นกเอี้ยงเลี้ยงควายเศร้า ♥ ︱กังกร

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,640 Views

  • 72 Comments

  • 213 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    389

    Overall
    5,640

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 1 : วิธี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 859
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 68 ครั้ง
    10 พ.ย. 61


 

เช้าวันแรกของการเริ่มงานอย่างเป็นทางการ ชายร่างเล็กตื่นขึ้นแต่เช้าเพื่อจะลุกมาเตรียมหาข้าวเช้าให้ไอ้หน้าหล่อที่หลับอุตุอยู่บนเตียง แม้จะไม่ได้มีใครสั่งให้ทำแต่มันก็เป็นสิ่งแรกๆที่กรพอจะนึกออกสำหรับอาชีพพี่เลี้ยง

 

กรเดินเข้าครัวมาเปิดตู้เย็นตู้ใหญ่ในครัวเพื่อจะมองหาวัตถุดิบมาใช้สำหรับทำอาหารเช้า แต่เปิดมาก็ต้องถอนหายใจจนไหล่ยกเพราะในนั้นมันโล่งอย่างกับตู้เย็นตัวโชว์ในห้างสรรพสินค้า มีก็แต่น้ำดื่มแช่อยู่สองสามขวด กับเศษแอปเปิ้ลที่มีรอยกัดไปหนึ่งคำตั้งตะง่านอยู่ที่ชั้นแช่ของในสภาพที่มองด้วยตาก็รู้ว่ามันคงไม่สามารถกินได้อีกแล้ว

 

"แดกลมเป็นอาหารหรอวะ.." กรบ่นพลางส่ายหัวเบาๆ

 

งานพี่เลี้ยงที่กรเคยคิดว่าง่ายตอนนี้เหมือนเขาต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ทั้งหมด ตอนนี้ที่นี่ไม่มีอะไรง่ายสำหรับเขา ทั้งเรื่องงาน ทั้งเรื่องความรู้สึก แต่ก็นะ ตกลงรับปากไปแล้วว่าจะทำ อยู่ๆจะมากลับคำมันก็ขัดกับการเป็นแบบกรเหลือเกิน

 

ในเมื่อคืนคำไม่ได้สิ่งเดียวที่ทำได้ก็คงจะเป็นการทำหน้าที่พี่เลี้ยงให้ดีที่สุด คิดได้แบบนั้นกรก็ย้ายร่างของเขาลงไปที่มินิมาร์ทใต้คอนโดเพื่อหาของกินที่พอจะเอามาเป็นอาหารให้กังในมื้อแรกได้ เอาแค่พอกินได้แบบตื่นมาแล้วไม่โมโหหิว

 

เดินวนไปวนมาในมินิมาร์ทอยู่นานสองนานสิ่งที่ได้มากลับมีแค่นมขวดใหญ่กับขนมปังแถวโง่ๆที่หลับตานึกภาพก็เห็นอาหารเช้าที่โคตรจะสิ้นคิด ก่อนจะจ่ายเงินกรก็เดินมาหยิบไส้กรอกติดไปด้วยเพื่อว่ากังเกิดจะอยากกินอะไรที่เป็นของคาวขึ้นมา

 

ซื้อของเสร็จ เดินกลับขึ้นมาบนห้อง มันก็พอดีกันกับที่กังลุกขึ้นมาอาบน้ำแล้วพอดี กรไม่รอช้าที่เดินเข้าครัวมาเตรียมจัดขนมปังเปล่าๆลงบนจานแถมวางขนาบข้างด้วยไส้กรอกที่อุ่นพร้อมทาน และยกมาวางบนโต๊ะในห้องรับแขกพร้อมรินนมลงแก้วไว้รอ

 

ไม่นานนักกังก็อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ เหมือนเขารู้ดีว่ามีคนตัวเล็กเตรียมอาหารเช้าเอาไว้ให้เขา แม้ว่าปกติเขาจะไม่กินข้าวเช้า และถึงแม้ว่าคนที่ทำข้าวเช้าให้วันนี้จะเป็นคนที่เขาไม่ชอบหน้า แต่กังก็ไม่ใจร้ายถึงขนาดจะเมินน้ำใจของกรในครั้งนี้

 

กังเดินมานั่งลงที่โซฟาในห้องรับแขก นั่งห่างจากกรเล็กน้อยพอให้มีที่ว่างระหว่างพวกเขาสองคน ตาคู่ดุเพ่งมองอาหารที่อยู่ในจานก็ถึงกับต้องหันไปมองหน้าคนทำ กรส่งยิ้มบางๆให้เขา กังหยิบขนมปังเปล่าๆที่ไร้ความอร่อยขึ้นมาเคี้ยว มืออีกข้างก็หยิบแก้วนมขึ้นมามองอยู่นาน

 

กรมองท่าทีของกังอย่างสงสัย หมอนั่นเป็นอะไร .. เอาแต่มองมันจะอิ่มหรอวะ ไม่นานกังก็ทำอย่างอื่นที่มากกว่าการมอง กังลุกจากโซฟาเพื่อเดินเข้าไปในห้องครัวก่อนจะเทนมทั้งแก้วลงในอ่างล้างจานต่อหน้าต่อตากร

 

"เห้ยๆๆ อะไรของมึงวะ เททิ้งทำไม" กรถึงกับฉุนจัดที่อยู่ๆกังก็ทำแบบนี้

 

ก็เข้าใจแหละว่าไม่ชอบหน้ากันแต่ไอ้พฤติกรรมแบบนี้มันก็ดูจะจงใจกวนประสาทกันเกินไป ที่กังเททิ้งนั่นมันคือความตั้งใจของกรเลยนะ เขาอุตส่าห์ลงไปเดินหาซื้อมาให้ อยู่ๆมาเททิ้งและทำหน้านิ่งไม่รู้สึกผิดใส่แบบนี้อีก

 

"......." กังไม่ตอบ แต่เอื้อมมือเปิดน้ำเพื่อจะล้างคราบนมให้หายไปจากอ่างล้างจานของเขา

 

"กูพูดกับมึงอยู่นะ กูถามว่ามึงเททิ้งทำไม กูก็เข้าใจนะเว้ยว่ามึงไม่ชอบหน้ากูอ่ะ แต่กูอุตส่าห์ตื่นเช้าลงไปหามาให้มึงกิน แล้วมึงมาเททิ้งแบบนี้หรอวะ" กรบ่นต่อด้วยอารมณ์โกรธที่มากขึ้น มันยิ่งหน้าโกรธเมื่อกังมองหน้าเขาแต่สายตาคู่นั้นกลับดูไร้ความรู้สึกผิด

 

"กูไม่กินนม" กังตอบด้วยเสียงเรียบ ช่วยเบรคอารมณ์ที่พุ่งพล่านลงได้เล็กน้อย

 

"ทำไม"

 

"กูกินไม่ได้"

 

"แพ้หรอวะ.." กรถาม เพียงไม่ถึงนาทีความโกรธของเขาก็หายไปแล้ว ไม่สิ่ ต้องบอกว่า พอได้รู้ว่ากังมีเหตุผลเขาก็ไม่กล้าที่จะโมโหใส่กัง

 

"อืม"

 

"ละ .. แล้ว มึงแพ้อะไรอีกบ้างอ่ะ กูจะได้จำไว้"

 

"เยอะอ่ะ ตัวกูก็จำไม่ได้เหมือนกัน ถามทำไม จะเอามาให้กูกินหรอ" กังถาม

 

"มึงจะบ้าหรอ กูแค่ต้องรู้ไว้อ่ะ ต่อไปนี้กูคงต้องเป็นคนทำกับข้าวให้มึงกิน แล้วถ้ากูทำอะไรที่มึงกินไม่ได้แล้วมึงตายขึ้นมากูก็ซวยดิ่ อีกอย่างกูไม่อยากเห็นมึงเทของที่กูตั้งใจทำทิ้งแบบนี้ด้วย"

 

"นมนี่มึงซื้อมา ไม่ต้องอินขนาดนั้นก็ได้มั้ง"

 

"ก็รู้ว่าซื้อมา แต่กูก็ตั่งใจเดินลงไปซื้อมาให้มึงไง กูอุตส่าห์ใช้ขาสั้นๆของกูเนี่ยเดินไปที่ลิฟต์แล้วก็กดลิฟต์ไปชั้นล่างเพื่อหานมมาให้มึงกินเลยนะเว้ย" กรตอบ

 

หน้าที่ที่ดูตั้งใจอธิบายของกรทำให้กังเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว เอาจริงๆมองหน้ากรแล้วก็อดคิดถึงสมัยก่อนตอนที่เขาเป็นเพื่อนสนิทกันไม่ได้ ตอนนั้นกรก็เป็นเพื่อนที่น่ารักแบบนี้ ถ้าไม่มีปัญหากันป่านนี้พวกเขาก็คงสนิทกันอยู่

 

"แล้วทำไมมึงไม่ซื้ออย่างอื่นมา มาม่าก็ได้"

 

"ผงชูรสเยอะนะมึง เออ วันนี้มึงมีธุระไปไหนป่ะ แม่มึงให้เงินกูไว้อ่ะ ค่ากับข้าว กูว่าจะชวนมึงไปห้าง ซื้อพวกผัก เนื้อสัตว์ มาแช่ตู้เย็นไว้"

 

"กูว่าง แต่กูไม่อยากไปเท่าไหร่ มึงก็ไปเองสิ่ รถก็ขับเองเป็น" กังตอบ

 

"แต่กูไม่ได้อยู่แถวนี้ป่ะวะ กูจะรู้ได้ไงว่าห้างมันอยู่ตรงไหน มึงไปกับกูหน่อยดิ่ ครั่งเดียว พอกูรู้ทางแล้ว ครั้งต่อไปกูก็ไม่กวนมึงแล้ว"

 

"เออ ก็ได้"

 

"เออมึง แล้วก็อีกเรื่องนึง .. กูขอซื้อกระจกมาติดในห้องน้ำเพิ่มได้ป่ะวะ คือกระจกมึงมันสูงมากเลยอ่ะ กูส่องแล้วเห็นแค่คิ้วตัวเอง" กรพูดออกมาในสิ่งที่ทำให้กังถึงกับกลั้นขำเอาไว้ไม่อยู่ น่าเอ็นดูซะจริง

 

"ฮึๆ อื้ม" กังพยายามกลั้นยิ้มเอาไว้พร้อมพยักหน้าตอบตกลงไปหนึ่งที

 

กรดูจะพอใจในคำตอบเพราะทันทีกังตอบตกลงกรก็ฉีกยิ้มหวานให้ก่อนจะเบี่ยงเบนความสนใจของตัวเองไปหาแก้วใบเปล่าที่วางอยู่กลางอ่างล้างจาน กรหยิบมันมาล้างให้สะอาดอีกครั้งก่อนจะเอาไปคว่ำไว้บนชั้นวางแก้ว

 

..............

 

SIIT , มหาวิทยาลัย (เหนือ นีออน)

 

"เห้ย ปีสามอ่ะ ว่างอยู่ป่ะวะ" เสียงตะโกนจากรุ่นพี่ศิษย์เก่าตะโกนลั่นลานกิจกรรมใต้ตึกคณะที่มีนักศึกษาเดินกับพลุกพล่าน

 

คนที่ถูกหมายหัวกะจะเรียกใช้งานคือนักศึกษาปีสามที่สวมช๊อปสีเข้มตามแบบฉบับเด็กวิศวะ ช่วงนี้มันเป็นช่วงเวลาของการจัดเตรียมงานกิจกรรมวัน open house ของมหาลัย ทำให้ไม่ว่าใครที่เดินผ่านใต้ตึกแล้วดูว่างงานก็ต้องถูกเรียกมาช่วยทำตัวให้เป็นประโยชน์

 

"ครับพี่.." นักศึกษาตัวสูงแก้มป่องหันมามองรุ่นพี่ที่เรียกเขาพลางยกมือขึ้นไหว้แบบอัตโนมัต

 

"ปีสามใช่ป่ะวะ ชื่อไรนะมึงอ่ะ"

 

"นีออนครับพี่"

 

"เออ นีออน ว่างอยู่ใช่ป่ะ พี่รบกวนหน่อยดิ่ เดี๋ยวมึงช่วยเอาถังสีไปให้ไอ้เหนือที่สนามทีนะ มันทำป้ายคณะเราอยู่ที่สนามอ่ะ รู้จักใช่ป่ะ ไอ้เหนืออ่ะ" รุ่นพี่พูดเชิงออกคำสั่งมากกว่าเป็นการขอร้องให้ช่วย

 

"เหนือ .. ตัวเล็กอ่ะนะ" นีออนพูดพลางนึก

 

เขาพอจะนึกออกว่าในห้องมีเพื่อนที่ชื่อเหนือตัวเล็กๆหน้าเหวี่ยงๆ แต่ก็แค่รู้จักชื่อ เพราะเขาไม่เคยคุยกันเลยตั้งแต่ปีหนึ่ง เห็นว่าเหนือเป็นพวกป่าเถื่อน มีเรื่องชกต่อยอยู่บ่อยๆ ตอนปีหนึ่งก็เคยมีข่าวว่าต่อยกับรุ่นพี่คณะอื่น การไม่เอาตัวเข้าไปคลุกคลีกับคนแบบนี้ก็ดูจะเป็นคิดที่ไม่เลว

 

แต่ตอนนี้ในเมื่อรุ่นพี่เอ่ยปากใช้งานเขาแล้วจะปฏิเสธมันก็คงไม่เหมาะ เอาวะ แค่เอาถังสีไปให้ คงไม่ต้องพูดคุยอะไรกันมากหรอก นีออนประมวลผลในสมองแรมต่ำของเขา

 

"เออ เหนือนั่นแหละ นู่น ถังสีอยู่นู่นอ่ะ เอาไปแค่สีแดงกับสีขาว สองถังอ่ะ ไม่หนักมาก รบกวนทีมึง" รุ่นพี่พูดต่อ

 

นีออนมองตามนิ้วมือของรุ่นพี่ที่ชี้ไปทางกองอุปกรณ์ศิลปะที่วางสุมๆกันอยู่แบบโคตรจะไร้ระเบียบ เมื่อมองเห็นถังสีแล้วเขาก็พยักหน้าตแบตกลงกับรุ่นพี่พร้อมก้าวเท้าเดินไปหยิบถังสีนั่น

 

กว่าจะเดินมาถึงสนามบอลตรงจุดที่มีแผ่นไม้่อัดขนาดใหญ่วางเรียงรายอยู่บนพื้น ก็เล่นเอาคนตัวสูงเหงื่อท่วมตัว เขามองเห็นแล้ว เพื่อนร่วมชั้นเรียนที่ชื่อเหนือ หมอนั่นนั่งแต้อยู่บนรองเท้าแตะช้างดาวแต่งกายด้วยเสื้อยืดสีเข้มบางๆที่ดูแล้วไม่กันร้อนแถมดูดแดดอีกต่างหาก

 

ดูเหมือนว่าความร้อนจะทำอะไรมนุษย์คนนี้ไม่ได้ เพราะถึงแดดจะร้อนเหมือนไฟนรก แต่เหนือก็ยังคงนั่งทาสีลงบนป้ายแบบไม่มีท่าทีอิดโรยใดๆ

 

"รุ่นพี่ให้เอาถังสีมาให้อ่ะ" นีออนพูดพร้อมวางถังสีลงกับพื้น

 

"อื้ม ขอบใจมาก"

 

"......"

 

นีออนไม่ได้พูดอะไรต่อ ได้แต่ยิ้มไปหนึ่งทีให้ดูเป็นคนมีมารยาทก่อนจะเดินห่างออกมาเมื่อหมดหน้าทีของตัวเองแล้ว

 

"เห้ย เดี๋ยวๆ มึงอ่ะ .. ว่างอยู่ป่ะวะ ช่วยกูทาสีป้ายอีกแผ่นนึงหน่อยดิ่ แม่งต้องใช้พรุ่งนี้แล้ว กูกลัวเสร็จไม่ทัน" เหนือตะโกนเรียกเมื่อเห็นนีออนเดินห่างออกไป

 

คนถูกเรียกหันกลับมามองที่แผ่นไม้อัดแผ่นใหญ่ที่่ว่างเปล่าก็อดจะเห็นใจไม่ได้ เขาจึงเดินกลับมานั่งลงข้างๆผู้หน้าที่หลายคนขนานนามว่าโหดแต่ขนาดตัวอยู่ในโหมดมาริโอ้ตอนยังไม่กินเห็ด

 

เมื่อนั่งลงกับพื้นเหนือก็ส่งกระป๋องสีในมือให้นีออนก่อนจะเริ่มออกคำสั่งงาน แม้ว่าจะได้กินมาหนาหูว่าหมอนี่ปากหมาพูดจาขวางโลก แต่ที่นีออนกำลังเจออยู่นี่มันคนละเรื่องกันเลยแหะ เหนือดูไม่ได้เลวร้ายอะไร แถมเวลาพูดยังดูเป็นคนเต็มที่กับงานดีด้วย

 

"เดี๋ยวมึงทาต่อจากกูก็ได้ ไม่ยากมาก แค่ทาสีแดงไม่ให้เกินเส้นที่วาดเอาไว้แึ่นั้นเอง มึงทาช่องนี้ให้เต็มก่อน แล้วถ้าเสร็จแล้วบอกกู เดี๋ยวกูดูให้ว่าต้องทาอะไรเพิ่ม โอเคป่ะ"

 

"โอเคๆ" นีออนพยักหน้ารับ

 

"มึงชื่อนีออนใช่ป่ะ กูเหนือนะ"

 

"รู้ชื่อด้วยหรอวะ"

 

"รู้ดิ่ เพื่อนในห้องเรียกมึงทั้งวันเลย ใครไม่รู้ก็แปลกละ"

 

"อ่ออ.. เออ อันนี้ใช้พรุ่งนี้หมดเลยหรอ"

 

"เออ คนทำมีแค่ไม่กี่คน รบกวนมึงหน่อยนะ"

 

นี่ดูเป็นการเริ่มต้นทำความรู้จักที่ไม่ได้แย่อย่างที่นีออนคิด ทั้งคู่นั่งทาสีลงป้ายไม้อัดต่อด้วยกัน โดยหลังจากการแนะนำตัวกันจบเขาสองคนก็แทบจะไม่พูดอะไรกันต่อ ..

 

.............

 

ห้างสรรพสินค้า , กัง กร

 

ชายร่างเล็กเดินกวาดตามองหาวัตถุดิบที่เหมาะแก่การเก็บตุนเอาไว้สำหรับการทำอาหารให้อดีตเพื่อนสนิทกิน มือก็เข็นรถเข็นคันโตที่ด้านในบรรจุของอยู่บ้างแล้วจากการหยิบใส่ของคนตัวโตที่มากับเขา

 

"มึง แครอทมึงกินได้มั้ยอ่ะ" กรเอ่ยปากถาม นี่เป็นของชิ้นที่สิบได้แล้วที่กรหยิบขึ้นมาถามกังว่ากินได้มั้ย

 

อะไรที่กังพยักหน้าก็ถูกวางลงรถเข็นแต่ถ้าอันไหนที่กังส่ายหัวก็จะถูกวางไว้ที่เดิม กับแครอทสีส้มแป้ดในมือเล็กๆของกรตอนนี้ก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่กังพยักหน้า แม้เจ้าตัวจะแอบรำคาญที่โดนถามอยู่ทุกๆหนึ่งนาที แต่ก็ยอมรับว่าเขารู้สึกดีไม่น้อยที่กรดูพยายามสรรหาสิ่งที่จะตัวเขากินได้

 

"เห็ดอ่ะ"

 

"กินได้"

 

"แล้วพวกผลไม้มึงชอบกินอะไรมั้ยอ่ะ เงินที่แม่มึงให้มายังเหลืออีกนะ มึงอยากกินอะไรอีกป่ะ ขนมมั้ย"

 

"พอแล้ว แค่นี้ก็กินได้ทั้งอาทิตย์แล้ว" กังตอบ

 

กรลดตาลงมองของที่อยู่ในรถเข็น มันก็จริงอย่างที่กังพูด ตอนนี้ของที่เขาเลือกมันก็เยอะมากพอสำหรับการทำอาหารทั้งอาทิตย์แล้ว ส่วนขนมถ้าอยากกินจริงๆก็เดินลงมาซื้อที่มินิมาร์ทใต้คอนโดได้ไม่ยาก

 

เมื่อไม่มีอะไรที่ต้องซื้อเพิ่มเติมแล้วกรก็เข็นรถตรงไปทางเคาน์เตอร์เพื่อที่จะจ่ายเงินค่าของนี่ให้เรียบร้อยโดยที่กังก็เดินตามเขามาไม่ห่าง ..

 

"กร.."

 

ขณะที่เข้าแถวรอจ่ายเงินอยู่ๆก็มีเสียงหนึ่งเอ่ยเรียกชื่อเขาเป็นเสียงที่ฟังแล้วคุ้นหูซะจนเขาแถมจะอยากวิ่งหนีให้ไกล เสียงของคนคนนี้ไม่ควรเรียกชื่อเขาผิดที่ผิดเวลาแบบนี้ กรหันหน้าไปหาเจ้าของเสียง

 

"ฝ้าย"

 

หญิงสาวเจ้าของเสียงเมื่อครู่คือฝ้าย คนที่เคยเป็นผู้หญิงที่น่ารักที่สุดในสายตาเขา และเป็นคนเดียวกันกับที่กังรักมากในหลายเดือนก่อน เธอส่งยิ้มและโบกมือให้กรเพื่อทักทายตามประสาคนรู้จัก แต่รอยยิ้มของเธอก็ต้องหายไปทันทีที่มองเห็นว่าใกล้กันจุดที่กรยืน มีชายอีกคนที่เธอรู้จักยืนอยู่ด้วย

 

"สบายดีนะ ทั้งสองคนเลย" ฝ้ายพูดพร้อมฝืนยิ้มเจื่อนๆให้ทั้งสอง

 

"กูไปรอที่รถนะ" กังไม่ตอบคำถามของฝ้าย แต่พูดขึ้นด้วยเสียงที่นิ่งจนน่ากลัวก่อนจะเดินห่างออกไปทิ้งทั้งสองคนเอาไว้กับความอึดอัดที่บอกไม่ถูก

 

"เราจ่ายเงินก่อนนะฝ้าย ไว้ค่อยคุยกันใหม่นะ"

 

"อื้ม ไว้เจอกันนะกร"

 

ต่างฝ่ายต่างรู้ดีว่าต่างฝ่ายต่างอึดอัด ความจริงหากบังเอิญเจอกันโดยที่ไม่มีกังอยู่ด้วยมันคงจะง่ายกว่านี้ที่เขาทั้งสองจะทักทายกันได้แบบคนเคยรู้จักกันตามปกติ แต่พอมีกัง .. มันทำให้ทั้งคู่รู้สึกเหมือนย้อนกลับไปยืนอยู่ในเหตุการณ์วันนั้นอีกครั้ง วันนี้เขาทั้งคู่ต่างทำร้ายความรู้สึกของกังให้พังพินาศ

 

เมื่อจ่ายเงินเสร็จกรไม่ได้หันกลับไปทักฝ้ายอีก ไม่แม้แต่จะกล่าวคำลา เขารีบเข็นรถไปที่หน้าห้าง ตรงที่กังจอดรถเอาไว้ แค่เห็นรถใจกรก็สั่นแปลกๆ เขาพอจะเดาสีหน้าของกังออกและก็พอจะรู้ดีว่ากังรู้สึกอะไรอยู่

 

มาถึงรถกรก็จัดการเก็บของลงท้ายรถก่อนจะเดินกลับมาเปิดประตูฝั่งข้างคนขับ บรรยากาศในรถเงียบจนทั้งสองคนเริ่มอึดอัด กังเองก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาจนถึงคอนโด มันยิ่งช่วยยืนยันได้ชัดว่ากังไม่เคยลืมเรื่องเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

 

ถึงห้องกรก็ทำหน้าที่ของตัวเอง เขาเดินเข้าครัวเพื่อไปจัดการเก็บของที่ซื้อมาเก็บเข้าตู้ให้เรียบร้อย..

 

"น้ำเปล่าอยู่ไหนอ่ะ เอามาดิ่เดี๋ยวกูแช่ให้"

 

ขณะที่กรกำลังง้วนกับการแยกของแห้งออกจากแพคของเนื้อสัตว์เพื่อจะเก็บในตู้เก็บของที่อยู่เหนือหัว

 

"อยู่ในถุงอ่ะ"

 

กรตอบพร้อมชี้นิ้วไปทางถุงใส่ของใบใหญ่ที่เพิ่งซื้อมาจากห้าง กังมองตามนิ้วมือเล็กไปเมื่อเห็นแพคน้ำเปล่าแล้วก็เดินมาแกะขวดน้ำออกไปแช่ตู้เย็น มือใหญ่จัดเรียงขวดน้ำเข้าตู้ ตาก็เหลือบมองคนตัวเล็กที่ยืนเขย่งตัวสุดขาและยืดสุดแขนเพื่่อจะเก็บแพคมาม่าเข้าชั้นเก็บของ

 

เห็นแบบนั้นก็อดขำไม่ได้ ห้องนี้ดูไม่ได้สร้างมาเพื่อคนแบบกรจริงๆ เพราะนอกจากกระจกในห้องน้ำที่สูงเกินจนกรส่องแล้วเห็นแค่คิ้วแล้ว ดูเหมือนว่าชั่นเก็บของที่ตัวเขาเปิดทีต้องระวังหัวก็จะสูงเกินสำหรับกร

 

กังทนดูความพยายามของกรไม่ไหว เขาส่ายหัวเบาๆก่อนจะปล่อยมือจากการแช่น้ำแล้วเดินตรงเข้ามาซ้อนหลังกร มือก็ยกขึ้นประคองมือเล็กเอาไว้เบาๆและเลื่อนมือต่อขึ้นไปจับแพคมาม่าดันเข้าชั้นเก็บของ

 

"ไอ้กัง .. เรื่องฝ้ายอ่ะ มึงยังไม่ลืมใช่ป่ะ กูขอโทษนะเว้ย" กรพูด

 

ร่างของกังยืนชิดเขาจนรับรู้ได้ถึงลมร้อนที่กังเพิ่งถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ กังเลือกที่จะไม่ตอบคำถามเขาแต่เอื้อมมือหยิบหยิบมาม่าแพคใหม่ขึ้นไปเก็บในชั้น

 

"กูพูดกับมึงอยู่นะเว้ยไอ้กัง" กรพูดพร้อมหันตัวมายืนมองหน้ากัง

 

"กูได้ยินแล้ว แต่มึงจะให้กูตอบอะไร มึงก็น่าจะรู้คำตอบอยู่แล้ว"

 

"แล้วมึงจะให้กูทำไงมึงถึงจะหายโกรธกูวะ"

 

"กูไม่รู้ .." กังตอบ

 

มือใหญ่เลื่อนลงมาวางบนขอบชั้นวางของด้านล่างที่กรยืนพิงอยู่ ตอนนี้พวกเขาอยู่ห่างกันแค่คืบแถมร่างของกรก็อยู่ตรงกลางระหว่างแขนทั้งสองข้างของกัง มันยิ่งทำให้ใจของกรเต้นรัวเข้าไปใหญ่

 

"พวกกูสองคนไม่มีใครอยากทำร้ายความรู้สึกมึงนะเว้ย" กรพูดต่อด้วยเสียงที่สั่นเครือเบาๆ บ่งบอกถึงความกลัวที่เขามีกังยืนประจันหน้าอยู่

 

"แต่พวกมึงก็ทำแล้วนี่ ทั้งคู่เลย"

 

“กูไม่ได้ตั้งใจ ..”

 

“ตลกเนอะ พยายามหนีกูอยู่ตั้งนาน สุดท้ายก็ต้องมาอยู่ในห้องกู ตัวมึงสั่นอ่ะ กลัวกูหรอวะ” กังเอ่ยถามด้วยเสียงที่เฉยชาซะจนชวนขนลุก แถมมือใหญ่ที่เลื่อนมาแตะเบาๆข้างลำคอบางเพื่อทำให้อีกฝ่ายรู้ตัวว่าเขารับรู้ความสั่นเทาของร่างนั้นแล้วมันยิ่งทำให้เจ้าของร่างยิ่งกลัวจนสั่นหนักเข้าไปใหญ่

 

“มึงอยากให้กูขอโทษยังไง มึงบอกกูเลยก็ได้”

           

“ตอนแรกก็ก็คิดนะว่าจะรอให้มึงมีแฟน แล้วกูก็จะไปเอากับแฟนมึงบ้าง เผื่อมึงจะเข้าใจความรู้สึกกูบ้าง แต่กูเปลี่ยนใจและ อย่างมึงชาตินี้คงไม่มีปัญญาหาแฟนเอง เพราะมึงถนัดใช้แฟนต่อจากเพื่อน ถ้างั้น .. กูว่ากูเอามึงแทนน่าจะง่ายกว่า” กังพูดพร้อมดันตัวเข้าหาร่างเล็กจนร่างของเขาแนบชิดกันจนแทบจะรวมเป็นร่างเดียวกัน

 

และดูเหมือนว่าทุกสิ่งที่กังพูดออกมาเมื่อครู่นี้เขาไม่เพียงแค่ขู่ให้กรกลัว เพราะทันทีที่พูดจบกังก็ยกมือขึ้นมารั้งท้ายทอยบางเอาไว้เพื่อดึงกรเข้ามาจูบ จูบแบบที่ไม่ใช่การแกล้งขู่ให้กลัว มันเป็นจูบที่ทำให้ทั้งคู่ได้ลิ้มรสชาติริมฝีปากของกันและกัน

 

มันน่าแปลกที่กังกับรู้สึกดีกับจูบครั้งนี้แม้ว่ากรจะดิ้นพล่านทุบมือลงอกเขาไม่ยอมหยุด ความเจ็บปวดที่กระทบร่างเขาช่วยให้ความเจ็บที่ฝังอยู่ในใจเข้าค่อยๆดีขึ้น  ..

 

“กูว่ากูรู้วิธีทำให้กูหายโกรธมึงแล้วนะ”

 

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 68 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #39 Pitchblack (@nightmare1111) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2561 / 23:00
    ฮือออ กรทำไรไว้อะ ไม่ใช่อย่างที่คิดใช่ปะ ถ้าอย่างนั้นก็จะสงสารกังมากเลยนะ
    #39
    0
  2. #23 GuzzDeDreamer (@zamourai) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 22:39
    อย่าหายโกรธง่ายๆนะ 5555
    #23
    0
  3. #13 ntrl (@ntrl) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 08:36
    เอ้อออออ เอาเลย
    #13
    0
  4. #12 Timtha (@WIFE_ENGINEER) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 23:39
    แงงงงงง พี่กังงงงง
    #12
    0
  5. #9 tle125 (@tle125) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 11:58
    เข้าทางสุดๆ
    #9
    0