่เรื่องผู้หญิงคนอื่นเธอไม่ยอมเด็ดขาด

                “พี่รันขา” ราชาวดีเรียกเจ้าบ่าวของเธอเมื่อเขากำลังฟังตันหยงเล่าเรื่องเหตุการณ์ที่นราธิวาสให้ฟังอยู่ ผู้กองกรันณ์จึงรีบหันกลับมาหาเจ้าสาวของเขา

                “อยากกอดพี่รันอีก” เธอว่าแล้วก็ชูมือขึ้นหาเขาอย่างแสนอ้อนให้ผู้กองกรันณ์หัวเราะเธอออกมาอย่างเอ็นดูเมื่อรู้ว่าเธอคงจะอ้อนเพราะหึงเขากับตันหยง จึงได้เข้าไปกอดเอาเจ้าสาวของเขามาไว้แนบอกดังเดิม

                “ขี้หึง” เขากระซิบเบาๆ ที่ข้างหูเธอ ราชาวดีจึงยิ้มหวานแล้วเอื้อมตัวขึ้นไปจุ๊บปากเจ้าบ่าวของเธออย่างแสดงความเป็นเจ้าของจนแขกในงานได้แต่มองอย่างเอ็นดูเมื่อเห็นเจ้าสาวอ้อนเจ้าบ่าวแบบนี้ เพื่อนๆ เจ้าบ่าวพากันโห่ใหญ่อย่างอิจฉาในขณะที่เพื่อนๆ เจ้าสาวกลับอึ้งเพราะหมอแก้มแสนเรียบร้อยของพวกเขาไม่น่าจะใจกล้าแบบนี้

                “สามีของแก้ม แก้มรักของแก้มมาก แก้มก็อยากกอดอยากจูบสิคะ” เธอแกล้งทำเสียงสองอ้อนสามีต่อหน้าตันหยง ทั้งกอดเขา ลูบไล้แผ่นอกของเขาแล้วแบบนี้เจ้าบ่าวหรือจะหนีเธอรอด ถูกยั่วยวนขนาดนี้เขาแทบจะรอเวลาเข้าห้องหอไม่ไหวแล้วสิ คอยดูเถอะ เข้าหอเมื่อไหร่เขาจะจับน้องนางไม้กินไม่ให้เหลือเลย

                “ขอตัวก่อนนะตันหยง ขอบคุณมากๆ นะครับที่มาร่วมงานวันนี้” ผู้กองกรันณ์หันมาบอกหญิงสาวอีกคนแล้วกระชับกอดคนในอ้อมแขนให้แน่นขึ้น

                “ขอบคุณนะคะคุณตันหยงที่มางานของฉันกับพี่รัน ฉันขอตัวสามีของฉันคืนนะคะ” ว่าแล้วเธอก็ดึงเจ้าบ่าวของเธอไปทางเพื่อนๆ หมอและพยาบาลโดยที่มีหมอเอื้อยยืนดูเหตุการณ์เมื่อก่อนครู่นี้อยู่ พอจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไรก่อนจะหันไปยิ้มให้ราชาวดีอย่างถูกใจ

                “แกทำได้ดีมากยัยแก้ม รู้สึกว่าตั้งแต่ได้เจอผู้กองกรันณ์แกจะฉลาดขึ้นเยอะเลยนะ มันต้องแบบนี้สิเพื่อนฉัน” ว่าแล้วเธอก็หันมาทางผู้หมวดนทีอีกครั้งหลังจากที่กำลังฟังเขาเล่าเรื่องตอนทำงานอยู่ที่ฐานปฏิบัติการให้ฟัง แต่พอเขาหันไปเห็นตันหยงทำสีหน้าหงอยๆ จะเดินออกไปจากงานผู้หมวดหนุ่มก็รีบทิ้งหมอเอื้อยเอาไว้กับผู้พันของเขาแล้วรีบเข้าไปหาตันหยงทันทีจนหมอสาวต้องชักสีหน้าใส่อีก

                “อะไรกันเนี่ยทหารพรานพวกนี้ มีเจ้าของแล้วก็ไม่บอก เฮอะ! ฉันไปจีบทหารอากาศแทนก็ได้ หล่อๆ ทั้งนั้น” ว่าแล้วก็ทำท่าจะเดินไปยังกลุ่มของเพื่อนเจ้าบ่าวแต่ทว่าผู้พันคีรินทร์กลับรีบเดินมาดักหน้าเธอเอาไว้ซะก่อน

                “ไม่ได้เข้ากรุงเทพฯ ซะนาน เพิ่งจะรู้ว่าที่สโมสรทหารบกเดี๋ยวนี้เขาเลี้ยงแรดเอาไว้ด้วย” เปรยออกมาเบาๆ พลางจิบเครื่องดื่มในมือ หมอเอื้อยจึงกอดอกมองหน้าเขาอย่างเอาเรื่อง นี่เขาจะตามมาขัดขวางคืนหาคู่ของเธอให้ได้ใช่มั้ย

                “นี่ ในฐานะที่เธอเป็นเพื่อนน้องฉันและเป็นเพื่อนเจ้าสาว ช่วยเก็บอาการหิวผู้ชายด้วย เดี๋ยวภาพลักษณ์มันจะเสียไปถึงยัยแก้ม”

                “ภาพลักษณ์อะไรผู้พัน ไม่เห็นหรอว่ายัยแก้มทั้งกอดแล้วก็จูบผู้กองไปกลางงานเมื่อกี้นี้”

                “อ้าว ก็เขาเป็นผัวเมียกัน มันเรื่องปกติ แต่เธอสิอะไร เมื่อกี้นี้ก็ไปอ่อยผู้หมวดไกรจักร ต่อมาก็ผู้หมวดนที แล้วนี่ยังจะไปกลุ่มทหารอากาศอีก ถามจริงเถอะ คืนนี้จะหาผัวให้ได้ทุกเหล่าทัพ ทุกหน่วยเลยรึยังไงถึงได้ฟาดหมดทั้งตำรวจตระเวนชายแดน ทหารพรานยันทหารอากาศ จะเอาทหารเรือ ทหารบกด้วยมั้ยเดี๋ยวฉันแนะนำเพื่อนฉันให้” ตั้งใจจะประชดแรงๆ ให้หญิงสาวได้อายที่จีบผู้ชายไปทั่วงานแบบนี้ แต่อีกฝ่ายก็ซื่อเกินกว่าจะเข้าใจว่าเขากำลังหลอกด่าจึงได้ทำหน้าตื่นเต้นขึ้นมา

                “จริงหรอผู้พัน! เอาสิ แนะนำให้รู้จักหน่อย แหม แบบนี้หน่อยสิไม่เสียแรงที่รู้จักกันมานาน” ว่าจบก็ตบไหล่ชายหนุ่มอย่างกันเองจนผู้พันคีรินทร์ต้องคอยปัดมือเธอหนี ที่น้องสาวของเขาใจกล้าจูบเจ้าบ่าวตัวเองกลางงานเมื่อกี้นี้ก็คงจะติดนิสัยยัยหมอคนนี้มาแน่ๆ ทำไมถึงได้ทำตัวเหมือนเชื้อโรคกระจายเชื้อนิสัยไม่ดีไปทั่วแบบนี้กันนะ

                “ยัยแรด”

                “นี่ เรื่องอะไรมาว่าฉันแรด ก็เสนอมาเองไม่ใช่หรอว่าจะพาฉันไปหาเพื่อนๆ ตัวเองน่ะ เอาสิ นำทางเลย” เธอผายมือเชิญแต่ร่างสูงกลับยืนนิ่งทำหูทวนลม นี่ถ้าไม่เห็นว่าเป็นทหารยศสูงและเป็นพี่ชายเจ้าสาวแม่จะถอดส้นสูงมาฟาดหน้าให้

                “ตกลงจะเอาอย่างนี้ใช่มั้ยคะ”

                “เอาอะไรของเธอ”

                “ก็...” ว่าจบหมอเอื้อยก็เข้าไปกอดแขนเขาเอาไว้แน่นทันที ไม่กอดแขนเปล่ายังเอื้อมตัวขึ้นไปหอมแก้มเขาอีกทำเอาผู้พันคีรินทร์ถึงกับยืนตัวแข็งทื่อเป็นหินเมื่อไม่คิดว่าเล่นกับเด็ก แล้วเด็กจะลามปามเขาแบบนี้

                “เกะกะฉันดีนัก อย่านึกว่าฉันจะไม่รู้นะว่าผู้พันคอยขัดขวางฉันตลอดเวลาฉันไปคุยกับหนุ่มๆ ถ้าจะขัดขวางจนฉันหาผัวไม่ได้ ฉันก็จะจับผู้พันนี่แหละทำผัวแทน หึๆๆ” หมอเอื้อยกัดฟันพูดให้เขาได้ยินคนเดียวพร้อมกับหัวเราะออกมาจนผู้พันหนุ่มถึงกับขนลุกซู่ อยู่ในสนามรบเขาไม่เคยกลัวและถึงไหนถึงกัน รับมือกับคนร้ายได้สบายๆ แต่ทำไมพอมาเป็นยัยหมอโรคจิตนี่เขาถึงทำอะไรไม่ถูกเลยนะ

                “หมวด หมวด”

                “เออ...ผมขอตัวไปห้องน้ำก่อนนะครับผู้พัน จะราดแล้ว” ผู้หมวดคณินว่าขึ้นก่อนจะรีบชิ่งหนีเมื่อผู้เป็นนายเรียกให้ช่วย แต่เรื่องแบบนี้เขาคงช่วยไม่ได้ ให้ช่วยในสนามรบน่ะเขาช่วยได้ แต่สนามรักแบบนี้ขอบอกเลยว่าไม่ ตัวใครตัวมันละกัน

 

 

                พอหลบพ้นออกมาจากงานผู้หมวดคณินก็ตรงไปที่ห้องน้ำดังว่าจริงๆ แต่แล้วร่างสูงในชุดขาวนายทหารพร้อมด้วยกระบี่นายร้อยของตัวเองที่เตรียมจะทำซุ้มให้กับผู้กองและคุณหมอของเขาก็ต้องชะงักเมื่อเห็นเด็กสาวในชุดราตรีแสนสวยยืนหลบมุมคุยโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงและสีหน้าแสนหงุดหงิดอยู่ที่หน้าห้องน้ำหญิง ร่างบางของเด็กสาววัยสิบแปดปีไม่คิดว่าจะสวยครบเครื่องแบบนี้ มิน่าล่ะเมื่อเช้านี้พี่ชายของเธอถึงได้หวงนัก รู้สึกจะชื่อขวัญตาสินะ

                “นี่! จะต้องให้บอกกี่ครั้งฮะว่ามางานแต่งพี่ชาย จะเซ้าซี้อะไรให้มาก อย่ามาทำตัวงี่เง่ากับขวัญนะพี่มอส” เธอยังคงหันหลังให้ผู้หมวดคณินขณะคุยโทรศัพท์

                “พี่เป็นแค่แฟนขวัญนะไม่ใช่พ่อ อย่าจู้จี้อะไรให้มากจะได้ปะ ก็บอกแล้วไงว่ามางานแต่ง ไม่ได้ไปเที่ยวกิ๊กที่ไหน รูปก็ถ่ายให้ดูจะเรื่องมากอะไรอีก ถ้าไม่เชื่อจะมาดูด้วยตัวเองมั้ยที่สโมสรทหารบกเนี่ย!

                สงสัยทะเลาะกับแฟน ผู้หมวดหนุ่มคิดก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างไม่สนใจ เรื่องรักๆ ของเด็กวัยรุ่นสมัยนี้เขาไม่อยากจะยุ่งด้วย ไม่สิ เขาจะยุ่งด้วยทำไมไม่ได้สนิทอะไรกันขนาดนั้น แค่น้องสาวของนาย

                ถึงจะไม่อยากยุ่งด้วยแต่ก็เหมือนจะอดใจไม่ยุ่งด้วยไม่ได้เมื่อเขาออกมาจากห้องน้ำเด็กสาวก็ยังคุยโทรศัพท์อยู่ที่เดิม แต่ที่ต่างจากเมื่อกี้นี้ก็คือดูเหมือนเธอจะทะเลาะกับคนในสายหนักขึ้นจนหยดน้ำตาใสๆ ร่วงออกมาอาบแก้มนวล

                “ก็บอกว่าไม่ได้อยู่กับกิ๊กไงวะ ก็นอกจากพี่เนี่ยขวัญก็ไม่ได้มีใครเลยทำไมถึงไม่เชื่อใจกันบ้าง พูดแบบนี้อยากเลิกหรอ เออ!!! เลิกก็เลิกคิดว่าขวัญจะแคร์หรอ ถ้าจะบ้าบอเบอร์นี้ก็เลิกกันไปเลย ขวัญโคตรจะรำคาญพี่เลยพี่มอส คิดว่าตัวเองหล่อนักรึไง ได้เป็นแฟนกับขวัญก็นับว่าพี่ทำบุญมามากแล้ว ไอ้ผู้ชายเฮงซวยเอ้ย!!!

                เพล้ง!!! โทรศัพท์เครื่องสวยราคาแพงลอยเฉียดหน้าผู้หมวดคณินไปแบบเส้นยาแดงผ่าแปดหากว่าเขาหลบไม่ทันก่อนจะกระแทงเข้ากับผนังปูนอย่างแรงจนโทรศัพท์เครื่องน้อยหน้าจอแตกอย่างหาชิ้นดีไม่ได้ คนที่เพิ่งจะปามันมาก็ตกใจพอๆ กันที่อารมณ์ของตัวเองเกือบจะทำให้คนอื่นเจ็บตัวแบบนี้ เธอยืนมองผู้หมวดหนุ่มด้วยสีหน้าเหวอๆ เมื่อจำได้ว่าเขาเป็นลูกน้องคนสนิทของผู้เป็นพี่ชาย นี่เขาคงจะได้ยินที่เธอคุยโทรศัพท์ไปแน่ๆ แล้วแบบนี้เขาจะเอาไปฟ้องพี่ชายเธอมั้ย พี่ชายเธอยิ่งดุๆ อยู่ซะด้วยสิ

                “แอบฟังฉันคุยโทรศัพท์หรอผู้หมวด” เธอถามขึ้นอย่างเอาเรื่องทันทีแล้วปาดน้ำตาออกจากแก้มก่อนจะเดินเข้าไปหาเขาอย่างไม่นึกกลัว

                “ห้ามเอาเรื่องนี้ไปบอกพี่รันเด็ดขาดนะ” เธอสั่งอีกฝ่าย แต่เขากลับทำเป็นไม่สนใจเพราะไม่ได้คิดอยากจะยุ่งกับเรื่องของเด็กๆ แบบนี้อยู่แล้วจึงเดินหนีออกมา แต่ขวัญตากลับไม่คิดแบบนั้น เธอรู้ว่าผู้หมวดคนนี้มีพี่ชายเธอเป็นไอดอล ทั้งซื่อสัตย์และภักดีแล้วมาเห็นเธอมีเรื่องแบบนี้เขาต้องเอาไปรายงานพี่ชายเธอแน่ๆ ระหว่างเขากับพี่ชาย ถ้าจะต้องกลัวใครซักคนเธอขอกลัวพี่ชายซะยังจะดีกว่า ต้องหาทางปิดปากผู้หมวดคนนี้ให้ได้

                “นี่! หยุดเดินเดี๋ยวนี้เลยนะผู้หมวด” เธอคว้าโทรศัพท์ที่พังขึ้นมาแล้วร้องตามเขา แต่อีกฝ่ายกลับทำเป็นไม่ได้ยินแล้วจะเดินกลับเข้างาน

                “ฉันบอกให้หยุดยังไงล่ะ!!!

                ตุ๊บ!!! โทรศัพท์ที่พังถูกปามาใส่แผ่นหลังกว้างของคนร่างสูงทันทีจนเขาชะงักอย่างหงุดหงิด ยัยเด็กบ้านี่กล้าดียังไงถึงมาทำกับเขาแบบนี้ เขาแก่กว่าเป็นสิบกว่าปี ที่บ้านก็น่าจะสอนมารยาทให้แล้วทำไมเธอถึงไม่จำกัน

                “ฉันบอกว่า...”

                ตุ๊บ! ขวัญตาที่ตามมาจะเอาเรื่องเขาถึงกับตะลึงงันด้วยความตกใจกลัวเมื่อพอเข้ามาใกล้เขาจู่ๆ ก็ถูกเขาจับกดเข้าไปกับผนังทางเดิน มือแกร่งทั้งสองข้างบีบไหล่บางของเธอเอาไว้แน่น สีหน้าดูไม่ค่อยจะเป็นมิตรเหมือนเมื่อเช้านี้เลย

                “เป็นเด็กอย่ามาลามปามผู้ใหญ่ ที่บ้านไม่สอนมารยาทให้หรอ หรือสอนแต่ไม่จำ”

                “นี่ผู้หมวดกล้าว่าฉันหรอ ฉันเป็นน้องสาวของพี่รันนะ!

                “พี่ถึงจะสั่งสอนหนูแทนพี่ชายอยู่นี่ไงว่าอย่ามาลามปามกับผู้ใหญ่!!!

                “พี่อะไรแก่ขนาดนี้ ไม่เรียกน้า เรียกอาก็บุญเท่าไหร่แล้ว” หนอย...ยัยเด็กนี่! ถึงว่าสิทำไมผู้กองถึงได้ชอบดุเธอบ่อยๆ เด็กนิสัยเสียแบบนี้น่าจะจับไปดัดนิสัยซะให้เข็ด

                “ผู้หมวดไม่กล้าทำอะไรฉันหรอก ลองทำสิจะฟ้องพี่รันกับคุณลุงให้ดู แล้วเรื่องเมื่อกี้นี้ถ้าเอาไปฟ้องพี่รันล่ะก็ฉันจะบอกพี่รันบ้างว่าผู้หมวดรังแกฉัน จะลวนลามฉัน พี่รันเกลียดการรังแกผู้หญิงมาก ผู้หมวดโดนสั่งซ่อมหนักแน่ๆ”

                นี่ถ้าไม่ติดว่ายึดถือคำสอนของโรงเรียนนายร้อยและคำสอนของผู้กองกรันณ์ว่าต้องมีความเป็นสุภาพบุรุษนะ สาบานได้ว่าเขาจับยัยเด็กอวดดีนี่ตีให้หายซ่าแน่ๆ ลามปามผู้ใหญ่ไม่พอยังมาขู่เขาอีก ท่านนายพลกับผู้กองไม่ได้โง่นะถึงจะได้เชื่อยัยเด็กลิงหลอกเจ้านี่ แต่ก็เอาเถอะ หาเรื่องกับเด็กผู้หญิงแบบนี้รู้ไปถึงไหนอายไปถึงนั่น เขาจะไม่เอาเรื่องเธอก็ได้

                “ก็เพราะนิสัยเสียแบบนี้ไงแฟนถึงบอกเลิก” เขาว่าแล้วปล่อยตัวเธอ ขวัญตาจึงจ้องหน้าเขานิ่ง

                “ใครว่า ฉันเป็นฝ่ายบอกเลิกก่อนต่างหาก คนอย่างฉันไม่เคยถูกใครทิ้งจำเอาไว้ด้วย”

                “ไม่จำ จำทำไมเรื่องไร้สาระ จำไปก็รกสมองเปล่าๆ จะใครเลิกใครก่อนก็ช่าง แต่ขอบอกให้รู้เอาไว้เลยว่าสมน้ำหน้า!” ว่าจบผู้หมวดหนุ่มก็เดินหนีกลับเข้างานไป แต่ขวัญตากลับไม่คิดจะยอมแพ้รีบวิ่งตามร่างสูงไปทันทีเมื่อเขาเดินเข้างานไปเธอก็เลยวิ่งเข้าไปจนใกล้แล้วชนร่างสูงแรง ตั้งใจจะให้เขาล้มแต่กลับเป็นเธอเองที่ล้ม ลืมคิดไปว่าเขาเป็นทหารร่างแกร่ง ตอนนี้เธอก็เลยล้มลงไปจับกบอยู่ที่พื้นท่ามกลางสายตาของผู้คนที่อยู่บริเวณนั้น

                ผู้หมวดคณินหันมายิ้มเยาะให้ยัยเด็กแสบนี่ทันที คิดจะลองดีกับเขางั้นหรอเด็กน้อย

                “จับกบหรอ มาๆ พี่ช่วยนะหนู” เขาแกล้งว่าแล้วยื่นมือที่สวมถุงมือสีขาวอยู่ไปให้เธอจับพยุงตัวลุกขึ้น ขวัญตาจึงยอมจับมือเขาแต่โดยดี จนเมื่อลุกขึ้นยืนแล้วผู้หมวดหนุ่มจึงพูดขึ้นมาอีก

                “เวรแล้วไง เข้าห้องน้ำเมื่อกี้นี้ลืมล้างมือ”

                “ยี้!!!” เด็กสาวรีบปล่อยมือเขาทันทีแล้วเช็ดมือเล็กๆ ของตัวเองกับชุดราตรีสวย อีกฝ่ายที่แกล้งเลยหัวเราะชอบใจใหญ่ที่แกล้งเธอได้ ยิ่งเขาหัวเราะขวัญตาก็ยิ่งทำหน้าบึ้งจนกระทั่งเห็นเด็กเสิร์ฟเดินถือถาดเครื่องดื่มผ่านมาเธอเลยหยิบไวน์มาแก้วหนึ่งก่อนจะยกขึ้นดื่มราวกับน้ำเปล่าทั้งๆ ที่ไม่เคยดื่มเครื่องดื่มพวกนี้ แต่เพราะว่ายังโมโหผู้หมวดหนุ่มอยู่เลยต้องทำเก่งเข้าไว้

                เด็กเสิร์ฟได้แต่มองเธออย่างอึ้งๆ เมื่อเห็นเด็กสาวดื่มไวน์ไปสองแก้ว แล้วพอเธอจะหยิบแก้วที่สามมาดื่มเย้ยผู้หมวดคณิน อีกฝ่ายก็รีบแย่งแก้วไวน์จากเธอไปพร้อมกับโบกมือให้เด็กเสิร์ฟรีบออกไป

                “ไวน์นะไม่ใช่นมถึงได้กรอกเอาๆ เป็นเด็กเป็นเล็ก อกหักได้แต่ห้ามเมาเด็ดขาดจำคำพี่เอาไว้นะหนู” ว่าจบเขาก็ยกไวน์แก้วนั้นขึ้นดื่มเสียเอง ขวัญตาที่ไม่รู้จะเอาคืนเขายังไงแล้วก็เลยยันแผ่นอกเขาหนีด้วยมือเล็กๆ ของเธอก่อนจะกระทืบเท้าเดินหนีกลับไปหาคุณหญิงป้าให้ผู้หมวดหนุ่มได้แต่มองตามอย่างขำๆ

                “คุกๆๆๆๆ จะกินเด็กก็ว่าคุกแล้ว แต่เด็กที่ว่าเนี่ยน้องสาวผู้กองนะ งานนี้ทั้งคุก ทั้งนรกมาพร้อมกันแน่ๆ” ผู้หมวดนทีว่าขึ้นอย่างล้อเลียนเมื่อเห็นเหตุการณ์เข้า ผู้หมวดคณินจึงชักสีหน้าใส่เพื่อน

                “คุกอะไรหมวด เขาอายุครบสิบแปดปีแล้วนะ”

                “รอดคุกแต่ก็ไม่รอดนรกอยู่ดีนะหมวด ระหว่างคุกกับนรกของผู้กอง เลือกคุกเถอะ” ว่าแล้วก็หัวเราะคู่หูตัวเองออกมาจนตันหยงที่อยู่กับพวกเขาด้วยหัวเราะออกมาเบาๆ ผู้หมวดคณินจึงหันไปมองนรกที่ผู้เป็นเพื่อนว่าเมื่อขณะนี้เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวขึ้นเวทีเพื่อกล่าวขอบคุณแขกที่มาร่วมงานแล้ว

************************************************************************************************

และแล้วงานโคแก่กับหญ้าอ่อนก็ตามมา 555


ส่วนใครที่ลุ้นว่าพี่รันของเราจะได้เข้าหอสามวันสามคืนอย่างที่พูดมั้ยพรุ่งนี้ได้คำตอบแน่นอนค่ะ

แล้วมาลุ้นเอาใจช่วยกันนะคะ และอย่าลืมเม้นเป็นกำลังใจในการอัพนิยายให้ไรท์ด้วยน้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 378 ครั้ง

2,199 ความคิดเห็น

  1. #1158 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 22:09
    นี่ก็ลุ้นตอนแสนดาจะมา
    #1158
    0
  2. #46 noochtyba (@noochty) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:18
    ไรท์ฝากบอกแสนดาด้วยว่าอย่าพึ่งมา!!!!!
    #46
    1
  3. #44 ปูโพธาราม (@souwanee) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:50
    อย่าว่าแต่สามวันสามคืนเลย แค่คืนแรกจะได้เข้าหอหรือเปล่าแสนดามันรออยู่ไม่ใช่เหรอ หึหึ
    #44
    1
    • #44-1 (@-palmmy-) (จากตอนที่ 20)
      14 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:02
      นั่นจิ หนักใจแทนพี่รันเนาะ
      #44-1