ข้าจะเป็นฮูหยิน!

ตอนที่ 5 : จวนที่จากมา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 505
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 49 ครั้ง
    23 ต.ค. 63

.

 

 

 

เมื่อทั้งสองเดินทางมาถึงจวนเดิม บ่าวไพร่ในบ้านต่างก็กุลีกุจอหาของว่างมาต้อนรับกันเสียให้วุ่น ถึงฉินเฉิงลู่จะรู้เรื่องการมาของเขาอยู่ก่อนแล้ว แต่กลับไม่ได้บอกคนในจวนให้เตรียมตัว ความสัมพันธ์ของผู้คนในจวนนี้เป็นอย่างไร อี้หานเพ่ยก็พอจะมองออกแล้ว ภรรยาของเขาเล่า ใช้ชีวิตอยู่ในจวนนี้มาตลอด เขาก็อยากจะรู้ว่าอีกฝ่ายมีความเป็นอยู่ที่ดีหรือไม่

         “ไม่ต้องวุ่นวายกันหรอก สามีข้ามาพบเฉิงลู่ ข้าจะพาเขาไปส่งที่เรือน พวกเจ้าจะไปทำอะไรก็ไป” ฉินช่านเฟินเอ่ยบอกบ่าวที่ขอให้พวกเขารอรับของว่าง แต่เขาไม่ได้ตั้งใจจะทำให้มากพิธีอะไร เขาเพียงแต่กลับบ้านมาเยี่ยมท่านแม่ สามีก็มีกิจกับน้องชาย คนอื่นในบ้านไม่จำเป็นต้องรับรู้

         “แต่หวังอี๋เหนียง...” นางกำลังตั้งท่าจะเถียง

         “ท่านแม่ของข้าเป็นฮูหยินของจวนนี้ ไม่ใช่อนุหวัง” ฉินช่านเฟินย้ำคำว่าอนุเพื่อให้นางเงียบปากไป ไม่ว่านายของนางจะเป็นใคร แต่คนที่มีอำนาจในบ้านหลังนี้รองลงมาจากท่านพ่อย่อมต้องเป็นท่านแม่ของเขา

         “ไปเถิดท่านพี่ ข้าจะนำท่านไปที่เรือนของเฉิงลู่”

         อี้หานเพ่ยไม่ได้แสดงกิริยาสงสัยในท่าทีแข็งกร้าวของภรรยา ดีเสียอีก อย่างน้อยเขาก็เบาใจว่าฉินช่านเฟินจะสามารถดูแลตัวเองได้ในยามที่เขาต้องห่างจวน คนเป็นแม่ทัพอย่างเขา อย่างไรก็ต้องให้บ้านเมืองมาก่อน มิอาจปล่อยให้เรื่องในบ้านหรือปัญหาส่วนตัวมาทำให้เสียการงานได้

         “คารวะท่านแม่ทัพ” หญิงวัยกลางคนที่ฉินช่านเฟินแนะนำว่าเป็นมารดาของรองแม่ทัพของเขา พวกเราทักทายกันนิดหน่อยตามที่มารยาทพึงมี จากนั้นภรรยาจึงพาเขามาส่งที่หน้าห้องหนังสือ

         “เชิญท่านพี่ตามสบาย ข้าขอไปเยี่ยมท่านแม่ที่เรือน หากท่านเสร็จกิจแล้วค่อยให้บ่าวไปตามข้า” อี้หานเพ่ยพยักหน้ารับ ไม่ได้เอ่ยขัดแต่อย่างใด ฉินช่านเฟินที่เห็นแบบนั้นจึงแยกออกมาทันที กิจของบ้านเมืองไม่ใช่เรื่องที่เขาจะเข้าไปยุ่งได้หากไม่ได้รับอนุญาต

         เขาเดินตามเส้นทางที่คุ้นเคยมาหยุดที่หน้าเรือนใหญ่ มองไปเห็นท่านแม่กำลังนำใบชาที่ตากแห้งเก็บเข้าที่ ฉินช่านเฟินจึงกลายเป็นเพียงเด็กตัวเล็กๆที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าหามารดาผู้เป็นที่รัก ผู้เป็นแม่ที่ได้ยินเสียงฝีเท้าก้เงยหน้าขึ้นมอง ยามนี้บุตรของนางช่างดูน่ารักยิ่งนัก

         “ท่านแม่ ข้าคิดถึงท่านที่สุด” ฉินช่านเฟินกอดมารดาอย่างรักใคร่

         “อย่างไรกันเล่า เพิ่งจากบ้านไปยังไม่ครบสัปดาห์ก็คิดถึงแม่แล้วหรือ” นางเองก็กอดตอบลูกด้วยความรักเช่นกัน ไม่กี่วันที่ผ่านมาถือเป็นช่วงเวลาที่น่าใจหาย นางเคยชินกับการมีฉินช่านเฟินวนเวียนอยู่รอบตัวตามประสาแม่ลูก แต่เมื่อลูกออกเรือนไป นางก็ต้องใช้ชีวิตด้วยตัวของนางเอง ใจหายไม่น้อยเลย

         “ไปเพียงไม่กี่ชั่วยามลูกก็คิดถึงอยู่ดี ท่านแม่เป็นอย่างไรบ้าง ไม่มีใครมารังแกท่านใช่หรือไม่” เขาเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง

         “แม่ก็อยู่ในที่ของแม่ หากมีใครเข้ามาหาเรื่อง คิดหรือว่าแม่จะปล่อยไป” ไม่ต้องถามเลยว่าฉินช่านเฟินสู้คนได้ผู้ใด ใครเลี้ยงมาก็ย่อมต้องเป็นผู้นั้น มารดาของเขาถือว่าเป็นหญิงแกร่งผู้หนึ่ง เป็นภรรยาที่สามีก็ยังมีความเกรงใจ หากทำอะไรที่ส่งผลเสียถึงตัวเขามากเกินไป มีหรือที่ท่านแม่จะยอม

         ในความเป็นจริงแล้วท่านแม่ก็ไม่ได้อยากจะยอมให้เขาแต่งงานกับใครก็ไม่รู้ แต่เพราะอี้หานเพ่ยถือเป็นแม่ทัพที่มีผู้คนเลื่องลือกล่าวขานกันอย่างมากในเรื่องความซื่อตรงและมีเมตตา แต่ก็เด็ดขาด อีกทั้งเฉิงลู่เองก็ยืนยันกับท่านแม่ว่าหัวหน้าของเขาเป็นคนดีคนหนึ่ง ท่านแม่เขาจึงยอมให้ออกเรือนไป

         “ดีแล้วท่านแม่ หากมีเรื่องไม่ชอบมาพากล ท่านแม่บอกลูกนะขอรับ” ฉินช่านเฟินย้ำอีกครั้ง

         “แม่รู้ หากเจ้าสังเกต ที่นี่มีสิ่งที่เปลี่ยนไปอยู่บ้าง ข้างตัวเรือนทึบและเป็นส่วนตัวมากขึ้น มีบ่าวจากตระกูลเมิ่งมารับใช้อยู่สองคน เป็นคนที่ท่านตาของเจ้าส่งมา” ฉินช่านเฟินนั้นซาบซึ้งในความรักที่ท่านตามอบให้เขาและท่านแม่เป็นอย่างมาก เพราะทำการค้าขาย ท่านตาย่อมรู้จักกับคนที่มีวรยุทธ์มากมายเนื่องจากต้องใช้ในการคุ้มกันขบวนส่งของออกไปต่างเมือง

         “แต่หากท่านตาส่งคนมา ก็ไม่ใช่หมายความว่ากำลังจะเกิดเรื่องหรือท่านแม่” หากสถานการณ์ปกติดี ท่านตาจำเป็นต้องส่งคนมาด้วยหรือ

         “แม่เองก็ไม่อาจรู้ เพียงแต่ต้องระวังตัวเท่านั้น พ่อของเจ้าดูเหมือนจะฉลาดแต่ก็หลงคำหวานของหวังเจียวจินอยู่ร่ำไป ตระกูลหวังเองก็ใช่ว่าจะดีไปทุกส่วน ส่วนที่แย่แม่ก็พอรู้” ตระกูลหวังถือเป็นตระกูลที่ใหญ่โต มีชื่อเสียงทั้งด้านบู๊และบุ๋นแต่ก็ใช่ว่าดี เรียกได้ว่าดีครึ่งแย่ครึ่งเลยก็ว่าได้ แต่หากใครเล่าจะรู้ว่าหวังเจียวจินนั้นเดิมทีอยู่ในส่วนใด ระวังไว้ย่อมดีกว่า

         “ข้าเข้าใจแล้ว ข้าช่วยท่านแม่ดีกว่า”

         ฉินช่านเฟินเริ่มหยิบใบชาเก็บลงในภาชนะและปิดฝาให้สนิท เขาสรรหาและบอกกล่าวเรื่องราวต่างๆที่ประสบพบมาในเวลาไม่กี่วันให้มารดาได้รับรู้ คุยกันอย่างออกรสออกชาติจนไม่รู้เลยว่าผู้เป็นสามีมาหยุดยืนมองเสียตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวก็ตอนที่บ่าวมาตามให้ไปหาสามีที่ศาลาริมน้ำ ท่านแม่เองก็วางสิ่งที่ทำอยู่เพราะต้องการพบกับสามีที่นางต้องฝากบุตรไว้ทั้งชีวิตที่เหลือจากนี้ด้วยเช่นกัน

         “คารวะท่านแม่ยาย” อี้หานเพ่ยพูดตามปกติ แต่คนที่ไม่ปกติเห็นจะเป็นฉินช่านเฟิน คำว่าแม่ยายทำให้รู้สึกคันๆในใจแปลกๆ ไม่อาจทราบได้ว่าเป็นโรคร้ายอันใดหรือไม่

         “ตามสบายเถิดท่านแม่ทัพ” นางนั่งลงตรงข้างแม่ทัพหนุ่ม ลอบสำรวจอย่างเก็บสีหน้าและไว้ท่าทางอย่างคนมีมารยาท

         “วันที่ช่านเฟินแต่งเข้าจวน ไม่ได้มีโอกาสมาคารวะท่าน เสียมารยาทเสียแล้ว”

         “เรื่องนั้นไม่ต้องมากความ ท่านเป็นแม่ทัพ มีกิจบ้านเมืองมากให้ต้องดูแล ไม่ถือว่าเสียมารยาทหรอก” นางเอ่ยอย่างสงวนท่าที ลูกเขยคนนี้ก็ดูหน่วยก้านใช้ได้ มีสัมมาคารวะ แต่ก็ยากที่จะมองออกว่าเป็นคนอย่างไรกันแน่ 

         “ฝากดูแลช่านเฟินด้วยนะ เขาเป็นเด็กดี ตำรงตำราข้าก็ให้เล่าเรียนมาแล้วแทบจะทุกแขนง พอจะมีความรู้อยู่บ้าง ขอให้ช่วยเอ็นดูเขาด้วย” เมื่อมารดาพูดฝากฝัง ฉินช่านเฟินเองก็ไม่รู้ว่าควรจะแสดงกิริยาตอบรับคำพูดนี้อย่างไร จึงทำเพียงแค่สงบไว้เท่านั้น

         “ไม่ต้องห่วงขอรับ กระผมจะดูแลออย่างดี ขอให้ท่านสบายใจได้” เมื่อเขารับปากนางก็สบายใจ คนเป็นถึงแม่ทัพไม่มีทางรับไปสั่วๆ นางจะคอยเฝ้าดูทุกอย่างอยู่ที่นี่

         “เจ้าเองก็ช่วยสามีเท่าที่ช่วยได้นะช่านเฟิน อะไรที่แม่สอนแล้วก็จงทำ” นางหันไปบอกบุตรของตนบ้าง ถึงแม้จะไม่ใช่สตรีแต่นางก็มั่นใจว่าบุตรของนางมีทุกอย่างเพียบพร้อม ไม่ด้อยไปกว่าใคร หากถึงวันที่สมควร นางคงจะมีหลานมาวิ่งเล่นที่เรือนได้สมใจ

         “ขอรับท่านแม่”

 

 

 

 

.

 

 

 

         เมื่อพูดคุยกันจนเห็นว่าถึงเวลาอันสมควรที่จะต้องกลับได้แล้ว ฉินช่านเฟินและสามีก็บอกลาท่านแม่และเตรียมตัวจะกลับจวน แต่ก็ต้องพบกับคนที่ไม่ใคร่อยากจะพบที่เรือนรับรองราวกับว่ารอการมาถึงของพวกเขาเสียเหลือเกิน ไม่รู้ว่าวันๆมีอะไรทำบ้างหรือไม่

         “กลับมาเยี่ยมจวนทั้งที ใจคอจะไม่ไปทักทายเจ้าของที่นี่เลยหรืออย่างไร” หวังเจียวจินเหยียดยิ้มพูดด้วยคิดว่าตนเหนือกว่า

         “ท่านพ่อมีราชกิจที่เมืองฉวน ข้าคงไม่อาจตามไปทักทายได้ถึงที่นั่น” ฉินช่านเฟินรู้แต่แรกแล้วว่าบิดาไม่อยู่ จึงเลือกที่จะเมินเฉยหวังเจียวจุนไป

         “แต่ข้าก็ยังอยู่ที่นี่”

         “เช่นนั้นคงไม่อาจเรียกว่าเจ้าของกระมัง เพราะท่านไม่ใช่ฮูหยิน” เขาตอบกลับนิ่งๆ หากจะพุดกันตามจริง ในเมื่อท่านพ่อไม่อยู่ คนที่มีอำนาจที่สุดในบ้านหลังนี้ก็คือแม่ของเขาอย่างแน่นอน เป็นเรื่องที่ไม่มีใครสามารถคัดค้านได้

         “เจ้า! แต่อย่างไรเจ้าก็ควรจะมีมารยาทไปทักทายข้าบ้าง”

         “เมื่อก่อนท่านก็ไม่ได้อยากจะพูดคุยอะไรกับข้ามากมาย พอข้าออกเรือนไปแล้วใยมีเรื่องต้องสนทนากันเล่า” หวังเจียวจินโกรธจนแทบกรี๊ด แต่นางก็ยังคงต้องสงวนท่าทีเพราะอี้หานเพ่ยยังยืนอยู่ ชายผู้นี้เป็นถึงแม่ทัพ หากวันใดลำบาก นางก็อาจจะสามารถส่งลี่เหลียนไปขอความช่วยเหลือได้ ถึงลูกสาวเขาจะออกเรือนไปแล้วอย่างไร อย่างไรก็ต้องมาช่วยเหลือผู้เป็นน้องของภรรยาอยู่แล้วไม่ใช่หรือ

         “เจ้าพูดอันใดกัน ปกติเราสนทนาเรื่องสนุกๆกันบนโต๊ะอาหารทั้งเช้าเย็น อย่างนี้เรียกว่าไม่มีเรื่องคุยเช่นนั้นหรือ” นางยังคงไม่ยอมแพ้

         “ข้าเพียงตอบตามมารยาทเท่านั้น นอกจากท่านจะอวดเรื่องลูกสาวของท่านแล้ว ก็เห็นมีเพียงแต่กระแนะกระแหนท่านแม่ข้ากับน้าหลี่ แต่เอาเถิด คนอย่างท่านคงคิดว่าเรื่องชีวิตชาวบ้านเป็นเรื่องสนุกๆบนโต๊ะอาหาร ก็ไม่มีอะไรน่าแปลก ข้าขอตัว”

         ฉินช่านเฟินไม่ได้สนใจที่จะต่อความยาวสาวความยืดกับนางต่อ เขาจูงมือผู้เป็นสามีเดินออกมาจากเรือนรับรองทันที ไม่อยากจะอยู่มองหน้านางให้นานไปมากกว่านี้ ยิ่งฟังนางพูดแล้วยิ่งอยากจะสำรอกหมานโถวที่กินเข้าไปก่อนมาถึงจวนตระกูลฉิน

         “เจ้านี่ ต่อปากต่อคำเก่งดีนะ” มีพูดขึ้นมาระหว่างทางกลับจวน

         “ข้าก็แค่ปกป้องตนเอง”

         “ดีแล้ว ยามข้าไปรบจะได้ปกครองคนในบ้านได้” ฉินช่านเฟินไม่ได้เอะใจเลยแม้แต่น้อยว่าสิ่งที่อี้หานเพ่ยพูดนั้นเป็นหน้าที่ของฮูหยิน เขาทำเพียงแค่พยักหน้าเออออไปตามนั้นเพราะกำลังมองตามคนขายถังหูลู่ที่อยู่ไม่ไกลนัก สามีที่เห็นเช่นนั้นจึงตามใจอย่างเสียมิได้ ถังหูลู่ไม้ละไม่กี่ตำลึง ให้ฉินช่านเฟินหอบกลับเรือนไปหมดเลยก็ยังได้ นี่ภรรยาเขาจะมักน้อยเกินไปไหมนะ   

 

 

 

 

 

 

 

#ข้าจะเป็นฮูหยิน

@zhaofah

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 49 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14 ความคิดเห็น

  1. #14 library -_^ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2563 / 01:50
    ใช้ หมั่นโถว น่าจะไหลลื่นกว่า หมานโถว นะคะ
    #14
    0
  2. #10 MitsukiCarto (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2563 / 00:42

    น้องอยู่ง่ายเลี้ยงง่ายยย~
    #10
    0
  3. #3 ผักน้อย (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 17:46

    คำแทนตัวน่าจะใช้คำว่า ข้า แทน กระผม นะคะไรท์ มันน่าจะไหลลื่นกว่า

    #3
    0