วรรณคดีสไตล์เกรียน

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 160,619 Views

  • 413 Comments

  • 883 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3,283

    Overall
    160,619

ตอนที่ 67 : ปัญจมหานทีกับการชักแม่น้ำทั้งห้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 721
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    15 พ.ย. 61

ตามตำราข้างพราหมณ์กล่าวว่า แหล่งน้ำสำคัญและศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ในพิธีกรรมต่างๆนั้นอยู่มีด้วยกันอยู่ 5 สายเรียกรวมกันว่า ปัญจมหานที


ปัญจมหานทีหมายถึง แม่น้ำใหญ่ทั้ง 5 สายในอินเดีย ได้แก่ คงคา ยมุนา มหิ สรภู และ อจิรวดี ซึ่งเปรียบเสมือนกับเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตของชาวอินเดีย


แม่น้ำคงคา หรือ แม่คงคา (Gangesอยู่ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย ไหลลงมาจากเขาหิมาลัย ตำนานได้กล่าวถึงแม่คงคาเอาไว้ว่าเป็นลูกสาวคนโตของท้าวหิมวัต (Himavat) เจ้าแห่งขุนเขาหิมาลัย กับนางเมนา (Minavati) นางมีน้องสาวคือ ปารวตี (Parvati) ผู้เป็นมเหสีของพระศิวะ (Shiva) แต่เดิมอยู่บนสรวงสวรรค์ 


เหตุที่นางต้องลงมาสู่โลกมนุษย์เพื่อชำระบาปให้แก่มวลมนุษย์ ก็เพราะมีสาเหตุสำคัญดังที่ในปรากฏในเรื่องมหากาพย์รามายณะ ดังนี้


สคร (Sagara) พระราชาองค์ที่ 37 แห่งสุริยวงศ์ (Suryavansha) ลุงแกมีลูกที่เกิดจากเมียเอกหนึ่งคนชื่อ อัสมัญชะ (Asamanja) และมีลูกชายอีก 60,000 คนที่เกิดจากมเหสีรอง 


แต่อนิจจา! เจ้าชายอัสมัญชะ องค์รัชทายาทกลับประพฤติตัวเหลวไหลจนถูกพระราชบิดาถีบไล่ไส่ส่งออกจากเมือง ส่วนเจ้าชายอีกหกหมื่นนั้น เฮอะ! ไม่มีเหลือ! นำความคับแค้นให้แก่ท้าวสคร มิว่างเว้นซักวัน


วันหนึ่งลุงแกประกอบพิธีอัศวเมธ (Ashvamedha) กาลเวลาผ่านไปครบหนึ่งปี จู่ ๆ ม้าสำคัญในพิธีก็เกิดหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยโดยฝีมือของอินทราเทพ (Indra) (พระอินทร์เวอร์ชั่นพราหมณ์นี้ชอบขี้แกล้งจริงๆเลย) 


ความโกลาหลเกิดขึ้นทันที พระราชาส่งโอรสทั้ง 60,000 คน ให้นำม้ากลับมาให้ได้ ไม่เช่นนั้นก็ให้ไปตายเสีย


การค้นหาติดตามไปยังทุกที่ ป่าดงพงชัฏ ภูเขาสูง ห้วยหนอง คลองบึง แม่น้ำ ทุกหนทุกแห่งจนสุดสิ้นแผ่นดินโลกแล้วก็ไม่พบ เจ้าชายทั้งหกหมื่นต่างลงดิ่งไปสู่ก้นลึกของพิภพใต้ดิน อันคือ บาดาล (Patala) นี้เอง 


ปรากฏม้าอยู่ไม่ห่างไกลอาศรมของพระฤษีกบิล (Kapila - ฤษีตาไฟ) ในขณะที่ตาแกกำลังนั่งสมาธิอยู่ ราชโอรสทั้งหกหมื่นต่างก็กรูกันไปจับม้าสำคัญ พระกบิลฤษีลืมตาขึ้นทันที บังเกิดเป็นไฟกรดเผาผลาญทั้ง 60,000 คนให้ไหม้มอด เหลือแต่โครงกระดูกและเถ้าถ่าน อังคารธาตุกองพะเนินดังถูเขาเลากา 


ฝ่ายเจ้าชายอังศุมัน (Amshuman) โอรสของอัสมัญชะได้ออกติดตามหาพระน้าทั้งหกหมื่นไปเรื่อยๆจนมาถึงอาศรมของพระกบิลฤษี อังคุมัตเป็นคนนอบน้อมเข้าไปขออนุญาตจากพระฤษีซะก่อนจึงได้ม้ากลับมา


แต่พระองค์กลับรู้สึกสลดต่อเหตุการณ์ของพระโอรสทั้ง 60,000 คน แต่พญาครุฑ (Garuda) ได้มาบอกให้ใช้น้ำจากแม่คงคาชำระล้างเพื่อวิญญาณของพวกเขาไปสู่สรวงสวรรค์ (ย้ำนะครับนี้คือความเชื่อของพวกพราหมณ์)


พระราชาจึงให้อังคุมัตขึ้นครองราชสมบัติ ส่วนพระองค์เข้าไปในป่าเพื่อบำเพ็ญตบะ เพื่อทำพิธีบวงสรวงอัญเชิญ พระแม่คงคา (Ganga) ช้านาน จนสิ้นอายุขัย พระคงคาก็หาได้มาไม่ 


จนราชาองค์ต่อๆมากระทำพิธีบวงสรวงอ้อนวอนพระแม่คงคา ก็ยังไม่สำเร็จ จนในที่สุด ภคีรถ (Bhagirathaทำได้สำเร็จ 


หากแต่พระแม่คงคากระโจนลงจากสวรรค์ มุ่งสู่แผ่นดินด้วยความรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ซึ่งวิธีที่รุนแรงเช่นนั้น แผ่นดินโลกย่อมแตกกระจายในชั่วพริบตาเดียว 


พระศิวะจึงยื่นมวยผมออกไปรองรับสายคงคาอันแรงจัด เมื่อพระคงคาสิ้นฤทธิ์ พระเป็นเจ้าก็ปล่อยให้พระคงคาไหลลงสู่เบื้องล่าง


แม่น้ำยมุนา (Yamunaเป็นที่ตั้งของบรรดาแคว้นต่างๆในมหาชนบทตั้งแคว้นกาสี (Kashi) ,แคว้นกุรุ (Kuru) ,แคว้นมัจฉะ (Matsya) ,แคว้นสุรเสนะ (Surasena) และแคว้นวังสะ (Vatsa) ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศใต้ของแม่น้ำยมุนา มีนครหลงชื่อกรุงโกสัมพี (Kosambi) ซึ่งตั้งอยู่เหนือฝั่ง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำสินธุ (Indus River) กับแม่น้ำยมุนาตอนล่าง


แม่น้ำมหิ (Mahi) หรือ คัณฑก (Gandaki) ไหลแบ่งเขตแดนระหว่างแคว้นมัลละ (Malla) กับ แคว้นวัชชี (Vajji)


แม่น้ำสรภู (Sarayu) หรือ โคครา (Gograไหลผ่านเมืองปาฎลีบุตร (Patna)


แม่น้ำอจิรวดี (Achirvati) หรือ วัปติ (West Raptiไหลผ่านพระนครสาวัตถี (Shravasti) นครหลวงของแคว้นโกศล (Kosala) และไหลบรรจบกับแม่น้ำคันธกะเป็นที่ตั้งของนครกุสินารา (Kusinaga) เมืองหลวงของแคว้นมัลละ


แม่น้ำทั้ง 5 สายนี้มีน้ำเต็มฝั่ง ชูชก (Jujaka) จึงได้ยกขึ้นมาเปรียบกับน้ำพระทัยของพระเวสสันดร (Vessantara) ซึ่งเป็นที่มาของสำนวน ชักแม่น้ำทั้งห้า หมายถึง การพูดจาหว่านล้อมด้วยคำที่ไพเราะเพื่อโน้มน้าวใจผู้ที่ได้ฟังให้คล้อยตามและเห็นด้วยกับตน


" เฒ่าชราได้โอกาส ด้วยตาแกฉลาดในเชิงภิกขาจาร เมื่อจะทูลสนองดรุณราชกุมาร เฒ่าก็พูดหว่านล้อมด้วยคำยอ ชักเอาแม่น้ำทั้งห้าเข้ามาล่ออุปมาถวายเสียก่อน แล้วจึงหวนย้อนขอต่อเมื่อภายหลังขึ้นว่า พระพุทธเจ้าข้า วาริวโห เมาะ ปญฺจ มหานทีโย พระคุณเจ้าเอ่ย อันว่าแม่น้ำทั้งห้ากระแสสายชลชลา ไหลมาจากห้วงคงคาเป็นห้าแถว นองไปด้วยน้ำแนวเต็มฝั่งฝา นามชื่อว่าคงคา ยมุนา อจิรวดี สรภูนที มหิมหาสาคเรศ "


ตามคติความเชื่อของศาสนาพราหมณ์ถือว่าการยกให้ผู้ใดเป็นใหญ่ ทรงสิทธิ์อำนาจนั้น จะต้องทำด้วยพิธีรดน้ำศักดิ์สิทธิ์ และเชื่อถือกันมาว่าน้ำที่ศักดิ์สิทธิ์นั้น ได้แก่ น้ำในแม่น้ำคงคาซึ่งไหลลงมาจากสวรรค์ และแม่น้ำที่นับเนื่องในแม่น้ำคงคาเรียกน้ำนั้นว่าน้ำสรงมูรธาภิเษก ซึ่งได้แผ่ขยายความเชื่อนี้มาจนถึงในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระมหากษัตริย์ไทยตั้งแต่ในสมัยอยุธยาจนมาถึงในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์เป็นต้นมา


น้ำสรงมูรธาภิเษกในสมัยกรุงศรีอยุธยา มีการใช้น้ำจากสระเกษ สระแก้ว สระคงคา สระยมนา ในแขวงเมืองสุพรรณบุรี


ส่วนที่กรุงรัตนโกสินทร์นอกจากจะใช้น้ำในสระเกษ สระแก้วสระคงคา สระยมนา ดังเช่นสมัยกรุงศรีอยุธยาแล้ว ยังมีการใช้น้ำในแม่น้ำสำคัญของประเทศเพิ่มเติมอีก 5 สายได้แก่


น้ำจากแม่น้ำเพชรบุรี ตักที่ตำบลท่าไชย เพชรบุรี

น้ำจากแม่น้ำราชบุรี ตักที่ตำบลดาวดึงส์ ราชบุรี

น้ำจากแม่น้ำป่าสัก ตักที่ตำบลท่าราบ สระบุรี

น้ำจากแม่น้ำบางปะกง ตักที่บึงพระอาจารย์ นครนายก 

น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ตักที่ตำบลบางแก้ว อ่างทอง


ส่วนในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ตักน้ำจากแม่น้ำเพชรบุรี แม่น้ำราชบุรี แม่น้ำนครไชยศรี แม่น้ำฉะเชิงเทรา และแม่น้ำเจ้าพระยา


น้ำในแม่น้ำทั้ง 5 สายนี้ มีชื่อเรียกว่า เบญจสุทธคงคา โดยอนุโลมตามปัญจมหานทีในชมพูทวีป น้ำแต่ละแห่งดังกล่าว เมื่อตักแล้วจะตั้งพิธีเสก ณ เจดียสถานสำคัญแห่งแขวงนั้นๆแล้วจึงจัดส่งเข้ามาทำพิธีที่กรุงเทพมหานครต่อไป


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #193 เด็กหงส์ (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 21:48
    ปัญจมหานทีนี้ ที่ใช่หนุมานนำมารักษาพระลักษมณ์ป่ะครับ
    #193
    0