ป้องรัก ห่มใจ

ตอนที่ 19 : สมรสน้องนางไม้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,274
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 378 ครั้ง
    9 มี.ค. 62


19.สมรสน้องนางไม้

 

                เสียงโห่ร้องของขบวนขันหมากเริ่มดังขึ้นตามเวลาฤกษ์ยาม เจ้าบ่าวรูปหล่อคมเข้มเดินถือขันหมากมาอย่างเด่นสง่า โดยมีเถ้าแก่ พ่อแม่ ญาติๆ รวมถึงเพื่อนฝูงและลูกน้องอีกมากมายที่ต่างก็พากันร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนาน ขันหมากเอก ขันหมากโท สินสอดทองหมั้น ทั้งใบเงิน ใบทอง ใบนาค กลีบกุหลาบดอกไม้มงคลมากมาย ข้าวตอกดอกไม้  พานขนมหวาน ผลไม้และต้นอ้อย ต้นกล้วยถูกจัดเตรียมมาพร้อมอย่างไม่ให้น้อยหน้าใคร แต่งลูกสะใภ้เพียงคนเดียวของท่านนายพลปภพทั้งทีต้องยิ่งใหญ่สมฐานะตระกูลดัง แล้วเจ้าสาวก็เป็นถึงคุณหมอคนเก่งคนดังของประเทศ เป็นน้องสาวของผู้พันผู้มากด้วยความสามารถงานแต่งและสินสอดจึงต้องมากมายและใหญ่โตอย่างสมเกียรติ และถึงแม้ฝ่ายเจ้าสาวจะมีญาติทางสายเลือดเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่คือผู้เป็นพี่ชาย แต่ก็ได้พลโทชาญศักดิ์ นายทหารผู้เป็นที่เคารพนับถือนายหนึ่งของกองทัพบกเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวให้เพราะพลโทชาญศักดิ์ท่านนี้คือเจ้านายเก่าของพ่อเจ้าสาวที่ล่วงลับไปในหน้าที่ และเป็นผู้ที่คอยให้ความช่วยเหลือดูแลเจ้าสาวและพี่ชายมาตั้งแต่ตอนเป็นเด็ก จึงทำให้เด็กกำพร้าทั้งสองสามารถเติบโตขึ้นมาได้โดยมีท่านคอยดูแลอยู่ห่างๆ

                “เจ้าสาวพร้อมแล้วรึยัง!!! เจ้าบ่าวจะบุกแล้วนะ!!!” เจ้าบ่าวตะโกนเข้าไปในห้องจัดงาน หรือเอาง่ายๆ คือตั้งใจตะโกนใส่หน้าพี่ชายเจ้าสาวโต้งๆ เพราะพ้นจากวันนี้ไปน้องนางไม้คนสวยก็จะกลายมาเป็นน้องนางไม้ประจำใจของเขาคนเดียวโดยที่ผู้พันคีรินทร์ไม่มีสิทธิ์มายุ่งอะไรด้วยอีกแล้ว ฝ่ายผู้พันหนุ่มพอถูกคนเป็นน้องเขยลองดีก็ได้แต่ข่มใจเอาไว้เพราะหากแกล้งอะไรมันอีก เกิดมันไปแก้แค้นลงกับน้องสาวของเขาคืนนี้ น้องสาวของเขาได้แย่แน่ๆ ไว้กลับฐานที่แม่สอดก่อนเถอะมึงไอ้รัน ไอ้รุ่นน้องอวดดี ผู้พันคีรินทร์อาฆาตแค้นในใจ

                “รัน แกไม่ต้องไปยั่วโมโหผู้พันให้มาก ระวังเถอะพอกลับไปทำงานแกจะถูกสั่งซ่อมแบบไม่มีสาเหตุ” คนเป็นพ่อเตือนด้วยความหวังดี อย่าว่าแต่ผู้พันคีรินทร์จะหมั่นไส้เลย ขนาดท่านนายพลเองแท้ๆ ยังอดหมั่นไส้ลูกชายตัวเองไม่ได้เลย เพราะมันไปกวนบาทาเขาแบบนี้ไงถึงได้ถูกย้ายจากภาคใต้ขึ้นมาที่ภาคเหนือ

                “ไม่เป็นไรครับพ่อ ผมมีเมียเป็นหมอ ผมไม่กลัว”

                “แต่เมียแกรักพี่ชายของเขามากกว่าแก แกอย่าลืม”

                “เออใช่! แต่ไม่เป็นไรหรอกครับพ่อ เดี๋ยวคืนนี้ก็จะรักผมมากกว่าพี่ชายเองแหละ” เขาว่าอย่างมั่นใจ ให้ผู้หมวดคณินกับผู้หมวดนทีที่ยืนถือขันหมากอยู่ข้างหลังอดมองหน้ากันไม่ได้ รู้สึกเป็นห่วงคุณหมอของพวกเขายังไงก็ไม่รู้สิคืนนี้เพราะดูท่าคืนนี้ผู้กองกรันณ์จะต้องจัดหนักอย่างแน่นอน

                เมื่อขบวนขันหมากมาถึงหน้าห้องที่จัดพิธีก็ใช่ว่าจะได้เข้าไปง่ายๆ เมื่อตอนนี้มีเพื่อนเจ้าสาวเหล่าคุณหมอ พยาบาลสาวๆ สวยๆ ออกมายืนกั้นประตูเงิน ประตูทอง ทำเอาเพื่อนเจ้าบ่าวที่อยากยลโฉมเพื่อนเจ้าสาวคักคึกกันใหญ่ เถ้าแก่และพ่อแม่เจ้าบ่าวจึงต้องจ่ายซองหนักๆ กว่าแต่ละประตูจะยอมเปิดให้ ซ้ำสาวๆ เหล่าหมอและพยาบาลยังแกล้งให้เจ้าบ่าวโชว์พละกำลังที่มีมากเหลือโดยการดันพื้นบ้าง พุ่งหลังบ้าง ลุกนั่งบ้าง ตะโกนบอกรักเจ้าสาวบ้างตามแต่ที่เพื่อนๆ ของเจ้าสาวจะนึกวิธีแกล้งผู้กองหนุ่มได้ และยิ่งใกล้ถึงห้องพิธีมากเท่าไหร่เจ้าบ่าวก็ยิ่งต้องจ่ายหนักขึ้นและถูกแกล้งหนักขึ้นเรื่องๆ จนกระทั่งมาถึงด่านสุดท้าย คนที่ถือสร้อยประตูเงินประตูทองก็คือคุณหมอคนสวยอย่างหมอเอื้อย เพื่อนรัก เพื่อนสนิทที่สุดของเจ้าสาวและ...ผู้หมวดไกรจักร อย่างหมอเอื้อยนี่เขาเข้าใจ เป็นเพื่อนรักกันมมาตั้งแต่เด็กๆ แต่อีกคนนี่สิ

                “วันนี้ผมอยู่ข้างเจ้าสาวนะครับผู้กอง” ผู้หมวดตำรวจตระเวนชายแดนว่ายิ้มๆ

                “ฉันว่าวันนี้มีเอาคืนว่ะ”

                “นั่นดิ” ผู้หมวดนทีกับผู้หมวดคณินแอบกระซิบกัน แม่เจ้าบ่าวก็เลยยื่นซองให้กับคนกั้นประตูเงินประตูทองด่านสุดท้าย

                “ซองไม่เอาครับคุณหญิง” ผู้หมวดหนุ่มว่า

                “กูว่าแล้ว” ผู้หมวดคณินกับผู้หมวดนทีว่าขึ้นพร้อมกัน งานนี้ผู้กองของพวกเขาโดนเอาคืนแน่ๆ

                “หมวดจะเอาอะไร” เจ้าบ่าวถามอย่างเอาเรื่อง แต่อีกฝ่ายกลับฉีกยิ้มตอบ

                “เดินเป็ดบอกรักคุณหมอดังๆ”

                ว่าไงนะ! ไอ้ผู้หมวดนี่มันคิดจะเล่นอะไรของมัน มันไม่แหกตาดูหรอว่าวันนี้ลูกน้องของเขาก็มาตั้งหลายคน แบบนี้มันแกล้งกันชัดๆ

                “ว่าไงผู้กอง อยากได้มั้ยคุณหมอคนสวยน่ะ เป็นทหารใจกล้าๆ หน่อย” หนอย...ไอ้ผู้หมวกไกรจักร มึง!

                “เดี๋ยวผมสองคนช่วยผู้กองเอง เดี๋ยวเดินแทน” ผู้หมวดคณินยอมไม่ได้ที่ผู้กองของเขาจะถูกแกล้งแบบนี้ ผู้หมวดนทีก็ด้วย รีบอาสาปกป้องผู้บังคับบัญชากันใหญ่

                “หมวดสองคนไม่ใช่เจ้าบ่าว ไม่เกี่ยว”

                “ไอ้ผู้หมวดไกรจักร!!!” ผู้หมวดหนุ่มทั้งสองตะวาทขึ้นทันทีอย่างเอาเรื่อง แต่เจ้าบ่าวก็ยกมือขึ้นห้ามเสียก่อน

                “ไม่เป็นไรหมวด เพื่อน้องนางไม้ของผม แค่นี้ทำไมผมจะทำไม่ได้”

                แล้วภาพประวัติศาสตร์แห่งกองทัพก็ได้เกิดขึ้นเมื่อผู้กองกรันณ์ ผู้กองมาดดุสุดเหี้ยมและหัวรุนแรงในสายยตาของทุกๆ คนตอนนี้กำลังเดินเป็ดบอกรักเจ้าสาวของเขาอยู่อย่างไม่นึกอายในยศตำแหน่ง แต่แทนที่จะมีคนยิ้มหัวเราะชอบใจ ทุกคนกลับพากันเอ็นดูและชื่นชมผู้กองหนุ่มมากกว่าที่เขายอมทำเพื่อคนรัก ทำเพื่อเจ้าสาวอย่างไม่นึกอายเลยแม้แต่น้อย

                “พอใจรึยัง” ผู้กองกรันณ์ถามกลับอีกฝ่าย ผู้หมวดไกรจักรจึงตอบหน้าตายว่า

                “อ้าว! ผู้กองกล้าทำจริงๆ หรอ ผมแค่ล้อเล่น ใจจริงผมแค่จะให้ดันพื้นซักสิบทีก็พอ”

                “แก...” ไอ้ผู้หมวดไกรจักร ฝากเอาไว้ก่อนเถอะมึง!!!

                “เอาน่าผู้กอง ล้อเล่นขำๆ ผมให้ผู้กองผ่านนะ ผู้กองเดินเป็ดได้สวยมาก คุณหมอได้เห็นคงจะชอบ” ผู้หมวดหนุ่มยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์แล้วตบแผ่นอกแกร่งของเจ้าบ่าวอย่างสะใจเพราะเหตุการณ์ทุกอย่างในงานมีตากล้องบันทึกภาพเอาไว้หมดแล้ว ในขณะที่ผู้กองหนุ่มกำลังแค้นก็นึกแผนเอาคืนอีกฝ่ายเอาไว้ในใจด้วย

                “แล้วหมอเอื้อยจะให้ผมทำอะไรบ้าๆ บอๆ ด้วยมั้ย” เขาหันมาถามหมอเอื้อย ถึงได้รู้ว่าเธอยืนน้ำตาคลออยู่

                “ร้องไห้ทำไม” ผู้พันคีรินทร์หันมาถามเธอ พลางยื่นผ้าเช็ดหน้าให้

                “ก็ฉันซาบซึ้งนี่ ผู้กองรักยัยแก้มของฉันมากจริงๆ ยอมเดินเป็ด ยอมขายหน้าก็เพื่อยัยแก้ม จะมีซักกี่คนกันที่จะยอมทำเพื่อผู้หญิงที่เขารักได้มากขนาดนี้ ฉันไม่แกล้งผู้กองหรอกนะคะ” เธอตอบผู้พันก่อนจะหันมาทางผู้กองกรันณ์

                “แต่ขอเป็นคำมั่นสัญญาแทน สัญญาออกมาต่อหน้าผู้ใหญ่ทุกคน ต่อหน้าเพื่อนๆ ของผู้กอง ต่อหน้าญาติๆ ฝ่ายเจ้าบ่าวและเจ้าสาว สัญญาต่อดาวบนบ่าและความเป็นชายชาติทหารของผู้กองว่าจะรัก จะดูแลยัยแก้มให้ดี จะไม่ทอดทิ้งและทำให้ยัยแก้มเสียใจเด็ดขาด”

                “ได้สิ” ผู้กองกรันณ์รับปาก ก่อนจะพูดออกมาเสียงดังฟังชัดต่อหน้าแขกทุกคนในงาน

                “ผมจะรักน้องแก้มด้วยใจมั่น จะภักดีและซื่อสัตย์ จะไม่ทอดทิ้งให้เจ็บปวด จะไม่ทำให้เสียใจเลยแม้แต่น้อย ความรักที่มีให้จะไม่มีวันเสื่อมคลาย จะเป็นสามีที่ดี เป็นพ่อที่ดีของลูกๆ ในอนาคต จะทำให้น้องแก้มเป็นผู้หญิงที่โชคดีและมีความสุขที่สุด ให้สมกับที่วันนี้น้องแก้มเลือกที่จะมอบชีวิตของน้องแก้มให้ผมดูแล” คำมั่นสัญญาของเจ้าบ่าวทำให้หลายคนยิ่งซาบซึ้งในความรักที่เขามีต่อเจ้าสาว หมอเอื้อยก็ยิ่งน้ำตาซึม

                “ทหารพูดแล้วห้ามคืนคำ”

                “ไม่คืนคำแน่นอนครับ”

                “...ฝากเพื่อนรักของฉันด้วยนะคะ” หมอเอื้อยบอกก่อนจะยอมเปิดทางให้ขบวนขันหมากของเจ้าบ่าวเข้าไปในห้องพิธีหาเจ้าสาวได้

                “วางใจเถอะครับ ผมจะดูแลน้องแก้มให้ดีที่สุด”

                แล้วขบวนขันหมากก็เคลื่อนที่เข้าไปในห้องพิธีงานสมรส ซึ่งเป็นห้องเดียวกันกับที่มีพิธีสงฆ์เมื่อเช้านี้ หากแต่ได้รับการตกแต่งใหม่จนทั่วทั้งห้องพิธีเต็มไปด้วยดอกไม้มากมายธีมสีขาวและสีเขียว สีขาวหมายถึงสีเสื้อกาวน์ของเจ้าสาวและสีเขียวคือสีเครื่องแบบทหารบกของเจ้าบ่าว ถึงเจ้าบ่าวจะเป็นทหารพรานแต่จะให้ใช้สีดำที่เป็นสีชุดเครื่องแบบมันก็ยังไงๆ อยู่

                จุดทำพิธีตั้งอยู่บนเวทีที่ปูพรมสีขาวสะอาดอบอวลด้วยดอกไม้หอมสีขาวเขียว พร้อมป้ายชื่อของบ่าวสาวที่ตกแต่งอย่างสวยงามบนผ้าม่านสีขาวสะอาด บนเวทีมีโซฟาตัวใหญ่ตั้งเอาไว้สำหรับพ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ของทั้งฝ่ายเจ้าบ่าวและเจ้าสาว ซึ่งเมื่อผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายขึ้นมานั่งประจำที่บนโซฟา และมีเจ้าบ่าวนั่งอยู่กับพื้นเบื้องหน้าพร้อมกับสินสอดทองหมั้นทั้งหลาย เถ้าแก่ฝ่ายเจ้าบ่าวที่เป็นถึง ผบ.ทบ. ก็ทำหน้าที่เจรจาสู่ขอเจ้าสาวตามธรรมเนียนแล้วคลี่ผ้าห่อสินสอดจำนวนหลายสิบล้าน รถยนต์ ที่ดิน เครื่องเพชรเครื่องทองมากมายให้ฝ่ายเจ้าสาวได้ตรวจนับพอเป็นพิธี พลโทชาญศักดิ์กับภรรยาที่เป็นผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวจึงรับสินสอดพร้อมกับโปรยข้าวตอกดอกไม้ที่พานสินสอดตามพิธีการสู่ขอ

                “เจ้าสาวของผมล่ะครับ” ผู้กองกรันณ์ทวงขึ้นเมื่อพิธีการมอบสินสอดแก่ฝ่ายเจ้าสาวเสร็จสิ้น ผู้พันคีรินทร์ที่นั่งอยู่บนโซฟาเลยถอนหายใจออกมาอย่างหมั่นไส้เจ้าบ่าวที่ดูจะสนใจแต่เจ้าสาวเสียเหลือเกิน

                “ให้เจ้าสาวออกมาเถอะ” พลโทชาญศักดิ์หันมาบอกผู้พันคีรินทร์ ผู้พันหนุ่มจึงหันไปส่งสัญญาณให้เพื่อนเจ้าสาวพาเจ้าสาวออกมาได้ ซึ่งเป็นเวลาที่แขกในงานทุกคนรอคอย

                เพื่อนเจ้าสาวจำนวนสิบคนห่มสไบสีไข่มุกกับผ้าซิ่งสีเขียวเดินถือดอกไม้สีขาวเข้ามาภายในห้องพิธีสมรส มีหมอเอื้อยเดินนำหน้า ทำให้แขกในงานทุกคนต่างก็หันไปยลโฉมเจ้าสาวกันอย่างลุ้นรอคอย เจ้าสาวคนสวยที่เจ้าบ่าวถามหาแล้วถามหาอีก ก่อนที่จะปรากฏร่างบางของหญิงสาวดวงหน้าหวานสวยหยดย้อย ผิวกายขาวนวลเนียนผุดผ่องอย่างน่าหลงใหลในชุดไทยโบราณ เธอนุ่งผ้าซิ่นเข้ารูปแบบหน้านางชายพกสีเขียวเข้มปักและขิดลายอย่างสวยงาม ห่มผ้าแถบเกาะอกสีเหลืองครีมปิดทรวงคู่อวบอิ่มแสนงดงามเอาไว้ ผมดำยาวสลวยที่ทำเป็นมวยปักปิ่นเมื่อเช้านี้ตอนนี้มีดอกไม้สดสีขาวปักคู่ปิ่นเพิ่มพร้อมกับเครื่องประดับทองอีกมากมายที่คุณหญิงกรกชเลือกสรรเพื่อให้ลูกสะใภ้ของตนได้สวยที่สุดในงานวันนี้

                “...น้องนางไม้” เจ้าบ่าวหนุ่มเรียกออกมา ทำให้เพื่อนๆ ของเขาพอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมผู้กองกรันณ์ถึงชอบเรียกเธอว่าน้องนางไม้ ก็เพราะเธอสวยมากน่ะสิ สวยราวกับนางฟ้านางสวรรค์ เอวบางร่างน้อยแต่ทรวงอวบสะโพกกลมกลึงอย่างเข้ารูปงามสมส่วน เธอสวยขนาดนี้และผู้กองกรันณ์ก็ได้พบเธอที่ป่าชายแดน เธอจึงเป็นเสมือนนางไม้แสนสวยประจำใจของผู้กองกรันณ์

                “ตารัน ไปรับน้องมาเข้าพิธีสิลูก” คุณหญิงกรกชบอกลูกชายที่ยังจ้องน้องนางไม้ของเขาอยู่อย่างลุ่มหลง ยิ่งเธอแต่งกายแบบนี้มันยิ่งทำให้เขานึกถึงครั้งแรกที่ได้เจอเธอ สวยหวานและขาวจนน่าลุ่มหลงอะไรแบบนี้

                ไม่รู้ว่าเพราะความใจร้อนหรืออะไร แทนที่เจ้าบ่าวจะเดินลงจากเวทีดีๆ ที่บันได แต่เขากลับเล่นกระโดดลงไปที่ด้านหน้าเวทีเสียดื้อๆ ก่อนจะรีบเดินผ่านบรรดาเพื่อนเจ้าสาวเพื่อไปหาน้องนางไม้ของเขาแล้วกอดเอาไว้แนบอก กอดเอาไว้อย่างแนบแน่นด้วยความรักที่มีให้อย่างมากมายจนร่างบางของเจ้าสาวแทบจะถูกร่างสูงของเจ้าบ่าวกลืนเอาไว้เกือบมิด ลำแขนแกร่งกอดรัดเธอ มือหยาบลูบไล้กระชับรอบเอวบางแล้วซุกใบหน้าคมเข้มเข้าหาเรือนผมงามที่รวบเป็นมวยสวย

                “...พี่รัน”

                “พี่รักแก้มนะครับ” เสียงกระซิบบอกรักมีเพียงแค่เจ้าสาวเท่านั้นที่ได้ยิน ราชาวดียิ้มหวานออกมาอย่างมีความสุขยิ่งนัก เจ้าบ่าวของเธอมักจะอ่อนโยนและแสนดีกับเธอเสมอ อ้อมกอดอุ่นๆ แบบนี้ทำให้เธอสุขใจเหลือเกิน

                “ผู้กอง ผู้กองครับ” ผู้หมวดคณินที่รับหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวด้วยรีบเดินมากระซิบเรียกทันทีเมื่อเห็นท่าว่าเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะกอดกันไม่เลิก ผู้หลักผู้ใหญ่ก็อยู่กันเยอะเสียด้วยสิ

                “ไปเข้าพิธีเถอะครับ ท่าน ผบ.ทบ. กำลังมองอยู่นะ” ผู้หมวดหนุ่มถึงกับต้องปาดเหงื่อกันเลยทีเดียวกว่าเจ้าบ่าวจะยอมผละออกจากเจ้าสาว ก่อนที่เขาจะจูงมือน้องนางไม้คนสวยของเขาขึ้นไปบนเวทีเพื่อทำพิธีต่อ

                “ขอโทษด้วยครับท่าน มันอยู่แต่ในป่ามานานเลยไม่ค่อยมีมารยาท” คนเป็นพ่อกลัวว่าท่าน ผบ.ทบ. กับผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวจะเอือมละเจ้าบ่าวเสียก่อน

                “ไม่เป็นไรหรอกครับท่านนายพล เจ้าสาวสวยผมเข้าใจ” ท่านผบ.ทบ. ว่ายิ้มๆ ไปร่วมงานแต่ง ไปเป็นเจ้าภาพงานแต่งมาก็เยอะ เพิ่งจะมีงานแต่งนี่แหละที่เจ้าสาวสวยจนสะกดตาท่านรวมถึงแขกทุกคนในงาน

                เมื่อเจ้าบ่าวพาเจ้าสาวมาเข้าพิธีแล้วก็ได้เวลาฤกษ์ที่ดีที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะสวมแหวนแต่งงานให้แก่กัน แหวนญาติวงน้อยยังคงอยู่บนนิ้วนางข้างซ้ายของเจ้าสาวเมื่อเจ้าบ่าวค่อยๆ บรรจงสวมแหวนเพชรน้ำงามวงสวยขนาดหลายกะรัตให้อีกวง ราชาวดีไม่รู้มาก่อนเลยว่าค่าสินสอดตัวเธอเท่าไหร่ จนเมื่อมาเห็นพานสินสอดทั้งหลายที่ตั้งอยู่ตรงหน้ามูลค่าหลายสิบล้าน มันไม่ใช่น้อยๆ เลย แล้วไหนจะแหวนเพชรเม็ดใหญ่ขนาดนี้อีกเลยอดไม่ได้ที่จะหันไปมองหน้าผู้เป็นพี่ชายอย่างไม่แน่ใจ ผู้พันคีรินทร์จึงเพียงแค่พยักหน้าให้เธอเท่านั้น นั่นหมายความว่าพี่ชายของเธอรับรู้ทุกอย่างมาโดยตลอดแต่ก็ไม่ได้บอกอะไรเธอเพราะเพียงแค่เจ้าบ่าวอยากเซอร์ไพรส์

                และเมื่อราชาวดีจะสวมแหวนแต่งงานให้กับเจ้าบ่าวบ้างเธอก็เห็นว่าที่นิ้วนางข้างซ้ายของเขามีแหวนรุ่นนายร้อย จปร. อยู่ เธอไม่เคยเห็นเขาสวมแหวนรุ่นมาก่อนแล้วทำไมถึงได้มาสวมเอาในวันแต่งงาน

                “รู้มั้ยหมอแก้ม ทำไมทหารถึงสวมแหวนรุ่นที่นิ้วนางข้างซ้าย” พลโทชาญศักดิ์ที่มาเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวและคนที่ให้การดูแลเธอกับพี่ชายมาโดยตลอดถามขึ้น

                “เพราะมันจะเป็นเครื่องเตือนให้รู้ว่าหน้าที่ต้องมาก่อนเรื่องของหัวใจเสมอ หมอแก้มพร้อมที่จะใช้ชีวิตร่วมกับผู้กองกรันณ์ ก็ต้องยอมรับในความเสียสละนี้นะลูก”

                “ค่ะ แก้มยอมรับและเข้าใจ” เธอบอกอย่างหนักแน่นเพราะพี่ชายสอนและเตือนสติเธอเรื่องนี้เสมอ เธอจึงค่อยๆ สวมแหวนแต่งงานให้กับเขาเคียงคู่กับแหวนรุ่นของเขาด้วยความเต็มใจก่อนจะก้มลงไปไหว้ที่ตักของผู้เป็นสามี เขาจึงยื่นมือมารับไหว้เธออย่างเอ็นดู

                “ยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่สู่กองทัพนะครับคุณหมอ” ท่านผบ.ทบ. เอ่ยต้อนรับ ราชาวดีกับผู้กองกรันณจึงหันมายิ้มให้กันอย่างมีความสุขกับชีวิตคู่ที่กำลังจะเริ่มขึ้นก่อนจะก้มลงมากราบผู้ใหญ่ของทั้งฝ่ายเจ้าบ่าวและเจ้าสาว หลังจากนั้นราชาวดีก็ค่อยๆ ขยับเข้าไปหาผู้พันคีรินทร์แล้วพนมมือขึ้น มองหน้าผู้เป็นพี่ชายอย่างแสนรักจนน้ำตาคลอ

                “ถึงพี่ภูจะเป็นพี่ชายของแก้ม แต่พี่ภูก็เลี้ยงดูแลแก้มมาโดยตลอด พี่ภูเป็นพี่ชาย แต่แก้มเคารพรักเหมือนคุณพ่อแท้ๆ นะคะ ให้ถือว่าวันนี้แก้มได้กราบพี่ชายและคุณพ่อพร้อมๆ กันนะ” ว่าแล้วเธอก็ก้มลงมากราบแทบเท้าของพี่ชาย ผู้พันคีรินทร์ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี กลัวว่าหากพูดออกมาน้ำตาของเขาจะไหลจึงได้ดึงเอาน้องสาวขึ้นมากอดเอาไว้แน่น เพราะนับจากนี้ไปเธอจะไม่ได้อยู่ในความดูแลของเขาอีกแล้ว

                “พี่รักแก้มนะ คนดีของพี่” เขาบอก ราชาวดีก็ยิ่งกอดเขาแน่นทำให้หลายๆ คนที่รู้ประวัติของเจ้าสาวว่าเป็นเด็กกำพร้ามีพี่ชายคอยเลี้ยงดูแลมาตลอดอดน้ำตาคลอออกมากับความรักของสองพี่น้องคู่นี้ไม่ได้ ส่วนเจ้าบ่าวเองก็ซาบซึ้งไม่ต่างกัน เพราะตลอดเวลาที่อยู่ที่ฐานเขาได้เห็นความรักของสองพี่น้องคู่นี้มาโดยตลอด แต่...นี่มันวันแต่งงานของเขานะ พระเอกคือเขาไม่ใช่ผู้พันเพราะฉะนั้น

                “คืนเมียผมมาได้แล้วผู้พัน อย่ากอดกันให้มาก ผมหวง” ว่าแล้วเจ้าบ่าวก็เข้ามาดึงเอาเจ้าสาวคืนแล้วกอดเอาไว้เสียเอง ราชาวดีที่กำลังซึ้งใจกับพี่ชายในวันสำคัญของเธอเลยหัวเราะออกมาเบาๆ กับความขี้หึงของสามีตัวเองเมื่อเขาปาดน้ำตาออกให้เธออย่างแผ่วเบา

                “ต่อไปนี้ กอดได้แค่พี่คนเดียวเท่านั้น” เขาสั่งก่อนจะก้มลงมาจูบเจ้าสาวท่ามกลางสักขีพยานหลายร้อยชีวิตโดยไม่ต้องรอให้ใครร้องขอให้เจ้าบ่าวหอมแก้มเจ้าสาว เพราะเขาจัดให้แล้วนี่ไง อยากจะถ่ายรูป อยากจะตบมือเชียร์ก็เอาเลยตามสบาย ตอนนี้เจ้าสาวอยู่ในอ้อมกอดของเขาแล้ว เขาไม่สนใจอะไรหรอกนอกจากน้องนางไม้

                ต่อจากนั้นเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวก็จดทะเบียนสมรสกันต่อหน้าสักขีพยานมากมายซึ่งมีเจ้าหน้าที่มาดำเนินเรื่องเอกสารต่างๆ ให้จนตอนนี้ผู้กองกรันณ์และราชาวดีก็เป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของกันและกันแล้ว พิธีการต่อมาคือพิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์หรือรดน้ำสังข์ เจ้าบ่าวและเจ้าสาวจะขึ้นนั่งบนตั่งที่ประดับด้วยดอกไม้สวยมากมาย ประธานของงานคือท่านผบ.ทบ. ขึ้นมาจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ก่อนจะนำพวงมาลัยสมรสขอคล้องให้เจ้าบ่าวกับเจ้าสาว รวมถึงสวมมงคลแฝดที่ศีรษะและเจิมแป้งที่หน้าผากด้วย ผู้กองกรันณ์หันมามองน้องนางไม้ของเขาแทบตลอดเวลา มีความสุขมากมายเหลือเกินที่วันนี้เธอเป็นเจ้าสาวนั่งสวมมงคลแฝดอยู่เคียงข้างเขา รอยยิ้มแสนหวานของเธอที่ส่งมาให้เขา เธอจะรู้บ้างมั้ยว่ามันทำให้หัวใจของเขามันเต้นระรัวและสั่นไหวมากแค่ไหน

                “ฮะแฮ่ม!” ท่านผบ.ทบ. กระแอมเสียงขึ้นเรียกเจ้าบ่าวเมื่อจะรดน้ำสังข์ รู้สึกว่าเจ้าบ่าวจะไม่สนใจอะไรเลยนอกจากเจ้าสาวของเขา นี่คงอยากจะให้ถึงเวลาเข้าหอเต็มแก่นักล่ะสิ

                “ขอให้มีความสุข ครองรักกันไปให้นานแสนนานเลยนะครับผู้กอง ให้ดูแลกันและกันให้ดี แล้วก็...มีลูกไวๆ นะครับ”

                “เดือนหน้ามีข่าวดีแน่นอนครับท่าน”

                “ได้ข่าวว่างานยุ่ง จะมีเวลาทำหรอ”

                “ลาสามวันหลังแต่งเอาไว้แล้วครับ คิดว่าน่าจะติดชัวร์ๆ” ผู้กองกรันณ์ตอบเมื่อท่านผบ.ทบ.รดน้ำสังข์และอวยพรให้ ในขณะที่เจ้าสาวถึงกับหันควับมามองเขาทันทีกับบทสนทนาที่เหมือนจะเกี่ยวข้องกับเธอล้วนๆ รู้สึกเริ่มคิดหนักกับการเข้าหอคืนนี้ซะแล้วสิ

                “ขอให้คุณหมอมีความสุขมากๆ นะครับ” ท่านผบ.ทบ หันมารดน้ำสังข์ให้เธอบ้าง “ให้ครองรักกันด้วยความเข้าใจนะครับ เข้าใจในภาระหน้าที่ของผู้กองที่มีต่อประเทศชาติ เป็นกำลังใจที่ดีให้แก่กันและกัน แล้วก็มีลูกให้ผู้กองไวๆ นะครับ ท่าจะอยากเป็นพ่อคนเต็มแก่แล้ว”

                ราชาวดีไม่รู้จะตอบรับยังไงนอกจากได้เพียงแค่ยิ้มรับเท่านั้นก่อนจะหันมาค้อนให้สามีที่ยักคิ้วอย่างทะเล้นให้คล้ายกับจะสื่อว่าคืนนี้เธอไม่รอดแน่ๆ ยิ่งคิดเรื่องนี้ตามแก้มนวลก็แดงระเรื่อขึ้นทันที แล้วยิ่งเห็นเจ้าสาวเขินเขาก็ยิ่งอยากแกล้งจึงได้โฉบลงมาหอมแก้มเธออย่างรวดเร็วจนท่านนายพลปภพต้องทำหน้าเซ็งใส่ที่ลูกชายดูจะหลงเจ้าสาวของเขาเหลือเกิน นี่ขนาดพ่อมันจะรดน้ำสังข์มันยังมาหอมแก้มเมียต่อหน้าต่อตาอีก จากรดมือนี่ขอเปลี่ยนเป็นรดหัวมันแทนได้มั้ยเนี่ย

                มีคนมารดน้ำสังข์อวยพรมันก็ดีอยู่หรอก แต่เพื่อนเขานี่สิที่ผู้กองกรันณ์เซ็งนัก อวยพรเขาสั้นๆ แบบส่งๆ แต่ตอนจะรดน้ำสังข์เมียเขานี่สิกลับทำตาหวาน รดน้ำสังข์อย่างเชื่องช้าพร้อมกับคำอวยพรยาวเหยียดคล้ายกับจะอยากถ่วงเวลาอยู่ใกล้เจ้าสาวนานๆ ยิ่งเป็นเพื่อนๆ จากหน่วยซีลที่สนิทกับเขาที่สุดยิ่งพูดเสียงอ่อนเสียงหวานกับเมียของเขาจนเขานึกอยากจะยกเก้าอี้ขึ้นทุ่มให้

                หลังจากพิธีสุดท้ายของงานแต่งคือการไหว้ผู้ใหญ่และขอพรในการใช้ชีวิตคู่เสร็จสิ้นลงบ่าวสาวก็ได้เวลาพักเสียทีเพื่อรองานเลี้ยงในช่วงค่ำและส่งตัวเข้าหอหลังงานเลี้ยง ผู้กองกรันณ์อาศัยช่วงที่แขกทุกคนกินมื้อเที่ยงที่จัดเลี้ยงภายในงานพาเจ้าสาวหมาดๆ ของตนแอบมาหลบอยู่ที่ห้องพักรับรองก่อนที่เหล่าเพื่อนๆ ของเขาจะตามมาป่วน เมื่อคืนก็ดื่มหนักแล้วยังต้องมาตื่นแต่เช้ามืดอีกเขาเลยอยากจะพักเสียหน่อย แต่เพื่อเป็นการพักที่ดีที่สุดสภาพร่างกายแบบนี้มันก็ต้องมีหมอดูแลเป็นพิเศษ เขาคิดเข้าข้างตัวเองขณะมองซ้ายทีขวาทีอยู่ที่ด้านหน้าประตูห้องรับรอง เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครตามมาป่วนแน่ๆ เขาจึงรีบปิดประตูแล้วดึงเอาเจ้าสาวของเขาเข้ามากอดอย่างแสนรักอีกที

                “พี่รัน ทุกคนจะไม่ตามหาเราหรอคะ” ราชาวดีถามขึ้นเมื่อถูกอุ้มมานั่งบนตักของคนรัก ไม่สิ ตอนนี้เป็นสามีแล้ว และตอนนี้เขาก็กำลังนั่งกอดเธออยู่บนโซฟาตัวใหญ่ของห้องรับรองข้างห้องจัดเลี้ยง

                “ไม่มีหรอกครับ” เขาตอบขณะที่ยังกอดเมียหมาดๆ ของตัวเองเอาไว้บนตักแล้วจูบซุกไซ้อยู่ที่ซอกคอหอมกรุ่น ลูบไล้เนื้อนวลที่โผล่พ้นออกมาจากผ้าแถบเกาะอก ทรวงอกอวบที่ดันเกาะอกออกมาทำให้เขานึกอยากจะเอียงหน้าเข้าไปซุกซบยิ่งนัก รู้สึกว่าวันนี้ทำไมมันถึงได้ยาวนานนัก ตัดไปตอนเข้าหอเลยไม่ได้รึยังไงกันนะ

                “พี่รัน...” ราชาวดียกมือขึ้นยั้งเขาเอาไว้ด้วยความเอียงอาย แต่มือของเธอกลับถูกเขาจับสอดประสานเอาไว้กับมือหยาบแล้วบีบกระชับแน่น

                “แต่งงานแล้วอย่าห้าม อย่าขัดขืน” เขาบอกอย่างเอาแต่ใจ คราวนี้จึงก้มลงมาจูบเบาๆ ที่เนินอกนุ่มของเธออย่างแผ่วเบาเพราะเขายังไม่อยากจะฝังรอยรักของเขาเอาไว้ เดี๋ยวน้องนางไม้ของเขาจะยิ่งเขินอายถ้ามีใครมาเห็นเข้า

                “งานวันนี้สวยมากเลยนะคะ มีแต่ดอกไม้ที่แก้มชอบ แล้วงานเลี้ยงเย็นนี้ล่ะคะเป็นยังไง”

                “ไม่บอก” เขาว่าเสียงงึมงำเพราะยังซุกหน้าเอาไว้กับอกของเธออยู่ สองแขนกอดรัดรอบเอวของเธอแน่น

                “ยังจะเซอร์ไพรส์แก้มอีกหรอคะ”

                “ยังไม่ได้เซอร์ไพรส์เลยต่างหาก เซอร์ไพรส์น่ะอยู่ที่งานเลี้ยงต่างหาก พี่รับรองว่าแก้มจะต้องชอบมากกว่านี้” แล้วก็ยืดตัวขึ้นมาหอมแก้มเธอฟอดใหญ่พลางฉีกยิ้มหวานให้ ราชาวดีจึงหอมแก้มเขาตอบอีกฟอดใหญ่อย่างแสนรักไม่ต่างกัน

                “ขอบคุณนะคะสำหรับทุกอย่างที่ทำเพื่อแก้ม ความจริงสินสอดก็ไม่ต้องเยอะขนาดนี้ก็ได้ ไหนจะแหวนเพชรเม็ดใหญ่นี่อีก แก้มไม่ได้อยากได้งานแต่งหรู ไม่ได้อยากได้สินสอดเยอะๆ ซักหน่อย”

                “แล้วแก้มอยากได้อะไรล่ะครับ”

                “แก้มอยากได้...” แล้วเธอก็จับประคองใบหน้าคมเข้มเอาไว้ด้วยมือนุ่มนิ่งทั้งสองข้างพลางยิ้มหวานให้สามี ไล้แก้มเขาเล่นเบาๆ ก่อนจะกระซิบบอก

                “แก้มอยากได้แค่พี่รันคนเดียวค่ะ ให้แค่จดทะเบียนสมรสเฉยๆ ก็ได้ ขอแค่ได้รักพี่รัน ได้กอดพี่รันแบบนี้แก้มก็มีความสุขที่สุดในโลกแล้ว...แก้มรักพี่รันมากนะคะ รักที่สุดเลย” เธอบอกแล้วหอมแก้มเขาอีกฟอดใหญ่ ซุกไซ้แก้มของเขาเล่นอย่างหมั่นเขี้ยวให้คนเป็นสามียิ่งกอดเธอแน่นแล้วคลอเคลียอยู่กับเธออย่างมีความสุข ชอบจังเลย เขาชอบให้เธออ้อนให้เธอคลอเคลียอยู่กับเขาแบบนี้ น้องนางไม้ของเขานับวันยิ่งน่ารักขึ้นเรื่อยๆ

                “ต่อไปแก้มจะเป็นภรรยาที่ดีของพี่รัน จะรักและซื่อสัตย์ต่อพี่รันคนเดียว จะดูแลพี่รันให้ดีๆ เวลาพี่รันป่วยแก้มก็จะรักษา เวลาพี่รันหนาวแก้มก็จะกอดพี่รันเอาไว้แน่นๆ จะทำกับข้าวอร่อยๆ ให้พี่รันกินทุกวัน จะตามใจพี่รัน เอาใจพี่รันทุกอย่างเลย แก้มจะรักและจะทำดีกับพี่รันทุกอย่างเสมือนว่านี่จะเป็นวันสุดท้ายของชีวิต”

                “แก้ม...” ทำไมเธอถึงพูดแบบนี้กัน

                “เพราะแก้มไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง ถึงแก้มจะเข้าใจในหน้าที่ของพี่รันแต่แก้มก็กลัวเหลือเกินว่าสักวันพี่รันอาจจะจากแก้มไปในหน้าที่...แก้มไม่อยากนึกเสียใจในภายหลัง แก้มอยากใช้เวลาอยู่กับพี่รันให้คุ้มค่ามากที่สุด แต่ว่าพี่รันของแก้มเก่ง แก้มก็ยังเชื่ออยู่นะคะว่าเราจะได้อยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่า ได้เป็นคุณตาคุณยายหรือคุณปู่คุณย่ากัน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเราสองคนจะรักกันให้มากๆ นะคะ”

                “โธ่คนดี” เขาว่า แล้วกอดซบหน้าเข้ากับอกนุ่มของเธอแล้วกอดเธอเอาไว้แน่น

                “พี่จะอยู่เป็นคุณตากับคุณปู่ก่อนนะ แก้มวางใจเถอะ พี่จะไม่มีวันทิ้งแก้มไปไหน พี่จะรักและจะซื่อสัตย์กับแก้มคนเดียว จะทำทุกๆ อย่างเพื่อให้แก้มของพี่มีความสุข พี่จะเป็นสามีที่แสนดีของแก้มจะเป็นพ่อที่ดีของลูกๆ จะดูแลปกป้องแก้มกับลูกให้ดีที่สุด เชื่อใจพี่นะ พี่จะไม่ทิ้งให้แก้มต้องเป็นม่ายอย่างแน่นอน”

                “สัญญาแล้วนะคะ”

                “พี่สัญญาครับ” เขายื่นมือมาเกี่ยวก้อยกับนิ้วเล็กๆ ของเธอแล้วหลับตาซบอยู่กับอกนุ่มของเมียคนสวยโดยมีเธอกอดและลูบหลังเขาเบาๆ อย่างอ่อนโยน อยากหยุดเวลาเอาไว้เพียงแค่นี้จัง เวลาแห่งความสุขกับน้องนางไม้ของเขา

                “พี่รันอย่าลืมอีกอย่างที่ต้องทำด้วยนะคะ” อยู่ๆ เธอก็พูดขึ้นคล้ายกับเพิ่งจะนึกได้

                “ทำอะไรล่ะครับ หืม”

                “ก็ซักผ้าด้วยไง พี่รันต้องเป็นคนซักผ้านะคะ แก้มแพ้ผงซักฟอก” คราวนี้เขาถึงกับชะงักแล้วก็เงยหน้าขึ้นมองเธอทันทีก่อนจะครวญออกมากับอกนุ่ม

                “โธ่เมียจ๋า” เริ่มแล้วสินะชีวิตที่มีเมียเป็นผู้นำของผู้กองกรันณ์ เขาคิด ก่อนจะซุกหน้าเข้ากับอกของเธอต่อตามเดิม หน้ามุ่ยได้ไม่นานก็ต้องยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์

                “ซักให้ก็ได้ แต่ต้องปรนนิบัติพี่บนเตียงดีๆ นะ แลกกัน”

                “ไม่รู้สิ ไม่เคยทำ ทำไม่เป็น” เจ้าของแก้มแดงๆ ว่าอย่างไม่รู้ไม่ชี้ เขาก็เลยตีก้นงอนงามเบาๆ อย่างหมั่นเขี้ยว

                “เดี๋ยวพี่สอนให้ เริ่มเรียนคาบแรกคืนเข้าหอนี่เลย เดี๋ยวพี่สอนให้ชุดใหญ่”

                “พี่รัน!” เธอแหวออกมาอย่างเขินอายแล้วทุบไหล่เขาเบาๆ จนคนจะสอนบทเรียนบนเตียงให้เธอหัวเราะออกมาอย่างชอบใจแล้วซุกอกนุ่มอย่างออดอ้อนอีก ราชาวดีจึงกระชับอ้อมกอดเขาให้แน่นขึ้นแล้วเอียงแก้มลงซบกับหน้าผากของเขา ต่างคนต่างหลับตาพริ้มอย่างมีความสุขที่ได้อยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน ยิ่งมีนิ้วเล็กๆ เขี่ยแก้มเขาเบาๆ ผู้กองกรันณ์ก็ยิ่งมีความสุขหลับอยู่กับอกนุ่มแสนอุ่นและหอมกรุ่นของเมียเขา

                ปัง!!! ราชาวดีกำลังจะเคลิ้มหลับตามเขา แต่ทว่าจู่ๆ ประตูห้องรับรองก็ถูกเปิดออกอย่างแรงจนเธอสะดุ้งตกใจ แต่คนที่หลับซุกอกเธออยู่ก็กระชับอ้อมกอดขึ้นคล้ายจะบอกว่าไม่ต้องตกใจกลัว มีเขาอยู่ด้วยไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น

                “อ๋อ หนีมานอนซบอกเมียอยู่นี่เอง” เสียงที่ว่าไม่ใช่ใครอื่นนอกจากกองทัพเพื่อนเจ้าบ่าว หลังจากที่พากันตามหาเจ้าบ่าวอยู่เสียนานจนกระทั่งมาเจอว่าเจ้าบ่าวกำลังนอนหลับซบอกเมียอยู่ ว่าจะลากไปตั้งวงด้วยกันหน่อยกลับหนีมาอยู่กับเมียซะนี่

                “มาทำไมกัน” ผู้กองกรันณ์ว่าแล้วหันมาชักสีหน้าใส่เพื่อนขณะประคองราชาวดีลงจากตักแต่ก็ยังคงกอดเธอเอาไว้แนบตัวของเขา แต่แทนที่เพื่อนของเขาจะตอบทุกคนกลับเอาแต่มองน้องนางไม้ด้วยสายตาหวานๆ จนคนเป็นสามีของเธอต้องรีบถอดเสื้อขาวนายทหารที่ติดเครื่องหมายต่างๆ เต็มยศออกมาคลุมร่างบางของเธอเอาไว้ ยิ่งเธอใส่ผ้าแถบเกาะอกแบบนี้ยิ่งเห็นผิวกายขาวๆ ชัดเจนโดยเฉพาะอกอวบสวยที่เขาหวงเอาไว้มองและเชยชมคนเดียว

                “ก็มาตามหาคนหลงเมียสิวะ นี่อะไรแขกยังอยู่เต็มงานกลับพาเมียหนีมาจู๋จี๋ทั้งๆ ที่ยังไม่ถึงเวลาเข้าหอ ใจเย็นๆ หน่อยสิผู้กอง นี่กลางวันแสกๆ นะ”

                “นั่นสิ อยู่ๆ ก็หายตัวมานึกว่ามีเรื่องอะไรซะอีก ที่แท้ก็หิวเมียนี่เอง”

                “เปล่านะคะ” ราชาวดีรีบปฏิเสธ “เมื่อคืนนี้พี่รันดื่มเยอะไปหน่อยค่ะแล้วก็ต้องตื่นแต่เช้ามาเข้าพิธีอีกเลยไม่ค่อยสบายนิดหน่อย พี่รันคงอยากพักค่ะไม่ได้หนีมา” เธอบอกอย่างเขินๆ ก่อนที่หนุ่มๆ ทุกคนจะพากันมองเธอยิ้มๆ ที่ออกตัวปกป้องสามีของตัวเองแบบนี้

                “อย่างผู้กองเนี่ยนะครับจะป่วยกับเรื่องแค่นี้คุณหมอแก้ม โรคสำออยอ้อนเมียล่ะไม่ว่า” พวกเขาว่ายิ้มๆ เธอจึงก้มหน้างุดลงเมื่อถูกจับได้ และความเขินอายของเธอก็ดูน่ารักจนหนุ่มๆ มองกันตาพราวผู้กองกรันณ์ก็เลยกระแอมเสียงขึ้นอย่างข่มขวัญ

                “ฮะแฮ่ม! นี่เมียฉัน เลิกมองกันได้แล้ว” เขาว่า “ออกไปกันก่อนเถอะ เดี๋ยวจะตามออกไป” สองแขนแกร่งดึงเอาเมียรักมากอดเอาไว้แนบอกอย่างไม่สนใจเพื่อน เพื่อนๆ ของเขาจึงบอกว่าจะออกไปรออยู่นอกห้องให้รีบตามออกไปเร็วๆ เพราะจริงๆ แล้วที่เพื่อนๆ ของเขาต้องคอยมาตามก็เพราะเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของเขากับราชาวดี เนื่องจากเพื่อนๆ ของเขากลุ่มนี้มีหลายคนที่เป็นหน่วยซีลจึงรู้สถานการณ์ตอนนี้ดีว่าผู้กองกรันณ์กับเมียมีศัตรูหมายหัวอยู่จึงได้ชวนเพื่อนๆ คนอื่นๆ พากันแกล้งออกมาตามหา ซึ่งที่จริงคือมาช่วยคุ้มกันภัยให้กับคนทั้งคู่ต่างหาก

                “เพื่อนๆ พี่รันนี่ดุเหมือนพี่รันเลยนะคะ” ราชาวดีว่าขณะช่วยติดกระดุมเสื้อให้สามีเมื่อคืนเสื้อให้เขา ก่อนจะมองเครื่องหมายความกล้าหาญต่างๆ ของเขาบนเสื้อที่มีทั้งเครื่องหมายของทหารพรานจู่โจมพิเศษ เสือคาบดาบ หลักสูตรกระโดดร่มแล้วก็ซีล ผู้ชายอะไรกันแกร่งได้ขนาดนี้ นี่คงเป็นที่มาของความดุของเขากับเพื่อนๆ สินะ

                “ใช่ พวกมันทั้งดุ ทั้งนิสัยไม่ดี ทั้งแก๊งนี่ก็มีแค่พี่คนเดียวนี่แหละที่น่ารัก” ใส่ร้ายเพื่อนและเอาดีเข้าตัว ตั้งแต่เกิดมาก็เพิ่งจะเคยทำนี่แหละ

                “โม้” เธอว่ายิ้มๆ เมื่อติดกระดุมให้เขาเสร็จ ก่อนจะเอื้อมแขนขึ้นไปกอดรอบคอเขาเอาไว้แล้วเอื้อมตัวขึ้นไปเอาจมูกชนกันกับจมูกของเขาอย่างออดอ้อน 

                “พี่รันของแก้ม” แล้วเธอก็หอมแก้มเขาอีกฟอดใหญ่ “รักนะคะ พี่รันขา” คราวนี้เสียงหวานๆ ของเธอก็ทำให้สติคนเป็นสามีขาดผึงจับเธอกดลงไปนอนกับโซฟาทันทีแล้วโถมตัวขึ้นมาทาบทับ อ้อนแบบนี้เขาก็ตายพอดีน่ะสิ ก็รู้ทั้งรู้ว่าเขารักจนหลงยังจะมาอ้อนอีก ด้วยเหตุนี้เขาจึงอดใจไม่ไหวจูบลงไปหนักๆ ที่ซอกคอหอมกรุ่น

                “เข้าหอแล้วอ้อนพี่แบบนี้เลยนะ แล้วพี่จะทำรักหวานๆ ให้จนติดใจแล้วจะเรียกหาพี่ทั้งคืน”

                “จะเป็นพ่อหนุ่มนักรักแข่งกันกับผู้หมวดนทีหรอคะ”

                “ใช่ แต่จะรักแค่น้องนางไม้คนเดียว ทำเจ้าชู้ใส่แค่น้องนางไม้คนเดียว”

                “ก็ลองทำใส่คนอื่นดูสิ” เธอแกล้งทำเสียดุ “มีเมียเป็นหมอก็ระวังตัวเองดีๆ นะคะ ทำตัวไม่น่ารักขึ้นมาเมื่อไหร่ระวังจะถูกเมียหั่นเอา”

                “โอ๊ย กลัวแล้วเมียจ๋า” เขาว่ายิ้มๆ แล้วหอมแก้มเมียรักอีกฟอดใหญ่ หยอกล้อน้องนางไม้ของเขาเล่นได้ไม่ทันไรประตูห้องรับรองก็เปิดออกอีกครั้งจนเขากับราชาวดีแทบจะผละออกจากกันไม่ทันเมื่อเพื่อนของเขามันกลับเข้ามากันอีกพร้อมกับอาหารและเครื่องดื่มมากมาย

                “เปลี่ยนใจแล้ว มากินในห้องนี้ดีกว่าคนไม่เยอะและผู้ใหญ่ก็ไม่มี” หนึ่งในเพื่อนของเขาว่าก่อนจะหันมาทางสองบ่าวสาวที่จากตอนแรกนอนกอดกันอยู่บนโซฟาตอนนี้เจ้าบ่าวกลับลุกขึ้นนั่งแล้วกอดเจ้าสาวของเขาเอาไว้แน่นด้วยสีหน้าเซ็งๆ ได้แกล้งคนนี่มันสนุกจริงๆ

                “ตัดเพื่อนตอนนี้ทันมั้ยวะ” ผู้กองกรันณ์ว่าแล้วกระชับกอดลูบหลังเจ้าสาวของเขาเบาๆ ราชาวดีจึงเงยหน้าขึ้นมามองเขายิ้มๆ

                “พี่รันถูกเพื่อนแกล้ง”

                “น้องนางไม้ เสกหนังควายเข้าท้องพวกมันเอาคืนได้มั้ย” เขาก้มลงมาถามเธอ ราชาวดีเลยทำหน้ามุ่ยใส่เขา

                “แก้มไม่ใช่นางไม้นะคะ” เธอทำแก้มป่องงอนอย่างน่ารักอีก คนเป็นสามีก็ยิ่งกอดเธอเอาไว้แน่น

                “แล้วเป็นอะไรล่ะสวยขนาดนี้”

                “เป็น...” แล้วเธอก็เอื้อมตัวขึ้นไปกระซิบเบาๆ ที่ข้างหูเขา “...เป็นเมียรักของพี่รันไงคะ ของพี่รันคนเดียวด้วย” เสียงหวานบอกทำให้คนเป็นสามีของเธอยิ้มกว้างอย่างมีความสุขแล้วจึงหอมแก้มเธออีก

                “พี่ก็เป็นผัวรักของแก้มเหมือนกัน” เขากระซิบบอกเธอ สองบ่าวสาวจึงหัวเราะออกมาอย่างมีความสุขกันสองคนอย่างไม่สนใจก้างขวางคอที่ดูจะตั้งใจมาแกล้งกันซะเหลือเกิน พอเห็นว่าบ่าวสาวไม่สนใจพวกเขา พวกเขาก็ย้ายที่กินจากโซฟาอีกตัวมาเป็นชุดโซฟาข้างๆ แล้วกินดื่มกันใหญ่ เหมือนไม่ได้สนใจบ่าวสาวเช่นกันแต่สองหูก็ผึ่งฟังตลอดว่าบ่าวสาวคุยอะไรกัน ผู้กองกรันณ์ที่เริ่มจะรำคาญก็เลยอุ้มเอาเจ้าสาวของเขาหนีออกมาจากห้องรับรองไปหาที่จู๋จี๋กันที่ใหม่แทนท่ามกลางเสียงหัวเราะอย่างชอบใจของเพื่อนๆ เขา


*******************************************************************************************

นับวันน้องนางไม้ก็ยิ่งอ้อนพี่รันเก่งขึ้นเรื่อยๆ แบบนี้พี่รันหลงตายเลย

ตอนหน้าพบกับความน่ารักของคู่ผู้พันและคู่ผู้หมวดคณินนะคะ


ปล.ใครที่คิดถึงพี่กริชกับน้ำอิงจาก พิทักษ์รักไว้กลางใจ รออีกไม่กี่ตอนค่ะ ทั้งคู่จะมาเป็นนักแสดงรับเชิญกัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 378 ครั้ง

2,208 ความคิดเห็น

  1. #1157 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 21:12
    เกาะใต้เตียง หลังผ้าม่าน เจาะรูเพดานอ่ะงานนี้
    #1157
    0
  2. #42 noochtyba (@noochty) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 05:49
    คืนเข้าหออย่าใจร้ายกะน้องแก้มและผู้กองนะไรท์ กลัวใจจริมๆ
    #42
    1
  3. #41 Nagina Meen (@meenniemeen) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:41
    ไรท์ต่อเถอะคะ​ ใจจิขาดล่ะ
    #41
    7
    • 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:11
      ^_____^
      #41-5
    • #41-6 lekky6847 (@lekky6847) (จากตอนที่ 19)
      14 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:21

      ว่าหัวหน้ากริชกับหมอน้ำอิงหวานแล้วแพ้คู่ผู้กองกับหมอแก้มเฉยเลย
      #41-6