วรรณคดีสไตล์เกรียน

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 159,449 Views

  • 412 Comments

  • 880 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    2,113

    Overall
    159,449

ตอนที่ 232 : ทายาทไซอิ๋ว : ภาคต่อตำนานไซอิ๋ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 158
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    1 ก.พ. 62

หลังจากที่ไซอิ๋วจบลงและได้รับความนิยมอย่างล้มปัญ bnk48 (ล้มหลาม)


ต่อมาได้แต่ง "แฟนฟิค" ทายาทไซอิ๋ว (後西遊記; The Later Journey to the West) ต่อจากของอู๋เฉิงเอิน สันนิฐานว่าแต่งในช่วงปลายราชวงศ์หมิงถึงต้นราชวงศ์ชิง
.
.
.
.
.
ณ ภูเขาฮัวกั่วซาน หลังซุนหงอคงถือกำเนิดและเข้าร่วมคณะตี้ไปอัญเชิญพระไตรปิฎก หินวิเศษที่ให้กำเนิดเหล่าซุนก็แตกออกเป็นสองก้อน และได้รับการบูชานับถือ 


หินทั้งสองก้อนเกิดรักกัน กำเนิดลิงน้อยชื่อ ซุนลี่จิง (孙履真; Sun Luzhen


เมื่อผ่านเวลาเหมือนมุก time skip ซุนลี่จิงก็เติบใหญ่ เห็นลิงตายก็อยากหาหนทางการเป็นอมตะ ลิงอาวุโสพาซุนลี่จิงไปในถ้ำและเล่าเรื่องของซุนหงอคง (孫悟空; Sun Wukong) ให้ฟัง และชี้ให้ดูกระบองเหล็กของซุนหงอคงซึ่งตั้งอยู่ในถ้ำ


ซุนลี่จิงพยายามยกกระบองแต่ยกไม่ขึ้น จึงคิดจะหาอาจารย์ตามอย่างซุนหงอคง ลิงอาวุโสได้แนะนำลัทธิทั้งสามในโลกนี้ คือขงจื๊อ เต๋า และพุทธ 


ซุนลี่จิงเลือกลัทธิเต๋าจึงเดินทางด้วยแพไปหาหงอจิงโจ้วซือ (悟真祖師; Wuzhen Zushi) ที่แคว้นเหอโจว จบคอร์สการฝึกจิตและควบคุมลมปราณ


แต่ซุนลี่จิงกลับพบว่าอาจารย์เป็นอลัชชี กินเหล้าเมายา แอบเลี้ยงอีหนูไว้เต็มไปหมด จึงตัดสินใจกลับมายังเขาฮัวกั่วซานบำเพ็ญเพียรในถ้ำจนสามารถบรรลุเป็นเซียน


หลังจากนั้นก็ลงไปคารวะเจ้าสมุทรตงไห่ เยี่ยมพญายมราชเหงี่ยมล่ออ๋อง ตามด้วยอาละวาดสวรรค์ตามแบบอย่างของบรรพบุรุษตน เง็กเซียนฮ่องเต้จึงส่งซุนหงอคงลงมาปรับทัศนคติ และสวมมงคลให้ทายาทของตน 


ซุนลี่จิงพยายามดึงออกแต่ไม่สามารถดึงออกได้ จึงปล่อยไว้บนหัวอย่างนั้น
.
.
.
.
.
หลังอีเว้นท์อัญเชิญพระไตรปิฎก พระถังซัมจั๋ง ( 唐三藏; Tang Sanzang) กับซุนหงอคง อยากรู้ว่าชาวโลกนั้นศึกษาพระธรรมของพุทธองค์กันอย่างไรบ้าง จึงแปลงเป็นภิกษุชราลงมาเมืองฉางอัน เห็นความรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนา แต่กลับพบว่ามีคนบิดเบือนพระธรรมเพื่อผลประโยชน์


พระถังกับหงอคงขึ้นไปฟ้องพระยูไล พระยูไลจึงให้จัดอีเว้นท์อัญเชิญพระไตรปิฎกขึ้นอีกครั้ง


ครั้งนั้นมีขุนนางชื่อ หันหยู (韓愈; Hanyu) (อาของหันเซียงจื่อ หนึ่งในคณะโป๊ยเซียน) ได้ยื่นฎีกาคัดค้านพระเจ้าถังเสียนจง (Emperor Xuanzong of Tang) เรื่องการอัญเชิญพระธาตุ ทำให้ถูกเด้งไปเป็นเจ้าเมืองแต้จิ๋ว 


วันหนึ่งหันหยูพบกับภิกษุชื่อ พระถังปั่วกี๋ (唐半偈; Tang Banji) พระถังปั่วกี๋ว่าฎีกาคัดค้านของหันหยูนั้นดีมาก ต่อมาได้เดินทางไปฉางอันและเขียนฎีกาถวายฮ่องเต้ว่ามีการบิดเบือนพระธรรมเพื่อผลประโยชน์ ควรให้มีการอัญเชิญพระไตรปิฎกอีกครั้ง 


พระเจ้าถังเสียนจงจึงมอบหมายให้พระถังปั่วกี๋ไป พระถังซัมจั๋งและซึงหงอคงได้มาหาเพื่อสอนมนตร์เรียกลูกศิษย์ และมอบไม้เท้าวิเศษที่สามารถไล่ปีศาจได้


เมื่อพระถังปั่วกี๋สวดคาถา ซุนลี่จิงก็ถูกงคลรัดหัว จึงเหาะจากเขาฮัวกั่วซานมาตามสาย พระถังปั่วกี๋จึงรับเป็นลูกศิษย์


ต่อมาพระเจ้าถังเสียนจงได้ถวายของเดินทางพร้อมกับม้า แต่ซุนลี่จิงว่าม้าไม่ดี ลงไปหาเจ้าสมุทรตงไห่เพื่อให้แปลงเป็นม้า เจ้าสมุทรตงไห่ไม่ยอมแต่มอบม้าพันธุ์ดีสมัยฝูซี (伏羲; Fuxi) และอานม้าของพระเจ้าโจวเจ้า (周昭王; Zhouzhao Wang) 


มื่อได้ม้า ก็พร้อมออกเดินทางไปยังชมพูทวีปอีกครั้ง
.
.
.
.
.
ระหว่างเดินทาง คณะตี้ผ่านภูเขาปุ๊หม่านซาน อันเป็นที่อยู่ของปีศาจหนู aka ราชาผู้ไร้สิ้น (缺陷大王; Quexian Dawangซุนลี่จิงจึงช่วยชาวบ้านปราบ ปีศาจหนูดำดินหนี 


ซุนลี่จิงรู้ว่าปีศาจหนูเป็นธาตุไม้ จึงไปขอยืมทองกับเซียนหลี่ (六賊; Liuzei) มาฝังใต้ภูเขาทำให้ปีศาจหนูโผล่ออกมาจากดิน และจับตัวพระถัวปั่วกี๋ไป ซุนลี่จิงจึงตามมาช่วยและสังหารปีศาจหนูได้ และออกเดินทางต่อไป
.
.
.
.
.
ขอกล่าว flashback ไปยุคพระถังซัมจั๋ง ก่อนที่ตือโป๊ยก่าย (豬八戒; Zhu Bajie) จะเข้าคณะตี้ได้แต่งงานอยู่กินกับเกาชุ่ยหลาง (高翠蘭Gao Cuilan


เมื่อโป๊ยก่ายออกเดินทาง เกาชุ่ยหลางได้คลอดลูกออกมา หากแต่มีหน้าเหมือนหมู หลังแม่จากไป น้องตือออกเดินทางตามหาพ่อเป็นเวลา 200 ปี แต่ไม่ข่าวเลย 


วันหนึ่ง น้องตือรู้สึกหิวอยากจะจับคนกิน เทพเจ้ารู้สึกสงสาร จึงแจ้งถึงอีเว้นท์อัญเชิญพระไตรปิฎก round 2 ให้แสวงหาวัดถือศีลรอคอยคณะตี้


น้องตือเดินทางถึงวัดฝูฮั่วซือ เข้าไปหาเจ้าอาวาสเพื่อขอบวช แต่เจ้าอาวาสเห็นหน้าตาแล้วปฏิเสธ ก็โกรธจึงหักเสาธงหน้าวัด ไล่ตีภิกษุสามเณร และยึดวัดมาเป็นของตน 


เจ้าอาวาสและพระทั้งหลายหนีไปจำพรรษาที่วัดใต้ภูเขา อาศัยการทำพิธีหาเลี้ยงชีพ เมื่อคณะตี้เดินทางผ่านมา พบว่าเจ้าอาวาสบิดเบือนพระธรรมจึงตักเตือน เจ้าอาวาสขออภัยและให้ซุนลี่จิงไปปราบปีศาจที่วัด ซุนลี่จิงต่อสู้กับน้องตือ จนรู้ว่าเป็นลูกของตือโป๊ยก่าย จึงพาตัวฝากตัวขอเป็นศิษย์ บวชให้ในนาม ตือเจ็กก่าย (豬一戒; Zhu Yijie) และเข้าร่วมคณะตี้ 
.
.
.
.
.
ขอกล่าว flashback ไปยุคพระถังซัมจั๋งอีกครั้ง เมื่อคราวซัวเจ๋ง (沙僧Sha Wujing) ได้ฝากตัวเป็นศิษย์พระถังซำจั๋ง และนำประคำหัวกะโหลกพันกับน้ำเต้าเพื่อพาข้ามแม่น้ำลิ้วซัวฮ้อ 


เมื่อประคำหัวกะโหลกสัมผัสพระถังจึงได้รับพลัง ก่อตัวเป็นปีศาจพระชื่อ เหมยยิน (媚陰; Meiyin) อาศัยอยู่ในแม่น้ำหลิวซัวฮ้อ คอยจับผู้คนมากิน


เมื่อซัวเจ๋งรู้ว่าจะมีอีเว้นท์อัญเชิญพระไตรปิฎก round 2 จึงให้สามเณรหน้าดำ (沙致和; Sha Zhiheลูกศิษย์ของตนไปรอที่แม่น้ำหลิวซัวฮ้อ เพื่อพาพระถังปั่วกี๋ข้ามแม่น้ำ 


แต่เรื่องทราบถึงภิกษุเหมยยิน จึงวางแผนหลอกสามเณรหน้าดำว่า หากข้ามแม่น้ำต้องใช้น้ำเต้าของเจ้าแม่กวนอิม สามเณรหลงเชื่อจึงไปขอน้ำเต้า


เมื่อคณะตี้เดินทางมาถึง เหมยยินก็หลอกว่าตนคือลูกศิษย์ของซัวเจ๋ง มาช่วยพระถังปั่วกี๋ข้ามแม่น้ำ แต่ขอให้ซุนลี่จิงกับตือเจ็กก่ายเหาะไปเพราะที่ไม่พอ แต่เมื่อข้ามแม่น้ำ เหมยยินกลับลักพาตัวพระถังปั่วกี๋ไปที่สุสานของตนเอง 


ขณะนั้นสามเณรหน้าดำกลับมาพอดี ขณะที่เหมยยินกำลังเตรียมจะกินพระถังปั่วกี๋ ตือเจ็กก่ายตามมาช่วยทัน สามเณรหน้าดำหยิบรูปอรหันต์ทองคำ (ซัวเจ๋ง) ขึ้นมา เหมยยินกลัวจึงยอมแพ้ พระถังจึงรับสามเณรหน้าดำเป็นศิษย์ เมื่อครบคณะแล้วจึงเดินทางต่อไป
.
.
.
.
.
เมื่อเดินทางมาได้สักพัก ก็ต้องเผชิญกับขุนพลเฮิงฮา (Heng and Ha) (ตัวในห้องสิน) แต่ก็เอาชนะมาได้ 


เมื่อคณะตี้เดินทางมาถึงภูเขาอี้เจี้ยซาน ก็ได้เผชิญหน้ากับอ๋องอารยธรรม (文明大王Wenming Dawang) เดิมเป็นคนจีนแต่ถูกคนตัดฟืนฆ่าชิงทรัพย์ วิญญาณกลายเป็นปีศาจกิเลน และได้เกลียดชังพุทธศาสนา ได้ขัดขวางการเดินทาง


ซุนลี่จิง ตือเจ็กก่าย สามเณรหน้าดำเข้าต่อสู้กับอ๋องอารยธรรม พระถังปั่วกี๋ถูกพู่กันทองทับจนขยับไปไหนไม่ได้ เหล่าลูกศิษย์ได้ย่องมาช่วยแต่ยกพู่กันไม่ออก ซุนลี่จิงจึงไปขอความช่วยเหลือกับเทพเหวินชางตี้จวิน / บุ่นเชียง (文昌帝君 Wenchang Dijun) จึงพบว่าอ๋องอารยธรรมแอบขโมยพู่กันทองของขงจื้อ (Confucius)


เทพบุ่นเชียงจึงให้เทพขุยซิง (魁星Kuixing) ลงไปเอาพู่กันกลับมาและขอให้ไว้ชีวิตอ๋องอารยธรรมไว้ ซุนลี่จิงจึงไปท้าสู้ใหม่ อ๋องอารยธรรมเห็นพู่กันของตนอยู่ในมือเทพขุยซิงก็สลดใจ ยอมแพ้หนีเข้าถ้ำไป คณตี้จึงเดินทางต่อไป
.
.
.
.
.
เมื่อเดินทางถึงภูเขาหยินหยาง ซึ่งเป็นที่อยู่ของปีศาจหยิน ปีศาจหยาง


อากาศของภูเขาหยินเหน็บหนาวเข้ากระดูก ส่วนภูเขาหยางกลับร้อนจัดเหมือนไฟ ซุนลี่จิงและตือเจ็กก่ายจึงขุดอุโมงค์เพื่อระบายอากาศ จนขุดไปขุดมาเจอถ้ำของปีศาจหยิน-หยาง จึงต่อสู้กัน ปีศาจหยางจับตัวพระถังปั่วกี๋ ตือเจ็กก่าย และสามเณรหน้าดำไว้ได้ 
.
.
.
.
.
ซุนลี่จิงทำการข่มขวัญ ทำให้ปีศาจหยิน-หยางกลัวมาก หนีไปพึ่งกุมารน้อย (造化小兒Zaohua Xiao'er) แห่งเขาจ้าวฮั่วซาน


กุมารน้อยท้าสู้ให้ซุนลี่จิงลอดห่วงของตนให้ได้ทุกห่วงจึงจะปล่อยคณะตี้ ซุนลี่จิงสามารถลอดห่วงแห่งชื่อเสียง ห่วงแห่งผลประโยชน์ ห่วงแห่งสุรา ห่วงแห่งสมบัติ ห่วงแห่งสีสัน ห่วงแห่งอารมณ์ ห่วงแห่งรักโลภโกรธหลง แต่เมื่อถึงห่วงสุดท้ายคือห่วงแห่งชัยชนะกลับติดตัว ไม่สามารถลอดได้ 


ซุนลี่จิงจึงเหาะขึ้นสวรรค์ พบกับเล่าจื้อ (老子 Lao Zi) ศาสดาลัทธิเต๋า เล่าจื้อว่าเป็นเพราะซุนลี่จิงคิดแต่จะชนะกุมารน้อยจึงติดห่วง ซุนลี่จิงคิดได้ห่วงจึงหลุดออกมา และกลับไปหากุมารน้อยเพื่อขอภัย กุมารน้อยจึงปล่อยตัวคณะตี้ พร้อมกับอวยพรให้อัญเชิญพระไตรปิฎกได้สำเร็จ คณะตี้จึงลากุมารน้อยเดินทางไปชมพูทวีปต่อไป
.
.
.
.
.
ขอกล่าว flashback ไปยุคพระถังซัมจั๋งอีกครั้ง เมื่อตอนที่ซุนหงอคงรบกับราชาปีศาจกระทิง หนิวโหมวหวัง (牛魔王Niu Mowang)


ตือโป๊ยก่ายบุกเข้าไปในวังของหนิวโหมวหวัง แล้วฆ่าองค์หญิงหน้าหยก (玉面娘娘Yumian Niangniang) ภรรยาน้อยของหนิวโหมวหวังตาย 


วิญญาณนางยังคงวนเวียนอยู่ และบำเพ็ญเพียรจนเป็นเซียน องค์หญิงหน้าหยกสร้างเมืองปีศาจขึ้นมา และตั้งให้หนิวโหมวหวังปกครองเมือง อยู่ร่วมเสพสุขกับนางเง็กหมิ่ง มีลูกชื่อ นิลกุมาร (黑孩兒太子Hei Hai'er Taizi) มีนิสัยซุกซนและเอาแต่ใจ (เด็กเปรตหงไห่เอ๋อ 2)


เมื่อคณะตี้เดินทางมาถึงเมือง ชาวผีปีศาจก็ชี้ทางไปวัดบนเขาซึ่งมีนักพรตหญิงอาศัยอยู่ นักพรตหญิงทำโจ๊กมาถวายคณะตี้ แต่ตือเจ็กก่ายไม่อิ่มจึงลงไปในเมืองสั่งหมั่นโถวแต่ไม่มีเงินจ่าย


ชาวผีจึงฟ้องนิลกุมาร นิลกุมารพร้อมบริวารจึงไปยังวัด จับตัวตือเจ็กก่ายไปท้องพระโรง เมื่อรู้ว่าเป็นลูกตือโป๊ยก่าย องค์หญิงหน้าหยกจึงสั่งให้จับตัวไว้ และให้นิลกุมารไปจับคณะตี้ที่เหลือมา แต่จับไม่ได้เพราะพระถังปั่วกี๋นั่งสมาธิ


รุ่งเช้า นักพรตหญิงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง ซุนลี่จิงจึงไปถามกับหนิวโหมวหวัง หนิวโหมวหวังไม่ทราบเรื่องจึงถามนิลกุมารว่าเอาตัวตือเจ็กก่ายมาหรือเปล่า นิลกุมารยอมรับ 


ซุนลี่จิงจึงอาละวาดไล่สู้กับทหารปีศาจ นิลกุมารเป่าลมจนมืด ซุนลี่จิงไปหาเหงี่ยมล่ออ๋อง พญายมราชแนะให้ไปหาโพธิสัตว์กษิติครรภ์ (Ksitigarbha) ไม่ทันขาดคำโพธิสัตว์ก็ส่งจดหมายมาถึงซุนลี่จิงความว่า “กิเลสอยู่ในใจ ลมดำพัดเมืองปีศาจ สวดมนต์เจ้าแม่กวนอิม ลมร้ายพลันสลาย” 


ซุนลี่จิงจึงกลับมาเมืองปีศาจ ท่องมนต์เจ้าแม่กวนอิม ควันดำของนิลกุมารก็หายไป และบอกพระถังปั่วกี๋ให้สวดมนต์ ขณะสวดมนต์นั้น ได้มีเมฆสีแดงลอยมาเหนือวัด แสงส่องไปโดนเชือกที่มัดตือเจ็กก่ายขาด ตือเจ็กก่ายรีบวิ่งออกมาแต่กลับไปชนนิลกุมาร จึงเอาเชือกผูกคอนิลกุมารแล้วเดินจูงกลับวัดบนเขา 


พระถังปั่วกี๋สั่งให้ปล่อยนิลกุมาร ฝ่ายองค์หญิงหน้าหยกเมื่อทราบว่านิลกุมารถูกจับไปก็ร้องไห้ฟูมฟาย หนิวโหมวหวังกับองค์หญิงหน้าหยกจำใจเดินทางไปไถ่เธอคืนมา


เมื่อพระถังปั่วกี๋ส่งนิลกุมารคืนให้ หนิวโหมวหวัง องค์หญิงหน้าหยก และนิลกุมารจึงเข้าไปคารวะขอบคุณ และเดินทางมาส่งคณะตี้ที่หน้าประตูเมืองเพื่อเดินทางต่อไป
.
.
.
.
.
หลังฝ่าอุปสรรคต่างๆมาได้ คณะของพระถังปั่วกี๋ได้ถึงวัดลุ่ยอิมยี่ เข้าเฝ้าพระยูไลเพื่อขอพระไตรปิฎกฉบับใหม่ พุทธองค์จึงบัญชาให้พระอานนท์และพระมหากัสสปนำพระไตรปิฎกมามอบให้พระถังปั่วกี๋ คณะตี้ต่างสำเร็จบรรลุอรหันต์จึงขี่เมฆกลับมาเมืองฉางอัน 


พระเจ้าถังมู่จง (Emperor Wuzong of Tangที่ครองราชย์ต่อจากราชบิดาทรงยินดีนัก รับสั่งให้ต้อนรับ พระถังปั่วกี๋เทศน์แสดงธรรมตามพระไตรปิฎกฉบับใหม่ เมื่อเสร็จแล้วได้มีเมฆลอยมารับคณะตี้ขึ้นไปยังแดนสุขาวดีในที่สุด
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

0 ความคิดเห็น