วรรณคดีสไตล์เกรียน

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 159,521 Views

  • 412 Comments

  • 880 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    2,185

    Overall
    159,521

ตอนที่ 114 : นางสงกรานต์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1204
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    3 พ.ค. 61

แต่ล่ะคนก็คงจะได้ยินได้ฟังเรื่องราว ตำนานนางสงกรานต์กันมาแล้วใช่ไหมครับ แน่นอน! เราจะไม่พูดถึง (ถึงจะพูดก็จะขอพูดน้อยๆ) เราจะมาพูดถึงนางสงกรานต์และเรื่องที่คุณก็อาจจะไม่ทราบในวันสงกรานต์ก็แล้วกัน 


สงกรานต์เป็นคำสันสกฤต หมายถึง "การเคลื่อนย้าย" ซึ่งหมายถึงการเคลื่อนย้ายของจักรราศี


สงกรานต์ (Songkran) เป็นประเพณีร่วมภูมิภาคของอาเซียน 


มีเล่นทั้งในไทย ลาว (สงกรานต์ - Songkran) กัมพูชา (ซ็องกราน - Sangkran) พม่า (ทิงยัน -Thingyan) มอญ (ปัจอะห์ต๊ะห์ Patata) ชาวไต (พัวสุ่ยเจี๋ย - Poshui jie) ศรีลังกา - Aluth Avurudda และ ทางตะวันออกของอินเดีย Sangken


สันนิษฐานว่าได้รับอิทธิพลมาจากเทศกาลโฮลี (Holi Festival) ของอินเดีย แต่เทศกาลโฮลีจะใช้การสาดสีแทน และ เริ่มในทุกวันแรม 1 ค่ำเดือน 4 หรือ ในเดือนมีนาคม


การคำนวณวันสงกรานต์มักจะคำนวณตามหลักเกณฑ์ในคัมภีร์สุริยยาตร์ เมื่อพระอาทิตย์ย้ายออกจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษ เรียกว่า "วันมหาสงกรานต์" วันถัดมาเรียกว่า "วันเนา" (ภาษาเขมร แปลว่า อยู่ ) และวันสุดท้ายเป็นวันเปลี่ยนจุลศักราช เรียกว่า "วันเถลิงศก"


การกำหนดปีใหม่ของไทยสมัยก่อนนั้นแบ่งเป็นสองตอน ตอนแรก ขึ้นหนึ่งค่ำเดือนห้า จะเปลื่ยนปีตามนักษัตร แต่ยังไม่เปลี่ยนศก ตอนต่อมาโหรจะนับการโคจรของพระอาทิตย์ ถ้าพระอาทิตย์มาถึงราศีเมษเมื่อไร ก็เถลิงศกขึ้นศักราชใหม่ การใช้ศกนั้นจะบอกเป็น เอก โท ตรี ไปจนถึงสัมฤทธิศกแล้วจะวนมาที่เอกศกอีกรอบ  


เรื่องสงกรานต์นั้น รัชกาลที่ ๕ ทรงอธิบายเอาไว้ในพระราชพิธีสิบสองเดือน เดือนที่ห้าเอาไว้ว่า


" มีมาแต่เมืองจีน เมืองจีนเขาเห็นก่อน ถ้าวันใดจะสงกรานต์แล้วเขาตระเตรียมช่างเขียนไปคอยอยู่ที่ริมทะเลหลายๆ คนด้วยกัน พอเวลาเช้ามืด พระสงกรานต์ขึ้นจากทะเลพอแลเห็นเขาก็วาดรูป คนหนึ่งวาดรูปตัวนาง คนหนึ่งวาดรูปตัวพาหนะ อีกคนหนึ่งวาดรูปบริวาร " 


พูดถึงสงกรานต์ก็ต้องนึกถึงนางสงกรานต์กันใช่ไหมครับ วันนี้เราจะมาเล่าประวัตินางสงกรานต์และเจาะลึกกันว่านางสงกรานต์แต่ล่ะนางเป็นใครและมีคำทำนายอะไรกันบ้าง โดยจะนับจากวันที่เป็นวันมหาสงกรานต์


ในจารึกวัดโพธิ์ เล่าถึงธรรมบาลกุมารที่ตอบคำถามท้าไฝว้กับท้าวกบิลพรหมว่า ตอนเช้าราศีอยู่ที่ใด กลางวันราศีอยู่ที่ใด ตอนเย็นราศีอยู่ที่ใด โดยตกลงกันว่า ถ้าธรรมบาลแพ้ก็จะถูกตัดใจ ถ้าชนะ พรหมจะตัดหัวตัวเองให้


ธรรมบาลตอบว่า ตอนเช้าราศีอยู่ที่หน้า มนุษย์จึงต้องเอาน้ำล้างหน้า กลางวันราศีอยู่ที่อก มนุษย์จึงเอาน้ำพรมอก ตอนเย็นราศีอยู่ที่เท้า มนุษย์จึงเอาน้ำล้างเท้า 


ท้าวกบิลพรหมจึงจำต้องตัดเศียรตามคำสัญญา แต่ด้วยว่าเศียรของพรหมนั้น หากตกต้องพื้นดิน พื้นดินก็จะลุกเป็นไฟ จึงเรียกธิดาทั้งเจ็ดมาให้นำพานมารองรับเศียร แล้วนำไปแห่ประทักษิณรอบเขาพระสุเมรุเป็นประจำทุกปี...


วันอาทิตย์ : นางทุงษะเทวี (Thungsa Devi)

ทรงพาหุรัด ทัดดอกทับทิม เครื่องประดับปัทมราช ภักษาหารผลมะเดื่อ มือขวาถือจักร มือซ้ายถือสังข์ มาบนหลังครุฑ ทางล้านนาจะมีชื่อว่า นางแพงศรี

คำทำนาย : ถ้าวันอาทิตย์เป็นวันมหาสงกรานต์ ปีนั้นพืชพันธุ์ธัญญาหารไม่สู้จะงอกงามนัก ถ้าวันอาทิตย์เป็นวันเนา ข้าวจะตาย คนต่างด้าวจะเข้าเมืองมาก ท้าวพระยาจะร้อนใจ ถ้าวันอาทิตย์เป็นวันเถลิงศก พระมหากษัตริย์จะมีพระบรมเดชานุภาพ ปราบศัตรูได้ทั่วทุกทิศ  


วันจันทร์ : นางโคราคะเทวี (Khorakha Devi)

ทรงพาหุรัด ทัดดอกปีบ เครื่องประดับมุกดา ภักษาหารน้ำมัน (เออ! นางสงกรานต์เป็นไบโอดีเซลเหรอครับ) มือขวาถือพระขรรค์ มือซ้ายถือไม้เท้า มาบนหลังเสือ ทางล้านนาจะมีชื่อว่า นางมโนรา

คำทำนาย : ถ้าวันจันทร์เป็นวันมหาสงกรานต์ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ตลอดจนคุณหญิงคุณนายทั้งหลายจะเรืองอำนาจ ถ้าวันจันทร์เป็นวันเนา มักเกิดความไข้ต่างๆ เกลือจะแพง นางพญาจะร้อนใจ ถ้าวันจันทร์เป็นวันเถลิงศก พระราชินีและท้าวนางฝ่ายในจะมีความสุขสำราญ


วันอังคาร : นางรากษสเทวี (Raksot Devi)

ทรงพาหุรัด ทัดดอกบัวหลวง เครื่องประดับโมรา ภักษาหารเลือด (สงสัยนางสงกรานต์เป็นแวมไพร์ เฮอๆๆ) มือขวาถือตรีศูล มือซ้ายถือธนู มาบนหลังหมู ทางล้านนาจะมีชื่อว่า นางรากษส 

คำทำนาย : ถ้าวันอังคารเป็นวันมหาสงกรานต์ โจรผู้ร้ายจะชุกชุม จะเกิดการเจ็บไข้ร้ายแรง แต่ถ้าวันอังคารเป็นวันเนา ผลหมากรากไม้จะแพง ถ้าวันอังคารเป็นวันเถลิงศก ข้าราชการทุกหมู่เหล่าจะมีความสุข มีชัยชนะแก่ศัตรูหมู่พาล 


วันพุธ : นางมณฑาเทวี (Mantha Devi)

ทรงพาหุรัด ทัดดอกจำปา เครื่องประดับไพฑูรย์ ภักษาหารนมเนย มือขวาถือเข็ม มือซ้ายถือไม้เท้า มาบนหลังลา ทางล้านนาจะมีชื่อว่า นางมันทะ

คำทำนาย : ถ้าวันพุธเป็นวันมหาสงกรานต์ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จะได้รับการยกย่องจากต่างประเทศ ถ้าวันพุธเป็นวันเนา ข้าวปลาอาหารจะแพง แม่หม้ายจะพลัดที่อยู่ ถ้าวันพุธเป็นวันเถลิงศก บรรดานักปราชญ์ราชบัณฑิตจะมีความสุขสำราญ 


วันพฤหัสบดี : นางกิริณีเทวี (Kirini Devi)

ทรงพาหุรัด ทัดดอกมณฑา เครื่องประดับมรกต ภักษาหารถั่วงา มือขวาถือขอช้าง มือซ้ายถือปืน มาบนหลังช้าง ทางล้านนาจะมีชื่อว่า นางกัญญาเทพ 

คำทำนาย : ถ้าวันพฤหัสบดีเป็นวันมหาสงกรานต์ ผู้น้อยจะแพ้เจ้านาย ถ้าวันพฤหัสบดีเป็นวันเนา ผลไม้จะแพง ราชตระกูลจะมีความร้อนใจ ถ้าวันพฤหัสบดีเป็นวันเถลิงศก สมณชีพราหมณ์จะปฏิบัติกรณียกิจอันดีงาม


วันศุกร์ : นางกิมิทาเทวี (Kimitha Devi)

ทรงพาหุรัด ทัดดอกจงกลนี เครื่องประดับบุษราคัม ภักษาหารกล้วยน้ำ มือขวาถือพระขรรค์ มือซ้ายถือพิณ มาบนหลังควาย ทางล้านนาจะมีชื่อว่า นางริญโท (ไม่ใช่ริงโทนนะ ฮา)

คำทำนาย : ถ้าวันศุกร์เป็นวันมหาสงกรานต์ พืชพันธุ์ธัญญาหารจะอุดมสมบูรณ์ ฝนชุก พายุแรง ผู้คนจะเป็นโรคตาและเจ็บไข้กันมาก ถ้าวันศุกร์เป็นวันเนา พริกจะแพง แร้งกาจะเป็นโรค สัตว์ป่าจะเป็นอันตราย แม่หม้ายจะมีลาภ ถ้าวันศุกร์เป็นวันเถลิงศก พ่อค้าคหบดีจะทำมาค้าขึ้น มีผลกำไร


วันเสาร์ : นางมโหธรเทวี (Mahotorn Devi)

ทรงพาหุรัด ทัดดอกสามหาว เครื่องประดับนิลรัตน์ ภักษาหารเนื้อทราย มือขวาถือจักร มือซ้ายถือตรีศูล มาบนหลังนกยูง ทางล้านนาจะมีชื่อว่า นางสามาเทวี

คำทำนาย : ถ้าวันเสาร์เป็นวันมหาสงกรานต์ โจรผู้ร้ายจะชุกชุม จะเกิดการเจ็บไข้ร้ายแรง ถ้าวันเสาร์เป็นวันเนา ข้าวปลาจะแพง ข้าวจะได้น้อย ผลไม้จะแพง น้ำน้อย จะเกิดเพลิงกลางเมือง ขุนนางจะต้องโทษ ถ้าวันเสาร์เป็นวันเถลิงศก บรรดาทหารทั้งปวงจะมีชัยชนะแก่ข้าศึกศัตรู 


อย่างไรก็ตาม ยังมีคำทำนายที่ทำนายตามความเชื่อเกี่ยวกับอิริยาบถของนางสงกรานต์ ดังนี้

1. ถ้านางสงกรานต์ยืนมา จะเกิดความเดือดร้อนเจ็บไข้ 
2. ถ้านางสงกรานต์นั่งมา จะเกิดเหตุเภทภัยต่าง ๆ 
3. ถ้านางสงกรานต์นอนลืมตา ประชาชนจะอยู่เย็นเป็นสุข 
4. ถ้านางสงกรานต์นอนหลับตา กษัตริย์จะเจริญรุ่งเรือง


แล้ว ร. ยังทรง "แซว" นางสงกรานต์เอาไว้ตอนหนึ่งว่า

" ในท่านทั้งเจ็ดที่มานี้ อยู่ข้างจะทรงพาหนะนั้นแข็งๆ ด้วยกันทุกองค์ สู้คนขี่ม้าเซอคัสได้ เสด็จมาแล้วไม่ขี่ตามปรกติเลย ทรงแผลงท่าต่างๆ ไป คือพระอาทิตย์ยกตั้งแต่เช้าจนเที่ยง ไม่ว่าองค์ใดมายืนทั้งสิ้น แต่ไม่ต้องทรงถือบังเหียนเหมือนเซอคัส ตั้งแต่เที่ยงไปจนค่ำนั่งทั้งสิ้น ตั้งแต่ค่ำไปจนเที่ยงคืน นอนลืมตาทั้งสิ้น ตั้งแต่เที่ยงคืนไปจนรุ่งนอนหลับตาทั้งสิ้น เพราะเหตุที่นางมหาสงกรานต์เล่นเซอคัสท่าต่างๆ คนละสี่ท่าสี่ท่าเช่นนี้ จึงเป็นยี่สิบแปดท่าเปลี่ยนกันไป "


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #84 2182518 (@2182518) (จากตอนที่ 114)
    วันที่ 5 เมษายน 2559 / 13:10
    ขอบคุณนะคะ อยากเข้ามาบอกว่าติดตามอ่านตลอดเลยค่ะ
    ได้ความรู้มากจริง ไม่มากไม่น้อย กำลังดี
    #84
    0