ซีรีส์หวานอมขม [Yaoi]

ตอนที่ 76 : ต้นที่ 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,196
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    2 มี.ค. 56

ซีรีย์หวานอมขม : ภาค ยอดสะเดา กับ ข้าวโพดต้ม





ต้นที่ 10

   


...ข้างบ้าน


ตามความเข้าใจของนายปลายฟ้า ลูกคนกรุงเทพ 100 เปอร์เซ็นต์ 
มันน่าจะหมายถึงบ้านที่ปลูกอยู่ติดกัน

แต่สำหรับคนบนดอยแล้ว
ไอ้ข้างบ้านที่ว่า...มันไม่ใช่อย่างที่คิดเลยสักนิด



บ้านไม้กึ่งปูนชั้นเดียววางตัวอยู่หน้าถนนดินสายเล็ก
ส่วนด้านหลังเป็นทุ่งกว้างสลับกับต้นไม้น้อยใหญ่พอให้ร่มรื้น
คือบริเวณที่น้องแก้มหยุดเดินพลางชี้นิ้วไปยังอีกทาง


ถึงแล้วค่ะ นี่บ้านของหนูส่วนหลังนู้นของน้อง


ปลายฟ้ามองตามมือเล็ก ก่อนพบบ้านหลังน้อยปลูกอยู่บนเนินดินตรงหัวโค้ง
ซึ่งมีลักษณะคล้ายกันกับหลังแรกแต่อยู่ห่างไปอีกเกือบห้าสิบเมตร



...ห้าสิบเมตร


มันไม่น่าจะใช้คำเรียกว่า ข้างกัน’  
แต่ก็อย่างว่ามีพื้นที่บนดอยมากขนาดนี้
จะให้มาปลูกติด ๆ กันเหมือนคนในเมืองได้ยังไง
ปลายฟ้าที่มีบ้านอาศัยอยู่ในคอนโดสูงกลางกรุง
เห็นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะนึกอิจฉาบ้านที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติขึ้นมานิด ๆ 


ถึงอย่างไรห้าสิบเมตรจากตรงนี้ก็ไม่ใช่ระยะทางที่ไกลมาก
เขาจึงหันไปส่งน้องแก้มเข้าบ้านพร้อมเอ่ยลา


ขอบใจนะ อ่ะ...พี่ให้ขนมเป็นรางวัลด้วย 
เดี๋ยวพรุ่งนี้เจอกันใหม่นะครับน้องแก้ม บาย ๆ


พูดจบพลางล้วงขนมสองสามชิ้นจากถุงผ้าที่ไอ้เกมส์ฝากมาให้
ยื่นส่งให้เด็กหญิงซึ่งยิ้มจนตาหยียกมือไหว้ขอบคุณ
ก่อนโบกมือลาให้พวกเขาเดินกลับไปตามทาง



....ตอนนี้จากสี่ก็เหลือกันเพียงสามคน


บรรยากาศที่เงียบอยู่แล้วกลับยิ่งเงียบงันเข้าไปอีก


ปลายฟ้ารู้สึกอึดอัดแปลก ๆ ปกติถึงแม้เขาจะเป็นคนพูดน้อย 
แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่พูดเลย อยู่ในกลุ่มเขาก็เฮฮากันไปตามประสา
แต่กับไอ้คนที่ไม่สนิทแถมเอาแต่ดีหน้านิ่งแบบนี้ ไม่รู้เหมือนกันว่าควรจะทำตัวยังไง


โอกาสที่จะเทคแคร์บัดดี้อยู่ตรงหน้าแล้วแท้ ๆ
ถ้าอยู่ ๆ โพล่งออกไปว่าทำงานเหนื่อยมั้ย
หรือบอกให้นอนหลับฝันดีเหมือนที่ดิวเคยบอกเขาบ้าง
มันคงดูตลกไปหน่อย ขนาดแค่คิดยังรู้สึกขนลุกพิกล



...โอยย...ทำไมแค่จะดูแลบัดดี้มันถึงยุ่งยากอย่างนี้วะ!


...มัวแต่หงุดหงิดกับความคิดสับสนของตัวเอง
รู้ตัวอีกดันเดินมาถึงหน้าบ้านบนเนินซะแล้ว


คมสันหันมองเหมือนจะให้เขาเป็นคนเรียก
เพราะตัวเองอุ้มน้องซึ่งยังคงหลับอยู่ไว้กับตัว 
เขาพยักหน้ารับเข้าใจ เดินไปใกล้รั้วบ้านหลังเล็กก่อนจะส่งเสียงทัก



สวัสดีครับ พวกเราพาน้องกานดามาส่งครับ


คำตอบที่ได้รับกลับมีเพียงความเงียบ ปลายฟ้าขมวดคิ้วงง สงสัยคงจะเสียงเบาไป



ขอโทษนะครับ มีใครอยู่บ้านบ้างมั้ยคร้าบ!!


เขาเร่งเสียงให้ดังกว่าเดิม มั่นใจว่าคราวนี้ยังไงก็ต้องได้ยินบ้าง
แต่หลังบานประตูใหญ่กลับยังคงเงียบเฉียบ
แถมสังเกตดี ๆ มันคล้องกุญแจบ้านไว้ด้วยนี่หว่า...


สงสัยคงไม่มีใครอยู่ ยังไงลองกลับไปถามน้องคนนั้นใหม่ดีมั้ย?”


ท่านประธานค่ายคงสังเกตเห็นเหมือนกันเลยถามออกมาแบบนั้น
แต่ความจริงไม่ต้องถามก็ได้มั้ง เพราะพี่แกเล่นเดินนำไปแล้ว


...เป็นแบบนี้ทุกที รีบตัดสินใจเอาเองเสร็จสรรพ
แล้วมันจะถามขึ้นมาทำไมซากอะไรวะ ...แม่งเซ็งเว้ย!!



ทั้งสองจึงเดินกลับมาตามทางเงียบ ๆ  แต่เป็นครั้งที่เงียบกว่าเดิม 
เพราะพ่วงมาด้วยอารมณ์กึ่ง ๆ ไม่พอใจของนายปลายฟ้า


กระทั่งถึงหน้าบ้านของเด็กหญิงแก้ม
พวกเขาเดินเลยเข้ามาในรั้วก่อนหนุ่มเภสัชจะเป็นฝ่ายเอ่ยคำเรียก


ขอโทษนะครับ ขอรบกวนหน่อยครับ


หญิงชราวัยเกือบหกสิบนุ่งผ้าถุงท่าทางใจดีเดินออกมาจากในบ้าน
สงสัยคงเป็นคุณยายของน้องแก้มซึ่งถามแขกผู้มาเยือนอย่างแปลกใจ


อ้าว...มีอะไรกันเหรอจ๊ะพ่อหนุ่ม


สวัสดีครับคุณยาย


ไหว้พระเถอะจ๊ะ 
เอ๊ะ...ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลยนี่ 
เป็นลูกเป็นหลานบ้านใครกันล่ะ


พวกผมเป็นนักศึกษามาออกค่ายที่โรงเรียนน่ะครับ
แล้วที่มานี้ก็ว่าจะมาขอรบกวนถามคุณยาย 
เออ...คุณยายพอจะทราบมั้ยครับว่าเจ้าของบ้านข้าง ๆ เขาไปไหน
พอดีผมจะพาน้องกานดามาส่ง แต่ไม่มีใครอยู่เลย 


อ้อ พ่อสะอาดน่ะเหรอ แกลงไปขายข้าวโพดในเมืองตั้งแต่สาย ๆ แล้ว
กว่าจะกลับขึ้นมาก็คงตะวันตกดินโน้นแหละ


ความจริงที่ได้ยินทำให้คนฟังถึงกับนิ่งอึ้ง


...ดะ...เดี๋ยวก่อนตะวันตกดิน 
มันตั้งอีกเกือบชั่วโมงไม่ใช่เหรอ แล้วจะทำยังไงกันล่ะที่นี่

จะไปยืนรออยู่หน้าบ้านน้องคงได้เมื่อยตายพอดี
หรือจะให้น้องกลับไปรอที่ค่ายเดี๋ยวก็เสียเวลา
เผลอ ๆ ไปพักได้ครึ่งชั่วโมงก็ต้องเดินกลับมาส่งใหม่
อีกอย่างถ้าพ่อแม่น้องกลับมาไม่เห็นลูกจะแย่


เอาไงดีวะ...



งั้นถ้าผมรบกวนฝากน้องไว้กับคุณยาย จนกว่าพ่อแม่เขาจะกลับมาได้มั้ยครับ


เป็นเสียงของคนที่มาด้วยกันเอ่ยเสนอขึ้นมาแทน
ขัดจังความคิดอันสับสนของนายปลายฟ้า
มิหนำซ้ำคู่สนทนายังตอบกลับมาง่าย ๆ



ได้สิ น้อยมันเอามาฝากไว้ประจำ 


ขอบคุณมากครับ


ดวงตากลมมองร่างสูงแก้ไขสถานการณ์ตรงหน้าอย่างเรียบร้อยรวดเร็วจนแทบตามไม่ทัน
พลางเดินนำเข้าบ้านไป โดยมีเขาเดินตามอย่างมึน ๆ
คุณยายหยิบเสื่อกับหมอนมาวางปูลงบนพื้นเตรียมที่ให้น้องนอน
เขาเห็นมือแกร่งค่อย ๆ ประคองร่างที่อยู่บนไหล่ซึ่งหลับสนิทให้เอนหลังลง
ทว่ายังไม่ทันที่หัวจะถึงหมอน ดวงตากลมกลับหรี่ปรือขึ้นมา
เด็กหญิงกานดากระพริบตางง ๆ  มองคนที่กำลังอุ้มตนด้วยความไม่คุ้นเคย
แล้วทำท่าจะเบะปากร้องไห้ แต่พอเหลือบไปเห็นปลายฟ้าที่ยืนอยู่ข้าง ๆ 
เด็กน้อยกลับสะบัดตัวแล้ววิ่งลงมาโผกอดซุกหน้าลงเหมือนคนกำลังกลัว
โดยไม่ยอมปล่อยมือออกจากเสื้อยืดของเขา


...เออ น้องครับพี่เข้าใจว่ากลัวไอ้หน้าโหด 
แต่มากอดพี่ไว้แบบนี้แล้วพี่จะกลับค่ายยังไงกันล่ะครับ!


ปลายฟ้าถอนใจ แล้วจึงย่อตัวลงไปลูบหัวเด็กน้อย
พยายามพูดโน้มน้าวใช้เหตุผลคุยเพื่อเข้าใจ


น้องกานดาครับ ปล่อยพี่ก่อนนะ
อยู่กับคุณยายรอจนกว่าคุณพ่อคุณแม่จะมา
เดี๋ยวพวกพี่ต้องกลับไปค่ายแล้ว


แต่เด็กอายุแค่ห้าขวบคงไม่อาจทำความเข้าใจในเหตุผลแบบนี้
ซ้ำยังทำท่าจะร้องไห้หนักกว่าเก่าเมื่อปลายฟ้าพยายามจะดึงมือเล็กออก
ทว่ายิ่งดึงกลับยิ่งเกาะเหนียวแน่นเหมือนเป็นลูกลิง
จนคุณยายที่มองอยู่นานอดไม่ได้ที่จะพูดทัก


สงสัยเด็กมันคงจะติดใจ หายากนะ... 
ปกติเจ้าคนนี้เจอใครแปลกหน้าหน่อยก็ร้องไห้งอแงแล้ว
ถ้างั้นไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว พวกพ่อหนุ่มฝากดูด้วยเลยแล้วกัน
เดี๋ยวยายต้องไปทำข้าวเย็นก่อน 
วันนี้ได้ผักมาเยอะ ว่าจะมาต้มจิ้มน้ำพริกเสียหน่อย
เออแหนะ... พอดีเลย...  กินด้วยกันมั้ยล่ะ น้ำพริกยายอร่อยนะ


จากคุยเรื่องนู้น อยู่ ๆ กลับเปลี่ยนเข้าอีกเรื่องหน้าตาเฉย
จนปลายฟ้าตั้งรับไม่ทัน ได้แต่พูดตะกุกตะกักตอบ


เออ...แต่ว่าพวกผม...


โอยยย...เชื่อสิ อร่อยจริง ๆ  นี่อย่าหาว่ายายคุยเลยนะ  
ตำไปงานบุญทีไรไม่เคยเหลือกลับมา แหม...มันหมดเกลี้ยงหม้อทุกครั้ง
พวกพ่อหนุ่มเล่นกับน้องรอไปก่อน พักเดียวแหละเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว
แก้มเอยย... แก้ม... มาช่วยยายทำกับข้าวหน่อย


จะปฏิเสธก็ไม่ทันแล้ว เพราะคุณยายเดินตรงเข้าครัวด้านหลังบ้าน
โดยมีน้องแก้มตามไปเป็นลูกมือติด ๆ ทิ้งปลายฟ้าให้ยืนลำดับเหตุการณ์ในหัวอย่างงง ๆ


เฮ้ย...ไหงกลายเป็นเงี้ย
แค่มาส่งน้องแต่กลับได้มานั่งกินข้าวบ้านคนอื่นซะงั้น
มันอะไรกันวะเนี่ย!!


อ้าว...แล้วไอ้ประธานนี่ก็อีกคน 
ทีอย่างนี้มึงดันเงียบทำไมวะ
ไม่ช่วยห้ามกันบ้างล่ะเว้ยย!!



ปลายฟ้าเขม่นมองคนที่เริ่มทำตัวตามสบาย
เอนนั่งลงกับพื้นทำตามคำสั่งเจ้าของบ้าน
แบบไม่คิดว่าตัวเองต้องมีหน้าที่กลับไปคุมค่ายเลยสักนิด


ทว่าขณะที่กำลังคิดอย่างหงุดหงิดเขากลับรับรู้ถึงแรงสะกิด
จากเด็กหญิงกานดาซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ ก่อนพูดคำสั้น ๆ ให้ได้ยินเพียงหนึ่งคำ



หิว


คนฟังชะงักกึกมองดวงตากลมโตใสแจ๋วที่จ้องกลับมาเหมือนรอคอย
จนเขาต้องรีบปรับอารมณ์ตามแทบไม่ทัน


หิวเหรอ เดี๋ยวแป๊บนะ


...หน้าที่เลี้ยงเด็ก ก็ยังคงเป็นเช่นนั้นอยู่วันยังค่ำ


เขาเร่งคว้านหาของที่อยู่ในถุงผ้า
เสบียงจากไอ้เกมส์ที่ฝากมาใช้ประโยชน์ได้ก็ตอนนี้


เออ...แล้วมีของอะไรให้อยู่ท้องบ้างวะ
มีแต่พวกขนมกรอบ ๆ 
เดี๋ยวเผลอ ๆ น้องต้องกินข้าวแล้วอิ่มก่อนพอดี
หรือจะให้น้องดื่มนมไปก่อน


นี่ไง...มีนมกล่องเล็ก  ๆสองกล่องพอดี รสจืด กับ นมเปรี้ยว

อ้าว...แล้วจะให้ดื่มอะไรอ่ะ
รสจืดน้องเขาจะกินมั้ย มันไม่ค่อยอร่อยนะ 
ขนาดเขายังไม่ชอบเลย


หรือจะให้ดื่มนมเปรี้ยวดี
แล้วเด็กอายุแค่นี้ดื่มนมเปรี้ยวเป็นอะไรมั้ย
ดื่มตอนท้องว่าง ๆ มันจะอืดรึเปล่า



ถ้างั้น...


อ้าวเฮ้ย...!!



ปลายฟ้าอุทานในใจ
เมื่ออยู่ ๆ กลับมีมือปริศนาดึงกล่องนมเปรี้ยวไปจากมือ
พร้อมกับแกะหลอดจิ้มเจาะรูพร้อมยื่นให้น้องที่มองมาด้วยความลังเล
แต่คงเพราะความหิวเด็กหญิงกานดาจึงรับไปดูดกินอย่างไม่มีปัญหา


ทว่าคนที่มีปัญหากลับเป็นคนที่ชักช้า
ซึ่งโดนร่างสูงขมวดคิ้วถามเชิงบ่นขึ้นเบา ๆ อย่างไม่เข้าใจ



หยิบมาแล้วทำไมไม่ให้น้องไปล่ะ 


...อีกแล้ว ทำไมถึงต้องเป็นแบบนี้
ต้องโดนแย่งไปทำอยู่เรื่อย ทั้ง ๆ ที่ยังเขาไม่ต้องการสักนิด


ปลายฟ้าก้มหน้ามองพื้น 
พยายามข่มความไม่พอใจของตัวเองเอาไว้
ก่อนจะตอบกลับเสียงเรียบ


“...ก็กำลังตัดสินใจอยู่


หืม ตัดสินใจอะไร ไม่ใช้เวลานานเกินไปหน่อยเหรอ แบบนี้จะทันคนอื่นเข้ามั้ย


คำถามที่ตามมาติด ๆ ไม่ได้ช่วยให้เบาลง
ซ้ำยังเหมือนเป็นตัวจี้กระตุ้นอารมณ์โมโหให้พุ่งสูง


ทันไม่ทันก็เรื่องของเรา  นายไม่ต้องเข้ามายุ่งหรอก


น้ำเสียงและคำพูดแฝงความไม่พอใจจนรู้สึกได้
คมสันชะงักคล้ายจับทิศทางของอีกฝ่ายถูก
ก่อนถอนใจ บอกเจตนาของตัวเองสั้น ๆ


เราแค่หวังดีอยากจะช่วย




...คำพูดเพียงคำเดียว


....ไร้ประโยชน์ใด ๆ หากต่างความหมายอย่างสิ้นเชิงในคนละมุมมอง



ปลายฟ้าเงยหน้าขึ้นมาทันควัน
ดวงตากลมไม่ได้หลบไปทางอื่นแต่จ้องไปยังใบหน้าคมโดยตรง
พร้อม ๆ กับที่ความในใจพรั่งพรูทะลักทลายจากความอดทนที่สิ้นสุดลง


แล้วนายคิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำให้คนอื่นเขาต้องการเหรอ
ถ้าเขาไม่ต้องการความช่วยเหลือจากนาย
แต่นายดันทำไปทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้ถามเขา 
แบบนี้มันไม่เรียกว่าหวังดีหรอก แต่เรียกว่าสะ...!!


ประโยคถูกหยุดไว้แค่นั้นก่อนเจ้าตัวจะเผลอพลั้งปากพูด
ด้วยรู้ดีว่าขืนบอกไปคงได้โดยเชือดคอแน่ หากแต่คมสันกลับถามขึ้นซ้ำ



เรียกว่าอะไร


ช่างมันเถอะ


ปลายฟ้าตัดบทสั้น ๆ  หันไปนั่งเล่นกับน้องกานดาแทน
เหมือนตั้งใจปิดประเด็น แต่คู่สนทนากลับไม่ยอมแพ้
คว้าไหล่ของอีกฝ่ายอย่างแรงให้หันมาเผชิญหน้า


บอกมา... ปลายฟ้า  ถ้าไม่เรียกว่าหวังดีแล้วมันเรียกว่าอะไร... 


น้ำเสียงเรียบเริ่มเปลี่ยนเป็นคาดคั้น พร้อมกับมือที่บีบไหล่แน่น
จนคนที่อยากจะอยู่เฉยต้องเป็นฝ่ายร้องโวยวายดังลั่น



โอยย!! ปล่อยดิ เจ็บนะโว้ยยย!!


แม้พยายามดิ้นให้หลุดอย่างไรก็ไม่เป็นผล
น้องกานดาที่มองเหตุการณ์วุ่นวายตรงหน้า
หยุดดื่มนมแล้วเริ่มเบะปากร้องไห้ด้วยความตกใจกับเสียงดัง
ทว่ามือแกร่งกลับยังคงไม่ปล่อย ดวงตาคมยังจ้องดุเหมือนรอคอย 
จนเขาเป็นฝ่ายทนไม่ไหว  ต้องพูดโพล่งคำตอบขึ้นมาอย่างหมดความอดทน



เออ ๆ บอกก็ได้ 

เขาเรียกว่า เสือก!!ไง 

...พอใจรึยัง!!




...ชัดเจน


รู้ทั้งรู้ว่าคำที่พูดไปคือคำด่าเต็ม ๆ  แต่นาทีนี้จะโดนอัดก็ไม่สนแล้ว


ปลายฟ้าสะบัดตัวให้หลุดจากการเกาะกุมที่คล้ายจะอ่อนแรงลง
ก่อนหันไปปลอบเด็กหญิงตัวน้อยที่ยังคงขวัญหนีจากการทะเลาะกันที่เพิ่งเกิดขึ้น


โอ๋ ๆ ไม่ร้องนะครับ ตกใจเหรอ พี่เสียงดังใช่มั้ย
นี่ไง... มีลูกอมด้วยนะ หยุดร้องก่อนแล้วเดี๋ยวพี่จะให้กินลูกอมนะคนเก่ง
 

เขาพยายามเอาขนมขึ้นมาล่อซึ่งก็ได้ผล
เพราะน้องกานดาเริ่มหยุดสะอื้นเช็ดน้ำตาปอย ๆ 
แล้วหันมาให้ความสนใจกับลูกอมหลายสีที่อยู่ในมือของเขาแทน
ปลายฟ้าปล่อยให้เด็กหญิงตัวน้อยเลือกขนมอยู่แบบนั้น
ก่อนจะได้ยินเสียงพึมพำเบา ๆ เอ่ยขึ้นถามกลางเงียบ ๆ



“....ขอโทษ 



ดวงตากลมหันมองคนพูด 
ซึ่งอีกฝ่ายคล้ายจะมองอยู่ก่อนแล้ว พร้อมกับเอ่ยประโยคต่อที่เหลือ



ไม่รู้ว่าที่เข้าไปช่วยจะทำให้รำคาญ 


ปลายฟ้านิ่งไปอึดใจ
รู้ตัวเหมือนกันว่าเป็นคนทำให้เหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นมันเลวร้ายมากแค่ไหน
เขาจึงเป็นพูดออกไปเช่นเดียวกันบ้าง


เราต่างหากที่ขอโทษที่เมื่อกี๊พูดแรงไป มันไม่ใช่ความผิดของนายหรอก




...ความเงียบโรยตัวลงมาอีกครั้ง


แม้จะยอมให้อภัยกันทว่าบรรยากาศยังไม่คลายความอึดอัด
ก็คนเพิ่งจะทะเลาะให้เข้าหน้ากันติดคงจะยาก



ปลายฟ้าเริ่มลำบากใจกับสถานการณ์ที่แย่ลง
หันไปให้ความสนใจน้องกานดาเหมือนเดิม
หากแต่ใครบางคนกลับเริ่มต้นเป็นฝ่ายพูดมาลอย ๆ



รู้มั้ยว่าเราเป็นพี่ชายคนโต พ่อแม่เรามีลูกห้าคน ที่เหลือเป็นผู้หญิงหมด 
มีแฝดคู่หนึ่ง ส่วนน้องคนสุดท้องเพิ่งจะเข้าประถม



บทสนทนาที่ได้ยินทำให้คนอึดอัดต้องนิ่งฟัง
เหลือบมองร่างสูงที่นั่งเหยียดขาสบาย ๆ
ดวงตาคมทอดมองไปนอกบ้านซึ่งฟ้าเริ่มอ่อนแสงลง


ตอนเราอยู่ม.ต้น บริษัทพ่อเราล้มพอดี 
แม่ต้องออกไปทำงานหาเงินเพิ่มอีกแรง 
เลยปล่อยให้เราช่วยเลี้ยงน้อง ๆ อยู่กับบ้าน
ตอนแรกมันก็ยากอยู่หรอก เราทำอะไรไม่ค่อยถูก 
แต่พอเราต้องหัดดูแลใครสักคนอย่างจริงจัง 
มันเลยทำให้เรารู้สึกโตขึ้น มีความรับผิดชอบมากขึ้น
เราภูมิใจกับตัวเองที่เป็นแบบนั้น ดีใจที่ได้ช่วยเหลือคนอื่น 
ไม่รู้สิ....มันอาจไม่เกี่ยวกันก็ได้  แต่พอเห็นใครเดือดร้อน
เราเลยอยากจะเข้าไปช่วยเขาเท่าที่เราพอทำได้...ก็แค่นั้น



...เรื่องเล่ามากมายที่ไม่คิดว่าจะได้ยิน
ปลายฟ้ากลับนั่งนิ่งตั้งใจฟังพิจารณาทุกคำพูด


...รู้สึกดีที่ได้ช่วยเหลือคนอื่น ก็เลยชอบช่วยคนอื่นงั้นเหรอ
ถึงจะเป็นตรรกะแปลก ๆ ไปสักหน่อย
แต่มันคงเป็นเหตุผลหนึ่ง ที่ทำให้ไอ้หน้าโหดเป็นคนแบบนี้



...และมันอาจเป็นเหตุผลที่ไม่ต่างอะไรไปจากเขา




เห็นรอยแผลเป็นนี่ป่ะ...



ปลายฟ้าพูดขึ้นมาบ้างพลางเปิดผมที่ปรกหน้า
ดวงตาคมพยายามมองหารอยเล็ก ๆ ที่ปรากฏบนหน้าผากด้านขวา
แม้รอยจะจางลงกลืนไปสีผิวขาวของเจ้าตัว
แต่ก็ยังเห็นได้อยู่ว่ารอยนั้นกรีดยาวขวางเกือบนิ้วหนึ่ง
แค่มองก็พอจะเดาได้ว่าแผลที่เกิดคงร้ายแรงไม่น้อย
และจริงดังคาดเมื่อคนถามเฉลยคำพูดออกมาให้ได้ตะลึง


มันเป็นแผลตอนเราโดนรถชน แล้วหัวไปโขกกับพื้นแรงจนเราน็อค


ปลายฟ้าลดมือลง ปล่อยให้ผมปรกหน้าผากปิดรอยแผลเหมือนเดิม
ก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องถึงสาเหตุ



ตอนนั้นเพิ่งขึ้นม.4 เปิดเทอมได้สองวัน
มีรถกระบะหักรถมอเตอร์ไซต์ แล้วเบียดมาชนเราที่จะข้ามถนนไปโรงเรียนพอดี
หัวเรากระแทกกับพื้นถนนแรงมาก นอนสลบไปสองอาทิตย์ได้มั้ง
ช่วงนั้นเราจำอะไรไม่ได้หรอก 
แต่ที่จำได้คือตอนตื่นมาเห็นแม่ร้องไห้อยู่ข้างเตียง
แม่บอกว่ากลัวเราจะไม่ฟื้นอีก  
เราเป็นลูกคนเดียวไม่มีพี่น้อง เขาเลยกลัวจะเสียเราไป

ตั้งแต่นั้นเราเลยคิดว่าเราจะไม่ทำให้แม่ร้องไห้อีก
เวลาจะทำอะไรเราต้องคิดให้ดีก่อน ไม่อยากให้แม่กังวล 
อีกอย่างคนมันเคยเฉียดตายมาแล้ว ก็เลยอยากใช้ทุกวินาทีให้คุ้ม
ครั้งนั้นเราโชคดีที่สมองไม่ได้กระทบกระเทือนอะไรมาก
แต่ไม่รู้ว่าต่อไปเราโชคดีแบบนั้นอีกรึเปล่า
เวลาจะทำอะไรเราเลยต้องเลือกทำในสิ่งที่เราคิดว่าดีที่สุด 
ต่อไปจะได้ไม่ต้องมาเสียใจทีหลัง 

เออ....ไม่รู้เหมือนกันนะ 
มันอาจจะไม่เกี่ยวกับนิสัยทำอะไรชักช้าของเราเหมือนอย่างนายก็ได้
แต่แค่อยากเล่าให้ฟังบ้างเฉย ๆ



ปลายฟ้าพูดตะกุกตะกักลูบต้นคอแก้เก้อ
หน้าเนียนเริ่มร้อนขึ้นมาดื้อ ๆ เพิ่งจะมารู้ตัวว่าเผลอคุยซะยาวเลย


...ความจริงมันเป็นเรื่องที่เขาไม่เคยเล่าให้ใครฟังมาก่อนแม้แต่กับเพื่อนในกลุ่ม
ทุกคนคิดว่าเขาชักช้าเพราะเป็นนิสัยเดิม
แม้ว่าตัวเขาเองชอบทำอะไรให้ถี่ถ้วนอยู่แล้ว
แต่เหตุการณ์ที่มันเกิดเหมือนกับจะยิ่งทำให้อาการเขาหนักขึ้น
จนกระทั้งมันกลายเป็นสิ่งที่ยากจะแก้ คล้ายเป็นปมในใจ ที่เขาไม่อาจลืม


งั้นสรุปว่าที่ชอบทำอะไรช้า  เพราะมัวเลือกอยู่เหรอ


คมสันถามย้ำเหมือนต้องการความแน่ใจ ซึ่งเขาก็พยักหน้ารับ


ก็เออสิ... พอนายตัดหน้ามาช่วยเลือกแทน มันเลยเหมือนนาย...เออ....คือ...


เสือก


เฮ้ย! พูดเองนะ


อยู่ ๆ อีกคนก็ต่อประโยคแทน
จนปลายฟ้าต้องรีบแก้ตัวเหมือนกลัวว่าจะโดนโกรธ
แต่ร่างสูงกลับหัวเราะออกมาอย่างไม่ติดใจเอาความแถมยังแกล้งแหย่กลับ


รู้แล้ว เห็นไม่กล้าพูดเลยช่วยพูดให้


คำแซวทำให้ปลายฟ้าเบ้หน้า  ทว่าก็อดไม่ได้ที่จะอมยิ้มบาง ๆ  


น่าแปลก...ที่เหมือนบรรยากาศอึดอัดเมื่อครู่จะคลี่คลายลง


มันคงจริงดังว่า...
คนเราพอหยุดทะเลาะเลิกใช้อารมณ์ 
แล้วต่างฝ่ายต่างหันมารับฟังเหตุผลตรง ๆ
มันอาจจะช่วยทำให้เราเข้าใจเรื่องทุกอย่างกันมากขึ้น



...ยังไม่ทันที่บทสนทนาจะดำเนินต่อ


เสียงยายจากด้านหลังบ้านก็เรียกให้ไปกินน้ำพริกเสียก่อน
วงข้าวเล็ก ๆ จึงเริ่มต้นขึ้นอย่างง่าย ๆ มีไข่เจียว แกงจืด ผักต้ม
และที่เด็ดสุดคือน้ำพริกมะขามฝีมือคุณยายที่เพิ่งไปเก็บมาสด ๆ จากต้น
โดยมีเรื่องเล่าจากคุณยายแกล้มไประหว่างมื้อ


ปลายฟ้าจึงได้รู้ว่าน้องแก้มอยู่กับยายสองคน 
ส่วนพ่อแม่ไปทำงานในกรุงเทพส่งเงินมาให้ใช้ทุกเดือน
โชคดีที่น้องแก้มเรียนเก่งจึงได้ทุนเรียน ความเป็นอยู่เลยไม่ขัดสนมากเท่าไร


...ยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกเกรงใจ
แต่พอน้ำพริกเข้าปากดันลืมหมด กินกันเสียจนเกลี้ยง
แม้จะไม่อิ่มท้องเต็มที่เพราะเดี๋ยวต้องกลับไปจัดการที่ค่ายต่ออีก
ทว่าแค่นี้ก็พอแล้วที่จะทำให้แม่ครัวใหญ่ปลื้มยิ้มจนหน้าบาน


...ความสุขระหว่างเจ้าของบ้านกับผู้มาเยือน
คือการแบ่งปันน้ำใจเล็ก ๆ น้อยๆ ให้กันและกันแบบนี้นี่เอง



พอจบมื้ออาหาร ดวงตะวันใกล้ตกดิน
ทุกคนจึงได้ยินเสียงรถกระบะกลางเก่ากลางใหม่แล่นมาจอดหน้าบ้าน
ซึ่งคนขับไม่ใช่ใครอื่นนอกจากพ่อแม่ของเด็กหญิงกานดา
ที่คล้ายกับจะรู้อยู่แล้วว่าน้องอยู่ที่นี่ดังที่คุณยายเคยบอกไว้ว่า
คุณแม่ของน้องวานมาฝากยายเลี้ยงบ่อย ๆ
แต่ครั้งนี้มีนักศึกษาค่ายสองคนมาช่วยเลี้ยงด้วย


ขอบคุณนะจ๊ะ ลำบากแย่เลย น้องไม่ดื้อใช่มั้ย


หญิงสาววัยยี่สิบปลาย ๆ ดวงตาคู่สวยไม่ผิดไปจากน้องกานดา
เอ่ยขอบคุณพลางอุ้มน้องที่หลับไปอีกรอบจากมือปลายฟ้า


ไม่เลยครับ พวกผมเล่นกับน้องสนุกมาก
ยังไงวันอาทิตย์นี้ถ้าพอมีเวลา
เรียนเชิญมาร่วมงานเปิดห้องสมุดใหม่ที่โรงเรียนด้วยนะครับ


เขาถือโอกาสโฆษณางานค่ายไปด้วยในตัว
โดยมีคมสันพูดถึงรายละเอียดของค่ายอีกนิดหน่อยสมตำแหน่งประธาน
พอทั้งคู่รับปากว่าจะไป พวกเขาจึงเอ่ยขอตัวรีบเดินกลับก่อนฟ้าจะมืด



....ภารกิจในการส่งน้องจึงเป็นอันจบสิ้น



ปลายฟ้าถอนหายใจอย่างโล่งอก เดินกลับมาตามถนนเดินดินเล็ก ๆ สายเก่า
ท้องฟ้าทอแสงสีส้มจาง ๆ ขณะพระอาทิตย์กำลังใกล้ตกดิน
ย้อมทุ่งกว้างและต้นไม้น้อยใหญ่ให้เป็นสีทองสวย
เขาสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าไปเต็ม ๆ ปอด
บรรยากาศมันดีจนนึกอยากจะถ่ายรูปเก็บไว้เป็นความประทับใจ



....ที่สำคัญคือมันไม่ได้อึดอัดเหมือนตอนขามา



....ทั้ง ๆ ที่คนเดินข้าง ๆ ก็เป็นคนคนเดียวกัน




ปลาย


หืม


วันหลังถ้าอยากให้ช่วยก็บอกมานะ เดี๋ยวแยกไม่ถูก กลัวหาว่าไปเสือกอีก


คำพูดที่ได้ยินทำให้เจ้าของชื่อต้องหันมอง
บรรยากาศกำลังดี ๆ มันชอบทำให้เสียฤกษ์อีกแล้ว
แต่คราวนี้เขาไม่ได้โกรธเท่าเดิม ความรู้สึกมันคล้ายกับจะแซวเล่นมากกว่า


โห ได้ทีพูดใหญ่เลยนะ นี่ตั้งใจประชดใช่มั้ย


ทว่าอีกฝ่ายกลับถือเป็นจริงเป็นจัง รีบส่ายหน้าปฏิเสธ ก่อนหยุดเดินลงกลางคัน


ไม่ใช่ เราพูดจริง ๆ แล้วตกลงที่เราเดินมาส่งน้องด้วย เรากำลังเสือกอยู่รึเปล่า


น้ำเสียงที่บ่งบอกว่าต้องการคำตอบ ทำให้ปลายฟ้าต้องหยุดเดินลงบ้าง
เขาคิดทบทวนข้อความที่ได้ยิน


...ยอมรับว่าตอนแรกหงุดหงิดรำคาญ
ไม่เข้าใจว่ามันจะเดินตามมาส่งน้องกับเขาทำไม
ทั้ง ๆ ที่เขาก็ไปเองคนเดียวได้
แต่พอมาเดินคุยกันแบบนี้ ได้รู้เรื่องบางอย่างที่ไม่เคยมองในอีกมุม


...มันกลับเปลี่ยนความคิดเขาไป



...ไม่หรอก 



มันไม่ได้เสือก



แต่ว่า...




“...นายช่วยเรา นายทำให้เราสบายใจขึ้น  ...ขอบใจนะ



ปลายฟ้าหันไปยิ้มกว้างให้แทนคำขอบคุณ


....ไม่รู้อะไรที่เปลี่ยนแปลงความรู้สึกเขา
แต่ตอนนี้เขาคิดว่าไอ้หน้าโหดมันไม่ได้โหดเหมือนเคย
และบางทีเขาอาจจะเป็นเพื่อนกับมันก็ได้



...พอนึกได้แบบนี้อยู่ ๆ ก็รู้สึกสบายใจขึ้นมา



ถ้าไม่ได้มาด้วยกันเขาคงจะไม่รู้ถึงเหตุผล และอาจจะคติกับมันไปตลอด
อย่างที่เคยรู้สึกกับพวกวิศวะที่ไอ้เกมส์เคยเล่าให้ฟัง



เออ...พูดถึงไอ้เกมส์เหมือนลืมอะไรไปอย่าง




...เฮ้ย!! ฉิบหาย!  ตังค์สองร้อยที่พนันไว้กับไอ้เกมส์
ตายห่ากี่โมงแล้วเนี่ย  จากสิบห้านาทีพ่อล่อไปสองชั่วโมงครึ่ง


...โอยย....หมดสิ้นแล้วกู!!




ปลายฟ้ากุมขมับความสบายใจตอนแรกเริ่มหายวับไปกับตา
คนที่เสียพนันรีบเดินนำหน้าไปอย่างหมดอาลัย
โดยไม่รู้เลยว่าคนที่มองอยู่ข้างหลัง 
ยังคงติดอยู่กับความทรงจำในสิ่งที่เพิ่งผ่านมา




คมสันมองเงาของอีกคนที่เดินทาบไปกับพื้นถนน



...ปลายฟ้ารู้มั้ยว่าทำให้เขาสบายใจเหมือนกัน
ตอนแรกยอมรับว่าตกใจที่โดนปลายฟ้าว่าเอาอย่างนั้น
แต่พอคิดดูดี ๆ มันอาจจะเป็นจริงก็ได้ 
ที่ผ่านมาปลายฟ้าอาจอึดอัดกับการกระทำของเขา
พอรู้ว่าหายโกรธแล้วเลยค่อยโล่งใจ



แถมที่สำคัญยังมายิ้มให้กันแบบนี้.... 





ปลายช่วยอะไรเราหน่อยได้มั้ย


เสียงเรียกทักทำให้คนเดินนำสะดุดลง
หันกลับมามองอย่างไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน


...คนอย่างไอ้หน้าโหดเนี่ยนะ 
ไหนบอกว่าชอบช่วยคนอื่นไง
แล้วมันจะให้เขาช่วยอะไรได้วะ



ปลายฟ้าขมวดคิ้วงงรอฟังคำขอจากปากคนจิตอาสาเป็นครั้งแรก


...และเป็นคำขอที่คนฟังถึงกับอึ้ง





ปลายช่วยยิ้มบ่อย ๆ หน่อย

...ปลายยิ้มน่ารักดี

เราชอบ... 


...ปลายช่วยยิ้มให้เราเห็นบ่อย ๆ ทีนะ



--------------------------------------------------------------------------------------------------------------



TBC


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,044 ความคิดเห็น

  1. #4885 BBCEXOFAN (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 / 02:45
    ฮืออออ พ่อคม หนูปลายยิ้มบ่อยๆนะลูกกก
    #4,885
    0
  2. #4740 baekbow (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2559 / 22:47
    เฮ้ยย แกขออะไรบ้าป่ะเนี่ย มีใครเขาขอแบบนี้กัน
    #4,740
    0
  3. #4555 TongThunya (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 11:11
    พอเริ่มสนิทกันนี้รุกใหญ่เบยยย
    #4,555
    0
  4. #4472 bbbbbbbys (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 / 02:34
    พอเข้าใจกันละดูแบบละมุนขึ้นเยอะเลยง้ะะะะ โง้ยยยย
    #4,472
    0
  5. #4390 อนุบาลตัวแม่ (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 23 มกราคม 2559 / 17:16
    ในที่สุดก็ได้รู้สาเหตุของแต่ละฝ่ายสักทีไม่ได้เจ้าใจไปเองเหมือนก่อนแล้ว อยากให้ช่วยก็บอกจะได้ไม่หาว่า เ สื อ ก ฮ่าๆๆๆๆ
    #4,390
    0
  6. #4277 crazy pierrot (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 21 กันยายน 2558 / 13:43
    กรี๊ดด แบบเขินแทนเลยอ่ะ 0/////0
    #4,277
    0
  7. #4220 thewitch_rainny (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2558 / 22:37
    พี่คมขออะไรอ่าาา เขินๆๆๆๆๆ >\\\<
    #4,220
    0
  8. #4050 ¦ MITUИΛ`★ (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2557 / 16:11
    ..............เขิน
    #4,050
    0
  9. #3996 Yuki Kuro (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2557 / 18:16
    ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม ยิ้ม  ヾ(>∀<☆ヾ)
    #3,996
    0
  10. #3810 mrin (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 28 มีนาคม 2557 / 19:32
    น้องปลายยิ้มน่าร้าก
    #3,810
    0
  11. #3657 Trin-Na-Pob (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2557 / 22:23
    จบแบบนี้ฆ่ากันเลยดีกว่า //เลือดพุ่ง 4 กิโล
    #3,657
    0
  12. #3298 ICEwaTEr ' (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2556 / 17:10
    เขินนนนนนนนน แงงงงงงงงงงงง T//////////////////////T
    #3,298
    0
  13. #3212 Redberrylips (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2556 / 03:12
    แอื้อหือออออออออ โอ้ยเขินมาก เขอนมากเขินมากฮือออ โอ้ยยยยยยยยยยยย พี่คมขา
    #3,212
    0
  14. #3000 YoSChi (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2556 / 16:22
    พี่คมมมมมมมมมม~  ฟินเลย พูดมาตรงๆแบบนี้ เราคนอ่านฟินเลย~
    #3,000
    0
  15. #2865 InLove (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 28 กันยายน 2556 / 19:28
    น่านนนนโดนจีบเข้าให้ ไม่ลอดแน่ปลายเอ๊ยย
    #2,865
    0
  16. #2829 HENS Singular (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 26 กันยายน 2556 / 17:52
    อะ อร๊ายยยยย พี่คมของน้อง
    จัดหมัดฮุกไป น้องปลายถึงกับอึ้ง
    ถถถถถถถ....ตรงๆหนึ่งดอก
    #2,829
    0
  17. #2785 rorony (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 26 กันยายน 2556 / 09:33
    เฮียคมขอซะ น่าร้ากกก น้องปลายก็ยิ้มให้เฮียเขาชุ่มชื่นหัวใจบ่อยๆล่ะ
    #2,785
    0
  18. #2379 sunmile (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2556 / 22:19
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด มีมารีเควสอะไรแถวนี้ด้วย หมั่นไส้ๆ
    จากดราม่ากลายเปนขำเฉยได้ไงเนี่ย อิอิ
    #2,379
    0
  19. #2282 de.fang (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2556 / 01:39
    เหยยยยยย เฮียน่าร๊อกอ่ะ ><
    ช่วยยิ้มให้เราบ่อยๆ อัลไลอ่าาา
    #2,282
    0
  20. #2256 DazaDay (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2556 / 10:05
    เฮียคมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!! >______<
    #2,256
    0
  21. #2143 Romeo sane ★ . (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2556 / 21:09
    กรี๊ดดดดดดดดดดด เฮียคมทำเขินนนนนนนน
    #2,143
    0
  22. #2070 MayKamon (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2556 / 12:58
    เขินเลยตรู!!!!!!!!!!!!

    แม่ถาม ปวดท้องหรอ ม้วนเชียว 555
    #2,070
    0
  23. #2060 #JB'z Fanc.# (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2556 / 02:29
    ฮิ้ววววววว~~~~ หวานเกินไปแล้ว
    #2,060
    0
  24. #2046 gibbaz_VIP♥ (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2556 / 01:31
    ตั้งแต่อ่านมา เรื่องนี้เนิบ ๆ แต่กินใจ 
    โอ้ยย พี่คมมม > <
    #2,046
    0
  25. #1873 berry berry (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2556 / 01:09
    เขินนนนนนนนนน
    #1,873
    0