ป้องรัก ห่มใจ

ตอนที่ 104 : คิลลิ่งโซน (ตอนพิเศษ 32)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,662
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 401 ครั้ง
    29 ส.ค. 62

104.คิลลิ่งโซน

 

                สายฝนพรำลงมาผสานกับไอหมอกหนาที่ปกคลุมเทือกเขาตะเวพาให้บรรยากาศรอบๆ บริเวณนี้ดูมืดครึ้มทั้งๆ ที่เป็นเวลาบ่ายที่ควรจะมีแสงแดดสาดส่องลงมาอย่างเต็มที่ ในพื้นที่จังหวัดทางใต้ของประเทศก็มักจะเป็นเช่นนี้เสมอ ฝนตกบ่อยจนกลายเป็นเรื่องปกติของผู้คนแถบนี้และสามารถปรับตัวอยู่กับความเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติได้ แม้แต่กับหนุ่มเมืองเหนือที่อาสาเข้ามาดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่างสูงในชุดทหารพรานสวมเสื้อเกราะและหมวกกันกระสุน มีปืนพกสั้นและมีดพรานหลายเล่มรวมถึงแม็กกาซีนบรรจุกระสุนปืนเป็นอาวุธติดประจำกายนอกเหนือจากปืนเล็กยาวจู่โจมอย่าง M4A1 เขายกมือขึ้นป้องหน้าเมื่อละอองฝนสาดเข้ามาหาตามแรงลม สายตาคมทอดมองขึ้นไปยังเทือกเขาสูงเพื่อดูสถานการณ์ฝน ถึงแม้จะไม่ได้ตกหนักอะไร แต่ฝนพรำๆ เช่นนี้ก็ชวนให้รู้สึกรำคาญไม่น้อย มองเทือกเขาตะเวทีไรก็ทำให้อดนึกถึงเหตุการณ์ครั้งสำคัญที่เกิดขึ้นบนเทือกเขาแห่งนี้เมื่อหลายสิบปีก่อนไม่ได้ ซึ่งขณะนั้นเขายังเป็นทหารพรานประจำอยู่ที่กรมทหารพรานที่ 35 เหตุการณ์ครั้งนั้นได้มีผู้ก่อการร้ายกองกำลังติดอาวุธ RKK ใช้เส้นทางบนเทือกเขาตะเวบุกเข้ายึดโรงพยาบาลเจาะไอร้องและยิงถล่มฐานปฏิบัติการกองร้อยทหารพรานที่ 4816 ก่อนจะหลบหนีกลับขึ้นเทือกเขาตะเวอีกครั้งซึ่งตั้งอยู่ทางด้านหลังของโรงพยาบาลทำให้เกิดการปะทะยิงกันระหว่างฝ่ายของเจ้าหน้าที่และฝ่ายของผู้ก่อการร้ายจนกลายเป็นข่าวดัง

                แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นเหตุการณ์เดียวที่เกิดขึ้นบนเทือกเขาแห่งนี้ เพราะหลังจากนั้นก็ได้เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงอื่นๆ ตามมาอีก มันคงยากที่จะบอกได้ว่าเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้นี้จะจบลงและกลับมาสงบสุขได้อีกครั้งเมื่อไหร่ แต่ตราบใดที่เขายังคงเป็นทหารพรานและประจำการอยู่ที่นี่ เขาจะปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด จะปกป้องผืนแผ่นดินของประเทศชาติเอาไว้ด้วยชีวิต และไม่คิดที่จะยอมแพ้ให้กับผู้ก่อความไม่สงบ

                “พี่เขย!!! พี่เขย” เสียงอานัสร้องเรียก ทำให้ร่างสูงที่ยืนดูสถานการณ์ฝนหน้าอาคารอำนวยการของฐานต้องหันไปมองตามเมื่อเห็นสีหน้าตื่นๆ ของผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา และทันทีที่เขาวิ่งเข้ามาถึงฝ่ามือหนักๆ ก็ตบไปเต็มๆ ที่ศีรษะของน้องชายอดีตคนรักทันที

                ผลัวะ!!! อานัสหน้าแทบทิ่มหากว่าไม่เซถลาไปชนกับเอกพลที่เดินออกมาจากอาคารอำนวยการเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมเขาถึงร้องเรียกพี่เขยของตัวเองเสียงดังแบบนี้ เดี๋ยวก็ได้แตกตื่นกันทั้งฐานหรอก

                “บอกกี่ครั้งแล้วว่าเวลาทำงานอยู่ห้ามเรียกว่าพี่เขย กลัวชาวบ้านเขาไม่รู้รึไงว่าเป็นญาติกัน” ผู้กองนทีว่า อานัสก็เลยได้แต่ลูบศีรษะตัวเองป้อยๆ เขาลืมตัวแค่นี้แต่กลับตบมาซะเต็มแรงเลย

                “ก็ผมตื่นเต้นนี่ผู้กอง” อานัสว่าก่อนจะยื่นโทรศัพท์ให้พี่เขยของตัวเองกับเอกพลดูว่าเขาตื่นเต้นเรื่องอะไร ซึ่งในข้อความไลน์กลุ่มของพวกเขาผู้กองคณินส่งข้อความมาบอกว่า กำลังเข้าห้องคลอด หลานสาวหรือหลานชายรอลุ้นกัน 

                “เฮ้ย! ยัยตัวแสบจะเป็นแม่คนแล้ว” ผู้กองนทียิ้มออกมาอย่างยินดีกับภาพขวัญตาที่กำลังนอนอยู่บนเตียงคลอดโดยมีผู้กองคณินคอยกอดประคองเธอเอาไว้อย่างห่วงใย ห่างออกไปมีภาพของหมอเอื้อยกับพยาบาลประจำห้องคลอดติดมาด้วย

                “อุ๊ย ยัยชะนีน้อยจะคลอดแล้ว หลานป้า เอ้ย! หลานลุง” เอกพลว่าอย่างตื่นเต้น ไม่คิดว่าเด็กน้อยอย่างขวัญตาจะมีวันนี้กับเขาได้ แต่งงานได้แค่แป๊บเดียวก็ท้องป่อง  แต่ตลอดเวลาที่เธอตั้งท้องเขาก็ไม่ค่อยห่วงอะไรเธอมากหรอกเพราะเธอมีพี่จ๋าของเธอคอยดูแลเป็นอย่างดี แทบจะโปรยกลีบดอกกุหลาบให้เมียเดินเลยมั้ง ไหนจะผู้พันกรันณ์กับคุณหมอแก้มที่เห่อหลาน คอยดูแลน้องสาวกับหลานในท้องกันเป็นอย่างดีอีก

                “ถ้าได้ลูกสาวนะ ท่านรองคงเจ็บใจหนักแน่ๆ” อานัสอดนึกถึงน้องนาวิก ลูกชายคนเล็กของผู้พันคีรินทร์ไม่ได้ จนแล้วจนรอดผู้พันคีรินทร์ก็ยังไม่ได้ลูกสาวตามที่หวังในขณะที่หมอเอื้อยกลับมีความสุขเสียเหลือเกินที่ได้ลูกชาย เพราะลูกชายทั้งสองหล่อเหมือนพ่อไม่มีผิด นี่ยังเห็นว่าจะเอาคนที่สามอีกอยู่เลย คงอยากได้ลูกสาวจัด           

                “ขอให้เป็นหลานสาวละกัน แก๊งฟันน้ำนมมีแต่หนุ่มๆ ทั้งนั้น สไนเปอร์ก็ได้นิสัยโหดๆ ของพ่อมา ขอหลานสาวเรียบร้อยๆ ซักคนเถอะ”

                “ถ้าได้นิสัยพ่อมาก็คงจะเรียบร้อยอยู่ แต่ถ้าได้นิสัยแม่มา หึ! ร้ายแน่ๆ” เอกพลว่า แล้วทุกคนก็หัวเราะกันออกมารวมทั้งอานัสด้วย ถึงแม้เขาจะอกหักจากขวัญแต่พอเห็นว่าผู้กองคณินดูแลเธอดีมากแค่ไหนเขาก็ตัดใจได้เร็วขึ้น เพราะหากจะให้เขาดูแลเธอ เขาคงดูแลเธอได้ไม่ดีเท่ากับผู้กองคณินหรอก ไม่มีใครจะดูแลเธอได้ดีกว่าสามีของเธออีกแล้ว และตอนนี้เธอก็กำลังจะคลอดลูก กำลังจะมีครอบครัวที่สมบูรณ์พร้อมกับคนที่เธอรัก

                “อ้าว หัวเราะอยู่ดีๆ ก็ทำหน้าเศร้าซะอย่างนั้นแน่ะ” เอกพลหันมาว่าเพื่อนที่มียศเป็นลูกน้องของเขาอีกที เรื่องที่อานัสแอบรักขวัญตามาโดยตลอดนั้นใครๆ ต่างก็รู้ดี แม้แต่ผู้กองคณินเองก็รู้ จะมีก็แต่ขวัญตาที่ไม่เคยรู้เลยว่าเพื่อนจะมาแอบรักตัวเองแบบนี้

                “เศร้าอะไรผู้หมวด เพื่อนกำลังจะคลอด กำลังจะมีครอบครัวที่มีความสุขผมก็ต้องดีใจกับเพื่อนสิ”

                “แนใจหรอยะว่า...” เอกพลจะว่าต่อแต่ผู้กองนทีก็สะกิดแขนเขาเอาไว้และส่ายหน้าบอกให้เขาหยุดพูด เพราะยิ่งพูดอานัสก็ยิ่งทำหน้าเศร้า

                “พอๆๆ เลิกคุยเรื่องนี้กันได้แล้ว เดี๋ยวค่อยรอฟังข่าวจากผู้กองคณินอีกทีว่าได้ลูกชายหรือลูกสาว ตอนนี้ยัยตัวแสบคงกำลังคลอดอยู่” เขาตัดบทสนทนาแล้วหยิบปืนจู่โจม M4A1 ขึ้นมาสะพายเตรียมพร้อม

                “ผู้หมวดไปกับผมหน่อย ผมจะออกไปดูด่าน ใกล้ได้เวลาโรงเรียนเลิกแล้ว ป่านนี้คงมีเจ้าหน้าที่ทีม รปภ. ครูออกตรวจตราเส้นทางกัน”

                “ครับ” เอกพลวันทยาหัตถ์ขึ้น ทิ้งคราบคุณแม่กลายเป็นนายทหารหนุ่มหล่อเต็มตัว

                “เดี๋ยวจ่าอยู่รอที่ฐานนี่แหละ เย็นนี้จะมีทีมแพทย์ทหารเข้ามาประจำการที่ฐาน อยู่ต้อนรับพวกเขาไปก่อนเดี๋ยวผมจะกลับมา” ผู้กองนทีหันมาสั่งอานัสบ้าง ซึ่งตอนนี้เขาได้เลื่อนยศจากสิบเอกมาเป็นจ่าสิบตรีแล้ว อาการซึมๆ แบบนี้ให้ออกไปนอกฐานคงได้เหม่อลอยไม่หยุด เสี่ยงอันตรายเปล่าๆ ให้อยู่ต้อนรับทีมแพทย์ทหารชุดใหม่ที่จะมาประจำการที่นี่ดีกว่า

                 

ในการออกไปปฏิบัติหน้าที่แต่ละครั้งเหล่าเจ้าหน้าที่ทั้งทหารและตำรวจจะเดินทางออกไปเป็นขบวน โดยการจะขับรถเรียงแถวกันไปตามเส้นทางที่เป็นจุดเสี่ยง และจะขับด้วยความเร็วสูงเพื่อป้องกันการตกเป็นเป้า ในบางครั้งการออกปฏิบัติหน้าที่ก็จะใช้รถยนต์ รถหุ้มเกราะเป็นยานพาหนะ หรือไม่ก็จะเป็นรถมอเตอร์ไซค์ซึ่งแล้วแต่ภารกิจหน้าที่ที่ออกไปทำ

                รถกระบะหุ้มเกราะจำนวนสามคันขับออกจากฐานปฏิบัติการทันทีเมื่อมีคำสั่งการจากผู้หมวดเอกพล เพราะพื้นที่ที่พวกเขารับผิดชอบดูแลยังถือว่าเป็นพื้นที่สีแดงและมีการก่อเหตุความไม่สงบอยู่บ่อยครั้ง งานหลักๆ ก็เลยเป็นการลาดตระเวน การรักษาความปลอดภัยสถานที่ ยิ่งช่วงที่เหล่าคุณครูต้องเดินทางไปและกลับโรงเรียนเจ้าหน้าที่ทหารพรานก็จะทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด. ในการช่วยกันเคลียร์เส้นทางและนำขบวนรับส่งคุณครู เพราะเห็นว่าวันนี้มีฝนตกลงมาไม่หยุดทัศนวิสัยในเส้นทางอาจไม่ดีนักผู้กองนทีจึงอยากออกตรวจเส้นทางด้วยตัวเองรวมถึงตรวจด่านในเส้นทางหลักของพื้นที่ด้วย รถคันหน้ามีลูกน้องอาสาสมัครทหารพรานของเขาอยู่สี่นาย ส่วนเขาอยู่รถคันกลางกับเอกพลและลูกน้องอาสาสมัครทหารพรานอีกสองนาย และคันหลังก็มีอาสาสมัครทหารพรานอีกห้านายนั่งอยู่ รถกระบะทั้งสามคันเป็นรถหุ้มเกราะ ใช้ในการออกลาดตระเวนอยู่เป็นประจำ เมื่อออกจากฐานปฏิบัติการมาก็จะผ่านพื้นที่ที่เป็นชุมชนและป่ายางสลับกับไป รถยนต์ทั้งสามคันวิ่งเรียงเป็นขบวนด้วยความเร็วสูง ถนนโล่งๆ แบบนี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติของพื้นที่ในต่างจังหวัด นานๆ ครั้งถึงจะมีรถมอเตอร์ไซค์ของชาวบ้านขับผ่านมา พื้นถนนลาดยางเส้นเล็กๆ เป็นสีดำสนิทเมื่อเปียกละอองฝน สองข้างทางขณะนี้ฝั่งซ้ายมือคือป่าและคูน้ำ ส่วนทางด้านขวาเป็นทางลาดขึ้นเขาที่ปกคลุมด้วยต้นไม้มากมายเช่นกัน หากตัดเรื่องความไม่สงบของพื้นที่ชายแดนออกไป ธรรมชาติของจังหวัดทางภาคใต้ก็งดงามไม่เป็นรองใคร ยิ่งฝนตกแบบนี้ยิ่งทำให้ผืนป่าชุ่มชื้น มองไปทางไหนๆ ก็เป็นสีเขียวขจีสบายตา อีกทั้งผู้คนก็ใจดีมีความเป็นเพื่อนพี่น้องให้กันเสมอและวัฒนธรรมที่น่าหลงใหลจนหนุ่มเมืองเหนือชักจะติดใจเมืองทางใต้เข้าไปทุกทีเสียแล้ว

                “ทุกคน ระวังตัวด้วยนะ” ผู้กองนทียกวิทยุสื่อสารออกมาพูดเพื่อเตือนลูกน้องในรถอีกสองคันที่ขับประกบหน้าหลังรถของเขา และเสียงเตือนนี้ก็ทำให้เอกพลและอาสาสมัครทหารพรานอีกสองนายภายในรถหันมามองเขาอย่างสงสัยทันทีว่าทำไมผู้กองนทีถึงได้บอกให้ทุกคนระวังตัว ก่อนจะหันออกไปมองนอกตัวรถเพื่อหาความผิดปกติ

                “ตอนนี้พวกเราถูกล่อมาติดกับดักพวกมันแล้ว” เขาบอกอีก หากแต่สายตายังมองนิ่งออกไปที่ด้านหน้าตัวรถ มือกระชับปืนเอาไว้แน่น

                “ติดกับดักมันหรอครับผู้กอง” อาสาสมัครทหารพรานที่นั่งอยู่แคปหลังรถกับเอกพลถามอย่างตื่นๆ เพราะเพิ่งจะอาสาเข้ามาเป็นอาสาสมัครทหารพรานน้องใหม่ และยังไม่เคยเผชิญกับเหตุการณ์ก่อการร้ายใดๆ เลย

                “ใช่ ขบวนรถของพวกเราถูกบีบเข้าจุดคิลลิ่งโซนแล้ว”

                “คิลลิ่งโซน คือพื้นที่ลงมือสังหารน่ะ” เอกพลเสริมเมื่อยังเห็นลูกน้องมือใหม่ดูจะงงๆ กับศัพท์ของผู้กองนที ก่อนที่เขาจะมองออกไปนอกตัวรถอีกครั้ง แล้วก็เห็นจริงดังที่ผู้กองนทีว่า เมื่อขณะนี้ขบวนรถของพวกเขาเริ่มจะขับช้าลงแล้วเนื่องจากมีรถกระบะไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนกำลังขับนำหน้าขบวนรถของพวกเขา และรถกระบะคันนี้ก็จงใจที่จะขับช้าๆ เพื่อให้ขบวนรถของพวกเขาช้าลง ผู้กองนทีมองรถกระบะที่ขับนำหน้าอย่างจับสังเกตว่าพวกมันจะเริ่มลงมือเมื่อไหร่ เขายังไม่อยากทำอะไรบุ่มบ่ามเพราะบางทีรถคันด้านหน้าอาจจะเป็นรถของชาวบ้านทั่วไปก็ได้ อาจเป็นเพราะฝนตกกลัวถนนลื่นจึงได้ขับช้าๆ แต่ด้วยประสบการณ์ที่เจอเหตุการณ์ก่อการร้ายมามากทำให้ผู้กองนทีต้องคอยระวังอยู่ตลอดเวลา ใจก็ภาวนาขอให้เป็นเพียงแค่รถของชาวบ้านเท่านั้น แล้วถนนเลนเดียวที่ไม่ได้กว้างอะไรมากมายแบบนี้จะขับแซงก็ไม่ได้เสียด้วย

                “ตอนนี้ยังไม่น่าจะมีอะไร แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่รถคันนั้นมันเร่งเครื่องแล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว เตรียมรับแรงปะทะไว้ได้เลย” ผู้กองนทีบอกอีก จนเมื่อใกล้เข้าถึงเขตตัวเมืองแล้ว สิ่งที่ผู้กองนทีคาดก็เป็นจริงเมื่อรถกระบะคันดังกล่าว จากที่วิ่งช้าๆ เอื่อยๆ บัดนี้กลับเร่งเครื่องแล้วขับออกไปอย่างรวดเร็วทันที ผู้กองนทียังไม่ทันจะได้วิทยุสั่งการกับลูกน้องที่ขับรถอยู่ด้านหน้าว่าให้เตรียมระวังตัว ชั่วอึดใจเดียวเสียงระเบิดก็ดังขึ้นมาสนั่นหวั่นไหว

                บึ้ม!!!

                ทันทีที่เสียงระเบิดดังขึ้น รถกระบะคันหน้าขบวนก็ถูกแรงระเบิกยกหัวรถลอยขึ้นกลางอากาศจนตั้งฉากกับพื้นถนนเหมือนอย่างที่เคยปรากฎในภาพยนต์แอคชั่นเรื่องต่างๆ ตัวรถที่ถูกแรงระเบิดลอยตั้งฉากอยู่ได้เพียงครู่ก็ตกลงมาฟาดกับพื้นถนนเสียงดังสนั่น อาสาสมัครทหารพรานนายที่ขับรถคันที่ผู้กองนทีนั่งอยู่ตกใจกับเหตุการณ์ระทึกที่เกิดขึ้นตั้งใจจะรีบเบรกรถ แต่ก็ไม่ทันการณ์เสียแล้วเมื่อรถเกิดตกลงไปในหลุมระเบิดแล้วกระเด้งขึ้นมาอย่างควบคุมไม่อยู่ ตัวรถไถลเข้าไปพุ่งชนรถกระบะคันแรกที่ถูกระเบิดจนรถคันดังกล่าวตกลงไปในคูน้ำ ซึ่งเป็นคูน้ำเก่าที่ไม่มีน้ำขังแล้ว เช่นเดียวกับรถคันที่สามที่ตกหลุมระเบิดตามจนตัวรถกระเด้งขึ้นมาแล้วเหวี่ยงเข้าไปชนกับต้นไม้ข้างทางจนกระโปรงหน้ารถพังยับ รถคันที่ผู้กองนทีนั่งเมื่อพุ่งชนเข้ากับรถกระบะคันแรกแล้วก็หมุนคว้างไปไกลหลายเมตรก่อนจะหยุด ภาพเหตุการณ์ทุกๆ อย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากจนผู้กองหนุ่มต้องรีบตั้งสติให้มั่น

                “มีใครเป็นอะไรมั้ย” เขารีบหันไปถามลูกน้องทุกคนในรถทันที เอกพลจึงส่งสัญญาณมือบอกว่าเขาโอเค ส่วนอาสาสมัครทหารพรานที่เป็นพลขับนั้นมีอาการเจ็บแน่นหน้าอกเพราะตอนที่รถตกลงไปในหลุมระเบิดและกระเด้งไปชนกับรถของเพื่อนที่ถูกระเบิดทำให้ตัวเขาถูกอัดกระแทกเข้ากับพวงมาลัยรถอย่างจัง

                “ผู้หมวด ถ้าไม่เป็นอะไรมากก็ช่วยดูเพื่อน...เฮ้ย! อย่าเพิ่งลงไป!!!” ผู้กองนทีรีบเรียกอาสาสมัครทหารพรานน้องใหม่ที่นั่งอยู่แคปหลังกับเอกพลเมื่อเขาเปิดประตูจะลงไปจากรถ

                ปังๆๆๆๆๆ คราวนี้เสียงปืนดังรัวลั่นมาจากป่าทางลาดขึ้นเขา ดีว่าเอกพลมือเร็วคว้าตัวลูกน้องกลับขึ้นมาบนรถได้อย่างทันท่วงที

                “รีบลงไปทำไมกันยะ!!! อยากตายห่ารึยังไง” เสียงแว๊ดๆ อย่างสาวแตกของผู้หมวดหนุ่มแผดขึ้นทันทีกับความไม่มีสติของลูกน้อง ทุกๆ ครั้งมันก็มักจะเป็นเช่นนี้เสมอ เมื่อถูกลอบวางระเบิดแล้วคนร้ายก็จะดักซุ่มยิงต่อ ระเบิดทำให้พวกเขาเพียงแค่หยุดชะงักและตกเป็นเป้านิ่ง การดักซุ่มยิงต่างหากที่เป็นเป้าหมายของคนร้ายในครั้งนี้

                “หมอบแล้วรีบลงจากรถเร็ว” ผู้กองนทีสั่ง ก่อนจะเปิดประตูรถอีกฝั่งแล้วดึงเอาลูกน้องที่เป็นพลขับออกมา พวกเขาใช้ตัวรถเป็นเกราะกำบังแล้วยิงตอบโต้อีกฝ่ายในทันที โชคดีที่อาสาสมัครทหารพรานจากรถคันที่สามบาดเจ็บกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้นทุกคนจึงคว้าปืนแล้วลงมาจากรถเพื่อยิงตอบโต้อีกฝ่ายด้วย

                ปังๆๆๆๆ เสียงปืนของทั้งสองฝ่ายยิงปะทะตอบโต้อย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงได้ง่ายๆ แต่จากการประเมินสถานการณ์แล้วเหมือนฝ่ายคนร้ายจะมีกำลังน้อยกว่าผู้กองนทีจึงยิงกดอีกฝ่ายอย่างเต็มที่จนกระสุนปืนหมดแม็กกาซีน เขาจึงเปลี่ยนแม็กกาซีนใหม่ บรรจุกระสุนเข้ารังเพลิงแล้วสาดกระสุนใส่คนร้ายที่อยู่ในแนวชายป่าอีกครั้ง

                “วิทยุขอกำลังเสริมแล้วก็รถพยาบาลด่วนเลยผู้หมวด” เขาหันมาสั่งเอกพลก่อนจะล้มตัวลงไปนอนราบกับพื้นเพื่อจะได้ยิงตอบโต้อีกฝ่ายได้ถนัดๆ เอกพลจึงวิทยุขอความกำลังเสริมแล้วเข้าไปนอนราบกับพื้นข้างๆ ผู้กองนทีเพื่อช่วยเขายิงฝ่ายคนร้ายอีกแรง ยิงไป ปากก็สถบอีกฝ่ายไปเป็นภาษาเก้งกวาง แต่กระสุนของเขาก็ไม่พลาดตำแหน่งยิงเลยสักนัด ต่อให้จะแต๋วแตกยังไงแต่ฝีมือการรบยอดเยี่ยมแบบนี้ผู้กองนทีก็ต้องยอมรับในฝีมือของรุ่นน้องคนนี้แหละว่ามันเกิดมาเพื่อเป็นทหารจริงๆ

                ทหารพรานทุกนายระดมยิงกดออโต้ไปสองชุด ดับเบิ้ลแทปไปอีกหนึ่งแม็ก เจอชุดใหญ่จัดเต็มแบบนี้เสียงปืนจากฝ่ายคนร้ายก็ค่อยๆ เงียบไป สายฝนเริ่มโปรยปรายลงมาแรงมากขึ้นทัศนวิสัยการมองก็ยิ่งดูเลวร้าย ทหารพรานทุกนายยังคงกำบังตัวอยู่หลังตัวรถ และคอยฟังคำสั่งสัญญาณจากผู้กองนทีเมื่อเขามองไปที่ชายป่าทางลาดขึ้นเขาอันเป็นตำแหน่งยิงของกลุ่มคนร้าย ซึ่งขณะนั้นเองก็มีเสียงรถของทางเจ้าหน้าที่จากหน่วยอื่นกำลังยกกำลังเข้ามาเสริม เพราะช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่มีเจ้าหน้าที่จากหน่วยต่างๆ ออกตรวจตราพื้นที่เพื่อ รปภ. เหล่าคุณครู กำลังเสริมจากแต่ละหน่วยจึงใช้เวลาในการเดิมทางมาที่เกิดเหตุไม่มากนัก เอกพลยิ้มออกมาทันทีเมื่อรู้ว่าจะมีกำลังเสริมมาช่วย หากแต่ผู้กองนทีที่มองสถานการณ์ตรงหน้าอยู่กลับไม่คิดเช่นนั้นเมื่อเขาเห็นปลายกระบอกปืนที่คุ้นเคยเล็งออกมาจากพุ่มไม้ ห่างจากตำแหน่งคนร้ายซุ่มอยู่ไม่มาก

                RPG… เวรแล้วไง ทุกคน ระวัง!!!

                บึ้ม!!! RPG ถูกยิงเข้าใส่ตัวรถคันที่สามที่มีลูกน้องอาสาสมัครทหารพรานทั้งห้านายของเขารอซุ่มยิงอยู่ พอได้ยินเสียงร้องเตือนของเขาทั้งห้านายก็พากันรีบหลบ แต่แรงของ RPG ก็แรงมากจนทำให้ร่างของอาสาสมัครทหารพรานทั้งห้านายกระเด็นตกลงไปในคูน้ำ

                “นี่มันกะสังหารหมู่เลยหรอเนี่ย ไอ้พวกระยำเอ้ย!” เอกพลว่าขึ้นมาอย่างหัวเสียเมื่อเห็นลูกน้องถูกทำร้ายไปต่อหน้าต่อตาแบบนี้แล้วยกปืนขึ้นยิงไปทางชายป่าที่คนร้ายอยู่อีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับไม่เหมือนเดิมเมื่ออีกฝ่ายปาระเบิดมือกลับมายังฝั่งของพวกเขาบ้าง ผู้กองนทีที่ไหวตัวทันจึงรีบคว้าตัวลูกน้องที่เป็นอาสาสมัครทหารพรานน้องใหม่เหวี่ยงลงไปในคูน้ำเพื่อหลบระเบิด เช่นเดียวกับที่เอกพลรีบพยุงเพื่อนอาสาสมัครทหารพรานที่บาดเจ็บเพราะตัวกระแทกเข้ากับพวงมาลัยรถเมื่อก่อนหน้านี้หมอบลงไปกับคูน้ำ

                บึ้ม!!! แรงระเบิดที่ดังอยู่ใกล้ๆ ทำให้ร่างของผู้กองนทีกระเด็นไปกระแทกเข้ากับตัวกระบะรถจนเขารู้สึกจุกและมึน หูอื้อไปหมด ห่ากระสุนที่สาดเข้ามายังฝ่ายของพวกเขาทำให้เอกพลกับลูกน้องอาสาสมัครทหารพรานที่หลบอยู่ในคูน้ำไม่อาจกลับขึ้นมาบนฝั่งถนนได้อีก มีเพียงแค่ผู้กองนทีเท่านั้นที่ยังคงนั่งพิงตัวรถอยู่เพราะอาการบาดเจ็บจนกระอักเลือดออกมา เอกพลเห็นเข้าก็ทำท่าจะวิ่งเข้าไปช่วยเขา แต่ผู้กองนทีกลับโบกมือห้ามเพราะถ้าเอกพลวิ่งขึ้นมาจากคูน้ำเขาจะถูกยิงในทันที

                “ไม่ต้องขึ้นมา ผมจัดการเอง!” เขาสั่งลูกน้องทั้งๆ ที่ยังหูอื้ออยู่ เสียงอะไรตอนนี้เขาไม่ได้ยินแล้วทั้งนั้น แต่สิ่งที่เขาเห็นอยู่ในขณะนี้ก็คือฝ่ายคนร้ายยังคงระดมยิงมายังเขาอยู่ และมีรถพยาบาลของทีมแพทย์ทหารเข้ามาจอด ซึ่งผู้ที่อยู่ในรถพยาบาลก็หยิบปืนออกมายิงตอบโต้ฝ่ายคนร้ายช่วยผู้กองนทีอีกแรง ซึ่งพอมีกำลังคนมาช่วยผู้กองนทีก็ออกจากที่กำบังทั้งๆ ที่ยังกระอักเลือดอยู่เพื่อจะยิงตอบอีกฝ่าย แต่แล้วตัวของเขาก็ถูกใครบางคนดึงหลบกระสุนปืนนัดหนึ่งที่กำลังพุ่งเข้ามาจนร่างสูงล้มลงไปทับใครคนนั้น ก่อนที่เขาจะรีบพลิกตัวลุกแล้วคว้าเอาคนที่เข้ามาดึงเขาหลบกระสุนปืนกลับเข้าไปหลบอยู่ที่ข้างตัวรถ

                “คุณทำบ้าอะไรอยู่! ตาก็ไม่ได้บอดนี่แล้วทำไมถึงไม่เห็นวิถีกระสุนที่คนร้ายยิงมา!!!” คนที่ช่วยเขาเอาไว้ต่อว่าเขาทันที ทำให้ผู้กองนทีต้องเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายอย่างอึ้งๆ เพราะคนตรงหน้าเขาแต่งชุดทหารพราน ที่แขนข้างซ้ายสวมปลอกแขนสัญลักษณ์ทางการแพทย์และที่สำคัญ...เป็นผู้หญิง ทหารพรานหญิง จำนวนดาวที่ปักอยู่ที่ปกคอเสื้อบอกให้รู้ว่าเธอมียศร้อยโท

                ปังๆๆๆ เสียงปืนยังคงดังลั่นเมื่อมีรถของเจ้าหน้าที่จากหน่วยอื่นๆ เข้ามาสมทบเพิ่ม ทหารพรานหญิงที่ช่วยเขาเอาไว้จึงหันมาหยิบปืนของเธอขึ้นแล้วจะออกไปยิงตอบโต้กับคนร้าย แต่ทันทีที่เธอจะออกจากที่กำบังกระสุนหลายนัดก็ยังคงสาดเข้ามาไม่ขาดสาย ผู้กองนทีมองครู่เดียวก็รู้ว่าเธอไม่ได้แกร่งขนาดที่ยิงปืนฝ่าห่ากระสุนออกไปตอบโต้กับอีกฝ่ายได้ แต่ตอนนี้กระสุนปืนของเขาเหลือเพียงแค่นัดเดียวเท่านั้น ปืนพกก็กระเด็นไปไกลโขจากตอนที่เขาโดนแรงระเบิดจนร่างอัดกระแทกเข้ากับตัวรถ พลันสายตาของเขาก็หันไปมองเห็นว่าที่เอวของทหารพรานหญิงคนนี้มีปืนพกอีกกระบอกเหน็บเอาไว้อยู่ และเขาก็ไม่รอช้าดึงเอาร่างของเธอเข้ามาหาเขาทันทีจนร่างบางที่ไม่ทันระวังตัวถลามาตามแรงดึงปะทะเข้ากับแผ่นอกแกร่งของอีกฝ่าย ผู้กองนทีจึงใช้โอกาสนี้ปลดปืนพกที่เอวเธอออกมาแล้วยิงเข้าใส่ฝ่ายคนร้ายที่กำลังจะยิงมาทางเขาพอดี ทำให้กระสุนปืนของผู้กองนทีฝังเข้ากลางแสกหน้าของหนึ่งในคนร้าย โดนที่แขนอีกข้างของเขายังคงกอดร่างของทหารพรานหญิงคนดังกล่าวเอาไว้แน่น

                เสียงปืนจากฝ่ายตรงข้ามเงียบลงไปอีกครั้งเมื่อไม่อาจต้านกำลังของทางฝ่ายเจ้าหน้าที่ได้ จนในที่สุดฝ่ายของเจ้าหน้าที่ก็สามารถควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ พอเห็นเช่นนี้ผู้กองนทีจึงค่อยวางใจ เขาเริ่มได้ยินเสียงผู้คนที่อยู่รอบๆ ตัวแล้วแต่เพราะแรงระเบิดเมื่อก่อนหน้าทำให้เขากระอักเลือดออกมาไม่หยุดจนทำปืนพกสั้นในมือหล่นลงพื้น แขนที่กอดหญิงสาวเอาไว้ค่อยๆ คลายออกเมื่อเข้าล้มลงไปกับพื้น แต่ทหารพรานหญิงคนนี้ก็รีบรับเขาเอาไว้ในอ้อมแขนของเธอ

                “คุณ! คุณอย่าเพิ่งหลับนะ คุณ” เธอพยายามตบแก้มของเขาเบาๆ แม้ผู้กองนทีจะพยายามตั้งสติเอาไว้เท่าไหร่แต่ก็ไม่อาจฝืนได้ เขามองหน้าทหารพรานหญิงคนนี้อย่างสงสัย เหมือนกับเขาเคยเจอเธอมาก่อน เขายังคงจำแววตาของเธอได้ แววตาแบบนี้ช่างเหมือนกันกับ...

                “ตันหยง...” เขาเรียกเธอเสียงแผ่ว หยาดน้ำตาค่อยๆ ซึมออกมา คิดถึง...ไม่มีวันไหนเลยที่เขาจะไม่คิดถึงเธอ

                “คุณว่าอะไรนะคะ คุณ!!!

                “...ตัน...หยง...อย่าทิ้งผม” แล้วผู้กองนทีก็หมดสติไปพร้อมๆ กับที่กระอักเลือดออกมาอีกครั้ง

 

                “แหม เฝ้าไม่ห่างเลยนะคะผู้หมวด” เสียงเพื่อนพยาบาลสาวเอ่ยแซว ธารธาราหรือร้อยโทหญิงธารธาราจึงหันไปทำหน้าดุใส่เพื่อน ก่อนที่คนเป็นเพื่อนจะเดินหัวเราะออกไปจากห้องคนไข้ เธอจึงหันกลับมามองที่ร่างสูงของผู้กองหนุ่มที่ยังคงนอนหมดสติอยู่บนเตียงคนไข้ เพราะถึงเขาจะหมดสติอยู่แบบนี้แต่ก็ยังคงไอออกมาเป็นลิ่มเลือดไม่หยุด พอไอเสร็จก็นอนหมดสติอยู่เช่นนี้ โชคดีที่เขาสวมเสื้อเกราะและหมวกกันกระสุนเอาไว้ ผู้หมวดเอกพลลูกน้องของเขาบอกว่าแรงระเบิดทำให้ตัวเขาอัดกระแทกเข้ากับตัวรถกระบะอย่างจัง หมอที่ทำการรักษาบอกว่าเขาแค่มีอาการเลือดคลั่ง แต่การที่เขากระอักเลือดและไอเอาเลือดคลั่งออกมาแบบนี้ก็นับว่าอาการดีแล้ว เพราะจากการตรวจรักษาร่างกายของเขาด้านอื่นๆ แล้วเขาไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมาก

                “เดี๋ยวคุณก็จะดีขึ้นค่ะผู้กอง” ธารธาราบอกเขาเพราะเธอจำเขาได้ เขาคือผู้กองนที เธอเคยเจอกับเขาตอนงานแต่งของผู้พันคีรินทร์ นี่ก็หลายปีมาแล้วเธอไม่คิดว่าจะได้เจอเขาอีกครั้ง ความจริงเธอเองก็ไม่จำเป็นที่จะอยู่เฝ้าเขาด้วยซ้ำ แต่เพราะคำพูดและน้ำตาของเขาก่อนที่เขาจะหมดสติไปทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจหากจะทิ้งเขา เธอได้ยินเขาพูดแค่ว่า อย่าทิ้งผม แต่พูดอะไรก่อนหน้านั้นเธอเองก็ฟังไม่ถนัด แล้วเหตุการณ์ในตอนนั้นก็วุ่นวายมากๆ ด้วย

                จากการปะทะกันครั้งนี้คนร้ายห้าคนถูกอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ยิงจนเสียชีวิตคาที่ และสามารถจับกุมคนร้ายที่บาดเจ็บได้อีกสองคน จากคำสารภาพคนร้ายเป็นกลุ่มของผู้ก่อความไม่สงบที่ตั้งใจจะลอบสังหารหมู่เจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดนี้ จากการเฝ้าสังเกตมานานทำให้รู้ว่าเจ้าหน้าที่ทหารพรานจะเดินทางออกจากฐานในเวลานี้ทุกวันเพื่อเคลียร์เส้นทางสำหรับชุด รปภ. คุณครู ดังนั้นคนร้ายจึงได้วางแผนลอบสังหารในครั้งนี้ ธารธาราได้ฟังคำบอกเล่าถึงเหตุการณ์ครั้งนี้จากผู้หมวดเอกพลแล้วก็นึกชื่นชมผู้กองนทีนัก ที่เขาถูกระเบิดครั้งนี้ก็เพราะเขามัวแต่ห่วงลูกน้อง เขาจับลูกน้องที่เป็นทหารน้องใหม่เหวี่ยงลงไปหลบระเบิดในคูน้ำ ทำให้เขาหลบระเบิดไม่ทัน ดีที่ว่ามีตัวรถกั้นเอาไว้อยู่เขาจึงไม่โดนสะเก็ตระเบิดด้วย ส่วนอาสาสมัครทหารพรานลูกน้องของเขาไม่มีใครเสียชีวิต แต่ก็ได้รับบาดเจ็บไปตามๆ กัน มีเจ็บสาหัสก็อาสาสมัครทหารพรานสองนายที่นั่งอยู่ในรถกระบะคันแรกที่ถูกระเบิด เพราะตอนที่เจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือทั้งสองคนมีสภาพหมดสติและแขนขาหักผิดรูป แพทย์จึงรีบทำการรักษาพวกเขาด่วนและคอยดูแลอาการอย่างใกล้ชิด

                ติ๊ง!!! เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น ธารธาราเลยหันไปมองตามจึงเห็นว่าที่โต๊ะข้างหัวเตียงคนไข้มีโทรศัพท์มือถือของเขาที่ผู้หมวดเอกพลนำมาวางเอาไว้ให้

                ติ๊ง!!! ธารธาราหยิบโทรศัพท์มือถือของเขาขึ้นมาดูเมื่อมีเสียงข้อความไลน์ดังขึ้นมาอีก เธอคิดว่าอาจจะเป็นญาติของเขาติดต่อมาเพื่อสอบถามอาการบาดเจ็บ เลยกะว่าจะตอบข้อความนี้แทนเขาเพื่อให้ญาติๆ ของเขาได้สบายใจว่าตอนนี้เขาปลอดภัยดีแล้ว แต่ทว่าพอเธอเปิดข้อความไลน์ที่ส่งมาขึ้นก็เห็นเป็นภาพของผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางอายุยังน้อยอยู่มาก เธอสวมชุดคนไข้ของโรงพยาบาลเหมือนกัน และเป็นเด็กสาวที่หน้าสวยมากธารธาราจำเธอได้ เธอคือภรรยาของผู้กองนทีคนที่เคยอุ้มลูกแฝดเข้ามาหาเขาในงานแต่งงานของผู้พันคีรินทร์ตอนนั้น

                พี่นที ได้ลูกสาวล่ะค่ะ น่ารักมั้ย ใครๆ ก็บอกว่าน่ารักเหมือนขวัญแหละข้อความที่ส่งมานี้ทำให้ธารธาราอดหันไปยิ้มให้ผู้กองนทีไม่ได้ เจ็บตัวขนาดนี้แต่ก็ยังได้รับข่าวดีภายในวันเดียวกันเสียด้วย

                “คุณได้ลูกสาวล่ะค่ะผู้กอง น่ารักน่าเอ็นดูมากเลยนะ” ภาพที่ส่งมาทางข้อความไลน์คราวนี้เป็นภาพภรรยาของเขากำลังอุ้มเด็กทารกตัวน้อยๆ อยู่ เด็กทารกหน้าตาน่าเอ็นดูเหมือนผู้เป็นแม่ไม่มีผิดพร้อมกับข้อความที่ส่งมาอีก

                ตอนนี้สาวน้อยมีชื่อแล้วนะคะ คุณลุงรันตั้งชื่อเล่นให้ว่าน้องมารีน หน่วยรบนาวิกโยธินค่ะ แล้วพี่จ๋าก็ตั้งชื่อจริงให้ว่าเด็กหญิงขวัญคณิน ขวัญชอบชื่อนี้ที่สุดเลย คิดว่าพี่นทีน่าจะรู้นะคะว่าทำไมขวัญถึงชอบชื่อนี้ ว่างจากงานแล้วอย่าลืมมาเล่นกับน้องมารีนล่ะ อ้อ! เอาขนมมาฝากด้วย ฝากขวัญนะ น้องมารีนยังกินขนมไม่เป็น เดี๋ยวแม่ของน้องมารีนจะกินแทนเอง

                ดูเหมือนตอนนี้ครอบครัวของเขากำลังมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้น แล้วนี่เธอควรจะตอบภรรยาของเขาว่ายังไงดี ดูเหมือนเธอจะยังไม่รู้เลยว่าสามีของเธอกำลังบาดเจ็บอยู่ อีกอย่างเธอก็เพิ่งคลอดลูก ถ้ารู้ว่าสามีบาดเจ็บอยู่ที่นี่ภรรยาของเขาคงจะไม่สบายใจแน่ๆ เลย

                แล้วในระหว่างที่ธารธารากำลังคิดหาคำพูดที่จะตอบข้อความไลน์อยู่นั้นผู้กองนทีก็ค่อยๆ รู้สึกตัวขึ้น อาการแรกที่เขารู้สึกตัวขึ้นมาก็คือมึนงงอย่างสุดๆ เขาหลับตาลงอีกครั้งเพื่อตั้งสติแล้วจึงลืมตาขึ้นมาใหม่เลยได้รู้ว่าขณะนี้เขากำลังอยู่ที่โรงพยาบาล แล้วที่ข้างเตียงของเขาก็มีหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ เธอหันมายิ้มให้เขาด้วยเมื่อเห็นว่าเขาฟื้นแล้ว

                “อ้าว ฟื้นแล้วหรอคะ” เธอหันมาถาม ผู้กองนทีจึงค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นนั่งโดยมีเธอเข้ามาช่วย แต่เขาก็ยังคงมองเธออย่างสงสัยอยู่ เขานึกว่าคนที่มาเฝ้าเขาจะเป็นอานัสหรือเอกพลเสียอีก

                “คุณเป็นใคร” เขาถามเธอออกมา เธอยังแต่งชุดทหารพรานหญิง หน้าตาไร้เครื่องสำอางแต่ก็สะสวยมากๆ เขาจำได้ว่าเธอคือทหารพรานหญิงที่เข้ามาช่วยเขาตอนที่ต่อสู้อยู่กับคนร้าย

                “ฉันเป็นทหารพรานนาวิกโยธินค่ะ เพิ่งย้ายจากตราดมาประจำการที่กองร้อยของผู้กองไงคะ รถทีมแพทย์ของพวกฉันกำลังจะเดินทางไปที่ฐานของผู้กองแต่ว่ามาเจอเหตุปะทะขึ้นซะก่อน บวกกับได้รับวิทยุขอกำลังเสริมกับรถพยาบาลจากทีมของผู้กองด้วยก็เลยมีโอกาสได้เข้ามาช่วยเหลือ”

                อ๋อ คงเป็นทีมแพทย์ที่เขาบอกให้อานัสอยู่คอยต้อนรับนั่นเอง

                “คุณเป็นหมอหรอ แพทย์ทหารใช่มั้ย” เขาชี้มาที่ปอกแขนสัญลักษณ์ทางการแพทย์ที่แขนของเธอ ธารธาราจึงส่ายหน้าตอบ

                “เปล่าค่ะ ฉันเป็นพยาบาล พยาบาลทหารบกแต่มาประจำการอยู่หน่วยของทหารพราน อ้อ! ผู้กองคงจะจำฉันไม่ได้ ฉัน ร้อยโทหญิงธารธาราค่ะ ฉันเคยเจอผู้กองตอนงานแต่งงานของผู้พันคีรินทร์”

                พอได้ยินแบบนี้ผู้กองนทีก็มองหน้าเธอใหม่อีกครั้งแล้วนึกถึงเมื่อครั้งงานแต่งของผู้พันคีรินทร์กับหมอเอื้อย นั่นสินะ ตอนนั้นเขาได้เจอเธอ แต่เหมือนเธอมีธุระเลยกลับไปก่อนที่งานจะเลิกเสียอีก เขาพยายามจะตามเธอไปด้วยแต่ก็ไปไม่ได้เพราะต้องคอยดูแลหลานชายที่ขวัญตาเอามาฝากไว้ ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะได้เจอกับเธออีก ซ้ำตอนนี้เธอยังย้ายมาประจำการอยู่ที่ฐานของเขาด้วย

                “ผู้หมวดนั่นเอง ขอโทษนะครับที่ผมจำไม่ได้ ตอนนั้นผู้หมวดแต่งชุดราตรี แต่ตอนนี้แต่งเครื่องแบบทหารพราน”

                “ไม่เป็นไรค่ะ มันก็ตั้งหลายปีมาแล้ว จะจำกันไม่ได้ก็ไม่แปลก” แต่เธอกลับจำเขาได้ดีเลย ทำไมก็ไม่รู้

                “จริงสิ แล้วลูกน้องผมล่ะครับ ลูกน้องผมเป็นยังไงบ้าง” ผู้กองนทีถามเมื่อเพิ่งจะนึกขึ้นมาได้ ลูกน้องของเขาทั้งโดนระเบิด ทั้งโดน RPG ไปขนาดนั้นไม่รู้จะเป็นตายร้ายดีกันยังไง

                “ทุกนายปลอดภัยดีค่ะ มีบาดเจ็บอาการสาหัสอยู่สองนาย แต่ก็ไม่ต้องห่วงนะคะตอนนี้หมอกำลังดูแลอย่างใกล้ชิด อีกไม่นานก็คงจะหายเป็นปกติค่ะ” ถึงจะบอกแบบนี้แต่ผู้กองนทีก็วางใจไม่ได้หรอก ตลอดเวลาที่เขาประจำการอยู่ที่นี่เขาเสียลูกน้องและเพื่อนไปหลายคนแล้ว เขาไม่อยากที่จะเสียใครไปอีกแล้วทั้งนั้น

                “อย่าทำหน้าเศร้าแบบนั้นสิคะ อย่างน้อยวันนี้ก็ยังมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นนะ” ธารธาราบอกเขาพร้อมกับส่งโทรศัพท์มือถือของเขาคืนให้

                “ภรรยาคุณคลอดลูกสาวค่ะ น่ารักมากๆ เลยนะคะ เอ่อ...ขอโทษนะคะที่ฉันถือวิสาสะเปิดดูโทรศัพท์ของคุณ ฉันนึกว่าญาติของคุณจะไลน์มาถามอาการบาดเจ็บของคุณเลยจะตอบให้ว่าคุณปลอดภัยดีแล้ว แต่พอเห็นภรรยาของคุณเพิ่งคลอดฉันก็เลยไม่กล้าบอกค่ะ”

                ทุกสิ่งที่ธารธาราบอกผู้กองนทีไม่ทันจะได้ฟัง เพราะทันทีที่เขาเห็นภาพขวัญตากำลังอุ้มลูกน้อยอยู่เขาก็หัวเราะออกมาเบาๆ ทันที ไม่คิดไม่ฝันว่ายัยตัวแสบน้องเล็กในกลุ่มจะเป็นคุณแม่กับใครเขาได้ ดูสิ ขนาดมีลูกแล้วแต่ก็ยังคงยิ้มทะเล้นเหมือนเด็กๆ อีก โอ้โห หลานลุงน่าตาน่ารักน่าเอ็นดูขนาดนี้เลยหรอเนี่ย ได้ลูกสาวน่ารักขนาดนี้ผู้กองคณินได้หลงลูกสาวหนักแน่ๆ ขนาดเมียก็ดูแลดีสุดๆ แล้ว พอได้ลูกสาวมาเขาว่าลูกสาวคนนี้คงต้องเป็นลูกรักแก้วตาดวงใจของผู้กองคณินแน่ๆ แล้วดูสิ ตั้งชื่อลูกว่าขวัญคณินเสียด้วย ช่างเข้าใจเอาชื่อของพ่อกับแม่มารวมกันจริงๆ เลย สมาชิกแก๊งฟันน้ำนมคนล่าสุด ผู้พันกรันณ์ตั้งชื่อให้เป็นหน่วยรบอีกคนแล้ว น้องมารีน

                “น่ารักมั้ยครับ ผมกำลังอยากได้ผู้หญิงอยู่พอดีเลย” ผู้กองนทีรีบอวดภาพหลานสาวคนล่าสุด “พวกเขามีแก๊งด้วยนะครับ แก๊งฟันน้ำนม แต่ละคนชื่อเป็นหน่วยรบพิเศษทั้งนั้น ทั้งซีล เรนเจอร์ รีคอน สไนเปอร์ อริน นาวิก ตอนนี้ได้น้องมารีนเพิ่มมาอีกคนแล้ว” คนอวดหลานบอกพลางเปิดภาพหลานๆ แต่ละคนให้ธารธาราดู

                “ทั้งแก๊งมีแต่หนุ่มๆ สาวน้อยคนแรกคือสไนเปอร์ครับ คนนี้ออกแววสวยตั้งแต่เด็กแต่นิสัยค่อนข้างเป็นเด็กโหดครับ ได้มารีนมาเป็นสมาชิกหญิงเพิ่งอีกคน ผมก็ได้แต่หวังว่าคนนี้จะเรียบร้อย ไม่ใช่แก่นแล้วก็ซนอย่างพี่สาว”

                โอ้โห เธอไม่ได้เจอเขาตั้งหลายปีนี่เขาลูกดกขนาดนี้เลยหรอเนี่ย นี่ก็ปาเจ็ดคนเข้าไปแล้ว ขยันทำลูกอะไรเบอร์นั้นกัน ก็อย่างว่าแหละนะ เมียเด็กแล้วก็สวยขนาดนี้ นานๆ คงจะเจอกันครั้งเลยจัดหนักจัดเต็มจนได้ลูกมาเจ็ดคนเลย

                “น่ารักทุกคนเลยนะคะ คุณคงรักพวกแกมาก”

                “ครับ รักมาก ยิ่งเวลาเด็กๆ อยู่รวมแก๊งกันนี่โห ความวุ่นวายระดับชาติเลยล่ะครับ แต่ผมก็ชอบนะ พวกแกเป็นเด็กที่น่ารักแล้วก็บริสุทธิ์ใสซื่อ เวลาผมขึ้นจากนราฯ ไปหาพวกแกจะรีบโผเข้ามาหาผมกันใหญ่เลย” แววตาของผู้กองนทีดูมีความสุขยามที่เอ่ยถึงหลานๆ ธารธารามองแล้วก็ยิ่งชื่นชมเขาที่เขารักลูกๆ แบบนี้ อยู่ที่นี่เขาเป็นนายทหารที่เก่งเชี่ยวชาญการรบ แต่เวลากลับบ้านเขาคือคุณพ่อที่น่ารักของลูกๆ เด็กๆ ช่างโชคดีเหลือเกินที่มีคุณพ่อน่ารักแบบนี้

                “แล้วผู้กองจะบอกภรรยาผู้กองยังไงดีคะเรื่องบาดเจ็บ”

                “หืม...ภรรยาหรอครับ” ผู้กองนทีหันมาถามเธอกลับ นี่เธอหมายถึงเรื่องอะไรกัน หรือว่า...เดี๋ยวนะ! นี่อย่าบอกนะว่าเธอคิดว่าขวัญตาเป็นเมียของเขาน่ะ เอาอีกแล้ว คราวก่อนเธอก็เข้าใจเขาผิดเพราะขวัญตา มาคราวนี้ก็ด้วยหรอ ฮึ่ม! ยัยตัวแสบ ถ้าเขาไปเยี่ยมเธอกับลูกนะ เขาจะไม่เอาขนมไปฝากหรอก จะเอาระเบิดไปฝากแทนท่าจะดีกว่า

                “ไม่ใช่นะครับ ผู้หมวดกำลังเข้าใจผิดอยู่ คือว่า...”

                ก๊อกๆๆ เสียงเคาะประตูห้องพักคนไข้ดังขึ้นขัดจังหวะ ก่อนที่อานัสจะเดินเข้ามาพร้อมกับพ่อและแม่ของเขา

                “พี่เขย เป็นยังไงบ้างพ่อกับแม่มาเยี่ยมน่ะ” อานัสเดินเข้ามาทัก รู้สึกโล่งใจไม่น้อยที่พี่เขยที่ตนเคารพรักเหมือนพี่ชายแท้ๆ ปลอดภัยและลุกขึ้นมานั่งได้แล้ว ผู้กองนทีจึงหันมายกมือไหว้พ่อตากับแม่ยายของตน

                “เป็นยังไงบ้างลูก แม่ตกใจแทบแย่ตอนรู้ข่าว เห็นว่าสลบไปทั้งคืน เมื่อคืนนี้พ่อกับแม่ไม่มีใครนอนหลับกันเลยนะ” แม่ยายของเขาถามไถ่อาการอย่างห่วงใย ถึงแม้ตันหยงจะจากไปนานแล้วแต่ผู้กองนทีก็ยังคงทำหน้าที่ลูกเขยที่ดีอยู่เสมอ เขาเสมอต้นเสมอปลาย ว่างจากงานก็มาช่วยกรีดยางทำสวนอยู่ที่บ้าน พ่อกับแม่เจ็บไข้ได้ป่วยเขาก็มาคอยดูแล ไม่คิดว่าพอเสียลูกสาวอย่างตันหยงไป พวกตนจะได้ลูกชายนิสัยดีคนนี้มาแทน

                “ผมไม่เป็นอะไรแล้วล่ะครับ พ่อกับแม่ไม่ต้องห่วงผมนะ” ผู้กองนทียิ้มรับในความห่วงใยของคนที่เขานึกอยู่เสมอว่าเป็นเสมือนพ่อและแม่ เป็นครอบครัวแท้ๆ ของเขามาโดยตลอด

                “แล้วนี่กินอะไรแล้วยัง แม่ทำกับข้าวมาให้ พ่อเขาก็เก็บผลไม้สดๆ ที่สวนมาให้เลยนะ” แล้วอานัสก็หันไปเลื่อนโต๊ะอาหารมาให้แม่ของเขาวางปิ่นโต ก่อนจะมองมาทางธารธาราเมื่อเพิ่งจะนึกอะไรขึ้นได้

                “จริงสิ หมอเขาอนุญาตให้พี่เขย เอ้ย! ผู้กองกินข้าวได้แล้วยังครับผู้หมวด” เขาถาม เพราะเห็นผู้หมวดพยาบาลสาวสวยมาคอยดูแลพี่เขยของเขาทั้งคืนเลย

                “ค่ะ ทานอาหารได้ตามปกติแล้ว แต่ขอเป็นอาหารอ่อนๆ ก่อนนะคะ” เธอยิ้มตอบ พ่อตากับแม่ยายของผู้กองนทีจึงหันมามองทางหญิงสาวอย่างสงสัยว่าเธอคือใคร แต่งชุดทหารพรานด้วย หรือว่าจะเป็นลูกน้องของลูกเขยพวกตนกัน

                “พ่อครับ แม่ครับ นี่ผู้หมวดธารธาราครับ เป็นพยาบาลทหารประจำอยู่ที่ฐานของผม ตอนที่เกิดเหตุต่อสู้อยู่กับคนร้ายเธอเป็นคนช่วยชีวิตผมเอาไว้ครับ” ผู้กองนทีรีบแนะนำ

                “ผู้หมวดครับ นี่พ่อตากับแม่ยายของผมครับ ส่วนจ่าอานัส นอกจากจะเป็นลูกน้องผมแล้วเขายังเป็นน้องชายของภรรยาผมด้วย” เขาหันมาบอกกับธารธารา เธอจึกยกมือขึ้นไหว้พ่อตากับแม่ยายของเขา

                “สวัสดีค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” ต่างฝ่ายต่างก็ยิ้มให้กันอย่างเก้อๆ เขินๆ ก่อนที่ธารธาราจะค่อยๆ ถอยออกมาเมื่อเห็นว่าตอนนี้เขาได้อยู่กับครอบครัวของเขาแล้ว “ถ้าอย่างนั้นฉันไม่รบกวนแล้วนะคะ ขอตัวก่อนค่ะ” เธอบอกทุกคนพร้อมกับไหว้ลาพ่อตากับแม่ยายของผู้กองนทีก่อนจะรีบเดินออกมาจากห้องพักคนไข้จนผู้กองนทีต้องมองตามเมื่อเพิ่งจะคิดอะไรขึ้นได้ เธอกำลังเข้าใจผิดคิดว่าขวัญตาเป็นเมียของเขา แล้วนี่พอมารู้ว่าเขามีพ่อตากับแม่ยายด้วยเธอคงคิดไปไกลแน่ๆ

                ฝ่ายธารธาราเองเมื่อเดินออกมาจากห้องของเขาแล้วเธอก็เดินอย่างคนใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวไปที่ระเบียงของทางโรงพยาบาล ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าเป็นอะไรไป ตั้งแต่ได้เจอเขาครั้งแรกที่งานแต่งเมื่อหลายปีก่อนนั้นเธอก็ไม่เคยลืมเขาได้เลย จนได้กลับมาเจอเขาอีกครั้งเธอก็อยากดูแลเขาเพราะคำว่า อย่าทิ้งผม เพียงคำเดียว ความจริงเธอไม่ควรจะอยู่ใกล้เขาเลยแม้แต่น้อย เขามีลูกเมียแล้ว เห็นเธออยู่ดูแลเขาแบบนี้พ่อตากับแม่ยายของเขาจะคิดยังไง เมียของเขาเองก็เพิ่งจะคลอดลูก ต่อไปเธอคงจะมาเยี่ยมเขาอีกไม่ได้แล้วล่ะ เธอไม่อยากถูกใครๆ ครหาเอา ทหารอย่างเธอควรมีความซื่อสัตย์และยึดมั่นในศีลธรรมอันดีงาม อีกอย่าง...เขาก็ไม่ได้คิดอะไรกับเธอด้วย

                “นี่เราคิดถึงเรื่องอะไรอยู่กันล่ะเนี่ย” เธอส่ายหน้ายิ้มๆ ให้ตัวเอง ไม่เข้าใจว่าเผลอคิดถึงเรื่องนี้จนเป็นตุเป็นตะได้ยังไงกัน เฮ้อ!

                “อ้าวผู้หมวด จะกลับแล้วหรอครับ” เอกพลที่จะมาเยี่ยมผู้กองนทีทักขึ้นเมื่อเดินสวนกับธารธาราที่หน้าลิฟท์

                “ค่ะ จะกลับแล้ว”

                “ทำไมถึงได้รีบกลับนักล่ะ ไม่อยู่คอยดูแลผู้กองของผมแล้วหรอ” เอกพลยิ้มแซวๆ ธารธาราดูครู่เดียวก็รู้ว่าผู้หมวดหนุ่มรูปหล่อนายนี้จริงๆ แล้วเขากำลังแอ๊บแมนอยู่

                “ไม่ล่ะค่ะ ตอนนี้ครอบครัวของผู้กองกำลังมาเยี่ยม”

                “เดี๋ยวพวกเขาก็กลับไปแล้ว ผู้หมวดก็อยู่เฝ้าต่อสิครับ ผู้กองของผมเป็นโสดมานาน ผมอยากให้ผู้กองมีคู่กับเขาซักที”

                “โสด...ผู้หมวดอย่ามาโกหกฉันเลยค่ะ ภรรยาผู้กองเขาเพิ่งจะคลอดลูกสาววันนี้นะคะ แล้วตอนนี้พ่อตากับแม่ยายของเขาก็กำลังมาเยี่ยม เรื่องนี้ผู้หมวดหลอกฉันไม่ได้หรอกค่ะ” ว่าจบธารธาราก็ยิ้มอย่างขำๆ ให้เขาก่อนจะเดินจากไปทิ้งให้เอกพลได้แต่ยืนเกาศีรษะอย่างงงๆ อยู่คนเดียว

                “อะไรกันล่ะเนี่ย เมียผู้กองคลอดลูกอะไร วันนี้ไม่ได้มีเมียใครที่นี่คลอดลูกเลยนะ ถ้าเป็นเมียผู้กองคณินก็ว่าไปอย่าง น้องมารีนหลานสาวของเจ๊” ว่าจบก็เดินกรีดกรายไปทางห้องพักของผู้กองนทีทันที เห็นทีงานนี้คงจะจับคู่ให้ผู้กองนทีไม่สำเร็จอีกแล้ว ตุ๊ดเซ็งจริงๆ เลย


*****************************************************************************************************

เนื้อคู่ของผู้กองนทีมาแล้วววววววววว แต่ ดันเข้าใจผู้กองผิดซะงั้น เพราะท่านขวัญตาของเราแท้ๆ

อ้อ! ยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่ด้วยนะคะ น้องมารีน เด็กหญิงขวัญคณินตัวน้องของพ่อจ๋าและแม่จ๋า

***************************************************************

บอกจะมาดึกๆ มาซะเช้าเลย 555 หลับคาคอมฯ กันเลยทีเดียว

*******************************************************

วันพุธเจอกันตามปกติค่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 401 ครั้ง

2,198 ความคิดเห็น

  1. #1598 BussayaJaneJane (@BussayaJaneJane) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 20:19
    อยากให้เรื่องนี้เอาไปทำเป็นละครจัง ต้องสนุกมากแน่ๆ
    #1598
    0
  2. #1298 porntawan (@porntawan) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 20:19
    พี่นทีจะมีคู่แล้วววววว
    ตอนก่อนใจหายแว๊ป กลัวพี่นทีจะคู่กับสาวน้อยสไนเปอร์ 😃😃
    #1298
    1
  3. #1258 Thimaporn Phunamma (@thimapornphu) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 21:21
    ผู้กองนทีจะมีคู่กะเค้าบ้างแล้ว...
    #1258
    0
  4. #1254 SunantaKorboon (@SunantaKorboon) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 20:20
    ขอชมนะคร้าเขียนเรื่องลำดับตัวละครได้ดีมากจิงๆๆ (เหมาะเป็นนักเขียนแต่งทำเป็นละคร จะออกมาดีมาก///😄😄😄
    #1254
    1
  5. #1252 Song (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 16:00

    ผู้กองนที ลืมผู้หมวดธารธาราได้ยังไงคะ

    จำแววตาผู้หมวดไม่ได้รึไงเอ่ย


    #1252
    1
  6. #1251 rphimmat942 (@rphimmat942) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 15:26
    เฮ้อถึงคิวผู้กองนทีซักทีจะจบแล้วหรือคะใจหายจังเลยไร้ท์อยากให้ มีต่ออีกนะ
    #1251
    1
  7. #1249 bee-ry (@bee-ry) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 14:12
    ยังไม่ได้จีบเลย สาวเข้าใจผิดซะแล้ว..น่าสงสารจังเลย
    #1249
    0
  8. #1248 mommoo06051958 (@mommoo06051958) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 14:09

    ไรท์ตั้งชืาอเก่งค่ะ

    #1248
    0
  9. #1244 KAI (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 12:51

    555 ผู้กองนทีเป็นถึงคนจีบหญิงเก่งที่สุดรีบหายไวๆแล้วมาจีบหญิงผู้หมวดธารธาราด่วน

    #1244
    1
  10. #1243 0847186250nang (@0847186250nang) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 11:25

    เอาไปล้านไลค์
    #1243
    1
  11. #1242 Bumbim's Tepamongkol (@bbtpmk) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 09:46
    ผู้กองนที 😁😁😁😁😁
    #1242
    0
  12. #1241 tangkwaeiei (@tangkwaeiei) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 09:30
    โอ้ยยยยย ตอนผู้กองมันจังเลยค่ะ ยังกะดูหนังบู๊ ขอฉากบู๊เยอะๆได้มั้ย5555555
    #1241
    1
  13. #1240 Shiari (@ari-xiah) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 09:16
    กรี๊ดได้มั้ย ในที่สุดก็ถึงคิวผู้กองนทีซะที ฮือออออ
    เป็นผชที่อาภัพที่สุดในเรื่องแล้วมั้ง ตอนเริ่มอ่านจะบอกไรท์ ว่าขอหวานๆ ปรากฏว่าตอนแรกสาวก็เข้าใจผิดซะละ โอ๊ยยยย สงสารแท้
    #1240
    1
  14. #1239 nenut (@nenut) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 09:07
    พรนางไม้
    #1239
    0
  15. วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 08:33
    พรสำแดงเดชแล้ว
    #1238
    0
  16. #1237 eve (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 07:40

    ผู้กองรีบชี้แจงด่วนๆๆ ไม่งั้นไม่ได้เมียแน่ อิอิ

    #1237
    1
  17. #1236 YaiMooMam_ELF (@mam_jang33) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 07:30
    โดนเข้าใจซะแหล่ะผู้กองนที แถมไม่รู้จะแก้ยังไงอีก เห้อ
    #1236
    0
  18. #1235 au2515 (@au2515) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 07:10
    เป็นความเห็นส่วนตัวนะค่ะ สงสัยทำไมไรท์จะต้องเขียนให้ผู้กองนทีหลงรักตันหยงอะไรจะมากมายขนาดนั้น มีอะไรแค่ครั้งเดียวถึงกับนับเป็นภรรยา ทั้งๆที ตัวตันหยงเป็นผู้หญิงที่ร้ายกาจ มีการจะทำร้ายผู้หญิงที่ถูกพระเอกเลือก แล้วยังจะหลอกหมอแก้มให้ไปถูกรุมโทรม. ดูแล้วไม่น่าจะมีความทรงจำอะไรดีๆเกี่ยวกับตันหยงเลย เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะคะที่อยากให้นางเอกเป็นผู้หญิงที่พระเอกรักมากที่สุด มีความทรงจำดีๆร่วมกัน โดยไม่มีเงาผู้หญิงอื่น
    #1235
    2
    • #1235-1 Ann_ny (@ann__ny) (จากตอนที่ 104)
      6 สิงหาคม 2562 / 08:06
      ช่ายเห็นด้วย
      #1235-1
    • 6 สิงหาคม 2562 / 14:19
      การจะตกหลุมรักใครสักคน เราไม่ได้สนหรอกค่ะว่าเขาจะเป็นคนยังไง เมื่อรู้ว่ารักมันก็คือรัก ผู้กองนทีเขาฝังใจรักกับตันหยงมาก เมื่อรู้ว่าตันหยงทำผิด เขาก็ห่วงตันหยง พยายามจะบอก จะสอนตันหยงทุกอย่างเพื่อให้ตันหยงกลับตัวกลับใจ ไรท์ชื่นชมในความรักของผู้กองนทีนะคะ ถึงเขาจะรักตันหยงมากแค่ไหนแต่เขาก็รักแบบมีสติ ตันหยงทำผิดเขาก็คอยบอกคอยเตือน และเมื่อตันหยงทำผิดมากๆ เขาก็ไม่เคยเห็นดีด้วยกับเธอ และยังเคยพูดว่า คนผิดก็ต้องว่าไปตามผิด เป็นความรักที่มีแต่ความหวังดีให้และพร้อมที่จะอภัยให้ได้เสมอ ถึงจะมีอะไรกันแค่ครั้งเดียว แต่ด้วยความเป็นลูกผู้ชายผู้กองนทีก็พร้อมรับผิดชอบทุกอย่าง และเขาก็ขอตันหยงแต่งงานแล้ว (แค่ตันหยงตายก่อนเท่านั้น) และที่ผ่านมาผู้กองนทีก็ดูแลตันหยงมาดีมากๆ เลยค่ะ (ดูแลเหมือนผู้กองคณินดูแลขวัญตา) จนตันหยงเองก็รับรู้ถึงความรักของเขา แต่เพราะความอยากเอาชนะและเพราะความแค้น ตันหยงจึงไม่ได้ใส่ใจความรักที่เขามีให้ แล้วในเนื้อหาไรท์ไม่ได้ใส่รายละเอียดด้วยว่าผู้กองนทีดูแลตันหยงยังไงบ้าง มีแค่บอกว่าเขาดูแลตันหยงดีมากและอยู่เคียงข้างตันหยงตลอดเท่านั้น ส่วนความรักครั้งใหม่จะเป็นยังไงรอติดตามนะคะ รับรองว่าประทับใจแน่นอนค่ะ
      #1235-2
  19. #1234 manfon33 (@manfon33) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 06:55
    ท่านขวัญตาเป็นเมียเพื่อนค่ะ
    ผู้หมวด!!!!5555
    #1234
    0
  20. #1233 jjvgikv (@jjvgikv) (จากตอนที่ 104)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 06:17
    สนุกค่ะชอบมากกๆๆๆๆเลย
    #1233
    0