วรรณคดีสไตล์เกรียน

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 159,552 Views

  • 412 Comments

  • 880 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    2,216

    Overall
    159,552

ตอนที่ 68 : "นิทราชาคริต" ในราชสำนักสยาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1009
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    30 พ.ค. 61

รัชกาลที่ 5 เป็นพระองค์แรกที่ทรงแปลนิทานอาหรับราตรีเป็นภาษาไทย เมื่อปี พ.ศ. 2422 โดยทรงเก็บความจากเรื่อง "Sleeper Awaken" 


แล้วทรงโปรดเกล้าฯให้ กรมหลวงพิชิตปรีชากร ตรวจทานแก้ไขถ้อยคำ และให้ พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) ตรวจทาน และจัดพิมพ์ขึ้นเพื่อพระราชทานเป็นของขวัญวันปีใหม่แก่พระบรมวงศานุวงศ์ โดยพระองค์ท่านทรงพระราชนิพนธ์เรื่อนี้จบโดยใช้เวลาเพียง 29 วัน 


โดยทรงตั้งชื่อเรื่องนี้ว่า "นิทราชาคริต" อันมีความหมายว่า การหลับและการตื่น หรือหลับๆตื่นๆ ตามแบบพฤติกรรมของตัวละครในเรื่อง


ในวันขึ้นปีใหม่ในพระบรมมหาราชวังนั้น บางปีพระพุทธเจ้าหลวงก็โปรดฯ ให้นัดแต่งพระองค์กันแปลกๆ บางปีก็โปรดฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการเข้าเป็นสมาคมเรียกกันว่า “รอแยล มายิเกล โซไซเอตี (Royal Magical Society) โดยมีสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงภาณุพันธุวงศ์วรเดชเป็นประธานเพื่อเล่นกลหรือเล่นละครต่างๆ


เมื่องานปีใหม่ปีเถาะ เอกศก พ.ศ. 2422 รัชกาลที่ 5 ได้ทรงแนะนำให้พวกสมาคมเล่นละครพูดเรื่อง นิทราชาคริต ขึ้น และโปรดให้ปลูกโรงละครชั่วคราวขึ้นที่ชาลาด้านทางตะวันตกของพระที่นั่งพิมานรัต จากนั้นทรงเสด็จลงไปดูการซักซ้อมอยู่เป็นเนื่องๆ 


ทรงพระราชดำริว่า ควรจะมีบทร้องเข้าปี่พาทย์ด้วยจึงจะดี จึงทรงพระราชนิพนธ์บทร้องเรื่องนิทราชาคริตเพิ่มเติมขึ้นสำหรับให้เล่นละครในครั้งนั้น เป็นกลอนแปดบ้าง คัดโคลงในลิลิตของพระราชนิพนธ์มาใช้เป็นบทร้องบ้าง 

ตัวละครที่เล่นจะกล่าวแต่เฉพาะตัวที่มีชื่อในบท คือ



กาหลิบฮารูนอาลราษจิต (Harun al-Rashid)พระองค์เจ้าประเสริฐศักดิ์
แครนวิเชีย (Grand Vizier) : กรมขุนเจริญผลภูลสวัสดิ์
เมศเรอ (Masrur) กรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม
ยุนุก (Eunuch) : กรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจ
อาบูหะซัน (Abu al-Hasan) : กรมหมื่นทิวากรวงศ์ประวัติ
นางโซบิเด (Zubaidah bint Ja`far) : กรมหมื่นอดิศรอุดมเดช
พระนมของโซบิเด กรมหมื่นพรหมวรานุรักษ์
นางจอบแก้ว กรมพระยาดำรงราชานุภาพ
นางนอซาตอลอัวดัด (Nuzhat al-Fuad) : กรมพระนริศรานุวัติวงศ์ฃ
นางบำเรอ ดาวพระศุกร์ (Venus)
 : กรมหมื่นอดิศรอุดมเดช
นางบำเรอ ชื่นจิตร (Heart's Delight) : กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์
นางบำเรอ ชื่อสร้อยจิตร (Heart Clain) กรมพระยาดำรงราชานุภาพ
นางบำเรอ ชื่อ อรุณ (Daylight) : 
กรมขุนพิทยลาภพฤฒิธาดา
นางบำเรอ เศร้าจิตร (Soul's Torment) : เ
จ้าพระยาสุรวงศ์วัฒนศักดิ์ (โต บุนนาค)
นางบำเรอ จันทร์ประไพ (Moonlight) : หม่อมนราธิราช (ชิต)
นางบำเรอ พวงไข่มุก (Cluster of Peals) : พระองค์เจ้าจิตรเจริญ


แต่เมื่อถึงวันปีใหม่ พระบาทสมเด็จฯ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวกลับทรงประชวรสุกใสยังไม่หาย จึงโปรดฯ ให้เลื่อนการเล่นละครไป ละครได้ลงโรงเล่นเมื่อวันอาทิตย์ เดือน 5 แรม 7 ค่ำ เป็นคืนแรก จับเล่นแต่ต้นเรื่องไปจนถึงอาบูหะซันสลบที่ในวัง แล้วกาหลิบให้อุ้มตัวกลับไปส่งบ้าน คืนที่ 2 เล่นตอนอาบูหะซันคลั่งไปจนจบเรื่อง เมื่อละครจบแล้ว จึงทรงโปรดฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์ที่มิได้เป็นตัวละครเป็นคอมมิเตเตอร์ตัดสินรางวัลที่จะพระราชทานให้ตัวละครตามที่เล่นดีเป็นลำดับ 


กรมหมื่นทิวากรวงศ์ประวัติ เป็น อาบูหะซัน ได้ทรงรับรางวัลที่ 1 
กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เป็น นางจอบแก้ว ได้ทรงรับรางวัลที่ 2
กรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม เป็น เมศเรอกรมวัง ได้ทรงรับรางวัลที่ 3


ต่อมาทรงอนุญาตให้ เจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรง เอาพระราชนิพนธ์เรื่องนิทราชาคริตไปคิดกระบวนเล่นเป็นละครร้องเรื่อง อาบูหะซัน ซึ่งแต่งเป็นหนังสือประมาณ 2 เล่มสมุดไทย 


ละครพูดเรื่องนิทราชาคริตยังได้เล่นรุ่นหลังอีกครั้งหนึ่ง เมื่อรัตนโกสินทรศก 111 (พ.ศ. 2435) เวลานั้นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ พระเจ้าลูกยาเธอ แลพหม่อมเจ้าชายที่เล่าเรียนอยู่ในโรงเรียนราชกุมาร ได้รวมตัวกันเป็นสมาคมเรียกว่า “ราชกุมารกตานุกรณ์” โดยซักซ้อมเล่นละครพูด เรื่องนิทราชาคริตถวายตัวที่เกาะสีชัง ตัวละครที่เล่นนั้น ได้แก่


1.นางบำเรอ : หม่อมเจ้าจุลดิศ ดิศกุล
2.นางบำเรอ : กรมหลวงนครสวรรค์วรพินิต
3.นางบำเรอ : กรมหมื่นพิไชยมหินทโรดม
4.ยุนุก : กรมหมื่นเทววงศ์วโรทัย
5.ยุนุก : กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์
6.ยุนุก : หม่อมเจ้าสุธาสิโนทัย เทวกุล
7.นางพระนม : กรมขุนศรีธรรมราชธำรงฤทธิ์
8.นางนอซาตอลอัวดัด : กรมขุนลพบุรีราเมศวร์
9.นางโซบิเด : รัชกาลที่ 6
10.นางบำเรอ : หม่อมเจ้าถาวรมงคลวงศ์ ไชยันต์ 
11.ยุนุก : กรมหมื่นภาณุพงศ์พิริยเดช
12.กาหลิบ : พระองค์เจ้าดนัยวรนุช
13.ยุนุก : กรมขุนไชยนาทนเรนทร
14.อาบูหะซัน : กรมหลวงพิศณุโลกประชานารถ
15.เมศเรอ กรมวัง กรมหลวงกำแพงเพ็ชรอรรคโยธิน


จากนั้นก็ทรงโปรดให้ พระยาศรีสุนทรโวหาร และขอแรงกวีช่วยกันแต่งเป็น เสภาอะบูหะซัน อันเป็นชื่อตัวเอกในเรื่องเพื่อสำหรับขับถวายเวลาทรงเครื่องใหญ่ เหมือนอย่างครั้นที่ รัชกาลที่ 4 ทรงโปรดขอแรงพวกกวี อันมีสุนทรภู่เป็นต้น ช่วยกันแต่งเสภาเรื่องพระราชพงศาวดารถวาย


กวีที่ได้แต่งเสภาเรื่องอาบูหะซันนี้มีอยู่ 11 คนด้วยกัน รับเรื่องไปแต่งคนละตอน มีรายนามดังนี้ คือ

ตอนที่ 1 : พระราชมนู
ตอนที่ 2 : พระยามหาอำมาตย์ (หรุ่น ศรีเพ็ญ)
ตอนที่ 3 : ขุนวิสูตรเสนี (จาง)
ตอนที่ 4 : หลวงภิรมย์โกษา (อยู่) 
ตอนที่ 5 : พระภิรมย์ราชา
ตอนที่ 6 : พระยาอิศรพันธุ์โสภณ (หม่อมราชวงศ์หนู อิศรางกูร ณ.กรุงเทพ)
ตอนที่ 7 : พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย)
ตอนที่ 8 : หลวงมงคลรัตน (ช่วง ไกรฤกษ์) 
ตอนที่ 9 : พระยาราชวรานูกูล (อ่วม) 
ตอนที่ 10 : พระยาสโมสรสรรพการ (ทัด ศิริสัมพันธ์)
 ตอนที่ 11 : หลวงจักรปาณี (ฤกษ์ เปรียญ)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #195 เด็กหงส์ (จากตอนที่ 68)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 21:51
    มีการแต่งหญิงให้เจ้านายบางองค์ด้วยหรือ
    #195
    0
  2. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(